` {fic exo} 。 m e l t ♡ chanbaek

ตอนที่ 8 : 。 m e l t ♡ - 0 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    22 มี.ค. 56

… m e l t 0 7 …
 

.

 

.

 

วันนี้ชานยอลรู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่เขาโดนพี่ชายตัวเล็กปลุกให้ตื่นขึ้นเร็วกว่าเวลาตื่นนอนของเขาในวันหยุด เพื่อขับรถมาที่ซุปเปอร์มาเก็ตที่เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงเพื่อซื้อของสดไปตุนไว้ที่บ้าน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเมื่อคืนเขานอนลูบท้องให้แบคฮยอนนานเท่าไหร่และตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน แต่เมื่อมารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่แบคฮยอนเดินเข้ามาปลุกเขานั่นแหละ

 

“อะ . . ฉันให้” ชานยอลเหลือบมองไอติมรสช็อกโกแลตในมือของแบคฮยอนที่ถูกยื่นมาตรงหน้า เขาหันหน้าหนีแบคฮยอนก่อนที่จะเข็นรถเข็นมุ่งหน้าตรงไปยังแผนกขายสินค้าประเภทของสดแม้ว่าตัวเองจะไม่รู้ว่าเขาจะเข็นเข้ามาเพื่อซื้ออะไรก็ตาม

 

“ชานยอลอา ~ นี่ของนายนะ เอาไปสักทีสิ ให้ฉันถืออยู่แบบนี้ฉันกินของตัวเองไม่ได้นะ” แบคฮยอนที่เห็นว่าชานยอลไม่ยอมรับไอติมแท่งที่เขาอุตส่าห์วิ่งไปซื้อเพื่อมาง้อให้อีกคนหายหงุดหงิด เขาจึงวิ่งตามแผ่นหลังของน้องชายตัวสูงที่เข็นรถเข็นเดินเข้าไปในแผนกขายของสดแล้วมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าของชานยอลก่อนที่จะยื่นไอติมในมือให้อีกครั้งหนึ่ง

 

“เอาไปเถอะน้า ~” พี่ชายตัวเล็กส่งสายตาออดอ้อนให้น้องชายตัวสูงยอมรับไอติมในมือของเขาไปเสียที ชานยอลที่กำลังเลือกดูสินค้าอยู่หันกลับมามองแบคฮยอนแล้วจึงเอื้อมมือออกมารับไอติมแท่งนั้น 

 

“เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว ~ ฉันขอโทษที่ต้องปลุกนาย แต่ว่าของในตู้เย็นหมดแล้ว มันจำเป็นต้องซื้อของตุนเอาไว้นี่นา กว่าแม่จะกลับอีกตั้งหลายวัน” เมื่อเห็นว่าชานยอลยอมรับไอติมไปแล้วแบคฮยอนจึงเลือกที่จะไปเดินเคียงข้างน้องชายตัวสูงเลือกชื้อวัตถุดิบในการทำอาหาร

 

“นายอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า ?” แบคฮยอนหันมาถามน้องชายของตัวเอง เมื่อเห็นว่าอีกคนดูจะไม่ได้สนใจอยากหยิบวัตถุดิบอะไรลงในรถเข็นเลย มีเพียงเขาที่เดินผ่านแผนกสินค้าต่างๆและหยิบของที่ต้องการใส่ในรถเข็นเพียงคนเดียว

 

“ไม่อะ วันนี้ฉันจะออกไปข้างนอก”

 

“จะไปไหนหรอ ?”

 

“ไปซ้อมดนตรี” แบคฮยอนเบิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำตอบของชานยอล

 

“นายเล่นดนตรีเป็นด้วยหรอ ? เล่นอะไรอะ ? กีต้าร์หรือเปล่า ? หรือว่าเบส ? เอ๊ะ หรือว่าตีกลอง ?” น้ำเสียงที่แสดงถึงความตื่นเต้นที่ปิดไม่มิดของแบคฮยอนทำให้ชานยอลรู้สึกรำคาญนิดหน่อย เขาไม่เข้าใจว่าแบคฮยอนคนที่ป่วยหนักเมื่อวานจะอาการที่ดีขึ้นมากจนสามารถกลับมาร่าเริงและสร้างความวุ่นวายใจให้เขาได้เร็วเพียงข้ามคืน

 

“ฉันเล่นอะไรแล้วมันเกี่ยวกับนายตรงไหน ?” ชานยอลเลิกคิ้วให้แบคฮยอนที่กำลังยู่หน้าลงเพราะคำตอบของน้องชายตัวสูง

 

“ทำไมพูดจาห่างเหินกันแบบนั้นล่ะ ! ฉันเป็นพี่ชายของนายนะ !

 

“ฉันเคยยอมรับด้วยหรอว่านายเป็นพี่ชายของฉันน่ะ อย่าเซ้าซี้ให้มากหน่อยเลยแบคฮยอน”

 

“ร้ายกาจ ! ทำไมชานยอลเป็นคนแบบนี้ !” แบคฮยอนอึ้งไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดของชานยอล เขายกมือขึ้นตีน้องชายตัวสูงเพราะถ้อยคำที่ฟังไม่เข้าหูนั่นทำให้เขารู้สึกเสียใจ คำพูดของชานยอลทำให้ความคิดของเขาจากที่เคยคิดว่าความสัมพันธ์ของเขาและชานยอลกำลังเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นเริ่มลังเลว่าที่จริงแล้วมันเป็นแบบที่เขาคิดหรือเปล่า . . .ชานยอลดูเหมือนจะรำคาญที่เขาค่อยเซ้าซี้อยู่แบบนี้ แต่ที่จริงแล้วแบคฮยอนแค่อยากต้องการให้เราสองพี่น้องสนิทกัน เขาเป็นลูกคนเดียวและแน่นอนว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาแบคฮยอนอยากมีเพื่อนเล่นที่สามารถแบ่งปันความรักความห่วงใย เรื่องราวต่างๆในชีวิตไปด้วยกัน เขาเคยคิดว่าชานยอลที่เป็นลูกคนเดียวก็น่าจะคิดแบบเดียวกันกับเขา แต่ในวันนี้แบคยอนเริ่มเข้าใจอะไรมากยิ่งขึ้น เขาเริ่มรู้ว่าบางทีแล้วชานยอลอาจจะไม่ได้ต้องการจะเป็นหรือมีในแบบที่เขาเคยคิดเอาไว้ ปาร์คชานยอลดูเหมือนจะมีอะไรที่ติดค้างในใจอยู่ตลอดเวลา และเขาก็ไม่รู้ว่าสิ่งนั้นของชานยอลคืออะไร เขาไม่เข้าใจว่าทำไมชานยอลถึงได้ดูปิดกั้นตัวเองจากคนอื่นมากถึงเพียงนี้

 

แบคฮยอนเดินเลือกซื้อของต่อทั้งๆที่ในห้วงความคิดของเขายังคงเต็มไปด้วยเรื่องของชานยอล เขาอยากจะเป็นคนที่ทำให้ชานยอลปรับมุมมองเสียใหม่ อยากให้ชานยอลมีความสุขมากกว่านี้ เพราะตั้งแต่ที่เขาย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ สาบานได้ว่าแบคฮยอนยังไม่เคยเห็นรอยยิ้มที่แสดงออกมาถึงความสุขของชานยอลเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

“ซื้อเสร็จหรือยัง ? ฉันต้องรีบกลับไปเคลียร์งานที่บ้าน” แบคฮยอนหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงของชานยอลที่ดังขึ้น พี่ชายตัวเล็กเหลือบมองของใช้ในรถเข็นเล็กน้อย รายการสินค้าที่เขายังไม่ได้ซื้อยังมีอยู่อีกเยอะพอสมควร แต่เป็นเพราะคนข้างๆที่ดูจะไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่นักทำให้แบคฮยอนตัดสินใจเอ่ยในสิ่งที่อีกคนอย่างฟังมากกว่าความจริงที่เขาต้องเก็บเอาไว้

 

“เสร็จแล้วล่ะ ไปคิดเงินกันเถอะ” เสียงของแบคฮยอนดูอ่อนลงในความคิดของชานยอล ท่าทีที่ดูหงอยๆของแบคฮยอนทำให้เขารู้สึกผิดนิดหน่อยที่เอ่ยถ้อยคำทำร้ายจิตใจของคนฟังออกไป แต่ถึงอย่างนั้นชานยอลก็เลือกที่จะไม่สนใจและปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่คิดจะเก็บมาใส่ใจ เขาพอจะรู้ตัวว่าความสัมพันธ์ของเขาและแบคฮยอนเริ่มพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น และแน่นอนว่ามันก็ไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายนักในความคิดของชานยอล แต่ถึงอย่างนั้นความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นนี้จะค่อยๆสร้างสายใยความผูกผันระหว่างเราทั้งสองคน และสิ่งนั้นมันคือสิ่งที่ชานยอลไม่เคยต้องการ . . .  

 

แบคฮยอนและชานยอลไม่ได้พูดอะไรกันอีกหลังจากที่กลับมาถึงบ้าน พี่ชายตัวเล็กเลือกที่จะเก็บข้าวของเครื่องใช้บางอย่างให้เข้าที่เข้าทางและจัดเก็บอาหารสดไว้ในตู้เย็นอย่างเป็นระเบียบ ผิดกับชานยอลที่เมื่อเดินเข้ามาในตัวบ้านเจ้าตัวก็เดินหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเองทันทีโดยไม่คิดจะเอ่ยอะไรกับแบคฮยอนสักคำ

 

คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาเมื่อเหลือบมองไปเห็นเข็มนาฬิกาบอกว่านี่จะถึงเวลามือเย็นเสียแล้ว วันนี้ทั้งวันชานยอลไม่ได้ก้าวเท้าออกจากห้องเลย และเขาเองก็มัวแต่ทำความสะอาดบ้านจนลืมเวลา มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รู้สึกว่าท้องของตัวเองกำลังส่งเสียงร้องเรียกอาหารเพื่อให้น้ำย่อยในกระเพาะได้ทำหน้าที่ของมัน

 

แบคฮยอนมองจานข้าวผัดที่เขาเป็นคนทำเผื่อชานยอลที่วางอยู่บนโต๊ะอาหารแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขาไม่รู้ว่าชานยอลในตอนนี้กำลังทำอะไรอยู่ บางทีอาจจะกำลังนั่งวาดรูปอยู่ในห้อง หรือว่ากำลังจะอาบน้ำเพื่อเตรียมตัวออกไปข้างนอกอย่างที่เจ้าตัวได้พูดไว้เมื่อช่วงสายของวันนี้ แต่ถึงอย่างนั้นแบคฮยอนรู้ดีว่าตั้งแต่เช้าชานยอลยังไม่ได้ทานอะไรเลยแม้แต่น้อย และเพราะความเป็นห่วงน้องชาย พี่ชายตัวเล็กจึงตัดสินใจเดินไปหยิบถาดอาหารออกมาแล้ววางจานข้าวผัดลงบนถาดแล้วจึงเดินไปหยิบขวดน้ำและแก้วน้ำมาวางในถาดเช่นเดียวกัน

 

“ชานยอล” คนตัวเล็กหยุดยืนอยู่หน้าห้องนอนของชานยอล ยกมือเคาะประตูสองครั้งก่อนที่จะเอ่ยเรียกชื่อเจ้าของห้องออกมา

 

“มีอะไร”

 

“หิวข้าวหรือยัง ฉันทำข้าวผัดเอาไว้. . .”

 

“ฉันจะออกไปกินข้างนอก” ยังไม่ทันที่แบคฮยอนจะได้พูดจบ เสียงของชานยอลก็ดังแทรกขึ้นมา มือเรียวที่กำลังจะบิดลูกบิดประตูเพื่อเปิดเข้าไปหยุดชะงัก

 

“อ่า . . . โอเค” แบคฮยอนปล่อยมือจากลูกบิดประตูแล้วจึงหันหลังเดินลงบันไดแล้วหายเข้าไปในครัว มือเรียววางถาดที่มีจานข้าวผัด ขวดน้ำ และแก้วน้ำไว้บนโต๊ะอาหาร แบคฮยอนหยิบขวดน้ำเข้าไปเก็บไว้ในตู้เย็นตามเดิม ก่อนที่จะเดินไปหยิบฝาชีมาครอบจานข้าวผัดเอาไว้ เขารู้สึกแปลกใจนิดหน่อยที่วันนี้ชานยอลดูอารมณ์ไม่ดีและไม่ค่อยอยากคุยกับเขาเท่าไหร่นัก การกระทำที่ดูผิดแปลกไปจากเมื่อวานทำให้แบคฮยอนรู้สึกไม่ดี เขากลัวว่าบางทีชานยอลอาจจะเริ่มรำคาญที่เขาจู้จี้เกินไป เมื่อคิดได้ดังนั้น พี่ชายตัวเล็กจึงถอนหายใจออกมาอีกครั้งแล้วจึงกลับขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเอง

 

.

 

.

 

.

 

 

“ชานยอลมึงเป็นอะไรหรือเปล่าวะ วันนี้ดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเลยนะ” ชานยอลเงยหน้าจากคอร์ดกีต้าร์มามองหน้าเพื่อนของตัวเองอย่างจงอินที่นั่งอยู่หลังกลองชุดในห้องซ้อมแห่งหนึ่ง

 

“เปล่าไม่ได้เป็นอะไร” จงอินยักไหล่เบาๆเมื่อได้ยินคำตอบของชานยอล ดูก็รู้ว่าวันนี้ชานยอลดูอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่เขาไม่รู้ว่าเรื่องไหนที่ทำให้เพื่อนตัวสูงของเขาเป็นแบบนี้ หลังจากนั้นไม่นานเซฮุนจึงเดินเข้ามาหาเขา

 

“กูลืมเล่าให้มึงฟัง” เซฮุนพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าชานยอลก้มหน้าลงใช้สมาธิกับคอร์ดกีต้าร์ในมือและตัวโน้ตในแผ่นกระดาษตรงหน้า

 

“เล่าอะไรวะ ?”

 

“มึงจำได้ไหม ที่เมื่อวานมึงกับมยองซูใช้ให้กูโทรไปหาชานยอลเรื่องแข่งรถอะ” จงอินพยักหน้ารับก่อนที่เซฮุนจะเริ่มเล่าต่อ

 

“ตอนแรกชานยอลมันบอกว่ามันจะมา แล้วอยู่ดีๆมันก็โทรกลับมาหากู โวยวายถามว่าคนอ้วกต้องทำยังไง กูก็ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับมัน พอบอกไปว่าให้ลองลูบหลัง ยังไม่ทันที่กูจะได้ถามอะไรเลยนะมึง มันก็ตัดสายไป”

 

“แล้วยังไงต่อ ?”

 

“ตอนนั้นก็นึกว่ามันป่วย แต่มันก็โทรกลับมาอีก ถามว่าคนที่อาหารเป็นพิษต้องดูแลยังไงอะไรประมาณนั้น พอกูบอกว่าไม่รู้มันก็เหวี่ยงๆใส่กู บอกให้กูไปถามพี่เซนา กูถามมันว่ามันป่วยหรอมันก็บอกว่าเปล่า แต่แบคยอนป่วย เท่านั้นยังไม่พอนะมึง มันให้กูสอนวิธีต้มโจ๊กให้มันอีก” เซฮุนอธิบายยาวเหยียดพลางเหลือบมองคนที่อยู่ในบทสนทนาของเขาและจงอิน

 

“แบคฮยอน ? ใช่คนที่เป็นลูกติดของแม่ใหม่มันหรือเปล่า ?”

 

“เออ กูก็ว่าน่าจะคนนั้น”

 

“แล้วมันแปลกตรงไหนวะ ?” จงอินขมวดคิ้วเล็กน้อยกับเรื่องที่เซฮุนเล่า “เป็นพี่น้องก็ต้องเป็นห่วงกันปะวะ ? ไม่เห็นจะแปลกตรงไหน” จงอินอธิบายเสริม

 

“หรอ มึงว่าไม่แปลกหรอ มึงเคยเห็นมันดูแลคนอื่นด้วยหรือไง ตัวมันเองยังไม่ค่อยจะระวังเลย” จงอินชะงักไปเล็กน้อยกับคำพูดของเซฮุน

 

“น้ำเสียงของมันตอนที่โทรหากูมันดูร้อนรนแบบแปลกๆอะมึง แล้วกูก็ไม่คิดด้วยว่าชานยอลมันสนใจจะดูแลคนอื่น”

 

“หรือว่าเรื่องที่ทำให้มันดูอารมณ์เสียวันนี้จะเกี่ยวกับแบคฮยอนอะไรนั่นวะ ?”

 

“ก็คงงั้นมั้ง” เซฮุนหยักไหล่เบาๆ แล้วจึงเดินไปหยิบเบสที่วางอยู่ขึ้นมาสะพาย จงอินมองตามเพื่อนสนิทของตัวเองที่เดินออกไปแล้วจึงดึงสายตากลับมามองที่ชานยอลอีกครั้ง

 

เขาชักจะอยากรู้จักแบคฮยอนซะแล้วสิ . . . 

 

.

 

.

 

.

 

“ชานยอล วันหลังมึงพาพวกกูไปทำความรู้จักกับแบคฮยอนหน่อยสิ”

 

“อะไร”

 

“กูกับเซฮุนอยากเจอแบคฮยอนอะ มึงพาพวกกูไปเจอหน่อยดิ”

 

“มึงจะไปเจอทำไม”

 

“ก็เขาเป็นพี่ของมึงไม่ใช่หรอ ตั้งแต่พ่อมึงแต่งงานใหม่มานี่กูก็ไม่ได้ไปที่บ้านมึงอีกเลยนะ”

 

“แบคฮยอนไม่ใช่พี่กู”

ชานยอลเดินคิดถึงบทสนทนาของเขาและจงอินก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับบ้านมาตลอดทาง เขารู้สึกแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่อยู่ดีๆเพื่อนสนิทของเขาก็อยากทำความรู้จักแบคฮยอนขึ้นมาเสียอย่างนั้น แต่พอนึกถึงแบคฮยอน สีหน้าเศร้าๆและน้ำเสียงที่ดูไม่ร่าเริงเมื่อสายก็เริ่มทำให้เขารู้สึกผิดอีกครั้ง . . . เขายอมรับว่าตอนนั้นเขาพูดออกไปด้วยความรำคาญ พอเขาเริ่มที่จะดีด้วย แบคฮยอนก็เซ้าซี้ซะจนเขาเริ่มรำคาญ และเมื่อคืนที่เขาต้องนอนดึก ก็เพราะต้องดูแลแบคฮยอนที่ป่วยอยู่ การที่ถูกคนตัวเล็กนั่นปลุกขึ้นมาทั้งๆที่ยังนอนไม่เต็มอิ่มยิ่งทำให้เขารู้สึกหงุดหงิด แต่ในใจของเขาจริงแล้วก็ไม่ได้คิดจะทำร้ายจิตใจของพี่ชายตัวเล็กที่คอยห่วงใยเขาอยู่เสมอ เมื่อตอนที่เข้าออกมาจากบ้านเขาก็ไม่เจอกับแบคฮยอน คนตัวเล็กนั่นอาจจะอยู่ในห้องของตัวเองก็เป็นได้ น้องชายตัวสูงเดินคิดเรื่องของแบคฮยอนมาตลอดจนเท้าทั้งสองข้างหยุดยืนอยู่หน้าบ้านสองชั้นขนาดกลาง ชานยอลแปลกใจนิดหน่อยที่เมื่อเขาเดินมาถึงบ้านแล้วกลับพบว่าทั้งบ้านมืดสนิท เขายกนาฬิกาข้อมือที่ใส่อยู่ขึ้นมาดูเวลาและพบว่าอีกไม่กี่นาทีก็จะเข้าวันใหม่เสียแล้ว บางทีแบคฮยอนอาจจะหลับไปแล้วก็เป็นได้ แต่เพราะหลอดไฟดวงที่อยู่บริเวณหน้าบ้านก็มืดสนิทไม่เหมือนทุกวันทำให้เขารู้สึกสงสัยนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมาก ขายาวๆจึงก้าวเข้ามาในตัวบ้านและนั่นก็ทำให้ชานยอลขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจอีกครั้ง ทั้งบ้านมืดสนิทและไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของเครื่องปรับอากาศ

 

หรือว่าแบคฮยอนจะออกไปข้างนอก ? – ชานยอลคิด แต่ถ้าแบคฮยอนออกไปข้างนอกจริง แล้วทำไมถึงไม่ล็อกบ้าน ? เมื่อคิดได้ดังนั้นชานยอลจึงใช้มือคลำกำแพงเดินไปตามความคุ้นเคยแล้วกดเปิดสวิตซ์ไฟ รออยู่ครึ่งนาทีหลอดไฟที่อยู่กลางบ้านก็ยังไม่ส่องแสงสว่างใดๆออกมา นั่นจึงทำให้ชานยอลเริ่มมั่นใจว่าที่ทั้งบ้านมิดสนิทและไร้เสียงเครื่องปรับอากาศนี้อาจจะเป็นเพราะว่าไฟดับ

 

ชานยอลเดินออกมาหน้าบ้านอีกครั้ง และเขาก็พบว่าในซอยบ้านของเขามีบ้านอีกหลายหลังที่มืดสนิทเช่นเดียวกับบ้านของเขา แต่เสาไฟทางหลวงยังคงส่องแสว่างอยู่ เขาสันนิษฐานว่าการที่ไฟดับในครั้งนี้อาจจะเป็นเพราะมีปัญหาเกี่ยวกับหม้อแปลงหรืออะไรสักอย่าง . . . คนตัวสูงจึงตัดสินใจเดินกลับเข้าไปในตัวบ้านอีกครั้ง ระหว่างที่เขากำลังจะเดินก้าวเท้าขึ้นบันไดของบ้าน สายตาก็เหลือบไปเห็นจานข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องครัว แสงไฟข้างนอกที่ส่องเข้ามาในครัวเพียงเล็กน้อยทำให้เขาเห็นว่าในจานข้าวนั้นมีข้าวผัดอยู่พูนจาน และมันถูกวางครอบด้วยฝาชี

 

“หิวข้าวหรือยัง ฉันทำข้าวผัดเอาไว้. . .”

 

และแล้วประโยคของแบคฮยอนที่เขาได้ยินเมื่อเย็นก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดผุดขึ้นมาในใจของชานยอลทันที เขารู้ดีว่าแบคฮยอนเป็นห่วงและอยากดูแลเขา แต่เข้ากลับแสดงท่าทีที่ดูรำคาญอีกคน และไหนจะคำพูดที่เอ่ยออกไปโดยไม่ทันได้คิดนั่นอีก น้องชายตัวสูงตัดสินใจเดินเข้าไปในครัวยกฝาชีที่ครอบจานข้าวนั่นเอาไว้ กลิ่นเหม็นเปรี้ยวที่โชยออกมาทำให้ชานยอลต้องเบ้หน้าแล้วจึงเทข้าวในจานนั้นทิ้งลงถังขยะ ถึงแม้จะรู้สึกผิดแต่เพราะข้าวผัดที่บูดแล้วจึงทำให้เขาเลือกที่จะไม่ทานมัน จานข้าวใบนั้นถูกวางลงในซิ้งค์ล้างจาน ชานยอลเปิดน้ำแช่เอาไว้แล้วจึงค่อยๆคลำกำแพงเดินขึ้นบันไดไป อาจจะเป็นเพราะว่าไฟดับทั้งบ้าน มันเลยทำให้บรรยากาศภายในบ้านมีแต่ความเงียบและความมืด ชานยอลได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองอย่างชัดเจน มือหนาที่เอื้อมไปหมายจะบิดลูกบิดประตูห้องของตัวเองต้องชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างดังมาจากห้องข้างๆ เขายืนนิ่งอยู่กับที่ พยายามใช้สมาธิเพื่อฟังเสียงที่ลอยเข้ามากระทบโสตประสาท . . . มันไม่ใช่เสียงพูดคุย แต่มันคือเสียงของคนร้องเพลง หรือว่า แบคฮยอนร้องเพลง ?

 

you know that I love you ~ baby I need you every day I wanna make you smile ~

 

ชานยอลหยุดยืนอยู่หน้าห้องของแบคฮยอน เสียงหวานๆที่เล็ดลอดออกมาจากห้องของพี่ชายตัวเล็กทำให้เขายืนฟังอย่างตั้งใจ ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่เขายืนฟังแบคฮยอนร้องเพลงอยู่หน้าประตูห้องอยู่อย่างนั้น ชานยอลไม่เคยรู้ว่ามาก่อนว่าแบคฮยอนจะเสียงดีขนาดนี้ เสียงร้องหวานๆที่กำลังขับร้องบทเพลงที่เขาไม่รู้จัก เนื้อเพลงที่เขาไม่เคยได้ยินเหล่านั้นทำให้เขาต้องเพ่งสมาธิเพื่อรับฟังความหมายของบทเพลงเพลงนี้อย่างตั้งใจ

 

ฮันกอรึมมันทอ ทาคากาโก ชิพพอ (อยากจะก้าวเข้าไปอีก อยากจะอยู่ใกล้ๆเธอ)”

 

เขาตัดสินใจปลดสายสะพายกีต้าร์ที่อยู่ด้านหลังลง ค่อยๆย่อตัวนั่งลงกับพื้นหน้าห้องของแบคฮยอนแล้วพิงหลังกับผนังห้อง ชานยอลรูดซิปของกระเป๋ากีต้าร์ให้เปิดออกแล้วจึงหยิบกีต้าร์ตัวโปรดออกมาวางไว้บนตัก นิ้วมือทั้งสิบจับคอร์ดกีต้าร์เอาไว้ เขาตั้งใจฟังแบคฮยอนร้องเพลงอีกครั้ง ก่อนที่จะค่อยๆไล่นึกตัวโน้ตที่น่าจะเข้ากับเสียงร้องและพอจะเป็นทำนองให้กับเพลงที่แบคฮยอนกำลังร้องอยู่ได้

 

แนกา อีรึนกอลกา เนกา นือรินกอลกา (ถ้าฉันบอกเธออกไป เธอจะห่างหายไปหรือเปล่านะ)”

 

ชานยอลตัดสินใจดีดกีต้าร์ออกมาในจังหวะที่แบคฮยอนเริ่มวนกลับมาร้องท่อนเดิมอีกครั้ง เสียงกีต้าร์ที่ดังขึ้นทำให้เสียงร้องของพี่ชายตัวเล็กหยุดชะงักไป . . . และเมื่อไม่มีคนร้อง ชานยอลจึงหยุดเล่นกีต้าร์ของตัวเอง

 

นานเกือบนาทีที่ไม่มีเสียงพูดคุยอะไรดังขึ้นระหว่างคนร้องและคนเล่นกีต้าร์ที่นั่งกันอยู่คนละฟากของประตู . . . ชานยอลที่นั่งอยู่เหมือนจะรู้สึกตัวหลังจากที่เคลิบเคลิ้มไปกับเสียงร้องของแบคฮยอน เขากำลังจะยกกีต้าร์ออกจากตักแต่แล้วก็ต้องหยุดอยู่การเคลื่อนไหวทุกอย่าง เมื่อแสงสว่างจากด้านนอกทำให้เขาเหลือบเห็นแผ่นกระดาษสีขาวที่ถูกสอดลอดผ่านมาทางประตูห้องของแบคฮยอน น้องชายตัวสูงล้วงเอาโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาก่อนที่จะใช้แสงสว่างจากหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองส่องลงไปบนแผ่นกระดาษที่แบคฮยอนดันมันออกมาทางช่องว่างเล็กๆของประตู

 

“ม-มันเป็นโน้ตเพลง” น้ำเสียงที่ดูประหม่าดังออกมาจากห้องนอนของแบคฮยอนอีกครั้ง ชานยอลอมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะวางโทรศัพท์ของตัวเองพิงไว้กับผนังในทิศทางที่พอจะให้แสงสว่างของมันส่องมายังกระดาษโน้ตเพลงของแบคฮยอน

 

“เริ่มตั้งแต่ต้นนะ” ชานยอลเอ่ยขึ้น

 

“อ-อื้ม”

 

หลังจากนั้นไม่นานเสียงกีต้าร์จากชานยอลก็ดังขึ้น แบคฮยอนจึงเริ่มร้องเพลงอีกครั้ง . . .

 

“แนกา พยอนฮาดันมัล แนมามึล ชูจออันแก ฮานึนมัล (ที่บอกไปว่าสบายๆ แต่ในใจก็ลังเลกับคำพูดนั้น)

 

ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืนที่มีเพียงเสียงของกีต้าร์และเสียงร้องหวานชวนฝันดังคลอไปด้วยกัน ไม่มีใครรู้ว่านานเท่าไหร่ที่แผ่นหลังของทั้งคนร้องและคนเล่นดนตรีกำลังพิงกันอยู่ จะมีก็เพียงแค่ผนังห้องที่กั้นกลางระหว่างคนสองคน . . . หนึ่งคนยิ้มออกมาพร้อมกับริมฝีปากที่ขับร้องบทเพลงแสนหวานนั้นออกมาเรื่อยๆ กับอีกหนึ่งคนที่ยิ้มออกมาพร้อมความรู้สึกขุ่นมัวในใจเริ่มจางหายไป มันเป็นรอยยิ้มที่เกิดขึ้นโดยที่ต่างฝ่ายต่างก็มองไม่เห็น จะมีก็เพียงเสียงร้องและเสียงกีต้าร์ที่สื่อว่าคนทั้งสองคนกำลังสื่อสารกันอยู่แม้จะมองไม่เห็นกันและกัน . . .

 

และถ้าการเล่นกีต้าร์คลอไปกับเสียงร้องของแบคฮยอนนี่สามารถใช้แทนคำขอโทษได้ . . .

 

ชานยอลก็อยากจะใช้เสียงกีต้าร์ของเขาในวันนี้แทนคำขอโทษสำหรับคำพูดที่ดูร้ายกาจของเขาที่ทำให้แบคฮยอนต้องเสียใจ . . .

 

ฉันขอโทษนะแบคฮยอน . . . .

 




สวัสดีค่ะ ^ - ^
ขอโทษที่มาอัพช้าไปนิดนึงนะคะ เมื่อวานอารมณ์แปรปรวนก็เลยไม่ได้แต่งต่อ แต่นี่กลับมาแล้วค่ะ
กลับมาเยอะด้วย สามพันเจ็ดร้อยกว่าคำ แอบช็อคตอนที่แต่งเสร็จ
ทำไมตอนนี้ยาวแบบนี้ ปกติจะเขียนแค่สองพันกว่าคำเองค่ะ 
แต่ก็ถือว่าแทนคำขอโทษที่ต้องให้รอนานนะคะ
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์และทุกการติดตามค่ะ
ดีใจมากๆที่มีคนรอฟิคละลายมาอัพ ใครที่พูดถึงฟิคเรื่องนี้ 
อย่าลืมติดแท็ก #ficmelt นะคะ เราแอบดูอยู่ตลอด
ถือว่าเป็นการใก้กำลังใจเราอีกทางแล้วกันนะคะ ^ - ^ แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ <3

 

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,840 ความคิดเห็น

  1. #6784 pikapan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2562 / 14:48
    น่ารักมากก ทำไมเราน้ำตาคลอกับตอนนี้ก็ไม่รู้ ฮือออ
    #6,784
    0
  2. #6776 Tofu_Jcbsmm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 23:05
    โอ้ยยย อบอุ่นหัวใจมากกกก
    #6,776
    0
  3. #6748 Me_onyourmind (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 14:45
    น่ารักกก
    #6,748
    0
  4. #6741 akxkcdkzxbac (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 09:12
    เขินเลยฮื่อ;-;
    #6,741
    0
  5. #6718 loeyloxepcy61 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 02:27
    ตอนแรกจี้ดๆในใจ พอร้องเพลงด้วยกันเขินเลย5555
    #6,718
    0
  6. #6702 cuttt (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 01:56
    มันดีมากจริงๆ
    #6,702
    0
  7. #6675 11507416p (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 12:50
    ดีกันไวๆน้าา
    #6,675
    0
  8. #6664 baek_benz (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 19:24
    ชื่อเพลงอะไรหรอคะ
    #6,664
    0
  9. #6642 bubble_A (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 22:13
    เพลงที่แบคร้องชื่อเพลงอะไนหรอคะ
    #6,642
    0
  10. #6612 Mommam_Mungming (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 08:16
    ปกติก็ชอบเพลงนี้อยู่แล้ว เอามาผนึกรวมกับฟิคแล้วกลายเป็นฉากที่น่ารักมากฉากหนึ่งเลย ชอบอินเนอร์ของเพลงที่เข้ากับความรู้สึกของทั้งคู่ เข้ากันมากกกกกกก ฮือ ดีจัง
    #6,612
    0
  11. #6597 ดั๋มได๋ยัยแตง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 21:17
    ชานยอลเอ้ยยย ไปพูดแบบนั้นกับแบคได้ยังไงเนี่ย นี่ดีนะที่คืนดีกันแล้วไม่งั้นเราจะไปจิ้นแบคกับคนอื่น ถึงแม้จะไม่มีคนให้จิ้นก็ตาม
    #6,597
    0
  12. #6558 pim pimmi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:14
    แรกๆก็งงกับชานยอลแต่สุดท้ายนี่โคตรน่ารักเลย งื้ออออ
    #6,558
    0
  13. #6525 PimJongdae (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 เมษายน 2559 / 21:40
    ละมุน.
    #6,525
    0
  14. #6500 อ่านกันเข้าไป (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 13:49
    น่ารักขนาดดดดดด .  .  .
    #6,500
    0
  15. #6455 little daffodil (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 12:43
    เล่นกีตาร์แล้วร้องเพลงคลอ โคตรโรแมนติก
    #6,455
    0
  16. #6424 pakjeejan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 11:31
    ตอนแรกเหมือนจะม่า แต่ตอนจบนี้เขินเลย
    #6,424
    0
  17. #6405 SeBii (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2558 / 20:55
    อ่านแล้วเปิดเพลงคลอ มันดีกับใจมากเลยค่ะ ละมุนละไม ฝุดๆๆๆ อริ๊งงงง
    #6,405
    0
  18. #6366 มนุษย์ไอศกรีม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 23:25
    ตอนนี้น่ารักมากเลยอ่าาาาาาาาา
    #6,366
    0
  19. #6336 shy (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2558 / 22:07
    หวานมากอ่ะ อร้ายยยย >//<
    #6,336
    0
  20. #6301 'Wife Tuan'? (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 00:59
    โรแมนติกอะ แม่มเขิลล
    #6,301
    0
  21. #6238 THE.JUNG SOORI♔ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 17:34
    แค่พูดว่าขอโทษจะตายมั้ยห้ะ!!!=[]= 
    #6,238
    0
  22. #6233 วงศิยา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2557 / 20:12
    น่ารัก มะมะโลย อ่านไปยิ้มไปอ่ะ คือดี ;///;
    #6,233
    0
  23. #6156 Aomdmsh' (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2557 / 23:09
    หูยยยยย ละมุนสุดยอดอ่ะฮื้อออ ชานยอลง้อคนเป็นแล้วสิน้า
    #6,156
    0
  24. #6100 spbx_ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 14:32
    ตอนนี้ก็เป็นอีกตอนที่ละมุนมากก ตอนแรกนึกว่าจะเศร้า
    ซะแล้ววที่ชานยอลพูดจาทำร้ายจิตใจแบค แต่เอาจริงๆ
    ในใจของชานยอลก็ไม่ได้ตั้งใจหรอก และการเล่นกีต้าร์
    แบคก็คงคิดแหละเนอะว่ายอลคงไม่ได้ตั้งใจ การกระทำที่สื่อ
    ถึงคำขอโทษ ความจริงใจ ออกไป
    มันดีกว่าคำพูดที่ทำร้ายจิตใจเป็นไหนๆเลยน้าาา ~
    #6,100
    0
  25. #6076 mindsa123 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2557 / 00:21
    โง้ยยย ฟินมากค่ะ ไรท์ คือมันละมุนละไม หวานมากกก เขินจังงงง ฟินแลนด์~
    #6,076
    0