` {fic exo} 。 m e l t ♡ chanbaek

ตอนที่ 29 : 。 m e l t ♡ - 2 6 (END)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 78 ครั้ง
    10 พ.ค. 56

 

… m e l t 2 6 …

.

 

.

 

.

 

            แบคฮยอนยกบัวรดน้ำสีสวยขึ้นมารดน้ำให้เจ้าต้นกระบองเพชรต้นเล็กที่ตั้งอยู่ตรงระเบียงห้องของตัวเอง คนตัวเล็กนั่งยองๆ จ้องมองต้นกระบองเพชรต้นน้อยก่อนที่จะเผยรอยยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าบนยอดของมันมีดอกไม้สีสวยเบ่งบานอวดแสงอาทิตย์อยู่

 

            “ตื่นนานแล้วหรอ” เสียงพูดของอีกคนที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบในตอนเช้าดึงให้แบคฮยอนละสายตาจากดอกไม้เหล่านั้น เงยหน้าขึ้นสบสายตากับน้องชายตัวสูงของตัวเองที่เดินขยี้ตาออกมาจากห้องของเขา

 

            “สักพักแล้วล่ะ ดูนี่สิ ต้นกระบองเพชรของฉันออกดอกแล้วนะ” แบคฮยอนชี้ไปที่ต้นกระบองเพชรในกระถางของตัวเองพร้อมกับเอ่ยบอกชานยอลด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ น้องชายตัวสูงก้มลงมองกระถางต้นไม้ใบเล็กแล้วจึงหย่อนตัวลงนั่งพิงราวระเบียงในห้องของแบคฮยอน

 

            “ต้นที่ฉันเลี้ยงที่บ้านดอกสวยกว่านี้อีก” แบคฮยอนยู่หน้าลงเมื่อได้ยินดังนั้น เขาหันไปดีดหน้าผากของน้องชายตัวสูงเบาๆ ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งพิงราวระเบียงเคียงข้างชานยอล

 

            “หมั่นไส้จังเลย” ชานยอลหัวเราะออกมาเล็กน้อยกับน้ำเสียงง้องอนของแบคฮยอน ก่อนที่แขนยาวๆ ของตัวเองจะวางพาดลงที่ไหล่ของพี่ชายตัวเล็กแล้วกระชับอ้อมแขนให้ตัวของแบคฮยอนแนบชิดกับร่างกายของตัวเองมากยิ่งขึ้น

 

            ทั้งชานยอลและแบคฮยอนอิงแอบแนบซบกันอยู่ที่ระเบียงห้องของแบคฮยอนโดยปราศจากเสียงพูดคุยใดๆ ทั้งสิ้น ท่ามกลางอุณหภูมิที่แทบจะติดลบมีแสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าที่สาดส่องมาบริเวณระเบียงยิ่งทำให้คนทั้งคู่รู้สึกอบอุ่นทั้งร่างกายและจิตใจ ชานยอลหันหน้ากลับมาจ้องใบหน้าของแบคฮยอนก่อนที่จะก้มลงไปประทับริมฝีปากของตัวเองลงกับหน้าผากของคนตัวเล็กในอ้อมกอด

 

            “ไม่อยากกลับบ้านเลย” น้องชายตัวสูงละริมฝีปากของตัวเองออกมาก่อนที่จะบ่นพึมพำพร้อมกับสีหน้าที่ดูไม่ดีเท่าไหร่นักเมื่อคิดว่าในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้เขาจะต้องเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงของประเทศเพื่อกลับไปเรียนต่อและจะไม่ได้เห็นใบหน้าของพี่ชายตัวเล็กไปอีกหลายวัน

 

            “ไม่ได้หรอก ยังไงชานยอลก็ต้องกลับไปเรียนนะ” พี่ชายตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับน้องชายตัวสูงที่ก้มหน้าลงมาพอดี แบคฮยอนเอ่ยแย้งขึ้นแล้วจึงพิงศีรษะของตัวเองลงกับลาดไหล่ของน้องชายตัวสูงอีกครั้ง

 

            “รู้แล้วว่าต้องกลับไปเรียน แต่ไม่อยากห่างจากคนแถวนี้นี่”

 

            “ปากหวานจังเลยนะเดี๋ยวนี้เนี่ย”

           

            “ก็หวานด้วยอยู่คนเดียวอะ” ชานยอลยกมือขึ้นมาบีบจมูกของแบคฮยอนเบาๆ ด้วยความหมั่นเขี้ยวก่อนที่จะปล่อยมือออก   

 

            “วันนี้โกนหนวดให้ด้วยดิ มันเริ่มขึ้นอีกแล้วอะ”

 

            แบคฮยอนพยักหน้ารับคำขอของน้องชายตัวสูงก่อนที่จะดันตัวเองให้ลุกขึ้นยื่น แล้วออกแรงดึงให้ชานยอลลุกขึ้นเดินเข้ามาในห้องพร้อมกัน

 

            หลังจากที่แบคฮยอนได้กลับไปหาชานยอลอีกครั้งในช่วงที่น้องชายตัวสูงกำลังเจ็บปวดจากอุปสรรคที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของชานยอลก็ดูจะเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นจากที่เคย น้องชายตัวสูงสามารถยิ้มหัวเราะออกมาได้อย่างง่ายดาย ในตอนที่มีแบคฮยอนอยู่เคียงข้าง ความเหนื่อยล้า และความผิดหวังค่อยๆ จางหายไปและถูกแทนที่ด้วยสัมผัสอบอุ่นของคนตัวเล็กที่ชานยอลโหยหาและรู้สึกคุ้นเคยเป็นอย่างดี

 

            น้องชายตัวสูงนึกขอบคุณพ่อและแม่ที่เริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของเขามากยิ่งขึ้น ชานยอลไม่อยากจะนึกภาพว่าในวันที่เขาล้มแล้วไม่มีแบคฮยอนมาคอยช่วยกันพยุงจนเขาสามารถกลับมาเดินได้ใหม่อีกครั้ง สภาพของปาร์คชานยอลในวันนี้นั้นจะย่ำแย่ถึงเพียงไหน งานนิทรรศการที่เขาจะได้แสดงศักยภาพของตัวเองผ่านพ้นไปได้ด้วยดี และเป็นที่แน่นอนว่าชื่อเสียงของชานยอลเริ่มเป็นที่กล่าวขวัญและมีคนชื่นชมผลงานอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่างานที่เจ้าตัวนำไปแสดงโชว์นั้นจะมีน้อยกว่าที่เคยทำเอาไว้ก่อนที่จะเกิดอุบัติเหตุเพลิงไหม้ก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นชานยอลก็ยังรู้สึกดีใจที่งานของเขาไม่ได้กลายเป็นสิ่งไร้ค่าอย่างที่เคย พ่อและแม่ต่างก็พลอยรู้สึกปลื้มปิติไปกับเขาด้วยเช่นเดียวกัน

 

            หลังจากที่งานนิทรรศการจบลง ชานยอลจึงได้มีโอกาสเข้าไปพูดคุยกับพ่อของเขาอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องการกลับมาของแบคฮยอน ปาร์คแจฮยอนผู้เป็นพ่อได้บอกกับชานยอลเอาไว้ว่าทั้งคู่ได้ผ่านพ้นในช่วงเวลาที่พิสูจน์ตัวเองนั้นไปแล้ว ชานยอลรู้สึกแปลกใจนิดหน่อยกับคำตอบที่ได้รับจากผู้เป็นพ่อ เขาเอ่ยถามกลับไปว่าทำไมทั้งเขาและแบคฮยอนถึงได้ผ่านบทพิสูจน์ของพ่อและแม่ทั้งๆ ที่พวกเขาทั้งคู่ต่างก็ยังเรียนไม่จบ ส่วนเรื่องหน้าที่การงานก็ยังไร้ซึ่งทิศทางที่แน่นอน

 

            “สิ่งที่พ่อและแม่อยากจะเห็นจากพวกลูกทั้งสองมันไม่ใช่การที่ลูกมีชื่อเสียง เป็นหน้าเป็นตาของสังคม หรือมีหน้าที่การงานที่มั่นคง ร่ำรวยทรัพย์สินเงินทองหรอกนะชานยอล” ปาร์คแจฮยอนเอ่ยอธิบายโดยที่มีชานยอลนั่งตั้งใจฟังอยู่ตรงหน้า

 

“แต่ที่พ่อและแม่อยากจะเห็นในตัวแบคฮยอนและชานยอลก็คือความตั้งใจจริงที่จะทำอะไรสักอย่างให้สำเร็จ พ่อกับแม่อยากจะทดสอบความอดทนของพวกลูกทั้งสอง อยากจะให้กาลเวลาและระยะทางเป็นตัวพิสูจน์ความรู้สึกที่ลูกมีให้กันอย่างแท้จริง ว่าสิ่งที่ลูกรู้สึกต่อกันนั้นมันเป็นแค่เพียงอารมณ์หลงใหลชั่วคราวหรือว่ามันคือความรักความผูกพันจริงๆ” แจฮยอนเอ่ยพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม แน่นอนว่าตลอดระยะเวลาสองปีกว่าที่ชานยอลและแบคฮยอนต้องห่างกัน ถึงแม้ว่าเขาจะทำเหมือนไม่รับรู้อะไร แต่ที่จริงแล้วก็ยังมีพยอนยูนาคอยรายงานถึงสถานการณ์และพฤติกรรมของลูกทั้งสองให้ฟังอยู่เสมอ

 

“แล้วที่สำคัญ ในวันที่ลูกของพ่อประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นแบคฮยอนหรือชานยอล พ่อไม่อยากให้ลูกต้องยืนอยู่บนจุดสูงสุดของชีวิตเพียงลำพัง พ่ออยากให้เราทั้งคู่ช่วยเป็นเรี่ยวแรงของกันและกัน เดินก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ แล้วก้าวไปถึงจุดที่เรียกว่าประสบความสำเร็จด้วยกันต่างหาก ในวันนั้น พ่อกับแม่จะได้สบายใจว่าถึงจะไม่มีพวกเราทั้งคู่คอยอยู่ดูแลพวกลูกๆ แล้ว ทั้งแบคฮยอนและชานยอลก็จะสามารถดูแลกันและกันแทนพ่อและแม่ได้” แจฮยอนเอ่ยอธิบายในสิ่งที่เขาและยูนาต่างก็คิดเห็นตรงกัน และที่แบคฮยอนได้กลับมาหาชานยอลเร็วกว่าที่ควรจะเป็นในครั้งนี้ ก็เป็นเพราะคนทั้งสองที่ได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอดทนที่จะเฝ้ารอซึ่งกันและกันอย่างแท้จริง

 

“และที่พ่อให้แบคฮยอนกลับมาในคราวนี้ก็เพราะว่าพ่ออยากจะให้แบคฮยอนช่วยเป็นอีกหนึ่งแรงใจที่สำคัญ ที่จะช่วยผลักดันให้ชานยอลก้าวผ่านเรื่องเลวร้ายที่ลูกได้พบยังไงล่ะ”

 

“ที่จริงแล้วพ่อเองก็ต้องขอบคุณทั้งยูนาแล้วก็แบคฮยอนที่ได้เข้ามาสอนอะไรหลายๆ อย่างให้พ่อได้รับรู้ สอนให้พ่อได้ลองปรับเปลี่ยนความคิดของตัวเองเสียใหม่ สอนให้พ่อได้เข้าใจลูกมากกว่าที่เคย ... ที่ผ่านมาพ่อขอโทษนะชานยอล พ่ออาจจะเลี้ยงลูกไม่ได้ดีอย่างพ่อคนอื่นเขา แต่ทุกสิ่งที่พ่อทำไปก็เพียงเพราะอยากให้ลูกชายของพ่อคนนี้ได้มีชีวิตที่ดี”

 

“ไม่ครับ พ่อคือพ่อที่ดีที่สุดของผมเสมอ พ่อต้องอยู่ดูผมและแบคฮยอนไปนานๆ นะครับ” ชานยอลพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ในวินานั้นเขารู้สึกว่าตัวเองได้สัมผัสกับคำว่าครอบครัวที่อบอุ่นอย่างแท้จริง

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

“คิดอะไรอยู่ ?” แบคฮยอนละใบมีดโกนออกจากใบหน้าของน้องชายตัวสูงที่ยืนพิงอ่างล้างหน้าภายในห้องน้ำอยู่แล้วจึงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าชานยอลนั่งเหม่อลอยราวกับกำลังจมอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง

 

“ฉันแค่แปลกใจนิดหน่อยว่าทำไมพ่อกับแม่ถึงได้ยอมให้เราเจอกันเร็วกว่าที่คิด”

 

“ตั้งสองปีกว่าเชียวนะ นี่เร็วของนายแล้วหรอ หื้ม ?” มือหนาของชานยอลที่โอบอยู่รอบเอวบางของพี่ชายตัวเล็กกระชับเข้าหากันจนทำให้แบคฮยอนต้องเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้กับชานยอลมากกว่าที่เคย

 

“สองปีมันก็นาน แต่รู้ไหมตอนแรกฉันคิดว่ากว่าเราจะได้เจอกันก็ตอนที่เราทั้งคู่เรียนจบแล้วนู้นแหน่ะ แต่เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว ถ้าต้องรอนานขนาดนั้นฉันต้องเหี่ยวตายก่อนแน่ๆ เลย” ชานยอลอธิบายสิ่งที่ตัวเองคิดให้กับพี่ชายตัวเล็กได้ฟัง ก่อนที่จะสัมผัสได้ถึงความเย็นจากผ้าขนหนูผืนเล็กที่แบคฮยอนชุบน้ำแล้วบรรจงเช็ดคราบครีมโกนหนวดออกจากใบหน้าของน้องชายตัวสูง

 

“เป็นแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ รู้ไหมเองก็คิดถึงนายมากๆ เหมือนกันนั่นแหละ ต่อจากนี้ไปเราจะเดินไปด้วยกันนะ ตกลงไหม?” แบคฮยอนเอ่ยพูดขึ้นพร้อมกับที่ค่อยๆ เช็ดคราบครีมโกนหนวดออกอย่างเบามือ

 

“มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว ~” ชานยอลเผยยิ้มกว้างจนดวงตากลมโตคู่นั่นเล็กลงจนคล้ายกับรูปพระจันทร์เสี้ยว แบคฮยอนผ้าขนหนูที่เช็ดครีมโกนหนวดบนใบหน้าของน้องชายตัวสูงออกและนั่นก็เป็นจังหวะดีที่ชานยอลยื่นใบหน้าของตัวเองลงไปประทับริมฝีปากกับแก้มนุ่มๆ ของคนใจดีที่โกนหนวดให้เขาเมื่อครู่

 

“นี่ ! รีบอาบน้ำเลย เดี๋ยวก็ตกรถกลับโซลไม่ทันกันพอดี” แบคฮยอนรีบหันหน้าหนีเมื่อชานยอลทำท่าจะก้มลงมาหอมแก้มเขาอีกครั้ง น้องชายตัวสูงเบ้หน้าด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมพยักหน้าเชื่อฟังคำพูดของพี่ชายตัวเล็กเป็นอย่างดี

 

“อย่างอแงสิ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าค่อยมาหาฉันใหม่ก็ได้นี่นา~” แบคฮยอนผึ่งผ้าขนหนูผืนนั้นเอาไว้กับอ่างล้างหน้าหลังจากที่ซักน้ำสะอาดเรียบร้อยแล้วก่อนที่จะหันมาประคองใบหน้าของชานยอลด้วยมือเรียวสวยทั้งสองข้าง คนตัวเล็กเขย่งปลายเท้าของตัวเองขึ้นแนบหน้าผากของตัวเองให้ชิดกับหน้าผากของคนที่อยู่ตรงหน้า แล้วจึงเอ่ยพูดพร้อมกับส่ายหน้าไปมาอย่างน่ารัก ก่อนที่จะปิดท้ายด้วยจูบเบาๆ ลงบนปลายจมูกโด่งสันของชานยอล

 

“ก็เพราะนายเป็นแบบนี้ไง เลยไม่อยากกลับโซลแล้ว”

 

“ไม่ต้องพูดแล้ว อาบน้ำไปเลย เดี๋ยวฉันจะออกกไปเก็บกระเป๋าให้” แบคฮยอนเดินออกจากห้องน้ำไปเพื่อปล่อยให้น้องชายตัวสูงได้อาบน้ำเตรียมตัวที่จะเดินทางกลับเข้าเมืองหลวงอีกครั้ง

 

หลังจากที่เขาและชานยอลได้กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง ความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งได้กลายเป็นที่ยอมรับจากพ่อและแม่ พวกท่านทั้งคู่ต่างก็ไม่คัดค้านกับสิ่งที่เขาและชานยอลรู้สึกต่อกัน ซึ่งนั่นก็ทำให้แบคฮยอนรู้สึกสบายใจอยู่ไม่น้อย และเมื่อเขาและชานยอลได้กลับมาพบและรักกันอย่างเปิดเผยอีกครั้งหนึ่งสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคิดเหมือนกันก็คือ พวกเขาทั้งคู่ไม่อยากจะแยกออกจากกัน อยากจะอยู่ด้วยกันทุกคืนวันอย่างเมื่อก่อน ถึงแม้ว่าทั้งพ่อและแม่ต่างก็อนุญาตให้พวกเขาได้พบเจอกัน แต่ถึงอย่างนั้นภาระหน้าที่ทางด้านการเรียนของทั้งเขาและชานยอลก็เป็นตัวกำหนดและคอยดึงให้เขาและน้องชายตัวสูงเว้นระยะห่างจากกัน

 

ถึงแม้ว่าทั้งตัวเขาและชานยอลจะอยากอยู่ด้วยกันมากสักเพียงไหน แต่ทั้งคู่ก็เข้าใจดีว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับตัวพวกเขาเองในตอนนี้ก็คือเรื่องของการเรียน และทั้งชานยอลและแบคฮยอนเองก็ไม่อยากทำให้พ่อและแม่ต้องผิดหวังในเมื่อท่านทั้งสองได้ไว้วางใจพวกเขาทั้งคู่แล้ว เพราะฉะนั้นแล้วในช่วงนี้แบคฮยอนจะได้อยู่กับชานยอลเฉพาะช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์เพียงเท่านั้น บ่อยครั้งที่ชานยอลจะเป็นคนเดินทางออกจากเมืองหลวงเพื่อมาใช้เวลาอยู่กับเขาที่หอพักข้างๆ กับมหาลัยของแบคฮยอน มีน้อยครั้งที่แบคฮยอนจะเป็นฝ่ายกลับไปที่บ้าน เพราะชานยอลเคยให้เหตุผลเอาไว้ว่าเจ้าตัวไม่อยากให้แบคฮยอนต้องเดินทางไป-กลับต่างจังหวัดเพียงลำพัง น้องชายตัวสูงจึงเลือกที่จะเป็นฝ่ายเหนื่อยจากการเดินทางแทนแบคฮยอนเสียเอง แต่ถึงอย่างนั้น ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันถึงแม้จะไม่ได้มากมายเท่าไหร่นัก แต่ชานยอลก็รู้สึกว่าความเหนื่อยจากการเดินทางนั้นหายเป็นปลิดทิ้งเมื่อได้พบกับใบหน้าของคนที่เขารัก

 

“เดินทางกลับดีๆ นะ ถึงบ้านแล้วส่งข้อความมาด้วย” แบคฮยอนยกกระเป๋าเป้ใบใหญ่ขึ้นสะพายให้น้องชายตัวสูงก่อนที่จะเอ่ยลาชานยอล

 

“อื้ม ดูแลตัวเองด้วยนะ” ชานยอลครางรับก่อนที่จะดึงตัวของแบคฮยอนเข้ามากอดเอาไว้ เขาไม่ชอบเวลาที่ต้องแยกแบคฮยอนเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้นชานยอลก็ต้องจำใจยอมกลับไปเรียนต่อและทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด

 

“ชานยอลก็ดูแลตัวเองด้วยนะ แล้วเจอกันอาทิตย์หน้า บ๊ายบาย~” แบคฮยอนโบกมือทั้งสองข้างอย่างน่ารัก ชานยอลจ้องมองใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้มของพี่ชายตัวเล็กแล้วจึงเผยยิ้มออกมาบ้าง น้องชายตัวสูงเดินถอยหลังไปเรื่อยๆ ในขณะที่แบคฮยอนเองก็ยังคงยืนโบกมือรอส่งเขาอยู่ที่หน้าหอของตัวเอง

 

“ชานยอลระวังล้ม !” เสียงเตือนของแบคฮยอนดังขึ้นมาก่อนที่ร่างของน้องชายตัวสูงจะเซไปเล็กน้อยเพียงเสี้ยววินาที เป็นเพราะว่าชานยอลมัวแต่เดินถอยหลังโดนไม่ได้ระวังทางเดินที่เป็นพื้นต่างระดับที่อยู่ด้านหลังของตัวเอง นั่นจึงทำให้คนตัวสูงอย่างชานยอลเซไปเล็กน้อยเมื่อเขาก้าวเท้าพลาดเล็กน้อย เสียงหัวเราะใสๆ ของแบคฮยอนดังออกมาจนชานยอลได้ยินอย่างชัดเจน เขาหันกลับไปชี้แบคฮยอนอย่างคาดโทษแล้วจึงหลุดหัวเราะกับความซุ่มซ่ามของตัวเองออกมาบ้าง หลังจากนั้นชานยอลจึงหันหลังกลับแล้วเดินทางเข้าสู่เมืองหลวงเพื่อทำตามหน้าที่ของตัวเองต่อให้สำเร็จ

 

 

.

 

.

 

 

.

 

 

ชานยอลยกกล้อง DSLR ที่คล้องอยู่ที่คอของตัวเองขึ้นมากดถ่ายภาพของพี่ชายตัวเล็กของเขาที่กำลังสวมชุดครุยอยู่ในตอนนี้พร้อมกับพูดสุนทรพจน์อยู่บนเวทีท่ามกลางบัณฑิตหน้าใหม่หลายร้อยคน รอยยิ้มสดใสบวกกับน้ำเสียงน่าฟังสะกดให้ใครหลายคนยืนนิ่งๆ เพื่อรับฟังถ้อยคำที่แบคฮยอนเอ่ยออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

 

            น้องชายตัวสูงกดรัวชัตเตอร์เพื่อเก็บภาพของความสำเร็จของแบคฮยอนเอาไว้หลายสิบรูปภาพ แสงสีของภาพที่ลงตัวยิ่งทำให้แบคฮยอนดูเด่นเป็นสง่าในเฟรมของกล้องที่เขาถืออยู่ รอยกว้างเผยออกมาเมื่อชานยอลก้มลงเช็คดูรูปภาพที่เขาเป็นคนถ่ายเอง รูปภาพของแบคฮยอนในกล้องนั้นสมบรูณ์แบบทั้งแสงสี แต่สิ่งที่ชานยอลคิดว่าทำให้ภาพหล่านี้ดูสวยงามและมีคุณค่ามากที่สุดก็คงจะเป็นพี่ชายตัวเล็กของเขาและรอยยิ้มหวานๆ นั่นเสียมากกว่า

 

เสียงปรบมือดังขึ้นเมื่อแบคฮยอนโค้งขอบคุณพูดคนในงานเมื่อเจ้าตัวพูดสุนทรพจน์เสร็จสิ้นแล้ว คนตัวเล็กเดินลงมาจากเวทีเพื่อเดินเข้ามาหาครอบครัวของเขาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ผู้เป็นพ่ออย่างแจฮยอนยื่นช่อดอกไม้ช่อโตให้กับแบคฮยอนเพื่อแสดงความยินดีที่ลูกชายตัวเล็กของตัวเองเรียนจบระดับปริญญาตรี

 

“พ่อกับแม่ยินดีด้วยนะแบคฮยอน ลูกทำได้แล้ว” ยูนาเอ่ยขึ้นพร้อมกับดึงตัวของแบคฮยอนเข้าไปกอดเอาไว้ คนตัวเล็กพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะผละแบคฮยอนออกจากอ้อมกอด

 

“ชานยอลถ่ายรูปให้แม่หน่อยสิ”

 

“ได้ครับ” ชานยอลขานรับพร้อมกับยกกล้องที่เขาเพิ่งซื้อมาใหม่เพื่องานนี้โดยเฉพาะขึ้นมาถ่ายรูปภาพของบัณฑิตหน้าใหม่ พยอนแบคฮยอน ปาร์คแจฮยอนผู้เป็นพ่อ และพยอนยูนาผู้เป็นแม่ ทั้งสามคนส่งยิ้มให้กล้องของชานยอลอย่างพร้อมเพรียง นิ้วเรียวของน้องชายตัวสูงรัวชัตเตอร์อยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงยกกล้องลงจากระดับสายตา

 

“มึงไปดิ เดี๋ยวกูถ่ายรูปให้” เป็นเซฮุนที่เอ่ยพูดขึ้นหลังจากที่เขาสัมผัสได้ว่าชานยอลเองก็อยากจะเข้าไปถ่ายรูปคู่กับแบคฮยอนเช่นเดียวกัน ในวันสำคัญของแบคฮยอนอย่างนี้ ก็เป็นไปไม่ได้ที่จงอินและเซฮุนเพื่อนสนิทของชานยอลจะไม่มีร่วมแสดงความยินดีด้วย

 

ชานยอลพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้มก่อนที่จะส่งกล้องของตัวเองให้ผู้เป็นเพื่อนแล้วจึงวิ่งเข้าไปหยุดยืนอยู่ข้างๆ กับร่างของพี่ชายตัวเล็ก แขนยาวยกพาดลงบนไหล่ของแบคฮยอนก่อนที่จะกระชับอ้อมกอดให้ลำตัวของแบคฮยอนแนบชิดมากยิ่งขึ้น ทั้งพี่ชายตัวเล็กและน้องชายตัวสูงต่างก็ส่งยิ้มกว้างให้กล้องอย่างพร้อมเพียง

 

“ยินดีด้วยนะแบคฮยอน ในที่สุดนายก็ทำได้แล้ว” ชานยอลก้มหน้าลงมาพูดกับคนที่อยู่ในอ้อมแขน แบคฮยอนพยักหน้ารับก่อนที่จะส่งยิ้มหวานกลับมาให้ชานยอล

 

“อีกไม่กี่เดือนก็จะถึงวันรับปริญญาของนายแล้ว นายเองก็ทำได้เหมือนกันแหละ” แบคฮยอนยกมือขึ้นบีบจมูกของชานยอลอย่างหมั่นเขี้ยวและภาพเหล่านั้นก็ถูกบันทึกเอาไว้โดยฝีมือของช่างภาพจำเป็นอย่างโอเซฮุน

 

“นี่ มัวแต่หยอกกันอยู่นั่นแหละ มาถ่ายรูปกับพ่อกับแม่บ้างสิ” ยูนาเอ่ยแซวเมื่อเห็นว่าลูกชายทั้งสองของเธอหยอกล้อกันอย่างสนิทสนม ทั้งชานยอลและแบคฮยอนต่างก็พยักหน้าก่อนที่จะเดินเข้ายืนเคียงข้างกับพ่อและแม่ของเขาที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

 

รูปภาพของครอบครัวๆ หนึ่งที่มีครบทั้งพ่อแม่และลูกชายที่น่ารักทั้งสองคนกำลังส่งยิ้มกว้างให้กับกล้องบันทึกภาพของเรื่องราวความทรงจำดีๆ เอาไว้ แววตาที่มีความสุขของบุคคลทั้งสี่ในรูปภาพบ่งบอกให้กับผู้ที่พบเห็นได้เป็นอย่างดีว่าครอบครัวนี้คงจะอยู่กันด้วยความรัก ความอบอุ่น และความเข้าใจ

 

ชานยอลนึกขอบคุณแบคฮยอนคนรักของเขาอีกครั้งที่ได้ก้าวเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของเขาไปในทางที่ดียิ่งขึ้น ความรักและความอบอุ่นที่เขาเคยโหยหาถูกเติมเต็มจากทั้งพี่ชายตัวเล็กที่ยืนเคียงข้างอยู่ในตอนนี้ และผู้เป็นพ่อและแม่ที่คอยดูแลและห่วงใยเขาอยู่เสมอ ในช่วงวินาทีนี้ชานยอลไม่ต้องการทรัพย์สินมีค่าอะไรอีกแล้วนอกจากนี้ เพียงแค่เขาได้มีครอบครัวที่อบอวลไปด้วยความรักและความเข้าใจ เพียงเท่านี้ชีวิตของปาร์คชานยอลก็พาลพบเจอแต่กับความสุขที่หลอมละลายหัวใจของเขาให้ได้สัมผัสกับความอบอุ่นอย่างที่ไม่เคยได้พบเจอมาก่อน และแน่นอนว่าต่อจากนี้ไปชานยอลขอสัญญากับตัวเองว่าเขาจะดูแลและประคับประคองครอบครัวของเขาให้มีความสุขแบบนี้ไปตราบนานเท่านาน ...


 

END









ฟิคเม้ลท์เดินทางมาถึงตอนจบแล้วนะคะ ^ - ^ ใจหายมากๆเลย ฮ่า ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงแล้ววว ~
ดีใจที่มีคนมาบอกว่ายังไม่อยากให้จบ ขอบคุณที่ติดตามฟิคเรื่องนี้มาจนถึงตอนจบนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ 
ทุกแท็ก #ficmelt ทุกคอมเม้นท์ ทุกโหวต ทุกวิจารณ์ เป็นแรงผลักดันให้ฟิคเรื่องนี้มาถึงตอนจบอย่างแท้จริงเลยค่ะ 
แต่ว่าอย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนน้า ~ เรายังมีผลงานเรื่องอื่นมาให้ติดตามกันต่อแน่นอนค่ะ อดใจรออีกนิดนึงนะคะ
ส่วนเรื่องของคนที่สั่งจองฟิคอย่าลืมโอนเงินภายในวันที่ 13 กันนะคะ ถ้าไม่โอนมาเราถือว่าไม่เอาฟิคเม้ลแล้วนะคะ ^ - ^
ขอชี้แจ้งนิดนึงว่า เราจะไม่แยกพาร์ทของตอนพิเศษนะคะ จะเป็นตอนพิเศษยาวๆ ไปเลยหนึ่งตอน
ความยาวก็เท่ากับสองตอนเนี่ยแหละค่ะ แต่ว่าจะไม่ตัดแบ่งพาร์ท ไม่งงกันใช่ไหมเอ่ย .___. ?
ตอนแรกที่แจ้งเอาไว้ว่า 270 หน้า ตอนนี้เกิน 270 หน้าไปแล้วนะคะ ฮ่า เพราะฉะนั้นอาจจะหนานิดนึงเนาะ ~
สุดท้ายนี้ เราหวังว่าฟิคเรื่องนี้จะอยู่ในความทรงจำของหลายๆ คนนะคะ
แล้วเจอกันเรื่องหน้านะคะจ๊ะ สวัสดีค่ะทุกคน
รัก <3  
 

 

 

   

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 78 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,840 ความคิดเห็น

  1. #6830 haneul_o4 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 02:13
    เป็นฟิคที่อ่านได้เรื่อยๆเลยค่ะ ให้ความรู้สึกอบอุ่นกับความรู้สึกที่แบคฮยอนมีต่อชานยอล แต่พอถึงพาร์ทหน่วงก็ทำเอาน้ำตาซึมเหมือนกัน สนุกมากๆนะคะ ขอบคุณที่เขียนฟิคดีๆให้ได้อ่านค่ะ ^^
    #6,830
    0
  2. #6820 pbcy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 11:29
    แงงงงงงงอบอุ่นมากๆเลยคะ ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆขึ้นมานะคะ <3
    #6,820
    0
  3. #6804 Moma momint (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 08:15
    งื้อออไรท์คะะขอบคุณมากนะคะที่แต่งเรื่องดีดีอบบนี้ให้อ่านนดีงามมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆชอบมากๆค่ะรักๆๆเป็นเรื่องที่น้อยแต่มาก เรียบง่ายแต่หวือหวามันดีอะดีมากๆๆฮืออชอบบบขอบคุณมากๆนะคะขอบคุณจริงๆที่แต่งนิยายดีดีแบบนี้<3
    #6,804
    0
  4. #6787 MameeFhaanda (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2562 / 22:58
    ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆขึ้นมานะคะ❤️
    #6,787
    0
  5. #6773 rabbithert (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 14:10
    จบแล้ววววว ขอบคุณมากๆนะคะที่แต่งเรื่องนี้ ชอบมากๆเลยค่ะ ขอบคุณนะคะ♡
    #6,773
    0
  6. #6763 bbhwrp (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 16:35
    แฮปปี้เอนดิ้ง ขอบคุณไรท์สำหรับฟิคดีๆเรื่องนี้ค่ะ <3
    #6,763
    0
  7. #6729 cuttt (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:25
    เรื่องนี้ดีมากค่ะ เลิฟฟฟ
    #6,729
    0
  8. #6695 PPLOYPOLY (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2561 / 11:19
    ชอบภาษาของไรท์มากๆ อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความตั้งใจต่างๆที่ถ่ายทอดออกมา ขอบคุณไรท์นะคะ ที่แต่งเรื่องราวดีๆ บทความดีๆ ให้ตัวของเราเองและนักอ่านทุกๆท่าน เรารู้สึกดีมากๆเลยที่ได้เข้ามาอ่านเรื่องนี้ ขอบคุณที่มอบความสุขให้เรานะคะ เราไม่รู้จะตอบแทนไรท์อย่างไรดี นอกเสียจาก คำขอบคุณที่ออกมาจากใจ ขอบคุณจริงๆค่ะ
    #6,695
    0
  9. #6694 11507416p (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 15:18
    ครอบครัวสุขสันต์ น่ารักจัง
    #6,694
    0
  10. #6660 Sea121 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 20:12
    สนุกมากๆเลย ประทับใจสุดๆ
    #6,660
    0
  11. #6645 exojx (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 5 มกราคม 2561 / 17:56
    กลับมาเจอเรื่องนี้โดยบังเอิญ เลยได้อ่านเป็นรอบที่3 ยังคงประทับใจเหมือนเดิมเลยค่ะ :)
    #6,645
    0
  12. #6588 Evalynkck (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 14:32
    มาสารภาพว่าอ่านเกิน 5 รอบแน่ๆอิ___อิ แต่กลับมาอ่านกี่ที่ก็ยิ้มออกตลอดเลย ชอบของพี่มินาหลายเรื่องเลยย<3
    #6,588
    0
  13. #6587 ราพัลเซลพันธุ์เถื่อน (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 17:39
    ขอบคุนฟิคนี้มากๆมันสนุก ยิ้มเศร้า เหงา เราอ่านจบภายในวันเดียว เราชอบมากเลยให้ข้อคิดหลายๆอย่าง รักคนแต่งจังเลย แต่ดราม่าทีอยากจะฆ่าเลย5555
    #6,587
    0
  14. #6585 Pharynx_ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 02:17
    แอบน้ำตาซึมด้วยแหละ ฮืออออ มันดีมากจริงๆ ฟิคเรื่องนี้สอนอะไรหลายๆอย่างให้เรา ขอบคุณนะคะ ขอบคุณจริงๆ เราอธิยายไม่ถูกแต่เรารู้สึกดีกับฟิคเรื่องนี้มากๆ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ เรารักตัวละคร รักพี่มินา รักทุกๆคนที่ช่วยสร้างสรรค์งานขึ้นมา ไม่ว่าจะมีบทบาทมากหรือน้อยก็ตาม รักชานยอลและเเบคฮยอน ขอบคุณที่เขียนงานดีๆให้เราได้อ่านนะคะ ฟิคเมลท์จะเป็นความทรงจำดีๆของเราไปอีกนานเลย<3
    #6,585
    0
  15. #6578 pim pimmi (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 21:01
    งื้อออออ สำเร็จแล้วววว ผ่านมันมาได้แล้วด้วย
    #6,578
    0
  16. #6534 teete2535 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2559 / 04:13
    ยินดีกับทั้งงคู่ด้วยเนอะความรักอันบริสุทธิ์ ความรักมันไม่ได้มาง่ายๆ แต่ถ้าเรารักษามันไว้ดีที่สุดไม่ว่ายังไงมันก็จะอยุ่กับเราตลอดไป ขอบคุณนะที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ชอบมากค่ะอยากซื้อมาเก็บไว้เลย ????
    #6,534
    0
  17. #6486 Kemo19 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 23:02
    เห้อ กว่าจะข้ามผ่านอุปสรรคไปได้ มันก็ลำบากเหมือนกันเนาะ แต่ก็จบลงด้วยดี เป็นครอบครัวที่อบอุ่นมากๆครอบครัวหนึ่งเลยล่ะ สู้ๆนะคะไรต์เตอร์ในเรื่องต่อๆไป :)
    #6,486
    0
  18. #6474 little daffodil (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 22:01
    Happy ending ชอบที่มันไม่ง่ายที่จะรักกัน กับความพยายามรอให้ถึงวันที่เหมาะสมของทั้งคู่ ????
    #6,474
    0
  19. #6443 pakjeejan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 22:03
    ในที่สุดก้ผ่านมันมาได้จบอย่างงดงาม ขอบคุณไรท์มากๆเลยนะคะที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ขึ้นมา ปล.ชานกับแบคน่ารักมากกกกก ฮือออจบแล้วอ่าาาาา
    #6,443
    0
  20. #6415 ♚champagne♚ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 23:07
        ก่อนอื่นเราต้องขอบคุณไรท์มากๆเลยนะ ^^ที่แต่งให้เราได้อ่าน ไรท์แต่งได้เนื้อเรื่องค่อยเป็นค่อยไปเนื้อเรื่องบรรยายได้ละเอียดพอสมควรและบรรยายเป็นไปตามหลักความเป็นจริงเวลานึกภาพตามแล้วไม่มีสะดุด ถึงจะมีเขียนผิดบ้างนิดๆหน่อยๆไปบ้าง
    ตอนนี้ก็ตอนสุดท้ายแล้วสินะ มันรู้สึกละมุนจนตอนจบเลย เราก็ขอเป็นกำลังใจให้ไรท์แต่งนิยายมีผลงานที่ดีๆแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆนร้า~
    #6,415
    0
  21. #6398 Baiwannn (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 18:10
    ฮือออออชอบฟิคเรื่องนี้จัง
    #6,398
    0
  22. #6396 ฟพช (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2558 / 21:33
    'อบอุ่นจนหยุดยิ้มไม่ได้ ละมุนจนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ' คือนิยามที่เราขอมอบให้ฟิคเม้ลท์:-)



    บอกตรงๆว่าเพิ่งเจอ และอ่านรวดเดียว มีแวะเม้นบ้างบางตอน มีสกรีมบ้างบางช่วง

    อบอุ่นจริงๆตั้งแต่เปิดเรื่อง แบคฮยอนอ่อนโยนและ "หลอมละลาย" คนที่กำแพงสูงแบบปาร์คชานยอลลงได้

    เหมือนชานยอลจะละลายไวไป แต่ก็เข้าใจเพราะความละมุนของแบคฮยอนมันมากจริงๆ

    เราเองยังอ่านไปยิ้มไป มันเป็นนิยายฟีลกู้ดมากๆ ช่วงดราม่าก็ไม่รู้สึกเครียดกดดันเลย

    พอผ่านดราม่า ช่วงที่ชานยอลเฝ้าส่งข้อความและโทรคุยกับแบคฮยอนฝ่ายเดียวมันน่ารักมากน่ะ

    พ่อแม่เหมือนจะไม่ชอบใจแต่สุดท้ายก็ยอม พ่อแม่ไม่ได้กีดขวางหรือโอนอ่อนเกินไป กำลังดี

    จงอินกับเซฮุนมีบทไม่มาก แต่ช่วยเติมความละมุนเป็นอย่างดี ถ้าไม่มีสองคนนี้ชงคงมาไม่ถึงจุดนี้:)



    ภาษาสวยกำลังดี ไม่ได้สวยมาก แต่เป็นภาษาที่อ่านแล้วไหลลื่น ประทับใจมาก

    คำพูดของตัวละครก็คมคาย ให้ข้อคิด อันนี้ประทับใจมากจริงๆ ทุกมุมมองของตัวละคร

    เราชอบตอนที่เลือกจะวาดรูป ที่จงอินบอกคงวาดเพื่อน โหนี่น้ำตาจะไหล พูดดีมากจนอิน

    ไม่หวือหวาจนเกินไป ไม่เอ็นซีเยอะ ไม่รุ่มร่าม แต่อบอุ่นมากจริงๆ ขอพูดอีกทีว่าประทับใจมาก



    'เพราะรักต้องรอเวลา ถ้าใช่ก็คือใช่ เวลาที่เหมาะสมจะช่วยกลั่นกรองเราเอง'



    และที่ชอบคือ ไรเตอร์ทอล์ก ก่อนทอล์กจะมีเจ้าหมีริลัคคุมิเงี้ยวๆ เห็นแล้วอารมณ์ดีมากเลย



    ขอบคุณที่มาเติมความละมุนของหัวใจ หัวใจละลายเพราะความรักเป็นยังไง รู้ก็วันนี้

    รัก

    ฟพช-J
    #6,396
    0
  23. #6387 Dyo.A (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 07:57
    เป็นฟิคที่ละมุน น่ารักมากเลยคะ ขอบคุณไรท์ที่แต่งฟิคดีๆให้ได้อ่านนะคะ
    #6,387
    0
  24. #6382 มนุษย์ไอศกรีม (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 08:02
    สวยงาม จบสวยงาม ประทับใจ><
    #6,382
    0
  25. #6358 Az_Aywerz (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 16:47
    อร้ายยย~>^< หวานมากกก(ก.ล้านตัว) เพิ่งเจอฟิคเรื่องนี้ รู้สึกพลาดด;__; ปล.ขอบคุณฟิคดีๆค่ะไรท์ จุ้บๆ *3*
    #6,358
    0