[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 29 : 25 งานเฉลิมฉลองของท่านตา (part 2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 429 ครั้ง
    3 เม.ย. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

25 งานเฉลิมฉลองของท่านตา part 2

 

เมื่อเข้ามาภายในห้อง ชายชราที่รูปร่างสูงโปร่งกว่าผมก็ลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานที่อยู่ตรงหน้า

 

“โอ้......โอ้ เลียน......นกน้อยน่ารักของข้า มาถึงแล้วหรือ”

 

ดวงตาน้ำแข็งสีอ่อนที่เย็นชานั้นแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำใสราวกับความหนาวเหน็บมลายหายไป เขาจ้องมองผม

 

ผมหยักศกยาวสีเงินแกมขาวถูกมัดด้วยริบบิ้นสีม่วงอย่างลวก ๆ แล้วปล่อยปรกลงที่บ่าขวา

 

ภายใต้ชุดพิธีการที่เป็นเสื้อคลุมยาวสีม่วงคือเสื้อเชิ้ตสีขาว ที่คอผูกด้วยเนกไทสีม่วงอ่อน บนบ่าเสื้อคลุมติดเครื่องหมายยศชิ้นใหญ่สีเงิน

แม้จะปลดเกษียณมานานแล้ว ทว่าความน่าเกรงขามของแรงกดดันอันหยิ่งยโสจากความเคยชินที่มักมีผู้คนก้มหัวให้ไม่ได้ลดน้อยลงเลยแม้แต่น้อย หากเผลอปล่อยตัวสบาย ๆ ไป ก็ราวกับจะถูกแรงกดดันนั้นจู่โจมจนทำให้แข้งขาอ่อน

 

ท่านตาเดินเข้ามาด้วยฝีเท้าเบาหวิวดูไม่เหมือนเป็นคนวัยแปดสิบปี เขาสวมกอดผม

 

“ท...ท่านตา ไม่ได้พบกันนานเลยขอรับ ดีใจที่ยังเห็นท่านแข็งแรงดี”

“หึหึ ข้ายังกระปรี้กระเปร่าอยู่ เจ้านกน้อย ไม่ได้เจอกันแป๊บเดียว งดงามขึ้นอีกแล้วนะ”

“เอ๋!? ม...ไม่ขอรับ เรื่องนั้น...”

 

จะไปมีได้ยังไง!

 

ผมเพลียใจเสียจนลอบถอนหายใจ

‘งดงามขึ้น’ จะฟังยังไงก็ไม่ใช่คำชมสำหรับบุรุษแม้แต่กระผีกเดียว

 

ผมคิดมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว......ท่านตาคล้ายจะมองเลียนด้วยซ้อนภาพของบุตรสาวคนเล็กที่ทั้งรักและทะนุถนอม

ที่เขามักส่งของขวัญแบบที่ไม่มีใครเขาให้เด็กผู้ชายกันอย่างชุดพลิ้วฟูฟ่องนี้ก็อาจมีสาเหตุมาจากเรื่องนี้เช่นกัน

 

“อา เจ้าเหมือนลีร่ามากขึ้นทุกที......เจ้าช่างเหมาะกับสีฟ้าอ่อนเช่นเดียวกับลีร่า เจ้านกน้อยผู้น่ารักของข้า คอแห้งหรือไม่ ข้าเตรียมขนมไว้ให้เจ้าเยอะแยะเลยนะ มีแต่ของที่เจ้าชอบทั้งนั้น มาตรงนี้สิ”

 

ลีร่า คือแม่ของเลียน

ทั้งที่พี่ชายของเลียนก็เป็นบุตรที่เกิดจากแม่เลียนเช่นกัน ทว่าคนที่มักถูกเรียกเช่นนี้กลับーーมีแค่ผม

เท่าที่ผมรู้ พี่ชายของเลียนไม่มีชื่อเฉพาะที่ท่านตาใช้เรียก คงเพราะ......พี่ชายมีส่วนที่คล้ายพ่ออยู่หลายส่วน ท่านตาจึงหมดความสนใจ

 

น่าอิจฉา!! แม่งเอ้ย มาเปลี่ยนตัวกับฉันเถอะ!! ไหว้ล่ะ! Change!

 

ท่านตาจูงมือผมไปนั่งที่โซฟารับแขกขนาดใหญ่ หลังจากนั้นก็นั่งลงแนบชิดผม เขาก็โอบบ่าผมแล้วที่ลูบศีรษะและแก้ม จนผมรู้สึกจักจี้

ทำไมผมรู้สึกเหมือนเป็น......สัตว์เลี้ยงแสนรัก

แต่......ผมก็ปฏิเสธไม่ได้เต็มปากว่าผมไม่ใช่

 

บนโต๊ะเตี้ยเต็มไปด้วยขนมที่คนคนเดียวไม่น่าจะทานหมด

คนรับใช้ที่ยืนอยู่ที่ริมห้องเดินเข้ามาจัดการรินน้ำชาใส่ถ้วยพร้อมรอยยิ้มสมบูรณ์แบบ ไม่มีท่าทางสะทกสะท้านต่อเจ้านายที่อยู่ห่างจากเส้นแบ่งของการลวนลามหลานตัวเองเพียงก้าวเดียวแม้แต่น้อย มืออาชีพจริง ๆ

 

“ได้ยินว่าพอเรียนจบ เจ้าก็ทำงานเลยหรือ ช่างน่ายกย่อง แต่เจ้าไม่จำเป็นต้องโหมทำงานก็ได้นะ”

 

“ไม่ขอรับ ข้าอยากทำ......ทุกอย่างล้วนเป็นข้าที่อาสาทำเองขอรับ”

 

“งั้นหรือ แต่คงเหนื่อยมากล่ะสิ ตอนข้าได้ยินว่าเจ้าเริ่มทำงาน ข้าสงสารจน......ไม่เป็นอันทำอะไรเลย ดังนั้นข้าจึงคิดอะไรดี ๆ ขึ้นมาได้”

 

“อะไรดี ๆ?”

 

“ใช่ เลียน เจ้ามาอยู่กับข้าดีหรือไม่”

 

“เอ๋!?”

 

“งานในบ้านนอกเช่นนั้นจะไปสลักสำคัญอะไร ให้เจ้าเด็กนั้นจัดการก็พอ หากโรเบิร์ตสืบทอดตำแหน่งเจ้าถือครองที่ดิน เจ้าก็เป็นอิสระแล้วนี่? ดังนั้น เจ้ามาอยู่กับข้า ช่วยงานข้าย่อมมีความสุขกว่าเป็นไหน ๆ เพื่อตัวเจ้าเองด้วย เจ้าว่าอย่างไร”

 

ท่านตายิ้มแย้มและช้อนมือของผมขึ้นมากุมอย่างแผ่วเบา

 

“ข้าจะให้เจ้าสวมชุดสวย ๆ ทุกวัน ทานของอร่อยทุกวัน เจ้ามาอยู่ข้างกายข้าตลอดไปเป็นอย่างไร นกน้อยที่น่ารักของข้า เจ้าควรอยู่ที่นี่ตลอดไป”

 

“ท่านตา......”

 

“อยู่ห่างจากพ่อแม่เจ้าจะเหงาหรือ นั่นสินะ......อืม หากเจ้าคิดถึงーーลีร่า นาน ๆ ทีจะกลับไปเยี่ยมก็ได้ ข้าจะยอมให้ แต่เจ้าต้องกลับมาทันทีนะ ไม่งั้นข้าคงคิดถึงเจ้าแย่”

 

ท่านตาเผยยิ้ม เขาสางผมหน้าม้าของผมแล้วลูบที่ข้างแก้ม

 

ทำไมจู่ ๆ ......ถึงได้บอกโดยไม่ส่งข่าวมาก่อนแบบนี้

 

 

คงไม่ใช่ว่าเลียนーーーーในช่วงท้ายของเนื้อเรื่อง ถูกตัดสินให้อยู่กับท่านตาที่นี่หรอกนะ......?

 

 

หากเป็นแบบนั้นจริง เลียนคง......ใช้ชีวิตได้โดยไม่ต้องทำงาน

แทนที่จะไปเมืองหลวง ใช้ชีวิตอยู่กับท่านตาน่าจะสุขสบายที่สุด

 

หากเลียนเลือกเส้นทางที่จะเป็น ‘นกตัวน้อย’ ของท่านตา ถูกจับใส่กรงขังสวย ๆ มีเครื่องประดับที่งดงาม และได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีーー

 

หลังจากจบการศึกษาーーตัวตนของเลียนในหมู่บ้านก็แทบจะไม่ปรากฏให้เห็น

 

ทว่า ถึงจะบอกว่าแทบจะไม่ปรากฏให้เห็น แต่ก็ไม่ถึงกับไม่พบเจออีกเลยซะทีเดียว

อยู่ในระดับที่เมื่อเวลาผ่านไปจนเกือบจะลืม เลียนก็จะบังเอิญปรากฏตัวออกมา

 

หากเลียนไปเมืองหลวง ย่อมต้องติดภาระงานที่นั่น คงกลับมายังหมู่บ้านที่ห่างไกลเช่นนี้ตามใจชอบไม่ได้ พอลองคิด ๆ ดูแล้ว ไม่มีทางที่เลียนจะเดินทางไปเมืองหลวงหลังจบการศึกษาแม้แต่น้อย ประการแรก ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน

ทุกครั้งที่เลียนปรากฏตัวออกมา เขาไม่ได้เข้าจู่โจมตัวเอกอย่างรุนแรงเหมือนเช่นเคย ออกจะทำเพียงกล่าวคำน่ารังเกียจเล็กน้อย ท่าทางดูสงบเสงี่ยมลงมาก

แม้ตอนเล่นเกมผมจะคิดว่า อา เพราะแพ้ตัวเอกจึงไม่อาจกลับมายืนหยัดอีกครั้งได้ ความเย่อหยิ่งนั้นจึงแห้งเหือดไปเยอะก็ตามーー

 

แต่คงไม่ใช่ว่า......เลียนไปอยู่กับท่านตาที่เมืองข้าง ๆ จริง ๆ และเพียงกลับมาเยี่ยมที่นี่ตอนคิดถึงแม่หรอกนะ......?

 

......ไม่สิ

นี่เป็นแค่ความคิดของผมเท่านั้น เป็นเพียงการคาดเดา เรื่องราวเบื้องหลังที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้

 

อีกอย่างคนเขียนบทอาจไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้นก็ได้ ไม่สิ ไม่คิดแน่ ๆ

เพราะเลียนตายตั้งแต่ตอนต้นเรื่อง ตัวตนเขาไม่ต่างอะไรจากฝูงชน เป็นเพียงคู่แข่งที่มีบทบาทเล็กน้อยเท่านั้น

 

ไม่มีใครรู้ความจริง

เลียนทั้งอาจจะไปอยู่และอาจจะไม่ไปอยู่ก็ได้

 

หรือต่อให้ไปอยู่จริงก็ตาม

 

ผมน่ะーー

 

“......ท่านตา”

“ว่าไง นกน้อยของข้า”

“เป็นข้อเสนอที่น่ายินดีและน่าหลงใหลมากขอรับ......แต่ข้า......ข้าชอบหมู่บ้านแห่งนั้นมาก ที่นั่นทั้งเงียบสงบ ธรรมชาติก็สวย ที่แห่งนั้นมีทั้งสิ่งที่ข้าทำได้และสิ่งที่ที่ต้องเป็นหมู่บ้านนั้นเท่านั้นจึงจะทำได้ขอรับ ดังนั้น ข้า......อยากทำงานเป็นผู้ช่วยเจ้าผู้ถือครองที่ดินต่อไปขอรับ”

“เลียน......”

 

ท่านตาเบิกตากว้างและใช้สายตาไม่อยากเชื่อมองผม

 

 

เพราะมีแค่ผมที่ทำได้

และมีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น

 

 

ーーที่รู้อนาคตของหมู่บ้าน ที่จะช่วยผู้คนในหมู่บ้านได้

 

 

“ขออภัยขอรับ ท่านตา แต่ข้าชอบท่านตามาก นาน ๆ ทีขอแวะมาเยี่ยมได้หรือไม่ขอรับ”

 

......ผมไม่ได้เกลียดคนคนนี้

แม้จะเป็นท่านตาที่รักลูกสาวคนเล็กกับหลานมากเกินไปหน่อย ไม่สิ มากเลยล่ะ แต่ก็เป็นผู้นำตระกูลที่สงบเยือกเย็นและรอบคอบ ถึงจะมีส่วนที่หัวรุนแรงทว่านั่นย่อมมีที่มาที่ไป

ดังนั้น ผู้คนมากมายจึงยังเคารพยำเกรงเขา แม้จะปลดเกษียณจากตำแหน่งเดิมแล้ว แต่ก็ยังมีคนจำนวนมากเดินทางมาร่วมงานฉลองวันเกิด

 

“โอ้ โอ้ ได้สิ ย่อมได้ มาได้ทุกเมื่อเลยเจ้านกน้อยของข้า แต่หากเปลี่ยนใจเมื่อไร ก็มาอยู่กับข้าได้ตลอด”

“ขอรับ ขอบคุณมากขอรับ ท่านตา”

 

ผมถูกกอดเต็มรักทั้งยังถูกหอมแก้ม ท่านตาลูบทั้งบ่า แผ่นหลัง รวมไปถึงใต้คางของผม ผมอดกลั้นความรู้สึกที่อยากจะสลัดชายชราผู้นี้ออกไป

คาบเกี่ยวระหว่างการลวนลามโต้ง ๆ เลย!! ไม่สิ หรือนี่คือการลวนลาม!

 

......จะว่ารักญาติมากเกินไปหรือดื้อรั้นดี ว่าไงดีล่ะ......หรือเพราะเป็นสายเลือดเดียวกันอย่างนั้นเหรอ

 

เหนื่อยจัง

ผมเพลียแล้วจริง ๆ

แต่งานเลี้ยงยังไม่เริ่มเลยนี่นา พับผ่าสิ หมดคำจะพูดแล้ว

ผมจะไหวแน่เหรอ......?

 

ไม่สิ ต้องไหว เป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอ เข้มแข็งหน่อย อดทนอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงเอง

 

 

 

ครู่ต่อมา หัวหน้าพ่อหน้าใบหน้าเปื้อนยิ้มผู้นั้นก็เข้ามาเพื่อเรียกท่านตาออกไป

ดูเหมือนท่านตาต้องไปทักทายบรรดาเชื้อพระวงศ์ที่เดินทางมาก่อนที่งานเลี้ยงจะเริ่ม ท่านตาแสดงสีหน้ารำคาญใจแล้วบ่นกระปอดกระแปดกับผม

 

ก่อนจะจากไปพร้อมหัวหน้าพ่อบ้าน ท่านตาเหลียวหลังกลับมามองผมด้วยใบหน้าเศร้าสร้อยอยู่หลายครั้ง ผมยิ้มและโบกมือส่งเขา

 

 

 

......ให้ตายสิ

 

ถึงจะเหนื่อยจากความเครียดและความตื่นเต้น แต่ก็ผ่านช่วงการพบหน้ากับท่านตามาได้แล้ว

ผมออกจากห้องทำงานมาพร้อมกับความรู้สึกเหนื่อยล้าและโล่งใจ

 

“......เอ๊ะ?”

 

ที่หน้าประตูบริเวณทางเดิน อัลเฟรดไม่อยู่แล้ว

 

พอสบตากับทหารยาม เขาก็บุ้ยหน้าไปที่ปลายสุดของทางเดิน

 

เมื่อมองตามสายตาไป ผมก็พบร่างของคนที่กำลังตามหาทันที......ยอมบอกให้อย่างใจดีเลยแฮะ ท่าทางจะเป็นคนดีกว่าที่คิด ถึงหน้าตาจะน่ากลัวก็เถอะ

 

เมื่อเดินไปที่ปลายสุดของทางเดินแล้วเลี้ยวตรงหัวมุมก็พบเจ้าของเส้นผมสีบลอนด์ยืนเอาหลังพิงกับกำแพงอยู่

ทั้งที่บอกให้ไปรอที่ห้อง แต่ท่าทางจะรออยู่ตลอด

 

ในขณะที่กำลังจะถามว่าทำไมถึงย้ายมาอยู่ตรงนี้ーーผมก็ฉุกคิดขึ้นมาได้

ถึงจะเป็นคนที่ไม่สนใจสายตาคนอื่นอย่างเจ้านี่ก็ตาม แต่การยืนรอโดยมีทหารยามจ้องตาเขม็งก็คงสงบใจไม่ได้ง่าย ๆ

 

พอผมจะเดินเข้าไปหาก็เพิ่งรู้สึกตัวว่าข้างกายอัลเฟรดยังมีคนอยู่อีกผู้หนึ่ง

จากมุมของผม เงาของอัลเฟรดบดบังร่างนั้นพอดิบพอดีจึงไม่ทันสังเกตเห็นในทีแรก

 

“......เอ๊ะ?”

 

สมองหยุดประมวลผลไปชั่วขณะ

 

อะไรกัน ที่ข้างกายอัลเฟรดーーมีหญิงสาวเส้นผมสีเงินหยักศกสง่างามーーรูสยืนอยู่ตรงนั้น

 

ท่าทางที่กำลังพูดคุยกันอย่างจริงจังของทั้งสองคนทำให้ผมปั่นป่วนขึ้นมาเล็กน้อย

 

 

ฮ...เฮ้ยยยยยยยยยย!!?

 

 

ทำไมรูสมาอยู่ที่นี่!?

 

ตั้งแต่เมื่อไรーー

 

 

“ーーอัลเฟรด!”

 

เมื่อผมเรียก ดวงตาสีฟ้าสดใสก็หันมาทางผมแล้วเผยยิ้ม อัลเฟรดขยับตัวที่พิงกำแพงอยู่แล้วเดินมาหาผม

 

“เลียน”

“เอ๊ะ โกหกน่า เลียน...จัง?”

 

ผมรีบเข้าไปดึงแขนอัลเฟรดแล้วเผชิญหน้ากับรูส

 

“......ทำไมรูสถึงอยู่ที่นี่”

 

“ย...อยู่ไม่ได้หรือไง!? ข้ากำลังจะไปอวยพรท่านตาน่ะสิ! อีกอย่าง นี่มันอะไร สภาพแบบนั้น! เจ้ามาแต่งตัวเลียนแบบเด็กผู้หญิงทำไม!? จะอ้วก!”

 

ถูกเยาะเย้ยจริง ๆ ด้วย

เพราะพอรู้อยู่แล้วว่าต้องพูดแบบนี้ ผมจึงไม่เสียศูนย์เท่าไรนัก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไรเลย เพียงแค่ไม่ถึงกับทนไม่ได้ ขอโทษที่ทำให้จะอ้วกนะ! ฉันก็อยากจะถอดเหมือนกัน!! แต่ถ้าเปลี่ยนชุด พนันได้เลยว่าถูกท่านตาต้องฉุนขาดแน่

 

“ชุดนี้ท่านตาสั่งให้ข้าใส่ーーแค่ก เตรียมไว้ให้”

“อะ ท...ท่านตาน่ะหรือ......!? ทำไม......ทำไม ทุกทีเลย ทุกทีต้องเป็นเลียนจังตลอด.......! ข้าไม่เห็นจะได้ชุดเดรสเป็นของขวัญบ้างเลย! ขี้โกง!”

 

“ถ...ถึงจะบอกว่าขี้โกงก็เถอะ......”

 

“ทำไม! ข้าสวยกว่าเลียนจังตั้งเยอะ ทั้งยังข้าเป็นผู้หญิง! ข้าเองก็มีส่วนคล้ายท่านน้าลีร่าเหมือนกัน! แต่ทำไมท่านตาถึงเอาแต่เอ็นดูเจ้า!? เจ้าต้องยกสิ่งนี้ให้ข้า!”

 

รูสเข้าไปควงแขนอีกข้างของอัลเฟรด

 

เมื่อเห็นดังนั้น ลมหายใจผมขาดห้วง หัวใจหยุดเต้น ในหัวเดี๋ยวเปลี่ยนเป็นแดงเดี๋ยวเปลี่ยนเป็นขาวไปในเสี้ยววินาที

 

 

“อย่าจับ!”

 

 

กว่าจะทันรู้ตัว ผมก็ปัดมือรูสออกไปเสียแล้ว

 

 

เบื้องหน้าผม มีรูสกับอัลเฟรดที่เบิกตากว้างทั้งคู่

ผมที่ไม่เข้าใจการกระทำของตัวเองชะงักงันและตัวแข็งทื่อก่อนจะเริ่มสับสน

 

เมื่อกี้ผมทำอะไร

 

รูสที่ได้สติกลับมาก่อนใครใบหน้าแดงก่ำและขมวดคิ้ว

 

“จ...ใจร้าย! ตีมือเด็กผู้หญิงได้ยังไง! เลวที่สุด! เจ้ายังจะเป็นผู้คุ้มกันให้คนต่ำช้าเช่นนี้หรือ! เจ้าก็ไม่ชอบใช่หรือไม่ เจ้าคนที่ทำอะไรรุนแรงตามอำเภอใจเช่นนี้! เลิกเถอะ แล้วมาอยู่กับข้า ข้าจะไม่ใจร้ายกับเจ้าแน่”

 

ผมโต้ตอบข้อถูกกล่าวหาไม่ได้ ทั้งยังมองหน้าอัลเฟรดที่อยู่ในอาการตกใจไม่ได้ด้วย จึงทำได้เพียงก้มหน้า

 

......จริงอย่างที่รูสพูด

ผมมันต่ำช้า ทำอะไรตามใจ

 

ใช่ーーผมเลวทราม เอาแต่ใจ และเป็นจอมโกหก

 

จะลืมเรื่องนั้นไม่ได้เด็ดขาด

ดังนั้นーー

 

ผมไม่มีーーสิทธิไปตัดสินใจอะไรแทนอัลเฟรดแม้แต่น้อย

 

ทั้งผมยังตีมือรูสーーมือเด็กผู้หญิงไปอีก

แม้แต่ตัวเองยังคิดว่าไม่ได้ความ ถ้าคุณตาผมยังอยู่ ผมคงถูกเขกหัวไปแล้ว

 

เกิดอะไรขึ้น นี่ผมยังไหวหรือเปล่า ตั้งสติหน่อย เป็นอะไรไป ก็พอรู้ว่าเพลียแต่ใจเย็น ๆ ทำหัวให้เย็นเข้าไว้

 

ผมปล่อยมือที่กุมแขนอัลเฟรดอยู่เมื่อครู่

นิ้วยังแข็งอยู่เล็กน้อย ถึงจะเป็นมือของตัวเองแต่กลับขยับไม่ได้ดั่งใจ กว่าจะปล่อยได้เล่นเอาลำบากแทบแย่

 

“เลียน?”

“......ขอโทษ อัลเฟรด เจ้าตัดสินใจเองเถอะ ถ้าอยากเลิกก็เลิก ถ้าอยากไปอยู่กับรูสก็ไปเถอะ เลือกทางที่เจ้าสบายใจ”

“เลียน”

 

เพราะถูกพูดใส่ด้วยน้ำเสียงเชิงตำหนิ ผมจึงเผลอห่อไหล่

โกรธแล้ว ทั้งยัง......ท่าทางเอือมระอา ผมเผลอทำเรื่องเด็ก ๆ ไปหรือไง

 

“......รูสด้วย ขอโทษ เมื่อกี้ข้าผิดเอง ขอโทษ”

 

“เอ๊ะ? น......เอ๊ะ!? ช...ช...ใช่! ล...เลียนจังนั่นแหละผิด!”

 

“อืม ถูกของเจ้า ข้าขอโทษ”

 

 

เสียงระฆังที่ราวกับเสียงดนตรีดังขึ้นที่บริเวณทางเดิน

 

สัญญาณถึงบรรดาแขกที่มาร่วมงาน บ่งบอกว่างานเลี้ยงฉลองกำลังจะเริ่มให้มารวมตัวกันได้แล้ว

 

“......ถึงเวลาแล้วสินะ พวกเราไปที่งานกันเถอะ”

 

“เอ๊ะ? อืม......”

 

รูสไม่มีท่าทางพูดจาเสียดสีอย่างประหลาด เธอมองผมราวกับต้องการจะพูดอะไร

อัลเฟรดเองก็มองราวกับมีทั้งเรื่องที่อยากพูดและเรื่องที่อยากถามเช่นกัน

 

“เร็วเข้า ทุกคนรออยู่นะ”

 

ผมไม่อยากพูดอะไรไปมากกว่านี้ จึงตัดบทด้วยรอยยิ้มลวงโลกเหมือนทุกทีแล้วเริ่มก้าวเท้าเดินนำไปก่อน

 

 

 

 

 

ณ โถงกว้างบริเวณทางเข้าไปยังงานเลี้ยงฉลอง บรรดาแขกมากหน้าหลายตามารวมตัวกันจนบรรยากาศคล้ายทางเข้างานอีเว้นท์

 

ทุกคนล้วนสวมชุดพิธีการสีดำและเดรสที่ประดับตกแต่งอย่างงดงาม

 

ในบรรดานั้น มีคนใช้หน้ากากปิดบังที่ใบหน้าและดวงตาเป็นเครื่องประดับอยู่ด้วย

อาจเป็นกลุ่มคนที่ไม่ต้องการให้ใครเห็นหน้า ทว่าถึงจะติดใจแต่ก็ไปถามหาคำตอบไม่ได้อยู่ดี บางอย่างรู้ไปก็อาจเป็นภัยต่อตนเอง

โรเวนดาลเคยยกนิ้วชี้ทาบริมฝีปากแล้วบอกผมว่าการไปสืบประวัติเหล่าคนสวมหน้ากากนั้นเป็นการกระทำที่อันตรายและโง่เขลา ดังนั้นห้ามทำเป็นอันขาดขอรับ

 

เสียงดนตรีบรรเลงดังขึ้น หูแว่วทั้งเสียงพูดคุยและหัวเราะอย่างสนุกสนานของผู้คน

 

ราวกับถูกกลืนเข้ามาในหนังอย่างไรอย่างนั้น

 

 

บริเวณทางเข้างาน พ่อแม่และพี่ชายของรูส รวมถึงพ่อแม่และพี่ชายของเลียนกำลังพูดคุยกับคนรู้จักและบรรดาแขกในงานระหว่างรอพวกผม ผมจึงรีบเข้าไปสมทบ

 

และーーก็ถูกทุกสายตาจับจ้อง

กระทั่งคนที่อยู่ไม่ไกลมาก

ไม่ชอบเลย ผมทนสายตาพวกนี้ไม่ได้ อยากกลับบ้าน

 

“......นี่เป็นชุดที่ท่านตาเตรียมให้ขอรับ ข้าเตรียมชุดมาเองแล้วแต่ท่านตาบอกว่าไม่ว่ายังไงก็อยากให้ใส่ ข้าจึงสวมมา”

 

ผมจงใจพวกเสียงดังขึ้นเล็กน้อยและเน้นย้ำตรง ‘ท่านตา’ มากเป็นพิเศษ

ยังไงก็ต้องประกาศแจ้งให้รู้ว่านี่ไม่ใช่รสนิยมของผม

 

พี่ชายของรูสเดินขึ้นหน้ามา เส้นผมสีน้ำตาลออกดำถูกรวบไว้หลวม ๆ ที่หลังคอ เขาเจาะหูสองข้าง หางตาตกลงมาเล็กน้อย ดวงตาสีฟ้าอ่อนนั้นให้ความรู้สึกเหมือนคุณชายเจ้าสำราญ เขาช้อนมือขวาของผมขึ้นーーและจูบลงที่หลังมือ

 

“เลียนคุง จำไม่ได้เลย......เจ้าช่างราวกับเจ้าชายแห่งอาณาจักรอันเป็นที่สิงสถิตของศักดิ์สิทธิ์”

 

ว้ากกกกกก!!?

ทำอะไรเจ้าบ้า!! ขยะแขยง!! อยากสะบัดมือ!! ขนลุก! ผมสะบัดมือเขาได้ไหม

 

ในขณะที่อดทนไม่ไหวและคิดจะสะบัดมือ อัลเฟรดเป็นฝ่ายดึงมือผมกลับมาก่อน

 

“......ข...ขอบคุณ”

 

อัลเฟรดพยักหน้าและดึงผมไปด้านหลังเพื่อเว้นระยะห่างกับพี่ชายของรูส

 

“โอ้ เยี่ยม เจ้าคนคุ้มกัน! ทำได้ไม่เลวーーเฮ้ย ดีเล็ต! อย่ามาแตะต้องเลียนของข้าตามใจชอบ สกปรก!”

 

“ไม่อยากถูกคนอย่างเจ้าพูดใส่หรอกนะ โรเบิร์ต!”

 

เขม็งกันอยู่......พวกพี่ชายกำลังทะเลาะกันอยู่

 

ทุกท่าน......ปรองดองกันไว้เยอะ ญาติกันทั้งนั้น......ให้ตายสิ เหนื่อยชะมัด......

 

 

เมื่อมากันครบแล้ว ทุกคนจึงเดินเข้าไปในงานพร้อมกัน

แม้จิตใจจะยังอึมครึม แต่ผมก็เดินตามหลังพวกเขาไป

อัลเฟรดปลดดาบใหญ่ที่ด้านหลังลงーーไม่สิ ถูกบังคับให้ปลดออก

 

ภายในห้องโถงงานเลี้ยงกว้างขวางเป็นประกายราวกับอยู่ในปราสาทยุโรป แชนเดอเรียบนเพดานส่องสว่างจนแสบตา

 

เหล่าคนที่ชื่อเสียงมารวมตัวกันมากมาย......นี่มันต่างจากโลกของผมอย่างสิ้นเชิง......ปวดท้อง

 

“เฮ้ย คนคุ้มกัน เจ้าไปยืนสังเกตการณ์ที่ริมห้องโน้น”

 

พี่ชายเดินไปใกล้แล้วตบบ่าอัลเฟรดพลางชี้ไปทางริมห้องโถง

 

“ท่านพี่ขอรับ คือเขา...”

 

“เลียน......ถึงจะเป็นคนคุ้มกันข้างกายแต่จะพาเขาเดินไปเดินมาในนี้ไม่ได้ ทั้งวุ่นวาย ทั้งไร้รสนิยม”

 

เมื่อถูกพูดแบบนั้นผมก็หันไปมองรอบ ๆ

จริงอย่างที่คุณพี่ชายพูด

เหล่าคนคุ้มกันติดอาวุธล้วนยืนอยู่ที่ริมห้องโถงกันทั้งนั้น

 

เมื่อเงยหน้ามองอัลเฟรด เขาก็ยิ้มให้ผมแล้วชี้นิ้วหัวมือไปทางริมห้อง

ราวกับจะบอกว่า ข้าจะไปอยู่ตรงนั้น

 

“อัลเฟรด”

“ไม่เป็นไร ข้าจะมองเจ้าอยู่ตลอด”

 

พูดจบเขาก็โบกมือแล้วเดินจากไป

 

ผมยังมีเรื่องอยากจะพูด ทว่าสุภาพสตรีข้าง ๆ เข้ามาชวนคุยเสียก่อนจึงไม่ได้พูดออกไป

 

 

 

ผู้คนมากมายเข้ามาคุยกับผมจนผมไม่รับรู้แล้วว่าเขากำลังพูดเรื่องอะไรกันบ้าง

คนเยอะเกินไปแล้ว

 

ท่าทางเมามายด้วย......รู้สึกไม่ดีเลย

 

“......ท่านที่อยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ท่านเลียนหรือขอรับ”

“ขอรับ?”

 

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคยผมก็หันกลับไปก่อนจะพบอัศวินสองคนในชุดเครื่องแบบสวมผ้าคลุมสีน้ำเงินยืนอยู่

เพียงแค่เห็นหน้า หัวใจผมก็ราวกับถูกเคาะอย่างแรง

จำได้แล้ว

 

“อะ!”

 

หัวหน้าหน่วยแว่นกับรองหัวหน้าหน่วยหน้าตาอิดโรยคนนั้น!

 

ผมรีบตะครุบปากตัวเองที่เกือบหลุดพูดออกไป

 

“ท่านก็มาเหมือนกันหรือขอรับ! ตอนนั้นรบกวนไว้มากเลย......”

 

“ไม่ขอรับ ทางข้าก็เช่นกัน”

 

“รบกวนสิขอรับ! ว้าวว~......ท่านเลียน อย่างกับเจ้าชายเลย!”

 

“......อา......นี่หรือ......? ท่านตาสั่งให้ข้าใส่......ถึงข้าจะอยากถอดทั้งหมดตอนนี้ก็เถอะแต่คงได้ถูกโกรธแน่ ๆ ......”

 

“ถอด...ทั้งหมด...ตอนนี้......!”

 

อัศวินหน้าตาอิดโรยคนนั้นหน้าแดงขึ้นมา อะไรกัน

 

“ท่านเลียน อย่าไปพูดอะไรกระตุ้นคนหนุ่มบริสุทธิ์สิขอรับ”

 

เอ๊ะ ผมพูดอะไรเหรอ

 

ผมว่าผมไม่ได้พูดอะไรกระตุ้นเขาเลยนะ

เทียบกันแล้ว เหล่าหญิงสาวรอบตัวเหมาะจะเรียกว่ากระตุ้นมากกว่าเสียอีก มีหลายคนสวมเดรสเปิดหลัง ทั้งยังสวมเกาะอดที่โชว์ส่วนเว้าโค้ง

 

“อา จริงสิ อัศวินที่ส่งมาประจำการเป็นอย่างไรบ้างขอรับ ทำงานกันดีหรือไม่”

 

“ขอรับ ทำงานได้ดีเลย ทุกคนขยันขันแข็งมาก......วันก่อนก็เพิ่งไปช่วยไล่ต้อนฝูงวัวที่หลุดออกจากฟาร์มปศุสัตว์ ชาวบ้านดีใจกันใหญ่เลยขอรับ”

 

“ฝูงวัว......หึหึ อา ขออภัย ยินดีขอรับ ขอเพียงทำประโยชน์ได้ก็ดีมากแล้ว เชิญเคี่ยวกรำได้เลยขอรับ มีแต่พวกแรงดีกันทั้งนั้น”

 

“ขอรับ ขอบคุณมาก วันนี้เหล่าอัศวินมากันเยอะหรือขอรับ”

 

“นั่นสินะ......หัวหน้าหน่วย รองหัวหน้าหน่วย คนที่ว่างอยู่ ใครมาได้ก็มาน่ะขอรับ เรียกให้ถูกก็คือบังคับมาขอรับ ตระกูลขุนนางไวโอเล็ตเป็นผู้หนุนหลังของกองทัพ การรักษาสภาพอารมณ์ของผู้สนับสนุนก็เป็นงานหลักงานหนึ่งของเราน่ะขอรับーー”

 

“ร...รุ่น รุ่น รุ่นพี่!! ชู่ー! ค...คำพูด! ระวังคำพูดหน่อยขอรับ!!”

 

“พูดอะไรอย่างนั้น ก็เรื่องจริงไม่ใช่หรือไง”

 

“ถ...ถึงอย่างนั้น! ก็มีวิธีพูดที่ดีกว่านี้น่ะขอรับ!”

 

 

“นั่นไง ตรงนั้นก็ด้วยーー”

 

หัวหน้าหน่วยแว่นพุ่งสายตาไปที่ริมห้องโถง ผมจึงมองตามสายตาเขา

 

“อะ......”

 

ที่ริมห้องโถงมีอัศวินหัวล้านและอัศวินหน้าตาเจ้าเล่ห์กำลังพูดคุยกับอัลเฟรดอยู่

ข้างกันนั้น ไม่รู้ทำไมーー

 

ถึงมีรูสอยู่อีกแล้ว

 

ทำไมกันーー

 

“ーーท่านเลียน? สีหน้าไม่ดีเลยขอรับ เหนื่อยแล้วหรือ”

 

“ป...เปล่า ไม่มีอะไร......”

 

ใช่ นี่ไม่ใช่เรื่องที่ผมจะแทรกแซงได้

ทั้งหมดขึ้นอยู่กับอัลเฟรด

ทำตามใจเถอะ

เขามีสิทธิที่จะเลือก

ดังนั้น

ช่างมันเถอะ ผมเป็นคนให้สิทธิเลือกแก่เขาเอง เจ้านั่นควรมีสิทธิที่จะเลือกด้วยตัวเอง ดีแล้วล่ะ

 

ไม่รู้ทำไมคอถึงแห้งผากขึ้นมา เพราะมีคนรับใช้ถือถาดเงินที่วางแก้มแชมเปญเดินผ่านมาพอดี ผมจึงหยิบมาหนึ่งแก้วแล้วกระดกรวดเดียว

......คอผมร้อนผ่าว รสชาติดีอยู่หรอก แต่รู้สึกว่าแอลกอฮอล์จะมากเกินไปสำหรับแชมเปญ

 

“โว้ววว! ท่านเลียนคอแข็งกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีกขอรับ”

 

“เปล่า ข้าไม่......ช...ช่างเถอะ เข้าสังคมน่ะ......”

 

ร้อนท้อง แย่แล้ว ความรู้สึกไม่ดีพวยพุ่งขึ้นมา ดื่มแอลกอฮอล์ตอนท้องว่าง......ท่าจะแย่แฮะ

 

หัวหน้าหน่วยแว่นยกแชมเปญขึ้นดื่มขณะกวาดสายตาไปรอบงานเลี้ยงแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน

 

“จะว่าไป คนเยอะมากเลยขอรับ สมกับเป็นงานฉลองของอดีตผู้นำตระกูลไวโอเล็ต ท่านแอสทูท พวกเชื้อพระวงศ์ก็มากันเยอะน่าดู”

 

“งั้น...หรือขอรับ......”

 

ผมมองไปรอบ ๆ

ผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันจนแทบจะกลืนห้องโถงนี้ลงไป

 

ท่ามกลางคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่รู้ไปรวมตัวกันเมื่อไรมีพี่ชายของเลียนและพี่ชายของรูสกำลังถูกบรรดาหญิงสาวรายล้อม

อีกด้านหนึ่ง พ่อของเลียนกำลังคุยเรื่องงานกับกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง สีหน้านั้นกระตุกคล้ายเป็นตะคริว พยายามเข้า ท่านพ่อ

ห่างออกไปไม่ไกล แม่ของเลียนสนทนาด้วยท่าทางสนุกสนานกับสองสามีภรรยาพลางจิบน้ำสีอำพันพร้อมทานขนม

 

ผู้คนมากมายและเสียงพูดเจื้อยแจ้ว

 

เมื่อรวมกับดนตรีสดที่บรรเลงภายในงานก็ราวกับทั้งสองเป็นบทเพลงเนื้อเดียวกัน

 

ฉับพลัน ผมก็นึกถึงคำพูดของท่านเทพธิดาขึ้นมา

 

ทั้งที่สร้างเพื่อให้เหมือนในเกม แต่กลับไม่เป็นไปตามนั้น

 

มันแน่อยู่แล้ว

ไม่มีทางเหมือนได้หรอก

 

ผู้คนมากมายที่อยู่ตรงนี้ ล้วนแล้วแต่มีความคิดเป็นของตัวเอง มีปฏิสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน มีอิสระที่จะคิดและกระทำสิ่งต่าง ๆ

 

การจะเชิดความคิดของกลุ่มคนมากมายขนาดนี้ได้ ต่อให้เป็นท่านเทพธิดา หรือพระเจ้า ก็ไม่มีทางเป็นไปได้

มันต่างจากเรื่องราวในเกมที่ขีดเขียนขึ้นจากหัวใจของคนเขียนบทเพียงผู้เดียว

 

ในความเป็นจริง เรื่องราวดำเนินไปได้จากความคิดมากมายนับไม่ถ้วนที่ผูกเข้าด้วยกันและเชื่อมโยงกันอย่างซับซ้อน

 

บนเส้นทางที่ทุกความคิดเชื่อมโยงกัน ที่ปลายทางนั้นーー

 

ท่านเทพธิดากล่าวว่า มันช่างแสนเศร้า

 

 

สุดท้ายแล้วーーเรื่องราวเชื่อมโยงเข้ากับความคิดของใคร ถึงได้นำไปสู่จุดจบเช่นนั้นกันแน่......?

 

 

ความคิดของใครคนหนึ่งที่มีพลานุภาพーー

 

 

......อา ไม่ไหว

ไม่ว่าจะพยายามคิดเท่าไร ท้ายที่สุดก็มีเพียงเมฆหมอก จับอะไรไม่ได้เลย

รู้สึกภาพตรงหน้าแกว่งไปมา

ดื่มแอลกอฮอล์ตอนท้องว่างไม่ได้จริง ๆ ด้วย เดิมทีผมก็ไม่ใช่คนคอแข็งขนาดนั้นอยู่แล้วーー

 

 

ไหล่ของผมถูกสะกิดเบา ๆ

เมื่อหันกลับไปก็พบชายคนหนึ่งในชุดพิธีการยืนส่งยิ้มมาให้

 

“เป็นอะไรหรือไม่ขอรับ รู้สึกไม่ดีตรงไหนหรือ”

 

“ป...เปล่าーー”

 

ผมทรุดลงไปอย่างกะทันหันจึงรีบจับขอบโต๊ะไว้

 

“ท่านเลียน ไหวหรือไม่ขอรับ”

 

“ว้ากกก!? ท...ท่านเลียน!? ป...เป็น เป็น เป็นอะไรไหมขอรับ”

 

“แย่ล่ะสิ ปล่อยไว้เช่นนี้ไม่ได้ ข้าพาไปที่ห้องข้าดีหรือไม่ขอรับ”

 

“ไม่ ข้าไม่รบกวน......”

 

ทั้งที่บอกไปแล้วว่าไม่รบกวน ทว่าชายผู้นี้กลับวางมือบนแผ่นหลังของผม

 

 

“ーーเลียน”

 

เมื่อหันไปตามเสียงเรียกที่คุ้นเคย ก็พบกับอัลเฟรดที่ไม่รู้ว่ามาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร

 

“อัลเฟรด......? ทำไม......”

 

น่าจะยังพูดคุยกับรูสอยู่ที่ริมห้องนี่นา

 

“เป็นอะไรไป ไม่สบายหรือ”

 

แขนที่จับขอบโต๊ะไว้ถูกดึงออกผมจึงล้มพับไปทางอัลเฟรดอย่างว่าง่าย ไม่สิ อย่างโซซัดโซเซ

ผมพยักหน้าอย่างโล่งใจ ในกระเพาะรู้สึกแย่มาก ไม่น่าดื่มเลย

 

“เอายังไงต่อ กลับห้องหรือไม่”

 

ผมพยักหน้า

 

“กลับ......”

 

ไม่ว่าที่ไหนก็มีแต่ผู้คนส่งเสียงหนวกหู ทั้งยังมีคนเข้ามาชวนคุยอีกมากมายจนร่างกายอ่อนล้า ผมไม่อยากอยู่แล้ว

เจ้านี่ก็ยังไปพูดคุยท่าทางสนุกสนานกับคนอื่นนอกจากผมอีก อะไรกัน อยู่ที่ริมห้องคนเดียวเกิดเหงาขึ้นมาหรือไง โทษทีนะ ทั้งที่กำลังคิดว่าจะหาเครื่องดื่มกับขนมไปให้แท้ ๆ ให้ตายสิ

 

“กลับ...ห้อง”

 

“กลับ?”

 

“กลับ”

 

อยากกลับ ไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว ไม่เห็นจะสนุกเลยสักนิด เหนื่อยจะตายไป

 

“เข้าใจแล้ว”

 

ทำไมผมถึง รู้สึกถึงน้ำเสียงติดหัวเราะของเขา คิดไปเองเหรอ

 

ผมใช้แรงเฮือกสุดท้ายหันไปกล่าวลาหัวหน้าหน่วยแว่นกับรองหัวหน้าหน่วยหน้าตาอิดโรย

 

“ขออภัย ข้ารู้สึกไม่ค่อยดี ขอตัวกลับห้องก่อนขอรับ......”

 

“ข...ขอรับ หายไว ๆ”

 

“อ...โอ้ หายไว ๆ ขอรับ”

 

หัวหน้าหน่วยแว่นมองอัลเฟรดด้วยสีหน้าแปลกประหลาด ส่วนรองหัวหน้าหน้าตาอิดโรยก็หน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง

นี่ผมไปกดสวิตช์อะไรเขาเข้าอีกแล้วหรือไง ไม่รู้ด้วยแล้ว แต่จากที่หัวหน้าหน่วยแว่นพูดว่า เขาอ่อนไหวง่าย เป็นชายหนุ่มบริสุทธิ์ผู้อ่อนไหวง่ายอย่างนั้นเหรอ ผมไม่รู้

 

ผมถูกอัลเฟรดกึ่งกอดขณะพาออกจากงานเลี้ยง

 

 

 

 

เมื่อออกมาที่ทางเดิน ผู้คนบางคนจนราวกับเป็นเรื่องโกหก บรรยากาศเงียบสงบทั้งเย็นสบาย

ผมเผลอผ่อนแรงที่ขาจนล้มพับไปอีก

อัลเฟรดรีบประคองแขนผมขึ้นมา คงคิดว่าผมจะเป็นลมล้มไป

 

“นี่ ไหวหรือเปล่า”

 

“ไหว”

 

ทั้งที่บอกไปว่าไหว แต่อัลเฟรดกลับถอนหายใจเบา ๆ ด้วยสีหน้าเอือมระอา เขาสอดมือมาใต้แขนเพื่อประคองผม

 

จู่ ๆ ร่างกายก็ถูกยกสูงจนรู้สึกได้ว่าเท้าลอยขึ้นจากพื้นเล็กน้อย เป็นความรู้สึกนุ่มละมุ่นราวกับกำลังเดินอยู่ท่ามกลางความฝัน

อาจเพราะพรมปูพื้นนุ่มก็เป็นได้

 

ฝ่าเท้ารู้สึกนุ่มสบาย ทั้งอุณหภูมิจากคนข้าง ๆ ก็ทำให้อบอุ่น

 

ผมรู้สึกดีขึ้นมาเล็กน้อย

 

 

 

หญิงสาวในชุดเดรสสามคนเดินผ่านพวกผมขณะพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน

 

“ーーเจ้า นั่นเรียกว่าตกหลุมรักไง!”

 

เสียงของเธอดังจนผมตกใจและหันกลับไปมอง สาวสองกำลังพูดคุยขณะขนาบข้างหญิงสาวอีกคน

หญิงสาวผู้นั้นใบหน้าขึ้นสี เธอเงยหน้ามองหญิงสาวอีกสองคนด้วยอาการสั่นไหว

 

เด็กสาวหน้าแดงเอียงคอน้อย ๆ กล่าวว่า จะเป็นเช่นนั้นหรือ เด็กสาวคนหนึ่งพูดอย่างมั่นใจว่า ใช่ จากนั้นเด็กสาวอีกคนจึงพูดด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อนว่า เจ้าเอาแต่เหม่อจึงไม่ทันรู้ตัวยังไงล่ะ บทสนทนาของพวกเธอลอยเข้ามาในหูของผม

 

 

“ーーเลียน? มีอะไรหรือ”

 

“เอ๊ะ? อะ เปล่า......”

 

“จะไม่มีได้ยังไง เจ้าดูใจลอยนะ”

 

“ข้า......เปล่าーー”

 

ในช่วงที่ผมแข็งค้างไป เรี่ยวแรงก็เหือดหายจนร่างกายเซเข้าหาอีกฝ่าย

อีกฝ่ายที่ถูกผมชนเข้าเต็ม ๆ แต่กลับไม่สะทกสะท้านทำให้ผมเกิดหงุดหงิดขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ดีใจที่เลี้ยงดูเขาจนแข็งแรงขนาดนี้ได้ ทว่า......ไม่สบอารมณ์จริง ๆ นั่นแหละ

นายตัวโตเกินไปแล้วนะ แบ่งมาให้ฉันบ้างเลย

 

แก้มผมชนเข้ากับแผ่นอกอีกฝ่ายพอดี ได้กลิ่นหอมแดดจาง ๆ

มือที่ประคองผมอยู่ก็อุ่นมาก

 

เพราะทุกคนต่างอยู่ในงานเลี้ยง ที่นี่จึงมีเพียงอัลเฟรดเท่านั้น

 

 

แค่ผมกับอัลเฟรด

 

 

พอรู้สึกตัวถึงเรื่องนี้ ผมก็ผ่อนร่างกายที่เกร็งจากความตึงเครียดーーและถอนหายใจอย่างเบาใจ

 

----------------------------

เรื่องแจ้ง

1. ตอนนี้งานเยอะมากเลยค่ะ จะทำไม่ทันแล้วฮือ ถ้าลงช้าไปบ้างก็ขออภัยไว้ล่วงหน้าเลยนะคะT T

2. สืบเนื่องจากข้อ 1 จากนี้อาจเปลี่ยนการอัพเป็นตัดมาเป็นช่วง ๆ แทนการลงตอนเต็มทีเดียวแบบปกติค่ะ เช่น หนึ่งตอนอาจแบ่งลงสามครั้ง เพราะแปลไม่ทันจริง ๆ แต่ก็ไม่อยากดองนานด้วย เลยว่าจะเปลี่ยนมาทยอยลงแทน ทั้งนี้ ไม่มีกำหนดการอะไรแน่นอนเลย ถ้าแปลทันก็อัพเต็ม ถ้าไม่ทันก็จะแบ่งนะคะ

สุดท้ายก็ดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะ ไวรัสก็แย่ เศรษฐกิจก็แย่ แล้วก็ขอส่งกำลังใจให้คนเชียงใหม่ทุกคนด้วยนะคะ ไฟป่าแย่มากจริง ๆ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 429 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,643 ความคิดเห็น

  1. #1616 pam005 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 01:15
    บรรยายซะเข้าใจความรู้สึกน้องเลยอะ มันอ่านไปแล้วแล้วคลื่นใส้ไป ในครอบครัวก็มีแต่คนอยากจะลวนลามน้องทั้งพี่ชายทั้งตา ในโลกภายนอกยังมีคนอยากจะลวนลามน้องอีกมากมาย เกือบจะโดนข่มขืนมาอีก ไหนจะต้องมาเจอสังคมที่คนใส่หน้ากากเข้าหากัน ต้องมาเจอนังเด็กผู้หญิงปากร้ายที่เอาแต่พูดจาถากถางนั้นอีก จะอ้วก
    #1,616
    0
  2. #1148 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 02:11
    น้องคือแบบเป็นแอตลาสมากแบกอยู่คนเดียวเลยอ่ะ
    #1,148
    0
  3. #968 คนหลับมืออาชีพ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 21:59
    คิดมากไปเเล้วนะ ขี้กังวลจริงเลียน ถ้าชั้นเป็นนายนะ ชั้นจะต้องสยองมากเเน่ๆเลย ทำไมเกิดเป็นผู้ชายเเล้วต้องนะด้วงขนาดนี้ด้วยวะเนี่ย
    #968
    0
  4. #964 Notty Kero (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 14:33
    ไรท์ก็เช่นกันนะคะ
    เลียนเหมือนต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวอ่ะเนอะ
    #964
    0
  5. #963 Winterrin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 13:33
    รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    #963
    0
  6. #954 eyeyafa (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 11:52
    ไรท์สู้ๆ
    #954
    0
  7. #952 hongyok025 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 07:23
    สู้ๆนะไรท์ เรารอได้ไม่ต้องรีบหรอก รักษาสุขภาพนะคะ เราว่ารูสก็อยากเป็นเพื่อนกับน้องนะ แค่ไม่เก่งเอง ก็เด็กๆอะ
    #952
    0
  8. #950 Satu_etipiso (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 02:01
    คุณไรท์ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ รักรัก
    #950
    0
  9. #949 mumuninnin (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 01:04
    ไรท์สู้ๆค้าบบบบบ ผมรอได้ ไม่ต้องห่วงเล๊ยยยย
    #949
    0
  10. #948 ยังดำเเล้วไงกรูสวย (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 00:45
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #948
    0
  11. #947 avasadness (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 22:22
    รอค่าาา เข้าแอปมาเช็คทุกวันเลยยยย
    #947
    0
  12. #946 fai22149 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 20:59
    หึงล่ะสิเลียน
    #946
    0
  13. #945 Sk999 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 20:17
    สู้ๆน้าาาา
    #945
    0
  14. #944 MimiminMi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 20:12
    สู้ๆนะคะ
    #944
    0
  15. #943 10326 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 19:38
    ชั้นรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผีแอบล่องหนอยู่ข้างๆเค้าสองคนอะ อารมณ์แบบชั้นรู้ๆๆๆๆ แต่บอกใครไม่ได้ฮื่อออ น้องงงอย่าโทษตัวเอง เป็นคนที่ไม่คิดว่าตัวเองมีอะไรดีเลยทั้งๆที่แค่ความปราถนาดีของเลียน มันก็ทำให้คนๆนึงมีความสุขมากมายได้แล้วอะ
    #943
    0
  16. วันที่ 3 เมษายน 2563 / 19:26
    ไรท์กัมบัตเตเนะ!!!!
    #942
    0
  17. วันที่ 3 เมษายน 2563 / 19:26
    ไรท์กัมบัตเตเน่ะ!!!!
    #941
    0
  18. วันที่ 3 เมษายน 2563 / 19:26
    ไรท์กัมบัตเตเนะ!!!!
    #940
    0
  19. #939 Piloy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:55
    สู้ๆนะค้า แปลได้สนุกมากเลยค่ะ
    #939
    0
  20. #938 ไม่รู้ชื่อไรดี (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:42
    จะรอน้าาา
    #938
    0
  21. #937 nongning5657 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:42
    ไรท์สู้ๆนะคะ^^
    ส่วนอิตะเล้กของแม่~ นั้นเขาเรียกหึงจ่ะรู้ก อรั้ยยย
    #937
    0
  22. #936 CatZerOniNe (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:22
    เขาเรียกว่าหึงค่ะ น้อนนนน
    #936
    0
  23. #935 เด็กน้อยผมสั้น (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:20
    เป็น กลจ ให้ไรท์นะคพ
    #935
    0
  24. #934 nmspn (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 18:16
    น้องหึง น้องหึงแหละค่ะแง ตะเร้ก
    #934
    0