[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 19 : 16 สองอาทิตย์สุดท้ายก่อนสิ้นสุดปีที่สี่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,794
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,066 ครั้ง
    23 ก.พ. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

16 สองอาทิตย์สุดท้ายก่อนสิ้นสุดปีที่สี่

 

วันสิ้นปีใกล้เข้ามา

 

ต้นไม้แต่ละต้นเริ่มตกแต่งประดับประดาจนดูคล้ายกับต้นคริสต์มาส ไม่รู้เป็นเพราะต้องรีบเตรียมการสำหรับวันสิ้นปีที่ใกล้จะมาถึงหรือเปล่า......ผู้คนที่สัญจรบนท้องถนน ไม่ว่าจะเมืองหรือในหมู่บ้านต่างก็เดินทางกันด้วยฝีเท้าเร่งรีบ

อีกสองอาทิตย์ หนึ่งปีนี้ก็จะสิ้นสุดลงพร้อมกับปีใหม่ที่กำลังจะเริ่มขึ้น

 

ทว่าก่อนจะถึงตอนนั้น

ผมยังมีーーเหตุการณ์ที่ต้องจัดการอีกหนึ่งเหตุการณ์ก่อนจะหมดปีนี้

 

 

'การประลองดาบภายใน'ーーการแข่งขันประชันดาบด้วยดาบจริงก่อนสำเร็จวิชาดาบของโรงเรียน

 

 

ในใจผมกู่ร้องด้วยความยินดี

 

ในที่สุด ในที่สุด

ในที่สุดเวลานี้ก็มาถึง

 

เมื่อถึงฤดูใบไม้ผลิปีหน้า ผมจะจบการศึกษาจากโรงเรียนแห่งนี้

 

เท่านี้ วันเวลาที่ผมต้องคอยพยายามเพื่อเอาชนะอัลเฟรดก็มาถึงจุดสิ้นสุดเสียที ผมไม่ต้องเอาชีวิตไปแขวนไว้กับการฝึกวิชาดาบภายใต้การชี้แนะของปรมาจารย์ที่เข้มงวดอีกต่อไป (เจ้านั่นต้องเป็น S ไม่ผิดแน่) ไม่ต้องต่อสู้กับอาการปวดหัวทั้งวันทั้งคืนเพื่อหาทางสกัดไม่ให้อัลเฟรดมีผลการเรียนดีกว่าผมในวิชาศาสตร์การใช้เวทมนตร์ระดับกลาง ทั้งยังไม่ต้องคอยฝึกซ้อมและหาวิธีใช้พลังเวทโดยไม่สิ้นเปลืองพลังแต่มีอานุภาพอีกแล้ว!

 

เอาเถอะ แม้ผมจะฝึกปรือฝีมือและวิจัยเรื่องต่าง ๆ มาตั้งแต่วันที่มาถึงโลกนี้เพื่อไม่ให้ตัวเองเหยาะแหยะและพร้อมสำหรับการต่อสู้ตลอดเวลาอยู่แล้วก็ตาม แต่ความรู้สึกที่ได้ปลดแอกตัวเองออกจากความกดดันที่ต้องชนะเท่านั้นทำให้ผมรู้สึกสบายตัวขึ้นมาก

 

และ สิ่งที่พิเศษที่สุดสำหรับเหตุการณ์ในคราวนี้คือーーーーผมไม่ต้องพยายามเพื่อเอาชนะอีกแล้ว

 

หรือก็คือแค่แพ้ก็พอ!

ประลองพอเป็นพิธีและจบมันซะ ไม่ต้องเตรียมการ ไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น

สบายสุด ๆ !

 

แม้รูปแบบการประลองจะเป็นการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ที่ต้องเอาชนะไปจนกว่าจะถึงรอบตัดสินแพ้ชนะ ทว่าผมก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก ออกจะเป็นการต่อสู้แบบสบาย ๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะระดับฝีมือของศิษย์คนอื่น ๆ จัดการง่ายไม่ต่างอะไรกับการดีดนิ้ว ให้ความรู้สึกว่าแค่ปัดเจ้าสิ่งที่ดูเหมือนดาบของเจ้าพวกนั้นก็พอแล้วใช่ไหม

ในบรรดาศิษย์ชั้นเดียวกันผู้ที่มีฝีมือและพลังในการต่อสู้จนทำให้ค่าความตื่นเต้นเพิ่มขึ้นถึงขีดสุดขนาดที่ว่าอาศัยช่วงโหว่เพียงนิดเดียวก็ตัดสินแพ้ชนะได้นั้น นอกจากผมกับอัลเฟรดก็ไม่มีใครอื่นอีก ผมขอเอาของว่างทั้งหมดในวันนี้ของผม สโคนช็อคชิพและรอยัลฟรัชทีย์เป็นเดิมพัน

 

อา อิสรภาพ

 

ส่วนเรื่องอีกสองปีต่อจากนี้ ทุกครั้งที่คิดถึงทีไรผมจะรู้สึกหดหู่และปวดท้องขึ้นมา ทว่าแผนการรับมือก็กำลังดำเนินไปอย่างราบรื่น แม้จะไม่รวดเร็วมากนักแต่การเดินทางพันลี้ต้องเริ่มต้นจากก้าวแรก

 

นอกจากนี้ผมยังมีเรื่องดี ๆ อีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งนึกขึ้นมาได้

ทำไมก่อนหน้านี้ผมถึงนึกไม่ถึง โมโหกับความโง่เขลาของตัวเองเสียจนอยากจับมานั่งคุกเข่าแล้วสั่งสอนสักยก

เรื่องดี ๆ นั้นก็คือーー

 

การจ้างผู้กล้าในอนาคต อัลเฟรดมาช่วยงานผมยังไงล่ะ!!

 

คนบ้าพลัง พลังเวทเยอะ พลังกายล้นเหลือเช่นนั้นต้องเอามาใช้เกิดประโยชน์ อีกอย่างอัลเฟรดทำงานได้ดี ทั้งยังขยันขันแข็งเกินกว่าที่ผมคิด หากงานทำท่าจะไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้ ไม่ว่าจะงานล่วงเวลาหรืองานที่ต้องลงแรง ผมก็โยนให้เขาได้หมดทุกอย่าง

 

อีกสองปี จะร้องไห้หรือจะหัวเราะก็ตัดสินกันที่ตอนนี้เท่านั้นจะมามัวห่วงภาพลักษณ์อะไรกันอีก

 

ผมตัดสินใจจะใช้ว่าที่ผู้กล้าในอนาคตให้ทำงาน ทำงานและทำงาน

 

ท่านเทพธิดายังไม่เคยติดต่อผมมาเลยสักครั้ง เธอคงไม่มาลงโทษผมถึงที่นี่หรอก จะว่าไปทำไมถึงไม่ติดต่อมาเลยนะ......เกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้นจริง ๆ อย่างนั้นเหรอ ไม่เอาน่า พอเถอะ ขอร้อง ได้โปรด ถ้าหลังจากนี้ท้องผมเป็นรูโบ๋เพราะความเครียด ผมจะเรียกเก็บค่าทำขวัญจำนวนมหาศาลกับคุณจริง ๆ นะครับ

 

หลังจากนั้นผมก็ไหว้วานให้อัลเฟรดถ่ายพลังลงใน 'หินกักเก็บพลังเวท' ขนาดกลางเพิ่มอีกห้าสิบก้อนและขนาดใหญ่อีกสามสิบก้อน อัลเฟรดค่อย ๆ แบ่งทำในช่วงพักและทยอยนำส่วนที่ถ่ายพลังเสร็จแล้วส่งมาให้ผม

 

ขอเพียงมีสิ่งนี้ผมก็สามารถสร้าง 'เตือนภัยคุง' ที่แข็งแกร่งมากขึ้นได้ ทั้งยังพัฒนาประสิทธิภาพอุปกรณ์คุ้มกันสถานหลบภัยได้ด้วย เหนือสิ่งอีกใดーーーーผมสามารถสร้าง 'รั้ว' ที่เคยยอมแพ้ไปแล้วเนื่องจากขอบเขตการติดตั้งค่อนข้างกว้างและ 'หินกักเก็บพลังเวท' มีไม่พอ รั้วนี้จะใช้ล้อมรอบไร่น่าเพื่อป้องกันสัตว์อสูร เพียงแค่สัมผัสรั้วก็จะถูกโจมตีด้วยกระแสไฟฟ้า ถือเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่มีประสิทธิภาพสูงมากในการป้องกัน

 

ด้วยความช่วยเหลือจากผู้กล้า ในที่สุดผมก็แก้ปัญหาพลังงานไม่พอใช้ที่เคยปวดหัวมานานได้เสียที

สำเร็จー!

ขอบคุณ ขอบคุณจริง ๆ ว่าที่ผู้กล้า ฉันจะใช้พลังเวทของนายไม่ให้สูญเปล่าเลย

 

ลำพังแค่ผมไม่มีทางถ่ายพลังลงหินก้อนใหญ่ขนาดนั้นได้แน่ อาจต้องใช้เวลาหลายวันและน่ากลัวว่าคงหมดสติไปอีก แม้จะหาซื้อหินที่อัดพลังเสร็จแล้วได้ ทว่าต่อให้ได้รับเงินค่าขนมมากแค่ไหนก็คงปลิวในพริบตา

 

'หินกักเก็บพลังเวท' หรือ 'อุปกรณ์เวทมนตร์' แม้จะเป็นสิ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทว่ามูลค่ากลับสูงมาก ชาวบ้านส่วนใหญ่จึงไม่อาจเอื้อม ให้ความรู้สึกว่า ข้าเก็บสะสมเงินเดือนมาตลอดสามเดือนเพื่อเปลี่ยนตะเกียงน้ำมันเป็นตะเกียงพลังเวท! ว้าว เจ้าสุดยอดไปเลยー!

และหากว่าแบตーーอะแฮ่ม หลังจากพลังเวทถูกใช้จนหมดก็มีทางเลือกว่าจะถ่ายพลังเวทใส่เข้าไปเองเช่นเดียวกับผมและอัลเฟรด หรือหากถ่ายพลังไม่ได้ก็มีแต่ต้องไปให้ร้านจัดการหรือไหว้วานนักถ่ายพลังเวท ซึ่งการถ่ายพลังในแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายจำนวนมาก แต่แน่นอนว่าคนทั่วไปมักเลือกอย่างหลัง เพียงแค่ดูจากอัตราส่วนของนักเรียนที่ได้เข้าเรียนในวิชาศาสตร์การใช้เวทมนตร์ระดับกลางก็พอจะเดาได้แล้วว่าผู้ที่สามารถถ่ายพลังเวทได้เองนั้นมีไม่มาก

นอกจากนี้แม้จะมีร้านค้าที่มีผู้ที่มีพลังเวทมากพอจะถ่ายพลังให้ ทว่าการถ่ายพลังมากจนเกินไปอาจสร้างความเสียหายต่อร่างกาย และต่อให้ไปจ้างวานนักถ่ายพลังเวท แต่หากโชคร้ายเจอกลุ่มธุรกิจมืดก็อาจถูกขูดรีดจนหมดตัว ทั้งยังไม่มีอะไรมารับประกันได้ว่าจะสำเร็จ ซึ่งข่าวลือเช่นนี้ก็มีออกมาให้ได้ยินอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นผมจึงไม่แนะนำวิธีนี้

 

ไม่ว่าจะโลกไหน เรื่องทำนองนี้ก็มีให้เห็นอยู่ตลอดจริง ๆ

จงทำลายธุรกิจมืด จงทำลายให้สิ้นซาก

 

ด้วยเหตุนี้ ที่คฤหาสน์ของเลียนจึงมีทั้งตะเกียงพลังเวท รวมทั้งอุปกรณ์ให้ความสว่างต่าง ๆ อย่างเพียงพอ แม้แต่น้ำร้อนเองก็มีหม้อต้มที่เพียงแค่เติมน้ำลงไป รอสามนาที น้ำก็เดือดแล้ว ถึงจะสะดวกสบายแต่อีกใจหนึ่งผมก็แอบรู้สึกผิดอยู่บ้าง เพราะแม้แต่ตอนนี้ผมก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นเพียงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่ได้เคยชินกับวัฒนธรรมของพวกคนรวยแม้แต่น้อย เงินเป็นสิ่งที่ต้องหามา ห้ามคิดว่ามีใช้ได้ไม่จำกัด...เข้าใจไหม แม่ของเลียน! ไปซื้อชุดเดรสกับเครื่องสำเองแพง ๆ จากเมืองหลวงมาอีกแล้ว สิ้นเปลืองจริง ๆ เอาไปคืนเดี๋ยวนี้เลย! ก่อนจะหมดช่วงรับคืน!

 

......เผลอเกรี้ยวกราดไปจนได้

ทำให้หัวเย็นลงหน่อยดีกว่า

 

 

ผมกาง 'แผนที่ฝั่งตะวันตกของหมู่บ้านเรส' ที่สร้างจากการนำภาพสเก็ตซ์มาต่อกันบนโต๊ะทำงานภายใน 'ห้องวิจัยและพัฒนา' ความจริงตระกูลโอเวนเองก็มีแผนที่ของหมู่บ้านเรส ทว่าเป็นแผนที่เมื่อห้าสิบปีที่แล้วจึงนำมาใช้งานไม่ได้ ตั้งใจทำงานหน่อยสิ พ่อของเลียน แค่แผนที่หมู่บ้านฉบับใหม่ช่วยทำขึ้นมาหน่อย

 

ดังนั้น แผนที่ฉบับนี้จึงเป็นฉบับที่ผมปรับปรุงขึ้นมาใหม่

 

สำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันแต่ละชนิด ไม่ว่ายังไงแผนที่ก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น เพราะหากไปติดตั้งในพื้นที่ที่สัตว์อสูรไม่ค่อยผ่านก็ไร้ความหมาย

 

การจะเอาตัวเองไปฝากไว้กับแผนที่ที่ไม่มีการปรับปรุงมาตั้งแต่เมื่อห้าสิบปีที่แล้วออกจะทำให้ผมกังวลไปสักหน่อย เมื่อไม่มีทางเลือกจึงได้แต่แก้ไขปรับปรุงใหม่เสียเอง เพราะผ่านมาถึงห้าสิบปี ทั้งผู้คนและอาคารต่างก็เปลี่ยนแปลงไปมาก ดังนั้นเมื่อมีเวลาว่างผมจึงออกไปข้างนอกพร้อมกับเครื่องวัดขนาดเล็กเพื่อนำไปวัดระยะของพื้นที่แล้วนำภาพมาสเก็ตซ์ จากนั้นก็ปรับแก้ลงในแผนที่ แม้จะเป็นงานที่ค่อนข้างใช้เวลาพอสมควร แต่ผมก็ทำสำเร็จจนได้

ผมนี่ไม่ธรรมดาเลย รู้สึกอยากชมตัวเองขึ้นมา

 

ด้วยเหตุนี้ เมื่อวันก่อนผมจึงมีเรื่องน่ายินดีーー'แผนที่ฝั่งตะวันตกของหมู่บ้านเรส ฉบับใหม่' เสร็จสมบูรณ์แล้ว!

 

เนื่องจากรูปแบบของหมู่บ้านเรสกว้างออกไปทั้งทางเหนือและทางใต้ พื้นที่ฝั่งตะวันตกจึงมีค่อนข้างมาก กว่าจะทำเสร็จจึงใช้เวลามากกว่าที่คิด ผมแอบเสียดายเล็กน้อยที่แผนที่เสร็จช้ากว่าที่แผนงานเดิมที่ตั้งไว้

 

หากผมพยายามก็น่าจะสามารถทำแผนที่ของฝั่งเหนือและใต้ได้ ทว่าคงต้องใช้เวลาอีกมาก กว่าจะถึงตอนนั้นเวลาของผมคงหมดลงเสียก่อน

 

ดังนั้นーーผมจึงเลือกเดิมพันกับทิศเดียวเท่านั้น

 

ทว่าการเดิมพันนี้ไม่ใช่เพียงการเดิมพันแบบสุ่มสี่สุ่มห้า

ผลจากการคาดการณ์ที่ผ่านการใคร่ครวญมาจนหัวแทบระเบิด ผมจึงเลือกเดิมพันกับเส้นทางที่มีโอกาสชนะมากที่สุด เพราะการพันเดิมครั้งนี้ ผมจะแพ้ไม่ได้

 

จักรวรรดิเจ้าปัญหาที่อัญเชิญเจ้าแห่งปีศาจออกมาอยู่ทางทิศตะวันตกและศูนย์กลางที่เจ้าแห่งปีศาจใช้พลังเวทและพิษจากขุมนรกทำให้เหล่าสัตว์อสูรคลุ้งคลั่งก็คือจักรวรรดิแห่งนั้น ดังนั้น ศูนย์กลางคือจักรวรรดิที่อยู่ทางทิศตะวันตก จากนั้นความคลุ้มคลั่งจะค่อย ๆ แผ่ขยายจากศูนย์กลางนั้นออกมาราวกับการแพร่ระบาดของมลพิษ

กล่าวคือ

 

ーーทิศทางที่สัตว์อสูรที่บ้าคลั่งจะเข้าโจมตีหมู่บ้านเรสก็คือทิศตะวันตก

 

ผมจึงต้องติดตั้งเครื่องป้องกันสัตว์อสูรและรั้วไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ที่จริงหากเป็นไปได้ผมอยากวางแนวป้องกันให้ทั่วทั้งหมู่บ้าน แต่ด้วยข้อจำกัดด้านจำนวน เวลา และคนจึงไม่สามารถทำได้ ดังนั้น ผมจึงตัดสินใจวางแนวป้องกันที่ฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นจุดที่สัตว์อสูรน่าจะบุกเข้ามาให้หนาแน่นที่สุด

 

ทว่าーーแม้จะพูดว่าแค่ฝั่งตะวันตก แต่ขอบเขตก็ยังกว้างนัก

 

ด้วยเหตุนี้ ผมจึงต้องหาวิธีสร้างรั้วสำหรับป้องกันสัตว์อสูร 'ลวดช็อตไฟฟ้าเปรี้ยง ๆ คุง'ーーให้ได้จำนวนมาก

 

และแล้วผมก็นึกถึงーーーーว่าที่ผู้กล้าในอนาคต

 

งานสร้างรั้วแค่นี้ สำหรับเจ้านั่นคงเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก เรื่องหมู ๆ ยังไงก็เป็นพวกมีพละกำลังล้นเหลือจนน่าเสียดายอยู่แล้ว ขอเพียงมีอัลเฟรด งานของผมคงเดินหน้าได้อย่างรวดเร็วจนคาดไม่ถึงแน่ ๆ

 

ช่วงนี้ผมพยายามสะสมอะไหล่ 'ลวดช็อตไฟฟ้าเปรี้ยง ๆ คุง' ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ หากจบการศึกษาอย่างราบรื่นเมื่อไร ผมตั้งใจจะเริ่มสร้างรั้วทันที เมื่อเรียนจบผมต้องกลับไปช่วยงานพ่อของเลียนหรือเป็นผู้ช่วยให้คุณพี่ชายที่หมู่บ้าน ถึงตอนนั้นคงเคลื่อนไหวได้สะดวกมากกว่านี้

 

ผมจะลองหว่านล้อมพ่อของเลียนว่าหลายปีมานี้ทั้งไร่นาและฟาร์มปศุสัตว์ต่างได้รับผลกระทบจากสัตว์อสูรมากขึ้นเรื่อย ๆ จึงควรสร้างรั้วล้อมเอาไว้ โดยยกยอว่าหากสร้างรั้ว ท่านพ่อจะได้รับความเชื่อใจจากชาวบ้าน ยิ่งกว่านั้นเวลาจ่ายภาษีชาวบ้านก็คงยินดีจ่ายกันโดยไม่อิดออด เมื่อถึงการประชุมงบประมาณประจำปี ท่านย่อมมีผลงานโดดเด่น ผู้บังคับบัญชาคงจดจำท่านได้เป็นแน่ ผมคิดว่าถ้าพูดไปทำนองนี้น่าจะไม่มีปัญหาอะไร ถึงยังไงพ่อของเลียนก็มีความคิดที่เป็นไปตามสูตรมาตรฐานอยู่แล้ว เงิน ชื่อเสียง ความก้าวหน้า

หากพ่อของเลียนอนุญาต ผมก็ไม่ต้องคอยหลบ ๆ ซ่อน ๆ ทั้งยังเกณฑ์คนไปช่วยงานได้อีก

 

ปัญหาเพียงหนึ่งเดียวตอนนี้ก็คือーーーー

อัลเฟรดดันเป็นพวกบ้างานที่เมื่อมีเวลาว่างก็จะออกไปทำงานพิเศษทันที

 

หากไม่จองตัวไว้ล่วงหน้า พอถึงเวลาอัลเฟรดคงทำงานให้ผมทันทีไม่ได้

 

อีกอย่าง ถ้าผมบอกอัลเฟรดอย่างกระทันหัน เขาอาจถึงขั้นออกจากงานเพื่อมาทำงานให้ผม ยังไงผมก็ควรบอกเขาไว้ก่อนตั้งแต่เนิ่น ๆ

 

นอกจากนี้การจ้างอัลเฟรดมาช่วยงานยังมีข้อดีอีกอย่างหนึ่ง

 

อัลเฟรดสามารถเป็นคู่มือให้พวกสัตว์อสูรขนาดกลางขณะที่ผมเข้าไปทดสอบการทำงานของเตือนภัยคุงและป้องกันภัยคุงในป่าลึกได้ ยังไงก็เป็นถึงว่าที่ผู้กล้าในอนาคต จะมีใครเหมาะกับหน้าที่คุ้มกันยิ่งกว่าเขาอีก นอกจากนี้ยังเป็นโอกาสดีที่อัลเฟรดจะได้ฝึกปรือฝีมือการต่อสู้ในสนามรบจริงด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว

 

 

หลังจากตัดสินใจได้แล้ว ผมต้องรีบไปจองตัวเจ้านั่นเอาไว้ก่อน

 

เย็นวันนี้ เมื่ออัลเฟรดกลับมาก็เริ่มเจรจาต่อรองกันได้เลย

น้ำขึ้นให้รีบตัก

 

 

ผมตรวจสอบแผนที่ฉบับใหม่ที่เพิ่งทำเสร็จพลางยกยิ้มอย่างพอใจ

 

 

 

"......ก็อย่างที่บอกไป หลังเรียนจบเจ้าสนใจมาทำงานกับข้าอาทิตย์ละสสามถึงสี่วันหรือไม่"

 

ตอนนี้ผมอยู่ในห้องอาหารของโบสถ์

มาเรียกับพวกเด็ก ๆ กำลังสวดภาวนาอยู่ที่ห้องสวดมนต์เหมือนอย่างเคย ที่นี่จึงมีเพียงแค่ผมกับอัลเฟรด

 

ผมนั่งลงข้าง ๆ แล้วชักชวนอัลเฟรดที่กำลังตักสตูว์ผักคล้ายราตาตูยเข้าปาก ผมเองก็เพิ่งทานเสร็จไปเช่นกัน อร่อยมาก สตูว์สูตรโฮมเมดที่นำผักหลากหลายชนิดกับเนื้อหมักมาเคี่ยวให้เข้ากัน จะทานคู่กับขนมปังก็อร่อย เพราะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ ผมจึงทานได้เต็มที่โดยไม่ต้องระวังเรื่องน้ำหนัก พืชผักที่นำมาปรุงอาหารล้วนเป็นผักที่พวกมาเรียปลูกเองจากแปลงผักด้านข้างของโบสถ์ เป็นอาหารที่เปี่ยมด้วยโภชนาการและความรัก ความเอาใจใส่

 

อัลเฟรดหันมองมาผมพร้อมเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ขณะที่มือก็ยัดขนมปังกลม ๆ ก้อนที่สามเข้าปากแล้วเคี้ยวตุ้ย ๆ ยังทานเร็วเหมือนเดิมเลย ทานเยอะอีกต่างหาก นายเอาของที่ทานไปเก็บไว้ตรงส่วนไหนกัน หรือพอเข้าปากแล้วก็หายไปเลย

จะว่าไปเมื่อกี้เพิ่งจะเริ่มทานแท้ ๆ หมดเกลี้ยงซะแล้ว ทานช้า ๆ หน่อย เดี๋ยวก็ปวดท้องหรอก

 

"งานพิเศษ"

 

"ใช่ ส่วนงานก็ เอ่อ เป็นผู้ช่วยคอยดูแลพื้นที่ต่าง ๆ หรือก็คือผู้คุ้มกันนั่นแหละ เจ้าแค่คอยคุ้มกันข้าก็พอ ที่เหลือก็ อา พวก......งานจิปาถะ ข้าให้เจ้าหมื่นเอลต่อวัน งานจะเลิกช้าหรือเร็วก็หมื่นเอล"

 

ผมยังไม่ได้กำหนดเรื่องเวลา อีกอย่างน่ากลัวว่าแต่ละวันเวลาทำงานก็คงไม่เท่ากัน ผมจึงเลือกจ่ายเงินรายวันแทน หากวันไหนเลิกงานช้าก็แค่เพิ่มค่าแรงไปตามสมควร ถ้าจ่ายรายชั่วโมงพอถึงเวลาทำรายรับรายจ่ายคงวุ่นวายน่าดู

ผมคิดว่าข้อเสนอนี้ฟังดูไม่เลว

 

"หนึ่งหมื่น"

"ใช่ เจ้าว่าไง"

 

อัลเฟรดเบนสายตาขึ้นด้านบนพลางใช้มือลูบคางท่าทางเหมือนกำลังใคร่ครวญอะไรอยู่

ผมเอียงคออย่างสงสัยในใจ

 

ผิดคาดแฮะ ผมคิดว่าอัลเฟรดจะตอบตกลงทันทีเสียอีก ทำไมล่ะ ถึงอาจจะต้องลาออกจากงานพิเศษสองสามงานแต่ค่าตอบแทนมากขนาดนี้ก็ฟังดูไม่เลวไม่ใช่เหรอ

 

อัลเฟรดที่เงยหน้าพลางใช้ความคิด ในที่สุดก็ดึงสายตากลับมาที่ผม

 

"......เข้าใจแล้ว ข้าจะทำงานให้เจ้าเป็นงานหลักแล้วกัน

"เอ๊ะ?"

 

ประโยคเมื่อกี้ฟังดูแปลก ๆ หรือเปล่า

 

เมื่อกี้อัลเฟรดพูดว่าทำงานผมเป็นงานหลัก อย่าบอกนะว่ามียังคนอื่นจองตัวอัลเฟรดอีก?

 

ถ้าเป็นเช่นนั้นก็เกือบไปแล้ว โชคดีที่ตัดสินใจมาคุยวันนี้ คุณตาพูดถูกเสมอ หากตัดสินใจอะไรแล้วก็ควรรีบลงมือทำเดี๋ยวนั้น

 

"ทำไมหรือ หรือว่าเจ้ามีงานอื่นอยู่แล้ว"

 

อัลเฟรดกลับไปทำท่าจับคางใช้ความคิดอีกครั้งและหันกลับมามองผม

 

"เปล่าหรอก แค่คุณเชดเดอร์มาชวนข้าว่าหลังเรียนจบแล้วไปอาศัยและทำงานอยู่ที่ฟาร์มเลยไหม"

 

"เอ๋!?"

"แต่หากข้าไปทำงานกับเจ้าสามถึงสี่วัน งานที่ฟาร์มคุณเชดเดอร์ก็ทำแค่วันเสาร์เหมือนทุกทีก็ได้ーーไม่สิ เดี๋ยวก่อน ถ้าเรียนจบแล้วก็ไม่ต้องคิดเผื่อวันธรรมดานี่นา ถ้าอย่างนั้น......อืม ข้าทำงานที่ฟาร์มปศุสัตว์วันศุกร์แล้วกัน"

"ป...ไปพักอาศัย?"

 

อัลเฟรดพยักหน้า

 

"อา คุณเชดเดอร์บอกว่ามีห้องว่างเยอะ จะยกให้ข้าห้องหนึ่ง อีกอย่างสองสามีภรรยาอยู่กันแค่สองคน ยังไงก็ไม่มีใครใช้อีก ให้ข้าใช้ห้องนั้นได้ตามสบายーー"

 

ผมสูดลมหายใจ

นั่นมัน

หรือว่าーー

 

"นี่เจ้า เจ้า......หรือว่า"

 

"แต่ยังไงข้าก็เกรงใจอยู่ดี จากนี้เลยคิดว่าจะไปคุยเรื่องค่าเช่า"

 

"ม...ไม่สิ! ถ้าอย่างนั้น เจ้าทำงานให้คุณเชดเดอร์ก่อนก็ได้! ยังไงงานของข้าก็เวลาไม่แน่นอน พอคิด ๆ ดูแล้วเจ้าทำงานให้ข้าวันศุกร์ ไม่สิ จะวันเสาร์ก็ได้"

"งั้นหรือ"

"อา ตามนั้นเถอะ งานที่ฟาร์มดูท่าจะหนักด้วย ข้ายอมให้แล้วกันーーถ...ถ้าอย่างนั้น หลังเรียนจบ......เจ้าจะ ไปอยู่กับคุณเชดเดอร์งั้นหรือ"

 

ออกจากโบสถ์แห่งนี้

 

"นั่นสินะ......อาจจะไปก็ได้ ห้องก็เตรียมไว้ให้แล้ว ท่าทางใจร้อนกันด้วยสิ ข้ายังไม่ทันตอบตกลง คุณนายเชดเดอร์ก็เริ่มหาผ้าม่านกับผ้าปูที่นอนมาตกแต่งให้อย่างกระตือรือร้น ข้าเลย......ปฏิเสธลำบาก"

 

"งั้นหรือ......"

 

"ช่างเถอะ ยังไงข้าก็อยู่ที่โบสถ์ตลอดไปไม่ได้ วันก่อนก็มีเด็กเข้ามาใหม่ด้วยไม่ใช่หรือ รีบย้ายก่อนที่ห้องจะเต็มน่าจะดีกว่า"

 

"ง..."

 

"ข้ากำลังหาที่อยู่ใหม่อยู่พอดี ถือว่าโชคดีแล้วล่ะ"

 

อัลเฟรดเผยยิ้มออกมา

 

แต่ไม่รู้ทำไมผมถึงไม่อาจส่งยิ้มคืนอัลเฟรดได้ในทันที

 

สามีภรรยาเชดเดอร์...ถึงจะเป็นเพียงการคาดเดาแต่ーーอาจจะตั้งใจรับอัลเฟรดไปเลี้ยงก็ได้ ผมสังหรณ์ใจแบบนั้น

 

หลังจากคุ้นชินกันแล้ว คุณเชดเดอร์คงจะบอกอัลเฟรดให้อยู่ด้วยกัน สองคนนั้นเป็นคนใจดี ต้องกำลังคิดเรื่องนี้อยู่แน่ ๆ

 

ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องน่ายินดี แต่ผมกลับเอ่ยคำยินดีกับอัลเฟรดไม่ออก เกลียดตัวเองชะมัด

 

 

สุดท้ายแล้วนาย...ก็จะไปอย่างนั้นเหรอ

ไม่สิ สำหรับนายอาจจะช้าไปก็ได้ มองส่งเด็ก ๆ ย้ายออกไปหลายคนแล้วนี่นา

ในที่สุดก็ถึงเวลาที่นาย......จะออกจากโบสถ์แห่งนี้แล้วสินะ

แต่ว่าーー

 

 

ーーーーตอนมาที่โบสถ์......ผมคงไม่ได้เจออัลเฟรดอีกแล้ว

 

ต้องพูดว่า ยินดีด้วย

 

เป็นเรื่องน่ายินดีนี่นา เป็นเรื่องน่ายินดีจริง ๆ ในที่สุดอัลเฟรดก็จะมีครอบครัวแล้ว ไม่ใช่ครอบครัวชั่วคราว แต่เป็นครอบครัวจริง ๆ

 

พูดสิ มัวชักช้าอะไรอยู่ พูดว่า ยินดีด้วย เร็วสิ ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องยินดีกับเขา

 

"......ย ยิน......ยินดี ยินดีด้วย......! ดีจังนะ! เจ้าทำงานมาตลอด ตอนนี้ก็จะได้มีที่อยู่สักที! ร...รักษาตัวด้วยล่ะ!! ร......รักษาสุขภาพด้วย!"

 

ผมใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีแสดงความยินดีออกไป

 

คนอุตส่าห์ตั้งใจแสดงความยินดีแท้ ๆ เจ้าบ้าอัลเฟรดนอกจากจะไม่ขอบคุณแล้วยังมีหน้ามาทำหน้าตาเอือมระอาใส่อีก

อะไร เจ้าบ้า มีอะไรจะพูดหรือไง อย่ามาถอนหายใจใส่กันนะ

 

"......เลียน......เจ้านี่นะ รักษาสุขภาพอะไรกัน......ฟังนะ? ข้าไม่ได้ไปไหนไกล แค่ย้ายไปอยู่ฟาร์มของคุณเชดเดอร์เท่านั้น"

"ย้าย"

"ใช่ ข้ายังเป็นห่วงคุณยายกับพวกเด็ก ๆ ยังไงก็คงแวะมาที่นี่บ่อย ๆ อีกอย่างข้ายังทำงานให้เจ้าด้วย ยังไงก็ต้องได้เจอกันอยู่แล้ว"

 

จะพูดแบบนั้นก็ถูก จริงสิ ตอนนี้ผมคุยเรื่องจ้างวานอัลเฟรดอยู่นี่นา ถ้าอย่างนั้นหลังจบการศึกษาーーผมก็ยังเจออัลเฟรดได้เหมือนเดิมสินะ

 

"จะว่าไป ข้าก็แค่เปลี่ยนที่นอนจากโบสถ์ไปเป็นฟาร์มคุณเชดเดอร์ก็เท่านั้นเอง"

 

"เอ๊ะ! แค่เปลี่ยนที่นอน......?"

 

"ใช่ไหมล่ะ?"

 

......งั้นเหรอ

 

พอพูดแบบนั้น......ก็ดูเหมือนจะจริง

จริงอย่างที่อัลเฟรดพูด แต่ว่าーー

 

นายคิดแบบนั้นจะดีเหรอ

มีอะไรผิดไปหรือเปล่า รู้สึกจะมีจุดที่ผิดอยู่นะ แบบนั้นดีแล้วจริง ๆ เหรอ ความคิดนายแปลกจากคนทั่วไปเลยนะ ไม่เป็นไรแน่เหรอ

 

"เพราะงั้น......เจ้าไม่จำเป็นต้องเสียน้ำตาหรอก"

 

อัลเฟรดพูดพลางลูบหัวผม

ผมที่ตื่นจากภวังค์ยกเอามือขึ้นขยี้ตา รู้สึกถึงความเปียกชื้นเล็กน้อย แต่เป็นเพราะผมขยี้ตาต่างหาก ไม่ใช่น้ำตาสักหน่อย แค่ปฏิกิริยาของร่างกายที่สร้างความชุ่มชื้นให้ดวงตาต่างหาก ผมไม่ได้ร้องไห้

 

ผมปัดมือที่วางอยู่บนหัวออก

 

"ข...ข้าไม่ได้ร้อง!"

"งั้นหรือ"

"ช...ใช่!"

"อา จริงสิ เลียน หลังจากข้าออกไปแล้ว เจ้าใช้ห้องข้าได้ตามสบายเลยนะ"

"! อ...ออก"

 

หลังจากนาย ออกไปแล้ว......?

 

"อืม ถึงจะแค่ช่วงที่ยังไม่มีเด็กเข้ามาーーเลียน ข้าบอกแล้วไง......ไม่ต้องร้อง"

"......ไม่ได้ร้อง"

 

แม้เสียงจะสั่นแต่แค่คิดไปเองเท่านั้น ผมไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้รู้สึกเย็น ๆ สักนิด ก็เพราะตอนนี้มีแต่เรื่องน่ายินดีไม่ใช่หรือไง

 

"งั้นหรือ"

 

อัลเฟรดยกยิ้มก่อนจะดึงผมเข้าไปกอด

 

ผมจมเข้าไปในอ้อมกอดของคนที่ตัวโตกว่า อัลเฟรดโตขึ้นอีกแล้วอย่างนั้นเหรอ อยู่ในช่วงเจริญเติบโตหรือไง ยังสูงได้อีกเหรอ ร่างกายของอัลเฟรดนับวันยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ แม้การที่ว่าที่ผูกล้าเติบโตขึ้นจะเป็นเรื่องน่ายินดี ทว่าผมก็อดหงุดหงิดไม่ได้ อะไรที่มันเกินก็แบ่งมาให้ฉันบ้าง

ฝ่ามือใหญ่ลูบแผ่นหลังของผมราวกับกำลังกล่อมเด็กเข้านอน

แก่แดด ฉันต่างหากที่โตกว่า......ถึงจะแค่ข้างในก็เถอะ

 

"ข้าบอกแล้วไง ข้าไม่ได้ไปไหนไกล อีกอย่างข้าก็ทำงานให้เจ้า จะเจอกันเมื่อไรก็ได้ไม่ใช่หรือ"

"......น...นั่นสินะ......"

"อา อีกอย่าง หากข้าต้องไปไหนไกลจริง ๆ ถึงตอนนั้นーーーーข้าย่อมพาเจ้าไปด้วย อย่ากังวลเลย"

 

ผมเบิกตากว้าง

 

นายจะพาฉัน ไปด้วยถ้าอย่างนั้นเหรอ

เหมือนที่เคยสัญญาไว้

 

"......สักวัน ยังไม่แน่นอนหรอกแต่ว่าถ้าสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว ข้าอยากกลับไปโวลมคาร์โดーーーーจักรวรรดิทางตะวันตก......สักครั้ง"

 

จักรวรรดิทางตะวันตก

 

โวลมคาร์โด

 

ーーจักรวรรดิที่จะอัญเชิญเจ้าแห่งปีศาจ

 

ต่างจากอาณาจักรเล็ก ๆ ที่พวกผมอาศัยอยู่ จักรวรรดิโวลมคาร์โดมีความบาดหมางกับจักรวรรดิทางตอนใต้มาตั้งแต่สมัยโบราณ จนทุกวันนี้การรบพุ่งก็ยังมีให้เห็นอยู่เนือง ๆ สงครามดำเนินมานานกว่าร้อยปี

 

ดังนั้นーーเพื่อโค่นล้มอีกฝ่ายและยุติสงครามที่ยืดเยื้อ โวลมคาร์โดได้ใช้วิชาต้องห้ามและอัญเชิญเจ้าแห่งปีศาจออกมา

 

ผู้คนจากทั้งสองจักรวรรดิต่างหนีไฟสงครามและอพยพเย้ามายังอาณาจักรเล็ก ๆ แห่งนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ วันก่อนพ่อของเลียนก็เพิ่งเผลอบ่นเรื่องนี้กับผมด้วยสีหน้าเอือมระอาเต็มทน ได้ยินว่าเขาถูกผู้บังคับบัญชาข่มขู่ーーแค่ก ฝากฝังว่าหากมีผู้คนอพยพเข้ามาก็ให้รับไว้ด้วย

 

"จักรวรรดิทาง......ตะวันตก"

"อา......ถึงจะปานนี้แล้วก็ตามーーแต่ท่านแม่ของข้ายังหลับอยู่ที่นั่น"

 

อัลเฟรดยกยิ้มและพึมพำเสียงเบา

 

"......ข้าเพียงแค่ฝังท่านไว้......ยังไม่ทันได้จัดพิธีศพให้ท่านแลย เพราะงั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากพาท่านแม่มาที่นี่......ข้าไม่ค่อยมีความทรงจำที่ดีในอาณาจักรนั้นเท่าไรนัก อีกอย่างหมู่บ้านแห่งนี้ก็เงียบสงบ ท่านแม่คงจะยินดีมากกว่า"

 

"งั้นหรือ......"

 

แบบนั้นอาจจะดีก็ได้

แม้วิทยาการของจักรวรรดิแห่งนั้นจะก้าวหน้าไปมาก แต่ก็เต็มไปด้วยสงครามและผู้คนที่แออัดーーไม่ใช่เมืองที่น่าอยู่สักเท่าไร หากเป็นหมู่บ้านอันสงบสุขที่ใช้ชีวิตได้อย่างสันติสุข คุณแม่ของอัลเฟรดคงจะหลับได้สบายมากกว่า

 

"ดังนั้น หากข้าจัดการเรื่องต่าง ๆ แล้วก็ว่าจะกลับไปสักครั้ง"

 

หลังจากการเรื่องต่าง ๆ

อีกสองปีให้หลัง อัลเฟรดจะกลับไปที่นั่น

 

"จะออกจากหมู่บ้าน......?"

"อา ถึงจะเป็นการเดินทางที่ยาวนาน......แต่เจ้าจะไปกับข้าหรือไม่"

 

อัลเฟรดถามผมด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อย

 

......บทบาทของเลียนสิ้นสุดที่หมู่บ้านแห่งนี้

 

หากผมมีชีวิตรอดーーーーนั่นหมายความว่า ผมจะเป็นอิสระ

 

เลียนไม่มีบทบาทในเนื้อเรื่องต่อจากนี้ เลียนจบชีวิตลงใน 'ปฐมบท ณ หมู่บ้าน' ไม่มีต่อจากนั้น เหลือเพียงหน้ากระดาษที่ว่างเปล่า

 

ดังนั้น เมื่อเวลานั้นมาถึงーーーーผมจะกลับไปเป็นตัวผม

 

ผมจะทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ ไปได้ทุกที่ที่อยากไป

เพราะเหลือเพียงหน้ากระดาษโล่ง ๆ ผมจึงไม่ต้องแสดงตบตาอีก

ผมจะเป็นอิสระ

 

หลังจากถูกท่านเทพธิดาโยนเข้ามาในโลกนี้ ไม่ว่าจะพยายามเรียกหรือร้องตะโกนก็ไร้การตอบรับ

 

ดังนั้นーーーーーผมเตรียมใจไว้แล้วーーสำหรับกรณีเลวร้ายที่สุด

อีกอย่าง

 

นี่ก็สี่ปีมาแล้ว

 

ผมใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้มาสี่ปี

มีทั้งสิ่งสำคัญและคนสำคัญเพิ่มขึ้นมากมาย

 

ถึงยังไงกลับโลกเดิมไปผมก็ตัวคนเดียวอยู่ดี กลับไปยังบ้านที่ปิดไฟมืดเพียงลำพัง

ดังนั้น

 

ตอนนี้ผมจึงเริ่มคิดว่า......ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ต่อไปก็ไม่เลว

 

แต่

 

ーーーーทุกอย่างขึ้นอยู่กับว่าผมจะมีชีวิตรอดในอีกสองปีให้หลังหรือไม่

 

 

"......ถ้าไปได้"

"เลียน?"

 

อีกอย่าง สักวันนายคงออกเดินทางไปพร้อมกับนักบุญหญิง

 

"ถ้าไปได้ ก็คงดี......"

 

สักวัน ด้วยกันกับนาย

 

หลังจากบทบาทครั้งนี้จบลง ผมก็ไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นคู่แข่งอีก จากนี้เราคงจะーーーーได้เป็นสหายธรรมดากันเสียที

เดินทางไปกับอัลเฟรดพร้อมส่งเสียงเจื้อยแจ้วกันก็ไม่เลว แวะที่ไหนก็ได้ ไปที่ไหนก็ได้ ทานอะไรก็ได้ พูดคุยอะไรกันก็ได้ หัวเราะไปด้วยกัน

 

จะเป็นแบบนั้นได้หรือเปล่านะ

ถ้าได้ก็คงดีไม่น้อย

หากเป็นเช่นนั้นーーจะเป็นการเดินทางที่สนุกขนาดไหนเชียว

 

 

"......เจ้าพูดอะไร ต้องไปได้สิ"

 

อัลเฟรดจับจ้องที่ใบหน้าของผมด้วยสีหน้าแฝงความขุ่นเคือง

 

"จะไปได้หรือเปล่านะ"

"ไปได้สิ ข้าเคยบอกแล้วว่าจะพาเจ้าไปด้วย สัญญากันแล้วนี่นา ข้าไม่โกหก ยังไงข้าก็จะพาเจ้าไปด้วย เจ้ากับข้า ไปด้วยกัน"

"พูดอะไรเอาแต่ใจแบบนั้น......"

 

ผมหัวเราะออกมาโดยไม่รู้ตัว ทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของผมไปได้

 

อัลเฟรดก็หัวเราะออกมาเช่นกัน

 

หลังจากนั้นーーใบหน้านั้นใกล้เข้ามาก่อนที่ริมฝีปากจะสัมผัสกัน

 

อัลเฟรดจู่โจมอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว ผมจึงทำได้เพียงรับสัมผัสนั้นอย่างไร้ทางหนี

 

"จ...เจ้านี่นะーーーーอื้อ อุ"

 

อัลเฟรดรุกล้ำเข้ามา ผมที่พยายามจะหนีถอยหลังไปชนเข้ากับพนักเก้าอี้จึงหนีไปไหนไม่ได้

 

ผมรู้สึกว่าการกระทำนี้ไม่ใช่สิ่งที่ーーเพื่อน เขาทำกัน ทว่าอีกใจหนึ่งผมสังหรณ์ว่าหากถามเรื่องนี้ออกไป ทุกอย่างคงจบแน่ ๆ

 

หากไม่หยุดตอนนี้ต้องแย่แน่ ที่นี่ห้องอาหารนะ คิดอะไรอยู่ นายจะทำให้เรื่องยิ่งแย่หรือไง

 

ผมออกแรงผลักอกของอัลเฟรด

 

เมื่อริมฝีปากถอนออก ผมก็ลืมตาขึ้นーーอัลเฟรดมองลงมาที่ผมพร้อมดวงตาสีฟ้าเข้มที่สั่นไหวด้วยแรงอารมณ์และริมฝีปากที่เปียกชื้น ผมไม่อาจทนต่อสายตาที่แผดเผานั้นได้จึงหลบตาไปทางอื่น

 

แบบนี้แย่แน่ ผมควรทำยังไงดี

 

ภาพเบื้องหน้าพลันมืดลง อัลเฟรดจรดริมฝีปากที่หน้าผาก แก้ม และข้างริมฝีปากของผม

 

"เดี๋ยว อัล อย่า......"

"ทำไม"

"ทำไม น่ะหรือーー"

 

คราวนี้ริมฝีปากเปลี่ยนมาประทับที่คิ้วของผมและประกบลงที่ริมฝีปากผมอีกครั้ง

 

อัลเฟรดกดจูบลงมาแรงขึ้น ผมจึงรีบร้อนใช้พลังที่มีผลักอัลเฟรดออกพร้อม ๆ กับเบนหน้าหนีจนในที่สุดริมฝีปากนั้นก็ถอนออก

 

เมื่อลืมตาขึ้น เบื้องหน้าผมก็ปรากฏดวงตาสีกรมท่าที่เข้มกว่าทุกทีในระยะประชิด

ーーแม้จะไม่อยากเห็นความแปรปรวนภายในสายตาคู่นั้น ทว่าก็มองไปจนได้

 

ไม่น่าไปมองเลย ผมลนลานเก็บสายตากลับมา

อัลเฟรดคงยังท่าทีสงบนิ่งเหมือนทุกที ทว่าที่ข้างหูผมกลับได้ยินเสียงหอบหายใจแรง ๆ เพราะไม่อาจถามออกไปได้ว่า ทำไม ผมจึงรู้สึกอยากอุดหูตัวเองขึ้นมา

 

"......นี่......"

 

 

"จู๊บー!"

 

ผมได้ยินเสียงน่ารักน่าเอ็นดูที่ไม่ควรอยู่ที่นี่จากที่ไหนสักแห่ง

 

"จู๊บー! กัน! พี่อัลขี้โกง!"

"ขี้โกง! จู๊บー!"

"ขี้โกงー! ข้าด้วยสิ! ข้าจะจู๊บーตั่นเลียนー!"

 

"!!!"

 

เมื่อมองไปที่ประตู สายตาก็เห็นพี่น้องสัญญาณไฟจราจรสามคนในชุดนอนลายเดียวกันวิ่งกรูเข้ามา อาจจะตื่นมาเพราะอยากเข้าน้ำ พี่น้องสามคนนี้เวลาไปไหนมักจะไปด้วยกันตลอด คงบังเอิญเห็นไฟห้องอาหารเปิดอยู่เลยมาแอบดูสิท่า

 

อ้อมแขนของอัลเฟรดคลายลงเล็กน้อย

 

ผมรีบดิ้นออกจากอ้อมกอดของเขาและอาศัยช่องว่างนั้นหนีออกมา

 

หลังจากอุ้มกระเป๋าที่วางอยู่บนพื้นขึ้นมาแล้ว ผมก็เผ่นไปที่ประตูที่มีสามพี่น้องกระโดดหยอย ๆ กันอยู่ด้วยความเร็ว

 

"ตั่นเลียน!"

"กลับแย้วหยอ"

"กลับหยอ"

 

"อื้ม ข้าจะกลับแล้ว! บ๊ายบาย! เจอกันอาทิตย์หน้า จุ๊บー!"

 

ผมย่อตัวลงแล้วจุ๊บเข้าที่หน้าผากของสามพี่น้องดวงตาสีแดง เขียว เหลือง

 

"กรี๊ดดด! จู๊บー!"

"เย้! ตั่นเลียน จู๊บー!"

"ว้าวー! จู๊บー!"

 

สามพี่น้องใบหน้าขึ้นสีก่อนจะกระโดดกรี๊ดกร๊าดกันอย่างชอบใจ ภาพที่ชวนยิ้มตามตรงหน้าทำให้หัวใจของผมราวกับได้รับการเยียวยา

 

ผมได้ยินเสียงดังปังจากทางด้านหลัง

 

"อา!? เจ้า......!"

 

น้ำเสียงของอัลเฟรดแฝงด้วยความไม่พอใจ

 

พอได้ยินเสียงลุกขึ้นจากเก้าอี้ผมก็รีบเด้งตัวขึ้นมาก่อนจะวิ่งผ่านสามพี่น้องแล้วเผ่นออกไปที่ทางเดิน

 

 

ระหว่างนั้นผมบังเอิญเจอกับมาเรียและพวกเด็ก ๆ เข้าพอดี ดูเหมือนจะสวดมนต์ภาคค่ำกันเสร็จแล้ว

 

"ตายจริง เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ ท่านเลียน ทำไมรีบร้อนขนาดนั้น"

"ท่านเลียนหน้าแดงใหญ่เลย!"

"ไม่สบายหรือ เป็นอะไรมากไหม"

 

"ข้าสบายดี ไม่มีไข้! ถ้าอย่างนั้น ท่านมาเรีย ทุกคน เจอกันอาทิตย์หน้า!"

 

ผมยังคงวิ่งต่อไปโดยไม่หยุดฝีเท้าขณะโบกมือลา

 

"เจ้าค่ะ ๆ ขากลับระวังด้วยนะเจ้าคะ อย่ารีบร้อนเกินไปล่ะ"

"บ๊ายบาย~ท่านเลียน!"

"บ๊ายบาย!"

 

"ขอรับ เจอกันนะ!"

 

ผมโบกมือโดยไม่หันกลับไปมองแล้ววิ่งออกจากโบสถ์

 

 

 

ให้ตายสิ เจ้าบ้านั่น......!!

 

ต้องระวังให้มากกว่านี้แล้ว!!

 

จะว่าไป ทำไมระยะนี้บรรยากาศมันดูอีโรติกーーแค่ก แปลก ๆ ขึ้นมาตลอด ไหนจะอัลเฟรดที่มักจูบผมและสัมผัสแบบไม่ทันให้ตั้งตัว

 

หรือมันถึงวัยนั้นแล้วเลยควบคุมตัวเองไม่อยู่หรือไง ถ้าอย่างนั้นเป็นคนอื่นก็ได้นี่! ไปหาคนอื่นสิ! อย่ามาลงที่ฉัน! นี่ผมต้องชี้แนะเรื่องเพศศึกษาให้ว่าที่ผู้กล้าด้วยเหรอ! หน้าที่ของผมชักจะมากเกินไปหน่อยแล้วหรือเปล่า!

 

อา พับผ่าสิ

 

อีกอย่าง ที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้นーーーーไม่รู้เป็นเพราะพลังเวทเราเข้ากันได้ดีหรือเปล่า ผมถึงรู้สึกดีตลอดーーไม่ ไม่ ไม่ ไม่ มีสติหน่อย ดึงสติตัวเองกลับมา ผมเป็นผู้ชายไม่เหรอ ชอบผู้หญิงไม่ใช่เหรอ สเปคต้องเป็นคุณพี่สาวสุดสวยสิ กับเจ้าเด็กพรรค์นั้น แถมยังเป็นผู้ชายอีก เป็นไปไม่ได้

ทั้งที่ควรเป็นแบบนั้น

 

ทว่าตัวผมที่เริ่มเคยชินกับสัมผัสนั้นขึ้นมาที่ละน้อยนี่แหละที่น่ากังวลที่สุด รสจูบที่อัลเฟรดมักจู่โจมเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ผมกลับไม่มีความรู้สึกอยากจะขัดขืนーーไม่ ไม่ ไม่ ไม่

 

ตั้งสติหน่อยสิ! ห้ามเคลิ้มนะ! ได้โปรดตัวผม!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.066K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,643 ความคิดเห็น

  1. #1641 Little-dragonfly (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 เมษายน 2564 / 00:40

    ไม่เข้าใจเลียน แบบเรื่องนี้บรรยายความคิดนิสัยของตัวละครค่อนข้างละเอียดด้วยมั้งเลยทำให้ตัวละครดูมีความคิดที่ซับซ้อน มั้ย เอาเป็นว่าไม่เข้าใจความคิดของเลียนเลยจริงๆอะที่โลกเก่าก็ไม่ได้มีครอบครัวเหลืออยู่แล้วไม่ใช่หรอ ทำไมน้องยังยึดติดกับโลกที่ไม่เหลืออะไรแล้วแบบนั้น รึน้องแค่กลัวที่จะเริ่มความสัมพันธ์ แต่ทั้งๆแบบนั้นน้องก็ดูเหมือนจะเปิดใจอยู่ แต่พออยู่คนเดียวก็บอกเหงา แต่ก็อยากกลับโลกตัวเอง ที่ไม่มีใคร แบบ นัองยังไงแน่เนี่ย ชั้นพยายามทำความเข้าใจแบบสุดๆแล้วแต่ก็ยังรู้สึกว่า อะไรวะ อยู่ดีอะ
    #1,641
    0
  2. #1627 pinend (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 มกราคม 2564 / 17:57
    อ่านแล้วรู้สึกเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอ มันหม่นๆแปลกๆ คิดไปเองแหละเนาะ(. .

    )
    #1,627
    0
  3. #1614 pam005 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 15:46
    นี่น่ะ มันไม่ใช่นิยายฝลดใฝลแล้ว!! สีเทา สีเทาชัดๆ!!!
    #1,614
    0
  4. #1582 Sea Zip (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2563 / 10:38
    เรื่องกุ๊กกิ๊กประจำวัน
    #1,582
    0
  5. #1537 สไนท์เปอร์ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 14:15
    โดนตะลอมทีละเล็กละน้อย อัลมันแผนสูงงงง55555555
    #1,537
    0
  6. #1273 YukiShiro (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 11:54
    อัล ใจเยนนนน
    #1,273
    0
  7. #1241 09fg (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 17:26
    แปลสนุกมากค่ะ
    #1,241
    0
  8. #861 hongyok025 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มีนาคม 2563 / 00:22
    นั้นเด็กนะใจเย็น ฮึๆๆ
    #861
    0
  9. #835 Lormielis (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มีนาคม 2563 / 09:23
    ต้องรอดสิน้อง
    #835
    0
  10. #686 pam223 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มีนาคม 2563 / 01:38
    เคลิ้มแล้วๆ
    #686
    0
  11. #652 mumuninnin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 มีนาคม 2563 / 09:32
    คือ อนาคตที่น้องคิดเรามีลางสังหรณ์แปลกๆอ่ะ ไม่ใช่ว่าทำให้เราหวังอนาคตที่สดใสแล้วกระทืบเราจมดินนะ เราเป็นเส้า
    #652
    0
  12. #577 After_TeaTime (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 14:03
    อัลคือรุกแรงมากแม่ หัวใจจะวายแทนน้องเลียน555555 สองปีต่อจากนี้ขอให้ผ่านไปด้วยดีนะ ขอให้น้องมีความสุข น้องเครียดมาตลอดแล้ว อยากให้น้องได้เจอกับความสุขบ้าง
    #577
    0
  13. #541 inwater (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 21:50
    ชอบผู้หญิง? หือ แน่เหรอ
    โดนจูบ ไปกี่ครั้งแล้ว เห็นฟิลทุกรอบนินา...
    #541
    1
    • #541-1 lettlecat(จากตอนที่ 19)
      14 เมษายน 2564 / 21:46
      5555เห็นด้วยๆ
      #541-1
  14. #465 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:59
    ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดีนะ
    #465
    0
  15. #425 เวนีล่า (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:13
    นับวันคุณว่าที่ผู้กล้าก็รุกแรงขึ้นเรื่อยๆนะคะ.. //ถ้าผ่านเหตุการณ์สำคัญในอีก2ปีได้ น้องเลียนคงโดนอิว่าที่ผู้กล้ากินแหง่ๆเลยค่ะ
    #425
    0
  16. #424 MoSt bEauty (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:37
    สนุกสุดๆ รอดูฉากสรุปของอีก2ปี รักนะคะ
    #424
    0
  17. #420 Pykk (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:04
    แอแงงงง ในที่สุดก็หาคนแปลเรื่องนี้เจอออออ เราหามานานมากกกก ขอยคุณที่แปลนะคะ อ่านรวดเดียวเลย สนุกมาเลยค่า
    #420
    0
  18. #419 FaFa_Fangs (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:44
    ไม่ทันแล้ววววว เคลิ้มไปแล้วค่าาาาาา
    #419
    0
  19. #417 ปลาทองทอด (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:42
    ชอบเรื่องนี้ที่ทั้งขมปนหวานแบบลงตัวม้ากมากกกก

    มันสมดุลไปหมด

    *เกลี้ยง *จ้าวแห่งปีศาจ

    (ใช้คำว่าเจ้าปีศาจ จะอารมณ์แบบเหมือนเราเรียกเขามากกว่า ต้องดูนะครับว่าเป็น mood แบบไหนที่พูดถึง)
    #417
    0
  20. #412 Patimabhorn (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:22
    จู๊บบบบกันน่ารักมากเลยอ่าา555 น้องเลียนไม่ต้องเผื่อใจหรอกนะ เจ้าอัลเค้าหลงน้องหัวปักหัวปำแล้ววว
    #412
    0
  21. #408 eyeyafa (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:36
    พวกเด็กๆน่ารักจริงๆ เขินแทนตั่นเลียน555555
    #408
    0
  22. #405 BLOODY BABY (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:12
    อืม...อัลจะผ่านด่านคุณพี่บราค่อนไหมนะ? อืม....
    #405
    0
  23. #403 N-Numwan29 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:50
    อุแงงง เรานี่ตาถั่วจริงๆ เฟบไว้นานแล้วแต่พึ่งอ่าน สนุกมากๆค่ะ!
    #403
    0
  24. #402 คาบเส้น (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:23
    ㅠㅠㅠㅠㅠㅠ น่ารัก!!
    #402
    0
  25. #401 SoraUnnieSama❄ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:16
    เอ็นดูเธอสุดใจ55555 คนนึงก็จู่โจมเก่งอีกคนก็เคลิ้มเก่งงง ไฟติดง่ายกันมากค่ะ น้องเลียนรักษาตัวด้วย55555
    #401
    0