[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 34 : 27.3 การพบกันอีกครั้งกับท่านเทพธิดา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 439 ครั้ง
    14 เม.ย. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

27.3 การพบกันอีกครั้งกับท่านเทพธิดา

 

“ーーーーรอเดี๋ยวก่อน ท่านเทพธิดา......!!”

 

ผมยื่นมือออกไปยังสรวงสวรรค์ーーทว่าที่ปลายนิ้วกลับถูกคั่นกลางด้วยท้องฟ้า

 

“เอ๊ะ......?”

 

ตรงหน้าผม เป็นท้องฟ้าสีฟ้าที่แผ่ขยายวงกว้างออกไป

 

ไม่ใช่สีขาว

 

ที่นี่......ที่ไหน

 

เพราะจู่ ๆ สถานการณ์ก็เปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน สมองผมจึงปรับตัวไม่ทันและแข็งทื่อ ความทรงจำไม่อาจดึงกลับมาได้ในทันที

ตรงหน้าผมเป็นท้องฟ้าที่มีเมฆก้อนเล็ก ๆ ล่องลอยคล้ายสายไหม ดูแล้วคงไม่ใช่ห้วงสีขาวแห่งนั้น

 

 

“ーーตื่นแล้วหรือ”

 

เมื่อหันไปตามเสียงเรียกที่คุ้นเคยก็พบชายหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีบลอนด์และดวงตาสีฟ้ากำลังคุกเข่าพร้อมชันเข่าข้างหนึ่งอยู่ข้าง ๆ

 

แขนเสื้อเชิ้ตสีขาวถูกพับขึ้นไปจนถึงข้อศอก ที่บ่าแบกค้อนอันใหญ่ที่ถ้าผมถือคงล้มหกคะมำอยู่อย่างสบาย ๆ

 

“ーーอัล เฟรด......”

 

อัลเฟรดวางค้อนอันใหญ่ที่แบกอยู่ลงข้างตัวและสำรวจผมตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะเผยยิ้มออกมา

รอยยิ้มนั้นราวกับเบาใจไปหลายส่วน

 

“งานสร้างรั้วของวันนี้เสร็จแล้วนะ วัสดุหมดแล้วด้วย”

“อะ......”

 

รั้ว

 

ผมขยับสายตาและหมุนคอมองไปรอบ ๆ

 

ผมเห็นเนินเขาเขียวชอุ่มและแม่น้ำที่ไหลอย่างสงบนิ่ง อีกฟากฝั่งหนึ่งของแม่น้ำเป็นป่าไม้รกทึบ ลึกเข้าไปในป่ามีเทือกเขาเตี้ย ๆ ตั้งตระหง่านอยู่

 

ที่แผ่นหลังสัมผัสได้ถึงพื้นหญ้าอ่อนนุ่มและกลิ่นหอมสดชื่น

 

พอรู้สึกตัวก็พบว่าบนตัวผมมีเสื้อนอกสีดำคลุมอยู่

 

เสื้อนอกที่บริเวณแขนเสื้อมุมขวาบนและปกเสื้อด้านหลังปักลายด้วยข้าวบาร์เลย์และนกตัวกลมที่มองแล้วชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ตราประจำตระกูลโอเวน

เสื้อนั้นยาวขนาดที่คลุมได้ตั้งแต่บ่าของผมไปจนถึงข้อเท้า

 

ในที่สุดผมก็นึกออก

 

จริงสิ วันนี้มาผมติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันรั้ว ‘ลวดช็อตไฟฟ้าเปรี้ยง ๆ คุง’ ที่เขตแนวป้องกันฝั่งตะวันตกของหมู่บ้าน

 

เมื่อได้ยินเสียงร้องเรียกผมจึงหันไปตามที่มาของเสียง――กลุ่มชายแปดคนที่อยู่บนเนินในระยะห่างที่ยังพอจะเป็นสีหน้าและท่าทางกำลังโบกไม้โบกมือมาทางผม

ใบหน้าของพวกเขาเผยรอยยิ้มกว้างราวกับประสบความสำเร็จครั้งใหญ่

อา

นั่นคือคนงานที่ผมจ้างมาสี่คนและคนในหมู่บ้านที่อาสามาช่วยด้วยอีกแรง

 

ด้านหลังของพวกเขาเป็นเสาเข็มต้นใหญ่ขนาดเท่าหน้าอกของผู้ใหญ่เรียงรายกันโดยเว้นระยะห่างประมาณสามถึงสี่เมตร ที่ช่วงว่างระหว่างเสาแต่ละต้นมีลวดเหล็กผูกขึงเอาไว้

รั้วยาวกินพื้นที่ตั้งแต่จุดที่ผมอยู่ไปประมาณสองร้อยเมตรจนถึงริมแม่น้ำ

 

อาทิตย์หน้า ผมมีแผนจะวางแนวป้องกันเหนือแม่น้ำด้วย ตอนนี้จึงกำลังจัดเตรียมรั้วไม้และลวดเหล็กที่กันน้ำได้อยู่

ไม่มีอะไรน่าดีใจไปกว่าการที่งานกำลังเดินไปข้างหน้าตามลำดับอย่างไม่ล่าช้าอีกแล้ว

แต่แม้ว่านั่นจะถือเป็นเรื่องดีก็เถอะ――

 

“ข้า......”

 

เผลอหลับไปเหรอ

 

เอ๊ะ ตั้งแต่เมื่อไร

นี่ผมหลับไปนานขนาดไหนกัน

 

“หลังกินมื้อกลางวัน เจ้าเป็นคนบอกว่าง่วงแล้วงีบหลับไม่ใช่หรือ ที่จริงเจ้าบอกให้ข้าปลุกเจ้า แต่ข้าเห็นเจ้ากำลังหลับสบาย――จึงปล่อยให้เจ้านอนพัก”

 

“ห๋าาาา!? ท...ทำอะไรของเจ้า เจ้าบ้า! ปลุกกันหน่อยสิ!!”

“ก็ข้าเห็นเจ้าดูเหนื่อย ๆ นี่นา อีกอย่างเจ้าก็กำลังหลับสบาย ข้าเลยคิดว่าจะให้เจ้าพัก ทุกคนเองก็คิดเหมือนกัน”

“เอ๊ะ......”

 

เมื่อเบนสายตาไปยังเนินเขาเมื่อครู่อีกครั้ง ชายกลุ่มนั้นที่รู้สึกถึงสายตาผมก็หันมายิ้มและโบกไม้โบกมือให้อีกครั้ง

พวกเขาตะโกนมาทางผมด้วยเสียงยืดยาวอย่างสบายอารมณ์จากจุดที่ห่างออกไปเล็กน้อยว่า ท่านเลียนตื่นแล้วหรือ~ สร้างรั้วเสร็จแล้วนะ~ ให้ทำยังไงต่อ~

 

“ขอรับ~......ให้ตายสิ......น่าจะปลุกกันสักหน่อย......”

 

ผมถอนหายใจออกมา

เรื่องอะไรกันเนี่ย

ไม่เพียงแค่อัลเฟรด แต่คนอื่นก็ดูจะคิดว่าผมเหนื่อยและพากังวลกันไปหมด

ไม่ได้เรื่องเลย น่าสมเพชเกินไปแล้ว น่าขายหน้าอีกต่างหาก

คราวหน้าต้องพยายามดึงตัวเองไม่ให้คนอื่นจับได้ว่าเหนื่อยซะแล้ว ต้องแสดงตบตา......

 

แต่ว่า

ทั้งที่ไม่มีคนคอยกำกับแต่งานสร้างรั้วของวันนี้ก็เสร็จลุล่วงด้วยดี

ไม่มีการล่าช้าแม้แต่น้อย

 

ก็เป็นเรื่องดีอยู่หรอกที่ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคอะไรแต่ แบบว่า จะว่ายังไงดี ความรู้สึกผมตอนนี้......ค่อนข้างซับซ้อนทีเดียว

 

“งานของวันนี้เสร็จแล้วหรือ......”

“อา เพราะช่วงเช้าเจ้าช่วยกำหนดจุดวางรั้วแล้วนั่นแหนะ ไม่มีปัญหาหรอก ข้าเองก็คอยดูอยู่ด้วย”

“นั่น......ขอบ......คุณ......”

 

เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าพระอาทิตย์ยังคงอยู่ประมาณกลางศีรษะพอดี

พระอาทิตย์ขึ้นสูง ทั้งท้องฟ้าก็คงสีฟ้าสดใส ยังไม่มีเค้าของยามเย็น

 

ดูเหมือนงานของวันนี้จะเสร็จเร็วกว่าที่คาดไว้

 

จะว่าไปแล้วผมก็เพิ่งนึกขึ้นได้

อัลเฟรดทำงานก่อสร้างเป็นงานพิเศษมาตลอดเลยนี่นา

บางทีเขาอาจคุ้นชินกับเรื่องพวกนี้มากกว่าผม

 

――ยิ่งไปกว่านั้น

 

ผมปรายตาสำรวจ......ท่าทีของอีกฝ่ายที่ตอนนี้เขยิบตัวมาอยู่ติดกับผม

 

เมื่อกี้ดูเหมือนผมจะเผลอละเมอออกไป

 

ว่า ‘รอเดี๋ยว ท่านเทพธิดา!’

 

ทำยังไงดี

ได้ยินหรือเปล่า

 

เมื่อรวบรวมความกล้าแล้วหันหน้าไปก็พบดวงตาสีฟ้าสดใสกำลังมองลงมาที่ผม

 

“อ...อัล――”

“......ฝันเห็นท่านเทพธิดาหรือไง”

 

ผมตัวแข็งทื่อ

 

แย่แล้ว

ได้ยินจริง ๆ ด้วย

ยังไงก็ต้องหาทางเอาตัวรอด

 

“ช...ช.....เอ อา......อืม! ท...ท่าทางจะเป็นลางดี! ข้าฝันเห็นท่านเทพธิดาด้วย! ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจที่ฝันเท่าไรก็เถอะ! ข้าลืมไปแล้วด้วย!”

“......งั้นหรือ”

 

อัลเฟรดพยักหน้าตอบผมเป็นพัก ๆ อย่างทุกที

คำตอบรับกำกวมที่ไม่รู้ว่าฟังหรือไม่ได้ฟัง ยอมรับหรือไม่ยอมรับอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา

 

ยอมเชื่อคำแก้ตัวของผมแล้วเหรอ

 

ถึงจะมองจ้องเข้าไป ทว่าทั้งสีหน้าและดวงตาสีฟ้าราวท้องนภาคู่นั้นก็ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย เขานิ่งเงียบไม่พูดอะไร

 

อัลเฟรดยื่นแขนข้างหนึ่งออกมาด้วยสีหน้าที่ผมอ่านไม่ออก――

 

เขาสัมผัสที่ข้างแก้มของผม

ฝ่ามือนั้นเต็มไปด้วยความลังเล

 

ไม่เข้าใจจริง ๆ นั่นแหละ

ว่าตอนนี้เขากำลังคิดอะไรอยู่

 

“......อ...อัลเฟรด? เอ่อ......ข...ข้าได้ พูดอะไรไป......หรือเปล่า?”

 

เมื่อถามออกไป ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นก็หลบสายตาไปในเสี้ยววินาทีก่อนจะกลับมาเผชิญหน้ากับผมอีกครั้ง

 

“......เปล่า......ข้าแค่ถามเพราะเจ้าละเมอว่า ‘ท่านเทพธิดา’ ก็เท่านั้น”

“ง...งั้นหรือ......”

 

ในใจผมพลันรู้สึกโล่งใจ

 

โล่งอกไปที

ถ้าได้ยินแค่นั้น คงยัง......ไม่เป็นไร

ผมยังเสแสร้งเอาตัวรอดได้

 

อา ให้ตายสิ! ผมขอร้องจริง ๆ เลยนะท่านเทพธิดา!

ขอบคุณที่คุณมาหา แถมยังได้ถามเรื่องที่อยากถาม ทั้งยังได้บอกเรื่องที่อยากบอก แต่ขอเถอะช่วยมาแบบดูจังหวะหน่วยได้ไหมครับ!

สภาพจิตใจผมไม่ได้แข็งแรงขนาดนั้น!

 

จะว่าไป จากนี้ผมอยากให้เธอกลับมาอีกครั้ง

ผมอยากรู้ว่าเธอตั้งใจจะทำอะไรกันแน่......ท่านเทพธิดาคนนั้นยิ่งเฉื่อยแฉะอยู่ด้วย จินตนาการไม่ออกเลยว่าเธอคิดจะทำอะไร สยอง

 

ขณะที่ภายในใจผมประเดประดังด้วยเรื่องต่าง ๆ มากมาย จู่ ๆ มือขวาของผมก็ถูกช้อนขึ้น

แล้วถูกกอบกุมไว้อย่างแผ่วเบา

 

“......อ...อัลเฟรด?”

 

เมื่อเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาสีฟ้าที่ยังคงสดใสอยู่จนถึงเมื่อกี้――ถูกปกคลุมด้วยเงามืด

 

“......ท่าน......ขอร้อง.....อย่าพา......ไปเลย......”

 

“อะไร?”

 

เสียงนั้นแผ่วเบาจนผมจับในความไม่ได้ ครั้นพอถามไปอัลเฟรดก็ไม่ยอมตอบ

 

ดวงฟ้าสีฟ้าคู่นั้นยังคงเต็มด้วยเงามืด

เขาจ้องผมเขม็ง

 

ไม่สิ แม้จะมองผม ทว่านัยน์ตาคู่นั้นกลับคล้ายไม่ได้มองมาที่ผม

 

“......ข้าจะปกป้อง จะรักษาให้ดี เพราะงั้น......”

 

อัลเฟรดพึมพำเสียงเบา ฟังไม่เข้าใจจริง ๆ นั่นแหละ

 

“......อัล...เฟรด? มีอะไรหรือ?”

 

เมื่อถามไปอีกครั้ง คราวนี้ในที่สุดสายตาของอัลเฟรดก็กลับมาที่ผมแล้ว

เขาเผยยิ้ม

 

ทว่าไม่รู้ทำไม ใบหน้าเปื้อนยิ้มนั้นถึงราวกับจะหลั่งน้ำตา

 

“......ไม่มีอะไร”

“ไม่มีอะไรเนี่ย――หวา”

 

มือนั้นโอบรอบแผ่นหลังของผมก่อนช่วงบนผมจะถูกดึงให้เข้าไปหา

 

เพราะแรงของอีกฝ่ายมีมาก ผมจึงถลาเข้าไปที่แผ่นอกของอีกฝ่าย

แม้ผมจะต่อยอีกฝ่ายในทันที ทว่าเขากลับไม่มีท่าทางตกใจเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งร่างกายนั้นยังใหญ่ ใหญ่เกินไปด้วย ส่วนผมตั้งแต่ตอนนั้นก็สูงขึ้นทีละมิลสองมิลเท่านั้น กล้ามหน้าท้องก็ไม่มีออกมาสักนิด นี่หรือว่าผมจะหยุดสู――ไม่ ไม่ ไม่ ยังหรอก ยัง ผมยังมีความรู้สึกว่าผมจะสูงขึ้นอีก ยังหรอกน่า ผมยังสูงได้และยังสร้างกล้ามหน้าท้องได้ น่าจะ

 

......แต่

ค่อนข้าง อา เติบโตมาอย่างแข็งแรงเลย

 

เอาเถอะ ถึงยังไงก็เป็นถึงว่าที่ผู้กล้าในอนาคต เรื่องนี้มันแน่นอนอยู่แล้ว ทั้งยังถือเป็นเรื่องดีด้วย

 

ที่เขาเติบโตมาอย่างร่าเริงและแข็งแรงได้ ก้นบึ้งในหัวใจผม......ก็รู้สึกยินดีมาก

ถึงจะแอบอิจฉาอยู่หน่อย ๆ ก็เถอะ แค่นิดเดียวจริง ๆ

 

ผมยังอธิษฐานให้เขา จากนี้ก็จงเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วล่ะ

 

และแข็งแกร่งขึ้น

แข็งแกร่งมากขึ้นไปอีก

ฉันอยากให้นายแข็งแกร่งขึ้น

 

พอที่จะไม่แพ้ใครหน้าไหนหรืออะไรก็ตาม

 

ได้โปรด――

 

จู่ ๆ ผมก็ถูกสวมกอด

“อุหวา!? เดี๋...อ...อัลเฟรด!? เดี๋ยวก่อน......!”

 

ขอร้อง ช่วยเลือกที่หน่อยได้ไหม!

นี่มันข้างนอกนะ! แถมคนยังอยู่เยอะแยะ!

 

“อัล――”

ผมสัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทาจากมือที่โอบรอบไหล่ของผม ผมหยุดมือที่คิดจะแกะมือของอีกฝ่ายออก

แม้จะพยายามตรวจดูอาการของอีกฝ่าย ทว่าในอยู่ท่าที่นี้ ไม่ว่าจะพยายามมองยังไงก็เห็นเพียงลำคอของเขาเท่านั้น

 

เพราะทำอะไรไม่ได้ ผมจึงเบนสายตาไปยังฝ่ามือที่โอบไหล่ผมไว้แทน――อย่างที่คิด มือนี้กำลังสั่นเทา

 

“อัลเฟรด?”

 

แม้จะร้องเรียกทว่าก็ไร้เสียงขานรับ

เป็นอะไรไปล่ะเนี่ย

 

เมื่อเช้ายังดี ๆ อยู่เลยแท้ ๆ

ผมไม่รู้เลยว่าอัลเฟรดในตอนนี้――กำลังรู้สึกยังไง หรือคิดอะไรอยู่

 

เพราะไม่รู้จะทำยังไง ผมจึงยื่นแขนโอบรอบหลังอีกฝ่ายและตบที่แผ่นหลังนั้นเบา ๆ

เพื่อให้เขาสงบลง

 

ทำไมวันนี้รู้สึกเจอสถานการณ์คล้าย ๆ กันนี้เยอะจริง ๆ

ราวกับกล่อมเด็กงอแงให้เข้านอน

 

ถึงเด็กตรงหน้าผมจะตัวโตเกินไปหน่อยก็ตาม

อา เอาเถอะ ไม่ว่าใคร บางครั้งบางคราว――ก็เกิดความรู้สึกเดียวดายได้เหมือนกันทั้งนั้น

ไม่ว่าจะผู้ใหญ่หรือเด็ก

 

อัลเฟรดเพิ่มแรงที่กอดผมมากขึ้นจนผมเริ่มหายใจไม่ออก

 

“อึก......ด...เดี๋ยว อัลเฟรด! ข...ข้าอึดอัด!”

 

พอบ่นออกไป ในที่สุดก็ยอมผ่อนแรงเสียที

 

เมื่อออกจากอ้อมแขนแล้วเป็นอิสระ ผมก็สูดหายใจเข้าออกก่อนจะลอบมองใบหน้าอีกฝ่าย

 

เพราะมีเงาบังอยู่ผมจึงเห็นสีหน้าเขาไม่ชัด

 

“อัลเฟรด? ......เป็นอะไรไป? เพลียหรือ”

 

“......เปล่า”

 

อีกฝ่ายส่ายหน้าและเผยยิ้มออกมา

เมื่อลองยื่นหน้าเข้าไปใกล้ก็พบว่าดวงตาคู่นั้นกลับมาเป็นปกติแล้ว

 

สีของท้องฟ้าที่ส่องสว่าง

สีที่ผมชอบ

 

จู่ ๆ อีกฝ่ายก็ลุกขึ้นและคว้าแขนของผม

 

“......เลียน ก่อนกลับช่วยไปตรวจดูอุปกรณ์สำหรับสร้างรั้วให้ทีสิ”

“อะ อา ข้าต้องทำอยู่แล้ว――หวา”

 

เพราะจู่ ๆ ก็ถูกฉุดให้ลุกขึ้น ผมที่ยังทรงตัวไม่ได้จึงถลาเข้าหาเจ้าคนตรงหน้าอีกครั้ง ผมรีบเอามือยันที่แผ่นอกของอีกฝ่าย

 

“อะ ข...ขอโทษ――อือ”

 

ในจังหวะที่เงยหน้าขึ้น ริมฝีปากผมก็ถูกช่วงชิง

 

แม้จะเป็นแค่เสี้ยววินาที แต่ก็เป็นจุมพิตที่ดูดดื่ม

 

ลิ้นของอีกฝ่ายถูกส่งเข้ามาสัมผัสกับลิ้นของผม หลังจากสัมผัสราวกับตรวจดูให้แน่ใจแล้ว ริมฝีปากนั้นก็ถอนออก

 

“......ฮา......จ...เจ้านี่นะ!”

 

“......ไม่เป็นไร ไม่เห็นหรอก พวกเขาอยู่ไกล”

 

“บ้......”

วางแผนไว้แล้วหรือไงเจ้าบ้านี่!!

เลวร้ายสุด ๆ!!

 

ก็จริงที่จากฝั่งโน้นส่วนสูงของอัลเฟรดสามารถบังร่างของผมจนมิดจึงมองไม่เห็นอย่างที่พูด แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ!

 

อีกฝ่ายไม่มีท่าทีสำนึกผิด แถมริมฝีปากนั้นยังโน้มต่ำลงมาอีกครั้ง ผม――――ผม

 

――เผลอหลับตาลง

 

 

......อา ให้ตายสิ

 

 

วันนี้......ผมเพิ่งรู้สึกว่าผมคงเคยชินกับสัมผัสนี้ไปแล้ว

 

ถึงจะไม่พอใจหรือคัดค้าน แต่ระยะนี้เจ้าเดรัจฉานน้อยขนสีบลอนด์มักไม่ค่อยฟังสิ่งที่ผมพูด ทั้งยังยิ่งทำมากกว่าเก่า จนแล้วจนรอดผมก็ทำอะไรไม่ได้

นี่คือสิ่งที่เรียกว่าอยู่เหนือการควบคุมอย่างนั้นเหรอ

น่าจะใช่

 

......อีกอย่าง

 

ริมฝีปากของอัลเฟรด ในทุกครั้งมักมีจุดที่อ่อนโยน

ความอ่อนโยนที่ราวกับจะทำให้น้ำตาไหลออกมา

พอได้สัมผัส มันทั้งอบอุ่นและชวนให้สบายใจ

 

เพราะงั้น――

 

 

ริมฝีปากอุ่นที่สัมผัสผมค่อย ๆ ผละออก

เมื่อลืมตาขึ้น เจ้าคนผมสีบลอนด์ตรงหน้าก็แสดงท่าทางพึงพอใจและเผยยิ้มกว้าง

 

“......ไปกันเถอะ เลียน”

“......อะ”

 

อัลเฟรดกุมมือผมแล้วพาเดินไปข้างหน้า

มุ่งหน้าไปยังที่ที่ทุกคนอยู่

 

ขณะเงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างที่กำลังอารมณ์ดี ในใจของผม......ก็รู้สึกเบาใจ

 

โล่งอกไปที

ตรงหน้าผมคืออัลเฟรดยามปกติ

 

ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจแต่ความรู้สึกเศร้าหมองอย่างหาได้ยากของผมเองก็ ดูเหมือนจะได้รับการเยียวยาแล้ว

 

 

สายลมอุ่นพัดผ่านอย่างแผ่วเบา

 

ฝ่ามือใหญ่ที่อบอุ่นกอบกุมมือผมไว้

 

คนที่อ่อนโยน

ผู้คนที่ใจดี

 

สถานที่ที่อบอุ่น

 

ผมจะปกป้องให้ดู

 

คราวนี้ล่ะ

 

ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด

 

――ไม่ว่ายังไงก็ตาม

 

 

ไม่รู้เป็นเพราะผมเผลอกุมมือเขาแรงขึ้นหรือเปล่า อัลเฟรดหันกลับมามองผม

 

“――เลียน?”

 

ผมเงยหน้ามองชายหนุ่มตรงหน้าที่มีสีหน้าประหลาดใจก่อนจะเสแสร้งเหมือนไม่มีอะไรอย่างทุกที

ใบหน้าโกหกที่มักทำประจำ

 

ฉันจะปกป้องทั้งคนในหมู่บ้านและนายเอง

 

เพื่อการนั้น ไม่ว่าอะไรฉันก็จะทำ

เพื่อการนั้น ไม่ว่าจะต้องปั้นหน้าโกหกเท่าไร ฉันก็จะทำ

 

จวบจนตอนสุดท้าย

 

 

“เปล่า ไม่มีอะไร――อา รั้วทำออกมาได้ดีเลยนี่ ท่าทางแข็งแรงทนทานน่าดู”

 

แม้เขาจะมองผมราวกับต้องการจะพูดบางอย่าง แต่ผมก็แสร้งทำเป็นไม่รู้สึกถึงสายตาคู่นั้น

 

 

ผมกังวลว่าคนอื่นอาจทันสังเกตเห็นจึงคลายแรงที่มือเพื่อปล่อยมือ

ทว่าอีกฝ่ายกลับเพิ่มแรงมากขึ้น ผมจึงไม่อาจสลัดมือที่ประสานกันอยู่ได้

 

แม้จะลำบากใจ แต่ใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจเช่นกัน――――ราวกับน้ำตาจะไหลออกมา ลำบากจริง ๆ นั่นแหละ

 

 

สักวันหนึ่ง ไม่นานจากนี้

นายคงจะรู้สึก

เพราะนายฉลาดกว่าที่เห็นนี่นา

 

ว่าฉัน――เป็นจอมหลอกลวงขนาดไหน

 

 

ถ้าเวลานั้นมาถึง......เขาจะสลัดมือข้างนี้หรือเปล่า

ไม่สิ อาจไม่มองหน้ากันอีกเลยก็ได้

 

แต่ถึงอย่างนั้น ผม――

 

ผมมองฝ่ามือที่กอบกุมผมไว้แน่นราวกับจะไม่ให้ห่างกันไปไหน

 

ผมหลุบตาลง ขณะที่คิดว่า ขอเพียงแค่นิดเดียว――――ผมก็กุมฝ่ามือที่อบอุ่นข้างนั้น

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 439 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,643 ความคิดเห็น

  1. #1574 hongyok025 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 00:46
    อยากปลอบน้องเหลือเกิน น้ำตาจะไหล
    #1,574
    0
  2. #1168 เก้าอี้น้อย (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 00:11
    น้องต้องรอด น้องต้องปลอดภัย แต่งเข้าตระกูลฟลัม!!!
    #1,168
    0
  3. #1167 eyeyafa (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 22:37
    น่ารักอะไรอย่างนี้
    #1,167
    0
  4. #1165 Sk999 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 21:30
    sad....
    #1,165
    0
  5. #1164 ลัทธินกอ้วก (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 11:55

    อบอุ่นสุดๆ อบอุ่นยิงกว่าแดดประเทศไทย งื้อออ

    #1,164
    0
  6. #1163 มิโกะ ซากุระ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 11:14

    งื้อออ
    #1,163
    0
  7. #1162 มิลุนซัง (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 10:56

    ปาดน้ำตา
    #1,162
    0
  8. #1161 เดี่ยวสร้างเรือให้นะ! (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 10:10
    ไรท์สู้ๆ ขยันลงอย่างงี้รีดรักตายเลยยยย
    #1,161
    0
  9. #1160 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 10:00

    ไรท์ทำเราร้องไห้อ้าาาาาา
    #1,160
    0
  10. #1155 MimiminMi (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 08:39
    เวี่ยงมาก ยิ้มๆสักพักน้ำตาไหล
    #1,155
    0
  11. #1152 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 03:03
    อิน้องโรคกระเพาะก็เป็นยังเป็นโรคซึมเศร้าอ่อนๆอีกไหนจะเทพธิดาที่เป็นห่วงน้องไหนจะดวงชะตาอัลอัลที่แผดเผาทุกสิ่งต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีก(╥﹏╥)
    #1,152
    0
  12. #1144 ภูตเงา [Doppelganger] (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 00:40

    ทำไมหน่วง... อยากจะฟินแต่ทำไมมันเศร้าอยู่ในใจ...TwT

    #1,144
    0
  13. #1141 未来 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 23:30
    ทำไมน้องถึงเอาแต่ยํ้าว่าตัวเองเป็นจอมหลอกลวงนะ อันนี้ไม่เข้าใจจริงๆ
    #1,141
    1
    • #1141-1 Yคือชีวิต(จากตอนที่ 34)
      15 มกราคม 2564 / 22:46
      น้องอาจจะมีอาการซึมเศร้าอ่อนๆก็ได้นะคะ โทษแต่ตัวเอว มองว่าตัวเองไร้ค่าแบบนี้
      #1141-1
  14. #1139 [°|Tanwa...|°] (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 23:07

    เหมือนอัลเฟรดจะติดต่อกับท่านเทพธิดาตอนพึมพำกอดเลียนเลย หรือท่านเทพจะไม่อยากให้เลียนคุงเป็นอะไรเลยมาบอกว่าอยู่กับอัลเฟรดเลียนจะมีอันตรายรึเปล่า??

    #1,139
    0
  15. #1138 pamalist (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 23:07
    สงสารน้องรีบถึงวันที่อสูรบุกเเล้วผ่านไปด้วยดีได้ซักทีได้ไหม อยากให้น้องเปิดใจกับอัลเเล้ว เชื่อว่าถึงวันนั้นน้องจะไม่ต้องมากังวลอีกแล้ว
    #1,138
    0
  16. #1137 Notty Kero (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 23:07
    มันเศร้ามากๆเลย อัลน่าจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้แน่ๆเลย
    #1,137
    0
  17. #1135 เรฟาที่รัก (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:49
    หน่วงอ่ะ ทำไมมันหน่วงว่ะ
    #1,135
    0
  18. #1134 Queen M.P. (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:28
    จุกอก55555 อยู่ดี ๆ ตอนท้าย ๆ น้ำตาก็คลอเบ้า เลียนรูกกกกก
    #1,134
    0
  19. #1133 pjp598 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:22

    แงงงง เศร้าอ่ะ น้องงงงงงงงงงง นี่ขนาดแค่กลางเรื่องนะ ถ้านักบุญหญิงกับปีศาจโผล่มาจะขนาดหนายยยยย~~~~
    #1,133
    0
  20. #1132 Sari-Sama (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:16
    อัลเฟรดไม่มีทางทิ้งหนูแน่!!! เชื่อมั่นในตัวอัลเฟรดสิ!!
    #1,132
    0
  21. #1131 เด็กน้อยผมสั้น (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:15
    น้องงง
    #1,131
    0
  22. #1130 ไม่รู้จะตั้งอะไรดี=_=555 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:14
    ฮือออออ น้องเลียนลูกTTTTT แม่ใจสลายแล้วนะ อย่าซึมสิคะแม่ใจไม่ดีเลย//สติแตกนอนซับน้ำตา
    #1,130
    0
  23. #1129 DEsc (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:12
    ฮือออออเขินอยู่ดีๆ ตอนจบน้ำตาซึมเฉย;-;
    #1,129
    0