#GeoloveMB Geometric L8VE Msytery [MarkBam / BNior / Jackjae]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,457 Views

  • 50 Comments

  • 266 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    8

    Overall
    3,457

ตอนที่ 1 : Case 01

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 949
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    23 พ.ค. 60

#GeoloveMB 





Case 01






“..ขณะนี้มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นในกรุงโซล โดยทางการพบคดีหลายคดีที่มีความเชื่อมโยงกันบางอย่าง แต่ยังไม่อาจสืบหาตัวผู้กระทำความผิดได้ แม้ลักษณะของรูปคดีจะเป็นเพียงการลักทรัพย์ที่ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ผู้เสียหายทุกคนกลับมีอาการความทรงจำขาดหาย และให้การว่าตนเองถูกทำให้เป็นอัมพาตขณะที่เกิดเหตุร้าย จนไม่สามารถต่อสู้หรือขัดขืนได้ อีกทั้งยังไม่มีใครจดจำใบหน้าของผู้กระทำผิดได้แม้แต่น้อย”



เสียงของผู้ประกาศสาวที่กำลังแจ้งข่าวด่วนแทรกรายการปกติเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ภาพเหตุการณ์ที่ฉายบนหน้าจอโทรทัศน์จอแบนขนาดใหญ่ปรากฏให้เห็นห้องของผู้เสียหายในคดีที่ยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบราวกับไม่เคยเกิดเหตุร้ายใดๆ มาก่อน เพราะสิ่งที่หายไปนั้นทั้งหมดอยู่ในรูปแบบของธนบัตรและเครดิตการ์ด จึงสามารถบ่งชี้ได้ว่า เป้าหมายหลักของ “ผู้กระทำความผิด” ในคดีนี้ ก็คือ เงิน นั่นเอง



“เมืองหลวงนี่น่ากลัวจังเลยนะ คุณว่าไหมครับ?”



ร่างบอบบางที่นั่งลงริมขอบเตียงนอนใหญ่ปรายตาคมสวยมีประกายสีประหลาดอย่างน่าหลงใหลไปยังภาพเคลื่อนไหวที่ในขณะนี้เปลี่ยนไปเป็นภาพการให้สัมภาษณ์ของผู้เสียหายในคดีล่าสุดที่ทางการเชื่อว่าเป็นคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการลักทรัพย์ปริศนาซึ่งกำลังเป็นที่โจษจันอยู่ในขณะนี้

มือแบบบางยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าได้รูปของชายหนุ่มรูปร่างดีที่กำลังอยู่ในท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอนพิงหลังลงกับหมอนใบโตดูสบาย ร่างกายของอีกฝ่ายสงบนิ่งไม่อาจเคลื่อนไหว ปากบางสีอ่อนแนบชิดติดกันแม้ไม่ได้เม้มแน่นแต่กลับไม่อาจอ้าออกจากกันได้ มีเพียงดวงตาเท่านั้นที่สั่นระริกและพยายามกลอกไปมาด้วยความตื่นตระหนก



“โถ กลัวแย่แล้วสิ? ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวผมจะช่วยทำให้จำไม่ได้ไปก็แล้วกัน”



“...ผมจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ ครับ! มันเหมือนความทรงจำผมโดนตัดไปเลย! จำได้แค่ผมกำลังขับรถกลับจากที่ทำงาน จำได้อีกทีก็ตื่นเช้าขึ้นมาแล้ว ที่หายไปก็มีเงินในกระเป๋าสตางค์ แล้วก็ของมีค่าในตู้เซฟ”



เสียงผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ดังกล่าวอธิบายถึงสิ่งที่ตนเองได้พบเจอ ราวกับจะบอกใบ้ถึงสิ่งที่ชายหนุ่มที่กำลังนอนสบายอยู่บนเตียงในขณะนี้อาจจะต้องได้รับชะตากรรมเช่นเดียวกัน ดวงตาซึ่งเป็นอวัยวะเพียงอย่างเดียวที่ขยับได้ในตอนนี้ จับจ้องตามไปยังมือบางที่ละออกจากโครงหน้าคมแล้วหยิบจับเอากระเป๋าสตางค์ที่วางอยู่ที่หัวเตียงขึ้นมาประครองไว้ในอุ้งมือแทน เจ้าของนัยน์ตาเหลือบประกายสีม่วงดูลึกลับจดจ่ออยู่กับการนับธนบัตรในมือทั้งฟ่อนที่หยิบออกมาจากที่กักเก็บ พอนับเสร็จจนพอใจก็พับเก็บลงในกระเป๋าเสื้อตัวบางที่ตนสวมใส่ ก่อนจะหันไปสนใจบัตรต่างๆ ในกระเป๋าสตางค์ใบหรูต่อ เมื่อในนั้นไม่มีอะไรให้สนใจอีกต่อไปแล้ว กระเป๋าทรงกะทัดรัดทำจากหนังอย่างดีที่ตอนนี้ไร้ซึ่งสิ่งมีค่าหลงเหลืออยู่ก็ถูกโยนทิ้งไปอีกทางอย่างไม่ใยดี



ดวงตาเป็นประกายสีเหลือบม่วงดูแปลกตาจ้องสบเข้ากับอวัยวะเดียวกันของอีกฝ่าย ความตื่นตระหนกยิ่งเพิ่มสูงขึ้นในจิตใจเมื่อรู้สึกได้ถึงความน่าพรั่นพรึงที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ มือเรียวนวลเนียนที่เคยจับนับธนบัตรอยู่ก่อนหน้าถูกยกขึ้นมาเพื่อใช้ลูบไล้โครงหน้าได้รูปของเจ้าของทรัพย์เชื่องช้า ก่อนจะค่อยๆ ไล้เลื่อนลงมาตามช่วงลำคอ และแผงอกกว้าง



“เอาล่ะ ก่อนที่จะลืมไป เรามาทำ อะไรๆ ที่น่าจดจำกันก่อนดีไหม?”




“...หากมีความคืบหน้าของคดีลักทรัพย์ปริศนานี้อีก ทางเราจะนำมารายงานให้ท่านผู้ชมทุกท่านทราบโดยทันทีค่ะ!”







.

.

.


กองสืบสวนสอบสวนกลางประจำกรุงโซล ประเทศเกาหลี ในขณะนี้กำลังอึงอวลไปด้วยบรรยากาศน่าอึดอัด ภายในห้องประชุมอัดแน่นไปด้วยผู้คนนับสิบคนที่กำลังทำสีหน้าเคร่งเครียดไม่ผิดแผกแตกต่างไปจากกันเลยแม้แต่น้อย ในมือถือเอกสารและแฟ้มรายงานจากคดีหลายคดีที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงระยะเวลาไล่เลี่ยกันเพื่อหาจุดเชื่อมโยงของเหตุการณ์ แม้หลักฐานที่ตรวจสอบได้มาจะมีน้อยนิดเสียเหลือเกินก็ตาม



“คดีนี้เป็นคดีที่กำลังเป็นที่จับตามองของสังคม”



เสียงเข้มของนายตำรวจอาวุโสที่สุดในห้องนี้เอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ดวงตาที่อ่อนล้าด้วยกาลเวลาประกอบกับการทำงานในสายงานที่เต็มไปด้วยปัญหาและจำเป็นต้องเสี่ยงอันตรายมากมายอยู่เสมอจับจ้องไปยังผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนร่วมอาชีพและลูกน้องในทีม



“แม้ว่าจะมีข้อมูลหลักฐานเพียงน้อยนิด แต่เราจะต้องปิดคดีนี้ให้ได้เร็วที่สุด พวกนายเข้าใจไหม?!”



“เข้าใจครับ!”



ทุกคนในห้องตอบรับเป็นเสียงเดียว ภายในห้องประชุมแห่งนี้ถือว่าได้รวบรวมทีมกองสืบสวนสอบสวนที่อายุน้อยที่สุดในกรมแต่กลับมีความสามารถยอดเยี่ยมจนเบื้องบนไว้วางใจให้มาดูแลคดีประหลาดนี้ แม้ไม่มีใครได้รับความเสียหายจากรูปคดีมากไปกว่าการถูกลักทรัพย์ และสูญเสียความทรงจำบางส่วนไป แต่เพราะมีผู้เสียหายคนหนึ่งในจำนวนเกือบ 20 รายในขณะนี้ พูดว่าเขาถูกจู่โจมโดยปีศาจร้าย และเชื่อมั่นอย่างนั้นจริงๆ จนเกือบจะเป็นบ้าไป ทำให้คนในสังคมต่างตื่นตระหนกตกใจและเสียขวัญ ยิ่งประกอบด้วยเทคโนโลยีอันก้าวหน้าในปัจจุบัน เมื่อข่าวดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปในโลกออนไลน์ ทุกอย่างก็ไปได้ไกลเกินกว่าจะควบคุม



เพราะฉะนั้นทางเดียวที่จะยับยั้งความโกลาหลนี้ได้ ก็คือ ต้องจับตัวคนร้ายให้ได้เร็วที่สุดเท่านั้น!



มาร์ค ผมมอบหมายให้คุณเป็นหัวหน้าทีม ในการดูแลคดีนี้ ฝากคุณด้วยนะ”



หัวหน้าใหญ่จ้องมองตรงไปยังชายหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่เซ็ตจัดทรงอย่างดี ใบหน้าหล่อเหลาที่หากไม่ได้เห็นว่ามานั่งหน้านิ่งอยู่ในกรมตำรวจดังเช่นในขณะนี้ก็คงคิดได้ว่าเป็นนายแบบหรือศิลปินวงบอยแบนด์ชื่อดัง ริมฝีปากอิ่มเต็มที่มีไฝเสริมเสน่ห์อยู่เหนือขึ้นไปเล็กน้อยกำลังขบเข้าหากันอย่างใช้ความคิด มือเรียวจับกำเอกสารในมือแน่น ดวงตาเผยแววเคร่งขรึมและมุ่งมั่นตั้งใจเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม



“หากทำได้ดีพวกคุณทั้งทีมก็คงมีสิทธิ์เลื่อนขั้น ผมคาดหวังในตัวพวกคุณนะ”



“ไม่ต้องเป็นห่วงครับหัวหน้า พวกผมจะจับไอ้เจ้าโจรกระจอกนี่มาให้ได้!”





.

.

.



“อ่านวนเข้าไปเอกสาร อย่างกับมันจะมีหลักฐานงอกขึ้นมาให้ใหม่อย่างนั้นแหละ”



เสียงเรียบนิ่งหากแต่ติดจะกวนประสาทเป็นอย่างมากเอ่ยขึ้นเหนือหัว เมื่อใบหน้าเรียวคมหันกลับไปมองก็พบว่าคู่หูที่ร่วมทีมกันมาตั้งแต่เขาเข้ามาทำงานที่นี่ยื่นแก้วกระดาษบรรจุกาแฟร้อนมาให้ พร้อมใบหน้ากวนอวัยวะเบื้องล่างจนอยากจะประเคนให้สักหลายๆ ทีเป็นการระบายอารมณ์ขุ่นมัวของเขาในตอนนี้



“อย่ากวนประสาท เจบี ไม่ช่วยทำงานแล้วยังจะเสนอหน้ามากวนส้นตีนอีก”



มาร์คพูดสวนกลับไปด้วยอารมณ์ล้วนๆ แบบไม่คิดจะไตร่ตรองคำพูดแต่อย่างใดพลางรับเอาเครื่องดื่มร้อนจากเพื่อนสนิทมาดื่มเพื่อให้มันช่วยทำให้สมองปลอดโปร่งขึ้นบ้าง อีกฝ่ายที่ลากเก้าอี้เลื่อนมานั่งลงใกล้กันก็ทำเพียงแย้มยิ้มรับคำสรรเสริญอย่างเต็มใจ ไม่ได้มีแววโกรธเคืองแต่อย่างใด



หากแต่อาจจะเป็นเพราะต่างฝ่ายต่างก็เป็นเสียแบบนี้ พวกเขาถึงทำงานเข้าขากันได้เป็นอย่างดี

มาร์ค และ เจบี เป็นคู่หูกองสืบสวนสอบสวนร่วมกันมาเกือบสามปีแล้ว และทำงานได้เป็นอย่างดีเสมอมา ด้วยคะแนนสอบที่เป็นที่หนึ่งจากแต่ละภูมิภาคจนได้รับคัดเลือกให้มาประจำที่กรมตำรวจกลางประจำกรุงโซลในเวลาไล่เลี่ยกันนั้นเป็นสิ่งการันตีฝีมือของทั้งสองคนได้เป็นอย่างดี 



แม้ว่าบุคลิกของทั้งสองจะต่างกันราวฟ้ากับเหวแต่ก็ส่งเสริมกันได้อย่างลงตัว มาร์คเป็นคนที่ค่อนข้างจริงจังและทุ่มเทให้กับการทำงานอย่างเต็มร้อยจนแทบไม่มีเวลาให้กับเรื่องส่วนตัว อีกทั้งยังมีความสามารถในการต่อสู้และความคล่องตัวเป็นเลิศ ในขณะที่ เจบี เป็นฝ่ายที่ใจเย็นกว่าและมองโลกในแง่ดี ซึ่งถ้าหากตัดเรื่องความกวนประสาทที่ดูเหมือนจะติดตัวมาตั้งแต่กำเนิดออกไป ความรอบรู้เรื่องราวต่างๆ ราวกับเป็นห้องสมุดเคลื่อนที่ของเจบีก็ช่วยทำให้การทำงานราบรื่นเสมอมา



นอกจากนี้ทั้งสองคนยังเป็นคู่หูนายตำรวจหนุ่มไฟแรง ที่มีใบหน้าหล่อเหลาราวกับเทพบุตร จนได้ฉายาว่า คู่หูเจ้าสำอาง มาครองอย่างไม่เต็มใจ



“กูว่าคดีนี้แม่งแปลก”



ในที่สุดมาร์คที่โยนทิ้งเอกสารในมือลงบนโต๊ะทำงานอย่างเซ็งๆ ก็เอ่ยออกมา เขาอ่านเอกสารของคดีที่คิดว่าน่าจะเกี่ยวข้องกันจนหมดทุกคดีแล้ว สิ่งที่พบก็ยังมีเท่าเดิม



เป็นคดีลักทรัพย์ เป้าหมายของคนร้ายคือ เงินและของมีค่าขนาดเล็ก


ผู้เสียหายให้การว่าถูกทำให้เป็นอัมพาตขณะเกิดเหตุ ไม่มีร่องรอยการต่อสู้


ความทรงจำของผู้เสียหายขณะเกิดเหตุถูกทำให้เลอะเลือนหรือบิดเบือนไป



นอกจากประเด็นหลักๆ ที่ได้กล่าวมาข้างต้นแล้วนั้น ก็ยังมีรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ลักษณะของบ้านหรือห้องพักของผู้เสียหายไม่มีร่องรอยการงัดแงะ ซึ่งนั่นอาจจะบอกได้ว่า คนร้ายสามารถเข้ามาและกลับออกไปโดยไม่ต้องใช้ความพยายาม หรือก็หมายความว่าผู้เสียหายอาจเป็นคนเปิดประตูให้คนร้ายเดินเข้ามาขโมยของเองถึงในบ้านก็ว่าได้



ซึ่งหากคนร้ายเป็นบุคคลที่ผู้เสียหายคุ้นเคยเป็นอย่างดีจนยินยอมที่จะเปิดประตูต้อนรับให้เข้ามาได้โดยง่าย นั่นอาจสอดคล้องกับการที่ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ขัดขืนในขณะเกิดเหตุด้วย ข้อสันนิษฐานที่ว่าคนร้ายอาจเป็นเพื่อนหรือคนในครอบครัวของผู้เสียหายเองก็ถือว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงมาก แต่ข้อสันนิษฐานนี้กลับต้องถูกปัดตกไปเมื่อจากการสืบค้นข้อมูลของผู้เสียหายทุกรายในคดีที่คาดว่าน่าจะมีผู้ต้องสงสัยรายเดียวกันนี้ กลับไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยทั้งในด้านความสัมพันธ์ทางสังคม อายุ อาชีพ ฯลฯ จึงแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ต้องสงสัยจะสามารถรู้จักมักจี่กับผู้เสียหายทุกรายดีถึงขั้นสนิทสนมและเดินเข้าออกบ้านของทุกคนได้โดยง่าย



สิ่งที่พอจะบ่งบอกความสอดคล้องกันของลักษณะผู้เสียหายแต่ละรายได้ ก็มีเพียงแค่ทุกคนเป็นเพศชาย และมีสถานะทางการเงินดีจนน่าสงสัยเท่านั้น



เมื่อพิจารณาในประเด็นถัดไป ผู้เสียหายทุกรายให้การว่าถูกทำให้เป็นอัมพาตในขณะที่เกิดเหตุการณ์จนไม่อาจต่อสู้ขัดขืน อีกทั้งยังไม่อาจจดจำใบหน้าและรายละเอียดต่างๆ ได้ชัดเจนนัก ข้อสันนิษฐานแรกที่น่าจะเป็นไปได้คือผู้ต้องสงสัยน่าจะใช้ยาพิษประเภทใดประเภทหนึ่งที่ให้ผลข้างเคียงในลักษณะดังกล่าว แต่การสืบสอนสอบสวนต้องอาศัยหลักฐานมายืนยันข้อสันนิษฐาน เมื่อหน่วยพิสูจน์หลักฐานตรวจไม่พบปฏิกิริยาของสารเคมีและยาพิษชนิดใดหลงเหลืออยู่ในตัวของผู้เสียหายเลยแม้สักนิด ข้อสันนิษฐานนี้จึงจำเป็นต้องตกไปเช่นเดียวกัน



เพราะฉะนั้น เมื่อข้อสันนิษฐานทุกข้อถูกปัดตกไปเสียตั้งแต่ยังไม่ทันได้บอกกับใครออกไปทำให้เหตุการณ์ทั้งหมดทั้งมวลยังคงหลงเหลือเอาไว้แต่คำถามที่ยังคิดไม่ตกหาคำตอบไม่ได้ ทุกอย่างดูไม่สมเหตุสมผลกันไปเสียหมด จนทำให้ใจหนึ่งอดคิดไปไม่ได้ว่า คดีนี้อาจไม่ใช่ฝีมือของมนุษย์... อย่างที่ผู้เสียหายรายหนึ่งเคยให้การเอาไว้ก็ได้



“ก็เพราะว่ามันแปลกนั่นแหละ มึงถึงต้องแก้ให้ได้ไง”



เจ้าของไหล่กว้างยักคิ้วให้อย่างท้าทายเหมือนหน้าที่หลักที่โดนจ้างมาคือเพื่อกวนประสาทเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังขมวดคิ้วแน่นตรงหน้าอย่างไรอย่างนั้น

เจบีลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวที่กำลังนั่งอยู่ก่อนจะคว้าแก้วกาแฟกระดาษบนโต๊ะติดมือไปด้วยแล้วจึงเดินจากไปอย่างรวดเร็วพลางผิวปากอย่างอารมณ์ดี



“กูต้องแก้ให้ได้อะไรเล่า มึงก็มาช่วยกันแก้สิวะ ไอ้เจบี!”





.

.

.


ความเคยชินที่มักจะพาเรื่องงานเก็บไปคิดต่อที่บ้านคล้ายจะกลายเป็นกิจวัตรที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน คดีเก่าปิดลงกล่องไป คดีใหม่วนเวียนเปลี่ยนเข้ามาไม่มีหยุด มือเรียวซุกเข้ากับเสื้อโค้ทหนาตัวยาวสีเข้มที่ใส่ไว้เพื่อป้องกันความหนาวเย็นจากอากาศภายนอกที่โรยตัวปกคลุมอยู่ทั่วทุกบริเวณ ขาเรียวในกางเกงยีนส์พอดีตัวก้าวไปข้างหน้าเพื่อเดินทางกลับบ้าน สีหน้าเคร่งขรึมราวกับเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนรุ่นใหม่ที่จะมีอายุครบ 30 ในปีนี้ มาร์คยกนาฬิกาเรือนสวยราคาเฉียดเจ็ดหลักแบบที่คงไม่มีใครคิดว่านายตำรวจหน้าใหม่แบบเขาจะมีเงินซื้อมาใส่ถูกยกขึ้นมาเพื่อดูเวลา เย็นวันศุกร์ที่แสนวุ่นวายกำลังจะเริ่มต้นหลังจากช่วงเวลานี้ คนทำงานทั้งหลายกำลังจะเริ่มออกเที่ยวสนุกให้สมกับที่ทำงานหนักมาทั้งสัปดาห์ ผิดกับเขาที่อยากจะกลับไปนอนซุกตัวอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่ พร้อมกับหอบเอาคดีใหม่ไปคิดให้แตกฉานอีกครั้ง



และในขณะที่กำลังเดินก้มหน้าก้มตาอยู่นั้น พลันไหล่ทั้งไหล่ก็ถูกกระแทกชนเข้าอย่างแรงจนทำให้ต้องหลุดจากภวังค์



“อ๊ะ ขอโทษที”



เสียงทุ้มหวานจนระบุไม่ได้ชัดว่าเป็นเพศใดเอ่ยขึ้น ใบหน้าภายใต้หมวกแก๊ปที่ปีกหมวกถูกดึงปิดลงมาต่ำทำให้เห็นหน้าอีกฝ่ายไม่ชัดเจนนัก มาร์คส่ายหัวเล็กน้อยราวกับจะบอกว่าไม่ถือสาหาความอะไร ก่อนจะเดินสวนแยกจากกันไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น




หากแต่สิ่งที่ติดเข้ามาให้หัวของนายตำรวจหนุ่มกลับเป็นประกายแววตาสีม่วงดูประหลาดนั่นที่ยังคงฉายชัดอยู่ในความทรงจำ...







TBC







Talk


ฮี่ มาแย้วๆ ถือว่ามาเกริ่นเรื่องเอาไว้ค่ะ กลิ่นความพิศวงนี่อบอวลมากเวอร์ เพราะฉะนั้น อะไรที่ดูไม่ค่อยจะมีเหตุผล ดูเป็นไปไม่ได้สักนิด ก็คงจะเกิดขึ้นเรื่อยๆ ในเรื่องนี้ (หัวเราะ)


วางเรื่องนี้ไว้ให้เป็นโรแมนติกคอมเมดี้ค่ะ เพราะงั้นสาบานให้แจ็คสันจีบยองแจเลยว่า ไม่ดราม่าแน่นอนค่ะ //ชูสามนิ้วสูงๆ เยย 


คอมเม้นกันเยอะๆ นะคะ เราหยั่กอ่านนนนน เม้นที่นี่หรือที่แท็ก #geoloveMB ก็ได้ มาชวนคุย ทวงฟิคอะไรก็ได้หมด แต่จะมาต่อไหมก็แล้วแต่โชคชะตาฟ้าลิขิตนะคะ //พนมมือ


หรือถ้ากลัวว่าติดแท็กแล้วเราจะไม่ไปอ่าน เมนชั่นทวงเลยดีกว่า ก็ด๊ายยยย ที่นี่เลยจ้า @mntmntuan กล้าทวงก็กล้าให้ทวงนะคะ ใจๆ เน้อ ถถถถถ 


มาเจอกันที่ case 02 นะจ๊ะคนดี 


Mntuan<3




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #39 tanutecha (@tanutecha) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 19:50
    สะกดจิตป่ะ
    #39
    0
  2. #24 lovebam2x (@lovebam2x) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 เมษายน 2561 / 11:08
    สนุกและน่าติดตามมากค่ะ ว่าแต่แบมเป็นอะไรล่ะเนี่ย
    #24
    0
  3. #2 Shut up!!!! (@Pang42690) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 16:43
    ห่างเเค่เพียงเอื้อมมือ~~~~
    #2
    0