` {fic exo} 。 m e l t ♡ chanbaek

ตอนที่ 28 : 。 m e l t ♡ - 2 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,435
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 56 ครั้ง
    5 พ.ค. 56

... m e l t 2 5 …

 

.

 

 

.

 

 

.

 

           

            ชานยอลละสายตาจากรูปวาดของตัวเองทันทีที่ได้ยินเสียงเรียกของยูนาที่ดังมาจากด้านล่างของบ้าน น้องชายตัวสูงรีบลุกออกจากที่นั่งของตัวเองเปิดประตูห้องนอนแล้ววิ่งลงไปด้านล่างโดยไม่รีรออะไรทั้งสิ้น เพราะในวินาทีนี้ของชานยอล มันไม่มีอะไรจะสำคัญไปกว่าการที่เขาจะได้เล่าเรื่องราวต่างๆ ให้แบคฮยอนได้ฟังอีกแล้ว

 

            “ฉันมาแล้วแบคฮยอน” ชานยอลกรอกน้ำเสียงสดใสของตัวเองลงไปในโทรศัพท์ และก็เป็นอย่างเช่นทุกครั้งที่เขาได้คุยกับแบคฮยอน อีกฝ่ายมักจะตอบเขากลับมาด้วยความเงียบเสมอ แต่ชานยอลก็ไม่ได้รู้สึกขัดใจอะไร

 

            “ช่วงนี้ที่บ้านฝนตกแทบทุกวันเลย อากาศก็เลยหนาวกว่าเดิมเยอะเลย แต่ว่าฉันจะพยายามไม่สูบบุหรี่นะ เพราะฉันรู้ว่าแบคฮยอนเป็นห่วงฉันใช่ไหมล่ะ ?” ชานยอลหัวเราะออกมาเบาๆ กับตัวเองราวกับคนเพ้อเจ้อ ในสายตาของคนอื่นชานยอลในตอนนี้อาจจะดูเหมือนคนที่สติไม่สมประกอบ เพราะเจ้าตัวสามารถหัวเราะและยิ้มกว้างๆ ออกมาได้เพียงเพราะการพูดจาอยู่คนเดียว แต่แท้ที่จริงแล้วนั้นไม่มีใครรู้ว่านอกจากชานยอลจะสื่อสารด้วยการพูดออกมาแล้ว ภายในใจของน้องชายตัวสูงคนนี้ก็กำลังสื่อสารอยู่กับพี่ชายตัวเล็กที่อยู่ปลายสายไปในเวลาเดียวกัน

 

            “ใกล้ถึงวันนิทรรศการเข้าไปทุกทีแล้ว ฉันตื่นเต้นจังเลยแบคฮยอน...” ชานยอลถือโทรศัพท์บ้านแบบไร้สายเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาตัวยาวที่อยู่ในห้องรับแขก น้องชายตัวสูงจำได้ดีว่าครั้งหนึ่งเขาเคยมานั่งเล่นกีต้าร์โดยที่มีแบคฮยอนนั่งร้องเพลงอยู่เคียงข้างกัน

 

            “ตอนนี้ฉันกำลังวาดรูปชิ้นสุดท้ายอยู่ มันใกล้จะเสร็จแล้วล่ะ ฉันอยากให้นายมาดูผลงานของฉันจังเลยแบคฮยอน อยากให้นายมาเห็นว่าฉันสามารถทำตามความฝันได้แล้วจริงๆ ฉันเก่งใช่ไหมล่ะ ?” ชานยอลเงียบไปครู่หนึ่งเพื่อรอฟังสิ่งที่แบคฮยอนจะพูด แต่แล้วก็เป็นเช่นเดียวอย่างทุกครั้ง พี่ชายตัวเล็กของเขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่ชานยอลก็เข้าใจดีว่าจริงๆ ในใจของแบคฮยอนนั้นจะต้องเอ่ยชมเขาอยู่แน่นอน

 

            “พ่อและแม่ดูดีใจที่ฉันได้เข้าร่วมโชว์ผลงานของตัวเองในงานครั้งนี้ ใกล้ถึงเวลาที่เราจะได้กลับมาเจอกันแล้วนะแบคฮยอน คิดถึงนายจังเลย” ชานยอลพร่ำบอกคำว่าคิดถึงและถ้อยคำบอกรักต่างๆ มากมายออกมาได้อย่างง่ายดาย เพราะในวันเวลาที่ต้องอยู่ไกลกันอย่างเช่นในตอนนี้ การพร่ำบอกถ้อยคำหวานเหล่านี้นั้นเป็นเพียงหนทางเดียวที่ชานยอลจะทำให้แบคฮยอนเชื่อมั่นในตัวของเขา และเชื่อมั่นในความรู้สึกของเขา เพราะในตอนนี้เขาไม่สามารถจะดูแลแบคฮยอนและแสดงออกถึงความรักที่เขามีในใจให้กับคนรักตัวเล็กได้อย่างเมื่ออดีตที่เคยมีพี่ชายตัวเล็กอยู่เคียงข้างกาย

 

ใครหลายคนเคยกล่าวเอาไว้ว่าการกระทำนั้นย่อมสำคัญกว่าคำพูด แต่ชานยอลกลับไม่ได้คิดอย่างนั้น เขามองว่าไม่ว่าจะเป็นทั้งการกระทำหรือคำพูดก็ล้วนแล้วแต่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ถ้าหากแสดงออกมาว่ารักอีกคนมากถึงเพียงไหน แต่กลับไม่มีคำพูดที่มายืนยันในความสัมพันธ์ มันก็อาจจะทำให้ความรักของคนสองคนต้องสั่นคลอนได้เช่นกัน

 

“แล้วแบคฮยอนเป็นยังไงบ้าง ? เรียนหนักหรือเปล่า ? เหนื่อยไหม สู้ๆ นะ ฉันอยากได้ยินนายร้องเพลงอีกครั้งจังเลย” ชานยอลเอนหลังพิงกับผนังของโซฟาก่อนที่จะปิดเปลือกตาลงแล้วนึกย้อนไปถึงวันเวลาที่เขาเคยมีพี่ชายตัวเล็กนั่งร้องเพลงคลอเคลียไปกับเสียงกีต้าร์ของเขา

 

“ที่จริงแล้วฉันแต่งเพลงๆ หนึ่งเอาไว้ให้นายด้วยนะ แต่ฉันจะไม่ร้องให้นายฟังหรอก ฉันจะรอวันที่นายกลับมา เพลงนี้เป็นเพลงของนาย ฉันแต่งมันขึ้นมาเพื่อนายเท่านั้นเพราะฉะนั้นนายจะเป็นเพียงคนเดียวที่จะได้ร้องมัน” เมื่อพูดถึงเรื่องของการร้องเพลง ชานยอลก็นึกถึงบทเพลงเพลงหนึ่งที่เขาแต่งมันขึ้นมาในตอนที่เขาคิดถึงแบคฮยอน มันอาจจะไม่ใช่เพลงที่ไพเราะหรือมีเนื้อเพลงที่ซึ้งกินใจของผู้คนส่วนใหญ่ แต่มันเป็นเพลงที่เขียนแทนความรู้สึกของเขาที่อยากจะสื่อให้พี่ชายตัวเล็กของเขาเพียงคนเดียว

 

“แป๊ปนึงนะแบคฮยอน เซฮุนโทรมาอะ” ชานยอลบอกกับปลายสายก่อนที่จะวางโทรศัพท์ไว้ที่โซฟาแล้วจึงล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดรับสายแล้วเดินออกไปอีกทางเพื่อคุยกับเพื่อนสนิทที่โทรเข้ามา

 

 

 

แบคฮยอนนอนกลิ้งอยู่บนเตียงของตัวเองพร้อมกับรอยยิ้มสดใส เขายังคงรู้สึกใจเต้นรัวและมีความสุขอยู่ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของชานยอล ถึงแม้ว่าน้องชายตัวสูงจะรู้ดีว่าเขาจะไม่พูดตอบโต้อะไรกลับไป แต่ชานยอลก็ยังคงตั้งใจเล่าเรื่องราวต่างๆ ของตัวเองให้เขาฟังด้วยน้ำเสียงร่าเริง และนั่นยิ่งทำให้แบคฮยอนคิดถึงน้องชายตัวสูงสุดหัวใจ

 

มันไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากจะตอบโต้อะไรกับชานยอล แน่นอนว่าแบคฮยอนเองก็มีเรื่องราวมากมายที่อยากจะเล่าให้ชานยอลได้ฟังเองเช่นเดียวกัน แต่เป็นเพราะว่าเขาจะต้องทำตามบทพิสูจน์เหล่านั้นให้สำเร็จ ให้พ่อและแม่ได้เห็นถึงความตั้งใจจริงของทั้งเขาและชานยอล ให้พวกท่านทั้งสองได้ยอมรับความรักของเราทั้งคู่ด้วยหัวใจที่เปิดกว้างอย่างแท้จริง

 

พี่ชายตัวเล็กยังคงถือสายรอชานยอลหลังจากที่น้องชายตัวสูงของเขาขอตัวไปรับโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทอย่างเซฮุนที่แบคฮยอนก็รู้จักและพอจะคุ้นเคยกันอยู่ไม่น้อย แต่แล้วเสียงเงียบจากปลายสายที่เริ่มจะนานเกินไปทำให้แบคฮยอนเกิดความสงสัยเล็กน้อยว่าทำไมชานยอลถึงได้หายไปนาน ไม่มีเสียงใดๆเล็ดรอดมาให้ได้ยินได้ยินอีกหลังจากนั้นเกือบยี่สิบนาที ภายในใจของแบคฮยอนเริ่มเกิดความกังวลเกี่ยวกับน้องชายตัวสูงว่าอาจจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับชานยอล ใจหนึ่งเขาอยากจะกรอกเสียงของตัวเองลงไปในโทรศัพท์ แต่อีกใจแบคฮยอนก็ไม่กล้า พี่ชายตัวเล็กจึงทำได้เพียงนั่งรอเสียงตอบรับจากปลายสายด้วยหัวใจที่เต้นรัว

 

“แบคฮยอน” จากน้ำเสียงทุ้มๆที่ดูสดใสถูกแทนที่ด้วยน้ำเสียงหวานของคนที่เขาคุ้นเคยและจำได้เป็นอย่างดี

            “ชานยอลไปไหนครับแม่ ?” แบคฮยอนไม่รอช้า เขาตัดสินใจเอ่ยถามออกมาอย่างรวดเร็ว

            “ดูเหมือนว่าชานยอลจะมีเรื่องนิดหน่อยนะ แม่เห็นรีบออกจากบ้านไปเลยตอนที่รับโทรศัพท์น่ะ”

            “จริงหรอครับ ? อ่า งั้นผมฝากบอกชานยอลให้ดูแลตัวเองด้วยนะครับ”

            “จ้า เราก็ดูแลตัวเองด้วยนะแบคฮยอน งั้นแม่วางสายก่อนนะจ๊ะ แล้วค่อยโทรมาใหม่นะ”

            “ครับ ผมคิดถึงแม่นะครับ”

            “แม่ก็คิดถึงเราเหมือนกันจ่ะ”

           

            แบคฮยอนกดวางสายแล้วจึงถอนหายใจออกมา เขาเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดเรื่องอะไรไม่ดีขึ้นกับชานยอล กลัวว่าน้องชายตัวสูงของเขาจะต้องเสียใจและถ้ามันเป็นแบบนั้นแบคฮยอนก็คงจะทำอะไรให้ชานยอลไม่ได้เลยนอกจากเฝ้าภาวนาให้ชานยอลผ้านพ้นเรื่องราวเลวร้ายเหล่านั้นไปโดยเร็ว

 

            ทุกครั้งที่แบคฮยอนรู้สึกเหนื่อยล้ากับการเรียนและการซ้อมร้องเพลง พี่ชายตัวเล็กมักจะคิดถึงใบหน้าที่ภูมิใจในตัวของของพ่อและแม่ และคิดถึงความสำเร็จที่จะทำให้เขาและชานยอลได้กลับมาเจอและรักกันอีกครั้งหนึ่ง เสียงของชานยอลที่เขาได้ยินผ่านทางโทรศัพท์นั้นเปรียบเสมือนกับยาวิเศษที่ช่วยทำให้เข้ามีกำลังใจที่จะเดินต่อไปตามแสงตะวันของวันใหม่ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ด้วยกัน ถึงแม้จะไม่ได้เจอกัน แต่แบคฮยอนก็ยังคงสัมผัสได้ถึงความรักที่ชานยอลมีให้ที่แฝงตัวมากับน้ำเสียงทุ้มๆ ของชานยอล

 

            “When I look into your eyes ... it's like watching the night sky” แบคฮยอนจ้องมองเนื้อเพลงที่ปรากฎอยู่บนกระดาษในมือพร้อมกับเปล่งเสียงร้องออกมาเบาๆ หลังจากที่คลาสเลิก เขาก็มาซ้อมร้องเพลงที่ชมรมของตัวเองอย่างเช่นทุกวัน

 

            “Or a beautiful sunrise, there's so much they hold” ลู่หานเปล่งเสียงร้องในท่อนที่ต่อจากแบคฮยอน เพื่อนสนิทต่างเชื้อชาติต่างก็ผลัดกันซ้อมร้องเพลงๆ เดิมอย่างไม่รู้จักเบื่อ

 

            “ฉันขอตัวแป๊ปนึงนะ” แบคฮยอนหันไปบอกกับลู่หานเมื่อรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนของโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋ากางเกงของตัวเอง พี่ชายตัวเล็กหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูและพบว่าสายที่โทรเข้ามาเป็นแม่ของเขาเอง

 

            “สวัสดีครับแม่” แบคฮยอนกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ เขารู้สึกแปลกใจนิดหน่อยเพราะปกติแล้วถ้าแม่จะโทรหาเขา แม่มักจะโทรมาในช่วงหัวค่ำซะมากกว่า สายตาของเขาเหลือบไปองนาฬิกาที่แขวนอยู่กับผนังห้องและพบว่าในตอนนี้เพิ่งจะเป็นเวลาห้าโมงกว่า

 

            “แบคฮยอน วันหยุดเสาร์ อาทิตย์นี้ว่างหรือเปล่าลูก” พยอนยูนาไม่รอช้า ทันทีที่แบคฮยอนกดรับสาย เธอเองก็รีบเอ่ยถามถึงเรื่องที่ตนเองเองอยากจะรู้

 

            “ก็ว่างนะครับ แม่จะมาหาผมหรอ ?”

 

            “ไม่ใช่จ่ะ... แม่ไม่ได้จะไปหาแบคฮยอน แต่ที่แม่โทรมาเพราะแม่อยากถามเรามากกว่า ว่าเสาร์ - อาทิตย์นี้แบคฮยอนอยากกลับมาที่บ้านหรือเปล่า”

 

            “กลับบ้านหรอครับ ? แล้วชานยอลไม่อยู่บ้านหรอครับ” พี่ชายตัวเล็กเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงสงสัย เขาค่อนข้างประหลาดใจที่อยู่ดีๆ แม่ก็มาถามว่าเขาอยากกลับไปที่บ้านหรือเปล่า แน่นอนว่าแบคฮยอนต้องอยากกลับไปที่บ้านหลังนั้นอยู่แล้ว แต่เหตุใดอะไรทำไมแม่ถึงยอมให้เขากลับไปที่บ้านซึ่งนั่นอาจจะทำให้เขาและชานยอลได้เจอกัน

 

            “ชานยอลก็อยู่อยู่ที่บ้านจ่ะ แต่ว่าเกิดเรื่องขึ้นกับชานยอลนิดหน่อย แม่เลยอยากให้เรากลับมาดูแลน้องหน่อย” ยูนาตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

            “เกิดอะไรขึ้นกับชานยอลหรอครับ ?” เพียงแค่ได้ยินว่าเกิดเรื่องขึ้นกับน้องชายตัวสูง แบคฮยอนก็รีบเอ่ยถามออกไปทันที

 

            “เมื่อวานที่มหาลัยของชานยอลเกิดเหตุเพลิงไหม้ และดูเหมือนว่ามันจะเป็นโชคร้ายของชานยอลที่ไฟมันดันไปไหม้ที่ตึกศิลปะที่ชานยอลเก็บผลงานโชว์ของตัวเองไว้ที่นั่น ผลงานของชานยอลถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด แล้วนี่ก็ใกล้จะถึงวันนิทรรศการงานแสดงโชว์แล้วด้วย ชานยอลต้องเร่งทำงานใหม่ทั้งหมด แม่เห็นว่าชานยอลเสียใจมาก ไหนจะต้องเครียดที่ต้องเริ่มทำงานใหม่ทั้งหมดอีก น้องชายของเราซึมลงไปถนัดตาเลย” แบคฮยอนนิ่งค้างไปกับคำบอกเล่าของผู้เป็นแม่ 

 

“แม่เลยลองไปคุยกับพ่อดู แล้วเราทั้งคู่ก็มีความเห็นตรงกันว่าถ้าลูกกลับมาช่วยดูแลชานยอลในช่วงวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้ ชานยอลก็คงจะรู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาบ้าง แบคฮยอนรู้ใช่ไหมลูกว่าคนที่กำลังล้มต้องการกำลังใจมากแค่ไหนเพื่อที่จะได้ลุกขึ้นยืนแล้วก้าวเดินต่อไป”

 

“ถ้างั้นช่วงนี้แม่ดูแลชานยอลไปก่อนนะครับ แล้ววันเสาร์ผมจะรีบกลับบ้านครับ”

 

 

.

 

 

.

 

.

 

 

ปาร์คชานยอลรู้สึกว่าตัวเองเป็นผู้แพ้อีกครั้ง ... เพราะทันทีที่เขาได้รับโทรศัพท์จากเซฮุนที่โทรมาแจ้งข่าวว่าตึกศิลปะที่เขาใช้เป็นสถานที่เก็บผลงานที่จะต้องใช้ให้งานนิทรรศการถูกไฟไหม้จนข้าวของเสียหายทั้งหมดมันทำให้ชานยอลรู้สึกว่าเขาแทบจะล้มทั้งยืน

 

ในวันนั้นชานยอลจำได้ว่าเขากำลังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่กับแบคฮยอนแต่แล้วเซฮุนก็โทรมาแจ้งข่าวร้ายนั้น ทำให้เขาลืมทุกสิ่งทุกอย่างและมุ่งหน้าตรงไปยังตึกศิลปะของมหาลัยทันที คำบอกกล่าวของพนักงานดับเพลิงคนหนึ่งแจ้งเอาไว้ว่าภายในอาคารเสียหายไปเกินกว่าครึ่งเพราะด้านในอาคารนั้นมีกระดาษจำนวนมากที่ถือได้ว่าเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาราวสามสิบนาทีกว่าที่จะควบคุมเปลวเพลิงเหล่านั้นเอาไว้ได้ และหลังจากที่เปลวเพลิงพวกนั้นดับมอดลงไป เศษซากความเสียหายที่ชานยอลได้เห็นกับตาของตัวเองจึงทำให้เขารู้ตัวว่าผลงานที่เขาตั้งใจทำอย่างสุดความสามารถเหล่านั้นได้กลายเป็นเพียงแค่เถ้าถ่านที่ไร้ค่าไร้ความหมาย...

 

ชานยอลรู้สึกว่าความทุ่มเทที่เขาได้ใส่มันลงไปในผลงานทุกชิ้นของเขากลายเป็นศูนย์ มันไม่มีค่าอะไรให้ได้จดจำอีกเลย ทุกสิ่งทุกอย่างพังลงมาต่อหน้าต่อตาของชานยอล ความเครียด ความเสียใจ และความผิดหวังทะยานเข้าสู่จิตใจของเด็กหนุ่มอย่างรวดเร็ว ครั้งนี้เขาล้มลงแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา จนแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงที่จะพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นเพื่อสู้ต่อไป ภาพที่ชานยอลเคยวาดฝันเอาไว้ว่าเขาก้าวเข้าไปใกล้กับคำว่าประสบความสำเร็จนั้นมลายหายไปเพียงชั่วข้ามคืน วันคืนแห่งความสุขที่กำลังจะย้อนกลับมาหาเขาถูกพลัดพรากออกไปจนชานยอลแทบจะมองไม่เห็นแสงสว่างที่อยู่ด้านหน้า เขารู้สึกว่ารอบตัวของตัวเองนั้นมืดมัวไปหมด ชานยอลไม่รู้ว่าตัวเขาควรจะก้าวเท้าต่อไปในทิศทางไหน เส้นทางใดที่จะพาให้เขาไปสู่ความสำเร็จ  

 

หลังจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้อาจารย์ประจำภาควิชาเรียกชานยอลเขาไปพบและกล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และเป็นเพราะความตั้งใจจริงของชานยอลที่แสดงออกมาในงานศิลปะทุกชิ้นของเจ้าตัวนั่นจึงทำให้อาจารย์ท่านนั้นยังคงมอบโอกาสให้ชานยอลได้ส่งผลงานเข้าโชว์ในนิทรรศการที่ใกล้จะถึงนี้

 

“ผลงานของคุณทำให้ผมประทับใจอยู่เสมอ และผมจะยังคงให้โอกาสคุณได้แสดงศักยภาพทางด้านศิลปะที่คุณมีให้กับบุคคลภายนอกได้ชื่นชม ผมเชื่อว่าคุณทำได้ ผมจะรอดูความสำเร็จของคุณนะ”

 

ชานยอลรู้สึกดีเสมอเมื่อรู้ว่าตัวเองได้รับโอกาสที่จะพิสูจน์ศักยภาพของตัวเองเพื่อทำให้พ่อและแม่ได้ภูมิใจในตัวของเขา แต่ว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นก็บั่นทอนกำลังใจของเขาให้หายไปจนหมด เขาเหนื่อยเกินกว่าที่จะก้าวเดินต่อไป และตอนนี้ชานยอลรู้สึกว่าเขาอยากจะพักทุกอย่างเอาไว้เสียเหลือเกิน มันอาจจะเป็นเพราะเขาพยายามจะวิ่งตรงไปข้างหน้าในขณะที่คนอื่นเพียงแค่ค่อยๆ ก้าวไปด้านหน้าอย่างมั่นคง แน่นอนว่าคนที่วิ่งนำคนอื่นไปในช่วงแรกนั้นเมื่อได้เจอกับแรงปะทะหรืออุปสรรค์ที่รออยู่ด้านหน้า มันย่อมส่งผลเสียที่มากกว่าคนอื่นเสมอ

 

ชานยอลล้มลงแรงกว่าคนอื่น มีบาดแผลที่สาหัสกว่าคนอื่น และเจ็บกว่าคนที่ค่อยๆ ก้าวเดินไปอย่างช้าๆ แต่มันเป็นเพราะเป้าหมายที่ชานยอลถูกกดดันให้ก้าวไปให้ถึงจุดนั้นเพื่อแลกกับสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต ชานยอลจึงลืมที่จะระมัดระวังในการก้าวเดินไปในแต่ละก้าวของตัวเอง เขาคิดถึงเพียงเป้าหมาย ความสำเร็จ และความสุขสมที่ส่งกลิ่นหอมหวานอยู่ตรงหน้า โดยที่ไม่ได้คิดถึงอุปสรรคและขวากหนามระหว่างทางที่จ้องจะทำร้ายและผลักให้เขาล้มลง ...

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

แบคฮยอนก้าวเข้ามาในบ้านด้วยหัวใจที่เต้นรัว ... เขากลับมาที่บ้านในคืนวันศุกร์เป็นเพราะว่าเขาเคลียร์งานทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยพอดีและเพราะความคิดถึงบ้านที่เขามีอยู่มากมาย แบคฮยอนจึงเลือกที่จะกลับมาบ้านก่อนกำหนดที่ได้คุยกับแม่เอาไว้ก่อนหน้านี้ เป็นเวลาสองปีกว่าแล้วที่เขาไม่ได้เข้ามาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีกเลยหลังจากวันนั้นที่เขาจำใจต้องจากชานยอลไป ยูนาส่งยิ้มที่ดูเหมือนจะเป็นรอยยิ้มต้อนรับเขากลับเข้าสู่บ้านที่แสนอบอุ่นหลังนี้อีกครั้ง

 

“ผมคิดถึงแม่นะครับ” แบคฮยอนเดินเข้าไปกอดผู้เป็นแม่เอาไว้แน่น ถึงแม้ว่าเมื่อสองสามเดือนก่อนยูนาจะไปเยี่ยมเขาที่หอพัก แต่เพราะสายใยของความเป็นแม่ลูกยามใดที่ต้องห่างไกลกัน ความคิดถึงก็ย่อมเพิ่มพูนขึ้นตามกาลเวลาเช่นเดียวกัน

 

“แม่ก็คิดถึงเราเหมือนกัน ยินดีต้อนรับกลับบ้านเรานะจ๊ะ” แบคฮยอนส่งยิ้มหวานห้ผู้เป็นแม่ก่อนที่จะชะเง้อคอมองหาคนที่เขาอยากจะเจอ

 

“ชานยอลยังหมกตัวเอาแต่ทำงานอยู่ในห้องอยู่เลย แม่ว่าแบคฮยอนไปหาพ่อก่อนดีกว่านะ”

 

“ตกลงครับ” พี่ชายตัวเล็กเดินขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านแล้วจึงเดินตรงไปยังประตูห้องนอนของพ่อและแม่ โดยมีพยอนยูนาเดินตามหลังมาติดๆ ปาร์คแจฮยอนสิ่งยิ้มต้อบรับแบคฮยอนที่กลับเข้ามาในบ้านอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะเดินเข้ามากอดลูกชายตัวเล็กของตัวเองเอาไว้หลวมๆ

 

“เป็นยังไงบ้างเรา ? อยู่ที่นั่นสบายดีหรือเปล่า ?”

 

“ก็สบายดีครับ แต่ช่วงนี้เรียนหนักไปหน่อย”

 

“จริงหรอ งั้นแบคฮยอนพักผ่อนก่อนไหม นี่ก็จะดึกแล้วนะ แล้วเรากินอะไรมาหรือยัง ?” แจฮยอนเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูจะเปลี่ยนไปเล็กน้อย แบคฮยอนเดาว่าคงเป็นเพราะเรื่องราวในอดีตของชานยอลจึงทำให้ปาร์คแจฮยอนคนนี้กลายเป็นคนที่ดูอบอุ่นมากยิ่งขึ้น

 

“ผมทานมาแล้วครับ”

 

“ฉันว่าให้แบคฮยอนไปหาชานยอลดีกว่านะคะ” ยูนาเอ่ยขึ้นราวกับว่าเธออ่านใจลูกชายของตัวเองออก แจฮยอนจึงปล่อยแบคฮยอนออกจากอ้อมกอดแล้วส่งยิ้มให้

 

“ดูแลน้องชายของเราให้ดีๆ นะ ดูเหมือนรอบนี้จะเจ็บหนักอยู่พอสมควรเลย”

 

“ครับ ผมจะดูแลชานยอลอย่างดีเลย”

 

แบคฮยอนก้าวออกจากห้องของพ่อและแม่และมุ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเอง ก่อนหน้าที่จะเดินออกมานั้นพ่อเอ่ยบอกกับเขาว่าชานยอลมักจะขังตัวเองอยู่ในห้องของเขามากกว่าห้องนอนของตัวเองและวันนี้เองก็เช่นกัน

 

ไอเย็นของอุณหภูมิห้องแผ่ออกมาทันทีที่แบคฮยอนเลือกลูกบิดประตูห้องนอนของเขาให้เปิดออก น้องชายตัวสูงของเขากำลังนอนฟุบหน้าลงกับโต๊ะที่วางอุปกรณ์ศิลปะอยู่เต็มไปหมด ด้านข้างกันมีกระดานวาดรูปที่มีรูปวาดสีน้ำที่ยังไม่แห้งดีตั้งอยู่ แบคฮยอนเดาว่าชานยอลคงจะฟุบหลับไปหลังจากที่วาดรูปวาดรูปนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว

 

มือเรียวของแบคฮยอนค่อยๆ หยิบอุปกรณ์ศิลปะที่วางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะออกที่ละชิ้นอย่างใจเย็น เขาเอียงคอมองใบหน้ายามหลับของน้องชายตัวสูงอยู่ครู่หนึ่ง ชานยอลมีใบหน้าที่ดูโทรมลงไปเยอะจากครั้งสุดท้ายที่เขาได้พบกับเจ้าตัว อาจจะเป็นเพราะความเครียดและงานที่รุมเร้าจนทำให้ชานยอลจมอยู่กับความเครียดจนไม่มีเวลาได้ดูแลตัวเอง

 

พี่ชายตัวเล็กเดินเข้าไปในห้องน้ำภายในห้องของตัวเองพร้อมกับผ้าขนหนูสีขาวสะอาดผืนเล็กและกลับออกมาพร้อมกับกะละมังใบเล็กที่มีน้ำใส่อยู่ แบคฮยอนวางกะละมังนั้นลงบนโต๊ะก่อนที่จะจุ่มผ้าขนหนูลงไป มือเรียวบิดผ้าขนหนูผืนนั้นแล้วจึงยกมันขึ้นมาบรรจงเช็ดคราบสีต่างๆ ที่เลอะอยู่บนใบหน้าของชานยอล

 

“อ-อื้ม...” อาจจะเป็นเพราะถูกรบกวนเวลานอนด้วยสัมผัสเย็นๆ จากผ้าขนหนู ชานยอลจึงงัวเงียส่งเสียงขัดใจออกมา แต่ถึงอย่างนั้นแบคฮยอนก็ยังคงบรรจงเช็ดคราบสีที่ติดอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาของน้องชายตัวสูงอย่างเบามือ

 

“บ-แบคฮยอน” ดวงตากลมโตของชานยอลค่อยๆ เปิดขึ้นและพบว่าคนที่อยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้เป็นคนคนเดียวกับที่กอบกุมหัวใจของเขาเอาไว้ทั้งดวง

 

 

When I look into your eyes, it's like watching the night sky

เมื่อฉันได้มองเข้าไปในแววตาคู่นั้นของเธอ มันเหมือนกับว่าฉันได้มองเห็นท้องฟ้าในยามค่ำคืน

Or a beautiful sunrise

หรือดังเช่นความสวยงามเมื่อยามพระอาทิตย์ขึ้น

 

 

“ตื่นแล้วหรอ หื้ม ? ถ้าง่วงก็ไปนอนที่เตียงสิ” แบคฮยอนจุ่มผ้าขนหนูผืนนั้นลงในกะละมังใบเล็กก่อนที่จะดึงมือของน้องชายตัวสูงให้ลุกขึ้น ชานยอลเดินสะลึมสะลือไปที่เตียงก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาอย่างสบายอารมณ์ เขาอมยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อคิดได้ว่าคืนนี้เขาฝันดีเพราะแบคฮยอนเข้ามาอยู่ในห้วงความฝันของเขาอีกครั้ง แต่แล้วสัมผัสเย็นๆ บริเวณใบหน้าของเขากลับต้องทำให้ชานยอลค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามองอีกครั้ง

 

“แบคฮยอนหรอ ?” เจ้าของชื่อค่อยๆ ใช้ผ้าชุมน้ำเช็ดสีที่เปื้อนอยู่ที่มือของน้องชายตัวสูงหลังจากที่เช็ดสีบนใบหน้าของชานยอลออกจนหมดแล้ว

 

“ก็แบคฮยอนน่ะสิ” พี่ชายตัวเล็กตอบกลับมาพร้อมกับเสียงหัวเราะเล็กน้อย ขำนึกขันกับอาการมึนๆ ของชานยอล

 

“ฉันต้องฝันอยู่แน่ๆ เลย แบคฮยอนจะมาเช็ดมือให้ฉันได้ยังไง” ชานยอลพึมพำออกมาก่อนที่จะหลับตาลงอีกครั้ง

 

“ลืมตาสิ แล้วมองว่าคนตรงหน้านายนี่คือแบคฮยอนตัวจริงหรือเป็นคนในฝันของนาย ?”

 

 

 

There's so much they hold, And just like them old stars

ตรงนั้นมันมีอีกหลายอย่างที่ซ่อนไว้ เหมือนกับดวงดาวเหล่านั้นที่สุขสกาวบนท้องฟ้า

I see that you've come so far, to be right where you are

ฉันเห็นว่าเธอเดินทางมาจากที่อันแสนไกล จนมาถึงที่นี่..ที่ ๆ เธอยืนอยู่ในตอนนี้

How old is your soul?

เธอได้เจอกับเรื่องราวต่างๆ มามากมายแค่ไหนกันแล้วนะ ?

 

 

 

            “ที่จริงแล้วแบคฮยอนก็เป็นทั้งตัวจริงและเป็นทั้งคนในฝันของฉันนั่นแหละ” ชานยอลลืมตาขึ้นมาจ้องมงใบหน้าของคนที่เขารักสุดหัวใจอีกครั้ง แบคฮยอนไม่ได้เปลี่ยนไปจากครั้งสุดท้ายที่เขาเจอเลยแม้แต่น้อย น่ารักยังไงก็ยังคงดูน่ารักอยู่อย่างนั้นไม่เปลี่ยนแปลง

 

            “นายมาได้ยังไงอะ ฉันคิดถึงนายจังเลย” น้องชายตัวสูงค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งบนเตียงเดียวกับที่แบคฮยอนนั่งอยู่แล้วค่อยๆ ดึงตัวของพี่ชายตัวเล็กเข้ามากอดอย่างถนุถนอม

 

            “ฉันมาได้ยังไงไม่สำคัญหรอก เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันอยู่ตรงนี้ข้างๆ นายก็พอแล้ว” มือเรียวของแบคฮยอนเองก็ยกขึ้นกอดตอบกับชานยอลเช่นเดียวกัน นานเป็นนาทีที่พี่น้องต่างส่วนสูงนั่งกอดกันอยู่อย่างนั้น ไออุ่นของร่างกายที่ถ่ายทอดให้กันและกันค่อยๆ แปรเปลี่ยนจังหวะของหัวใจทั้งสองดวงให้เต้นไปพร้อมๆ กัน

 

            “คิดถึงแบคฮยอนที่สุดเลย” ชานยอลผละออกจากอ้อมกอดของแบคฮยอนก่อนที่จะค่อยๆ ก้มหน้าลงมาประทับริมฝีปากของตัวเองลงกับริมฝีปากของแบคฮยอน รสจูบที่หอมหวานอยู่เสมอในห้วงความรู้สึกของคนทั้งสองคนดำเนินต่อไปเรื่อยๆ ราวกับจะใช้จูบนี้เพื่อถ่ายทอดถ้อยคำหลายร้อยคำพูดที่อยากจะเอ่ยบอกซึ่งกันและกัน

 

            “คืนนี้ชานยอลนอนพักเถอะนะ นายทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว ถ้าไม่พักนายจะป่วยเอาไว้ คืนนี้ฉันจะอยู่ดูแลนายเอง” หลังจากที่ทั้งคู่ผละริมฝีปากออกจากันและกัน เป็นแบคฮยอนที่เอ่ยขึ้นมาพร้อมกับใช้มือเรียวสวยของตัวเองยกขึ้นจัดทรงผมของชานยอลให้เป็นทรง

 

            “ฉันจะทำมันได้ใช่ไหมแบคฮยอน ...” ชานยอลล้มตัวลงนอนโดยใช้ตักนุ่มๆ ของพี่ชายตัวเล็กแทนหมอนหนุนใบโปรด เขาเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

            “ทำได้สิ ชานยอลของฉันเก่งอยู่แล้ว ถึงแม้ในตอนนี้นายจะล้ม แต่ฉันก็จะช่วยพยุงนายให้ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าเอง ไม่ต้องกลัวนะชานยอล ทางข้างหน้ายังมีอุปสรรครอเราอีกเยอะ... แต่ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่ทิ้งให้นายต้องเผชิญกับมันเพียงลำพังอีกแล้ว นอนซะนะคนดีของฉัน” แบคฮยอนลูบผมของชานยอลเบาๆ เพื่อกล่อมให้น้องชายตัวสูงที่กำลังเจ็บช้ำอยู่กับบาดแผลที่เกิดขึ้นจากอุปสรรคร้ายนั้นได้นอนหลับฝันดี

 

            “แบคฮยอน ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิ ฉันคิดถึงเสียงของนาย...”

 

            “ได้สิ” แบคฮยอนยังคงนั่งลูบผมของชานยอลอยู่อย่างนั้น

 

I won't give up on us, even if the skies get rough (ฉันจะไม่มีทางยอมแพ้กับเรื่องระหว่างเรา ถึงแม้ว่าท้องฟ้ามันจะไม่เป็นใจให้เราก็ตาม)” มืออีกข้างหนึ่งที่ยังว่างอยู่ของแบคฮยอนก็เลื่อนไปสอดประสานเข้ากับมือหนาของชานยอลราวกับจะถ่ายทอดกำลังใจให้ชานยอลได้มีพลังก้าวเดินต่อไปในวันพรุ่งนี้

 

I'm giving you all my love, I'm still looking up (ฉันจะมอบความรักทั้งหมดที่ฉันมีให้เธอ ฉันสัญญาว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้นกว่าเดิม)

 

 
 

 



ใกล้ถึงตอนจบเข้าไปทุกทีแล้วน้า (คาดว่าไม่น่าเกินสองตอนค่ะ)
ตอนนี้ไม่ดราม่าแล้วนะ ไม่ดราม่าแล้ว ... (แต่งมาคิดว่ามีดราม่าตอนเดียวคือตอนที่ 21 ฮ่า)
ใกล้ถึงวันปิดจองฟิคแล้วนะคะ ~ ใครอยากได้ก็ส่งเมล์มาจองนะคะ ใครเก็บเงินไม่ทันก็ไม่เป็นไรน้า
ส่วนใครที่ส่งอีเมล์การจองมาแล้วแต่ไม่โอนเงินภายในวันที่ 13 เราถือว่าสละสิทธิ์ไม่เอาฟิคนะคะ
ใครโอนเงินมาแล้วอย่าลืมส่งอีเมล์มาแจ้งโอนด้วยนะคะ เราจะได้เช็คให้ค่ะว่าโอนมาแล้ว ~
แล้วก็อย่างที่บอกไปนะคะ รายได้ส่วนหนึ่งของฟิคเล่มนี้เราจะเอาไปทำบุญให้น้องหมาน้องแมวร่วมโปรเจคกับบ้าน  @bunnyminseok และ @xiuminprince
เพราะฉะนั้นใครที่โอนค่าฟิคมาก็ถือว่าได้ร่วมกันทำบุญเล็กๆ น้อยๆ ให้เพื่อนสี่ขาร่วมโลกนะจ๊ะ
ขอบคุณทุกคนที่คลิกเข้ามาอ่าน เข้ามาคอมเม้น ทุกคนที่ติดแท็ก #ficmelt กดโหวต กดวิจารณ์ให้นะคะ
พวกคุณคือแรงผลักดันให้เราเขียนฟิคเรื่องนี้มาจนถึงตอนนี้เลย ขอบคุณมากๆ ค่ะ
แล้วเจอกันตอนหน้าค่ะ ^ - ^ เลิ้บ <3   

@mmeawchy

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 56 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,840 ความคิดเห็น

  1. #6803 Moma momint (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 08:05
    งื้อออออออออ
    #6,803
    0
  2. #6728 cuttt (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:14
    งื้อออออออ
    #6,728
    0
  3. #6693 11507416p (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 15:14
    งื้อออออออ
    #6,693
    0
  4. #6577 pim pimmi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 20:07
    งื้อออออออ
    #6,577
    0
  5. #6473 little daffodil (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 19:48
    กลับมาเพิ่มกำลังใจให้กัน น่ารักมาก
    #6,473
    0
  6. #6442 pakjeejan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 21:50
    เจอกันแล้ววววววว คือสงสารชานยอลอีกแล้วอ่ะ งานพังหมดเลย แต่ไม่เปนไรกำลังใจดี ตอนนี้อบอุ่นมากกกกก
    #6,442
    0
  7. #6414 ♚champagne♚ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 21:46
    ในที่สุดก็เจอกันซักทีนะ ตอนแรกนึกว่าตอนยอลแบคเจอกันจะร้องไห้เพราะมีความสุขมากๆที่ได้เจอกันซะอีก ตอนเจอกันดูไม่ค่อยดีใจหรือโหยหายกันเท่าไหร่เลย แต่ไรท์ก็แต่งได้โอเครอยู่นะ^^
    #6,414
    0
  8. #6381 มนุษย์ไอศกรีม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 07:56
    มีคนมารถน้ำเจ้ากระบองเพชรชานยอลแล้ววววว
    #6,381
    0
  9. #6262 spbx_ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 20:26
    เจอกันแล้ว โอ๊ย ดีใจแบบนั่งลุ้นมากว่าจะเจอกันยังไง
    5555555 แบคฮยอนช่วยพยุงชานยอลให้ลุกขึ้นมาให้ได้นะ
    สู้ๆ ความสำเร็จอยู่ไใ่ไกลเกินเอื้อมแล้ว คอยเป็นกำลังใจ
    ให้กันและกันนะ
    #6,262
    0
  10. #6260 THE.JUNG SOORI♔ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 19:00
    สู้ต่อไปนะพี่ชานความรู้เดียวกันตอนทำงานใกล้จะส่งแล้ว555555555555
    #6,260
    0
  11. #6226 PINKLAND (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 21:53
    ได้เจอกันแล้ว ฮือออออออออออ
    #6,226
    0
  12. #6063 secret_me (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 07:17
    เย้!!! เจอกันแล้วววว
    #6,063
    0
  13. #6032 Pornpawee_zZ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 21:11
    I won't give up on us
    #6,032
    0
  14. #5984 Isabella >_ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 21:58
    เย้ๆๆ แบคกลับมาแล้ววว 
    #5,984
    0
  15. #5955 oummy-boice (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 14:10
    แบคมาหายอลแล้ว  ฮือออออออ
    ขอบคุณแม่มากเลยนะค่ะที่ตัดสินใจให้แบคมาดูยอล
    ยอลต้องการกำลังใจอย่างหนักเลยจริงๆนะ  T^T
    #5,955
    0
  16. #5875 Hwang Temmy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 17:16
    จุดพลุรอล้วงหน้าเลย 'ฟินนาเร่' อย่างถึงที่สุด ● 3●
    #5,875
    0
  17. #5846 pin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 16:37
    เย่ยยยยยยยยยชานแบคได้เจอกานแว้วววว^_^
    #5,846
    0
  18. #5825 'lกรีu_มืoฉมัง' (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 มีนาคม 2557 / 00:38
    เย่เฮท! ในที่สุดชานแบคก็ได้พบกันอีก
    เมื่อมีเรื่องร้ายผ่านมาก็ย่อมต้องมีเรื่อง
    ดีๆ บ้างแหละนะ ชานยอลสู้ๆ เพื่อความรัก
    ของชานแบค
    #5,825
    0
  19. #5799 'โยดา (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 03:49
    กร๊าซซซซซซ ดีใจด้วยน้าาาาาา *จุดพลุปังๆ*
    #5,799
    0
  20. #5746 เอ๊ย..ยังไง (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มีนาคม 2557 / 17:42
    เย้ได้เจอกันแล้ว กรี๊ดดดดดดดด ><
    #5,746
    0
  21. #5733 *_กระดาษเอสี่สีชมพู8-) (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 มีนาคม 2557 / 00:14
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด >///////////////< ปริ่มใจ
    เพลงประกอบเข้ากับเนื้อหามากๆเลย
    #5,733
    0
  22. #5673 veszhezaa (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2557 / 05:57
    เราจะเดินไป♡Σ(≧д≦)LOVEพ้อมๆ กัน และเคียงข้างกันไปตลอดชีวิตใช่มั้ย...
    กรี้ด ฟินอะ
    #5,673
    0
  23. #5616 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:13
    มาแล้ว กำลังใจที่สำคัญ
    #5,616
    0
  24. #5574 uzosou (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 21:34
    ในที่สุดชานยอลก็ได้ภาพครอบครัวในฝันที่เป็นจริงเนอะ ดีใจด้วยอ่ะ ต้องผ่านอะไรด้วยกันมาตั้งมากมายกว่าจะมีวันนี้ ปลื้มมมมมม
    #5,574
    0
  25. #5555 i love แทแท (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 03:54
    คงต้องขอบคุณไฟไหม้ครั้งนี้ที่ทำให้หยอยกับแบคมาเจอกัน
    แถมหยอยยังได้พิสูจน์ตัวเองอยู่
    #5,555
    0