[นิยายแปล] Nurturing the Hero to Avoid Death ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

ตอนที่ 11 : 9.5 ราวกับความฝัน (อัลเฟรด's part)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,404 ครั้ง
    22 ก.พ. 63

 

 

Nurturing the hero to avoid death | ผมไม่อยากตายขอเลี้ยงฮีโร่แทนแล้วกัน

9.5 ราวกับความฝัน (อัลเฟรด's part)

 

**ช่วงแรกมีเนื้อหารุนแรง โปรดใช้วิจารญาณ**

(Note : ไรท์ถอดเสียงชื่อหมู่บ้านผิดค่ะ หมู่บ้านชื่อ หมู่บ้านเรส นะคะ ขอโทษค่ะ T T)


 

 

แสงแดดลอดผ่านเข้ามาในห้อง

 

เช้าแล้ว

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าควรลุกแต่กลับลุกออกจากเตียงไม่ได้ ร่างกายปวดเกร็งไม่อาจขยับเขยื้อน ข้าหายใจอย่างยากลำบาก ทั่วทั้งร่างเหงื่อไหลท่วมชวนให้รู้สึกไม่ดี

 

อา อีกแล้ว

ーーหลงคิดว่าระยะนี้ไม่ค่อยฝันแล้วเชียว

 

 

ความทรงจำเบาบางราวกับรอเวลาให้ลืมไปเอง ข้ารู้สึกเหมือนถูกบังคับให้ฝันเช่นนั้นราวกับมีใครบางคน......ไม่ต้องการให้ข้าลืม

 

ฝันนั้นมักเริ่มต้นจากยามค่ำคืน

ข้ากับท่านแม่วิ่งไปตามตรอกเล็ก ๆ ที่มืดมิดและปะปนไปด้วยกลิ่นมากมาย ที่ด้านหลังมีกลุ่มชายสักลายท่าทางเป็นคนไม่ดีกำลังวิ่งไล่ตามมา ข้าพยายามร้องขอความช่วยเลือกจากผู้คน แต่ถูกมองกลับทางหางตาด้วยสายตารังเกียจก่อนจะเดินผ่านไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ไม่มีใครพยายามจะช่วยพวกข้าแม้แต่ผู้เดียว

 

ข้ากับท่านแม่เดินทางมายังอาณาจักรบ้านเกิดของท่านพ่อ อาณาจักรที่กล่าวขานกันว่ายิ่งใหญ่ที่สุดในดินแดนนี้ ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่สวยงาม ยิ่งใหญ่ และอุดมสมบูรณ์ ทั้งผู้คนและสิ่งของมีมากมายเสียจนทำให้คนตกตะลึงได้

ทว่า

 

สำหรับผู้คนภายนอกที่เดินทางเข้ามาーーโดยเฉพาะสำหรับผู้อพยพ ที่นี่ช่างเป็นอาณาจักรที่โหดร้ายทารุณ

 

คนต่างแดนที่พยายามเข้ามาล้วนแล้วแต่ถูกมองว่าแปลกประหลาด เกะกะ ป่าเถื่อน และสกปรกโสโครกราวกับพวกแมลงที่บินเล่นไฟ

 

ดังนั้นไม่ว่าจะถูกทำอะไรก็ไม่มีใครคิดจะเอ่ยปาก แม้จะพลั่งมือฆ่าก็กลับได้รับคำสรรเสริญเยินยอที่สามารถลดจำนวนคนพวกนี้ลงได้ ไม่มีผู้ใดกล่าวโทษ

ไม่ว่าจะทำอะไรก็ได้รับการให้อภัย

 

ผู้คนในอาณาจักรนี้ต่างยอมรับเรื่องนี้ราวกับเป็นเรื่องปกติ

 

ท่านพ่อของข้า หลังจากทำงานขนส่งเสร็จก็จะกลับบ้านในรอบหลายเดือน การได้ฟังเรื่องราวของดินแดนต่าง ๆ จากท่านพ่อคือความสุขหนึ่งเดียวของข้า เรื่องที่มักจะปรากฏออกมาจากเรื่องเล่าของท่านพ่อคือเรื่องราวของอาณาจักรเล็ก ๆ ใกล้เคียง แม้จะเป็นอาณาจักรขนาดเล็ก แต่ผู้คนที่อพยพเข้าไปกลับสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขーーดีจัง ราวกับดินแดนในฝัน ดังนั้นท่านพ่อจึงมักจะพูดกับข้าและท่านแม่ทุกครั้งหลังจากกลับจากงานว่า พอเก็บเงินได้แล้ว พวกเราย้ายไปอยู่ที่นั่นกันนะ

 

หลังจากนั้นーーท่านพ่อก็ออกไปทำงานและไม่กลับมาอีกเลย

 

แม้ท่านแม่จะบอกว่า รออีกหน่อย ท่านพ่อต้องกลับมาแน่ แต่ข้ากลับรู้สึกว่าเขาคงไม่กลับมาอีกแล้ว น่ากลัวว่าท่านพ่อคงสิ้นชีพระหว่างทาง หรือไม่ก็ーー

 

ーーーーเจอเมืองที่ใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายจึงไม่คิดจะกลับมาอีกแล้ว

 

และแล้ววันหนึ่ง

หลังจากได้เงินจากงานรับจ้างรายวัน ข้าก็ไปซื้อของที่ตลาด ในขณะที่กำลังกลับบ้าน

ก็ถูกชายกลุ่มหนึ่งเข้ามาหาเรื่อง

 

ข้าหนีไปพร้อมกับท่านแม่

 

แม้จะพยายามวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตแต่ผู้หญิงกับเด็กจะไปหนีทันได้อย่างไร

 

ก่อนที่จะวิ่งออกจากตรอกด้านหลังไปถึงถนนใหญ่ ข้าก็ถูกจับ

 

ในฝันมักจะเริ่มจากฉากนี้ และเวียนไปเรื่อย ๆ ไม่รู้จบ

ซ้ำแล้ว

ซ้ำเล่า

 

ーーท่านแม่ร้องตะโกนว่า หนีไปซะ

 

ข้ากลัวมาก จึงทิ้งท่านแม่แล้ววิ่งหนีมา

 

วิ่ง

หนีและหนี

 

ความรู้สึกละอายก่อเกิดท่วมท้นจิตใจ อา ทำไมถึงทิ้งท่านแม่แล้วหนีมาแบบนี้ ข้ากล่าวโทษตัวเองก่อนจะวิ่งย้อนกลับไปทางเดิม

 

เมื่อกลับมาถึง

 

ーーก็พบร่างของท่านแม่นอนหมดสติจมกองเลือด

 

ร่างนั้น ไม่ขยับแม้แต่น้อย

 

ข้ากรีดร้องอย่างโหยหวน

 

ーーถ้าฝันนั้นจบเท่านี้ก็คงดี

วันนั้นทั้งวันก็เพียงแค่ทนกับอาการปวดหัวกับอาการคลื่นเหียนเท่านั้น

 

ทว่า ฝันนั้นยังมีต่อ

 

ชายกลุ่มนั้นย้อนกลับมายืนรอบล้อมและยิ้มเยาะให้กับร่างที่จมกองเลือดของท่านแม่

หลังจากนั้นก็เหมือนเดิม

 

เมื่อーーเห็นข้าก็ตรงเข้ามาหมายจะจับข้าไว้อีกครั้ง

 

ข้าอาละวาดและขัดขืนแต่กลับถูกต่อยและเตะจนกระดูกขาหักก่อนจะโดนจับตัวในที่สุด ข้าถูกจับทุ่มลงกับพื้น ชายกลุ่มนั้นยกยิ้มอย่างน่าสะอิดสะเอียน ชายคนหนึ่งบีบคอข้าเอาไว้จนหายใจไม่ออก ภาพตรงหน้าถูกย้อมไปด้วยสีแดงーー

 

หลังจากนั้นจู่ ๆ ภาพตรงหน้าก็ถูกตัดไปอย่างเช่นทุกที

 

เมื่อได้สติขึ้นมาอีกครั้งก็พบกับ

 

ร่างที่ถูกหั่นเป็นชิ้น ๆ และโดนเผาจนไหม้เกรียมของชายกลุ่มนั้น ทั่วทั้งบริเวณเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและเครื่องใน

 

มือของข้าเป็นสีแดงฉาน

 

ข้ากรีดร้องออกมาอีกครั้งーーーー

 

เมื่อรู้สึกตัวตื่น หนึ่งวันอันโหดร้ายก็จะเริ่มขึ้น

 

 

***

 

 

แม้แต่ตอนนี้ข้าก็ยังคิดอยู่เสมอว่าโชคดีที่รอดมาจนถึงหมู่บ้านแห่งนี้ หลังจากที่ท่านแม่บอกให้ข้าหนีไป ท่านยังพูดอีกว่า หนีไปจากอาณาจักรนี้และจงมีชีวิตอยู่ ข้าทำตามคำของท่านแม่และเดินทางออกจากอาณาจักรนั้น ข้าพกเงินที่เก็บอดออมมากับท่านแม่ติดตัว หลังจากยอมสละเงินจำนวนหนึ่ง ข้าก็ได้อาศัยรถของปศุสัตว์เดินทางออกจากอาณาจักร

 

หลังจากนั้นข้าพยายามหลีกเลี่ยงผู้คนและสัตว์อสูร ทั้งหนีและซ่อนตัว มุ่งหน้าเดินทางไปยังทิศตะวันออกเรื่อย ๆ

 

จากเรื่องเล่าของท่านพ่อ ดินแดนในฝันนั้นตั้งอยู่ทางสุดขอบของทิศตะวันออก หากมุ่งหน้าไปทางนี้ ข้าจะพบกับความสุขและข้าอาจได้พบกับท่านพ่อที่นั่น

 

ข้าเชื่อนั้น

และเดินโซซัดโซเซมุ่งหน้าไปอย่างไม่ลดละ

 

ตอนที่ยังมีเงินเหลืออยู่ก็พอจะซื้ออาหารได้ ทว่าเงินกลับหมดไประหว่างทาง ข้าจึงอาศัยจับปลาจากแม่น้ำ ล่าสัตว์ และกินหญ้าหรือพืชที่พอจะกินได้ประทังชีวิต

 

นานวันเข้าสภาพข้าไม่ต่างอะไรจากคนเร่ร่อน จึงไม่มีใครเข้าใกล้ข้าแม้แต่คนเดียว

 

ข้าเดินและเดิน

และเดินต่อไป

 

เพราะท้องหิว เหนื่อยล้า และอดหลับอดนอน สุดท้ายข้าก็ล้มหมดสติไปกลางถนน

 

ชาวบ้านของหมู่บ้านเดินผ่านมาพบจึงเข้าใจว่าข้าตายแล้ว ด้วยความเวทนาคิดว่าอย่างน้อยฝังศพให้หน่อยก็คงดีจึงแบกร่างของข้ามาที่โบสถ์ ในตอนนั้นแม้ว่าจะหายใจรัวรินแต่ข้าก็ยังพยายามที่จะมีชีวิตอยู่ ชั่วขณะที่ร่างของข้ากำลังถูกนำลงโลงศพเล็ก ๆ ข้าลืมตาขึ้นมาเพียงเล็กน้อยจนทำให้คุณยายตัวเล็กของโบสถ์ตกใจสะดุ้ง

 

ข้ารอดจากการถูกฝังมาได้อย่างหวุดหวิด

 

ตั้งแต่นั้นคุณยายก็ช่วยรับเลี้ยงข้า

 

ข้าไม่รู้ว่าที่นี่ใช่ดินแดนในฝันที่ท่านพ่อพูดถึงหรือไม่ ทว่าหากเทียบกับอาณาจักรนั้น การได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ก็ช่างราวกับความฝัน ดังนั้นสำหรับข้าที่นี่จึงเป็นดินแดนในฝันที่ท่านพ่อบอก สถานที่ที่เหมือนกับความฝัน

 

 

ตอนนี้ข้ากำลังเรียนอยู่ที่โรงเรียนในเมือง

ตอนแรกข้าตั้งใจว่าหลังจากเรียนจบจากโรงเรียนในหมู่บ้านจะเริ่มหางานทำ ทว่าคุณยายกลับร้องไห้และขอร้องข้าเป็นการใหญ่ สุดท้ายข้าจึงต้องเรียนต่ออย่างช่วยไม่ได้

 

คุณยายที่โบสถ์ใจดีเกินไป ท่านรับเลี้ยงเด็กทุกคนที่ถูกส่งตัวมาที่นี่ แม้จะมีเด็กที่ถูกรับไปเลี้ยงและออกไปใช้ชีวิตของตัวเองบ้างก็ตาม ทว่าจำนวนที่รับเข้ามากลับมากกว่าจำนวนที่ออกไป สุดท้ายสภาพการเงินของโบสถ์จึงไม่ต่างอะไรจากรถที่ถูกไฟครอก

 

ข้ามีพละกำลังมากกว่าคนอื่นและพอมีประสบการณ์การทำงานอยู่บ้างจึงตัดสินใจออกไปหางานทำ

 

ถ้าทำงานแล้วหาเงินได้คุณยายจะได้สบายขึ้น พวกตัวเล็กก็จะได้อิ่มท้องด้วย ทั้ง ๆ ที่เป็นแผนที่ดีแท้ ๆ แต่คุณยายกลับมองข้าด้วยสีหน้าทุกข์ทนและบอกว่า เงินที่เจ้าหามา เจ้าก็ควรเก็บไว้ใช้เอง ถ้าข้าไม่อยู่ ที่นี่ต้องแย่แน่ ๆ ข้าเพียงแค่ช่วยเท่าที่ข้าพอจะช่วยได้เท่านั้นเอง

 

เมื่อลงมาที่ห้องอาหาร คุณยายก็มองข้าก่อนจะนิ่วหน้า

 

"ตายแล้ว......อัล? เป็นอะไรหรือเปล่า......หรือว่าเจ้า......มีไข้หรือ"

"ไม่มี"

"โกหก! หน้าแดงขนาดนี้!"

 

ไม่อยากถูกคุณยายที่แก้มสีเหมือนแอปเปิลพูดแบบนี้หรอกนะ

 

"มีแล้วยังไง ข้าทำงานได้ ไม่ใช่เรื่องใหญ่"

"โธ่!"

 

คุณยายถอนหายใจ

 

"เจ้าไม่สนใจเรื่องของตัวเองเอาเสียเลย......เด็กดื้อ ข้าขอร้อง เจ้าอย่าหักโหมนักเลย"

"เข้าใจแล้ว"

"เข้าใจแน่หรือ......เจ้าชอบพูดแบบนี้ทุกที......"

"ข้าขอตัวก่อน"

 

ท่าทางจะบ่นยาวอีกแล้ว ข้าคว้าขนมปังกับกาแฟแล้วออกจากโบสถ์

 

 

ข้าเข้ามาในห้องเรียน เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่เสียงกริ่งดังขึ้นพอดี สายตาจากทั้งคนที่หวังดีและประสงค์ร้ายจับจ้องมาที่ข้าในเวลาเดียวกัน แม้จะเป็นเรื่องปกติแต่ก็รำคาญใจอยู่บ้าง ที่ข้าอยู่ที่นี่มันแปลกประหลาดขนาดนั้นเลยหรือไง

 

ในชั้นเดียวกัน มีคนผู้หนึ่งที่มักมีผู้คนรายล้อมอยู่เสมอーーเจ้าของเส้นผมสีเงิน

เลียน

บุตรชายคนรองของเจ้าผู้ถือครองที่ดิน ผู้ที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในหมู่บ้าน

 

เมื่อหันมาเห็นข้าที่เดินเข้ามา เขาก็จ้องมองด้วยดวงตาสีน้ำแข็ง เชิดคางขึ้นอย่างหยิ่งยโส แอ่นกายและยกยิ้มขึ้นราวกับจงใจใช้สายตาอย่างชนชั้นสูงมองข้า ทว่าแววตาที่ตรงเข้ามานั้นกลับดูละมุนละม่อม ไม่รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่เลยแม้แต่น้อย ออกจากน่าขันเสียมากกว่า

 

จะว่าไปแล้ว

ตอนที่มาถึงหมู่บ้านนี้แรก ๆ สายตาที่มองข้าไม่ใช่สายตาที่ดูอ่อนโยนเช่นนี้ ออกจะเป็นสายตาที่แสดงออกว่าห้ามเข้าใกล้ สายตาที่ดูถูกเหยียดหยาม

ーーーーสายตาเดียวกับผู้คนในอาณาจักรนั้น

 

เปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไร

เลียนตอนนี้กับตอนนั้น ต่างกันโดยสิ้นเชิง

เลียนในตอนนี้......ราวกับเป็นคนละคน

 

 

ก่อนหน้านี้ตอนที่ข้าบาดเจ็บจากงานพิเศษ เมื่อกลับเข้ามาในโบสถ์ก็พบกับเลียน

 

แม้จะตกใจ แต่สภาพเลียนที่หมดสติอยู่ตรงบันไดทำให้ข้าตกใจยิ่งกว่า เขาร่างกายอ่อนแอขนาดนี้เชียวหรือ ข้าไม่แน่ใจ ทว่าไม่คิดเช่นนั้น ฝีมือดาบยังคงร้ายกาจ ถึงจะน่าเจ็บใจ แต่ข้าไม่เคยเอาชนะได้เลยสักครั้ง

 

ใบหน้าซีดเผือก ทั้งร่างกายก็เย็นเฉียบราวกับคนที่ใกล้จะแข็งตาย สภาพที่ร่างกายอิดโรยถึงขีดสุดเช่นนี้ーーเหมือน'อาการขาดพลังเวท' ที่เคยได้ยิน แม้จะไม่เคยพบคนที่มีอาการนี้จริง ๆ ทว่าก็ดูน่าจะใช่

 

หรือว่าโรคประจำตัว เลียนมีโรคประจำด้วยหรือ ข้าไม่รู้

 

พอข้าบอกว่าจะพาไปสถานพยาบาลก็ปฏิเสธเสียงแข็ง พอจะพากลับบ้านก็บอกว่าไม่อยากกลับอีก แล้วจะให้ข้าทำยังไง สถานพยาบาลก็ไม่อยากไป บ้านก็ไม่อยากกลับ สุดท้ายยังบอกว่าให้ข้าปล่อยทิ้งไว้ตรงนี้อีก ดื้อรั้นไม่ต่างอะไรจากเด็กที่นี่เลย เกิดอะไรขึ้น ปกติเจ้าเป็นคนมีเหตุผล เป็นนักเรียนตัวอย่างไม่ใช่หรือ

 

เลียนบอกว่าไม่อยากกลับบ้าน

 

ข้าไม่อาจรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่บางทีเลียนเองก็คงมีสิ่งที่อยากหนีออกมาเช่นกัน อา เพราะงั้นถึงได้หนีมาที่นี่สินะ

 

มักจะไม่แสดงด้านอ่อนแอให้ใครเห็น ทำฝืนวางท่าอยู่ตลอด แม้ปากจะเอาแต่พูดถ้อยคำเย่อหยิ่งออกมา ทว่าที่จริงแล้วกลับเป็นห่วงคนอื่นอยู่เสมอ หลักฐานก็คือทุกครั้งที่เห็นข้าบาดเจ็บก็มักจะหน้าซีดแล้วรีบเอายาฟื้นฟูมาให้ ถ้ามีคนเดือดร้อนอยู่ตรงหน้า ถึงปากจะพร่ำบ่นแต่ก็มักจะยื่นมือเข้ามาช่วย

 

ข้าคิดว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใจดีมาก ๆ

ดังนั้นจึงมักถูกรายล้อมไปด้วยนักเรียนทั้งระดับกลางและระดับสูง พอลองคิดว่าอาจจะทำไปเพื่อคบค้ากับพวกระดับสูงที่มั่งคั่งจึงพยายามไม่ให้โดนดูถูก ทว่าสุดท้ายแล้วก็ไม่เป็นเช่นนั้น

 

สถานการณ์ตอนนี้หากปล่อยทิ้งไว้คงไม่ดีแน่ ข้าจึงบังคับ'ถ่ายพลังเวท' ให้ เพราะเจ้าเองก็ช่วยข้าไว้หลายเรื่อง

......แต่ดูท่าจะมากเกินไป สุดท้ายกลับเผลอทำให้ขยับไม่ได้เสียอย่างนั้น

 

ช่างเถอะ......ข้าเองก็คิดว่า เผลอทำเกิน อยู่เหมือนกัน

 

ข้าเลือกที่จะปิดเงียบเรื่องที่เผลอรู้สึกดีเกินไปจนลืมตัวเอาไว้

 

แววตาของเลียนเองก็สั่นไหว ทางนั้นก็คงรู้สึกดีเช่นกัน

 

เพราะไร้เรี่ยวแรงทั้งยังขยับร่างกายไม่ได้ ข้าจึงตัดสินใจพาไปนอนพักที่ห้องของข้า ในขณะที่คิดว่าจะปล่อยให้พักผ่อน เลียนกลับยื่นมือคว้าจับบริเวณแผ่นอกของข้าไว้ราวกับเด็ก พลางปากก็พึมพำว่า อย่าตาย อย่าทิ้งข้าไว้ ไม่หยุด ข้ายังไม่ตายแค่ตกจากหลังคา คุณตาเองก็ยังมีชีวิตอยู่ พอคิดว่าหรือจะตื่นแล้วจึงแอบมองใกล้ ๆ ทว่าเลียนยังหลับอยู่ ละเมออย่างนั้นเหรอ

 

มือสั่นเทากำเสื้อของข้าแน่น

แล้วร้องไห้

 

......อะไรกัน

หรือว่า ถึงจะแค่คาดเดาแต่ーーกลัวーーーーไม่สิ เหงางั้นหรือ

 

จะเป็นไปได้ยังไง

เลียนมีผู้คนรายล้อมมากมาย ครอบครัวก็มี

 

ทั้ง ๆ ที่น่าจะเป็นเช่นนั้น......ทั้ง ๆ ที่เลียนมีผู้คนอยู่รอบตัว แต่ทำไมบางครั้งถึงจ้องมองพวกเขาเหล่านั้นอย่างว้าเหว่ แม้ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีท่าทีเดียวดายเช่นนั้น แต่ข้ารู้จักสายตานั้นดี

 

สายตานั้นเหมือนกับสายตาของท่านแม่ตอนคิดถึงท่านพ่อที่ยังไม่กลับมาไม่มีผิด

 

ลึกเข้าไปในดวงตานั้นกำลังจมดิ่งลงสู่เงามืด และไม่รู้ทำไม นัยน์ตาของเลียนก็กำลังจมดิ่งอยู่ในความมืดเช่นเดียวกับท่านแม่ ตอนที่ข้าเพิ่งเห็นแววตานั้นใจหนึ่งก็นึกคะนึงหา อีกใจหนึ่งーーก็โล่งใจ

......ไม่ว่าที่ไหนก็ล้วนมีเงาอยู่

 

 

สายตาที่มักจะมองตรงไปข้างหน้าของเลียน เวลานี้กลับมองตรงมาที่ข้าอย่างน่าประหลาด

 

คิ้วคู่นั้นเกิดรอยย่น

 

"อัลเฟรด นี่เจ้า......"

 

ยังไม่ทันพูดจบเสียงกริ่งก็ดังขึ้นพร้อม ๆ กับอาจารย์ที่เข้ามาในห้องเรียน คิ้วของเลียนยังคงขมวดเป็นปมก่อนจะมองตรงไปข้างหน้าอีกครั้ง

 

 

 

ในที่สุด หนึ่งวันก็ผ่านไป

 

วันสุดท้ายที่ฝันถึงความฝันนั้น ข้าทั้งปวดหัว คลื่นเหียนและรู้สึกแย่

 

อาการคลื่นเหียนรุนแรงจนไม่อาจกินมื้อกลางวันได้ ปกติจะมีบางคนนำอาหารมาแบ่งให้ ข้าก็จะกิน ๆ ไป ทว่าวันนี้ข้าเลือกจะปฏิเสธทั้งหมด ถ้ากินล่ะก็ต้องอ้วกออกมาแน่

 

วันนี้ยังมีงานพิเศษที่ร้านเหล้าอยู่ เนื่องจากเป็นกะดึกแม้จะทำไม่กี่ชั่วโมงแต่ได้ผลตอบแทนดีมาก ดังนั้นจะลาหยุดไม่ได้

 

 

สุดท้ายตั้งแต่เลิกเรียนจวบจนไปทำงานพิเศษและเลิกกลับมา ข้าก็เอาแต่เหม่อลอย

 

วันนี้ท่าทางจะซวยจริง ๆ ระหว่างที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ป้ายรถเพื่อรอขึ้นรถม้าโดยสารก็ถูกพวกบ้าที่ดูท่าทางคงเมาจากการเที่ยวเล่นกลางคืนเข้ามาหาเรื่อง ข้าถูกบังคับด้วยคำพูดโหล ๆ อย่าง ส่งเงินมาซะ หลังจากปฏิเสธไปก็ถูกชกกลับมา

พวกนั้นมีทั้งหมดห้าคน

 

ไม่รู้ว่าด้วยพิษไข้หรืออะไร วิสัยทัศน์ของข้าโคลงเคลงทว่าก็ยังเคลื่อนไหวได้ดีจนแม้แต่ตัวเองยังแปลกใจ ข้าพอรู้อยู่บ้างว่าร่างกายข้ามีพละกำลังมากกว่าคนทั่วไป

 

ข้าต่อยเข้าที่แก้มขวาก่อนจะใช้ขวดเหล้าขว้างใส่จนแขนซ้ายจนบวมแดง ถ้าพวกนั้นเรียกพวกมาเพิ่มเรื่องคงยุ่งยากขึ้น ข้าจึงรีบเดินจากมา

 

 

อา แย่แล้ว สายตาเริ่มพร่าเลือน

ข้าชนเข้ากับบางสิ่งจนล้มลง สิ่งนั้นตะคอกกลับมา ดูเหมือนคงชนเข้ากับใครบางคน ร่างกายข้าไร้เรี่ยวแรงจนไม่อาจพยุงตัวลุกขึ้น ท่าทางวันนี้อาการข้าคงเลวร้ายกว่าทุกที

 

รถม้ารอบสุดท้ายกี่โมงกันนะ

ถ้าไปไม่ทันก็ช่วยไม่ได้

อาจจะโดนคุณยายโกรธ แต่คงต้องหาที่ที่พอจะพักได้สำหรับคืนนี้แล้วล่ะ

 

ข้าผ่อนลมหายใจแล้วหลับตาลง

 

 

"ーーอัลเฟรด?"

ได้ยินเสียงอันคุ้นเคย

 

 

ข้าเงยหัวที่หนักอึ้งขึ้นเล็กน้อยแล้วหันไปตามที่มาของเสียง

 

ห่างออกไปไม่ไกล ณ ด้านหน้าของภัตตคารหรูที่ถ้าใส่ชุดธรรมดาเข้าไปคงโดนไล่ตะเพิดออกมาแน่

 

ชายเจ้าของเส้นผมสีเงินกำลังยืนตกตะลึงอยู่

 

เนคไทด์สีขาวแวววาวประดับบนเสื้อเชิ้ตสีอ่อนไร้รอยยับ กางเกงทรงหลวมสวมคู่กับแจ็คเก็ตที่ทำจากกำมะหยี่สีกรม ผิวสีขาวซีดรับกับเส้นผมหยักศกอ่อนนุ่มสีเงิน แม้จะเป็นสีน้ำแข็งที่เย็นชา ทว่ากลับรู้สึกได้ถึงความอบอุ่นภายในดวงตาสีไอซ์บลูคู่นั้น ท่าทางที่ยืนเหยียดหลังตรงนั้นงดงามจนหาที่ติไม่ได้ แววตาคู่นั้นจดจ้องอย่างสง่างาม เหมือนกับสิ่งที่พวกเด็กที่โรงเรียนพูดไว้ไม่มีผิด ราวกับเจ้าชายจากดินแดนที่ปกครองด้วยจิตวิญญาณแห่งจักรพรรดินีทางสุดขอบตะวันตก

 

ถัดมาคือแม่ของเลียนที่สวมชุดเดรสสีแดงเปิดอก กับพ่อและพี่ชายของเลียนที่อยู่ในชุดสูทสีดำ

ทุกคนสวมเสื้อผ้าเต็มยศ

ถัดจากพ่อของเลียนยังมีกลุ่มชายที่สวมชุดเต็มยศอย่างหรูหราอีกจำนวนหนึ่ง

มีงานเจรจาอะไรกันอย่างนั้นหรือ

 

เลียนหันไปคุยอะไรบางอย่างกับพ่อของเลียน หลังจากมีท่าทางทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ครู่หนึ่ง เลียนก็ก้มหัวให้กลุ่มชายในชุดเต็มยศ พ่อ แม่ และพี่ชาย จากนั้นーーーーーーก็เดินดุ่ม ๆ มาทางข้า

 

เดี๋ยวก่อน

ทำไมเจ้าถึงมาหาข้า

ธุระของทางนั้นสำคัญกว่าไม่ใช่หรือ กลุ่มคนที่อยู่ตรงนั้นไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นพวกคนใหญ่คนโต

 

"อัลเฟรด!? นี่ เป็นอะไรหรือเปล่า!?"

 

เลียนคุกเข่าลงข้าง ๆ ด้วยท่าทีร้อนรนก่อนจะพยายามประคองข้า

 

"......เจ้า ทำไม ถึงมาล่ะ......"

 

"ทำไมน่ะเหรอ ว่าแต่เจ้าเถอะ ทำไมมาหมดสติอยู่ในที่แบบนี้! อย่าทำให้ตกใจสิ ให้ตายเถอะ......! หวา บาดเจ็บอีกแล้ว......! ทำไมเจ้าได้แผลตลอดเลย!"

 

จะไปรู้หรือ

ข้าก็อยากถามเหมือนกัน

 

เลียนนำแขนข้าพาดบ่าก่อนจะลุกขึ้น......โดยไม่สนใจเลยว่าจะทำให้เสื้อราคาแพงนั้นเลอะฝุ่นและเลือด

 

ข้าหันกลับไปที่ภัตตคารแห่งนั้น พ่อของเลียนทำท่าเชื้อเชิญกลุ่มคุณลุงที่ดูเหมือนพวกชนชั้นสูงเข้าไปในภัตตคาร แม่ของเลียนใช้พัดด้ามจิ้วปิดบังใบหน้า ส่งสายตามองข้าอย่างรังเกียจราวกับเห็นสิ่งสกปรก ส่วนพี่ชายของเลียนก็จ้องมองข้าด้วยแววตาที่สามารถยิงคนตายได้

 

 

"รอเดี๋ยวนะ จะเรียกรถม้าโดยสารให้......"

 

เลียนยืนที่ริมถนนแล้วยื่นมือออกไปข้างหนึ่ง รถม้าคันหนึ่งที่วิ่งมาตามเส้นทางหยุดตรงหน้าเลียนกับข้า

 

"ーーคุณผู้โดยสาร ไม่ทราบว่าจะไปที่ใดหรือขอรับ"

 

คนขับรถม้าที่สวมทั้งเสื้อและกางเกงสีดำลงมาจากบังเหียนแล้วถอดหมวกสีดำโค้งทักทายด้วยท่าทางสุภาพ

 

"โบสถ์ในหมู่บ้านเรส"

"ทราบแล้วขอรับ เชิญขอรับ.....ให้ข้าช่วยหรือไม่"

"อา ฝากด้วย ขอบใจ"

 

คนขับรถเปิดประตูก่อนจะย้ายมายืนอีกฝั่งของเลียนแล้วยกแขนข้าและพยุงข้าเข้าไปในรถม้า

 

ท่าทางคงเป็นรถม้าที่ราคาแพงมาก ข้านั่งลงบนเบาะที่ชวนให้รู้สึกผ่อนคลาย ในขณะที่เอนหลังพิงอย่างเหม่อลอย ภายในหัวก็ราวกับไม่ทำงาน ความรู้สึกเหมือนมีเมฆหมอกมาปิดกั้นเอาไว้ ข้าคงมีไข้จริง ๆ ร่างกายร้อนผ่าว เหงื่อก็ไหลไม่หยุด

 

เลียนที่นั่งลงข้าง ๆ ข้าหยิบผ้าเช็ดหน้าสีวาววับดูมีราคาออกมาจากกระเป๋าเสื้อที่หน้าอกแล้วนำมาซับบนหน้าข้า

 

"เจ้ามีไข้......ถึงว่าวันนี้อาการเจ้าดูแย่มาก.....เมื่อเช้าหน้าก็แดงด้วย ว่าจะไปทำไมเจ้าถึงบาดเจ็บอีกแล้ว หรือว่าเจ้าไปมีเรื่องกับใครมาอีก"

 

'อีก' อะไรกัน ข้าไม่ได้มีเรื่องตลอดเวลาเสียหน่อย

 

"อีก นี่อะไร ไม่ใช่ข้าเสียหน่อย ถูกพวกขี้เมาหาเรื่องต่างหาก"

"ขี้เมา......!? ถูกเจ้าพวกนั้นเล่นงานหรือ"

"ไม่ได้ถูกเล่นงาน ข้าต่อยคว่ำไปแล้ว"

"ต่อยคว่ำ......ด้วยร่างกายแบบนี้น่ะเหรอ!? ยังเกินคาดเหมือนเดิมเลยแฮะ......"

 

เลียนทำตาโตก่อนจะยิ้มออกมาอย่างน่าเอ็นดู

 

เลียนอังมือที่หน้าผากของข้าแล้วขมวดคิ้วขึ้นมาอีกครั้ง

 

"ไข้เจ้าสูงมาก......หรือว่าจะ อีกแล้ว......"

"อีกแล้ว?"

"อะ เปล่า ม...ไม่มีอะไร ข้าว่าข้าพาเจ้าไปหาอาจารย์คุมะก่อนดีกว่า......"

 

ข้าส่ายหน้า

 

"ข้าไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอก พักเดี๋ยวเดียวก็หาย"

 

"ง...งั้นหรือ ไม่สิ แต่ว่า......เจ้าน่ะ อาจจะ เอ่อ ถึงจะนอน ก็ อาจจะไม่หายทันที ก็ได้นะ ท......ทานยา น่าจะดีกว่า......"

 

"ไม่เอา"

 

"แต่ว่า......"

 

เลียนย่นคิ้วราวกับลังเลอะไรบางอย่าง ทั้งยังหลบตาข้า

 

จะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้ก็เหมือนเคยเกิดเรื่องแบบนี้

 

 

วันนั้นร่างกายข้ารู้สึกแย่เหมือนกับวันนี้ หลังจากโดนดักซุ่มโจมตี ตอนท้ายก็ล้มพวกนั้นมาได้

 

ความทรงจำในวันนั้นของข้าไม่ค่อยชัดเจน จึงนึกอะไรไม่ออก แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าอะไรคือความฝันและอะไรคือความจริง

 

ข้าได้ยินจากคุณยายว่าวันนั้นมีนักพเนจรใจดีคนหนึ่งบังเอิญเจอข้าระหว่างทางจึงพาไปสถานพยาบาลและพามาส่งให้ถึงโบสถ์ ทั้งยังออกค่ารักษาให้ข้าด้วย จากนั้นก็จากไปโดนไม่ทิ้งแม้แต่นาม

บ้าหรือเปล่า คนใจดีเช่นนั้นเดี๋ยวนี้หาไม่ได้แล้ว

แม้ข้าจะคิดเช่นนั้น ทว่าทั้งคุณยายและเด็ก ๆ ต่างก็พูดเป็นเสียงเดียวกัน หรือว่าจะจริงーー

 

เลียนสัมผัสที่คอของข้าราวกับกำลังวัดไข้

 

นิ้วขาวเรียวกับฝ่ามือที่เย็นยะเยือก

ได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากฝ่ามืออีกฝ่าย

 

เลียนมักมีกลิ่นหอมติดตัวเสมอ กลิ่นหวาน ๆ กับกลิ่นดอกไม้ป่าจาง ๆ กลิ่นหอมที่ทำให้รู้สึกสงบーー

 

ーーーーกลิ่นหอมเหมือนกับ'ตอนนั้น'

 

 

"......'พลังเวทเกินขีดจำกัด'......"

 

"!"

 

"คุณยายเคยบอก......"

 

ข้าพูดอาการของข้าในตอนนั้น สิ่งที่ได้ยินมาจากนักพเนจร

 

"ง...งั้นหรือ อืม อาจเป็นไปได้ ได้ยินว่าเพราะร่างกายสร้างพลังเวทและสะสมไว้มากเกินไป"

 

"งั้นหรือ"

 

"อ...อืม อะ จริงสิ! เพราะมีมากเกินไปถ้าจะลด......เจ้าลองถ่ายพลังเวทมาให้ข้าไหม ถ้าลดไปได้หน่อยน่าจะดีขึ้น......แน่นอนว่า'ทางภายนอก' แต่เจ้าก็น่าจะรู้อยู่แล้ว"

 

ใบหน้าของเลียนขึ้นสีก่อนจะสัมผัสที่ข้อมือข้า

 

 

......ทำไมถึงทำเพื่อข้าขนาดนี้

 

ข้าก็แค่ชนชั้นต่ำ อาศัยอยู่ในโบสถ์ พ่อแม่ก็ไม่มี ก็แค่ผู้อพยพที่เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ ทำไมต้องอุตส่าห์กลับมาช่วยข้า ทั้งยังยกยาฟื้นฟูระดับสูงขนาดนั้นให้ข้าอย่างง่ายดาย

 

หรือว่า เจ้าคิดกับข้า......ก็รู้ว่าถ้าข้าคิดไปถึงขั้นนั้นคงจะไวเกินไป

 

 

เลียนที่หน้าแดงระเรื่อคราวนี้เริ่มโมโหใส่ข้าที่ไม่ยอมตอบสนอง

 

"อ...อะไรเล่า! คนเขาอุตส่าห์ยอมขายหน้าพูดดีด้วยแท้ ๆ ! พอที! ไม่ทำก็ไม่ต้องทำ! นอนรอความตายจนถึงโบสถ์ไปเลย!"

 

ข้าคว้าข้อมือเขาไว้

 

ข้ารวบรวมสมาธิบริเวณใต้แผ่นอกและจินตนาการรูปแบบในหัวตามที่เคยเรียนมา

 

ฝ่ามือเกิดความอบอุ่นขึ้นก่อนพลังเวทจะค่อย ๆ ไหลเข้าไปในตัวอีกฝ่าย

 

อย่างช้า ๆ

อย่างช้ามาก ๆ

ข้ารู้สึกอาการดีขึ้นมาเพียงเล็กน้อยแต่ก็ราวกับไม่ดีขึ้นและก็ราวกับดีขึ้น ทุกอย่างก็ขึ้นอย่างเชื่องช้าและเบาบาง

......กว่าจะหายดีคงใช้เวลาประมาณครึ่งวัน

 

"พระอาทิตย์จะตกดินแล้ว"

 

เมื่อพูดสิ่งที่คิดออกไปเลียนก็หน้าแดงแจ๋ก่อนจะถลึงตาใส่ข้า

 

"ห้ามบ่น! ข้าอุตส่าห์ช่วยแล้ว สำนึกบุญคุณด้วย!"

"ก็จริงแต่......"

 

ร่างกายทำท่าจะล้มแหล่มิล้มแหล่ สุดท้ายตัวข้าก็ล้มไปชนกับเลียนจนได้ แม้เลียนจะรีบร้อนมาประคองข้าทว่าก็ไม่อาจรับน้ำหนักข้าได้ทั้งหมด จึงล้มลงไปนอนกับเบาะใกล้ประตูรถม้าด้วยกันทั้งคู่ ถึงจะรู้สึกมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้วแต่ว่า ร่างกายของเลียนผอมและเบาขนาดนี้เลยหรือ ก่อนหน้านี้ยังสูงกว่าข้าอยู่เลยーー

 

ーーอา งั้นหรือ เป็นข้าเองที่ตัวสูงกว่าเลียนตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้

 

ท่าทางต้นคอเลียนคงกระแทกจึงร้อง เจ็บ แล้วโมโหใส่ข้า เลียนใช้มือออกแรงดันข้าให้กลับไปที่เดิม

 

ทรมาน ราวกับจะขาดลมหายใจ คงไม่ทันแล้ว ข้ากดมันไว้มากกว่านี้ไม่ได้ เหมือนพลังเวทจะระเบิด ถ้าระเบิดออกมารถม้าคันนี้ต้องพังแน่ ว่าจะไปแล้ว นี่ข้าจับตัวเขาไว้ได้อยู่หมัดแล้วนี่นา

 

ภายในใจของข้าฝืนยิ้ม

รู้สึกเหมือนเกิดความคิดชั่วร้ายขึ้นมา แต่ข้าก็เลือกจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้

 

.....อา

เจ้าใจดีเกินไปจริง ๆ ขนาดที่แม้แต่ข้าก็ยังแอบเป็นห่วง

แม้จะไม่ใช่เรื่องของคนที่กำลังจะเอาเปรียบเจ้าอย่างข้าสมควรพูดก็ตาม

 

ข้าประกบริมฝีปากลงบนริมฝีปากนั้น

รู้สึกได้ถึงอาการตกใจจนสั่นกลัวทว่าเลียนกลับไม่คิดหนีไปไหน

 

ไม่เหมือนกับเมื่อวันก่อน คราวนี้ข้าค่อย ๆ ใช้เวลาถ่ายโอนพลังเวทเข้าไปทีละนิด อีกฝ่าย......ภายในร่างของเลียน พลังเวทที่นิ่งสงบค่อย ๆ ผสมเข้ากันจนส่งผ่านมาถึงข้าด้วย รู้สึกดีจัง ปลายลิ้นที่สัมผัสกันทำให้เลียนตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งร่างกระตุกก่อนจะสั่นสะท้าน

 

เพราะมีสีหน้าทรมานข้าจึงถอนริมฝีปากออก เลียนเริ่มสูดหายใจเข้าออกราวกับจะหยุดหายใจ พอข้าบอกให้หายใจทางปาก เขาก็ถลึงตาใส่ข้า ทว่ากลับไม่ได้ต่อว่าอะไร อาจเพราะยังพูดไม่ออกมากกว่า

 

"......ขออีกหน่อย ได้ไหม"

 

แบบสอดลิ้น

 

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เลียนก็หน้าแดงก่ำและทำท่าทางโมโหใส่ก่อนจะกรอกตาไปมา หลังจากแสดงสีหน้าลำบากใจสลับกับหน้าเหมือนจะร้องไห้ เลียนก็สูดใจหายเข้าออกราวกับตัดสินใจได้แล้วจึงหลับตาปี๋

 

หมายความว่า ได้ อย่างนั้นหรือ เรื่องจริงหรือ ทั้ง ๆ ที่ทำท่าทางรังเกียจขนาดนั้นแท้ ๆ ถึงข้าจะเป็นฝ่ายขอเองก็เถอะ แต่จะไม่เป็นไรแน่หรือ

 

เพราะได้รับอนุญาตแล้วข้าจึงประกบริมฝีปากเข้าไปใหม่อย่างไม่เกรงใจพร้อมสอดลิ้นเข้าไป

 

เมื่อปลายลิ้นสัมผัสกันร่างกายเลียนก็สั่นเทิ้ม ทว่าไม่มีท่าทีจะหนี มือที่พยายามดันข้ากลับเมื่อครู่ตอนนี้กำเสื้อของข้าแน่น ราวกับความรู้สึกยินดีเอ่อล้นออกมาจนข้าแทบจะระงับเอาไว้ไม่อยู่ เกือบไปแล้ว

 

เหมือนกับตอนนั้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ และเยือกเย็นสัมผัสกับจมูกเป็นครั้งคราวชวนให้ผ่อนคลาย

 

......อย่างที่คิดเจ้าคือคนที่ช่วยข้าในตอนนั้น นักพเนจรที่ใจดีจนน่าเหลือเชื่อ ถ้าข้าพูดออกไปพนันได้เลยว่าเจ้าต้องวิ่งหนีไปแน่ งั้นข้าเงียบเอาไว้ดีกว่า

 

การที่เลียนยอมให้ข้าขนาดนี้ ข้าคิดเข้าข้างตัวเองได้หรือเปล่า

 

ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ดีสิ ข้ากดร่างที่ทั้งสั่นเทาและผอมบางนั้นก่อนจะกักตัวเอาไว้ไม่ให้หนี ลิ้นก็ยิ่งบดขยี้เข้าไปมากขึ้น

 

 

เมื่อถึงโบสถ์ร่างกายข้าก็ฟื้นสภาพจนลุกขึ้นเดินได้เองแล้ว ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วอาการที่นาน ๆ จะเกิดขึ้นทีนี้กินเวลาถึงหนึ่งวันและกว่าจะฟื้นสภาพเดิมก็ใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง

 

ไม่นับก่อนหน้านี้ที่ข้าถ่ายพลังเวทไปให้เลียนจำนวนมาก

 

"ข้าดีขึ้นมากแล้ว"

 

"......งั้นก็......ดี......ไป......"

 

เลียนที่นั่งเอนหลังพิงอยู่บนเบาะใบหน้าขึ้นสี หอบหายใจรัวเร็ว เลียนพูดได้เพียงครึ่งเดียวก็ชำเลืองมองแล้วถลึงตาใส่ข้า ข้าพยายามปรับสมดุลให้พอดีแล้ว แต่ว่าท่าทางยังจะเยอะเกินไปอยู่ดี

 

ต้นคอที่ขึ้นสีจาง ๆ ปรากฏอยู่ตรงหน้า ข้าเผลอยื่นหน้าเข้าไปใกล้อย่างไม่รู้ตัว กลิ่นหอมหวานอ่อน ๆ ลอยออกมาจากตัวของเลียนจนทำให้ภายในหัวข้าชาหนึบ ถ้าได้ลิ้มลองคงจะหวาน ไม่สิ ต้องหวานมากแน่ ๆ ทว่าหากข้าเลียลงไป ข้าคงถูกโกรธเป็นฟืนไปเป็นไฟ

 

ข้าโน้มจมูกลงไปสัมผัสกับผิวจนเลียนเริ่มขยับตัว มือที่จับไหล่ของข้าออกแรงผลัก เป็นครั้งแรกที่เลียนเริ่มแสดงท่าทางขัดขืน

 

"อ...อะไร"

"แค่แป๊บเดียว......"

 

 

"คุณผู้โดยสาร ขออภัยที่ให้รอ ถึงด้านหน้าโบสถ์แล้วขอ............โอ้ ข้าขัดจังหวะหรือ"

 

คนขับรถที่ลงจากบังเหียนมาเปิดประตูรถ เมื่อเห็นพวกข้าก็ไร้คำพูดขึ้นมาก่อนจะแสดงสีหน้าราวกับเข้าใจและยกยิ้มอย่างมีเลิศนัย

 

"......ฮุฮุ ธราไร้ผู้คน คนหนุ่มลอบพบกัน......แม้ยศฐาจะแตกต่าง แต่ความรักมิอาจกั้น วิเศษมากขอรับ น่าอิจฉายิ่งนัก ทำให้ข้าหวนนึกถึงวัยหนุ่มขึ้นมาเลย......"

 

หลังจากกล่าวบทละครออกมา คนขับรถก็พยักหน้ายกใหญ่

อา จริงสิ ไม่ว่าใครมาเห็นสภาพนี้ก็คงคิดเช่นนั้นเหมือนกันหมด ผ้าม่านที่หน้าต่างบานเล็กฝั่งบังเหียนก็ไม่ได้ปิดไว้ คงถูกเห็นหมดแล้ว

 

เป็นไปตามคาด เลียนเด้งตัวขึ้นมาก่อนจะผลักข้าเต็มแรงด้วยสีหน้าแดงก่ำแล้วตวาดใส่คนขับรถม้า

 

"ม...ไม่ใช่! ม...ไม่แน่นอน! ไม่ใช่อย่างที่เจ้าคิดนะ!!! พ...พูดอะไรออกมา ขะขะขะเข้าใจผิดไปกันใหญ่แล้ว!! น...นี่ นี่น่ะ แค่ประมาณว่าช่วยชีวิตคน......!!"

 

เลียนที่ใบหน้าแดงแจ๋เตะเข้าที่ขาของข้าเต็มแรงและเริ่มดันหลังข้ายึก ๆ จนข้าต้องยอมลงจากรถอย่างช่วยไม่ได้ น่าเสียดาย ข้าอยากจะสัมผัสเจ้าให้มากกว่านี้แท้ ๆ ถึงโบสถ์ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ

เมื่อลงมาข้าก็นึกบางเรื่องขึ้นได้จึงหันกลับไป

 

"......ขอบคุณ เลียน ถ้าไม่มีเจ้าข้าคงต้องนอนหมดสติอยู่ที่นั่นจนถึงเช้า"

 

เลียนที่เริ่มใจเย็นแล้วลงจากรถม้าตามหลังข้ามาแสดงสีหน้าตะลึงงันก่อนจะจับหน้าผากพลางถอนหายใจอย่างทำอะไรไม่ถูก

 

"นอนหมดสติที่นั่นอะไรกัน......"

"ถ้าเจ้าไม่ช่วยดึงข้าขึ้นมาล่ะก็นะーーบุญคุณครั้งนี้ ข้าจะใช้คืนให้"

 

ข้าขอบคุณอยู่แท้ ๆ แต่ไม่รู้ว่าทำไมเลียนยังคงทำหน้าตาบึ้งตึงราวกับกำลังไม่พอใจด้วยใบหน้าแดง ๆ นั่น จากนั้นก็หันหน้าหนี

 

"ม...ไม่จำเป็น! ลาก่อน!ーーนี่ คนขับรถ! รีบออกรถเร็ว"

"รับทราบขอรับ"

 

คนขับรถม้ายกยิ้มขณะเปิดประตู จากนั้นรถม้าก็เคลื่อนตัวออกจากด้านหน้าของโบสถ์

 

 

หลังจากข้ามองส่งรถม้าและกำลังจะเปิดประตูโบสถ์พลันจมูกก็ได้กลิ่นหอมหวาน ๆ นั้น ในขณะที่พยายามมองหาที่มาของกลิ่นก็พบว่ากลิ่นหอมจาง ๆ นี้ติดอยู่บนตัวข้า

 

อา จริงสิ

ตั้งแต่ขึ้นรถม้าจนถึงโบสถ์ข้าตัวติดกับเลียนตลอด กลิ่นคงติดมาจากตอนนั้น

 

ข้ายิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว

 

......ไม่ผิดแล้วล่ะ

เป็นกลิ่นหอมเดียวกับーーーーตอนนั้น ไม่มีทางเป็นอื่นเพราะจมูกข้าดีกว่าคนทั่วไป แต่ข้าจะไม่บอกเลียนหรอก

 

ในที่สุด

ก็เจอตัวจนได้

 

ถ้าพูดออกไปคงหนีหายเป็นแน่ ถ้าอย่างนั้นข้าก็จะไม่พูด

 

 

***

 

 

เช้าวันต่อมา

ข้าไปโรงเรียนแต่เช้า หลังจากตื่นมา ร่างกายก็กลับมาเป็นปกติแล้ว

 

วันนี้เมื่อเลียนเห็นข้าก็รีบวิ่งหนีไปแบบไม่ทิ้งฝุ่น สุดท้ายวันทั้งวันข้าก็เข้าไปคุยกับเลียนไม่ได้สักคำ ไม่เห็นจำเป็นต้องหนีขนาดนั้น ข้าเจ็บปวดนะ เอาเถอะ ตอนนั้นข้าเองก็ทำเกินไปจริง ๆ แม้จะเข้าไปเพื่อตอบแทนแต่เพราะจับตัวไม่ได้สักที ข้าจึงถอยออกมารอเวลา

จนกว่าเลียนจะใจเย็นลงกว่านี้

 

 

วันนี้ไม่มีงานพิเศษ ข้าจึงแวะหอสมุดระหว่างทาง ถ้าดูจากใบปลิวแนะนำหนังสือออกใหม่ที่ได้มาจากบรรณารักษ์ ซีรี่ย์ชุดนักสืบหมวกท็อปแฮตน่าจะวางชั้นวันนี้

 

อย่างที่คิดหลังจากกวาดสายตารอบ ๆ หอสมุด ข้าก็พบเลียน

 

ถึงจะไม่มั่นใจว่าจะเจอทว่าก็อยู่ที่นี่จริง ๆ ด้วย เลียนเองก็ชอบหนังสือเหมือนกับข้า และท่าทางจะถูกใจซีรี่ย์นักสืบหมวกท็อปแฮตเอามาก ๆ เสียด้วย เห็นบ่นอยู่ตลอดว่าเล่มต่อไปยังไม่ออกอีกหรือ

 

เมื่อข้าเข้าไปใกล้ เลียนก็ตกใจจนสะดุ้งและทำท่าจะหนีไปอีก ทว่ากลับเหมือนนึกอะไรขึ้นได้จึงย้อนกลับและรีบสาวเท้ามาทางข้า

ด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ

 

เลียนชี้นิ้วมาที่ข้าและจ้องตาเขม็งก่อนจะพูดด้วยเสียงที่เบาจนแทบไม่ได้ยินว่า ฟังนะ ลืมเรื่องเมื่อวานไปซะ ลืมให้เกลี้ยง เข้าใจไหม! เพราะยังอยู่ในหอสมุดเลียนจึงพยายามรักษามารยาทไม่ใช้เสียง ท่าทางที่สมกับเป็นนักเรียนตัวอย่างเช่นนี้ทำให้ข้าเกือบหลุดขำออกมา ทว่าก็ทำได้เพียงกลั้นเอาไว้

 

เลียนแสดงท่าทีไม่ล้อเล่น ข้าจึงตอบไปว่า เข้าใจแล้ว ข้าจะลืม บ่าของเลียนจึงค่อยคลายลง สีหน้าก็พลันโล่งใจลงไปด้วย

 

แก้มทั้งสองข้างยังคงสีแดงระเรื่อ ดวงตาหลบต่ำ ขนตายาวสั่นไหว ข้ารู้สึกอยากสัมผัสจนห้ามใจไม่อยู่ จึงเผลอสัมผัสไปโดยไม่รู้ตัว เลียนกระโดดหนีแล้วก็โมโหขึ้นมา

 

ก่อนจะตวาดเสียงเบาว่า อย่าจับ เจ้าบ้า

 

 

อะไรกัน

ท่าทางแบบนี้ราวกับ เหมือนอะไรบางอย่าง

 

อา นึกออกแล้ว เหมือนเจ้านั่นเลย

แมวขนสีเงินแถว ๆ โบสถ์ที่ไม่ค่อยเชื่องตัวนั้น ข้าไม่รู้ว่าแมวตัวนั้นมีเจ้าของหรือเปล่า ทว่าขนของมันสวยมาก ทุกครั้งที่พวกเด็ก ๆ เจอก็จะเข้าไปวิ่งไล่จับเสมอ แต่เจ้าแมวตัวนั้นกลับไม่หลาบจำ ยังคงมาป้วนเปี้ยนที่โบสถ์เหมือนเดิม ข้าคิดว่าเจ้านั่นเองก็คงสนุกกับการได้เล่นวิ่งไล่จับกับพวกตัวเล็กอยู่เหมือนกัน

 

แมวตัวนั้นชอบมาคลอเคลียข้า นาน ๆ ทีข้าจึงนำของเหลือจากร้านเหล้ากลับไปฝากมันด้วย

 

พอเจอข้า แมวตัวนั้นก็มักจะเข้ามาหาเสมอ ข้าจึงรู้ว่าอย่างน้อยมันก็ไม่ได้เกลียดข้า ทว่าหากข้าเป็นฝ่ายเข้าหาก่อน เจ้านั่นจะรีบหนีไปทันที ถ้าไม่เต็มใจก็จะหงุดหงิดใส่และไม่ยอมให้ลูบ

ตรงส่วนนั้น เหมือนกับเลียนไม่มีผิด

 

เหมือนกันจริง ๆ

 

 

......ถ้าเชื่องกว่านี้อีกสักหน่อย เจ้าก็จะยอมให้ข้าสัมผัสหรือเปล่า

 

ข้าคิดถึงเจ้าตัวขนสีเงินตัวที่สองขณะมองร่างที่ตั้งใจหนีหายเข้าไปด้านในสุดของชั้นหนังสือ

 

--------

Note : สุขสันต์วันตรุษจีนค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.404K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,643 ความคิดเห็น

  1. #1643 Pynca (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2564 / 01:31
    เขินมาาากกกกกี้ดด
    #1,643
    0
  2. #1633 xiaomao007 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 / 08:38
    หึหึ หนีไม่รอดหรอกกกก
    #1,633
    0
  3. #1632 TropicalCyclone (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2564 / 23:08
    omg นี่กลับมาอ่านวันนี้ เลื่อนลงมาเจอ สุขสันต์วันตรุษจีน ก็คือ เอ้ะ ตกใจเลย บังเอิญเป็นวันตรุษจีนเหมือนกัน
    #1,632
    0
  4. #1608 Suwanna (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2563 / 10:46

    สนุกค่ะ

    #1,608
    0
  5. #1598 ohjesus (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2563 / 21:27
    เทพธิดาที่เฝ้าดูอยู่คงยิ้มกริ่ม5555
    #1,598
    0
  6. #1580 airrinsjc2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 23:15
    หมายถึงแมวหรือคน?
    #1,580
    2
    • #1580-1 airrinsjc2(จากตอนที่ 11)
      2 มิถุนายน 2563 / 23:16
      อัล//ยิ้มเจ้าเล่ห์
      #1580-1
    • #1580-2 เงาใต้ร่ม(จากตอนที่ 11)
      4 พฤศจิกายน 2563 / 18:19
      เราว่าอย่างที่สองมากกว่านะคะ🌚🌝
      #1580-2
  7. #1529 Apoptosis (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 12:45
    โอ๊ยยยยยยย น้องงงงงงง 5555555 โดนจับกินแน่นอนนนนนน
    #1,529
    0
  8. #1278 Yellowboom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 15:33
    เขิ้นนนนนนนนเขินแบบใจเต้นแรงงงงง เขินจนปวดใจจจฟหกด่าสว
    #1,278
    0
  9. #1252 เสี่ยวชิว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 12:42
    เลียนกลายเป็นนักเรียนตัวอย่าง ส่วนอัลกลายเป็นเด็กเกเร ฮืออออ
    #1,252
    0
  10. #1200 JADEMERIT (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 18:23

    อ๊ากกกกก เขินโว้ย ตัวบิดแล้วเหยดแหม่!!!!!!!!! //เขาจูบกันค่ะแม่ กร๊ากกกกกกกกกก


    #Rai Gad Nak Na 555+

    #1,200
    0
  11. #1154 No10051 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 เมษายน 2563 / 08:37
    พระเอกฉันนายก็ไม่เบาเลยนะ

    ฮุฮุฮุ ชั้นล่ะเขินตอนเขาจูบกัน มันละมุนๆ ปนเอโร่ยหน่อยค่ะแม่ขา ปล.เลียนคงเหนื่อยมากแหละ คงรู้สึกโดดเดี่ยวสุดๆ ตาพี่ชายน่ะน่ากลัวสุดๆไปเลยจริงๆมันคริปปี้มากกว่าจะฟินอ่ะ สงสารเลียนม๊ากมาก
    #1,154
    0
  12. #1039 Kantamanee02 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 01:30
    ร้ายกาจรักนะ!!
    #1,039
    0
  13. #996 500 มิลลิกรัม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 12:58
    โดนจับกินแน่เรยรู้กชั้น
    #996
    0
  14. #913 Vzidter (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 14:33
    หมั่นไส้ ตาพระเอกเปลี่ยนเกมฮีโร่เป็นเกมไล่จับแมวซะแล้ว
    #913
    0
  15. #912 MitsukiCarto (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 13:11
    วัยรุ่นหนอวัยรุ่น~

    อีกไม่นานโดนกินทั้งตัวแน่ลูกเอ้ย~
    #912
    0
  16. #856 Sk999 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 11:58
    ร้ายกาจ!!
    #856
    0
  17. #850 hongyok025 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 08:33
    ถ้าพี่จะอวยขนาดนี้นะ น้องหนีไปปป มันเป็นปีศาจจ พี่ชายกับคุณแม่แสดงออกชัดมากค่ะ
    #850
    0
  18. #840 Secr3t-Key (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 04:07
    ร้ายขนาดนี้ เลียนจะอยู่รอดถึงโตมั้ยนะ
    #840
    0
  19. #823 Lormielis (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 มีนาคม 2563 / 14:44
    เลียนระวังตัวด้วย..
    #823
    0
  20. #760 doubleua01 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 มีนาคม 2563 / 15:10
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-11.pngเลียนนน หนีไปลูกกกกกก
    #760
    0
  21. #659 rubyboda deo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 10:20
    ร้ายกาจ! อัลเฟรด นายนี่มัน ร้านกาจ! ท่านเลียนคะ! อันตราย!
    #659
    0
  22. #615 mumuninnin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 มีนาคม 2563 / 00:02
    เด็กมันร้านมากเลียน
    #615
    0
  23. #534 Yuki101 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 22:03
    อัล นายมันร้าย ตอนที่อ่านจากฝั่งเลียนก็ไม่ได้คิดอะไรมาก พอมาอ่านฝั่งนายนี่มัน อร้าย ฟินค่าาาาา
    #534
    0
  24. #470 JustAEcho (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2563 / 19:54
    กรี๊ดดด เขินนนน พ่ออัลร้ายนัก!
    #470
    0
  25. #456 ::Rabbit Hole:: (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:34
    กรี๊ด ;-;
    #456
    0