[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 28 : 24 งานเฉลิมฉลองของท่านตา (part 1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 552 ครั้ง
    29 มี.ค. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

24 งานเฉลิมฉลองของท่านตา (part 1)

 

ผมถอนหายใจขณะเหม่อมองทิวทัศน์นอกรถม้า

 

ตอนนี้ผมอยู่บนรถม้าและกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองข้าง ๆ พร้อมกับพ่อ แม่และพี่ชายของเลียนเพื่อไปร่วมงานฉลองวันเกิดอายุครบแปดสิบปีของท่านตา

 

ท่านตา หรือก็คือพ่อของแม่เลียน

หลังจากมอบตำแหน่งหัวเรือใหญ่ของตระกูลไวโอเล็ต ตระกูลขุนนางชั้นสามให้กับบุตรชาย เขาก็ย้ายตัวเองมาอาศัยอยู่ในคฤหาสน์แถบชานเมืองที่ห่างไกลจากเมืองหลวงและดื่มด่ำกับชีวิตอันสงบสุขหลังเกษียณ

 

แม่ของเลียนเป็นบุตรสาวลำดับที่ห้าของท่านตาซึ่งเป็นผู้นำตระกูลไวโอเล็ตในขณะนั้น

 

ไวโอเล็ต เป็นหนึ่งในห้าตระกูลขุนนางใหญ่ของเมืองหลวง ลูกหลานในตระกูลมีทั้งคนที่ได้เกี่ยวดองกับราชวงศ์และทำงานอยู่ในพระราชวังーーสรุปก็คือเป็นมหาเศรษฐีตัวจริงเสียงจริง

 

ดังนั้น สำหรับตระกูลโอเวน ท่านตาจึงไม่ใช่เพียงแค่ญาติ แต่เป็นขาที่ใหญ่และแข็งแกร่งที่สุด เป็นผู้หนุนหลังที่พึ่งพาได้

 

ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีการเรียกตัว ไม่ว่าจะมีพันธะมากมายขนาดไหนก็ต้องโยนทุกอย่างทิ้งแล้วรีบเสนอหน้า แค่ก รีบไปเป็นคนแรก

 

เอาเถอะ แม้อินดอร์ตัวอย่างอย่างผมที่เกลียดสถานที่ที่คนเยอะ ๆ จะทำได้เพียงฝืนทนแล้วไปร่วมงานเฉลิมฉลอง แต่อย่างน้อยก็คงได้ค่าขนมมาอื้อแน่ ๆ เพราะท่านตามักจะให้เงินค่าขนมกับลูกหลานที่มาให้เห็นหน้าเสมอ

นี่เป็นเรื่องเดียวที่ผมตั้งตารอ

 

ถึงจะเรียกว่าเงินค่าขนม แต่อย่าได้ดูหมิ่นเชียว

เงินค่าขนมของพวกคนรวยเนี่ยเยอะจนผวาขนาดที่ไม่สมควรเรียกว่าเงินค่าขนมด้วยซ้ำ

 

สำหรับแผนป้องกันหมู่บ้าน ไม่ว่ายังไงก็ต้องใช้เงิน ถึงจะพอเจียดเงินจากค่าอุปกรณ์กับแรงงานคนมาได้บ้างแต่ผมก็อยากมีเงินก้อนที่ใช้ได้เองตามใจอยู่ดี

 

อีกอย่าง เงินที่แบ่งส่วนจากค่าอุปกรณ์กับแรงงานคนจะเอามารวมกับงบการพัฒนาวิจัยของผมไม่ได้

ผมเล่าเรื่องการสร้างเครื่องป้องกันต่าง ๆ ให้โรเวนดาลไม่ได้ ทุกอย่างล้วนเป็นความลับสุดยอด

 

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงไม่มีเหตุผลที่จะเบี้ยวงานฉลอง

เพื่ออนาคต ผมจะกัดฟันทนช่วงเวลาสองสามวันนี้ให้ได้ตลอดรอดฝั่งให้ดู

อีกอย่างーー

 

คราวนี้ผมยังมี ‘เพื่อนร่วมทาง’ มาด้วย จึงไม่มีอาการปวดท้องจนน้ำตาเล็ดอย่างทุกที

 

 

ผมเบนสายตาออกไปนอกกระจกรถ ก่อนจะเห็นผู้คุ้มกันสองคนในเสื้อโค้ตสีดำสนิทกำลังควบม้าสีดำอยู่ที่ด้านหลังรถม้าคนละฝั่ง

 

ถึงจะบอกว่าเป็นรถม้า แต่ก็ไม่ใช่รถม้าคันเล็กที่นั่งได้สี่คนอย่างทุกที แต่เป็นรถม้าขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่แล้วรถม้าคันนี้จะใช้เมื่อออกไปไหนกันเป็นครอบครัวหรือตอนที่ผู้ใหญ่หลายคนออกไปทำธุระกันเท่านั้น บนหลังคาหน้ารถประดับตกแต่งด้วยหัวนกแกะสลักขนาดใหญ่ เบาะนั่งที่ทำจากเนื้อผ้ากำมะหยี่สามารถนั่งเบียด ๆ กันได้ถึงสิบสองคน

 

คนคุ้มกันรถม้ามีทั้งหมดสี่คน แยกประจำอยู่คนละมุม แบ่งเป็นหน้าสองหลังสอง

 

คนคุ้มกันที่อยู่เยื้องจากที่นั่งของผมไปด้านหลังเป็นーーเจ้าของเส้นผมสีบลอนด์ที่หาได้ยากในดินแดนแห่งนี้

 

อัลเฟรดรับหน้าที่คุ้มกันผมตลอดสองวันจึงเดินทางมาด้วย คุณเชดเดอร์เองก็รับรู้เรื่องนี้ แม้พวกเขาจะบอกว่า ซื้อของมาฝากด้วยล่ะ แต่นี่พวกผมไม่ได้มาเที่ยวนะ ผมมาทำงาน

ยิ่งไปกว่านั้น สถานที่ที่ผมกำลังจะไป......น่ากลัวราวกับสนามรบจนทำใจให้สงบไม่ได้

ร่างกายผมสั่นเทิ้ม

อย่าเพิ่งไปคิดเรื่องนี้ดีกว่า คิดมากไปก็เหนื่อยเปล่า ต้องเก็บแรงไว้ก่อน

 

เลื่อนหน้าต่างรถม้าให้เปิดออก สายลมเย็นพัดผ่านเข้ามาภายในรถม้าพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ

 

เมื่อทอดสายตาออกไปก็เห็นต้นไม้ที่ออกดอกสีแดงบานสะพรั่งมากมายอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ

 

คนคุ้มกันที่อยู่เยื้องด้านหลังสังเกตเห็นหน้าต่างที่เปิดออกจึงควบม้าขึ้นหน้ามาเล็กน้อยขนาบข้างกับผมพอดิบพอดี

 

ดวงตาของคนคุ้มกันผู้นี้เป็นสีฟ้าสดใสที่หาได้ยาก

 

ผมยื่นหน้าออกไปข้างนอกและช้อนสายตาขึ้น เพราะอยู่บนหลังม้า ตำแหน่งของอีกฝ่ายจึงสูงกว่าผม ปกติก็สูงจะแย่แล้ว แม่งเอ้ย ฉันปวดคอนะ เจ้าบ้า

 

“อัลเฟรด ไม่เป็นーーไม่สิ เอ่อ......ไม่มีปัญหาอะไรใช่หรือไม่”

 

เมืองข้าง ๆ ตั้งอยู่ค่อนข้างไกล ระยะทางพอ ๆ กับการเดินทางจากหมู่บ้านเรสไปยังใจกลางของเมืองหลวง ทั้งรถม้าคันนี้ก็เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้า กว่าจะถึงคฤหาสน์ของท่านตาก็ต้องใช้เวลาถึงครึ่งค่อนวัน

 

ผมนั่งอยู่ตลอดจึงไม่มีปัญหา แต่อัลเฟรดต้องขี่ม้า ร่างกายน่าจะล้าเต็มทีแล้ว

 

อัลเฟรดทำสีหน้าไม่ทุกข์ร้อนก่อนจะส่ายหน้า

 

“ปัญหา? อืม......ไม่มีอะไรนิ”

 

“ง...งั้นหรือ? แต่นี่เราก็ออกจากคฤหาสน์มานานแล้วนะ......ไม่เหนื่อยหรือ”

 

“ไม่”

 

“ม...ไม่เลย?”

 

“อา”

 

......อย่างนั้นเหรอ

อา ปกตินายขี่ม้าที่ฟาร์มคุณเชดเดอร์บ่อย ๆ นี่นา คงชินกับการอยู่บนหลังม้านาน ๆ แล้ว ต่างจากผมที่แค่ขี่ชั่วโมงเดียวกันก็ปวดระบมลิบลับ

 

สายลมพัดเอาดอกไม้สีแดงดอกเล็กลอยละล่อง

 

“อะ”

 

ผมยื่นมือออกไปหมายจะคว้าดอกไม้ แต่ดอกไม้มีขนาดเล็กเกินไปจึงคว้าไม่ได้ง่าย ๆ อย่างที่คิด ผมคล้ายจะจับได้แต่ก็จับไม่ได้ ภายในใจจึงรู้สึกขัดเคือง

 

ดอกไม้ดอกเล็กนี้เรียกว่า ‘โรส บลอสซั่ม’ รูปลักษณ์เหมือนดอกซากุระ ทว่าส่งกลิ่นเดียวกับดอกกุหลาบ

 

ถึงได้เคยบอกไงว่าไม่ต้องพยายามแสดงความเป็นตัวเองออกมาก็ได้

ผู้เล่นคนอื่น ๆ เองก็เคยพูดถึงเรื่องนี้เช่นกันว่าดอกซากุระก็ปล่อยให้เป็นดอกซากุระไปจะดีกว่า

ผมก็คิดแบบนั้น แบบนี้ก็ทำขนมซากุระโมจิไม่ได้กันพอดี เอาดอกไม้กลิ่นกุหลาบมาทำซากุระโมจิมันแหกกฎเกินไป สามหาวมาก ขอโทษดอกซากุระเดี๋ยวนี้!

 

อัลเฟรดยื่นมือข้างหนึ่งออกไปทำท่าจะคว้าดอกไม้บ้าง

 

“ได้แล้ว”

 

“เอ๊ะ ว่าไงนะ”

 

ฉันยังจับไม่ได้เลยสักดอก!

 

“นี่ไง”

 

บนฝ่ามืออัลเฟรดมีดอกซากุระสีแดงสดใสอยู่จริง ๆ

 

“......จริงด้วย!”

 

พอผมพึมพำออกไป อัลเฟรดก็หลุดเสียงหัวเราะเบา ๆ อย่างไม่มีสาเหตุ

 

ขณะที่ยังหัวเราะจนไหล่สั่นเล็กน้อย อัลเฟรดหยิบดอกไม้ดอกนั้นขึ้นมาสูดดมกลิ่นหอมーーและเสียบลงในกระเป๋าเสื้อของผม

ผมได้กลิ่นหอมหวานจาง ๆ จากดอกไม้

 

“เชิญขอรับท่านーーเลียน? เริ่มมองเห็นเมืองแล้วขอรับ นั่งรถม้าคงจะเบื่อแย่แล้ว อดรนทนอีกหน่อยนะขอรับ”

 

อีกฝ่ายนอบน้อมด้วยการเติม ‘ท่าน’ อย่างล้อเลียน แม้จะฟังดูชอบกลแต่ผมกลับไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดใจแม้แต่น้อย

 

“ข...ขอบคุณ! อา จริงด้วย!”

 

อีกฝ่ายยกยิ้มก่อนจะกระตุกมือเบา ๆ และกลับไปประจำตำแหน่งที่หลังรถม้าตามเดิม

ผมเก็บสายตากลับเข้ามาในรถ

 

ฉับพลันสายตาผมก็สบเข้ากับสายตาแม่ของเลียนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม อีกฝ่ายใช้พัดด้ามจิ้วกางปิดบริเวณมุมปากทำให้ผมเห็นสีหน้าของเธอไม่ชัด แต่สาวรับใช้สองคนข้างกายเธอกำลังมองมาทางผมด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

พ่อของเลียนที่นั่งอยู่บนที่นั่งยกสูงกอดอกด้วยสีหน้าที่ยากจะคาดเดา

ส่วนพี่ชายของเลียนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังเบิกตากว้างจนเห็นสีเลือดและมองมาทางนี้ด้วยสีหน้าตกตะลึง

 

เอ๊ะ อะไรเหรอ

 

สองสาวใช้ฝั่งตรงข้ามยกสองมือประคองแก้มแล้วซุบซิบกันหน้าแดง อะไรกันเนี่ย

 

“......ว้าย......ผ...เผลอใจเต้นไปเลยเจ้าค่ะ......”

“......ข...ข้าด้วย......”

 

เอ๊ะ?

 

ใจเต้นอะไร......ฮะ!

หรือว่าーー

เพราะท่าทางกวนประสาทของเจ้าบ้าผมบลอนด์นั่นน่ะเหรอ! ?

แม่งเอ้ย! แม้แต่สาวใช้ก็หลงกลเจ้าบ้านั่นไปด้วย!! อภัยให้ไม่ได้!!

 

อยู่ ๆ พี่ชายของเลียนก็คว้าสองมือของผมแล้วบังคับให้ผมหันไปมอง

 

“อา เลียน~! ห้ามไปทำหน้าตาน่ารักให้เจ้าเหยี่ยวในคราบคนคุ้มกันอะไรนั่นนะ! ห้ามเด็ดขาด! มันอันตราย!”

“ฮะ?”

 

ผมเกือบหลุดปากว่า คนที่อันตรายน่ะมันนายต่างหาก แต่ก็รีบฝืนกลืนคำพูดนั้นลงคอ

อุตส่าห์นั่งเว้นระยะห่างไว้เบาะหนึ่งแล้วแท้ ๆ ทำไมเข้ามาเบียดผมอีกแล้ว! นี่นายย้ายที่มาตั้งแต่เมื่อไรฟะ! ? สยอง......!

 

“ถึงจะเป็นคนคุ้มกันประจำตัวแต่อย่าประมาทนะเลียน! เขากับน้องอยู่คนละชั้นกัน จะคบเป็นสหายก็ไม่สมควร ยิ่งสนิทกันมีแต่จะยิ่งแย่ เลียนเป็นหัวแก้มหัวแหวนของตระกูลโอเวนและยังเป็นน้องคนสำคัญของพี่ เข้าใจพี่หรือไม่!”

 

ผมสูดลมหายใจ

 

......คงเห็นตอนผมเผลอทำตัวสบาย ๆ กับอัลเฟรดสินะ

 

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงท่าจะไม่ดีแล้ว

ระยะนี้ผมคงหย่อนยานลงไปมาก เพราะไม่มีเหตุการณ์ที่เลียนต้องเข้าไปเป็นตัวหลักแล้วผมจึงไม่ต้องฝืนแสร้งทำตัวเป็นเลียนเท่าไรนัก

‘ตัวตนของผม’ คงเผยออกมามากเกินไป

จะมาถูกสงสัยเอาตอนนี้ไม่ได้ ผมยังต้องเป็นเลียน เมื่ออยู่ต่อหน้าคนอื่น ผมยังต้องแสร้งแสดงเป็นเลียนต่อไป

ตั้งใจหน่อย อย่าลืมเป้าหมายแรกของตัวเองสิ ดึงสติตัวเองไว้

 

“ม...ไม่ต้องพูดข้าก็ทราบดีอยู่แล้วขอรับ เขาเพียงแข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านข้าจึงจ้างมาเท่านั้น......เท่านั้นเองขอรับ”

 

พี่ชายของเลียนแสดงสีหน้าโล่งใจและพยักหน้าหงึก ๆ

 

“งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นก็ดี งั้นเจ้านี่ก็คงไม่จำเป็นแล้วสินะ”

“อะ”

 

จู่ ๆ พี่ชายเลียนก็ยื่นมือมาที่กระเป๋าเสื้อผมแล้วดึงเอาดอกไม้ดอกเล็กออกไป

ผมเอื้อมมือไปหมายจะคว้าในทันที ทว่ากลับถูกพี่ชายของเลียนกดข้อมือเอาไว้

 

คุณพี่ชายจับดอกไม้เล็ก ๆ ดอกนั้นอย่างรังเกียจก่อนจะลงทุนยื่นมือออกไปนอกรถแล้วโยนดอกไม้ดอกนั้นปลิวหายไปไกล

 

......เจ้านั่น อุตส่าห์เก็บมาให้แท้ ๆ

 

เจ้าพี่บ้า! พี่เวร! วิตถาร! เลวที่สุด! เอาของของคนอื่นไปทิ้งตามใจชอบได้ยังไง! คนอย่างนายน่ะ คนอย่างนายน่ะ ถูกอัศวินขังลืมไปซะเถอะ! เจ้างั่ง!

ผมพ่นคำด่าใส่พี่ชายที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ในใจ

 

 

 

ถ้าเรื่องทั้งหมดจบเมื่อไรผมจะหนีออกจากบ้านชวนอึดอัดหลังนี้!

ผมจะเลิกเป็น ‘เลียน’ ผมจะทิ้งชื่อนั้นแล้วกลับไปเป็นตัวเอง!

ผมจะกลับไปเป็น ‘โอซากะ นาโอะ’ แล้วใช้ชีวิตอย่างอิสรเสรี! คอยดู!

 

ถ้าเป็นโลกนี้ผมก็คงชื่อ ‘นาโอะ โอซากะ’ สินะ นาโอะนี่พอสะกดด้วยตัวอักษรของโลกนี้แล้วชวนให้รู้สึกเหมือนเสียงร้องของแมวเลย......

ช่างแม่ง เปลี่ยนชื่อมันซะเลยแล้วกัน! ตั้งชื่อใหม่ซะเลย ‘นาโอะรุ’ ล่ะเป็นยังไง......แปลก ๆ ถ้าอย่างนั้น ‘นาโอรุ’ ล่ะ ชื่อเหมือนยี่ห้อสินค้าเลยแฮะ ยกเลิก ๆ ใช้ชื่อที่ดูแข็งแกร่งน่าจะดี เหมือนอย่างนักผจญภัยกอร์กอท ‘นาโอะกอร์กอท’ ล่ะเป็นยังไง? ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไรเลยแฮะ......เหมือนชื่อสัตว์อสูรระดับต่ำยังไงชอบกล......เฮ้อ

ช่างเถอะ......ไว้ค่อย ๆ คิดแล้วกัน

 

เอาเป็นว่า ผมจะอดทนอดกลั้นต่ออุปสรรคให้ได้จนถึงวันนั้นให้ดู! แม้ว่าสถานที่ที่ผมกำลังมุ่งหน้าไปตอนนี้จะชวนปวดท้องจนคล้ายมีสนามรบของจิ้งจอกกับทานุกิอยู่ในท้องก็ตาม!

 

 

เมื่อตัดสินใจได้ ผมก็เขยิบเว้นระยะห่างจากพี่ชายของเลียนหนึ่งช่วงเบาะพร้อมวางกระเป๋าคั่นกลางเอาไว้

 

 

 

 

เมื่อพระอาทิตย์เคลื่อนตัวผ่านกึ่งกลางท้องฟ้าไปเล็กน้อย ผมก็เดินทางมาถึงคฤหาสน์ของท่านตา

 

แต่เดิมคฤหาสน์ของท่านตาเคยเป็นบ้านพักตากอากาศมาก่อน ในตอนที่ท่านย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ยินว่ามีการปรับปรุงต่อเติมขนานใหญ่จึงดูหรูหราราวพระราชวังมากเสียกว่าคฤหาสน์ของเลียนที่เป็นที่อยู่อาศัยของเจ้าผู้ถือครองที่ดินเสียอีก

 

อาคารทรงสูงสร้างจากหินสีขาวสองสามหลังเรียงรายด้วยหน้าต่างบานใหญ่ที่ประดับตกแต่งด้วยกระจกสีซึ่งเป็นสินค้าชั้นสูง

ส่วนยอดของหลังคาที่มีสิ่งปลูกสร้างลักษณะคล้ายโดมตั้งอยู่กึ่งกลางมีรูปปั้นนกคอยาวสีเงินกำลังสยายปีกขนาดใหญ่

 

ระยะทางทอดยาวจากรั้วไปจนถึงประตูคฤหาสน์

เมื่อเคลื่อนตัวผ่านสวนหน้าคฤหาสน์ที่มีดอกไม้หลากสีรายล้อมด้วยรั้วต้นไม้ที่ประดับด้วยน้ำพุไปจนถึงแถวยาวเหยียดของฝูงชนที่ไม่ต่างอะไรจากสถานีขนส่งหน้าสถานีรถไฟ ผมก็เห็นรถม้าสองสามคันที่มาถึงอยู่ก่อนแล้วพร้อมด้วยผู้คนที่แต่งองค์ทรงเครื่องกำลังลงมาจากรถม้า

 

แม้จะบอกว่าเป็นงานฉลองวันเกิด แต่ก็เป็นถึงงานฉลองของอดีตท่านเอิร์ล ยังไงก็ย่อมแตกต่างจากงานของชาวบ้านธรรมดามากโข

 

ผู้ร่วมงานทุกคนจำเป็นต้องสวมชุดพิธีการหรือชุดราตรี บริเวณที่จัดงานหรูหรางดงามเข้าขั้นฟุ่มเฟือยราวกับงานเลี้ยงอาหารค่ำในพระราชวัง

ทั้งยังเป็นแหล่งรวมตัวของชนชั้นสูงผู้มีชื่อเสียงจนชวนให้รู้สึกประหม่า

 

......หนำซ้ำ ยังมีงานเต้นรำด้วย

ฉากที่มักเห็นบ่อย ๆ ในหนังยุคกลางของยุโรป

หรือที่เรียกอีกอย่างว่า ‘งานเลี้ยงเต้นรำ’

 

เพราะโรเวนดาลพร่ำสอนผมจนฝังรากลึกมาตั้งแต่เด็ก จะดีจะชั่วผมก็พอจะเต้นรำแบบไม่ขายขี้หน้าได้

แต่ยังไงก็ ไม่ถนัดจริง ๆ นั่นแหละ

เต้นรำต่อหน้าคนอื่นจะยังไงก็เลวร้ายอยู่ดี ถ้าเป็นไปได้ขอจบงานแบบไม่ต้องเต้นจะดีกว่า......

 

น่ากลัว......สำหรับปุถุชนคนธรรมดาอย่างผม สถานที่แห่งนั้นเป็นได้เพียงสถานที่ที่น่าหวั่นเกรงเท่านั้น

 

รู้อย่างนี้ทบทวนหนังสือมารยาทการเข้าสังคมที่ได้รับจากโรเวนดาลอีกสักรอบน่าจะดี......

 

เมื่อลงจากรถม้า หัวหน้าคนรับใช้ของท่านตาก็ออกมาต้อนรับ

พ่อบ้านผู้นี้เริ่มเข้าวัยชรา หางตาเขาตกลงเล็กน้อยคล้ายคนกำลังยิ้มอยู่ตลอด ท่าทางดูใจดี ทว่าท่วงท่าการยืนของเขานั้นไร้ช่องโหว่ ผมสีน้ำตาลออกดำพาดยาวไปด้านหลังอย่างเรียบแปล้ไม่กระดกแม้แต่เส้นเดียว ถึงจะมีลมพัดก็ยังทำอะไรทรงผมของเขาไม่ได้ เซ็ตมาอย่างดีเลย สุดยอด

 

“ยินดีต้อนรับขอรับท่านโอเวน เรียนเชิญทุกท่านด้านใน นายท่านกำลังตั้งตารออยู่เลยขอรับ เดินทางมาไกลคงเหนื่อยสินะขอรับ ข้าจะนำทางไปที่ห้องรับรอง เชิญพักผ่อนตามสบายขอรับ”

 

คุณพ่อบ้านโค้งให้อย่างไร้ที่ติ รอยยิ้มเป็นมิตรประดับใบหน้าแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่เผยจุดอ่อนใด ๆ

 

“ーーอุ้ยตาย ผู้ที่อยู่ตรงนั้น เลียนจังไม่ใช่หรือเจ้าคะ”

 

 

ออกมาแล้วววววววว!!!

 

 

ผมฝืนกลืนคำอุทานที่พุ่งมาจุกคอของตัวเอง

 

ดันมาเจอคนที่ไม่อยากเจอตั้งแต่แรกซะได้ ซวยชะมัด ทำไมโลกนี้ชอบสร้างสิ่งที่อยู่ระหว่างคำว่าเกเรกับเจตนาร้ายออกมาเสียจริง

 

“......รูส......”

 

เมื่อถูกเรียกชื่อ ผมจึงหันไปตามเสียงเรียกอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ที่แห่งนั้นมีหญิงสาวสวมชุดเดรสสีม่วงอ่อน เส้นผมหยักศกสีเงินตัดกับผิวขาวนวลอย่างงดงาม ดวงตาสีไอซ์บลูนั้นยกสูงขึ้นเล็กน้อย

 

แม้รูปลักษณ์จะงดงามแต่รอยยิ้มนั้นกลับเต็มไปด้วยความถือดี ทั้งสายตายังจับจ้องทุกอย่างอย่างยโสราวกับมองลงมาจากที่สูง ผมจึงไม่ค่อยประทับใจเท่าไร

 

ใช่ เธอเป็นคนที่เหมือนเลียนเวอร์ชั่นผู้หญิง

นิสัยก็ถอดแบบกันมา

 

แค่ไม่ใช้ ‘คุง’ แต่ลงทุนใช้ ‘จัง’ ก็เห็นเจตนาชั่วร้ายซึมออกมาแล้ว ตอนพบกันครั้งแรก เธอหันมามองผมแล้วพูดว่า ผิวก็ซีด ตัวก็ผอม ขนตายังยาวอย่างกับเด็กผู้หญิงอีก บทพูดนี้เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อน

 

ฮะ! อย่างนี้นี่เอง! บทพูดนี้เลียนเอาไปพูดกับอัลเฟรดนี่นา! ?

 

เข้าใจล่ะ แบบนี้สินะ......เพราะแม้แต่ตัวเองยังไม่ชอบให้พูดแบบนี้จึงเอาไปลงที่อัลเฟรดนี่เอง......ในที่สุดก็เชื่อมโยงได้เสียที ไม่สิ ถึงตอนนี้จะไม่มีประโยชน์อะไรแล้วก็เถอะ

 

แม้จะเคยเรียนที่เดียวกัน แต่โชคดีที่เธออายุมากกว่าผมหนึ่งปีจึงไม่ค่อยได้พบหน้า

รูสเป็นหลานของท่านตา บุตรสาวของพี่สาวแม่ของเลียน และยังเป็นลูกพี่ลูกน้องกับผม

 

ไม่รู้เพราะเติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับเลียนหรือเปล่า เธอมักจะเข้ามาท้าแข่งกับผมเสมอ

 

ส่วนหนึ่งผมคิดว่าน่าจะมาจากบรรดาพ่อแม่ของเธอ ‘เลียนคุงทำได้แท้ ๆ แต่ทำไมเจ้าทำไม่ได้ล่ะ......’ นี่เป็นคำพูดอันดับแรกที่ห้ามพูดให้เด็กฟังเด็ดขาด เดินหมากผิดพลาดแท้ ๆ

 

เพราะเอาแต่พูดแบบนั้นเธอถึงกล่าวเป็นแบบนี้ไง ผมอยากไปพูดกรอกหูพ่อแม่ของเธอจริง ๆ

 

รูสใช้สายตาสูงส่งมองผม เธอยกยิ้มจากจมูกและหมุนตัวไปーーจับชายกระโปรงทั้งสองข้างอย่างอ่อนช้อยแล้วทักทายพ่อ แม่ และพี่ชายของเลียน โดยเฉพาะกับพี่ชายของเลียน เธอดูจะใส่ใจเป็นพิเศษ ถ้ามองแค่หน้า คุณพี่ชายก็เทพบุตรจริง ๆ นั่นแหละ ถึงข้างในจะจิตไม่ปกติก็เถอะ

 

 

“ーーเลียน”

 

ได้ยินเสียงเรียกชื่อแผ่วเบาที่พอให้ได้ยินกันสองคน ไหล่ผมถูกสะกิดเบา ๆ

เมื่อหันกลับไปก็พบกับอัลเฟรด

 

“อัลเฟรด”

 

“โทษที จากนี้ต้องไปรวมตัวจัดเตรียมการป้องกัน ข้าคงต้องห่างเจ้าสักครู่”

 

“อะ งั้นหรอกหรือ”

 

มองตามทิศทางที่อัลเฟรดชี้นิ้วหัวแม่มือ ห่างออกไปไม่ไกล ผมเห็นคนคุ้มกันของที่นี่กับคนคุ้มกันจากคฤหาสน์ผมกำลังยืนรวมตัวพูดคุยกันอยู่

จริงสิ ต้องตรวจสอบเส้นทางอพยพหากเกิดเหตุร้ายสินะ

 

“เข้าใจแล้ว เรียบร้อยเมื่อไรมาหาข้าที่ห้องล่ะ ถามทางจากพวกยามก็ได้”

 

“รับทราบ”

 

 

“......หืーม งั้นเรื่องที่เลียนจังจ้าง ‘ฟลัม’ คนนั้นก็เป็นเรื่องจริงหรือนี่”

 

“อุหวา”

 

อยู่ ๆ ก็ส่งเสียงขึ้นมาข้าง ๆ ผมจึงเผลอตกใจโดยไม่รู้ตัว

เธอมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไร! ?

 

รูสเงยหน้ามองอัลเฟรด แก้มขึ้นสีเล็กน้อย

 

“อ...อืม......? ด...เด็กชั้นต่ำโกโรโกโสไม่มีเงินก็มีดีแค่หน้าตานั่นแหละ”

 

พูดมากเสียจริง!

สมกับเป็นเลียนร่างผู้หญิง!

 

“ช่างเถอะ เอามาวางประดับเล่นข้างตัวก็พอทนได้แหละ”

 

“ฮะ? อย่ามาพูดเหลวไหล เจ้าอย่าตัดสินเขาจากแค่ภายนอกเชียว รูส ข้าไม่ได้จ้างเขามาเพื่อเป้าหมายต่ำ ๆ เช่นนั้น พละกำลังเขาคือของจริง”

 

เผลอไม่สบอารมณ์จนโต้ตอบแบบไร้ความเป็นผู้ใหญ่ไปเสียได้

รูสเบิกตากว้าง

และแสยะยิ้มที่ชวนให้รู้สึกไม่ดี

 

“หืมม......เป็นคนที่เลียนจัง ‘ถูกใจ’ ล่ะสินะ”

 

“อะ”

 

“หึหึ ถ้างั้นーー”

 

รูสที่ชำเลืองมองไปด้านข้างอย่างรวดเร็วเผยยิ้มแล้วเปลี่ยนไปยืนอยู่เบื้องหน้าอัลเฟรด

เธอกอดอกแล้วลงทุนแอ่นหลังเพื่อเน้นทรวดทรงของเธอ

พร้อมกับยกยิ้มราวกับ ‘ไม่ว่าจะเป็นชายใดก็ต้องหลงใหลมัวเมาจนยอมตกเป็นทาสรับใช้’ อะไรล่ะเนี่ย

 

อย่ามาทำแบบนี้กับอัลเฟรดนะ

 

“นี่ เจ้าน่ะ เลิกเป็นคนคุ้มกันอะไรนั่นของเลียนจังแล้วมาคุ้มกันข้าแทนดีหรือไม่ ข้าจะจ่ายให้เท่าหนึ่งจากเงินค่าจ้างของเจ้า”

“อะ!?”

 

นี่เธอพูดอะไรเนี่ย!!

 

“ย...อย่ามาพูดบ้า ๆ! อัลเฟรดน่ะ ข้า...”

 

“เงียบน่า ข้าไม่ได้ถามเลียนจังซะหน่อยーーนี่ เป็นคนคุ้มกันของข้าน่ะสบายนะ แค่เล่นเป็นเพื่อนข้าก็พอ ทำแค่นั้นแต่ได้เงินเยอะกว่าตอนนี้เป็นไหน ๆ เรื่องเสี่ยงตายปล่อยให้คนคุ้มกันคนอื่นจัดการก็ได้ เจ้าแค่ต้องเล่นกับข้า......สำหรับเจ้าคงไม่มีข้อเสนออะไรน่าฟังมากกว่านี้แล้วใช่ไหมล่ะ”

 

“อัลเฟรด! ไปเถอะ! แล้วเจอกัน!”

 

ผมเข้าไปแทรกกลางแล้วดันหลังอัลเฟรดให้ไปทางที่พวกคนคุ้มกันรวมตัวกันอยู่

 

“อะ อา เจอกัน”

 

แม้จะยังดูงงงวยแต่อัลเฟรดก็พยักหน้า หลังจากโบกมือให้น้อย ๆ เขาก็ไปรวมตัวกับบรรดาคนคุ้มกันคนอื่น

 

“อะ! เดี๋ยว! ......โอ้ย! เลียนจังอย่าขวางได้ไหม!”

 

“พูดอะไร ข้าไปขวางเจ้าตั้งแต่เมื่อไร”

 

“เจ้าทำ! หึ เพราะข้าจะแย่งเลยเกิดโมโหหรือไง ไม่สบอารมณ์สิท่า เป็นเด็กผู้ชายแท้ ๆ แต่บอบบางเสียจริง แต่ยังไงข้าก็งดงามกว่าเจ้าเยอะ จะเสียความมั่นใจก็ช่วยไม่ได้”

 

เป็นเด็กที่พ่นแต่คำน่ารังเกียจจริง ๆ!

เลียนร่างผู้หญิงชัด ๆ! ถึงจะเจ็บใจแต่ก็ถือเป็นอ้างอิงที่ดี! ถึงผมจะโครตหงุดหงิดเลยก็เถอะ!

 

“......ข...ข้าไม่เหมือนเจ้า ข้ายุ่งอยู่ ขอตัวเลยแล้วกัน”

 

เพราะความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด ผมจึงทำหัวให้เย็นด้วยการเมินไปเลย

 

“อะ!? รอเดี๋ยวก่อนสิ! คิดจะหนีหรือ?”

 

ผมเกือบจะโต้ตอบกลับไป แต่ก็พยายามฝืนอดกลั้นไว้เต็มที่

 

ไม่ได้หนี เขาเรียกถอยทัพ!

 

ใครจะไปเป็นคู่มือให้เธอมากกว่านี้ล่ะ น่ารำคาญ เปลืองแรง

 

ประจวบเหมาะกับที่พ่อแม่ของรูสเรียกหาเธอพอดี แม้จะยังพูดไม่จบแต่เธอก็ถูกแม่ของเธอพาตัวไปเสียก่อน อาจจะไปเตรียมชุดเดรสสำหรับงานเลี้ยงตอนกลางคืนก็เป็นได้ ผมเองก็เช่นกัน ชุดพิธีสำหรับร่วมงานเลี้ยงตอนดึกจะเปลี่ยนเมื่อเดินทางมาถึงคฤหาสน์

 

พวกผมเดินตามหลังคนรับใช้ที่หัวหน้าพ่อบ้านหน้าตายิ้มแย้มผู้นั้นเรียกให้และมุ่งหน้าไปที่ห้องรับรอง

 

......ยังไม่ทันเริ่มผมก็เหนื่อยขนาดนี้แล้ว

ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

 

 

พ่อ แม่ และพี่ชายของเลียนแยกย้ายเข้าไปในห้องรับรองที่จัดเตรียมไว้ให้

 

คนรับใช้ที่ดูราวกับพนักงานโรงแรมถือชุดพิธีการและสัมภาระของผมไปหยุดอยู่ที่หน้าประตู เขาใช้กุญแจไขที่รูกุญแจก่อนจะเปิดประตูห้อง

 

“ห้องของท่านเลียนคือห้องนี้ขอรับ”

“ขอบคุณ”

 

ผมถูกเชื้อเชิญให้เดินเข้าไปก่อน เมื่อก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องーー

 

 

ก็พบคุณเมดーーสาวรับใช้สองคนยื่นคู่กันอยู่กัน

 

 

ผมตัวแข็งทื่อ

 

เอ๊ะ อะไร

นี่มันอะไร

ทำไมในห้องผมถึงมีคุณเมดตั้งสองคน

ความปลอดภัยคืออะไรเอ่ย จะมีกุญแจไว้ทำไม

 

สาวรับใช้สองคนมีสีหน้ายิ้มแย้ม พวกเธอประสานมือแล้วโค้งอย่างสุภาพพร้อมกัน

 

“ท่านเลียน พวกข้าได้รับคำสั่งจากนายท่านให้เตรียมชุดสำหรับท่านในวันนี้ กำลังรออยู่เลยเจ้าค่ะ”

“ชุด......ข้าเตรียมมาจากคฤหาสน์แล้ว”

“เจ้าค่ะ แต่ชุดที่เตรียมมาในวันนี้เป็นของขวัญที่นายท่านตั้งใจมอบให้ท่านเลียน จึงอยากให้สวมไปร่วมงานฉลองเจ้าค่ะ”

 

หมายความว่า ใส่ซะ อย่างนั้นเหรอ

 

ผมไม่มีสิทธิปฏิเสธอยู่แล้วจึงพยักหน้า

 

“เข้าใจแล้ว”

 

“ขอบพระคุณเจ้าค่ะ พวกข้าจะเป็นคนช่วยท่านเลียนสวมชุด ก่อนอื่น อาบน้ำอุ่นก่อนเจ้าค่ะ”

 

หนึ่งในนั้นเดินนำไปที่ประตูอีกบานภายในห้อง ผมเดินตามเธอไป

 

แช่น้ำก็ดีอยู่หรอก แต่ผมสังหรณ์ใจไม่ดีชอบกล......

มีกล่องใส่ชุดกล่องใหญ่วางอยู่บนโต๊ะ ผมรู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ

 

 

 

......ลางสังหรณ์ของผมมักถูกต้องเสมอ

ผมขึ้นจากอ่างแล้วมองเข้าไปในกล่องสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะตรงหน้า ก่อนที่กระบวนการคิดจะหยุดชะงัก

 

......อา พับผ่าสิ ผมเหนื่อยแล้วจริง ๆ นะ

อยากรีบกลับจัง

 

นี่มันชุดอะไรเนี่ย

แบบว่าพลิ้วสุด ๆ ไปเลยครับ

 

เสื้อเชิ้ตผ้านิ่มจากผ้าไหมสีฟ้าอ่อน เสื้อตัวนอกน้ำหนักเบาสีน้ำเงินอ่อนยาวพลิ้วไปจนถึงหัวเข่า บ่าทั้งสองข้างติดเครื่องแสดงยศสีเงิน

ปลายแขนเสื้อเชิ้ตที่ทำจากผ้าไหมยาวฟูฟ่องเลยออกมาประดับรับกับเสื้อตัวนอก

เข็มขัดกางเกงทำจากผ้าไหมสีฟ้าอ่อนเนื้อผ้านิ่มพันรอบเอวและมีโบว์ประดับที่เอวด้านซ้าย ตัวโบว์เป็นสีฟ้าอ่อนควบคู่กับอัญมณีที่แกะสลักด้วยมือสีเงิน

รองเท้าหนังสีขาวที่ยาวหุ้มมาจนถึงหัวเข่ายกส้นสูงเล็กน้อย บริเวณส้นและปลายเท้าเย็บติดด้วยอัญมณีและลวดลายสีเงิน

ทั้งยังมีเครื่องประดับที่ทำจากไข่มุกสีน้ำเงินและม่วงอ่อนอีกหนึ่งชิ้น

 

คือว่า มีอัญมณีติดอยู่ทั่วตัวเลยครับ......ทั้งหมดนี่......เท่าไรล่ะเนี่ย......

ขนลุกขนพองจนไม่กล้าถาม

แค่ใส่ผมก็ผวาแล้ว

จะว่าไป นี่มันชุดอะไร ไม่พลิ้วไหวฟูฟ่องเกินชุดผู้ชายไปหน่อยเหรอ เครื่องประดับนี่ก็ด้วย ผมรู้สึกว่ามากเกินไปสำหรับผู้ชายจริง ๆ

 

“......ชุดนี้ของข้าแน่หรือ ไม่ใช่ว่าหยิบสลับกับของท่านแม่หรอกหรือ”

“ไม่เจ้าค่ะ สำหรับท่านเลียนเจ้าค่ะ”

 

สองเมดยิ้มพอใจอย่างเห็นพ้องต้องกัน

 

“ม...ไม่สิ แต่...นี่ไม่ค่อยเหมาะกับข้าเท่าไร ข้าว่าข้าสวมชุดที่เอามาเองーー”

“นายท่านขอร้องมาเจ้าค่ะ”

 

เพราะเป็นคำสั่งของผู้สูงศักดิ์ชราภาพที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ ผมจึงจำใจยอมรับ

 

ผมต้องใส่ชุดนี้ออกไปข้างนอกเหรอ......? ไม่อยากเลย จะร้องไห้แล้ว นี่มันเรื่องอะไรเนี่ย หรือผมถูกกลั่นแกล้ง? ไม่สิ ท่านตาเอ็นดูเลียนจะตาย ไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นแน่ ท่านแม่เป็นบุตรสาวคนสุดท้องที่กำเนิดมาเมื่อตอนท่านตามีอายุมากแล้ว ทำให้ได้รับการเอ็นดูเป็นพิเศษ ดังนั้นเลียนที่หน้าตาละม้ายคล้ายแม่อยู่หลายส่วนจึงได้รับการใส่ใจไปด้วย

เพราะงั้น นี่ไม่น่าใช่การกลั่นแกล้ง นี่น่ะ ไม่หรอก......

 

ไม่สิ ท่องไว้ว่าเพื่อเงินค่าขนมกองโต

นี่คืองาน เป็นงานอย่างหนึ่ง ต้องทำให้คุณสปอนเซอร์พอใจให้ได้ ห้ามสร้างความขุ่นเคือง นี่เป็นขาใหญ่ ๆ ที่จะมีประโยชน์กับผมในอนาคตเชียวนะ เพื่อเบี้ยสำรอง!

พยายามเข้าตัวผม อดทน ผ่านมันไปให้ได้ ใจนิ่งไว้ ทำหัวให้ว่างเดี๋ยวไฟก็ดับไปเอง ขอแค่อดทนผ่านคืนอันน่าอัปยศนี้ไปให้ได้ก็จบ ผมทำได้อยู่แล้ว

 

ผมมองคุณเมดสองคนที่ยืนส่งยิ้มให้ก่อนสูดลมหายใจเข้าแล้วตัดสินใจแน่วแน่

 

 

สายตามองคุณเมดใบหน้ายิ้มแย้มที่สองมือถือกิ๊ฟติดผมรูปกิ่งไม้ ดอกไม้ และนกที่มูลค่าสูงอย่างเห็นได้ชัดกับหวี ในใจผมพลันมืดมนขึ้นมา

 

“ต้องติดสิ่งนั้นด้วยหรือ......? ข้าคิดว่าแค่ต่างหูกับสร้อยก็น่าจะพอแล้ว”

 

“ไม่เจ้าค่ะ! ทั้งหมดเป็นชุดเดียวกัน ถ้าไม่ติดก็ไม่มีความหมายเจ้าค่ะ!”

 

“ใช่แล้วเจ้าค่ะ!”

 

ทั้งสองดวงตาเป็นประกายท่าทางมีความสุขอย่างมาก

 

อืม อา พวกเด็กผู้หญิงชอบแต่งตัวให้คนอื่นอยู่แล้วนี่นะ แต่ช่วยอย่ามาทำกับผมได้ไหม! อยากกลับบ้าน ออกจากห้องด้วยสภาพนี้ไปเจอผู้คนมันน่ากลัวเกินไป ผมถูกหัวเราะเยาะแน่ จะมีเจ้าบ้าที่ไหนแต่งตัวด้วยสภาพนี้กันฟะ!! รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแพนด้าที่ถูกชาวเมืองจับจ้องไม่มีผิด ปวดท้อง

 

เมื่อผมเห็นเมดอีกคนเข้ามาพร้อมกับกล่องเครื่องสำอางในมือ เลือดลมผมก็พลันหดหาย

 

“ข...ขอร้อง......แค่เครื่องสำอาง......แค่เครื่องสำอางเท่านั้น ได้โปรดหยุดเถอะ......!”

 

“เอ๋~......แต่ว่า......”

 

“ได้โปรด!! ถ้าต้องแต่งเจ้านั่นหัวใจข้าคงสลายแน่!! ตาย! หัวใจข้าต้องตายตกแน่! ขอร้อง หยุดเถอะ ข้ายอมทนติดกิ๊ฟติดผมก็ได้......”

 

“โธ่......ช่วยไม่ได้นะเจ้าคะ จะไม่แต่งก็ได้แต่ทาลิปมันได้หรือไม่เจ้าคะ”

 

“ลิป......มัน?”

 

“เจ้าค่ะ”

 

“อา ถ้าแค่นั้นล่ะก็......”

 

 

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

 

“ーーเลียน อยู่หรือเปล่า”

 

เสียงของอัลเฟรด

ดูเหมือนจะนัดแนะกับกลุ่มผู้คุ้มกันเรียบร้อยแล้ว โชคดีที่เขาเดินหาห้องเจอเพราะคฤหาสน์หลังนี้กว้างมากจนหลงทางได้ง่าย ๆ

แต่ว่า

ไม่อยากให้เห็น......ผมในสภาพนี้เลย......น่าขายหน้าชะมัด

 

“......อัลเฟรด ฟังนะ ก่อนเปิดประตูเจ้าต้องสัญญากับข้าก่อนว่าไม่หัวเราะเยาะหรือล้อเลียนข้า”

 

“ฮะ?”

 

“ทั้งหมดเป็นเพียงความชอบของท่านตา ไม่เกี่ยวกับข้าแม้แต่น้อย เพราะเป็นคำสั่งข้าจึงปฏิเสธไม่ได้ ข้าไม่ได้ทำไปเพราะอยากทำหรอกนะ เจ้าเข้าใจข้าหรือไม่”

 

“เจ้าพูดเรื่องอะไร”

 

“สัญญาสิ”

 

“ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจก็เถอะ ข้าสัญญา ทีนี้เปิดได้หรือยัง”

 

“......ได้”

 

หูแว่วเสียงลูกบิดก่อนที่ประตูจะเปิดออกพร้อมอัลเฟรดที่เดินเข้ามา

เมื่อเห็นผม เขาก็เบิกตากว้าง

 

ใช่ไหมล่ะ ชุดนี้มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว

แต่งตัวแฟนซีอย่างกับแพนด้าที่ให้คนมาชมหรือสัตว์ในละครสัตว์ที่ผู้คนหัวเราะเยาะไม่มีผิด

 

“ม...ไม่ใช่ความตั้งใจของข้านะ! ข้าเตรียมชุดมาจากคฤหาสน์แล้วแต่ท่านตาบังคับให้ข้าใส่ชุดนี้! ข้าไม่ผิดนะ!”

 

อยากร้องไห้

 

“เข้าใจแล้ว ข้ารู้แล้ว ใจเย็น ๆ อย่าร้องไห้”

 

“ข้าไม่ได้ร้อง!”

 

ถึงจะอยากร้องก็เถอะ! แต่ใครจะไปร้องด้วยเรื่องแค่นี้! ผมเป็นผู้ใหญ่แล้วนะ!

 

อัลเฟรดเข้ามาใกล้แล้วเชิดคางผมขึ้น

 

“ทาลิปด้วยหรือ”

 

“ไม่ได้ทา! ฮึก นี่มันลิปมัน”

 

“ลิปมัน? ーーนี่ พอจะมีผ้าหรือไม่”

 

อัลเฟรดขมวดคิ้วแล้วหันไปพูดกับคุณเมด

คุณเมดพยักหน้าอย่างตื่นตระหนก เธอหยิบผ้าสีขาวที่พับไว้จากในกล่องเครื่องสำอางแล้วส่งให้อัลเฟรด

 

“จ...เจ้าค่ะ มีเจ้าค่ะ ผืนนี้ใช้ได้หรือไม่เจ้าคะ”

 

อัลเฟรดพยักหน้าและรับผ้าผืนนั้นมา จากนั้นーーก็เช็ดที่ริมฝีปากของผม

 

ทำไมเป็นคนดีขนาดนี้! นายเป็นพระเจ้าผู้ช่วยชีวิตของฉัน! ขอบคุณ ขอบคุณจริง ๆ บุญคุณครั้งนี้จะไม่มีวันลืม!

 

“......ฮึก ข...ขอบคุณ อัลเฟรด......”

“ไม่หรอก......”

 

อัลเฟรดหลบตาต่ำ คิ้วยังคงขมวดเป็นปมและใบหน้าขึ้นสี

ทำไม

กลั้นขำอยู่เหรอ คงใช่สินะ สภาพนี้มันประหลาดจริง ๆ นั่นแหละ แต่ถ้านายหัวเราะฉันไม่ให้อภัยแน่ ถ้าหัวเราะออกมาเมื่อไรพ่อจะต่อยให้หน้าหงาย

 

“เป็นอย่างไรเจ้าคะ เป็นผลงานที่เยี่ยมยอดไปเลยใช่หรือไม่! รสนิยมของนายท่านงดงามเสมอเลย เรียนรู้ได้มากเลยเจ้าค่ะ”

 

“ผิวของท่านเลียนขาวมาก เมื่อรับกับสีอ่อนแล้วยิ่งดูเปล่งประกาย......ถ้าเข้าไปในงานแล้วต้องสะกดสายตาของทุกคนแน่เจ้าค่ะ”

 

หัวเราะล่ะสิ! สายตาหัวเราะเยาะเย้ย!

อาาา ไม่ชอบเลย ไม่อยากออกไป ยิ่งหน้ารูสยิ่งไม่อยากเจอ จะโดนพูดอะไรใส่บ้างก็ไม่รู้

ทั้งยังกลัวจะเผลอทำอัญมณีตกระหว่างทางอีก

 

 

พวกเมดสองคนพูดว่า ถ้าอย่างนั้นพวกข้าขอตัว แล้วกลับไปอย่างอารมณ์ดีราวกับคนที่ทำงานของตัวเองเสร็จลุล่วงแล้วกำลังพออกพอใจเป็นอย่างมาก

 

 

“......พ่อบ้านหน้ายิ้มที่เจอกันที่ประตูใหญ่บอกข้าว่าหากเจ้าเตรียมตัวเสร็จแล้วให้ข้าพาเจ้าไปพบนายท่านของที่นี่ーーไวโอเล็ต แอสทูท? ที่ห้องทำงานด้วย”

“งั้นหรือ......”

 

อยากตรวจสอบ ‘ผลงานชิ้นเยี่ยม’ หรือไง

ผมเองก็มีเรื่องอยากพูดกับเขาเหมือนกัน ว่าท่านตาคิดจะให้ข้าเป็นตัวตลกของทุกคนหรือขอรับ

 

“......ถ้าออกไป จะถูกหัวเราะเยาะหรือเปล่า”

 

อัลเฟรดมองผมพลางขมวดคิ้วเป็นเลขแปดอย่างเหนื่อยล้าและถอนหายใจออกมา

 

“เจ้า ส่องกระจกหรือยัง”

 

“กลัวจนไม่กล้าส่อง”

 

“......งั้นหรือ ข้าคิดว่าเจ้าคงตกเป็นเป้าสายตา แต่คงไม่มีใครหัวเราะเยาะเจ้าหรอก”

 

“ขอบคุณที่ปลอบ ช่างเถอะ ข้ารู้แล้ว”

 

“......เจ้าไม่รู้ต่างหาก......”

 

“ข้ารู้ ไปกันเถอะ ไปหาท่านตา”

 

ผมเตรียมใจพร้อมแล้ว

กับการถูกหัวเราะเยาะ

 

อัลเฟรดจ้องมองผมและยื่นหน้าเข้ามาใกล้

 

“......ข้าอยากฝากรอยไว้......”

 

“รอย?”

 

“อา ไม่งั้นข้าไม่สบายใจ”

 

“เอ๊ะ?”

 

ยังไม่ทันได้โต้ตอบ เอวของผมก็ถูกรวบให้เข้าไปหา

ปลายนิ้วเลื่อนโบว์ผ้าไหมสีม่วงอ่อนที่ห้อยคอผมไว้แล้วーーเขากัดลงที่ลำคอของผม

 

“เจ็......! ย...หยุด.......นะ! อย่า!”

 

บางทีก็ชอบทำตัวเหมือนสัตว์ป่าจริง ๆ!!

 

เมื่อออกแรงดึงเสื้อคออีกฝ่าย อัลเฟรดก็ยอมถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

 

“ไม่ได้หรือ”

 

“ไม่ได้!”

 

ถ้าเหลือรอยฟันจะทำยังไง!

ขายขี้หน้า!!

 

“อะ...”

 

อัลเฟรดเลียรอยที่เพิ่งกัดไปอย่างกับสุนัข

อาการสั่นสะท้านที่แล่นเข้ามาตามขาและผิวหนังทำให้ผมแอบอิงร่างที่อยู่ตรงหน้าโดยไม่รู้ตัว

 

อัลเฟรดเลียที่ลำคอ คาง และริมฝีปาก

ผมพยายามจะหยุดเขาโดยใช้มือข้างหนึ่งป้องปากอีกฝ่ายไว้ ทว่าอัลเฟรดกลับเลียฝ่ามือของผมจนผมสะดุ้งและชักมือกลับ จู่ ๆ ทำอะไรเนี่ยเจ้าบ้า!

 

“จ...เจ้า เดรัจฉานน้อย! หยุด! อย่าทำอะไรเป็นสุนัขนะ!”

 

ทั้งที่ผมถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจ แต่ดวงตาสีกรมท่าคู่นั้นกลับมองผมอย่างนึกสนุก

 

“สุนัข............โฮ่ง?”

 

“โฮ่ง อะไรของเจ้า! ข้าไม่ได้หมายความว่าーー”

 

ทั้งที่บอกไปแล้วว่าให้หยุด แต่อัลเฟรดกลับเลียที่ริมฝีปากผมอีกครั้งและจุมพิตลงมาอย่างแผ่วเบา

 

ถ้าไม่คิดจะฟังกันแบบนี้ นายมันก็แค่สุนัขพันทาง! เจ้าบ้า!

 

“......เลียน เจ้าอย่าตามคนแปลกหน้าไปไหน และห้ามกินอะไรจากคนไม่รู้จัก ไม่สิ ถึงเป็นคนรู้จักก็ห้าม เจ้าต้องอยู่ในที่ที่ข้ามองเห็นตลอดเวลา จะไปไหนต้องเรียกข้าก่อน”

 

“อ...อะไร!? ฉ...ฉัน เอ้ย ข้าไม่ใช่เด็ก ๆ นะ!”

 

ーーเสียงเคาะประตูดังขึ้นก๊อก ๆ

 

ผมสะดุ้ง พออีกฝ่ายผ่อนแรงที่อ้อมแขนลง ผมก็ผลักอีกฝ่ายและถอยร่นออกมา

คราวนี้ใครอีกล่ะ ไม่ชอบใจเลย

 

คนเข้า ๆ ออก ๆ มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว เหนื่อยชะมัด ห่อเหี่ยวด้วย ผมไม่ชอบที่คนเยอะส่งเสียงอึกทึกเป็นทุนเดิมนะ ในทางกลับกัน ผมชอบที่ที่ผู้คนอยู่กันอย่างเงียบสงบมากกว่า เหมือนหมู่บ้านแห่งนั้น

 

“เลียน! พี่เอง!”

 

หวา ไม่คิดว่าจะเป็นพี่ชายของเลียน......ไม่อยากเจอเลย

 

“......ท่านพี่ มีเรื่องอะไรหรือขอรับ”

 

“จะอะไรล่ะ พี่แค่อยากเห็นหน้าเลียนผู้น่ารักคนสำคัญของพี่เท่านั้นเอง! กว่างานเลี้ยงจะเริ่มยังพอมีเวลา ไปเดินเล่นกับพี่เถอะ!”

 

ไม่อยากไป ไม่อยากแม้แต่จะก้าวออกจากห้อง

 

“......ขออภัยขอรับ ท่านตาเพิ่งเรียกตัวข้า คงไปเดินเล่นกับท่านพี่ไม่ได้”

 

“เอออออ๋~!? ท่านตานี่ก็......”

 

ยังไม่ทันได้บอกว่าเข้ามาได้แท้ ๆ คุณพี่ชายก็บ่นอุบอิบพลางเปิดประตูเข้ามา

 

“เลี...ว้าก!”

 

คุณพี่ชายที่อยู่ชุดพิธีการตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง

สมแล้ว สภาพนี้แม้แต่พี่ชายก็ยังตกใจ ไหน ๆ ก็ไหน ๆ ลาออกจากการเป็นบราค่อนไปซะเลยสิ

 

“น...นางฟ้าตัวน้อย......!!!”

 

ยังพูดอะไรไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม ชุดนี้มันแฟนซี อายุปูนนี้ยังต้องมาแต่งตัวเหมือนภูติอีก......ไม่ชอบ

 

พี่ชายเดินโงนเงนเข้ามาใกล้ ลมหายใจหอบถี่ ดวงตาและใบหน้าแดงก่ำ

ร่างกายที่โซซัดโซเซสั่นไหวพร้อมยื่นมาเข้ามาของเขาทำให้ผมนึกถึงเกมซอมบี้ขึ้นมาจึงตกใจกลัว

ผมถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

 

“โอ้ว......เยี่ยม......เยี่ยมยอด......ท่วงท่ายืนที่ชั้นสูงและปราศจากกิเลส,เกลศตัณหา สีอ่อนบริสุทธิ์ที่ดึงความน่ารักน่าเอ็นดูออกมาเกินพรรณนา......ความงดงามประณีตชั้นสูงที่เผยให้เห็นความเย้ายวนแสนไร้เดียงสานั้น......ฮา ฮา......เยี่ยม......ทนไม่ไหวแล้ว......สมกับเป็นท่านตา......รู้ซึ้งถึงความงดงามของเลียนได้เป็นอย่างดี......ชุดนี้เป็นการคัดสรรที่วิเศษมาก......”

 

ไม่เข้าใจจริง ๆ นั่นแหละว่าพูดเรื่องอะไร! ถึงจะไม่เข้าใจ แต่ความขยะแขยงน่ะแจ่มแจ้งเลย

 

ผมรักษาระยะห่างไม่ให้มือพี่ชายโรคจิตนี่มาโดนตัวแล้วเขยิบไปใกล้อัลเฟรดพร้อมคล้องแขนเขาเอาไว้

 

“ช...เช่นนั้น ข้าขอตัวไปหาท่านตาก่อน จากนั้นจะเข้าสนามรบ แค่ก งานเลี้ยงเลยขอรับ ถึงจะน่าเสียดายแต่ไว้พบกันที่งานเลี้ยงนะขอรับ ท่านพี่ーไปเถอะ อัลเฟรด”

 

“อะ อา”

 

เพิ่งเคยเจอกับพี่ชายโรคจิตนี่ครั้งแรก แม้แต่คนนิสัยนิ่งเงียบเย็นชาไม่สะทกสะท้านอย่างอัลเฟรดก็ยังตกใจไปเล็กน้อย ใช่ ผมเอง ทั้งยามปกติและตอนนี้ก็ยังคงตกใจไม่หาย

 

“อา! ล...เลียน~! ไม่จริง~”

 

ผมทิ้งพี่ชายโรคจิตที่กำลังพล่ามอะไรสักอย่างไว้ข้างหลังและรีบร้อนออกจากห้องพร้อมปิดประตู

 

 

 

“......อัลเฟรด”

 

“ว่าไง”

 

“ที่นี่น่ะ......เป็นที่ที่สิ้นเปลืองแรงมาก ๆๆ คนเดินยุ่งเหยิงไปหมด เพราะงั้นเก็บแรงไว้ล่ะ เจ้าต้องหมดแรงแน่ ที่นี่เผาผลาญทั้งแรงกายและแรงใจจนแห้งเหือดเลยล่ะ”

 

ทั้งที่อุตส่าห์เตือนอย่างมีน้ำใจแท้ ๆ อีกฝ่ายกลับหลุดขำออกมา

 

“นั่นมันเจ้าไม่ใช่หรือ ข้าสบายมาก”

 

“งั้นหรือ”

 

“อาーーเอาน่า พยายามเข้าล่ะ”

 

“......ข้าจะพยายาม”

 

เพื่อเบี้ยสำรอง จะมาเหยาะแหยะไม่ได้

 

 

 

 

 

ตรงหน้าคือบานประตูขนาดใหญ่สองบาน

ห้องนอนควบห้องทำงานของท่านตา

 

ด้านหน้าประตูมีคนเฝ้ายามท่าทางแข็งแรงสวมเครื่องแบบสีดำสนิทยืนอยู่

พวกเขาถือหอกด้ามยาวอยู่ในมือ สายตามุ่งตรงมาข้างหน้าและยืนนิ่งไม่ขยับจนแอบสงสัยว่ายังหายใจอยู่หรือเปล่า ดูราวกับของตั้งโชว์

เมื่อพวกผมเข้าไปใกล้ สายตานั้นก็จับจ้องมาทางพวกผม ไม่ใช่ของตั้งโชว์สินะ ทว่ามีเพียงสายตาเท่านั้นที่ขยับตามการเคลื่อนไหวจนชวนให้รู้สึกขนลุก

 

เมื่อถึงหน้าประตู อัลเฟรดยกมือส่งสัญญาณให้ผมหยุด ผมจึงชะงักฝีเท้า

 

เขาเดินขึ้นหน้าผมไปหยุดอยู่ตรงหน้าคนเฝ้ายาม

แม้จะถูกสายตาแหลมคมนั้นจ้องมอง ทว่าอัลเฟรดกลับไม่ใส่ใจและจ้องเขม็งกลับーーแค่ก มองตอบ

 

พวกเขาจ้องตากันอยู่หลายวินาที

เสี้ยววินาทีนั้น คนเฝ้าประตูหลบตา

แต่อัลเฟรดยังคงจ้องเขม็งอยู่

 

......อืม

รู้ผลแพ้ชนะแล้วนะ

 

สมกับเป็นเจ้าพ่ออันธพาลในโรงเรียนที่ผ่านการทะเลาะวิวาทมาอย่างโชกโชน มือขวาของผมคนนี้พร้อมจะบดเนื้อเป็นชิ้น ๆ แต่จะว่าไป นี่ทำอะไรกันอยู่เนี่ย

 

“ท่านเลียน โอเวน มาถึงแล้ว”

 

คนเฝ้ายามเบนสายตาที่แฝงความเจ็บใจเล็กน้อยมาทางผม เขาพยักหน้าและยื่นแขนไปเคาะประตูสองที

 

“......นายท่านขอรับ ท่านเลียน โอเวนมาพบแล้วขอรับ”

 

“โอ้......! งั้นหรือ ๆ! มาแล้วหรือ! เข้ามาเลยสิ”

 

ได้ยินน้ำเสียงสดใสของชายผู้หนึ่งดังมาจากด้านใน

 

คนเฝ้ายามเปิดประตู

ผมสูดหายใจเข้าทีหนึ่งและก้าวเท้าเข้าไป

 

ทันใดนั้น ผมได้ยินเสียงโลหะกระทบกันที่ด้านหลังจึงตกใจแล้วหันกลับไปมอง หอกของคนเฝ้ายามทั้งสองกำลังชี้ออกไป

ที่เบื้องหน้าอัลเฟรด

 

“ท่านตา ผู้นี้คือคนคุ้มกันของข้าขอรับ”

“ที่นี่ไม่มีใครทำร้ายเจ้าหรอก ให้เขารอข้างนอก”

 

ท่าทางคงไม่ยอมให้เข้า

 

ผมถอนหายใจแล้วเงยหน้ามองอัลเฟรด

 

“......อัลเฟรด รอข้างหน้าสักครู่ได้หรือไม่ หรือไม่จะกลับไปรอที่ห้องข้าก็ไม่ว่า”

 

“เลียน”

 

“ข้าไม่เป็นไร”

 

ผมยิ้มและโบกมือให้อัลเฟรดที่ทำท่าจะพูดบางอย่างก่อนจะหันหลังเดินเข้าไปในห้อง

 

เอาล่ะ การพบหน้ากับสปอนเซอร์ขาใหญ่ที่ไม่ได้เจอกันนาน

ต้องระวังไม่เผลอไปยั่วโมโหเขา

 

อะ แย่แล้ว ลืมทานยาแก้โรคกระเพาะ......เพราะเจ้าพี่ชายโรคจิตเข้ามาจู่โจมแท้ ๆ

 

ช่วยไม่ได้ มาถึงตรงนี้ก็มีแต่ต้องลุยเท่านั้น

พยายามเข้า ตัวผม นายเป็นพวกเอาตัวรอดได้ดียามคับขันอยู่แล้ว ไม่เป็นไร สำเร็จแน่

 

ผมวางมือลงบนท้องที่ปวดจี๊ด ๆ และสูดหายใจเข้าลึก ๆ อีกครั้ง

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 552 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,644 ความคิดเห็น

  1. #1615 pam005 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 00:54
    ปวดท้องบ่อยขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องปกติละนะ~ ตอนนี้อาจจะไม่รุนแรงแรงแต่มันอาจจะเรื้อรังไปส่งผลถึงอนาคต
    #1,615
    0
  2. #1249 kanyaest (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 10:30
    สปอนเซอร์ขาใหญ่55555555
    #1,249
    0
  3. #1147 ปลาทูทอดกรอบ3วิ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 01:52
    สู้ๆนะน้อง
    #1,147
    0
  4. #1008 Shakia (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 21:40
    น้องปวดท้องบ่อยแบบนี้ เป็นห่วงสุขภาพน้องเลยอ่ะ
    #1,008
    0
  5. #933 Silabun (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 เมษายน 2563 / 11:58
    ไม่อยากคิดตอนถึงเวลาอัลปู้ยี่ปู้ยำน้องเลย ลูกหมาตัวโตๆเอ้ย
    #933
    0
  6. #921 เก้าอี้น้อย (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 01:30
    วงวารน้องและปวดท้องตามน้องง
    #921
    0
  7. #919 มุกึๆ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 20:32

    หู้ยย ไม่ใช่ท่านตาเป็นแบบท่านพี่นะ ปวดหัวเลยเด้อถ้างั้น555555

    รอนะคะมาต่อเร็วๆน้า
    #919
    0
  8. #899 hongyok025 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 09:14
    ง้ำ ง้ำ ง้ำ อร่อยไหมคะ คอคุณน้องอะ หวงเก่งงงงง ขังเขาได้ทำไปแล้วสินะ ห่วงน้องปวดท้องตลอดแน่ๆ
    #899
    0
  9. #898 aey_1997 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 06:21
    เลียนเป็นโรคขี้กังวลเข้าขั้นเลยนะ 555
    #898
    0
  10. #896 นุรักปลา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 03:14
    รับรู้ได้ถึงความสวยของเลียน
    #896
    0
  11. #895 เต่าหมุน^0^ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 02:09
    ญี่ปุ่นนี่มันญี่ปุ่นจริงๆ

    เซตติ้งยุคกลางต่างโลกมลายหายไปหมดเมื่อนายเอกพรรณนา
    #895
    0
  12. #894 rattawadee48 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 01:11
    อยากได้รูปชุดเว้ยย
    #894
    0
  13. #892 mumuninnin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 00:19
    อยากเห็นรูปเลย แง //ท่านตานี่...ไว้ใจได้แน่นะ คือเอ่อ เอาน่ะ เราอาจจะคิดเยอะไปเอง

    ปล.ไรท์คะ เรื่องนี้แฮปปี้เอนใช่มั๊ย ;-;
    #892
    0
  14. #891 Bamdy_NK (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 23:37
    น้อนนนนนน ฮื่อ น้อนลืมกินยาาาา แง้ //อยากเห็นชุดที่น้อนใส่ -,.-
    #891
    0
  15. #890 Duistern (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 23:13

    อยากเห็นเลียนในชุดนี้ อยากเห็น!!!! //กุมใจกับความน่ารัก
    #890
    0
  16. #889 Wibhawadee14682 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 22:26
    แงงงงงงง ต้าวตัวเล้กกกกกกกกกกก
    #889
    0
  17. #888 ทาสแมวอยากIsekai (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 22:09
    อยากเห็น อยากเห็น อยากเห็นอะ อิจฉาเจ้าอัลจัง
    #888
    0
  18. #887 Luili (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 22:03
    อยากเห็นรูปน้องมากเลย ฮือออ
    #887
    0
  19. #886 Amujan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 21:51
    อยากให้น้องเป็นตัวของตัวเองมากว่านี้อ่ะ น้องไม่ต้องเลียนแบบท่านเลียนทุกอย่าง เพราะนิสัยน้องตอนนี้มันดีอยู่แล้ว
    #886
    0
  20. #885 10326 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 21:23
    โอ๊ยยย บรรยายซะอยากเห็นชุดน้องเลยอ่าาาาา ฮือออออออ ฉากแรกที่ให้ดอกไม้แบบ เขินมากๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่ไหวㅠㅠ ตอนที่อัลเฟรดเช็ดปากให้ก็เหมือนกัน หวานๆๆๆๆๆๆ หวานเกินไปแล้ว

    อยากรู้ว่าถ้าอัลเฟรดรู้ว่าน้องเครียดขนาดนี้จะเป็นยังไง คงกกไว้กับตัว เป็นจงอางเลยอะ55555555
    #885
    0
  21. #883 Kondee2870 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 20:59
    อยากให้น้องมีความสุขจริงๆ เหมือนน้องจะมองตัวเองไม่สำคัญทั้งๆที่เป็นคนดีและอ่อนโยนแท้ๆ
    #883
    0
  22. #882 เต่าน้ำ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 20:53
    แค่ก ทำไมฉันต้องใจเต้นตอนพูดว่า โฮ่ง ด้วย
    #882
    0
  23. #881 クマしろ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 20:47
    ทำเอาอยากเห็นน้องใส่ชุดเลยเจ้าค่ะ
    #881
    0
  24. #880 Notty Kero (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 20:35
    ต้องสง่างามมากแน่ๆเลยยยย
    #880
    0
  25. #879 tmamilk666 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 20:33
    น้องงงส่องกระจกดีไหมลูก?
    #879
    0