` {fic exo} 。p a p i e r ♡ chanbaek

ตอนที่ 7 : 。p a p i e r ♡ - 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,276
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 ก.ค. 57

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

            แพคฮยอนคลานเข่าเข้าไปในเต้นท์นอนของเขากับชานยอลก่อนที่จะรูดซิปถุงนอนเพื่อกางมันออก คนตัวเล็กจัดถุงนอนทั้งสองผืนให้เข้าทีเข้าทางระหว่างที่รอให้ชานยอลอาบน้ำเสร็จ มือเรียวสวยของแพคฮยอนรื้อค้นของในกระเป๋าเป้ตัวเองก่อนที่จะหยิบยาแก้ไขออกมาวางไว้บนถุงนอนแผงหนึ่งก่อนที่จะเอื้อมตัวไปหยิบขวดน้ำเปล่ามาวางเอาไว้ข้างกับแผงยาแก้ไข้ เขาเตรียมเอาไว้เพื่อรอให้ชานยอลกลับมากินมัน

 

            หัวหน้าห้องคนเก่งเดินกลับมาหลังจากที่เขาไปอาบน้ำในห้องน้ำรวมมาแล้ว อุณหภูมิที่ลดต่ำลงทำให้ชานยอลกระชับเสื้อฮู้ดตัวหนาที่สวมอยู่เข้ากับตัวเองก่อนที่จะคลานเข่าเข้ามาในเต้นท์ที่มีคนตัวเล็กนั่งอยู่ก่อนแล้ว

 

“ก่อนนอนอย่าลืมกินยาด้วยนะ” เมื่อแพคฮยอนเห็นว่าคนโชคร้ายที่เพิ่งตกไปในลำธารนั้นกลับเข้ามาในเต้นท์แล้ว เขาจึงเอ่ยบอกกับอีกฝ่ายก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนถุงนอนที่ปูอยู่อีกฝั่งหนึ่งของเต้นท์นอน

 

            “นายจะนอนแล้วหรอ ?” ชานยอลหันมาถามแพคฮยอนที่ล้มตัวลงนอนบนถุงนอนหลังจากที่เขากินยาตามที่อีกคนสั่งเรียบร้อยแล้ว หัวหน้าห้องคนเก่งรู้สึกไม่พอใจนิดหน่อยเพราะแพคฮยอนดูเหมือนจะผิดคำพูดที่เคยบอกกับเขาเอาไว้

 

            “อื้ม ชานยอลยังไม่ง่วงหรอ ?” ชานยอลส่ายหน้าหลังจากที่ได้ยินคำถามจากคนตัวเล็ก

 

            “ไหนบอกว่าจะดูแลกันไง ทำไมรีบนอนก่อนแบบนี้ล่ะ” ชานยอลเอ่ยออกมาด้วยความน้อยใจและนั่นทำให้แพคฮยอนที่ล้มตัวลงนอนกับถุงนอนไปแล้วต้องพยุงตัวเองขึ้นมานั่งใหม่อีกครั้ง

 

            “อ่า แล้วชานยอลจะให้ฉันทำอะไรหรอ ?” นัยน์ตาที่แสดงออกถึงความไร้เดียงสาเงยขึ้นมาสบกับดวงตากลมโตของชานยอล หัวหน้าคนเก่งเงียบไปครู่หนึ่งเพราะในหัวสมองของเขากำลังคิดหาสิ่งที่อยากให้แพคฮยอนทำ ที่จริงแล้วการที่เขาตกลงในในธารน้ำนั่นก็ไม่ใช่ความผิดของแพคฮยอนหรือของใครเลยแม้แต่คนเดียว ชานยอลเข้าใจดีว่ามันเป็นอุบัติที่ทุกคนไม่มีใครอยากให้มันเกิดขึ้น แต่ในตอนที่เขาเห็นว่าแพคฮยอนเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับท่าทางที่ดูเป็นห่วงเป็นใยนั่นเขากลับรู้สึกอยากให้คนตัวเล็กดูแลเขาสักครั้งหนึ่งก็ยังดี

 

            “จริง ๆ แล้วฉันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก เมื่อกี้ก็กินยาไปแล้ว” แพคฮยอนกระพริบตาปริบ ๆ เพื่อรอฟังสิ่งที่ชานยอลกำลังจะพูดต่อ

 

            “แต่ตอนนี้ฉันยังไม่ง่วงเลย เปลี่ยนจากการที่ให้แพคฮยอนคอยดูแลมาเป็นเพื่อนคุยของฉันในคืนนี้แทนได้ไหม ?”

           

            “แต่ฉันคุยไม่สนุกนะ” คนตัวเล็กก้มหน้าลงเอ่ยตอบออกมาเสียงแผ่ว แพคฮยอนรู้ตัวดีว่าเขาไม่ใช่คนที่มีมนุษย์สัมพันธ์ดีเท่าไหร่นัก เขาไม่เคยมีเพื่อนสนิทเลยแม้แต่คนเดียวไม่ว่าจะเป็นเพื่อนตั้งแต่สมัยประถมหรือมัธยมต้นและนั่นอาจจะเป็นเพราะแพคฮยอนเป็นคนขี้อายและเขาเองก็ไม่สันทัดในเรื่องการสร้างเสียงหัวเราะให้กับคนอื่นเท่าไหร่นัก แต่ถึงอย่างนั้นแพคฮยอนก็พร้อมจะช่วยเหลือคนอื่นอย่างสุดความสามารถของตัวเองเสมอ

 

            “ไม่เป็นไรหรอก ถ้างั้นเรามาเริ่มจากการทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้ดีไหม ?” คนตัวเล็กพยักหน้าหงึกหงักตอบรับกับข้อเสนอของชานยอลทันที

 

            “ฉันชื่อปาร์คชานยอลข้อนี้นายคงรู้อยู่แล้วใช่ไหมล่ะ ฉันเกิดวันที่ยี่สิบเจ็ดเดือนสิบเอ็ดปีเก้าสอง แล้วนายล่ะ ?”

 

            “ฉ-ฉันชื่อพยอนแพคฮยอน เกิดวันที่หกเดือนห้าแล้วก็เกิดปีเก้าสอง” แพคฮยอนพูดออกมาตามที่ชานยอลพูดเมื่อครู่ เขาเพียงแค่เปลี่ยยนข้อมูลของชานยอลเป็นข้อมูลของตัวเองและนั่นทำให้ชานยอลระบายยิ้มกว้างออกมา

 

            “เราเกิดปีเก้าสองเมื่อกันเลย ถ้าอย่างนั้นเราควรตั้งกลุ่มเก้าสองไลน์แบบที่พวกดาราชอบเรียกกันดีไหม ?”

 

            “จะดีหรอ ?”

 

            “ต้องดีอยู่แล้ว ~ แพคฮยอนมีพี่น้องหรือเปล่า ? ฉันมีพี่สาวคนหนึ่ง จริง ๆ แล้วเราสองคนค่อนข้างสนิทกันนะ แต่ว่าช่วงนี้พี่สาวฉันต้องทำงานหนักก็เลยไม่ค่อยได้คุยกันเท่าไหร่เลย” เขาเอ่ยเล่าออกมาด้วยความสัตย์จริง เมื่อพูดถึงพี่น้องของเขามันทำให้ชานยอลนึกถึงพี่สาวคนสวยของเขาที่ตอนนี้กำลังตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างหนักจนแทบไม่มีเวลามาพูดคุยกับน้องชายอย่างเขาแบบเมื่อก่อน แต่ชานยอลคิดเอาไว้ว่าถ้าเขามีโอกาสได้ใช้เวลาอยู่กับพี่สาวเมื่อไหร่เขาก็อยากจะเล่าเรื่องราวของแพคฮยอนให้กับพี่สาวของเขาได้ฟัง  

 

            “ฉันมีพี่ชายคนหนึ่ง พี่ชายของฉันใจดีแล้วก็มีเพื่อนเยอะแบบนายเลย”

 

            “จริงหรอ แล้วพี่ชายของนายกับฉันใครหล่อกว่ากัน ?” ชานยอลยกยิ้มเจ้าเล่ห์หลังจากที่เอ่ยถามคำถามเมื่อครู่ออกมา แพคฮยอนก้มหน้าลงราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนักก่อนที่จะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาตอบคำถามด้วยแววตาใสซื่อ

 

            “พี่ชาย” ชานยอลยู่หน้าลงเมื่อได้ยินคำตอบที่เขาไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่นัก แต่ก็เข้าใจว่าพี่ชานของแพคฮยอนนั้นอาจจะหล่อกกว่าเขาจริง ๆ แต่ถ้าเป็นไปได้ชานยอลก็อยากให้เขาดูหล่อที่สุดในสายตาของคนตัวเล็กตรงหน้าอยู่ดี

 

            “นายตอบแบบนี้ฉันเสียใจนะเนี่ย” ชานยอลแกล้งพูดออกมาด้วยน้ำเสียงน้อยใจและเมื่อแพคฮยอนได้ยินดังนั้นคนตัวเล็กจึงยกมือขึ้นโบกปฏิเสธทันที

           

            “ฉันไม่ได้หมายความว่าชานยอลไม่หล่อนะ แต่คือ เอ่อ” หัวหน้าคนตัวสูงหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นท่าทีอ้ำอึ้งของคนตัวเล็กที่อยู่ตรงหน้า และก็คงจะปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองรู้สึกดีแค่ไหนที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ของแพคฮยอน

 

            “โอเค ฉันเข้าใจแล้ว เอาไว้วันหลังนายพาฉันไปพาพี่ชายของนายด้วยสิ ฉันอยากเห็นว่าพี่ชายของนายจะหล่อสักแค่ไหนกันน้า ~” ชานยอลส่งยิ้มและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ตอนแรกเขาแค่อยากจะแกล้งแพคฮยอนเล่นเท่านั้น แต่เมื่อเขาได้เห็นท่าทางที่ดูอึดอัดของคนตัวเล็กเขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาทันที

 

            “อ่า ได้สิ แต่ว่าชานยอลหล่อจริง ๆ นะ หล่อกว่าฉันอีก” แพคฮยอนยังคงยืนยันคำเดิมเพราะกลัวว่าคำพูดเมื่อครู่ของตัวเองอาจจะทำให้ชานยอลไม่สบายผิดกับอีกฝ่ายที่พอได้ยินแพคฮยอนพูดออกมาแบบนั้นหัวหน้าห้องขี้แกล้งจึงเผยยิ้มกว้างออกมาด้วยความชอบใจ

 

            “แน่นอนอยู่แล้วอย่างฉันเรียกว่าหล่อ ส่วนแพคฮยอนเรียกว่าน่ารัก” คนตัวเล็กก้มหน้าของตัวเองลงแบบที่ชอบทำ เขารู้สึกแปลก ๆ กับประโยคเมื่อครู่ที่ชานยอลเป็นคนเอ่ยพูดขึ้นมา แพคฮยอนว่าที่เขารู้สึกแบบนี้อาจจะเป็นเพราะว่าไม่เคยมีใครมาพูดกับเขาแบบที่ชานยอลทำ

 

            “อ-เอ่อ นี่แพคฮยอนรู้หรือเปล่าว่าเราเจอกันครั้งแรกที่ไหน ?” หลังจากที่คุณหัวหน้าห้องคนเก่งรู้สึกตัวว่าเขาเผลอพูดความในใจออกไปจนหมดจึงเอ่ยขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศเงียบเชียบของพวกเขาทั้งคู่

 

            แพคฮยอนเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับคนถามก่อนที่จะนึกย้อนไปถึงตอนแรกที่เขาได้เจอกับชานยอล “ใช่ตอนที่นายมาเก็บค่าเข้าค่ายหรือเปล่า ?”

 

            คนตัวเล็กเอ่ยตอบออกไปเมื่อนึกขึ้นได้ว่าครั้งแรกที่เขาได้คุยกับชานยอลก็คือตอนที่คนตัวสูงเดินมาเก็บเงินค่าทำค่ายที่ห้องเรียนของเขา ถึงแม้ว่าแพคฮยอนจะรู้ดีว่าเขาเคยเห็นชานยอลอยู่บ่อยครั้งก่อนหน้านั้นแต่คนตัวเล้กก็เลือกที่จะตอบคำถามออกไปแบบนั้นอยู่ดี

 

            “ไม่ใช่ต่างหาก นี่รู้ไหมว่าฉันเจอนายครั้งแรกตอนไหน ?” ชานยอลส่ายหัวเมื่อได้ยินคำตอบของแพคฮยอน

 

            “ม-ไม่รู้หรอก นายเจอฉันตอนแรกที่ไหนหรอ ?”

 

            “ฉันเจอนายครั้งแรกตอนวันเปิดเทอมน่ะ นายยืนอยู่ใต้ต้นซากุระตรงทางเลี้ยวหน้าโรงเรียน ส่วนฉันก็เดินมากับเพื่อนอีกสามคน ไม่รู้ว่านายจะจำได้หรือเปล่า แต่วันนั้นนายก็สบตากับฉันด้วยนะ” ชานยอลเอ่ยเล่าออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม เขารู้สึกดีทุกครั้งที่ได้นึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันแรกที่เขาได้เจอกับแพคฮยอนและอาจจะเป็นเพราะการได้สบตากับคนตัวเล็กในวันนั้นที่ทำให้เขาปักใจเชื่อมาตลอดว่าเรื่องคำสาปของแพคฮยอนนั้นไม่มีทางเป็นเรื่องจริงอย่างแน่นอน

 

            “จ-จริงหรอ” แพคฮยอนพยายามนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในตอนที่ชานยอลเล่า เขาจำไม่ได้ว่าคนที่เขาสบตาด้วยวันนั้นคือใครเพราะโดยปกติแล้วแพคฮยอนจะไม่กล้าสบสายตากับใครเพราะกลัวว่าคำสาปของเขาจะทำให้คนอื่นต้องเดือดร้อน

 

            “จริงสิ เพราะวันนั้นที่ฉันได้สบตากับนายนั่นแหละเลยทำให้ฉันไม่เชื่อเรื่องคำสาปพวกนั้น ที่คนอื่นสบตากับนายแล้วเกิดอุบัติเหตุมันเป็นเพราะความประมาทต่างหากล่ะ ต่อจากนี้ไปแพคฮยอนจะต้องเชื่อมั่นใจตัวเองนะ ถ้านายไม่เชื่อในตัวเองมันก็คงยากที่จะทำให้คนอื่นมาเชื่อในตัวเรา ฉันจะช่วยนายเอง ตกลงนะ ?” แพคฮยอนพยักหน้าตอบตกลงชานยอลหลังจากที่ได้ยินประโยคเมื่อครู่ เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อรู้ว่าเขากำลังจะมีเพื่อนที่แสนดีอย่างชานยอล

 

            “นี่ก็ดึกแล้วเรานอนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องออกไปทำงานกันอีกเยอะเลย” ชานยอลที่เหลือบไปเห็นตัวเลขที่บอกเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองเอ่ยขึ้นมาเพราะตอนนี้เขาเองก็เริ่มรู้สึกง่วงแล้วเหมือนกัน

 

            “โอเค งั้นฉันนอนก่อนนะ” แพคฮยอนตอบตกลงก่อนที่จะค่อย ๆ เอนตัวลงนอนบนถุงนอนของตัวเอง ชานยอลเองก็เช่นกันเขาเอื้อมมือไปปิดตะเกียงที่อยู่ภายในเต้นท์แล้วจึงดึงผ้าห่มที่ก้มอยู่ตรงปลายเท้าขึ้นมาห่ม คนตัวสูงพลิกตัวให้หันไปทางด้านที่แพคฮยอนนอนอยู่

 

            “แพคฮยอนหลับหรือยัง ?” หลังจากที่เวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง ชานยอลตัดสินใจเอ่ยเรียกอีกคนเพราะเขานึกอะไรบางอย่างออก

 

            “งื้อ ชานยอลมีอะไรหรอ ~” แพคฮยอนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงัวเงียเพราะเขาใกล้จะหลับเต็มที แต่ก็ต้องรู้สึกตัวเพราะเสียงเรียกของคนตัวสูงเมื่อครู่

 

            “ฉันแค่อยากจะบอกว่านายน่ะเหมือนกระดาษเลย” ชานยอลส่งยิ้มให้กับความมืดมิดภายในเต้นท์ก่อนที่จะเอ่ยออกมา

 

            “กระดาษหรอ ?”

 

            “ใช่ .. แพคฮยอนเหมือนกระดาษ กระดาษที่ดูจืดชืดและไม่เป็นที่สนใจของคนอื่น แต่รู้อะไรไหม กระดาษธรรมดา ๆ เพียงแผ่นเดียวเนี่ยมันสามารถทำอะไรได้ตั้งหลายอย่างเลยนะ มันสามารถเป็นได้ทั้งนก ทั้งเครื่องบิน เป็นได้ตั้งหลายต่อหลายอย่าง อยู่ที่ว่าเราอยากให้มันเปลี่ยนจากแผ่นกระดาษธรรมดาไปเป็นอะไร”

 

            “เพราะฉะนั้นต่อจากนี้ไป ถ้าแพคฮยอนอยากเป็นอะไร อยากทำอะไรก็ลงมือทำเลยนะ อย่าปล่อยให้เวลามันผ่านเลยไป ทำให้คนอื่นเห็นว่าที่จริงแล้วนายไม่ได้จืดชืดอย่างที่คนอื่นเข้าใจกัน” แพคฮยอนตั้งใจนอนฟังคำบอกเล่าของชานยอล เขาคิดตามสิ่งที่หัวหน้าห้องคนเก่งพูดออกมาและในตอนนั้นเองแพคฮยอนจึงสัญญากับตัวเองว่าเขาจะพยายามปรับตัวเองให้เขากับคนอื่นเพื่อที่จะได้ไม่ต้องรู้สึกเหงาอย่างที่เคยเป็น

 

            “ฉ-ฉันจะพยายามนะ”

 

            “โอเค ถ้างั้นคืนนี้ก็ฝันดีนะครับ คุณกระดาษ”

 .

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

เวลาในค่ายบำเพ็ญประโยชน์ผ่านไปอีกวันหนึ่ง ทุกคนต่างช่วยกันทำงานอย่างขันแข็งเพื่อให้สนามเด็กเล่นที่ตั้งใจสร้างขึ้นนั้นเสร็จสมบูรณ์ทันเวลาก่อนที่จะเดินทางกลับกันในวันพรุ่งนี้ หลังจากเมื่อคืนที่แพคฮยอนได้ชื่อใหม่มาจากเมทร่วมเต้นท์ตัวสูงเขาก็ผล็อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อนเช่นเดียวกับชานยอลที่นอนอยู่อีกฝั่งของเต้นท์ หากแต่น่าเสียดายที่ความมืดภายในเต้นท์ทำให้หัวหน้าห้องปาร์คไม่ได้เห็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นเพราะตัวเขาของคุณกระดาษที่นอนอยู่ข้างกาย

 

ในตอนนี้แพคฮยอนกลับมานั่งพักอยู่ในเต้นท์อีกครั้งหลังจากที่ทำหน้าที่ของตัวเอง ส่วนชานยอลนั้นกลับมาถึงก่อนหน้าคนตัวเล็กซักพักแล้วและในตอนนี้หัวหน้าห้องคนเก่งก็กำลังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนถุงนอนของตนเองเพราะความเหนื่อยล้าที่ต้องทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน นอกจากทุกคนจะช่วยกันสร้างสนามเด็กเล่นขนาดเล็กขึ้นมาแล้วยังเหลือกิจกรรมหน้ากองไฟอีกกิจกรรมหนึ่งที่ทุกคนที่มาค่ายอาสาจะต้องเข้าร่วมเพื่อเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนห้องเอและห้องบี นั่นจึงทำให้แพคฮยอนต้องจำใจปลุกชานยอลที่กำลังนอนหลับสบายอยู่ในเต้นท์

           

"ชานยอล. . . ชานยอล. . . ตื่นก่อนสิ เรายังเหลือกิจกรรมรอบกองไฟนะ" คนตัวเล็กเขยิบเข้าไปใกล้และชะโงกไปมองใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เปลือกตาสีอ่อนของชานยอลยังคงหลับสนิทและดูเหมือนว่าการปลุกหัวหน้าห้องคนเก่งของเขาจะไม่เป็นผล มือเรียวจึงตัดสินใจเอื้อมไปเขย่าต้นแขนใหญ่ของอีกคนเบา ๆ

 

ชานยอล~ ชานยอลลลลล ชานยอลลล~” น้ำเสียงหวานยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องลากเสียงยาว

บ้างสั้นบ้างเหมือนกับเด็ก ๆ จนคนที่นอนอยู่เผลอตัวหลุดยิ้มออกมา ความลับที่ว่าชานยอลแกล้งหลับจึงเป็นอันเปิดเผย ดวงตากลมโตค่อย ๆ เปิดขึ้นเพื่อจ้องมองนัยน์ตาเรียวเล็กที่กำลังจ้องเขาตาแป๋วอยู่ก่อนแล้ว

 

สองสายตานั้นยังคงไม่ละออกจากกันจนกระทั่งชานยอลชันตัวลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิตรงหน้าของแพคฮยอน ก่อนที่คนตัวสูงจะขยี้ตาราวกับจะบอกว่าตัวเองนั้นง่วงนอนเสียเต็มประดา  ซึ่งแพคฮยอนเองก็รู้สึกง่วงนอนไม่ต่างกันแต่เนื่องจากคำสั่งของอาจารย์ผู้คุมค่ายที่สั่งเอาไว้ให้นักเรียนทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมรอบกองไฟที่จะเกิดขึ้นในคืนนี้ไม่อย่างนั้นจะถูกหักคะแนน จึงทำให้นักเรียนทุกคนจำใจต้องเข้าร่วมกิจกรรมรอบกองไฟในคืนนี้แทนที่จะได้นอนหลับพักผ่อนอยู่ในเต้นท์ของตัวเอง

 

อยากนอนต่อจังเลย เมื่อคืนหลับสะบ๊ายยยสบาย~ ฝันก็ดี๊ดี แล้วแพคฮยอนล่ะ เมื่อคืนหลับสบายไหม

 

อื้ม สบายมาก คงเพราะเหนื่อยมาทั้งวันด้วยล่ะมั้งแพคฮยอนรีบพยักหน้าตอบรับคำพูดของชานยอล เมื่อเช้าเขาตื่นมาแบบสดชื่นจริง ๆ แม้จะไม่ได้นอนบนเตียงที่นุ่มสบายอย่างที่บ้านแต่การได้นอนหลับอย่างเต็มตื่นหลังจากทำงานหนักมาทั้งวันก็ช่วยทำให้ร่างกายของแพคฮยอนรู้สึกสดชื่นได้ไม่น้อย

 

ฝันดีหรือเปล่า ฝันถึงฉันหรือเปล่านา ~ ?” คนตัวสูงแอบอมยิ้มแนบไปกับประโยคคำถามกึ่งเล่นกึ่งจริงที่แอบแฝงนัยและความคาดหวังไว้ลึก ๆมื่อได้เอ่ยคำถามเมื่อครู่ออกไปแล้ว เขารู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะในใจลึก ๆ ของชานยอลแล้วเขาอยากได้ยินคำตอบที่จะทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะแต่หัวหน้าห้องคนเก่งกลับไม่กล้ามองใบหน้าหวาน ๆ ของแพคฮยอนระหว่างที่รอคำตอบจากคนตัวเล็กตรงหน้า เขาทำทีคว้ากระเป๋าเป้มารื้อหยิบสคริปท์ละครรอบกองไฟขึ้นมาอ่านทั้งที่ในใจนั้นอยากได้ยินคำตอบจากอีกฝ่ายอยู่ไม่น้อย

 

อืม. . . ไม่นะหลับลึกมากเลย ไม่ได้ฝันเลยล่ะคำตอบที่ดูไร้เดียงสาของคุณกระดาษทำให้ชานยอลยิ้มเก้อออกมาทันที แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับมองมาคำตอบของแพคฮยอนนั้นดูเหมือนกับคำตอบของเด็กน้อยตัวเล็ก ๆ ที่ยังต้องเรียนรู้โลกอีกเยอะ

 

งั้นเหรอ ดีแล้วล่ะที่หลับสบาย ใกล้เวลาแล้วนะ อย่าลืมบทละครด้วยชานยอลหยิบแว่นสายตาออกมาสวมหลังจากเอ่ยประโยคนั้นจบก่อนที่จะไล่อ่านสคริปท์ของตัวเองคร่าว ๆ

 

ฉันจำได้ขึ้นใจแล้วล่ะ บทของฉันมีไม่กี่ประโยคเอง ชานยอลก็อย่าลืมท่องบทนะ เป็นตัวเอกนี่บทต้องเยอะแน่ ๆ เลย

 

บทเยอะจริง ๆ นั่นแหละ ฉันยังจำไม่หมดเลย ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ฮ่ะ ๆมือใหญ่ยกขึ้นเกาแก้มของตัวเองเพราะความไม่มั่นใจ

 

ฉันเชื่อว่าชานยอลทำได้นะ สู้เค้านะ!ดวงตาเรียวที่หยีเป็นเส้นโค้งของแพคฮยอนและประโยคให้กำลังใจที่ส่งมาพร้อมรอยยิ้มกว้างจนเห็นเขี้ยวซี่เล็ก บวกกับนิ้วโป้งที่ชูมาให้ชานยอลทำให้หัวหน้าห้องคนเก่งอดไม่ได้ที่จะยิ้มตามและนั่นก็ทำให้คุณหัวหน้าห้องคนเก่งรู้สึกมีกำลังใจที่จะจำบทของตัวเอง

 

คนตัวสูงซ่อนความตื่นเต้นไว้ภายใต้รอยยิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะเอ่ยปากชวนแพคฮยอนให้ออกไปรวมกลุ่มกับเพื่อนคนอื่น ๆ ด้านนอก มือใหญ่ส่งไปทางคนตัวเล็กให้คว้ามันไปจับเพื่อจะได้ลุกขึ้นจากเต้นท์ได้ง่ายขึ้น ชานยอลทำทีอ่านบทเพลินจนลืมปล่อยมือจากแพคฮยอน ส่วนคนตัวเล็กก็ไม่ได้ชักมือออกจนคนตัวโตระหว่างที่ชานยอลพาเขาเดินไปรวมกับเพื่อนคนอื่น ๆ และเมื่อเพื่อนคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียกให้ชานยอลไปซ้อม คนตัวสูงจึงจำใจต้องปล่อยมือเรียวสวยของแพคฮยอนออกอย่างเสียดาย

 

สำหรับกิจกรรมรอบกองไฟนั้นนักเรียนชั้นม.ปลายปีสามทั้งสี่ห้องจะถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่มและแต่ละกลุ่มจะต้องจัดกิจกรรมสันทนาการหนึ่งอย่างเช่นเกม หรือการแสดง ในส่วนของนักเรียนปีสามห้องเอและห้องบีเลือกที่จะจัดการแสดงละครที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรักของหญิงทอผ้าและคนเลี้ยงวัวตำนานที่เป็นที่มาของวันทานาบาตะเทศกาลที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่นให้ทุกคนชมได้ในค่ำคืนนี้ และแน่นอนว่าชานยอลถูกดึงไปเป็นตัวเองอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนบทบาทของตัวละครอื่น ๆ ถูกมอบหมายให้กับเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เหมาะจะเล่นเป็นตัวละครนั้น ๆ

 

พยอนแพคฮยอนเองก็ได้รับบทเป็นบิดาของหญิงทอผ้าเนื่องจากเป็นบทที่ทุกคนพากันส่ายหัวและบอกว่าน่าเบื่อจนไม่มีใครอยากเล่น หน้าที่นั้นจึงถูกโยนมาให้แพคฮยอนที่ต้องรับไปอย่างจำใจ

 

ก่อนการแสดงจะเริ่มชานยอลและจีอาผู้รับบทหญิงทอผ้ารวมทั้งแพคฮยอนที่ต้องรับบทเป็นพ่อถูกเรียกให้ไปเปลี่ยนชุดเป็นเครื่องแต่งกายแบบประยุกต์ที่ดูเหมือนจะถูกตัดขึ้นมาเองเพื่อให้มีความคล้ายคลึงกับเครื่องแต่งกายของชาวญี่ปุ่นสมัยก่อน ต้นไผ่ต้นเล็ก ๆ สองสามต้นที่เพิ่งถูกตัดมาถูกใช้เป็นฉากประกอบง่าย ๆ ซึ่งภายหลังจะกลายเป็นที่สำหรับแขวนกระดาษคำอธิษฐาน

 

นักแสดงทุกคนมีเวลาเหลืออีกนิดหน่อยก่อนที่การแสดงจริงจะเริ่ม แพคฮยอนเลือกที่จะหลับตาและสูดหายใจเข้าลึก ๆ แน่นอนว่าเขาไม่ค่อยชินกับการถูกจับจ้องอย่างเช่นการแสดงในครั้งนี้ ร่างบางได้แต่บอกตัวเองในใจว่ามันจะผ่านไปด้วยดี แต่ระหว่างที่คนตัวเองกำลังจมดิ่งอยู่กับความคิดของตัวเองอยู่นั้นใครคนหนึ่งเดินเข้ามาสะกิดเบา ๆ บนไหล่จนทำให้แพคฮยอนต้องหันหลังกลับไปมอง ชานยอลยืนอยู่เบื้องหลังเขาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูแปลกไปจากที่แพคฮยอนเคยเห็น

 

มีอะไรหรือเปล่าเสียงหวานของแพคฮยอนเอ่ยถามขึ้นเบา ๆ

 

แพคฮยอนพร้อมหรือยังชานยอลตอบคำถามด้วยคำถาม สีหน้าของคนตัวสูงนั้นยังไม่คลายความกังวลจนแพคฮยอนพอจะจับทางได้ว่าอาจจะมีอะไรผิดปกติที่ทำให้คนที่มั่นใจตลอดเวลาอย่างชานยอลเป็นถึงวลถึงขนาดนี้

 

พร้อมสิ ว่าแต่ชานยอลเถอะ มีอะไรหรือเปล่าดูไม่ค่อยโอเคนะ ไข้ขึ้นหรือเปล่า

 

ฉันยังไม่ค่อยมั่นใจน่ะ ไม่รู้สิ อาจจะเพราะชุดนี่ด้วยมั้งแขนยาวกางออกสองข้างอวดชุดที่ลดความมั่นใจของเขาไปฮวบฮาบให้แพคฮยอนดู คนตัวเล็กกว่าแอบกลั้นยิ้มเพราะชุดที่ชานยอลใส่มันดูแปลก ตาอยู่ไม่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นชานยอลก็ยังคงดูดีแม้จะอยู่ในชุดพิลึกนี่อยู่ดี

 

มันก็ไม่ได้ดูแย่นะ แล้วก็ฉันมั่นใจว่าชานยอลต้องทำได้ สู้เค้านะคุณหัวหน้าห้องคนตัวเล็กส่งยิ้มพร้อมกับพูดให้กำลังใจชานยอลอีกครั้งหนึ่ง เพียงเท่านั้นที่ทำให้ปาร์คชานยอลสามารถแสดงละครออกมาได้เป็นอย่างดี

 

 

 

เขาวางลงบนกล่องที่บรรจุกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็ก ๆ สีชมพูซึ่งมีป้ายติดไว้บนฝากล่องที่เปิดอยู่ว่า ความรักหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาก่อนที่จะจรดปลายปากกว่าตวัดเป็นตัวอักษรเรียงร้อยต่อกันจนมีความหาย หลังจากนั้นจึงรีบเอาไปแขวนบนกิ่งไผ่รวมกับกระดาษคำอธิษฐานแผ่นอื่น ๆ

 

 

กระดาษพวกนี้เรียกว่า ทังซะขุแต่ละสีจะมีความหมายที่แตกต่างกัน ความหมายของกระดาษแต่ละสีจะมีคำอธิบายแปะอยู่บนกล่องที่ใส่ ทุกคนเขียนคำอธิษฐานแล้วเอาไปแขวนที่กิ่งไผ่ด้านโน้นได้เลยนะ การแสดงของห้องสามเอและบีจบลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณทุกคนมาก ๆ ค่ะ

 

 

เสียงปรบมือดังขึ้นหลังจากสมาชิกคนหนึ่งในห้องเอซึ่งรับหน้าที่เป็นพิธีกรในวันนี้กล่าวปิดการแสดงของกลุ่มแรกพร้อมกับแนะนำวิธีการเขียนคำอธิษฐานลงบนกระดาษ นักเรียนที่นั่งอยู่รอบกองไฟต่างพูดถึงคำอธิษฐานที่ตนจะเขียนลงไปบนกระดาษก่อนที่จะนำไปผูกเอาไว้กับต้นไผ่ที่ได้จัดเตรียมเอาไว้แล้วและแพคฮยอนก็เช่นกัน เขายังนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรลงไปบนกระดาษ คนตัวเล็กยังนึกไม่ออกเสียด้วยซ้ำว่าเขาควรจะเลือกกระดาษสีไหนเพื่อนำมาเขียนคำอธิษฐาน

 

กิจกรรมรอบกองไปดำเนินไปจนถึงเวลาเที่ยงคืน นักเรียนห้องสามเอและบีต้องช่วยกันเก็บกวาดบริเวณกิจกรรมของตนรวมไปถึงต้นไผ่ที่เอาไว้ใช้สำหรับแขวนคำอธิษฐานของเพื่อนคนอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน

 

มีอะไรให้ช่วยหรือเปล่าแพคฮยอนเอ่ยเสียงเบาเมื่อเห็นเพื่อนสองคนกำลังช่วยกันยกต้นไผ่ไปอย่างทุลักทุเลเพราะต้องคอยระวังกระดาษที่คอยจะปลิวออกจากกิ่ง

 

เออ ๆ มา . . . ไอ้เชี่ย! ผะ-ผีหรอวะหนึ่งในสองของคนแบกต้นไม้หันมามองทางแพคฮยอนก่อนจะทำตาโตสะดุ้งจนตัวโยน ตัวเล็กจึงรีบเงยหน้าขึ้นและส่ายหน้าปฎิเสธอย่างแรง

 

ไม่ใช่ ๆ นี่เราเองแพคฮยอน . . .อาจเพราะชุดขาวรุ่มร่ามที่ยังคงใส่จากการแสดงทำให้แพคฮยอนดูน่ากลัว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่อาจมีคนตกใจเมื่อได้เห็นเข้า แต่หลังจากที่คนตัวเล็กเอ่ยบอกชื่อของตัวเองไปนักเรียนสองคนนั้นจึงรีบบอกปัดว่าไม่เป็นไรก่อนจะก้มหน้างุดและเดินหนีแพคฮยอนไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้แพคฮยอนยืนงงอยู่อย่างนั้นคนเดียว

 

เอ่อ. . . มีกระดาษตกน่ะ. . . เฮ้ !เสียงเล็กตะโกนบอกแต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สองคนที่เดินจากไปหันหลังกลับมา แพคฮยอนหันไปมองกระดาษที่ปลิดปลิวหล่นจากกิ่งก่อนที่จะเก็บมันขึ้นมา กระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีชมพูถูกเขียนไว้ด้วยลายมือที่อ่านยากพอตัว

 

ขอให้ความรู้สึกนี้ส่งไปถึงคนคนนั้น งั้นเหรอ ?” แพคฮยอนอ่านข้อความบนนั้นเบา ๆ ก่อนที่จะเดินตามเพื่อนทั้งสองคนนั้นออกไป เพราะคนตัวเล็กตั้งใจจะนำเอาแผ่นกระดาษคำอธิษฐานในมือไปแขวนไว้ที่ต้นไผ่ดังเดิม

 

แพคฮยอน มาช่วยทางนี้หน่อยได้ไหมเจ้าของชื่อหันไปตามเสียงทุ้ม ๆ ของหัวหน้าห้องคนเก่งที่เอ่ยเรียกเขาเมื่อครู่ คุณหัวหน้าห้องปาร์คที่ยืนอยู่กับเพื่อนอีกสองสามคนโบกมือเรียกให้เขาเดินเข้าไปหาตรงเนินเขา แพคฮยอนขานรับกลับไปหลังจากเก็บกระดาษทังซะขุสีชมพูไว้ในซอกหนึ่งของชุด เขาเร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วขึ้นเพราะไม่อยากให้เพื่อนคนอื่นต้องมารอเขาแต่นั่นกลับทำให้เท้าเล็กเหยียบเข้ากับชายชุดกรุยกรายจนเสียหลักหกล้มลงไปนอนกับพื้น

 

อ๊ะ !ชานยอลละมือจากงานที่ทำและหันไปมองหาต้นเสียง ไม่ไกลจากจุดที่พบแพคฮยอนตอนแรก เขาเห็นร่างบางนอนอยู่ด้วยสีหน้าเหยเก ขายาวรีบออกวิ่งโดยไม่รู้ตัวไปหยุดอยู่ใกล้แพคฮยอนพร้อมสีหน้าที่เป็นกังวล

 

แพคฮยอน! เป็นอะไรหรือเปล่า ลุกขึ้นไหวไหม?” น้ำเสียงทุ้มเอยถามเจือความกังวล แพคฮยอนพยักหน้าแม้สีหน้าจะยังไม่ค่อยดีเท่าที่ควร ชานยอลค่อย ๆ สอดแขนยาวของตนพาดรอบเอวเล็ก ยกแขนเรียวของแพคฮยอนมาวางบนไหล่ของตัวเองและพยายามฉุดให้คนตัวเล็กยืนขึ้นอย่างระมัดระวังที่สุด

 

อะ-โอ๊ยแต่ดูเหมือนการล้มครั้งนี้จะส่งผลมากกว่าที่แพคฮยอนคิด ความเจ็บแล่นแปลบบริเวณข้อเท้าจนคนตัวเล็กแทบลงไปกองกับพื้นอีกรอบหากไม่มีวงแขนแกร่งของชานยอลประคองไว้ แพคฮยอนขมวดคิ้วและเอื้อมมือไปแตะข้อเท้าของตนหวังว่ามันจะบรรเทาความปวดได้สักหน่อย

 

เจ็บข้อเท้าเหรอ งั้นอย่าเพิ่งเดินเลยดีกว่ารีบไปหาอาจารย์พยาบาลกันนะ

 

แต่เราต้องเดินไปอยู่ดี . . .

 

ขี่หลังเราดีกว่านะแพคฮยอน . . .คนตัวสูงตัดสินใจแทนหลังจากดูสภาพการณ์อาการเจ็บของแพคฮยอน คิ้วที่ขมวดและริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นอย่างจริงจังกับคำพูดทำให้แพคฮยอนไม่กล้าเถียง ร่างเล็กของคนที่ปวดข้อเท้าจึงต้องอาศัยแผ่นหลังกว้างแทนเท้าที่เจ็บของตัวเองหลังจากนั้น

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

สวัสดีค่ะ ^ - ^
แอบหายไปนานนิดหนึ่ง ช่วงนี้ชีวิตกำลังวุ่นวายค่ะ ฮ่า
ตอนนี้ร่วมแต่งกันคนละครึ่งกับน้องพยอย (ที่ตอนนี้นางอยู่เยอรมันแล้ว)
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ ทุกแท็ก #ฟิคกระดาษ #ficpapier มากเลยนะคะ
ถึงจะมีคอมเม้นท์ไม่เยอะ แต่คอมเม้นท์เหล่านี้ก็เป็นกำลังอย่างดีให้เราทั้งสองคนเลยค่ะ
แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ เราจะพยายามมาอัพให้บ่อยที่สุดน้า
ฝากติดตามฟิคเรื่องนี้ด้วยนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ ^ - ^
@mmeawchy  

 

สวัสดีจากเยอรมันค่ะ เย่เฮ้ !!
รอส่วนของเรากันนานใช่มั้ย ขอโทษนะคะ คิดถึงทุกคนเหมือนกันนะ T -
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์กับแท็กด้วยนะคะ ไม่ค่อยได้ตอบแต่อ่านทุกอันเลยนะ !
ฝากผิดตามกันไปเรื่อย ๆ แล้วอย่าลืมติดแท็กด้วยนะคะ :)
แล้วเจอกันตอนน้าค่ะ เย่ !
@_88kraisis





 

© Tenpoints!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,468 ความคิดเห็น

  1. #1451 หมีคริสลี่ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 02:02
    แง้ บี๋สู้ๆนะค้า
    #1,451
    0
  2. #1439 Oum Sirilak (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 22:37
    กระดาษของคุณหัวหน้ารึเปล่าคะะ ????
    #1,439
    0
  3. #1438 Oum Sirilak (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 22:36
    กระดาษของคุณหัวหน้ารึเปล่าคะะ ????
    #1,438
    0
  4. #1420 pim pimmi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 17:06
    เริ่มคุยกันมากขึ้นแล้วว
    #1,420
    0
  5. #1376 Byun Sania >< (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 กันยายน 2557 / 21:38
    จีฮเย ใครเหย๋ออออ
    #1,376
    0
  6. #1302 KM26 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2557 / 23:04
    เยอรมันเป็นไงบ้างค่ะ อยากไปจัง ไรท์สองคนสู้ๆนะ
    #1,302
    0
  7. #1161 mamama (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 23:02
    ดูแลตัวเล็กดีๆนะ
    #1,161
    0
  8. #1140 ploy ploylovelyGirl (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 19:25
    ฮึ้ยยยย ขี่หลังด้วยอ่ะ ><
    #1,140
    0
  9. #1118 -FL- (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 12:12
    ฮอลลลล~~ รักแรก
    #1,118
    0
  10. #1091 mitake (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 16:32
    กระดาษแผ่นนั้นจะเป็นของคุณหัวหน้ารึเปล่าน้าา~~~~~~
    #1,091
    0
  11. #1072 กวางหวาน (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 / 14:56
    แบคฮยอนนี่เป็นกำลังใจชั้นดีเลยใช่ไหมชานยอล หื้มมมมมมมมมม
    55555555555555555555555555555555555
    #1,072
    0
  12. #1018 040506 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2557 / 23:07
    ขี่หลังด้วยอ่ะ

    ฟินเลยย
    #1,018
    0
  13. #961 BJCB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 13:40
    ฮึ~~
    #961
    0
  14. #882 ´ น้องแบคแมน๏ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2557 / 00:15
    ละลายแปปป
    จะเอาจะเอาแบบพี่ปาร์คคคค
    #882
    0
  15. #879 chanYeoly snw (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 23:50
    ใครแว้????
    #879
    0
  16. #800 BACON_BAEK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2557 / 12:11
    กระดาษแผ่นนั้นของชานยอลหรือเปล่านะ
    #800
    0
  17. #753 b-byun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 02:46
    กระดาษสีชมพูใบนั้นเป็นของใครกันน๊าาาาาาาาาาาาาาา

    #753
    0
  18. วันที่ 30 มกราคม 2557 / 20:13
    อ๋าาาาา -///////////-
    ชยอลทำเขินไม่หยุดเลย
    บยอนก็ซื่อไปไหน เหมือนเด็กๆเลย 55555
    แอบโกรธพวกที่หนีไปนะ เดี๋ยวเถอะ
    มองหน้าบยอนดีๆสิ น่ารักจะตาย! ชึๆๆๆๆ
    #720
    0
  19. #677 Park Yajin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2557 / 03:19
    กรี๊ดดดดดดดดดด!  สิ่งร่างแบคด่วนๆ น่ารักเกินไปแล้วชานแบค ><
    #677
    0
  20. #663 ดาว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2556 / 22:30
    ขี่หลังงงงงง >
    #663
    0
  21. #654 MB (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2556 / 17:12
    หูยยยยยยยยน่ารักจังชานยอลสุภาพบุรุษเวอร์
    #654
    0
  22. #604 Minnie'MayZz (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2556 / 13:16
    กระดาษนั่นใช่ของชานยอลรึเปล่าเนี่ย -....- 
    #604
    0
  23. #596 1OOHYUN。SJ東方神起E (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2556 / 12:18
    ชอบมากๆ เลยยยยย น่ารักสุดๆ ><  แต่งได้ลื่นไหลน่าอ่านมากกกกกกก
    แพคฮยอนน่ารัก ชานยอลน่ารักกกกก ชอบมากๆๆๆ หวานมดขึ้นนน
    ชอบตอนที่ป้อนน้ำให้กันมากที่สุดดดดดดด 
    ตุณกระดาษๆๆๆๆ เกร้ดดดดดดดดดดดด! อยากมีโมเม้นท์งี้บ้างอ่ะฮืออออ TvT
    สู้ๆ น้าไรท์เตอร์ 
    #596
    0
  24. #586 FonSNW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 13:55
    ฮอลลลลลลล 
    ละมุนมาก ชยอลชอบเเบคฮยอนเเบบถอนตัวไม่ขึ้นเเล้วล่ะ ฮิ้วววว 
    #586
    0
  25. #577 vviez (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 11:35
    มันใช่กระดาษของชยอลใ่ม้าาาา
    #577
    0