sf/os [AB6IX] | Gimme a little bit more

ตอนที่ 2 : (sf ; au Thai) Lily Amour | 01/??

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 203
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    19 ส.ค. 62












“โอ๊ต มึงไหวป่ะ” เสียงแหลมยานคางของผู้ชายตัวเล็กรูมเมทของอัศนัยเอ่ยถามเมื่อเห็นสภาพไม่สู้ดีนักของเขา

“กูแค่ป่วยมั้ยพี่กัส” อัศนัยเอ่ยเสียงแหบแห้ง ร่างสันทัดของเขานอนแผ่บนเตียงอย่างหมดสภาพมาตั้งแต่บ่ายวันเสาร์กระทั่งตอนนี้

“การที่มึงป่วยอ่ะแม่งเป็นหนึ่งใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน มึงรู้ป่ะวะ” อัศนัยกรอกตาอย่างเหนื่อยหน่ายด้วยระอากับความพูดจาเกินเหตุของรูมเมทรุ่นพี่ “เวอร์ฉิบหาย กูก็เป็นคนมั้ย”

“ปกติมึงทั้งถึกทั้งทน ป่วยยากจะตายห่า รู้จักกันมาตั้งแต่เด็กจนโต กูนับครั้งได้เลยว่ามึงป่วยกี่ครั้ง” อัศนัยเริ่มมองคนแก่กว่าด้วยสายตาวิตกกังวล เขากับพี่ออกัสสนิทกันตั้งแต่เด็กเพราะบ้านอยู่ในระแวกเดียวกัน พอเรียนจบก็จุดไต้ตำตอได้ที่ทำงานอยู่ในย่านเดียวกันอีกจึงได้เป็นรูมเมทกันมาจนถึงปัจจุบัน และด้วยความที่สนิทกันมากจนแทบไม่มีเรื่องปิดบังกันนี่แหละ...

 

จะบอกยังไงดีวะ ว่าสาเหตุที่นอนจับไข้แบบนี้ก็คือ โดนกะเทยควายตัวสูงเกือบสองเมตรเอาเมื่อคืนวาน...

 

บรรยากาศภายในห้องเงียบเชียบ มีเพียงเสียงกุกกักของอัศนัยที่เผลอกัดเล็บของตนด้วยความเครียดเมื่อคิดไม่ตกกับปัญหาของตน

         

“นอนกับใครมา”

“เฮ้ยย—!”  อัศนัยร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆ ออกัสถามคำถามมา “มึงรู้ได้ไง”

“เผื่อมึงลืมเมื่อคืนใครเช็ดตัวให้มึง” ออกัสตอบขณะปรายตามองน้องชายข้างบ้านด้วยระอาในความซื่อบื้อของน้อง

“หยุดเฉไฉ แล้วเหลากูมาให้หมด ไอ้โอ๊ต”

      อัศนัยสูดลมหายใจเฮือกใหญ่และถอนหายใจหนักๆ หนึ่งที  “เออ กูจะเล่าแล้ว”

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“มึงว่าไงนะ กูขออีกรอบ”

“หูตึงแถมเสือกเก่งที่สุด ก็คือมึงใช่มั้ยคะวิท” มายด์มิ้นมองหน้าคู่สนทนาของตนที่ทำหน้าบอกบุญไม่รับด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายใจเป็นที่สุด

 

ตอนนี้เขาอยู่กับวริศที่ร้านกาแฟใต้คอนโดของวริศ จุดประสงค์ของการนัดพบวันอาทิตย์ครั้งนี้คือคุยรายละเอียดปลีกย่อยของงานฝิ่น* ที่รับทำร่วมกัน แต่ทันทีที่เพื่อนตัวดีมาถึงกลับเปิดประเด็นถามเรื่องดวลเหล้าประหารของเขากับหนุ่มรุ่นน้องฝ่ายการตลาดเมื่อคืนวันศุกร์อย่างออกรสออกชาติ พร้อมถามไถ่ถึงการพักผ่อนหลังเหตุการณ์ภาพตัดของคนสองคน

 

“คือมึงบอกว่า… มึงนอนกับไอ้โอ๊ตเมื่อวันศุกร์” วริศถามย้ำเพื่อนตัวสูงที่วันนี้สูงกว่าเดิมเพราะใส่ผ้าใบแฟชั่นส้นหนาเตอะ สูงมากเสียจนเวลายืนวริศต้องเงยหน้าแหงนคอขึ้นไปคุยด้วย

“เออ กูนอนกับโอ๊ต” มายด์มิ้นเล่าให้เพื่อนสนิทฟังตามความจริง และเขาคิดว่าวันนี้คงเป็นวันที่เพื่อนของตนเบิกตาโตที่สุดในชีวิต

“คอนเกรทนะครับเพื่อน มีผัวเป็นตัวเป็นตนแล้วสินะเจ๊มายด์มิ้น กูน้ำตารื้น” วริศเอื้อมมือจนแทบสุดแขนเพื่อจะตบบ่าเพื่อนคนสวยของตน

 

มีผัวก็เหี้ยแล้ว” มายด์มิ้นเอ่ยเสียงนิ่งพลางสบเข้ากับนัยตาของเพื่อนสนิทอย่างจริงจัง วริศจ้องตาคู่โตเนื่องจากเลนส์บิ๊กอายสีแอชบราวน์ของเพื่อนก่อนจะเบิกตาโพลงหนักกว่าเดิมเมื่อเข้าใจความหมายที่มายด์มิ้นต้องการสื่อ

 

“มึงเป็นผัวไอ้โอ๊ตหรืออิเ—” และโดนกุชชี่ใบพอดีมืดฟาดเข้าที่สันดั้งเต็มๆ “มึงจะตะโกนให้คนรู้ทั้งร้านหรออิวิท”

“แรงมึงเท่าช้าง ฟาดมาถ้าดั้งกูหัก มึงจ่ายค่าดูแลรักษากูมั้ย”

“ก็มึงเสียงดังอ่ะ ตกใจอะไรนักหนาวะ กูก็ไม่ได้เพิ่งเคยเสียบใครครั้งแรกมั้ยล่ะ”

“เออกูรู้ว่ามึงเป็นรุก แต่ที่กูตกใจ คือไม่คิดว่ามึงรุกไอ้โอ๊ตไงอิเจ๊” วริศมองเพื่อนสาวของตนหัวจรดเท้า “โอ๊ตมันแมนขนาดนั้นนะมึง..”

“เหอะ เหมือนแมว

“มึงว่าอะไรซิเพื่อนซิ” วริศมองภาพกระเทยแกร่งยกยิ้มอารมณ์ดีที่มุมปากอย่างไม่เข้าใจนีก

“เปล่า เสือกจริง คุยงานเหอะ มึงชวนออกทะเลคุยเหี้ยไรไม่รู้”

“จ้าาา เกรี้ยวกราดจังวะ” วิทหยิบเซอร์เฟสคู่บุญออกมากางตั้งและเริ่มต้นการคุยงานอย่างจริงจัง ทั้งคู่เข้าสู่โหมดทำงานกระทั่งล่วงเลยเข้าช่วงบ่ายแก่

“แดกไรมั้ยวิท” มายด์มิ้นขยับเนื้อตัวคลายความเมื่อยขบด้วยกรำงานมาหลายชั่วโมง

“คะยั้นคะยอให้กูแดกจัง กาแฟที่สั่งมากูก็ยังแดกไม่หมด ทำไมมันมีอะไร พนักงานหล่อหรือไง”

“ใช่มึง สเป็คกูเลยค่ะ คนที่คิ้วเข้มๆ สูงๆ” มายด์มิ้นสูดปากจนเกิดเสียงซี๊ดซ๊าด ในขณะที่วริศมองบนใส่เพื่อนสาวของตน

“ความวัวยังไม่หาย มึงจะหาความควายมาใส่ตัวอีกอิเจ๊” มายด์มิ้นขมวดคิ้ว

“ควายๆ วัวๆ อะไรวะมึง”

“มึงเพิ่งแดกไอ้โอ๊ตไปคืนวันศุกร์ครับอิเจ๊ วันอาทิตย์ก็คือล่าเหยื่อใหม่งี้?” วริศมองเพื่อนของตนอย่างจริงจัง “ถามจริงๆ นะมายด์ มึงจะเอายังกับไอ้โอ๊ตต่อ”

“กูยังไม่ได้คิด” มายด์มิ้นยักไหล่

“ปกติมึงวันไนท์ฯ เสร็จมึงทำยังไง”

“ก็แยกไงคะมึง น้ำแตกแยกทาง”

“แต่นี่มันแยกไม่ได้ไง มึงต้องเจอมันที่ออฟฟิศ แถมแผนกพวกมึงต้องโคงานกันประจำ” วริศ

เอ่ยด้วยเหตุผล

“งั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าน้องมันเอายังไง จะให้กูทำเหมือนว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น กูก็ทำได้ สบายมาก”

“แล้วคุยกับโอ๊ตรึยัง”

“หึ กูไม่ได้แอดไลน์โอ๊ต ปกติคุยกันแค่ในกลุ่มรวม ไม่ก็คุยสายในของออฟฟิศ”

“กูลืมไป มึงสองคนมันเป็นประเภทที่แม่ง.. ไม่ควรโคจรมาเจอกัน” วริศยกมือขึ้นกุมขมับ เขารู้สึกได้ถึงความวุ่นวาย ฉิบหาย และความพินาศบรรลัยที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

“เรื่องนี้วุ่นวายแน่ไอ้มายด์”

“วุ่นวายอะไรวะ ก็แค่ได้กันป่ะ มึงทำเหมือนไม่เคยเมาแล้วเผลอเอากับใคร”

“ก็ไม่เคยน่ะสิโว้ย ใครจะไปเหมือนมึง พ่อเพลย์บอ—”

“ให้เกียรติกูด้วยค่ะ กูสวยขนาดนี้ ช่วยเรียกกูว่า Bit chy bunny หรือ Party girl อะไรเทือกนี้ทีเถอะ” มายด์มิ้นยกมือใส่เพื่อนเป็นท่าปางห้ามญาติพร้อมทำสีหน้าเหม็นเบื่อใส่เพื่อนชาย

“จ้ะ แม่กระต่ายเพลย์เกิร์ล”

“เนี่ยยย ผัวใครทำไมน่ารัก” มายด์มิ้นยิ้มหวานหยดพลางคล้องแขนโอบเอววริศไว้ทั้งตัว พลางแนบแก้มขาวถูไปกับต้นแขนของเพื่อน “ร้ากกกกกก รักมึงจังผัวขา”

“ผิดผีมาก จุดนี้ผิดผีมาก!” วริศโวยพร้อมดีดตัวออกจากเกาะกุมของเพื่อนราวกับโดนของร้อน “กูหาเมียไม่ได้เพราะมึงนี่แหละอีเจ๊!”

“จ้ะ อีคนหาเมียไม่ได้ อย่าให้กูรู้นะว่ามึงได้กับน้องณดาว คนตัวขาวแผนก ae** วันนี้พรุ่งนี้นะ กูจะตามไปสร้างความร้าวฉาน โอ๊ย! ตีกูทำไม” มายด์มิ้นแหวเสียงสูงเมื่ออยู่ๆ เพื่อนสนิทก็ฟาดมือลงมาที่แขนตนอย่างจัง

“กูจริงจังกับน้อง จะให้น้องจะเป็นภรรยาเป็นแม่ของลูกกู แต่ตอนนี้น้องยังไม่ได้เป็น มึงพูดจาให้เกียรติน้องเค้าหน่อย” มายด์มิ้นยกยิ้มเมื่อได้ฟังประโยคดังกล่าว

“ถ้ากูเป็นคนดีให้ได้สักครึ่งนึงของมึงนะวิท..” เขามองหน้าเพื่อนชายอย่างตั้งใจ “กูน่าจะหาผัวดีๆ ได้สักคนแล้ว”

“อิเจ๊ กูก็นึกว่าสาระ เสียเวลาฟังชิบหาย” วริศมองเพื่อนตัวสูงกว่าด้วยสีหน้าเหม็นเบื่อ “ไปเลยมึงไปแอ๊วผู้เลยไป” แล้วผลักไหล่เพื่อนสาวสองเมตรด้วยความหมั่นไส้

“เนี่ยยยย ใช่สิ กูหมดประโยชน์แล้ว พอได้กูแล้วก็ไล่กูเหมือนหมูเหมือนหมาอ่ะ มึงมันผัวเหี้ยอ่ะวิท” มายด์มิ้นคว่ำปาก บีบน้ำตา ในขณะที่มือขาวๆ ของตนรีบเก็บของเป็นระวิง วริศเห็นดังนั้นจึงผลักไหล่เพื่อนด้วยความหมั่นไส้และเริ่มเก็บสัมภาระของตนบ้าง

“เจอกันพรุ่งนี้นะมึง” มายด์มิ้นเอ่ยพลางสะพายกระเป๋าหลังจากเคลียร์โต๊ะ จ่ายเงิน และแวะหยอกล้อพนักงานหน้าตาดีของร้านเสร็จเรียบร้อย “กูล่ะเกลียดวันจันทร์ชิบหาย” เสียงที่ถูกดัดให้แหลมเล็กบ่นกระปอดกระแปดไม่หยุด

          “อย่าลืมล่ะมึง” วริศเอ่ยเตือนเพื่อนด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“เรื่อง ?”

“เรื่องไอ้โอ๊ตไง ไอ้ห่านี่! กูกลัวมึงเข้าหน้ากันไม่ติด กูสนิทกับมึงทั้งสองคนนะเว้ย”

“วิทรุนแรงกับมายด์มิ้นอีกแล้วนะ!!”

“ถือว่ากูขอนะมายด์ ไปเคลียร์ให้จบซะ กูเห็นโอ๊ตเป็นน้องที่สนิทคนนึง”

“เออ กูรู้แล้ว เดี๋ยวกูจัดการเอง” มายด์มิ้นยกยิ้มพร้อมเอามือตบบ่าเพื่อนของตนเบาๆ

 

เดี๋ยววันจันทร์เราจะได้รู้กัน น้องโอ๊ต

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

“เอ่อ เจ๊มายด์มิ้นครับ..” อัศนัยกำลังตกอยู่ในบรรยากาศกระอักกระอ่วนที่สุดในชีวิต ณ บันไดหนีไฟชั้น 15 ของตึกสำนักงานในย่านใจกลางกรุง กับรุ่นพี่สาวสองตัวสูงที่ตนเมาจนเผลอมีอะไรกันไปเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา

“เจ๊อยากคุยเรื่องเมื่อคืนวันศุกร์กับน้องโอ๊ต” คนแก่วัยกว่าเปิดประเด็นสนทนาอย่างตรงไปตรงมาทำเอาอัศนัยกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก “ถ้าโอ๊ตไม่สบายใจ เจ๊จะ—”

“ผมโอเค ผมโอเคมากครับเจ๊ ไม่มีอะไรเสียหายเลย” อัศนัยละล่ำละลักตอบออกไปเหมือนระบบอัตโนมัติทั้งที่คู่สนทนายังเอ่ยไม่ทันจบประโยค มายด์มิ้นเลิกคิ้วและจ้องมองรุ่นน้องด้วยสายตาครุ่นคิด

“เอ่อ.. คือ ถึงมันจะเกิดขึ้นเพราะเมาด้วยกันทั้งคู่ แต่ก็เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจนี่ครับ ไม่มีใครโดนบังคับ” อัศนัยเกาจมูกด้วยความเก้อเขินขณะพูด

 

“แต่โอ๊ตเสียหายนะ เจ๊เป็นคนเทิร์นกลับมารุกโอ๊ต

 

“พอก่อนพี่ ไม่ต้องย้ำ ผมรู้แล้ว!” มายด์มิ้นหลุดขำเมื่อเห็นว่ารุ่นน้องเอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น และผิวแก้มสีแทนของเจ้าตัวก็ขึ้นสีเข้มเช่นกัน

“เอาเป็นว่ามันเกิดขึ้นแล้ว แก้ไขอะไรไม่ได้ เราช่วยทำเป็นข้ามๆ มันไปได้มั้ยครับ” กะเทยไทยยกยิ้มกว้างเมื่อรุ่นน้องผิวเข้มเอ่ยสิ่งที่ตรงกับใจของตน

“ได้สิโอ๊ต เรื่องแค่นี้เอง แต่เจ๊ขออะไรอย่างนึงสิ” อัศนัยเงยหน้ามองรุ่นพี่ตัวสูงด้วยสายตาสงสัยไม่ปิดบัง ก็จะรีบหดคอหนีแทบไม่ทันเมื่อมือใหญ่ที่ปกคลุมด้วยผิวขาวจัดนั่นวางทาบลงบนกลุ่มผมของตน

“เรื่องที่เจ๊เป็นรุกน่ะ.. ช่วยเก็บไว้เป็นความลับจะได้มั้ย”

“ค ครับ ได้ครับ” อัศนัยขยับตัวเพื่อหนีจากสัมผัสบนหัว ท่าทางเกร็งๆ แสนเก้กังของเขาทำให้คนเป็นเจ๊หัวเราะออกมาอีก

“ขอแค่นี้แหละ เลิกเกร็งได้แล้วโอ๊ต” มายด์มิ้นเปลี่ยนเป็นคล้องคอตบบ่ารุ่นน้องแรงๆ “ไหนบอกทำเป็นข้ามๆ ไปไง เลิกเกร็งทีซิหนู”

“เอ่อ คือ ผม” อัศนัยอยากกัดลิ้นตัวเองให้ตายตรงนั้น

 

คือไม่ได้ติดใจเอาความเรื่องที่นอนด้วยกันหรอกด้วยเพราะตกผลึกความคิดตัวเองมาแล้วว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้เป็นความผิดพลาด แต่ก็เป็นแค่ความสัมพันธ์ข้ามคืนที่เกิดด้วยความเต็มใจหรือความเมาของคนทั้งคู่ หากไม่เก็บมาใส่ใจมันก็ไม่ได้เสียหายอะไร ควรปล่อยผ่านไปดีกว่า

 

แต่ที่เกร็งและทำตัวไม่ถูกอยู่แบบนี้ก็เพราะไอ้ท่าทางใจดี สนิทสนมกันที่เจ๊มายด์มิ้นมอบให้เขานี่สิ.. ปกติเจอหน้ากันคือยิ้มจริงใจให้กันแทบนับครั้งได้ สายตาที่ใช้มองกันส่วนใหญ่เต็มไปด้วยรังสีฟาดฟันห้ำหั่น ประเด็นที่โต้ตอบกันก็มักจะเป็นเพราะถกเถียงเรื่องงานไม่ลงรอย

 

จะมาสนิทกันเพราะจับพลัดจับผลูนอนด้วยกันคืนเดียว มันใช่หรอวะ…

 

“เจ๊เข้าใจว่าที่ผ่านมาเราคงเป็นเพื่อนร่วมงานที่ไม่ดีต่อกันเท่าไหร่” น้ำเสียงเล็ก(เพราะถูกดัด) เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ

“แต่หลังจากวันนี้ไป เรามาสนิทกันมากกว่าเดิมดีกว่านะ น้องโอ๊ตต” เจ๊มายด์มิ้นฉีกยิ้มกว้างให้อัศนัย และกอดคอกึ่งลากกึ่งจูงรุ่นน้องผิวเข้มกลับเข้าออฟฟิศ ท่ามกลางสายตาแตกตื่นตกใจของผู้คนมนออฟฟิศที่พบเห็น

 

รอยยิ้มหวานๆ ที่ยิ้มเต็มแก้มเต็มตาของเจ๊มายด์มิ้นในตอนนั้น ยังคงติดตรึงเป็นภาพในมโนสำนึกของอัศนัยอยู่

ช่างเป็นรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจอย่างบอกไม่ถูก อัศนัยรู้สึกเช่นนั้น





* งานฝิ่น เป็นคำแสลงมาจากคำว่า ฟรีแลนซ์ (Freelance) หมายถึง งานนอกอื่นๆ นอกเหนือจากงานประจำ

** AE (Account Executive) หมายถึง คนที่ทำหน้าที่ดูแล จัดการ และบริหารลูกค้า เป็นตำแหน่งที่ทำหน้าที่ติดต่อประสานงานกับลูกค้าโดยตรง





_______________________________

#เจ๊มายด์น้องโอ๊ต กลับมาแล้วค่ะ

คำหยาบเยอะแยะมากมาย นุขออภัยด้วย อุแง ;-;

ที่หายๆ ไปไม่ใช่อะไรเลยนะ เรากลับไปสูดโมเม้น 5555 อยากอ่านฟิคมากๆ เรือพวกเราแห้งมากค่ะ

แชปนี้น่าจะทำให้ทุกคนรู้จักเจ๊มายด์คนสวยของเรามากขึ้นในบางแง่มุมนะคะ

ส่วนน้องโอ๊ตก็คือตัวแทนของความปลงมากถึงมากที่สุดค่ะ ฮาา

เปิดตัว 2 ตัวละครที่จะคอยอยู่เคียงข้างเจ๊มายด์และน้องโอ๊ตด้วยค่ะ


วิท วริศ หลัวมโนสุดหล่อของเจ๊มายด์มิ้น



พี่ออกัส รูมเมทของโอ๊ต



พูดคุย ติชม และเปลี่ยนกันได้นะคะ

ทุกคอมเม้น ทุกรีแอคชั่น เป็นกำลังใจของเราหมดเลยยยย

ฝากเอ็นดู #เจ๊มายด์กับน้องโอ๊ต ด้วยนะคะ






TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #4 lpnh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 21:15

    แง้วววว ดูท่าแล้วไม่รู้เลยว่าใครจะรุกกันก่อน ทั้งสองคนดูปล่อยว่างมาก 55555555555555 สู้ๆนะคะไรท์
    #4
    0
  2. #2 kkskluay (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 20:11
    เจ๊มายด์​มิ้น อย่าทำไรน้องโอ๊ตนะ เป็นเอ็นดูน้อง แงงงง
    //ชอบบบบบบบ
    #2
    0