[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 17 : 15 เมื่อผู้กล้าห่างไกล (part 3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,095 ครั้ง
    16 ก.พ. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

15 เมื่อผู้กล้าห่างไกล (part 3)

 

อาทิตย์ที่สองของการปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิ

 

น่าจะใกล้ถึงเวลาที่อัลเฟรดจะกลับมาแล้ว เห็นบอกว่าไปสองอาทิตย์ ถ้าอย่างนั้นก็คงจะกลับมาวันนี้หรือไม่ก็พรุ่งนี้สินะ

 

ในวันนั้น เมื่อพระจันทร์ขึ้นภายใต้ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ดวงดาวก็ส่องประกายไปทั่ว ทว่าอัลเฟรดก็ไม่ได้กลับมา

อาจจะกลับมาพรุ่งนี้

 

 

 

วันจันทร์

วันนั้นฝนตกลงมาแต่เช้า

 

พวกเด็ก ๆ ที่ถูกห้ามไม่ให้ออกไปเล่นข้างนอกมารวมตัวกันอยู่ในห้องอาหารขนาดใหญ่ของโบสถ์และนำกระดาษที่ไม่ใช้แล้วมาพับเป็นเครื่องบินปาเล่นไปทั่ว ผมสอนวิธีพับเครื่องบินรูปต่าง ๆ ให้กับเด็ก ๆ พวกเด็ก ๆ ต่างสนุกสนานและดีใจกันยกใหญ่

 

ในวันนั้น อัลเฟรดก็ยังคงไม่กลับมา

 

 

วันอังคาร

ปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิเหลือเวลาอีกหกวัน

 

วันนี้อากาศแจ่มใส ผมวางแผนจะออกไปสเก็ตซ์ภาพทางตะวันตกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน

ผมว่าจะกลับเร็วสักหน่อยเพราะโรเวนดาลบอกว่าช่วงเย็นฝนอาจจะตก

 

ระหว่างทางกลับ ผมแวะไปที่โบสถ์

ดูเหมือนอัลเฟรดยังไม่ได้กลับมาเช่นเดิม

 

มาเรียเอียงคอกล่าวว่า เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่านะ แต่อาจจะกลับมาพรุ่งนี้ก็ได้ สงสัยงานที่ฟาร์มปศุสัตว์คงกินเวลานานกว่าที่คิด เธอยกยิ้มขึ้นมา

 

จะเป็นเช่นนั้น

แน่น่ะเหรอ

 

 

เมื่อกลับมาที่รถ ชูลิโอ้ที่นั่งอยู่บนบังเหียนก็ขมวดคิ้วเป็นปมขณะที่สายตาจับจ้องมาที่ผม

 

"นายน้อย ไหวหรือไม่ขอรับ......? ท่านดูอ่อนเพลียมากนะขอรับ"

"งั้นหรือ ไม่มีอะไรหรอก ข้าสบายดี......"

 

ขณะที่ก้าวเท้าขึ้นรถม้า ในหัวก็พลันรู้สึกหวิว ๆ ก่อนจะเสียการทรงตัว

 

"น...นายน้อย!"

 

ชูลิโอ้ที่กระโจนลงมาจากบังเหียนกุลีกุจอเข้ามาประคองผม

ดูไม่ได้เลย แข็งใจหน่อยสิ

 

"......อา ข้าเวียนหัวนิดหน่อย ไม่เป็นไร หรอก"

 

ทั้งที่บอกไปแล้วว่าไม่เป็นไร แต่คิ้วที่ขมวดเป็นปมของชูลิโอ้กลับยังไม่คลายออก ทำไมล่ะ ตาลายแค่แป๊บเดียวเอง ไม่มีอะไรหรอก แค่เซนิดเซหน่อยเท่านั้น

เมื่อผมพยายามจะลุกขึ้น ชูลิโอ้ก็ห้ามเอาไว้

 

"ชูลิโอ้?"

 

"......นายน้อย พักที่โบสถ์สักครู่เถอะขอรับ นะ? แบบนี้......นายน้อยจะได้สบายใจขึ้นด้วย

 

"สบายใจ......?"

 

"ขอรับ ที่นี่มีผู้ที่นายน้อยเป็นห่วงอยู่ไม่ใช่หรือขอรับ"

 

ชูลิโอ้ยิ้มแย้มราวกับเข้าใจทุกอย่าง

ผู้ที่เป็นห่วง นี่นายต้องการจะพูดอะไรกันแน่ แล้วยิ้มทำไม

 

"ข้าเปล่าสักหน่อย"

"ข้าจะไปบอกคนคุ้มกันเองขอรับ ดังนั้นนายน้อยพักผ่อนเถอะนะขอรับ ข้าก็จะอยู่ที่นี่ด้วย มีอะไรก็เรียกข้าได้ตลอด"

 

"เจ้าค่ะ ข้าเองก็คิดว่าทำเช่นนั้นดีกว่า"

 

มาเรียที่ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีสีหน้าเป็นห่วงขนาดนั้นเดินมาข้าง ๆ ผม ก่อนจะใช้มือผอมบางนั้นสัมผัสที่ข้างแก้มของผม

 

"อา ดูสิ หน้าซีดเซียวเชียว......ดื่มชาอุ่น ๆ สักหน่อยไหมเจ้าคะ ข้าจะชงให้ท่านสุดฝีมือเลย จริงสิ หิวหรือไม่เจ้าคะ ให้ข้าทำอะไรให้ท่านทานดีหรือไม่"

 

ผมส่ายหน้า

ผมไม่ต้องการอะไรจริง ๆ

 

ไม่รู้สึกอยากอาหารเลย อาการปวดท้องของผมรุนแรงขึ้น แม้จะทานยาไปแล้วทว่าก็ยังไม่หายสักที อาจเป็นเพราะนอนไม่พอก็ได้ ผมนอนไม่ค่อยหลับ พอนอนแล้วก็จะตกใจตื่น เมื่อลืมตามาครั้งหนึ่งก็ยากที่ข่มตาหลับอีก

 

อาการเช่นนี้นาน ๆ ทีจะเกิดสักครั้ง อาการหัวใจเต้นถี่จนชวนให้รู้สึกไม่มีติดต่อกันตลอดทั้งวัน

 

ผมไม่รู้สาเหตุ แต่หากทนสักสองสามวันก็จะหายไปเอง

ทว่าคราวนี้กลับกินเวลานานกว่าทุกที

 

มาเรียลูบแผ่นหลังของผมพร้อมส่งยิ้มมาให้

 

"......ไม่ต้องกังวลหรอกเจ้าค่ะ อัลเฟรดต้องกลับมาพรุ่งนี้แน่"

 

 

จริง ๆ น่ะเหรอ

 

 

ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ท่านต้องแข็งแรงและกลับบ้านได้แน่ พยาบาลที่โรงพยาบาลเองก็เคยยิ้มและพูดกับผมแบบนี้

 

แต่ว่าーーสุดท้ายแล้ว คุณตาก็ไม่ได้กลับบ้าน

 

ฤดูใบไม้ผลิมักหลอกลวงผมด้วยคำพูดสวยหรู

เพราะถูกหลอกลวง ผมเองจึงต้องหลอกลวงเช่นกัน

ดังนั้น ผมถึงได้เกลียดฤดูนี้

 

คำโกหกเพิ่มพูนขึ้นเสียจนผมไม่อาจแยกได้ว่าเรื่องไหนคือเรื่องจริง

 

ทุกคำพูดที่คนอื่นพูดกับผม ผมมองว่าเป็นคำหลอกลวงทั้งหมด

 

ไม่สิ ทุกเรื่องที่ไม่มีหลักฐานล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งหลอกลวง

 

ความจริงถูกเก็บซ่อนเอาไว้ราวกับห่อด้วยใยไหม

 

 

 

เพราะถูกมาเรียกับชูลิโอ้คะยั้นคะยอ ผมจึงตัดสินใจพักที่โบสถ์สักเดี๋ยวอย่างช่วยไม่ได้

 

พอผมบอกกับมาเรียว่าไม่มีอะไรที่อยากทานเป็นพิเศษ จะขอนอนเลย มาเรียก็บอกให้ผมใช้ห้องของอัลเฟรดได้ตามสบาย ผมจึงใช้อย่างไม่เกรงใจ

 

 

ผมเข้ามาในห้องของอัลเฟรด รอยยิ้มปรากฏขึ้นเล็กน้อย

 

ยังเหมือนห้องรับแขกเหมือนเดิม อย่างน้อยก็หาหนังสือมาวางสักเล่มสิ เรื่องแค่นั้นน่าจะใช้เงินจากงานพิเศษซื้อได้ไม่ใช่เหรอ

 

อา......แต่ว่าหนังสือมันหนักนี่นา

พอถึงเวลาที่ต้องออกจากห้องนี้คงขนไปด้วยไม่ได้แน่ เพราะอย่างนั้นเลยไม่ซื้อสินะーー

 

เพราะไม่มีอะไรทำเป็น ผมจึงนั่งเหม่อลอยอยู่บนเก้าอี้ーーท้องฟ้านอกหน้าต่างกลายเป็นสีดำตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

 

หูได้ยินฟ้าร้อง

และฝนก็ต้องลงมาในที่สุด

 

เสียงของสายฝนแม้จะไม่หนักมาก ทว่าก็ไม่ได้เบา

 

จะว่าไป วันที่คุณตาเสีย ฝนก็ตกลงมาเหมือนกับตอนนี้เลย

ในตอนเช้า จากไปราวกับกำลังหลับสนิทーー

 

ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ข่าวร้ายไม่ว่าเมื่อไรก็มักจะมาตอนเช้าเสมอ

ทั้งคุณตา ทั้งทันเดอร์ต่างจากไปในตอนเช้า

 

ข่าวของอัลเฟรดเองก็ーーーー

 

หรือว่า

พรุ่งนี้เช้าーーーー

 

เมื่อนึกเรื่องที่เป็นลางไม่ดีขึ้นมาผมก็รีบไล่ความคิดของตัวเอง

อัลเฟรดบอกแล้วว่าจะกลับมา

เขาบอกแล้วว่าไม่เป็นไร

 

ผมจุดตะเกียงที่โต๊ะและถอดเสื้อคลุมออกมาแขวนที่พนักเก้าอี้ ก่อนจะพาร่างของตัวเองนอนลงบนเตียง

ได้กลิ่นของแดดจากผ้าปูที่นอน

 

ในหัวพลันว่างเปล่า

คงจะจริงอย่างที่ทุกคนพูด ผมอาจจะเหนื่อยเกินไปจริง ๆ ผมพยายามหนักขนาดนั้นเลยเหรอ ผมไม่คิดแบบนั้น ก็เหมือนปกตินี่นา

 

แต่ว่าวันนี้หัวกลับไม่ค่อยแล่นอย่างทุกที พอพยายามจะคิดเรื่องต่าง ๆ ก็ราวกับมีเมฆหมอกมาบดบังและในหัวก็ว่างเปล่า

 

ในที่สุดก็เริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมานิดหน่อย ผมจึงหลับตาลง

ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้รู้สึกเศร้าอะไรแท้ ๆ แต่ทำไมน้ำตากลับเอ่อไหลไม่หยุด ผมเอามือปาดออกครั้งแล้วครั้งเล่า

 

 

 

"......เจ้าร้องไห้ทำไม"

 

เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นเคย ผมก็ลืมตาขึ้น

 

อยู่ตรงนั้นตั้งแต่เมื่อไร

 

ภายในห้องーーーーーอัลเฟรดกำลังยืนอยู่

 

ไม่รู้สึกตัวเลย

ไม่ได้ยินเสียงฝีเท้า

สัมผัสไม่ได้แม้แต่กลิ่นอาย

 

ได้ยินเพียงเสียงของสิ่งต่าง ๆーーและเสียงจากสายฝนเท่านั้น

 

ไม่รู้เลยสักนิดว่าอยู่ที่นี่ตั้งแต่ตอนไหน

 

ภาพตรงหน้าราวกับถูกเมฆบางอย่างบดบังและดูเลื่อนลอย

 

 

อา......งั้นเหรอ

 

หรือว่าผมーーฝันอีกแล้ว

 

ตอนนั้นเองก็เหมือนกัน

 

ตอนนั้นผมเห็นร่างของคุณตาในตอนที่ยังแข็งแรงดีกำลังยืนส่งยิ้มร่าให้ผมอย่างทุกที ท่านบอกว่า ฉันขอล่วงหน้าไปก่อน หลานก็ไม่ต้องรีบตามมาล่ะ อยู่ที่นั่นให้สบายเถอะ และเดินออกจากห้องไป

 

อัลเฟรดก็คงจะจากไปเหมือนกับคุณตาสินะ

โดยทิ้งผมไว้

 

"......ไม่เอา......"

 

"เลียน?"

 

"ไม่เอา อย่าทิ้งข้าไว้ ไม่เอาแล้ว ข้าจะไปด้วย"

 

เมื่อยื่นมือออกไป อัลเฟรดก็เดินเข้ามาหา ผมพยายามยันตัวลุกขึ้นและกำเสื้อเชิ้ตของอัลเฟรดไว้แน่น

 

"พาข้าไปด้วย ข้าไม่อยากถูกทิ้งอีกแล้ว"

 

อัลเฟรดแสดงสีหน้าประหลาดใจพลางนั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะดึงผมเข้าไปกอด

 

"ข้าจะไป ข้าจะไปกับอัลเฟรด พาเข้าไปด้วย ข้าไม่อยากถูกทิ้ง ข้าไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว"

 

ผมไม่สนภาพลักษณ์ตัวเองอีกต่อไป

แม้แต่ตัวผมที่เป็นผู้ใหญ่ยังคิดเลยว่าสภาพดูไม่ได้ ผมสะอึกสะอื้นขณะร้องไห้และเกาะอัลเฟรดอย่างเอาเป็นเอาตาย

ก็เพราะ หากจากกันตอนนี้ ผมคงถูกทิ้งไว้แน่ ๆ

อีกครั้ง

 

"เลียน"

"พาข้าไปด้วย ขอร้อง ข้า ข้าจะไปกับอัลเฟรด ได้โปรด พาข้าไปด้วยเถอะ ข้าไม่อยากถูกทิ้งอีกแล้ว ไม่อยาก......อีกแล้ว......!"

 

อัลเฟรดลูบแผ่นหลังของผมอย่างแผ่วเบาเหมือนกับตอนที่มาเรียกำลังปลอบเด็ก ๆ ที่จิตใจไม่มั่นคง

 

"......เข้าใจแล้ว ข้ารู้แล้ว ข้าจะพาเจ้าไปด้วย"

"จริงหรือ"

"อืม"

 

"จะอยู่ด้วยกันจริง ๆ หรือ อยู่ด้วยกันตลอดไป......อัล...อัลเฟรดจะไม่ทิ้งข้าไว้ใช่ไหม"

 

"อา ข้าจะไม่ทิ้งเจ้า"

"สัญญานะ"

"อา......ข้าสัญญา ดังนั้น......เลิกร้องไห้ได้แล้ว"

 

"เจ้าคงไม่ได้โกหก......?"

"......ข้าไม่โกหก สาบานเลยก็ได้ หากข้าจะไปที่ไหนไกล ๆ ......ข้าจะพาเจ้าไปด้วยแน่นอน......ข้าจะพาเจ้าไปด้วย"

 

"ไม่......โกหก? อัล...อัลเฟรดไม่โกหกข้า"

"อา ไม่โกหก"

"อย่างแน่นอน?"

 

"ーーอย่างแน่นอน"

 

อัลเฟรดมองผมและพยักหน้า

 

ดวงตาคู่นั้นไม่ถูกเมฆหมอกบดบังและไม่มีสีจาง ๆ เหมือนกันเหล่าคนที่เคยโกหกผมด้วยคำพูดที่สวยหรู

 

ดวงตาสีฟ้าใสนั่นแผ่ขยายไปทั่ว

 

อา ดีจัง

อัลเฟรด ไม่ได้โกหกผม

 

ผม......จะไม่ถูกทิ้งไว้อีกแล้วสินะ

 

ฝ่ามือขนาดใหญ่นั้นลูบหัวของผม เป็นความรู้สึกที่คิดถึงจริง ๆ ผมหลับตาลงーーริมฝีปากหนึ่งจรดที่เปลือกตาของผม อบอุ่นเสียจนผมผ่อนคลายลงในที่สุด

 

ริมฝีปากอุ่นนั้นไล่ไปที่หน้าผาก ขมับ หู จมูก และต้นคอจนทำให้ผมจักจี้และเผลอหัวเราะออกมา เมื่อลืมตาขึ้นก็พบอัลเฟรดกำลังหัวเราะอยู่เช่นเดียวกับผม

 

ผมอารมณ์ดีอย่างบอกไม่ถูก ทั้งรู้สึกสนุกขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ผมจูบที่จมูกและแก้มคืนให้อัลเฟรด

 

อัลเฟรดเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยสีหน้าตกใจーーก่อนจะหยีตายิ้มออกมาอย่างร่าเริง อย่างหาได้ยาก......ไม่สิ ผมอาจจะเพิ่งเคยเห็นสีหน้าแบบนี้ก็ได้

 

แก้มของเขาขึ้นสีเล็กน้อยก่อนจะยิ้มอย่างขัดเขิน

 

คราวนี้อัลเฟรดพรมจูบลงมาที่ผมครั้งแล้วครั้งเล่าจนผมไม่อาจทรงตัวอยู่ได้จึงล้มลงไปนอนกับเตียง ทว่าริมฝีปากนั้นก็ยังคงกดจูบลงมาอย่างไม่ลดละ ผมเริ่มหายใจไม่ทันและอึดอัด

 

"อัล......อัล รอ เดี๋ยว......หายใจ ไม่..."

 

ในตอนนั้นเอง ฝ่ามืออุ่นร้อนก็ลูบไล้ไปตามสะโพกและแผ่นหลังของผม ความอบอุ่นชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ทั้งยังจักจี้จนหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง

 

"อัล......ฟ......อะ เดี๋ยว จักจี้......อะ...ฮ๊ะ...อะ อึก"

 

ใบหน้าของอัลเฟรดเคลื่อนจากริมฝีปากมาที่ลำคอ ก่อนจะไปหยุดตรงที่แผ่นอก ริมฝีปากที่เปียกชื้นยังคงพรมจูบลงมาเรื่อย ๆ

หลังจากนั้น ก็ค่อย ๆ เคลื่อนตัวลงต่ำลง

ทุกครั้งที่ขยับ เส้นผมหนาสีบลอนด์นั้นจะสัมผัสตัวผมชวนให้รู้สึกจักจี้

 

"อึก อะ......ฮา......"

 

บริเวณท้องน้อยถูกดูดดึงของรุนแรง ทั้ง ๆ ที่อากาศก็ไม่ได้หนาวแต่ร่างกายของผมกลับสั่นสะท้านจนเผลอกอดอัลเฟรดแน่น

 

ผิวกาย ฝ่ามือ และริมฝีปากที่สัมผัสลงมาทั้งร้อนลวก อบอุ่น และรู้สึกดี ลมหายใจผมถี่กระชั้น

 

ผมรู้สึก......ราวกับーーーー

 

ーーーーーーーーง่วงนอนขึ้นมา

 

ผมหาวออกมา

การเคลื่อนไหวของอัลเฟรดหยุดชะงักลงก่อนที่เขาจะเงยหน้ามองผม

 

"......เลียน?"

 

เส้นผมสีบลอนด์นั้นกลับมาประจันหน้ากับผมอีกครั้ง ดวงตาสีนภาคู่นั้นจับจ้องผมราวกับกำลังประท้วง ผมพยายามจะมองกลับทว่าหนังตากลับหนักอึ้งเกินกว่าจะลืมขึ้น

 

ผมหาวออกมาอีกครั้ง

 

"ฮา............ง่ว......ง......"

"......นี่ เดี๋ยวสิ อย่าหลับนะ"

"......ไม่......ไหว..........."

"รอเดี๋ยว"

 

ถึงจะบอกให้รอ

แต่ผมฝืนไม่ไหวแล้ว

 

ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้นอนเท่าไร ไม่ได้รู้สึกง่วงขนาดนี้มานานเท่าไรแล้วนะ

 

ทว่าผมยังอยากตรวจดูความอบอุ่นนั้นให้สบายใจจึงสวมกอดจากทางไหล่ของอัลเฟรด อุ่นจัง ผมดึงร่างของอัลเฟรดเข้ามาหาร่างกายที่เย็นเฉียบของผม รู้สึกดีมากเลย......

 

ทุกครั้งที่หายใจ ผมจะได้กลิ่นหอมของแดดราวกับกำลังสูดดมผ้าที่เพิ่งซักและตากจนแห้ง

 

ตอนเด็ก ๆ ผมชอบไปนอนบนกองผ้าที่เพิ่งเก็บมาใหม่ ๆ กลิ่นหอมนี้เป็นกลิ่นเดียวกับตอนนั้น

 

กลิ่นหอมที่ชวนให้รู้สึกสบายใจ กลิ่นหอม......ที่ผมชอบที่สุด

 

และยังーーอุ่นมาก ๆ

 

"............รู้สึก......ดีจัง......"

"......อึก............เจ้านี่นะ......ถ้าเจ้าพูดแบบนี้......"

 

อัลเฟรดบ่นพึมพำอะไรสักอย่างที่ผมฟังไม่เข้าใจ

 

ผมหาวออกมาอีกครั้งอย่างไม่อาจฝืนทนได้

 

ง่วงนอนเสียจนลืมตาไม่ได้เลย

แย่ล่ะ

 

ห้ามหลับนะ

 

ถ้านอนก็ล่ะ อาจจะถูกทิ้งก็ได้

แต่ไม่ว่าจะพยายามลืมตาเท่าไรก็ลืมตาไม่ได้ สุดท้ายผมจึงปิดเปลือกตาไปทั้งอย่างนั้นและพยายามเอื้อมมือออกไปไขว้คว้าเสื้อเชิ้ตของอัลเฟรดอย่างเอาเป็นเอาตาย เมื่อจับได้แล้วก็กำเสื้อนั้นไว้แน่น

 

ในขณะที่สติใกล้จะเลือนลาง ผมได้ยินเสียงอัลเฟรดพูดว่า อย่าเพิ่งนอน ตื่นมาก่อน จากที่ไกล ๆ ทั้ง ๆ ที่ผมยังสัมผัสได้ถึงความอบอุ่น อัลเฟรดน่าจะยังอยู่ข้างกายผมแท้ ๆ ทว่าเสียงที่ได้ยินนั้นกลับไกลออกไป แปลกจัง

 

แต่ว่า ช่วยไม่ได้นี่นา

ฉันง่วงมาก

ฝืนไม่ไหวแล้ว

ฉันฝืนธรรมชาติไม่ได้

 

แม้จะอยากพูดแบบนั้น แต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนอง จึงไม่มีคำพูดหล่นออกมาแม้แต่คำเดียว

 

เสียงลมหายใจของอัลเฟรด ก็ดูราวกับอยู่ในที่ที่ห่างไกล

 

 

ผมยอมแพ้ให้กับอาการง่วงนอนที่นาน ๆ จะแวะมาเยือนสักครั้ง ก่อนที่ーーーーーสติจะหลุดลอยไป

 

 

***

 

 

ーーーーแสงอาทิตย์ต้องที่เปลือกตา

 

ーーอุ่นจัง

 

สบายตัวจัง

 

เมื่อลืมตาขึ้น สายตาก็ปะทะเข้ากับภาพของเสื้อเชิ้ตที่ทำจากผ้าฝ้าย

 

"......เอ๋?"

 

เมื่อลุกขึ้นก็พบเส้นผมสีบลอนด์ที่กระทบกับแสงอาทิตย์จนส่องเป็นประกายกับใบหน้าที่เรียบเฉย

ได้ยินเสียงลมหายใจเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ

 

......นี่มัน สถานการณ์แบบไหนกันเนี่ย

 

บริเวณแผ่นอกของผมสัมผัสกับลมจนรู้สึกขนลุก ผมมองต่ำลงบนร่างกายของตัวเองอย่างฉงนーーกระดุมเสื้อเชิ้ตถูกปลดออกจนหมด......และสายตาก็เผลอเลื่อนไปเห็นตะขอกางเกงที่ถูกปลดออกเช่นกัน

 

"เอ๋......!?"

 

ผมรีบร้อนดึงเสื้อเชิ้ตมาปิดบังแผ่นอกของตัวเอง

 

เอ๊ะ อะไร นี่มันอะไรกัน

 

ทำไม รอเดี๋ยวก่อน

มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

 

ว่าจะไป อัลเฟรดกลับมาตั้งแต่เมื่อไร

 

เมื่อไรーー

 

 

ผมตัวแข็งทื่อ

 

ไม่ ไม่ ไม่ ไม่

เป็นไปไม่ได้ ๆ

เมื่อวานผมแค่ฝันไม่ใช่เหรอ ฝันน่ะ ฝัน

ถึงจะเป็นฝันที่อันตรายขนาดที่อยากจะกลับไปลบมันทิ้งเลยก็ตาม ตอนนั้นผมเสียการควบคุมไปโดยสมบูรณ์ ใช่ ผมแค่เพี้ยนไปนิดหน่อยเท่านั้น ใช่ ๆ

 

ตอนนั้นผมเผลอคิดไปว่าーーอัลเฟรดตายไปแล้วจริง ๆ

 

ผมมองแผ่นอกที่ขยับขึ้นลงตรงหน้าอย่างเบาใจ ยังหายใจอยู่ นั่นสิ ทำไมผมต้องไปกังวลอะไรขนาดนั้นด้วย นี่มันว่าผู้กล้าในอนาคตเชียวนะ จะไปทิ้งชีวิตในที่แบบนั้นได้ยังไง

 

ผมลองยื่นนิ้วไปสัมผัส ร่างกายของอัลเฟรดยังคงอุ่นอยู่

ยังมีชีวิตอยู่

 

โล่งอกไปที

กลับมาตามที่สัญญาแล้วสินะ

ผมไม่ได้ฝันไป

 

คงเพราะเมื่อวานร้องไห้หนักจึงรู้สึกเคืองตา ผมใช้หลังมือขยี้ตาตัวเอง

 

 

 

"......ยังร้องไห้อยู่อีกหรือ"

 

ได้ยินเสียงพูดที่แฝงด้วยความระอาตามด้วยเสียงถอนหายใจจากจุดที่เหนือศีรษะผมเล็กน้อย ผมเงยหน้าขึ้น

 

ดวงตาสีฟ้าที่ราวกับท้องฟ้ายามเช้ามองลงมาที่ผม สายตาคู่นั้นคงยังดูสะลึมสะลือ

 

"ม...ไม่ได้ร้อง!"

"งั้นหรือ"

"ข้าไม่ได้ร้อง แค่เคืองตา"

"งั้นหรือ"

 

อัลเฟรดลูบหัวผมด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

 

"ด...เดิมทีเจ้านั่นแหละผิด!? ย...อยู่ ๆ ก็เข้ามาในห้องไม่ให้สุ่มให้เสียง แล้วยังมายืนเหม่อ ๆ อีก คนเขาตกใจนะ! ถ้ากลับมาแล้วก็ช่วยพูดว่า กลับมาแล้ว หน่อยสิ! ข้าก็หลงคิดว่าเจ้าーー"

 

ผมรีบกลืนคำพูดลงท้องก่อนที่จะเผลอหลุดออกไป

 

คิดว่านายตายไปแล้วและมาบอกลาฉันเป็นครั้งสุดท้ายเหมือนกับคุณตาーー

 

"เปล่า......เห็นเจ้าหลับอยู่ ข้าเลยไม่อยากปลุก แค่จะมาดูเจ้านิดหน่อยเท่านั้น จึงพยายามเบาฝีเท้าน่ะ......ตกใจขนาดนั้นเลยหรือ"

 

ผมไร้เรี่ยวแรงและใช้สองมือปิดบังใบหน้า

 

แค่นั้นเองเรอะ......!

 

ผมรู้สึกทั้งหน้าแตกและอับอายจึงชกเข้าไปที่ร่างที่สูงกว่าผมตรงหน้า

......แต่กลายเป็นว่าผมเป็นฝ่ายเจ็บมือเสียเอง ความโมโหของผมจึงเพิ่มมากขึ้น เจ้าบ้า ทำไมกล้ามหน้าท้องแข็งขนาดนี้ ส่งมาให้ฉันซะ

 

"ง...งี่เง่า!! เจ้าน่ะ! ย...อย่าทำอะไรคลุมเคลือสิ เจ้าบ้า......!!!"

"งั้นหรือ"

"ไม่ใช่ งั้นหรือ โว้ย! ให้ตายสิ......"

 

ผมอ่อนแรงและฝังหน้าลงกับผ้าปูที่นอน ผมสัมผัสได้ว่าอัลเฟรดกำลังหัวเราะอยู่ ไม่ขำโว้ย

 

อัลเฟรดที่ยังคงทำตัวสบาย ๆ เหมือนอย่างทุกทีทำให้ผมเบาใจลงโดยไม่รู้ตัว

 

......เรื่องเมื่อวานปล่อยให้มันไหลไปกับสายน้ำเถอะ นั่นคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด จะว่าไปช่วยลืมเรื่องน่าขายหน้าของผมไปที อายจนรู้สึกอยากตาย ลบมันออกไป ลบมันออกไปให้หมด อย่าให้เหลือแม้แต่ร่องรอย เรื่องนั้นไม่เคยเกิดขึ้น มันไม่เคยเกิดขึ้น ผมแค่เล่นกับพวกเด็ก ๆ เท่านั้น เจ้าเปี๊ยกที่ร้องไห้แงแล้วบอกไม่อยากถูกทิ้งนั่นคือใครกันฟะ

 

และผมต้องทำอะไรสักอย่างกับสถานการณ์ในตอนนี้ด้วย

ต้องกลับเข้าเส้นเรื่องตามเดิม

 

ถ้าปล่อยไว้แบบนี้ ผมคงสวมบทบาทเป็นคู่แข่งต่อไปอีกไม่ได้แล้ว

ไม่สิ เรื่องนั้นก็ส่วนหนึ่งแต่ーーーーสถานการณ์มันเลยเถิดเกินไปจนสังหรณ์ใจไม่ดี เลยเถิดไปไกลมาก ทำไมสถานการณ์ถึงกลายเป็นแบบนั้นไปได้ เริ่มแรกก็แค่ทำเหมือนปลอบเด็กงอแงทั่วไปด้วยกับจูーー

 

เมื่อนึกย้อนไป ผมก็รีบดึงความคิดตัวเองกลับมา ไม่ได้ อย่าคิด อย่าไปนึกถึงมัน

 

จริงสิ

จากนี้ก็ปล่อยให้มันไหลไปแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นจะดีกว่า

เมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น

แบบนี้น่าจะดีที่สุด

 

ถ้าทำอย่างนั้นーーก็จะกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้

 

 

ขณะที่ผมตั้งใจจะทำไม่รู้ไม่ชี้และพยายามลงจากเตียงーーจู่ ๆ บ่าของผมก็ถูกรั้งไว้ก่อนที่ตัวผมจะถูกกดให้ลงไปนอนอีกครั้ง

 

"ว้าก!? เอ๊ะ อะไรーーหวา"

 

อัลเฟรดยื่นหน้าเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็วและงับลงเบา ๆ ที่ลำคอของผม ฝ่ามือใหญ่สอดเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตก่อนจะเคลื่อนผ่านใต้ราวแขนไปจนถึงแผ่นหลัง มือนั้นค่อย ๆ เคลื่อนไปอย่างเชื่องช้าราวกับกำลังลูบไล้

 

"เอ๊ะ อ...อัลเฟรด? ท...ทำอะไร"

"......ต่อจากเมื่อวาน ตอนนั้นเจ้าหลับไปข้าเลยทำต่อไม่ได้"

"ท...ที่ว่าต่อเนี่ย.......!?"

 

มือเลื่อนลงต่ำไปถึงกางเกง ผมสะดุ้งเฮือก

 

"ด...เดี๋ยว อัลเฟรด เจ้าจะทำอะไร อย่า......ไม่เอาแบบนี้......!"

 

ผมรับรู้ได้ทันทีว่ามือข้างนั้นคิดจะถอดกางเกงของผมจริง ๆ จึงรีบร้อนรั้งข้อมือของอัลเฟรดไว้

 

ทำไมนาย พยายามจะถอดเสื้อผ้าฉันล่ะ

ไม่ ไม่ เรื่องนั้นจะเป็นไปได้ยังไง

เป็นไปไม่ได้หรอก

อัลเฟรดคงไม่ได้คิดจะทำเรื่องแบบนั้นกับผมอยู่แล้ว

 

ทว่าสองมือของอัลเฟรดกลับยังคงกุมอยู่ที่กางเกงของผม และไม่รู้เพราะกลัวยุ่งยากหรืออะไร มือนั้นรวบไปถึงชั้นในーーและกำลังทำท่าจะถอดออกมา ผมจับกางเกงของตัวเองแล้วดึงขึ้นอย่างเอาเป็นตัวตาย

 

"ด...ดะดะ เดี๋ยว เดี๋ยว เดี๋ยว จ...ใจเย็น ๆ ก่อน นะ? เจ้าทำอย่างนั้นกับฉัน แค่ก ข้าไม่ได้ หรือว่าเจ้าแกล้งข้าเล่น? แกล้งข้าสินะ เลิกเล่นอะไรตลกร้ายแบบนี้เถอะ"

 

ต่อให้เป็นไอ้โง่ขนาดนั้นก็รู้เจตนาที่แท้จริงได้ทันที อัลเฟรดไล่ลิ้นเลียตั้งแต่ลำคอของผมไปจนถึงใบหู ผมเกือบจะหลุดเสียงออกมา ทว่าพยายามใช้แรงใจที่มีทั้งหมดกลั้นเอาไว้

 

"อ...อัลเฟรด รอเดี๋ยว คือฉัน เอ้ย ข้า เป็นผู้ชายนะ!"

"อา"

 

อัลเฟรดตอบกลับมาอย่างไม่ยี่หระ

 

"เอ๊ะ!? ด...เดี๋ยวสิ อัลเฟรด ปฏิกิริยาแบบนั้นมันอะไร หรือว่าเจ้า เจ้าชอบผู้ชายงั้นหรือ!?"

 

อัลเฟรดเงยหน้าขึ้นมาราวกับปล่อยผ่านไม่ได้ เขาขมวดคิ้วจนเป็นปม

 

"จะเป็นไปได้ยังไง"

 

ผมโล่งใจขึ้นมา นั่นสินะ อืม ที่โรงเรียนก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไร จะว่าไปนายก็ดูจะไม่สนใจทั้งผู้ชายและผู้หญิงเลยนี่นา

 

"ง...งั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นーーเอ๊ะ เดี๋ยวสิ!"

 

อัลเฟรดโลมเลียที่คางของผม

 

"ท...ทำไม"

"......แต่ข้าอยากสัมผัสเจ้า......อยากสัมผัส นี่ ขอสัมผัสเจ้ามากกว่านี้ได้ไหม......?"

"ม...ไม่ได้!"

 

เอ๊ะ ทำไม

เดี๋ยวนะ ๆๆ นายพูดว่าอยากสัมผัสเหรอ เฮ้ย เฮ้ย

 

"อะ จริงสิ เมื่อวานข้าไม่ได้อาบน้ำ เนื้อตัวสกปรกจะตาย"

 

"เลียนมักมีกลิ่นหอมติดตัวเสมอーーไม่สกปรกหรอก"

(Note :綺麗(きれい) : แปลได้ทั้ง สะอาด และ สวย ค่ะ อยากกาวว่าเจ้าอัลชมน้องว่าสวยมาก ๆ ฮือออ)

 

"เอ๊ะ!? ม...ไม่สิ ข้าบอกว่าสกปรกไง!"

 

"ถ้าอย่างนั้นใช้'เวทชำระล้าง' สิ"

 

"ว...เวทนั่นไม่ได้เอาไว้ใช้กับสถานการณ์แบบนี้นะ!!"

 

เวทชำระล้างเป็นเวทมนตร์ที่เรียนในวิชาศาสตร์การใช้เวทมนตร์ระดับกลางสำหรับใช้ในการชำระล้างบาดแผล ไม่ใช่เอาไว้ใช้......แทนการอาบน้ำ ขืนเอาพลังเวทมาใช้กับเรื่องไม่เป็นเรื่องก็สิ้นเปลืองกันพอดี

อา แต่พลังเวทของนายมันเหลือเฟืออยู่แล้วนี่นะ

 

"ร...รีบร้อนไปมันไม่ดี นะ จ...เจ้าคิดดูดี ๆ สิ ใจเย็น ๆ ลองใคร่ครวญดูสักหน่อย เรื่องแบบนี้ไว้รอโตเป็นผู้ใหญ่ก่อนค่อยทำเถอะ นะ? เจ้ายังเร็วเกินไปสำหรับเรื่องนี้ นะ? เรื่องแบบนี้ไม่เหมาะกับเด็ก ๆ หรอก ดังนั้น ห้ามーーอะ ข้าบอกว่าไม่ได้ไง!"

 

ผมจิกเล็บลงไปที่มือที่พยายามเลื่อนลงต่ำอย่างอยู่ไม่สุขเต็มกำลัง ในที่สุดก็ยอมอยู่นิ่ง ๆ สักที

 

"......หมายความว่า หากโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้าจะทำก็ได้อย่างนั้นหรือ"

"เอ๋?"

 

"ที่บอกว่าไว้รอเป็นผู้ใหญ่ก่อนค่อยทำ ก็หมายความว่าหากข้าโตเป็นผู้ใหญ่ ข้าก็ทำได้ใช่ไหมล่ะ"

 

เป็นแบบนั้นไปได้ยังไง......!!

 

ทำไมวันนี้อัลเฟรดตอบกลับมารุนแรงกว่าทุกทีแบบนี้ แต่ละคำตอบเล่นเอาผมเสียท่าจนโต้ตอบไม่ทันเลย

 

"ไม่..."

"ถ้าเจ้าสัญญา......ข้าจะหยุดก็ได้ แค่ตอนนี้น่ะ"

"นั่..."

 

แค่ตอนนี้

 

"นี่......ว่าไง?"

อัลเฟรดก้มหน้ามากระซิบเสียงต่ำที่ข้างหูก่อนจะโลมเลียอีกครั้ง ร่างกายผมสั่นเทิ้ม

 

ตอนนี้ งั้นเหรอ

หมายความว่าผมจะหนีรอดจากสถานการณ์ตอนนี้ได้โดยยืดเวลาออกไปจนกว่าโตสินะ

 

เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน

ทำไมผมมีแค่สองทางเลือกล่ะ

 

"ทำไม แล้วตัวเลือก'ไม่เอา'......ทั้งสองข้อล่ะ"

"ไม่มี"

"เอ๋!? เดี๋...เดี๋ยว! มันอะไรกัน!? เรื่องนั้นーーหวา"

 

อัลเฟรดทำท่าจะถอดกางเกงผมลงมาอีกรอบ ผมรีบตะครุบแขนเขาเอาไว้

 

"ร...รู้แล้ว! เข้าใจแล้ว! โตก่อนค่อยทำ!"

 

......ผมเลือกข้อ หนีให้รอดจากสถานการณ์ตอนนี้ไปก่อน

 

เพราะถ้าขืนปล่อยไว้ผมคงเสร็จเขาแน่ ๆ

ーーーーไม่ ไม่ ไม่ เรื่องบ้า ๆ แบบนั้น

 

เอาเป็นว่า การถอยทัพเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ก่อนอื่นถอยไปตั้งหลักก่อน เรื่องต่อจากนี้ไว้ค่อยคิดทีหลัง

 

"ข้าทำได้ใช่ไหม"

"เอ๊ะ!? ท...ทำーー"

 

ーーทำอะไร? กับใคร?

 

สัญชาตญาณผมบอกว่าห้ามถามแบบนั้นออกไปเด็ดขาด

 

และ

ฉับพลันผมก็นึกขึ้นได้

 

อีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญที่สุด

 

เรื่องของ'นักบุญหญิง' คนนั้น

 

จริงสิ

อีกสองปีต่อจากนี้ーーอัลเฟรดจะได้พบท่านนักบุญหญิงแล้วไม่ใช่เหรอ

ใช่แล้ว

 

"อ...อีกสองปี!!"

 

"......อีกสองปี?"

 

"ใช่ อีกสองปี ถึงคิดว่ายังไงเจ้าก็คงเลิกไปแล้ว แต่ถ้าอีกสองปีความคิดบ้า ๆ นั่นของเจ้ายังอยู่ล่ะก็ーー"

 

หากได้พบกับนักบุญหญิงーー

ความคิดสับสนของนายตอนนี้คงจะーーรู้สึกตัวได้เสียทีว่าแค่เข้าใจผิดไปเอง

 

ทำไม......ในอกถึงรู้สึกเจ็บปวดแปลก ๆ

ผมเองก็......คงสับสนอยู่เหมือนกัน

 

เพราะพลังเวทของเราเข้ากันได้ดีเกินไป จึงอาจเกิดความรู้สึกเกินเลยได้ง่าย น่ากลัวว่าーーจะเกิดขึ้นกับทั้งผมและอัลเฟรด หากไม่ระวังและสัมผัสใกล้ชิดกันจนเกินไป คงถูกความรู้สึกนี้ชักนำแน่ ๆ

 

"......ทำไม อีกสองปีทำไมหรือ"

"น...นั่นน่ะ"

 

จะอธิบายยังไงดี

เรื่องของ'นักบุญหญิง' คงยังพูดกับอัลเฟรดไม่ได้ ตอนนี้ผมยังบอกเรื่องในอนาคตให้อัลเฟรดรู้ไม่ได้

 

มือคู่นั้นหลุดออกจากกางเกงของผม ทว่ากลับไม่มีเวลาให้พักหายใจーーฝ่ามือของอัลเฟรดลูบไล้ขึ้นมาตามผิวกายของผม

 

"อะ......บอกว่า อย่า"

 

แม้พยายามจะหนี ทว่าหลังผมก็ติดกับผ้าปูที่นอนแล้ว อาการสั่นสะท้านและความร้อนวูบวาบที่เอ่อล้นออกมาจากในร่างกายทำให้ผมแอ่นกายขึ้น ผมไม่อาจควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจได้ ลมหายใจผมถี่กระชั้น ทั้งยังรู้สึกอึดอัด

 

"ข...ขอร้อง อัล...อัลเฟรด รอเดี๋ยว......อ๊ะ............บอกว่า......อย่า ไง......!"

 

การเคลื่อนไหวหยุดลงกระทันหัน

เมื่อลืมตาเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้นก็พบว่าดวงตาสีฟ้านั่นกำลังมองจ้องลงมาที่ผมด้วยแววตาขมขื่นเล็กน้อย

 

"อ...อัล......?"

 

"......ーーーーดาวดวงเล็กที่องค์เทพีโยนลงมา ไม่ว่าเมื่อไรก็เป็นประกายอยู่เคียงข้าง คอยส่องสว่างหนทางข้างหน้าーーงั้นหรือ......"

 

"อ...อะไร?"

 

"......ไม่มีอะไร............นั่นสินะ......ถ้าทำให้ถูกเกลียด......จนหนีหายไปล่ะก็......ข้าคงหงุดหงิดน่าดู......"

"เอ๊ะ?"

 

ผมไม่เข้าใจ ทว่าอัลเฟรดถอนหายใจยาวーーไม่สิ ยืดยาวกว่าทุกทีอย่างเจ็บปวด ทั้งดูอาลัยอาวรณ์และราวกับกำลังสะกดกลั้นอารมณ์

 

"......เข้าใจแล้ว ถ้าอย่างนั้น......ครบสองปีเมื่อไร ข้าก็ทำได้ใช่ไหม"

 

อัลเฟรดจ้องมองที่ใบหน้าของผม

ーーแววตาสั่นไหวราวกับเด็ก ทั้งแดงก่ำราวกับเป็นไข้

 

"ด..."

"ได้?"

"เอ๊ะ อะ"

"ได้ใช่ไหม"

"ด...!? ด...ได้ーー......"

 

ผมที่สูญเสียความเยือกเย็นไป ไม่คิดว่าจะถูกพูดชักจูงเข้าจนได้

ผมรีบปิดปากเงียบ

 

"ป...เปล่า! เมื่อกี้ข้าไม่ได้พูดอะไร!"

"เมื่อกี้เจ้าพูดว่า ได้"

"เปล่าพูด! เมื่อกี้มันーー"

 

อัลเฟรดยกยิ้มแล้วประกบริมฝีปากลงมาราวกับต้องการสกัดคำปฏิเสธของผม

 

 

"ข...ข้าไม่ได้พูดนะ"

"หืม?"

"หืม อะไรของเจ้า เข้าใจหรือเปล่า"

"อือー"

 

อือーอะไร ทำไมขานรับแบบขอไปทีอย่างนั้น นายฟังฉันอยู่แน่เหรอ ขอร้อง ฉันขอร้องนายแล้วนะ

 

อัลเฟรดล้มตัวนอนข้าง ๆ ผมแล้วถือวิสาสะลูบเส้นผมของผมเล่น ไม่รู้ว่าสนุกอะไรหรอกนะแต่อย่ามาจับ

......เอาเถอะ......ถ้าเทียบกับการถูกมองลงจากด้านบนแบบเมื่อกี้ น่ากลัวน้อーーแค่ก ดีกว่ากันเยอะ......

 

"ข้าบอกเจ้าอยู่นะว่า..."

"หิวจัง"

"เอ๊ะ?"

"ที่จริง เมื่อวานข้ากลับมาไม่ทันมื้ออาหาร เลยยังไม่ได้กินอะไรเลย"

"เอ๊ะ? ง...งั้นหรือ"

"อา เจ้าก็หิวเหมือนกันนี่ ไปกินมื้อเช้าด้วยกันเถอะ"

 

อัลเฟรดยันตัวขึ้นและลงจากเตียงเสร็จสรรพ นายเท้าเปล่าเหรอ ใส่สลิปเปอร์ด้วยสิ

 

เขาหันกลับมามองผมก่อนจะยื่นมือออกมาดึงข้อมือผมที่ยังนอนกลิ้งอยู่

 

"เจ้าเองก็ลุกーー"

 

อัลเฟรดดึงแขนผมและーーหยุดการเคลื่อนไหว เขาจ้องที่ข้อมือของผมก่อนจะขมวดคิ้ว

 

"อ...อะไร"

 

"......เจ้า ผอมลงไปหน่อยหรือเปล่า ได้กินอะไรบ้างไหม"

 

"......ท...ทานสิ เสียมารยาท!"

 

"งั้นหรือ แต่ข้ารู้สึกเหมือนเจ้าซูบกว่าเมื่อก่อน......"

 

"เปล่าสักหน่อย! เจ้าคิดไปเอง! และข้าก็ไม่ได้ผอมด้วย! ข้าน้ำหนักปกติ! เป็นเจ้าต่างหากตัวใหญ่เกินไป!"

 

"งั้นหรือーーเร็วสิ เลียน ไปกันเถอะ"

 

อัลเฟรดยกยิ้มแล้วฉุดแขนผมราวกับไม่ได้ยินสิ่งที่ผมพูด

 

อา

อัลเฟรดยามปกติ

เหมือนอย่างเคย

 

"......อะ อา"

 

เมื่อสบายใจขึ้นผมก็พยักหน้าและลุกขึ้นตามแรงที่อัลเฟรดดึงก่อนจะสวมรองเท้า

 

 

 

"......ก่อนอื่น ตรงหน้าเจ้า"

"หน้า?"

"ติดกระดุมเสื้อก่อนเถอะ......ไม่อย่างนั้นข้าจะ..."

 

ผมรีบร้อนติดกระดุมเสื้อเชิ้ตของตัวเอง และชกเข้าที่ท้องของเจ้าคนหัวสีบลอนด์ตรงหน้า

แม่งเอ้ย นายมันน่าโมโหจริง ๆ !! มาแลกหมัดกับฉันเดี๋ยวนี้!

 

"จ...เจ้าบ้า......!! เจ้าเป็นคนปลดเองไม่ใช่หรือไง!!!"

 

 

***

 

 

ในที่สุดปิดภาคเรียนฤดูใบไม้ผลิอันแสนยาวนานก็สิ้นสุดลง

 

เจ้าสามแสบกลับมาที่หมู่บ้าน และวันเวลาของการไปโรงเรียนก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ผมหวนคืนสู่ชีวิตประจำวันยามปกติของตัวเอง

 

วันเสาร์อาทิตย์ก็ยังคงไปที่โบสถ์อยู่เหมือนเดิม

 

......บางครั้งบางคราว ตอนมาที่โบสถ์หรือก่อนจะกลับก็บังเอิญเจออัลเฟรดเช่นเคย

 

 

วันนี้เป็นวันเสาร์

ผมเดินทางมาที่โบสถ์อย่างทุกที ทว่าวันนี้ผมบังเอิญเจออัลเฟรดที่หน้าประตูโบสถ์

 

เมื่ออัลเฟรดเห็นผมก็เผยรอยยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ผมที่เดินทางมาถึงโบสถ์แล้วไม่มีข้ออ้างให้วิ่งหนี จึงได้แต่หยุดยืนอยู่ตรงนั้น

 

"อรุณสวัสดิ์ เลียน วันนี้มาไวจัง"

"อ...อรุณสวัสดิ์ จ...เจ้าเองก็เถอะ วันนี้ไปทำงานพิเศษหรือ"

"อา"

 

เพราะอัลเฟรดยืนอยู่ตรงหน้า ทั้งยังใกล้มาก ผมจึงไม่กล้าเงยหน้าขึ้น ได้แต่หลบตาต่ำและก้มหน้างุด

 

อัลเฟรดกุมข้อมือของผมขึ้นมา

 

"นี่"

"อ...อะไร"

 

ทัศนียภาพตรงหน้ามืดลง อัลเฟรดเอาแก้มที่เย็นเล็กน้อยชนเข้ากับแก้มของผม

ทั้งสองข้าง

 

ผมที่ถูกจู่โจมอย่างกระทันหันตื่นขึ้นจากภวังค์ก่อนจะกระโดดหนี

 

"อะ......!!? ย...อยู่ ๆ ทำอะไรของเจ้า!?"

 

"ーーข้าแค่จะรับ'การอวยพร' จากเจ้า"

"ห๊ะ!? พ...พูดบ้าอะไร เจ้าบ้า! ค...แค่ไปทำงานพิเศษไม่ใช่หรือไง!!? ออกไปทำงานแค่นี้ ไม่จำเป็นต้อง'อวยพร' ไม่ใช่เหรอ! แล้วก็อย่ามาถือวิสาสะรับเองดื้อ ๆ สิ!"

"งั้นหรือ"

"ใช่! ไปให้ท่านมาเรียสั่งสอนเจ้าเสียใหม่เถอะ!?"

 

อัลเฟรดหลุดขำออกมา

อย่างสนุกสนาน

 

ไม่ได้สำนึกผิดเลยใช่ไหม.......!!

 

"งั้น ข้าไปล่ะ"

"ร...รีบ รีบไสหัวไป!"

 

ผมมองส่งเจ้าคนหัวสีบลอนด์ที่แย้มยิ้มขณะเดินออกไปพร้อมกับพูดว่าจะกลับมาตอนมื้อเย็น ผมถอนหายใจออกมา

 

ทำไมระยะนี้อยู่ ๆ ถึง......เกิดเรื่องเกินคาดหมายขนาดนี้ขึ้นมาได้ รู้สึกราวกับระยะห่างของผมกับอัลเฟรดค่อย ๆ ลดลง ทั้งยังใกล้ชิดกันมากขึ้น ผมควรทำยังไงดี......เหนื่อยใจ

 

พอเผลอไผลทีไรทั้งสีหน้า ทั้งบรรยากาศก็จะชวนให้ยากจะรับมือ แปลกประหลาดจนอยากจะวิ่งหนี แต่ก่อนนาน ๆ ทีจะเกิดขึ้นสักครั้งทว่า......ระยะนี้กลับเกิดขึ้นเป็นประจำ ผมเหนื่อยจริง ๆ

 

......ไหนจะเรื่องคำสัญญาแกมบังคับนั่นอีก แบบนี้ไม่ดีแน่ ไม่ดีแน่ ๆ แม้จะอยากรู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่ผมก็ไม่มีความกล้าพอที่จะถาม

 

ดังนั้น ทุกวันนี้ผมจึงพยายามไม่พูดถึงเรื่องนั้นให้มากที่สุด ทั้งพยายามไม่ให้เกิดบรรยากาศแปลก ๆ ที่รับมือยากเช่นนั้นอีก

 

 

"ตายจริง ท่านเลียน อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ! วันนี้อากาศดีมากเลยนะเจ้าคะ"

 

มาเรียสองมือถือไม้กวาดกับถังน้ำเดินออกมาจากประตูหลังโบสถ์ เมื่อเห็นผมก็แย้มยิ้มด้วยแก้มสีแอปเปิ้ลและทักทายผมอย่างอารมณ์ดีพลางเดินเข้ามาหา

 

"อรุณสวัสดิ์ขอรับ......"

"ตายแล้ว เกิดอะไรขึ้นหรือเจ้าคะ ทำไมใบหน้าหมองขนาดนั้น! ออกจะน่ารักน่าเอ็นดูแท้ ๆ เสียของหมดเลย! มีเรื่องทุกข์ใจอะไรหรือเจ้าคะ หากไม่รังเกียจ ข้ายินดีรับฟังทุกเรื่องเลยนะเจ้าคะ!"

 

น่ารักน่าเอ็นดูอะไรกัน อย่าพูดอะไรที่ดูเหมือนคุณพี่ชายโรคจิตนั่นเลยครับ

 

"อา............ท่านมาเรีย คือว่า......มีเรื่องบางเรื่องที่ไม่เป็นไปตามที่ข้าคาดเดาไว้น่ะขอรับ......"

"อืม อืม อา นั่นสินะ......แต่ว่าถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ยังมีเรื่องดี ๆ ใช่ไหมเจ้าคะ"

"เรื่องดี ๆ ......หรือขอรับ"

 

"เจ้าค่ะ การที่ไม่เป็นไปตามที่คาด นั่นหมายความว่าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามที่ปรารถนาไม่ใช่หรือเจ้าคะ!"

 

ผมไร้เรี่ยวแรงราวกับจะล้มพับไปตรงนั้น ทว่าแรงใจบางอย่างก็พยายามฝืนทนเอาไว้

 

"......ท...ท่านมาเรีย มองโลกในแง่ดีได้จนน่าอิจฉาเสมอเลย......น่าอิจฉาจริง ๆ ขอรับ......"

 

"ฮุฮุ มองในแง่ลบไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมานี่เจ้าคะ!"

 

"......อ...อา ถึงจะ......จริงอย่างที่ท่านพูดก็เถอะ......"

 

"ท่านเลียนคิดเรื่องยาก ๆ เกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ ลองทำอะไรอย่าง วาา? วี้~! วาวา? ฟาาา?** ดูดีหรือไม่เจ้าคะ ถึงจะไม่รู้ว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือเปล่าแต่ท่านน่าจะลองดูนะเจ้าคะ!"

(**Note : แอฟเฟ็คเสียงให้ความหมายประมาณว่าทำตัวสบาย ๆ ชิว ๆ)

 

"ขอรับーー...นั่นสินะ......"

 

"เจ้าค่ะ!"

 

มาเรียแนะนำวิธียืดหยุ่นคล้ายลักษณะของตุ๊กตาหมีให้กับผมและส่งยิ้มอย่างสดใส

 

ผมรู้สึกราวกับว่าตัวผมที่เอาแต่กลุ้มใจเรื่องนั้นเรื่องนี้ดูไร้สาระขึ้นมา ผมถอนหายใจออกมาหนึ่งทีーーและค่อย ๆ ผ่อนคลายลงก่อนจะส่งยิ้มกลับไปให้มาเรียเช่นกัน

 

-------------------------

Happy Valentine ค่ะ มาแจกความหวานของเจ้าอัลกับน้องเลียนแล้วว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.095K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,643 ความคิดเห็น

  1. #1567 maekkiv (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 13:39
    เมื่อไหร่นายเอกมันจะเลิกพูดติดอ่างสักที อ่านรำคาญมาก เป็นกำลังใจให้คนแปลนะครับ
    #1,567
    2
    • #1567-1 maekkiv(จากตอนที่ 17)
      28 พฤษภาคม 2563 / 13:40
      อ่านแล้ว*
      #1567-1
    • #1567-2 Neko_BloodTypeY(จากตอนที่ 17)
      16 มิถุนายน 2563 / 10:40
      นั่นเขาเรียกว่าเขินค่ะไม่ใช่ติดอ่าง
      #1567-2
  2. #1159 No10051 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 09:56
    คนแต่งเป็นซึมเศร้าหรือเปล่านะ เรื่องนี้มันออกไปทางโทนดาร์กๆเศร้าๆหม่นๆแฝงด้วยความสดใสสวยงามประมาณนึง แต่เป็นห่วงเลียนมากๆ น้องดูสุขภาพจิตแย่มากอ่ะ ถ้าอัลตายจริงๆ เลียนจะอยู่ยังไงนุว่าฆ่าตัวตายแน่ๆ ถึงขั้นไปด้วยกันอ่ะ
    #1,159
    1
    • #1159-1 Quenci Rantey(จากตอนที่ 17)
      28 มิถุนายน 2563 / 15:02
      +++คิดเหมือนกันเลยอ่านเเล้วดูมันดูหม่นๆยังไงก็ไม่รู้ นึกว่าคิดไปเองคนเดียว
      #1159-1
  3. #1087 All I can do for you (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 21:05
    น่ารักที่สุดเลยยยย เป็นเรื่องที่น่ารักมากๆเลยค่ะ อ่านแล้วจินตนาการภาพ จิตนาการเสียงออกเลย เหมือนกำลังดูอนิเมะดีๆสักเรื่องเลยค่ะ
    #1,087
    0
  4. #857 hongyok025 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 12:18
    ช่วงแรกเราน้ำตาคลอเลย หลังจะนั้นเท่านั้นละ ตะมุงตะมิ้งเลยนะ น้องพูดไปแบบนั้นโดนกินไม่เหลือแน่ๆ แถมน่าจะกินอย่างรุงแรง ดวงดาวนั้นใช้คำทำนายถึงน้องป่าวว
    #857
    0
  5. #832 Lormielis (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 20:31
    สถานการณ์นี้--
    #832
    0
  6. #781 เจ้าแห่งการ(ดอง)นิยาย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 23:59

    เหม็นกลิ่นฟามรัก5555

    #781
    0
  7. #767 doubleua01 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 17:18
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-06.png เขินนนนนนนน~
    #767
    0
  8. #575 After_TeaTime (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 05:17
    อัลอัลว้อยยยยย นายจะเอะอะจูบเอะอะจับกดไม่ได้นะ5555 จุดนี่คือเจ้าอัลไม่สนอะไรแล้วกะจับน้องอย่างเดียวเลย-- แล้วน้องลูก อีกสองปีหนูไม่น่ารอดแล้วล่ะ ทำสัญญากันขนาดนี้ จบแล้วน้องง5555 นักบวชก็นักบวชเถอะ55555 ระหว่างนั่นต้าวอัลก็แอบแทะเล็มน้องไปก่อนแล้วกันนะ--แค่ก-
    #575
    0
  9. #474 JustAEcho (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2563 / 01:06
    คือแบบมาขนาดนี้แล้วน้องเลียนยังไม่รู้ว่าพ่ออัลต้องการอัลไลล ยัยหนูวววว
    #474
    0
  10. #463 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:20
    ตอนโตไว้พร้อมค่อยว่ากันเนอะอัล
    #463
    0
  11. #356 LeicalENz (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 07:41
    อัลคือแบบไม่สนแล้ววววว อ่านแล้วหายใจหือหาดมาก เขินจนต้องอุดปากกลั้นกรี๊ดด้วยหมอน
    #356
    0
  12. #325 ◆SY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:52

    โอ๊ยยย เปิดมาอย่างหน่วงอ่านไปเรื่อยๆอุดปากกรี๊ดแทบไม่ทันเลยค่ะะะ นังอัลมันร้าย!! มันร้ายมาตลอดดด!!! แงแงแงแงงงง

    ตอนช่วงแรกเศร้าจริงๆค่ะ มันเป็นหน่วงมาก สงสารน้องเลียนเลยค่ะ กังวลเรื่องเขาจนแย่ไปหมดทั้งกายใจ (。•́︿•̀。) แง

    แต่พีคที่สุดของตอนคือกำไรของเจ้าอัล แงแงแง อีกนิดน้องก็ไม่รอดแน้ว ฮื่อออ อันตรายที่สุด!//บอกคูมพ่อบ้านให้กักน้องไว้ไม่ให้โดนเจ้าอัล

    ดีจริงๆเลยนะคะที่ไม่เป็นอะไรไป เจ้าอัล

    ขอบคุณคุณคนแปลนะคะ สำนวนดีม้ากก แงแงแง ปลื้มค่ะ♥♥
    #325
    0
  13. #312 KuppaKP (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:26
    น้องงงง รุกหนักมาก
    #312
    0
  14. #310 เพียงหวังให้พานพบ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:45
    น้องงงงงงงงงงงงง ขนาดนี้แล้วววว นักบุญหญิงไรนั่นพิอัลเค้าไม่สนแล้วค่ะลูก 555555555
    #310
    0
  15. #308 papark (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:04
    โอ้ยยย โอ้ยยยย เจ้าหมาอัลลล กำไรเน้นนน ๆๆๆๆ

    เลียนก็คือน้องหงอยเหงา นึกถึงอดีต นึกถึงตา ในฤดูที่ไม่ชอบ ก็เกิดความกลัวขึ้นมา กลัวว่สอัลอัลจะหายไป ความสัมพันธ์มันคลุมเครือ แต่ก็อยากให้รับรู้ ยอมรับและเข้าใจตัวเองนะเลียน ฝากถึงเทอในอนาคต
    #308
    0
  16. #307 มิโกะ ซากุระ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:57
    เรื่องนี้สนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

    รออ่านตอนต่อไปน้าาา
    #307
    0
  17. #304 Lalilulelo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:28
    จัดว่าดีจ์มาก มาก!!!!
    #304
    0
  18. #302 Mini_Kyungsoo (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:34
    อัลรุกหนักมากกก หายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียว //Happy valentine day ค่ะไรท์
    #302
    0
  19. #300 PanphoP (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:09
    รักเค้าแล้วใช่ไหมลูกแม่
    #300
    0
  20. วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:50
    สักพัก​คงจะ​ได้กิน​อิอิ
    #299
    0
  21. #298 rystika (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 08:06

    น้องเลียนลูกกกกก น้อนนนนนนนน ฮือ น้องไม่ปลอดภัยย ฮื่อ ชอบบ /เอ๊ะ

    #298
    0
  22. #297 ลิสลา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:16
    อ่านช่วงแรก ๆ จะร้องแล้วววว
    หลังจากนั้นอัลรุกหนักมาก
    #297
    0
  23. #296 Bamdy_NK (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:36
    อมกกกกกก อั๊ลลลลลลลลลล
    #296
    0
  24. #295 ทาสแมวผู้ผ่านทางมา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:23
    วันวาเลนไทน์ของสาววายมันต้องแบบนี้แหละ!!!
    #295
    0
  25. #294 aey_1997 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:17
    รุกหนักมาก 😄😄😄 ชอบ
    #294
    0