` {fic exo} 。p a p i e r ♡ chanbaek

ตอนที่ 21 : 。p a p i e r ♡ - 18 - epilogue

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,968
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    22 ส.ค. 57

p a p i e r

18th page

-epilogue-

 

  



 

 

            เช้าของวันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม แพคฮยอนกระเด้งตัวลุกออกจากที่นอนอย่างรวดเร็วเมื่อนาฬิกาปลุกแผดเสียงร้องขึ้น คนตัวเล็กรีบวิ่งเข้าไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ที่จริงแล้วแพคฮยอนไม่เคยไปโรงเรียนสายเลยแม้แต่ครั้งเดียว และในวันนี้ที่เขาต้องรีบร้อนแบบนี้ก็ไม่ใช่เพราะแพคฮยอนตื่นสายแต่อย่างใด ในทางกลับกัน วันนี้แพคฮยอนยังตั้งนาฬิกาปลุกก่อนเวลาปกติที่เขาตื่นนอนเสียอีก

 

 

            “ทำไมวันนี้ตื่นเช้าจัง อ้อ ชานยอลก็เพิ่งกลับไปก่อนลูกตื่นสักสิบห้านาทีได้มั้งแล้วก็เห็นหอบกับข้าวที่ทำกันเมื่อคืนไปด้วยแล้วล่ะ” คุณนายพยอนเอ่ยทักลูกชายตัวเล็กของเธอที่เดินเข้ามาในห้องครัวในตอนที่เธอกำลังเตรียมอาหารเช้าให้ลูกชายและสามี

 

 

แพคฮยอนพยักหน้ารับรู้ เขาจำได้เพียงว่ามัวทำกับข้าวกับชานยอลจนดึก หลับไปเมื่อไหร่ตอนไหนหรือที่ไหนนั้นแทบจำไม่ได้ “...วันนี้ผมจะทำข้าวกล่องให้ชานยอลครับ” คุณนายพยอนอมยิ้มให้กับคำตอบที่เพิ่งได้รับจากลูกชายที่พาดพิงถึงเจ้าเด็กหนุ่มอีกคน หลังจากผล็อยหลับคอพับกันอยู่บนโซฟากลางดึกเมื่อคืน ก็เป็นเธอเองที่ปลุกชานยอลให้ขึ้นไปนอนข้างบนห้องแพคฮยอนก่อนเพราะลูกชายของเธอนั้นพอได้นอนแล้วยามจะปลุกก็ยากเหลือเกินนอกจากจะตื่นเอง แต่ชานยอลกลับปฏิเสธที่จะไปนอนคนเดียวและแบกแพคฮยอนขึ้นหลังไปบนห้องด้วยกัน จากที่ได้เห็นและได้ยิน คนเป็นแม่อย่างเธอจึงไม่แปลกใจหากชานยอลจะเป็นที่รักของใครหลายคนและหนึ่งในนั้นอาจเป็นแพคฮยอนน้อยของหล่อนด้วยก็เป็นได้

ก่อนหน้านี้เคยมีช่วงหนึ่งที่แพคฮยอนตื่นเช้าเช่นวันนี้เพื่อมาทำข้าวกล่องให้กับชานยอล แต่แล้วอยู่ดี ๆ แพคฮยอนก็หยุดไป แล้วก็มีวันนี้เนี่ยแหละที่ลูกชายตัวเล็กของเธอกลับเข้าครัวในตอนเช้าเพื่อทำข้าวกล่องอีกครั้ง

 

 

“วันนี้ที่โรงเรียนมีงานเลี้ยงสินะ เมื่อวานแม่เห็นกล่องของขวัญในห้องของลูกน่ะ” คุณนายพยอนเอ่ยคุยกับลูกชายของเธอในระหว่างที่แพคฮยอนเริ่มหยิบเอาวัตถุดิบต่าง ๆ ออกมาวางเรียงกันบนโต๊ะเพื่อเริ่มทำข้าวกล่อง

 

 

“วันนี้ที่ห้องมีงานเลี้ยงวันคริสต์มาสแล้วก็มีการจับฉลากกันครับ” แพคฮยอนเอ่ยตอบพร้อมรอยยิ้ม เขาตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยกับงานเลี้ยงวันนี้ มันเป็นครั้งแรกที่แพคฮยอนจะได้แลกของขวัญกับเพื่อน ๆ ที่จริงแล้วก่อนหน้านี้เป็นเพราะเขาค่อนข้างเก็บตัวและไม่มีเพื่อนนั่นจึงทำให้งานเลี้ยงวันคริสต์มาสปีที่ผ่าน ๆ มาส่วนมากแพคฮยอนจึงทำได้เพียงเลี้ยงฉลองอยู่กับคุณพ่อและคุณแม่อยู่ที่บ้าน

 

 

“ดีจังเลยน้า ลูกชายของหม่าม๊าต้องตื่นเต้นมาก ๆ แน่เลยใช่ไหมจ๊ะ?” แพคฮยอนหยักหน้าตอบพร้อมกับส่งรอยยิ้มให้ผู้เป็นแม่ก่อนที่จะก้มหน้าก้มตาตั้งใจทำข้าวกล่องของตัวเองและชานยอลเพื่อให้เสร็จทันเวลา

 

 

ยี่สิบนาทีต่อมาแพคฮยอนกลับขึ้นมาบนห้องนอนของตัวเองอีกครั้งเพื่อแต่งตัวและเตรียมกระเป๋าพร้อมจะออกจากบ้าน จากข่าวพยากรณ์อากาศเมื่อคืนที่ได้ดูกับคุณพ่อที่บอกเอาไว้ว่าวันนี้หิมะอาจจะตกลงมา จึงทำให้วันนี้แพคฮยอนเลือกหยิบเอาผ้าพันคอไหมพรมสีแดงที่ชานยอลเคยให้เอาไว้ออกมาใส่ คนตัวเล็กยืนพันผ้าพันคอสีแดงสวยก่อนที่จะคว้าเอากระเป๋าเป้ขึ้นมาสะพายและเดินออกจากห้องนอนของตัวเองไป

 

 

ลมหนาวที่พัดมาทักทายแพคฮยอนในตอนเช้าทำให้คนตัวเล็กต้องเป่าลมอุ่นใส่มือของตัวเองแล้วจึงถูกันไปมาเพราะอากาศที่หนาวจนทำให้แพคฮยอนมือแข็ง คนตัวเล็กสอดมือของตัวเองเอาไว้ในกระเป๋าเสื้อนักเรียนตัวนอกแล้วจึงออกเดินไปยังโรงเรียนของเขาโดยไม่ลืมที่จะหยิบเอากล่องข้าวและกล่องของขวัญใส่กระเป้าเป้ของตัวเองมาด้วย

 

 

“แพคฮยอน!” คนตัวเล็กหันไปตามเสียงเรียกที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ก่อนที่จะส่งยิ้มทักทายยูจินที่วิ่งเข้ามาทางเขา

 

 

“สวัสดียูจิน~” แพคฮยอนเอ่ยทักทายเพื่อนต่างโรงเรียนด้วยรอยยิ้ม

 

 

“กำลังจะไปโรงเรียนเหรอ ?” คนตัวเล็กพยักหน้าตอบคำถามของเด็กหนุ่มผมส้มที่อยู่ตรงหน้า พักหลัง ๆ มานี้เขาก็ไม่ค่อยได้เจอยูจินเท่าไหร่ เป็นเพราะแพคฮยอนต้องอยู่ช่วยชานยอลจัดงานเลี้ยงในวันนี้ แต่ถึงจะไม่ได้เจอกันมาสักพักแล้ว หากแต่แพคฮยอนก็ไม่เคยลืมว่าเด็กหนุ่มผมส้มคนนี้ใจดีกับเขาแค่ไหน

 

 

“เรามีของขวัญจะให้แพคฮยอน” ยูจินเกาท้ายทอยแก้เขินก่อนที่จะล้วงเอากล่องของขวัญขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วยื่นมันให้แพคฮยอน

 

 

“จริงๆ แล้วยูจินไม่ต้องลำบากให้เราก็ได้นะ” แพคฮยอนไม่กล้ายื่นมือไปรับของขวัญกล่องนั้นของยูจินเพราะเขาเองก็ไม่ได้มีของขวัญอะไรตอบแทนยูจินเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

 

 

“ไม่เป็นไร เราอยากให้แพคฮยอน รับไปเถอะนะ” ยูจินยัดกล่องของขวัญกล่องนั้นใส่มือของแพคฮยอนก่อนที่จะรีบเอ่ยลาแล้ววิ่งนำหน้าแพคฮยอนไปเพราะเขากลัวว่าคนตัวเล็กจะไม่ยอมรับของขวัญของเขา

 

 

“เราไปก่อนนะแพคฮยอน แล้วเจอกันใหม่นะ!” ยูจินที่วิ่งนำแพคฮยอนไปเล็กน้อยหันกลับมาโบกมือลาเด็กหนุ่มตัวเล็กที่ยังคงยืนงงอยู่

 

 

“แล้วก็ เมอรี่คริสต์มาสนะแพคฮยอน! ฉันว่านายจะชอบของขวัญชิ้นนั้นเหมือนที่ฉันชอบนายนะ!” แม้ว่าตัวจะวิ่งไปไกลแล้ว แต่ประโยคที่ยูจินตะโกนบอกออกมาเมื่อครู่นั้นแพคฮยอนได้ยินมันอย่างชัดเจน คนตัวเล็กอ้าปากกว้างด้วยความตกใจกับคำสารภาพที่แสนตรงไปตรงมาของยูจิน

 

 

“ต-แต่ว่า...” แพคฮยอนพึมพำออกมาก่อนที่จะก้มลงมองกล่องของขวัญที่อยู่ในมือของตัวเองอีกครั้ง คนตัวเล็กถอยหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะเก็บมันเข้ากระเป๋าเป้แล้วเริ่มก้าวท้าวเดินอีกครั้ง คำพูดเมื่อครู่ของยูจินยังคงดังอยู่ในห้วงความคิดของเขา และเพราะแพคฮยอนที่มัวแต่เดินคิดเรื่องของยูจินคนตัวเล็กจึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าในตอนนี้ กำลังมีใครอีกหนึ่งคนที่เดินตามหลังของเขาอยู่ และใครคนนั้นก็เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตั้งแต่ที่ยูจินเอ่ยเรียกแพคฮยอนแล้ว

 

 

ชานยอลเดินตามแพคฮยอนไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่หน้าปากซอยบ้านของเพื่อนสนิทตัวเล็ก ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเข้าไปมทักทายกับแพคฮยอนหรอกนะ แต่ชานยอลกำลังคิดทบทวนอะไรบางอย่างอยู่ต่างหาก คำสารภาพเมื่อครู่ของยูจินไม่ใช่เพียงแค่แพคฮยอนคนเดียวเท่านั้นที่ได้ยินมัน ชานยอลเองก็ได้ยินเต็มสองรูหูเลยเช่นเดียวกัน ในตอนที่เขากำลังจะเดินออกมาจากซอยทางลัดที่มักจะใช้เวลาเดินมาหาแพคฮยอนที่บ้าน หากแต่ยังไม่ทันที่ชานยอลจะได้ก้าวเท้าเดินออกมาจากซอย เสียงเรียกชื่อของแพคฮยอนที่ดังขึ้นทำให้ชานยอลตัดสินใจยืนหลบมุมแอบฟังอยู่ตรงนั้น

 

 

ยูจินเองก็ชอบแพคฮยอน

 

 

ที่จริงแล้วชานยอลเองก็มองออกมาสักพักแล้วว่าเด็กผมส้มคนนั้นเองก็คงรู้สึกดี ๆ กับแพคฮยอนด้วย และตัวเขาเองก็ชอบแพคฮยอนไม่น้อยเหมือนกัน เพราะเหตุนั้นเองชานยอลจึงต้องเดินใช้ความคิดอยู่กับตัวเองมาตลอดทางโดยมีแพคฮยอนเดินนำอยู่ห่าง ๆ จากท่าทางของแพคฮยอนหลังจากที่ได้ยินคำสารภาพของยูจินแล้ว ชานยอลก็พอจมั่นใจว่าคนตัวเล็กเองก็คงไม่ได้ชอบพอกับยูจินไปมากกว่าเพื่อนคนหนึ่ง เพราะคนตัวเล็กไม่ได้เผลอรอยยิ้มออกมาอย่างดีใจ หากแต่คนตัวเล็กกลับดูเหมือนกำลังหนักใจกับอะไรบางอย่างเสียมากกว่า และเพราะท่าทางแบบนั้นของแพคฮยอนที่ทำให้ชานยอลเริ่มว่าถ้าเขาสารภาพรักกับแพคฮยอนบ้าง คนตัวเล็กจะมีท่าทางยังไงตอบรับกลับมานะ ?

 

 

จะรู้สึกเหมือนกัน หรือเราสองคนจะต้องกลายเป็นเพียงแค่คนรู้จักกัน ?

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

“เรามาจับฉลากกันก่อนดีกว่า แล้วค่อยเล่นเกมอื่น ๆ กันเนาะ!” เสียงของฮีจุนเอ่ยขึ้นก่อนที่จะได้รับเสียงตอบรับตกลงจากเพื่อนคนอื่น ๆ ในตอนนี้เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงกว่า แพคฮยอนมองดูเหื่อนทุกคนที่ดูมีความสุขกับงานเลี้ยงในวันนี้ เพราะวันนี้เป็นวันพิเศษ ทางโรงเรียนจึงงดการเรียนการสอนเพื่อให้นักเรียนทุกคนได้จัดงานเลี้ยงกันอย่างเต็มที่ และก็ไม่ใช่เพียงแค่ห้องของแพคฮยอนเพียงห้องเดียวเท่านั้นมีมีงานเลี้ยงแบบนี้ นักเรียนห้องอื่น ๆ เองก็มีงานเลี้ยงแบบนี้เช่นเดียวกัน แพคฮยอนยิ้มกว้างตั้งแต่ที่ได้ก้าวเข้ามาในห้องเรียนที่เต็มไปด้วยสายรุ้งแสนสดใสที่เขากับชานยอลช่วยกันตกแต่งห้อง รวมไปถึงต้นคริสต์มาสจำลองเองก็ได้รับคำความสนใจจากเพื่อนหลายคนในห้อง

 

 

จุนยองทำหน้าที่เป็นดีเจประจำห้อง เด็กหนุ่มที่พกลำโพงขนาดเล็กมาด้วยเลือกเปิดเพลงสำหรับเทศกาลวันคริสต์มาสสร้างบรรยากาศงานเลี้ยงให้ดูสนุกสนานมากยิ่งขึ้นไปอีก แพคฮยอนพูดคุยกับเพื่อนคนอื่น ๆ มากยิ่งขึ้น และดูเหมือนปีนี้แพคฮยอนจะได้รับของขวัญเล็ก ๆ น้อยจากเพื่อนคนอื่นเนื่องจากชนะการแข่งขันปิงปองจากงานกีฬาประจำปีที่ผ่านมาอีกด้วย

 

 

“งั้นเดี๋ยวฉันเป็นคนถือกล่องจับฉลากให้นะ” ชานยอลเอ่ยขึ้นก่อนที่จะเดินไปหยิบกล่องจับฉลากที่มีรายชื่อของเพื่อนทุกคนในห้องมาถือเอาไว้ เพื่อน ๆ คนอื่นในห้องเองก็เห็นด้วยเพราะว่าชานยอลเป็นคนตัวสูงที่สุดในห้อง ให้คุณหัวหน้าห้องคนเก่งถือกล่องจับฉากเนี่ยแหละดีที่สุด เพราะคนที่เอื้อมมือไปหยิบฉลากออกมาจะได้มองไม่เห็นว่ารายชื่อที่หยิบออกมานั้นเป็นของขวัญของใคร

 

 

“งั้นฉันขอจับคนแรกนะ!” มีจินเอ่ยออกมาก่อนที่จะรีบสิ่งเข้ามาหาชานยอลที่ยืนชูกล่องจับฉลากอยู่ เด็กสาวเขย่งตัวเล็กน้อยเพื่อเอื้อมมือไปหยิบฉลากในกล่องออกมา

 

 

“อ่านเลย มีจินได้ของใครอะ!” เสียงของเพื่อนคนหนึ่งในห้องเอ่ยถามออกมาก่อนที่เด็กสาวจะแกะกระดาษในมืออกมาอ่านชื่อของเพื่อนร่วมห้อง

 

 

“จองจียอง!” แพคฮยอนนั่งมองเพื่อนคนอื่น ๆ ที่เริ่มเดินไปทยอยจับฉลาก ประกาศชื่อของเพื่อนออกมาก่อนที่เจ้าของกล่องของขวัญจะเดินไปหยิบมันมาให้กับคนที่จับฉลากได้ชื่อของตนเอง แพคฮยอนนั่งอยู่บนเก้าอี้และเฝ้ารอว่าใครกันนะที่จะได้ของขวัญที่เขาเตรียมเอาไว้

 

 

“แพคฮยอนจับสิ!” จงแดเอ่ยบอกคนตัวเล็กให้เดินออกไปจับฉลากกับเขาบ้าง และคนตัวเล็กเองก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด แพคฮยอนเดินเข้าไปหาชานยอลก่อนที่จะส่งยิ้มให้ ตั้งแต่มาถึงโรงเรียนแพคฮยอนยังไม่ได้เอ่ยคุยกับชานยอลเลยสักคำ เพราะคุณหัวหน้าห้องคนเก่งมัวแต่วุ่นวายกับงานเลี้ยงในวันนี้

 

 

“สวัสดีแพคฮยอน” แพคฮยอนเอ่ยทักทายพร้อมกับส่งยิ้มกว้างให้อย่างที่เคยทำ แพคฮยอนเองก็ส่งยิ้มคืนให้ชานยอลเช่นเดียวกัน คนตัวเล็กก้าวเท้าเข้าไปใกล้กัคุณหัวหน้าห้องตัวสูงก่อนที่จะค่อย ๆ เขย่งปลายเท้าของตัวเองขึ้นเพื่อเอื้อมมือเข้าไปหยิบฉลากที่อยู่ในกล่อง ในขณะที่มือเรียวสวยกำลังควานหากระดาษฉลากอยู่นั้นเอง ดวงตาเรียวสวยของแพคยอนดันหันกลับมาพบกับดวงตากลมโตของชานยอลที่จ้องมองมาที่เขาอย่างเปิดเผยและเป็นเพราะในตอนนี้แพคฮยอนกำลังเขย่งเท้าอยู่ นั่นจึงทำให้ความสูงของระดับใบหน้าของชานยอลและแพคฮยอนอยู่ตรงกันพอดี คนตัวเล็กมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าตอนนี้ชานยอลกำลังจ้องมองมาที่เขาตาไม่กระพริบ เท่านั้นยังไม่พอชานยอลยังส่งยิ้มที่ชวนให้แพคฮยอนหัวใจสั่นมาให้อีกต่างหาก

 

 

“เฮ้ๆ! ชานยอลเก็บอาการหน่อยก็ได้มั่ง ตาหวานฉ่ำเชียวนะ!” จงอินเอ่ยแซวเพื่อนสนิทตัวสูงของตัวเองเมื่อเขาเหลือบไปเห็นพอดีว่าชานยอลกำลังส่งยิ้มหวานในขณะที่จ้องมองแพคฮยอนด้วยนัยน์ตาหวานฉ่ำ

 

 

“ฮิ้ววว คุณหัวหน้าห้องคนเก่งหน้าแดงซะแล้ว เขินแพคฮยอนเหรอครับเนี่ย!” เด็ดนักเรียนชายคนอื่น ๆ ในห้องเมื่อได้ยินจงอิยเอ่ยแซวดังนั้นจึงเอ่ยแซวคุณหัวหน้าห้องออกมาบ้าง และเมื่อมีคนที่หนึ่ง คนที่สอง ก็ย่อมมีคนที่สาม สี่ และห้า ตามมาอีก เพื่อนในห้องส่วนใหญ่ต่างก็รู้ดีว่าทั้งชานยอลและแพคฮยอนสนิทกันมากเป็นพิเศษ แถมชานยอลยังเคยออกโรงปกป้องแพคฮยอนเสียจนเพื่อนหลายๆ คนต่างก็คิดกันไปว่าบางทีแล้วที่ชานยอลทำแบบนั้นอาจจะเป็นเพราะชานยอลกำลังชอบแพคฮยอนอยู่ก็เป็นได้

 

 

“จ-จับได้แล้ว” คนตัวเล็กเอ่ยขึ้นบ้างหลังจากที่เขาควานหยิบเอากระดาษจับฉลากขึ้นมาได้หนึ่งใบ ไม่ใช่เพียงแค่ชานยอลคนเดียวหรอกที่เขินเพราะโดยแซว แพคฮยอนเองก็เขินอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แก้มของคนตัวเล็กขึ้นสีเล็กน้อยก่อนที่แพคฮยอนจะรีบก้มหน้าก้มตาอ่านที่อยู่ในแผ่นกระดาษเพื่อกลบเกลื่อนอาการเขินของตัวเอง

 

 

“ป-ปาร์คชานยอล” คนตัวเล็กชูกระดาษในมือให้เพื่อนคนอื่น ๆ ดูเป็นหลักฐานว่าฉลากที่เขาจำขึ้นมาได้นั้นเป็นชื่อของปาร์คชานยอลจริง ๆ

 

 

“โหย จับฉลากได้ชื่อของชานยอลเลยอะ คุณหัวหน้าห้องฟินเลยอะดิ ได้ให้ของขวัญกับแพคฮยอนเนี่ย” มีจินเองที่สนุกสนานกับการเอ่ยแซวเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้เธอไม่พอใจที่ชานยอลไม่ได้รับรางวัลในการแข่งกีฬาประจำปี แต่เป็นเพราะงานเลี้ยงวันนี้ที่ชานยอลตั้งใจจัดมันให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้ร่วมสนุกกัน เธอจึงคิดว่าตำแหน่งหัวหน้าห้องคนเก่งนั้นเหมาะกับปาร์คชานยอลที่สุดแล้ว

 

 

ชานยอลไม่ใช่เพียงแค่มีหน้าตาหล่อเหล่าเพียงเท่านั้น แต่เจ้าตัวยังเป็นคนมีความสามารถ สามารถจัดการระบบงานได้อย่างดี เป็นคนมีระเบียบ มีน้ำใจและคอยช่วยเหลือเพื่อนอยู่เสมอ ที่สำคัญชานยอลยังเป็นคนที่ใจดีมาก ๆ อีกคนหนึ่งด้วย เธอยังจำได้ดีในตอนที่ชานยอลพยายามจะช่วยให้เพื่อนคนอื่น ๆ ในห้องยอมรับในตัวของแพคฮยอน และเมื่อทุกคนเริ่มเปิดใจ มีจินก็ยิ่งรู้สึกปราบปลื้มในตัวของชานยอล

 

 

“เดี๋ยวฉันเอาของขวัญมาให้นะ” ชานยอลหันมาเอ่ยบอกกับคนตัวเล็กก่อนที่จะวางกล่องจับฉ,กแล้วเดินไปหยิบกล่องของขวัญที่ตัวเองเตรียมมาออกจากกระเป๋าเป้

 

 

แพคฮยอนมองตามชานยอลที่เดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองก่อนที่จะแปลกใจเล็กน้อยที่ชานยอลถือกล่องของขวัญมาถือสองใบ

 

 

“อ่าว ชานยอลทำไมมีสองกล่องเลยวะ?” จงอินอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามออกมาเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวสูงของตัวเองนั้นหยิบกล่องของขวัญออกมาจากกระเป๋าถือสองใบ และกล่องทั้งสองใบนั้นก็มีขนาดแตกต่างกันด้วย

 

 

ชานยอลไม่ได้เอ่ยตอบคำถามของเพื่อนสนิทแต่เลือกที่จะเดินเข้าไปหาแพคฮยอนที่ยืนรออยู่ เพื่อนทุกคนในห้องต่างก็มองมาที่แพคฮยอนและชานยอลเป็นสายตาเดียวราวกับว่าจะรอฟังคำตอบของคำถามที่จงอินเอ่ยออกมาเมื่อครู่

 

 

“กล่องนี้เป็นกล่องที่ฉันเตรียมมาจับฉลาก ส่วนกล่องนี้ฉันเตรียมมาให้แพคฮยอนอยู่แล้ว ช่วยรับของขวัญจากฉันทั้งสองกล่องเลยนะ” ชานยอลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักเล็กน้อย ก่อนที่จะยื่นกล่องของขวัญทั้งสองใบให้กับคนตัวเล็กที่ยืนอยู่ตรงหน้า แม้ว่าชานยอลจะไม่ได้เกาท้ายทอยหรือเบียนหน้าหนีเพราะความเขินอาย แต่เพราะรอยริ้วสีแดงที่ปรากฏชัดอยู่บนใบหน้าก็พอจะทำให้เพื่อนคนอื่น ๆ รู้ได้ทันทีว่าตอนนี้น่ะคุณหัวหน้าห้องคนเก่งกำลังรู้สึกเขินมากแค่ไหน

 

 

“ข-ขอบคุณนะ” แพคฮยอนเอ่ยขอบคุณออกมาก่อนที่จะยื่นมือมารับกล่องของขวัญทั้งสองใบเอาไว้ และในตอนนั้นเองที่เสียงเชียร์ภายในห้องมัธยมปลายปีสามห้องเอดังขึ้นอย่างไม่ได้นัดหมาย

 

 

.

 

 

 

.

 

 

.

 

 

“พวกเรามาเล่นเกมพรายกระซิบกันเถอะ!” หลังจากที่เพื่อน ๆ ทุกคนจับฉลากแลกของขวัญวันคริสต์มาสครบทุกคนแล้ว กิจกรรมต่อมาที่ชานยอลวางแผนเอาไว้นั่นก็คือให้เพื่อน ๆ ทุกคนได้มีส่วนร่วมเล่นเกมด้วยกัน ก่อนที่จะถึงเวลาที่ต้องแยกย้ายกันกลับบ้าน และเกมที่พวกเขาจะเล่นต่อไปนี้ก็ไม่ใช่เล่นเพื่อฆ่าเวลาอย่างเดียวเท่านั้น เพราะก่อนหน้านี้ชานยอลได้จัดเตรียมของรางวัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อที่จะมอบให้กับผู้ชนะของแต่ละเกม

 

 

“เพื่อให้เกมสนุกขึ้น เกมนี้เราจะไม่ให้จับกลุ่มกันเองนะเพื่อน ๆ ทุกคน! เราจะแบ่งทีมตามเลขที่ก็แล้วกันนะ เกมนี้จะมีทั้งหมดห้าทีม เลขที่หนึ่งถึงเลขที่ห้ามานั่งเก้าอี้แถวแรกเรียงแบบหน้ากระดานเลย ส่วนเลขที่หกให้ไปต่อแถวของคนเลขที่หนึ่งเรียงแบบนี้ไปเรื่อย ๆ เลยนะ” ชานยอลเอ่ยอธิบายการแบ่งกลุ่มของเกมพรายพระซิบให้เพื่อนในห้องฟัง

 

 

เกมพรายกระซิบที่ว่านี้เป็นเกมที่ต้องเล่นด้วยกันทั้งห้อง โดยคนที่นั่งเป็นคนสุดท้ายของแต่ละแถวจะได้รับประโยคจากจินริที่รับหน้าที่เป็นกรรมการของเกมนี้ โดยแต่ละแถวก็จะได้รับประโยคที่แตกต่างกันออกไปเพื่อป้องกันการลอกกันระหว่างแถว และเมื่อได้รับประโยคที่ว่านั้นแล้ว คนที่อยู่เป็นคนสุดท้ายของแถวจะต้องเขียนประโยคดังกล่าวลงบนแผ่นหลังของเพื่อนคนที่อยู่ด้านหน้า และเขียนส่งต่อกันไปเรื่อย ๆ จนถึงคนที่นั่งอยู่หน้าสุดของแถว และเมื่อเขียนครบทั้งประโยคแล้ว คนที่นั่งด้านหน้าสุดของแถวก็จะออกไปเขียนประโยคดังกล่าวบนกระดานดำหน้าห้อง

 

 

“ทุกคนพร้อมหรือยัง?” จินริเอ่ยถามเพื่อนๆ ในห้องที่ตอนนี้นั่งเป็นแถวเรียบร้อยแล้ว

 

 

“พร้อมแล้ว! มาเล่นกันเลย!” เสียงของเพื่อน ๆ เอ่ยตอบจินริที่ยืนอยู่หน้าห้อง

 

 

“ถ้างั้นเราจะเดินไปบอกประโยคกับคนที่นั่งอยู่หลังสุดแล้วนะ ตั้งสติกันดี ๆ นะทุกคน อย่าเขียนพลาดล่ะ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างอารมร์ดีก่อนที่จะเดินไปยังด้านหลังของห้อง

 

 

“ห้ามคนข้างหน้าหันกลับมามองนะ!” หญิงสาวเอ่ยขึ้นมาเสียงดังหลังจากที่เธอเดินไปถึงหลังห้องแล้ว จินลีกวักมือเรียกเพื่อนทั้งห้าคนที่นั่งท้ายที่สุดของแถวก่อนที่จะเริ่มกระซิบบอกประโยคยาก ๆ ที่เธอได้จัดเตรียมเอาไว้ให้กับเพื่อนที่ละคน

 

 

ประโยคทั้งห้าที่จินริเลือกมานั้นเป็นประโยคที่มีการออกเสียงที่ค่อนข้างใกล้เคียงกันแต่มีความหมายที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นเพื่อนที่ฟังประโยคจากเธอไปจึงจะต้องพยายามนึกคำศัพท์คำดังกล่าวและเขียนมันอย่างถูกต้องเพื่อบอกเพื่อนคนต่อๆ ไป และตรงจุดนี้เองที่จะเป็นตัวตัดสินว่าทีมไหนจะเป็นผู้ชนะ

 

 

“ตื่นเต้นไหม?” คุณหัวหน้าห้องคนเก่งเอ่ยถามแพคฮยอนที่นั่งอยู่ด้านหน้าของเขา โชคดีที่แพคฮยอนเลขที่ 3 และชานยอลเลขที่ 8 ที่นั่งของชานยอลจึงอยู่ด้านหลังของแพคฮยอนพอดิบพอดี

 

 

“ฉันกลัวเขียนผิดจังเลย” แพคฮยอนหันกลับมาเอ่ยบอกกับชานยอลด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากเท่าไหร่นัก พวกเขาคุยกันในระหว่างที่รอให้เพื่อนด้านหลังเขียนคำตอบส่งมาทางแผ่นหลังของเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านหน้า และเพราะแพคฮยอนที่นั่งอยู่หน้าสุดของแถวจะต้องเป็นคนไปเขียนคำตอบนั้นเองที่ทำให้คนตัวเล็กรู้สึกกดดันเล็กน้อย เพราะเขากลัวว่าจะทำให้เพื่อนในทีมต้องพ่ายแพ้

 

 

“ไม่ต้องกังวลไปหรอก เราเล่นเกมกันสนุกๆ เท่านั้นเอง” ชานยอลพยายามเอ่ยปลอบคนตัวเล็กเพราะดูจากสีหน้าของแพคฮยอนแล้วดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เขาไม่อยากให้แพคฮยอนกดดันตัวเองมากเกินไป เพราะเกมที่เล่นกันอยู่นี้เป็นเกมสนุกๆ ที่เล่นเพื่อความบันเทิงไม่ได้ต้องแข่งขันกันจริงจัง

 

 

“แพคฮยอนทำได้อยู่แล้วล่ะ” คนตัวเล็กเผยยิ้มออกมาทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้หันกลับไปมองใบหน้าของคุณหัวหน้าคนเก่ง แพคฮยอนรู้สึกมั่นใจในตัวเองมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ได้รับกำลังใจจากชานยอล

 

 

“เอาล่ะ ทุกคนพร้อมแล้วนะ!” จินริเอ่ยถามเพื่อนๆ ทุกคนอีกครั้งหลังจากที่เธอเอ่ยบอกประโยคให้กับเพื่อน ๆ ครบทั้งห้าทีมแล้ว

 

 

“ถ้าพร้อมแล้วงั้นก็เริ่มเขียนหลังให้เพื่อนคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าได้เลย!” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างร่าเริงก่อนที่จะวิ่งกลับไปยังหน้าห้องเรียนอีกครั้งเพื่อรอตรวจคำตอบของแต่ละทีม

 

 

แพคฮยอนตื่นเต้นเล็กน้อยเมื่อคิดว่าตอนนี้เพื่อนที่นั่งอยู่ด้านหลังคงกำลังเขียนหลังของเพื่อนที่นั่งอยู่ด้านหน้าเพื่อบอกประโยคดังกล่าว

 

 

ผ่านไปเพียงไม่กี่นาทีหลังจากนั้น ชานยอลที่นั่งอยู่เฉย ๆ กลับสะดุ้งตัวเบา ๆ เมื่อโอฮีจุนที่นั่งอยู่ด้านหลังเริ่มเขียนอะไรบางอย่างลงบนแผ่นหลังของเขา คุณหัวหน้าห้องคนเก่งรู้สึกจั๊กจี๋อยู่ไม่น้อยกับปลายนิ้วของเพื่อนที่ขีดเขียนอยู่บนแผ่นหลังกว้างของเขา และเพราะเหตุนั้นเองที่ทำให้ชานยอลไม่ค่อยมีสมาธิและไม่สามารถจับใจความของประโยคดังกล่าวได้ดีเท่าไหร่นัก

 

 

“เสร็จแล้ว!” ฮีจุนเอ่ยบอกคุณหัวหน้าห้องคนเก่งที่พยายามเรียบเรียงคำที่พอจะจำได้ให้ออกมาเป็นประโยค แต่เพราะคำศัพท์แปลก ๆ ที่เขาไม่ค่อยคุ้นเคยที่ฮีจุนเขียนมานั้นทำให้ชานยอลยิ่งสับสนกันเข้าไปใหญ่

 

 

ดวงตากลมโตของคุณหัวหน้าห้องจ้องมองแผ่นหลังเล็กของแพคฮยอนที่นั่งอยู่ด้านหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจค่อย ๆ ไล้ปลายนิ้วของตัวเองลงบนแผ่นหลังเล็กของแพคฮยอนเบา ๆ

 

 

คำศัพท์ที่ชานยอลค่อย ๆ เขียนลงบนแผ่นหลังของแพคฮยอนทีละตัวอย่างพิถีพิถันนั้นเป็นเพราะว่าเขาอยากให้แพคฮยอนสามารถซึมซับมันได้ทั้งหมด ชานยอลไม่รู้ว่าสีหน้าของแพคฮยอนตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง แพคฮยอนจะทำหน้าแบบไหนหลังจากที่จับใจความประโยคที่เขากำลังเขียนบอกเล่าให้เจ้าตัวได้รับรู้ หัวใจของคุณหัวหน้าห้องเต้นเร็วขึ้นมาอีกหนึ่งจังหวะเมื่อเขาตัดสินใจเขียนประโยคนั้นลงบนแผ่นหลังของแพคฮยอน

 

 

จากพยัญชนะตัวแรกจนถึงพยัญชนะตัวสุดท้ายของประโยคที่ถูกเขียนลงบนแผ่นหลังของแพคฮยอนทำให้คนตัวเล็กที่ตั้งใจจับสัมผัสของชานยอลรู้สึกเห่อร้อนที่ใบหน้าของตัวเองเสียอย่างนั้นเมื่อแพคฮยอนนำเอาคำศัพท์ทั้งหมดมาเรียงกันเป็นประโยค

 

 

ปลายนิ้วของชานยอลละออกไปจากแผ่นหลังของแพคฮยอนแล้ว เสียงนุ่มทุ้มของเพื่อนตัวสูงเอ่ยบอกว่าเขาได้เขียนประโยคนั้นลงบนแผ่นหลังของแพคฮยอนเสร็จเรียบร้อยแล้ว หากแต่จังหวะการเต้นของหัวใจดวงน้อยนั้นยังคงเต้นแรงอยู่ไม่เสื่อมคลาย

 

 

เพราะประโยคนั้นที่ชานยอลเขียนลงมาบนแผ่นหลังของเขาที่ทำให้แพคฮยอนไม่สามารถควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจของตัวเองได้เลย

 

 

            “โอเค! ทุกทีมเขียนหลังของเพื่อนกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อจากนี้ไปขอให้คนที่นั่งหน้าสุดของแถวออกมาเขียนประโยคนั้นลงบนกระดานดำเลยนะ เดี๋ยวเราจะได้ตัดสินกันเลยว่าเกมนี้ทีมไหนจะชนะและได้ของรางวัลไปนอนกอด!

 

 

            สิ้นเสียงประกาศของจินริ คนที่นั่งอยู่ด้านหน้าสุดของแต่ละทีมจึงลุกออกจากที่นั่งของตัวเองแล้วเดินมาด้านหน้าห้องหยิบปากกาเมจิกสีขาวที่วางอยู่บนรางกระดานขึ้นมาก่อนที่จะเขียนประโยคที่รับรู้มาลงบนกระดานดำตรงหน้า

 

 

แพคฮยอนเองก็ลุกออกจากที่นั่งของตัวเองพร้อมกับเพื่อนๆ อีกสี่คนที่เหลือ มือเรียวสวยของคนตัวเล็กหยิบเอาปากกาเมจิกสีขาวขึ้นมาหนึ่งด้าม เขาเปิดฝามันออกก่อนที่จะค่อย ๆ เขียนประโยคที่ชานยอลเขียนให้บนแผ่นหลังของเขาลงบนกระดานดำ

 

 

เพื่อนคนอื่นที่นั่งอยู่กับที่ต่างก็ลุ้นให้ทีมของตัวเองเขียนประโยคออกมาให้ถูกต้องครบถ้วน หากแต่เมื่อทุกคนเหลือบไปเห็นตัวอักษรที่แพคฮยอนค่อยๆ เขียนบนกระดานดำเสียงเชียร์ที่เคยเงียบหายกลับดังก้องขึ้นมาอีกครั้งเพียงแค่ทุกคนเห็นคำว่า แพคฮยอน ที่เจ้าของชื่อเป็นคนเขียนอยู่บนกระดานดำ

 

 

“วู้วว คุณหัวหน้าห้องของเราเปลี่ยนประโยคของจินริซะงั้นแหละ!” เสียงแซวของจงอินเอ่ยขึ้นล้อเลียนเพื่อนตัวสูงของเขาที่ตอนนี้นั่งยิ้มกว้างหน้าแดงอยู่กับที่ของตัวเอง ส่วนจินริเองที่ยืนอ่านประโยคที่แพคฮยอนกำลังเขียนอยู่นั้นก็ยิ้มกว้างออกมาก่อนที่จะหันกลับไปมองชานยอลด้วยสายตาล้อเลียน

 

 

“เพิ่งรู้นะเนี้ยว่าชานยอลก็มีมุมโรแมนติกแบบนี้กับเขาด้วย!

 

 

“เฮ้! ฉันไม่ได้เขียนประโยคนั้นให้ชานยอลนะโว้ย นี่มันแอบบอกความรู้สึกของตัวเองชัดๆ!” โอฮีจุนเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเมื่อเขาพอจะเดาได้ว่าแพคฮยอนกำลังเขียนอะไรอยู่บนกระดานดำ เขาสาบานได้ว่าประโยคที่เขาเขียนให้ชานยอลนั้นไม่ใช่ประโยคเดียวกับที่แพคฮยอนกำลังเขียนอยู่ และเมื่อได้ยินดังนั้นเพื่อน ๆ ในห้องต่างก็เอ่ยแซวชานยอลอย่างต่อเนื่อง

 

 

แก้มนวลของคนตัวเล็กที่เขียนประโยคนั้นลงบนกระดานดำเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อเขาได้ยินคำเอ่ยแซวของเพื่อนในห้องที่ดังขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพราะว่าแพคฮยอนนั้นไร้เดียงสาจนเกินไป เด็กหนุ่มตัวเล็กจึงไม่รู้เลยว่าประโยคที่ชานยอลเขียนให้เขานั้น มันไม่ใช่ประโยคจริง ๆ ที่เพื่อนคนอื่นๆ เขียนส่งต่อกันมา หากแต่ประโยคนั้นเป็นประโยคที่ชานยอลตั้งใจจะบอกให้แพคฮยอนรู้และที่ชานยอลตั้งใจบอกให้แพคฮยอนรู้นั้นมันเป็นเพราะว่า ประโยคนั้นมันบอกเล่าถึงความรู้สึกของเขาที่มีต่อแพคฮยอน

 

 

เป็นความรู้สึกที่ชานยอลมีให้แพคฮยอนเพียงคนเดียวเท่านั้น     
 

 (แพคฮยอน... ฉันชอบนายนะ)




.



.


 

            งานเลี้ยงวันคริสต์มาสของนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสามห้องเอจบลงแล้ว และหลังจากนี้พวกเขาจะได้วันหยุดเป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์เต็มก่อนที่จะเปิดภาคเรียนอีกครั้งหนึ่งในช่วงหลังปีใหม่ นักเรียนทุกคนในห้องต่างก็เอ่ยล่ำลากันก่อนที่จะแยกย้ายกลับบ้านและแพคฮยอนเองก็เป็นแบบนั้นเช่นเดียวกัน

 

 

“เจอกันปีหน้านะแพคฮยอน กลับบ้านดีๆ ล่ะ” คนตัวเล็กโบกมือลาพร้อมกับส่งยิ้มให้กับจงอินและจงแดที่เดินแยกกับเขาและชานยอลตรงหน้าโรงเรียน

 

 

“เรากลับบ้านกันเลยไหม?” คุณหัวหน้าห้องคนเก่งหันกลับมาถามคนตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างๆ

 

 

“อื้ม กลับกันเลยก็ได้”

 

 

“งั้นเดี๋ยวเราขอแวะซื้อนมแป๊ปหนึ่งนะ” แพคฮยอนพยักหน้าตอบรับก่อนที่พวกเขาทั้งคู่จะเดินเคียงข้างกันไปด้วยกันจนกระทั่งถึงร้านสะดสกซื้อที่อยู่ระหว่างทางไปบ้านของแพคฮยอน

 

 

“เรารออยู่ข้างนอกนะ” ชานยอลพยักหน้าตอบรับก่อนที่จะรีบเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพราะไม่อยากให้แพคฮยอนรอนาน ส่วนคนตัวเล็กที่ยืนรออยู่ด้านนอกก็มองวิวทิวทัศน์ที่อยู่ด้านนอก แม้ว่าวันนี้อากาศจะหนาวเป็นพิเศษแต่ว่าก็ยังไม่มีหิมะแรกตกลงมาตามคำพยากรณ์ ร้านค้าข้างทางที่ตอนนี้ต่างก็ถูกประดับประดาไปด้วยสายรุ้งสีสวน เพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสดังอยู่ตลอดทางที่แพคฮยอนเดินผ่าน บรรยากาศของความสุขเล็กๆ น้อยๆ ที่แพคฮยอนสัมผัสได้ทำให้คนตัวเล็กเองก็รู้สึกมีความสุขไปด้วยได้อย่างง่ายดาย

 

 

“ไปกันเถอะ!” แพคฮยอนสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อชานยอลเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อเร็วกกว่าที่เขาคิดเอาไว้ หรือว่าบางทีอาจจะเป็นเพราะเขามัวแต่คิดอะไรเรื่อยเปื่อยกันนะ?

 

 

“โอ๊ะ! มีคนเขียนชื่อลงบนแบงค์ด้วยแหะ” แพคฮยอนอุทานออกมาเบา ๆ เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นว่าเงินทอนที่ชานยอลกำลังจะเก็บใส่กระเป๋าตังค์นั้นมีแบงค์หนึ่งพันวอนใบหนึ่งที่มีชื่อของใครบางคนเขียนเอาไว้

 

 

“เขียนชื่อบนแบงค์แล้วทำไมเหรอ?” ชานยอลหยิบแบงค์ใบนั้นขึ้นมาดูก่อนที่จะหันกลับไปเอ่ยถามแพคฮยอนที่ดูจะตกใจกับสิ่งที่เห็น

 

 

“หม่าม๊าเคยบอกให้เราเขียนชื่อเราลงบนแบงค์น่ะ แล้วถ้าเราได้รับแบงค์ใบนั้นที่มีชื่อของเราเขียนอยู่เอาไว้จากใคร แสดงว่าคนนั้นคือเนื้อคู่ของเรา” แพคฮยอนเอ่ยอธิบายให้ชานยอลฟังก่อนที่จะนึกย้อนไปถึงช่วงแรก ๆ ที่เขารู้จักกับชานยอล เขายังคงวันนั้นได้ดี วันที่เขาได้รับธนบัตรที่มีชื่อจองตัวเองเขียนเอาไว้คืนมา และคนที่ยื่นธนบัตรใบนั้นให้กับเขาก็คือปาร์คชานยอล คุณหัวหน้าห้องคนเก่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้

 

 

“คงจะเป็นปาฏิหาริย์เลยนะถ้าได้แบงค์ใบนั้นกลับคืนมา แบงค์ในเกาหลีมีตั้งเยอะแยะ การที่จะได้แบงค์ที่มีชื่อเราเขียนอยู่กลับคืนมาเนี่ย แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย” ชานยอลเอ่ยขึ้นหลังจากที่เขาเก็บเงินเข้ากระเป๋าเรียบร้อยแล้ว สองเท้าของเดก็หนุ่มตัวสูงก้าวเคียงคู่ไปกับเด็กหนุ่มตัวเล็กที่เดินอยู่ข้างๆ

 

 

“แต่เราได้กลับคืนมาแล้วนะ แบงค์ใบนั้น...ที่มีชื่อพยอนแพคฮยอนเขียนอยู่น่ะ” คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นสบสายตากับคุณหัวหน้าห้องคนเก่งที่ก้มลงมามองเขาด้วยความตกใจ หัวใจของคุณหัวหน้าห้องคเก่งเต้นแรงขึ้นเมื่อคิดได้ว่าใครกันนะที่เป็นคนนำเอาแบงค์ใบนั้นมาคืนให้กับแพคฮยอน

 

 

แล้วคนนั้นจะเป็นเนื้อคู่ของแพคฮยอนจริงหรือเปล่า?

 

 

แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ เขาก็คงไม่ได้เป็นเนื้อคู่ของแพคฮยอนหรอกใช่ไหม?

 

 

“ล-แล้วใครเป็นคนเอาแบงค์นั้นมาคืนให้แพคฮยอนเหรอ?” ชานยอลทำใจกล้าเอ่ยถามออกมา ทั้งๆ ที่ในใจของเขากำลังร้อนรน

 

 

“เราได้ยินมาตอนที่จ่ายเงินค่าทำค่ายน่ะ” แพคฮยอนหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อเห็นสีหน้าของชานยอล

 

 

“ชานยอลอาจจะจำไม่ได้ แต่คนที่ยื่นแบงค์ใบนั้นให้เราก็คือชานยอลเองนั่นแหละ” คนตัวเล็กเอ่ยบอกพร้อมกับรอยยิ้มหวาน ในขณะที่ชานยอลนั่นนิ่งค้างไปแล้วกับประโยคเมื่อครู่ของแพคฮยอน

 

 

“เราดีใจนะที่ชานยอลเป็นคนส่งแบงค์ใบนั้นให้เรากับมือด้วยตัวเองเลย” แพคฮยอนที่เดินนำชานยอลไปช้าๆ หันหน้ากลับมาเอ่ยบอกกับเด็กหนุ่มตัวสูงที่ยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่

 

 

รองเท้าผ้าใบสีดำของแพคฮยอนหยุดเคลื่อนไหวลง ใบหน้าน่ารักที่ก้มมองรองเท้าของตัวเองค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองไปยังใบหน้าของปาร์คชานยอลคนที่ใจดีกับแพคฮยอนเสมอมา

 

 

“เพราะฉะนั้น สำหรับเราแล้ว... ชานยอลก็คือเนื้อคู่ของเราไง” ปาร์คชานยอลจ้องมองรอยยิ้มหวานที่แพคฮยอนส่งมาให้ก่อนที่จะนิ่งเงียบเมื่อเห็นว่าแพคฮยอนกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่างออกมาอีก

 

 

 

“ที่ชานยอลเขียนหลังเรา...บอกว่าชอบเรา คือเรื่องจริงใช่ไหม? ถึงเราจะเป็นคนต้องสาป เป็นคนที่น่ากลัวของทุกๆ คน ชานยอลก็ยังจะชอบเราใช่ไหม?” ชานยอลพยักหน้าเมื่อแพคฮยอนเอ่ยถามออกมาแบบนั้น

 

 

รอยยิ้มน่ารักยังคงประดับอยู่บนใบหน้าน่ารักของแพคฮยอน แต่ในวินาทีที่ชานยอลพยักหน้าตอบคำถามของเจ้าตัว ดวงตาเรียวสวยของแพคฮยอนกลับค่อยๆ เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตา

 

 

“ร-เราก็ชอบชานยอลเหมือนกัน...ช-ชอบ... ชอบที่สุดเลย” และแล้วรอยยิ้มของชานยอลก็เกิดขึ้นในวินาทีที่คุณหัวหน้าห้องตัวสูงก้าวเท้าเข้าไปคว้าร่างของพยอนแพคฮยอนเข้ามากอดเอาไว้

 

 

มือเรียวสวยของแพคฮยอนเองก็ยกขึ้นมากอดตอบชานยอลเช่นเดียวกัน หยาดน้ำตาที่เอ่ล้นอยู่ในดวงตาเรียวสวยนั้นมันไม่ได้เกิดจากความเสียใจ ในทางกลับกันที่แพคฮยอนร้องไห้มันเป็นเพราะเขากำลังดีใจ ดีใจที่ไม่ว่าเขาจะเป็นคนต้องสาป หรือเป็นคนที่น่ากลัวมากแค่ไหนในสายตาของคนอื่น แต่สำหรับปาร์คชานยอลแล้ว แพคฮยอนยังคงเป็นเพียงเด็กหนุ่มธรรมดาๆ ที่มีหัวใจที่แสนบริสุทธิ์ราวกับหิมะแรกของฤดูกาล

 

 

ชานยอลผละร่างของแพคฮยอนออกเล็กน้อยก่อนที่จะยกมือขึ้นมาเกลี่ยหยดน้ำตาที่ไหลออกมาเป็นทาง และแม้ว่าในตอนนี้แพคฮยอนจะมีน้ำตา หากแต่บนใบหน้าน่ารักนั้นก็ยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่ด้วยเช่นเดียวกัน และในวินาทีนั้นเองที่ชานยอลรู้ว่ารอยยิ้มของแพคฮยอนในตอนที่เจ้าตัวกำลังร้องไห้ด้วยความดีใจอยู่นั้น

 

 

มันคือรอยยิ้มที่สวยที่สุดสำหรับชานยอล



 






.






.






#ฟิคกระดาษ เดินทางมาถึงแผ่นสุดท้ายแล้วนะคะ 
ขอบคุณทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ต้นจนจบ อาจจะหายไปบ้าง
แต่ก็ขอบคุณที่ยังไม่ลืมฟิคของพวกเราสองคนนะคะ 
ตอนนี้ฟิคกระดาษยังเปิดจองอยู่นะคะ ตั้งแต่วันนี้ - 1 ตุลาคม 2557 ค่ะ
แล้วก็จะเอาไปที่งานมีตชานแบตด้วย ยังไงก็ไปทักทายกันได้นะคะ ^ - ^ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,468 ความคิดเห็น

  1. #1465 61imyoko (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 10:40
    อบอุ่นไปทั้งใจเลยค่ะ
    #1,465
    0
  2. #1463 หมีคริสลี่ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 03:19
    แงงงงง น่ารักแบบมากๆฮือออออ ดีมากกกก
    #1,463
    0
  3. #1444 Sea121 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 17:08
    จบอย่างน่าากเลยอ้าาาา ฟินเวอร์~
    #1,444
    0
  4. #1433 nanim2 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 01:34
    อ่านกี่ครั้งก็ละมุนน
    #1,433
    0
  5. #1432 pim pimmi (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 19:54
    จบแล้ว น่ารักอบอุ่ยละมุนมากๆเลย
    #1,432
    0
  6. #1411 Dyo.A (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2559 / 23:34
    จบแล้วววว ชอบฟิคเรื่องมีหลายอารมณ์มากๆ
    อิ่มใจจริงๆ ขอบคุณไรท์นะคะ
    #1,411
    0
  7. #1398 Pj_panggg (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 เมษายน 2559 / 19:27
    จบแล้วววว ปรบมือๆๆๆ!! ไรท์แต่งดีมากกกกก ชอบมากเลยค่ะ
    #1,398
    0
  8. #1394 Myzitao (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มีนาคม 2558 / 01:27
    ชอบมากๆเลยค่าา ละมุนนุ่มๆดี
    #1,394
    0
  9. #1355 b-byun (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 กันยายน 2557 / 08:14
    จบได้น่ารัก และละมุนมากๆเลยคะ เขินสุดๆๆๆๆๆ
    #1,355
    0
  10. #1344 tenly0627 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2557 / 18:59
    ฮืออออจบได้ละมุนมากกกกก TT
    #1,344
    0
  11. #1325 `ตูดหมึก (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2557 / 01:35
    ง่ะ จบซะแล้ว ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆอย่างนี้นะค้าบ <3
    #1,325
    0
  12. #1323 t-t-thn (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2557 / 00:18
    เนื้อคู่กันนน วรั้ยยยยยย *^*
    #1,323
    0
  13. #1322 เสียงดนตรีของบ่ายสอง (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2557 / 21:23
    อร๊ายยยยยยย น่ารักอะ จบแล้ว
    #1,322
    0
  14. #1321 mamama (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 23:12
    น่ารักมากค่ะลูก
    #1,321
    0
  15. #1320 รัตติกาลกาแล็คซี่☆ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 22:50
    ไม่อยากให้จบเลยอ่ะ
    #1,320
    0
  16. #1319 tiew (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 19:48
    งือน่ารักที่สุดดดดด

    ไม่อยากให้จบเลยน่ารักมากกก

    ยอลน่ารักกโรแมนติกสุดๆๆๆๆ
    #1,319
    0
  17. #1318 The Nut (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 19:12
    ปรบมือให้ไรท์
    #1,318
    0
  18. #1317 BACON_BAEK (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 19:10
    น่ารักจังเลยพี่ชาน เรื่องนี้น่ารักมากค่ะไรท์ขอบคุณนะคะ
    #1,317
    0
  19. #1315 Delight.PN (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 13:13
    จบแล้วเหรอ? ยังไม่อยากให้จบเลยอ่า มันละมุนอบอุ่นมากๆเลย ชานยอลเป็นคนที่อบอุ่นมาก แบคก็น่ารักสดใสมากเหมือนกัน อ่านไปเขินไป มันฟินมากกกกก~ ชอบเรื่องนี้มากเลย ขอบคุณไรท์นะคะที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้มาให้ได้อ่าน จะติดตามฟิคเรื่องต่อๆไปของไรท์นะคะ จุ๊บๆ >3<
    #1,315
    0
  20. #1313 bam (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 09:37
    โหยส่งท้ายได้หวานสุดๆเลย น่ารัก ตั้งแต่เขียนหลังแล้วอ่า น้องแบคก็ซื่อเกิน เขียนจริงๆด้วย รู้กันทั้งห้องเลย

    แล้วเรื่องแบงค์อีก เดี๋ยวลองเขียนบ้าง555 เราว่ามันคงแปลกดีนะ ถ้าเราได้แบงค์ใบเดิมที่เราเขียนกลับมา มันเป็นอะไรที่สุดๆอ่ะชอบๆ

    เป็นกำลังใจให้ไรท์แต่งฟิคน่ารักๆแบบนี้ต่อไปอีกนะคะ สู้ๆ
    #1,313
    0
  21. #1312 YeolYeol (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 04:54
    อย่าบอกว่าจบแล้วนะ ไม่นะ อยากอ่านต่ออ่ะ ฮือออออ
    #1,312
    0
  22. #1311 JokerJung (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 02:31
    จบได้เยี่ยมมากเลยค่ะ T^T
    #1,311
    0
  23. #1310 limitedear (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 01:09
    เนื้อคู่
    #1,310
    0
  24. #1309 ♥kaejaa♥ (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2557 / 00:30
    งื้อออออ เง้อออออออ มันเขิน พิมพ์อะไรไม่ออก เรื่องเนื้อคู่นี่น่าทำบ้างนะ แต่สงสัยคงต้องรอจนแก่อ่ะะ 55555
    #1,309
    0
  25. #1308 Few Kampeepan (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2557 / 21:44
    งือออออออ เขินมากเลยค่ะ ถึงขั้นขย้ำหัวตัวเองแล้วไปกดหมอนอีกที ไรท์รู้ไหมเมื่อก่อนเราไม่รู้จักฟิคเลยอ่ะเจอเพื่อนคนนึงในเฟสเขาส่งมาให้อ่านแล้วเรื่องที่ส่งมาคือmeltงือออ เขินมากชอบไรท์มากไรท์คือฟิคเรื่องแรกที่เราอ่านไรท์คือฟิคเรื่องแรกที่เราซื้อ ตามอ่านทุกเรื่องเลยน้าา ฟิคไรท์ละมุมเหมาะกับคนโลกสวยอย่างเรา 5555555555
    #1,308
    0