` {fic exo} 。 m e l t ♡ chanbaek

ตอนที่ 27 : 。 m e l t ♡ - 2 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,619
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    3 พ.ค. 56

... m e l t 2 4 …

.

 

.

 

.

 

 

            เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นดึงให้คนตัวเล็กอย่างแบคฮยอนลืมตาตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทรา มือเรียวสวยเอื้อมไปกดปิดนาฬิกาปลุกที่วางอยู่บนหัวเตียงด้วยอาการงัวเงีย สิ่งต่อมาที่แบคฮยอนเลือกจะทำหลังจากที่ตื่นจนเต็มตาแล้วก็คือการที่เขาหยิบเอาโทรศัพท์มือถือเครื่องเดิมของตัวเองขึ้นมาเปิดเครื่องแล้วจึงกดเข้าแอพพิเคชั่นแชทยอดนิยมด้วยหัวใจที่เต้นรัว

 

            แต่แล้วจังหวะการเต้นของหัวใจที่เคยเต้นรัวของแบคฮยอนกลับค่อยๆ เต้นช้าลงจนกลายเป็นจังหวะที่ปกติตามเดิม พี่ชายตัวเล็กถอนหายใจออกมาอย่างผิดหวังก่อนที่จะวางโทรศัพท์ที่ถืออยู่ลงบนเตียง เปลือกตาสวยปิดลงอีกครั้งราวกับจะรวบรวมกำลังใจให้กับตัวเอง ก่อนที่ร่างเล็กของแบคฮยอนจะเดินหายเข้าไปในห้องน้ำภายในห้องพักของตัวเอง

 

วันนี้ฉันคิดถึงนายอีกแล้ว ...

 

            หน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนราคาแพงปรากฎข้อความล่าสุดที่ถูกส่งมาเมื่อหลายเดือนที่แล้ว นานมากแล้วที่แบคฮยอนไม่ได้รับข้อความใดๆ จากชานยอลอีกหลังจากข้อความนั้น ถึงแม้ว่าพี่ชายตัวเล็กจะรู้สึกสงสัยอยู่ไม่น้อยกับการที่ชานยอลไม่ได้ส่งข้อความมาให้เขาอย่างที่เคยเป็นเมื่อหลายเดือนก่อน แต่พี่ชายตัวเล็กอย่างแบคฮยอนก็ทำได้เพียงนั่งรอข้อความของชานยอลที่จะถูกส่งมาให้เขาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าตัวของเขาเองก็ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนที่เขาจะได้รับข้อความเหล่านั้นจากน้องชายตัวสูงอีกครั้งหนึ่ง ...

 

            ความหวาดกลัวว่าน้องชายตัวสูงของเขาอาจจะหลงลืมกันไปแล้วจู่โจมขู่หัวใจของแบคฮยอนอย่างห้ามไม่ได้ ยิ่งนานวันแบคฮยอนก็ยิ่งหวั่นใจกับความสัมพันธ์ของเขาและชานยอล ไม่มีอะไรที่จะสามารถยืนยันได้เลยว่าชานยอลจะยังคงรอเขาอยู่ ระยะทางและระยะเวลาที่ผ่านเลยยังไม่น่ากลัวเท่ากับระยะห่างที่เกิดขึ้นภายในใจของคนสองคน ความใกล้ชิดและความผูกพันที่เคยมีกันจะยังสามารถตราตรึงหัวใจกันและกันเอาไว้ได้หรือเปล่า แล้วถ้าหากว่ามีใครบางคนก้าวเข้ามาในชีวิตของชานยอล หยิบยื่นเอาความอ่อนโยนและความรู้สึกดีๆ ให้กับน้องชายตัวสูงของเขา แล้วชานยอลจะรู้สึกอย่างไร ความรักความผูกพันระหว่างชานยอลและคนคนนั้นจะมีเพิ่มมากขึ้นจนบดบังเรื่องราวในอดีตของเขาและชานยอลไปจนหมดหรือเปล่า ... และนั้นคือสิ่งที่แบคฮยอนทำได้เพียงเฝ้าภาวนาอย่าให้มันเกิดขึ้นจริง

 

 

            思い出せるのはもうなんとなくだけど君の事

เมื่อนึกถึงเรื่องอะไรไม่ออก เเต่กลับฉันคิดถึงเธอ

いつの間にか忘れちゃうかな?

จะมีสักครั้งมั้ย ที่ฉันลืมเธอไป?   

 

 

            แบคฮยอนหย่อนตัวนั่งลงบนม้านั่งตัวยาวที่ตั้งอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้กับหอพักของเขา มือเรียวสวยหยิบหูฟังสีขาวสะอาดขึ้นมาใส่ไว้ที่ใบหูของตัวเองแล้วจึงหยิบเอากระดานวาดรูปที่ถือติดมาด้วยขึ้นมาวางไว้บนตักก่อนที่จะหยิบเอาดินสอสำหรับวาดรูปขึ้นมาจรดปลายดินสอแท่งนั้นลงบนแผ่นกระดาษสีขาวที่อยู่ตรงหน้า พี่ชายตัวเล็กนั่งวาดรูปวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าไปเรื่อยๆ ริมฝีปากบางพึมพำบทเพลงออกมาเบาๆ อย่างอารมณ์ดี

 

            “จ๊ะเอ๋ !” คนตัวเล็กสะดุ้งเจนตัวโยนเพราะสัมผัสและน้ำเสียงร่าเริงที่ดังมาจากด้านหลัง แบคฮยอนหันกลับไปมองและพบว่าเป็นลู่หานเพื่อนสนิทของเขาเองที่เดินเข้ามาทักทายและทำให้ตัวเขาเองหลุดออกจากภวังค์ความคิดเมื่อครู่

 

            “ทำแบบนี้ตกใจหมดเลย” แบคฮยอนบ่นออกมาเบาๆ ในขณะที่ลู่หานเดินอ้อมมานั่งลงที่ม้านั่งข้างๆ กับตัวของแบคฮยอน

 

            “วาดรูปอีกแล้วหรอ ?” ลู่หานชะโงกหน้าไปดูรูปวาดในแผ่นกระดาษสีขาวที่อยู่บนตักของแบคฮยอน คนตัวเล็กพยักหน้ารับเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะจับดินสอขึ้นมาเตรียมที่จะวาดรูปตรงหน้าต่อให้เสร็จ

 

            “เมื่อก่อนไม่เห็นนายจะชอบวาดรูปขนาดนี้นี่นา ทำไมช่วงนี้ถึงได้วาดรูปบ่อยจังเลยล่ะ” แบคฮยอนนั่งเงียบไปครู่หนึ่งกับคำถามของลู่หาน

 

            “เพราะพอฉันวาดรูปแล้วมันทำให้ฉันคิดถึงใครบางคนน่ะ” แบคฮยอนก้มหน้าวาดรูปพร้อมกับตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเบาๆ ลู่หานเงียบไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยถามต่อ

 

            “ใช่คนที่เป็นมือกีต้าร์ในร้านอาหารวันนั้นหรือเปล่า ?” ลู่หานเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก เพราะในวันนั้นที่เขาพาแบคฮยอนไปทานข้าวและนั่งฟังเพลงด้วยกันที่ร้านอาหารแห่งนั้นอยู่ดีๆ แบคฮยอนก็ร้องไห้ออกมาราวกับจะขาดใจ จนทำให้ลู่หานและลูกค้าในร้านในบริเวณนั้นรู้สึกตกใจเล็กน้อย

 

หลังจากที่แบคฮยอนหยุดร้องไห้สะอึกสะอึ้น ลู่หานก็พอจะจับผิดเพื่อนสนิทของตัวเองได้ว่าสายตาของแบคฮยอนนั้นจับจ้องอยู่ที่มือกีต้าร์หนุ่มในวงของจงแดไม่วางตา ประกายความเศร้าหมองที่ฉายชัดในดวงตาเรียวคู่นั้นของแบคฮยอนชวนให้ลู่หานรู้สึกเศร้าไปด้วย เขาเคยเอ่ยถามแบคฮยอนไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนว่าแบคฮยอนกับหนุ่มนักกีต้าร์คนนั้นเคยรู้จักและมีความสัมพันธ์อะไรกันมาก่อนในอดีต แต่เพื่อนสนิทของเขาเพียงแค่ส่งรอยยิ้มให้แทนเป็นคำตอบ

 

“อื้ม ... เพราะเขาชอบวาดรูปน่ะ” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษตรงหน้า เอ่ยตอบลู่หานที่นั่งอยู่ข้างๆ กันกลับไปโดยที่ไม่ได้หันไปสบตากับเพื่อนของตัวเองเลยแม้แต่น้อย เขาทอดสายตามองไปยังวิวทิวทัศน์เบื้องหน้า ท้องฟ้าสีสวยที่ยาวไปไกลจนสุดลูกหูลูกตาปรากฏชัดในสายตาของพี่ชายตัวเล็ก เจ้านกตัวเล็กหลายตัวกำลังบินเพื่อกลับเข้ารังของตัวเอง แบคฮยอนหลับตาลงแล้วสูดลมหายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เหล่านี้เข้าจนเต็มปอด

 

 

胸のポケットの部屋 君の消えたぬくもりを探すよ

จะตามหาไออุ่นที่หายไปจากตัวเธอ ณ ห้องหัวใจของฉัน

 

 

พยอนแบคฮยอนไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาจะต้องมานั่งวาดรูปอะไรแบบนี้ แน่นอนว่าแบคฮยอนรู้ตัวดีว่าเขาไม่ใช่คนที่พรสวรรค์ทางด้านการวาดรูปเลยแม้แต่น้อย ในตอนที่เรียนมัธยมนั้น ไม่เคยเลยสักครั้งที่งานวาดรูปของแบคฮยอนจะได้คะแนนที่อยู่ในเกณฑ์ดี แต่แล้วความคิดของแบคฮยอนก็ต้องเปลี่ยนไป ...

 

พี่ชายตัวเล็กอย่างแบคฮยอนเคยไปขอร้องให้รุ่นพี่ที่รู้จักกันช่วยสอนวาดรูปให้กับเขา หลายสิบครั้งที่แบคฮยอนต้องใช้ความพยายามและอดทนอย่างมากในการวาดรูป บ่อยครั้งที่มือเรียวสวยของพี่ชายตัวเล็กเป็นแผลเพราะการฝึกฝนในการวาดรูปอย่างหนัก มันไม่ใช่เพื่อการแข่งขัน แบคฮยอนไม่ได้พยายามวาดรูปเพื่อสอบแข่งขัน หรือ ส่งผลงานของตัวเองเข้าประกวดแต่อย่างใด แต่สิ่งที่แบคฮยอนทำลงไป เพียงเพราะความคิดถึงที่มีให้ชานยอลเพียงเท่านั้น ...

 

เป็นเพราะระยะห่างของเขาและชานยอลที่เพิ่มมากขึ้นทุกวันตามกาลเวลาที่เดินไปข้างหน้า ทำให้แบคฮยอนกลัวว่าในวันที่เขาและน้องชายตัวสูงได้กลับมาพบกันอีกครั้งหนึ่ง ระยะห่างภายในจิตใจของเราทั้งคู่จะทำให้ความใกล้ชิดและความผูกพันที่ตัวเขาเองและชานยอลเคยมีให้กันจางหายไป และเพราะเหตุนี้ แบคฮยอนจึงตัดสินใจที่จะลองวาดรูปดูสักครั้ง ยามใดที่แบคฮยอนได้ลงมือทำในสิ่งที่ชานยอลรักและสิ่งนั้นยังเป็นความฝันของน้องชายตัวสูงมันก็มักจะทำให้เขารู้สึกอบอุ่นและหวนคิดถึงความทรงจำระหว่างตัวเขาเองและชานยอลอยู่เสมอ แบคฮยอนชอบที่จะได้ลองยืนอยู่ในมุมมองที่ชานยอลยืนอยู่ เขาหวังว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยทำให้เขาเข้าใจชานยอลมากยิ่งขึ้นถึงแม้ว่าจะไม่มีคำพูดใดๆ ที่เป็นบทสนทนาระหว่างเราทั้งคู่เกิดขึ้นเลยก็ตาม

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

まだ少し暖かいあの日々に鍵をかけて

อยากใส่กุญเเจให้กับคืนวันที่ยังคงมีความอบอุ่น

 

 

 

“ชานยอลลงไปกินข้าวได้แล้วลูก”

 

“ครับ เดี๋ยวผมตามลงไป” ชานยอลจุ่มพู่กันที่เปื้อนสีลงในแก้วใส่พู่กันที่วางอยู่บนโต๊ะด้านข้างกระดานวาดภาพ คนตัวสูงเดินไปล้างมือที่เปื้อนสีน้ำของตัวเองภายในห้องน้ำ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องนอนของตัวเองเพื่อลงไปทานอาหารร่วมกับพ่อและแม่

 

“ตอนนี้งานเป็นยังไงบ้างล่ะ” ปาร์คแจฮยอนเอ่ยถามลูกชายของตัวเองขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศเงียบเชียบบนโต๊ะอาหาร

 

“ใกล้จะเสร็จแล้วครับ”

 

“หรอ งั้นก็ดีแล้ว” ผู้เป็นพ่อพยักหน้ารับกับคำตอบของลูกชายตัวสูง ก่อนที่จะก้มหน้าทานอาหารตรงหน้าต่อ หลังจากนั้นไม่นานเสียงหวานของผู้เป็นแม่จึงเอ่ยขึ้นบ้าง

 

“แล้วแผลเป็นยังไงบ้าง ? หายเจ็บหรือยังจ๊ะ”

 

“หายแล้วครับ ตอนนี้ผมสบายดี” ชานยอลตอบออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยราวกับคนไร้ความรู้สึก เขาตั้งหน้าตั้งตาทานอาหารตรงหน้าอย่างเร็วก่อนที่จะขอตัวขึ้นไปทำงานของตัวเองต่อให้เสร็จ

 

น้องชายตัวสูงเดินกลับเข้ามาในห้องนอนของตัวเองก่อนที่จะเดินไปทิ้งตัวลงนอนแผ่หลาบนเตียงนุ่มอย่างอ่อนล้า ในช่วงอาทิตย์นี้ชานยอลได้แต่หมกตัวอยู่กับงานรูปวาดของตัวเองทั้งอาทิตย์โดยไม่ได้ทำอย่างอื่นเลย เพราะในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ก็จะเป็นวันงานนิทรรศการของมหาลัยที่เจ้าตัวเรียนอยู่ เป็นเพราะฝีมือและพรสวรรค์ทางด้านงานศิลปะที่ดีเลิศของชานยอลจึงทำให้อาจารย์ประจำภาควิชามอบหมายให้ชานยอลเป็นผู้จัดทำผลงานที่จะนำมาแสดงโชว์ในงานครั้งนี้

 

ชานยอลรู้สึกดีใจและเป็นเกียรติที่ผลงานศิลปะของเขาจะกลายเป็นที่ยอมรับและชื่นชมของคนที่รักในศิลปะเช่นเดียวกัน ชานยอลทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจเพื่อสร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างสุดความสามารถ เขาอยากจะทำงานในครั้งนี้ออกมาให้ดีที่สุด เพื่อทำให้พ่อและแม่ได้ภูมิใจในตัวของเขา ชานยอลอยากจะให้งานในวันนี้เป็นตัวพิสูจน์ความสำเร็จก้าวแรกในชีวิตของเขา

 

แต่เมื่อยามใดที่ชานยอลได้หลุดออกจากโลกศิลปะของตัวเองแล้วนั้นสิ่งแรกที่เขาคิดถึงก็คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากพยอนแบคฮยอน พี่ชายตัวเล็กคนที่กอบกุมหัวใจของเขาเอาไว้ทั้งดวง ... เมื่อหลายเดือนก่อนหน้านี้ในตอนที่ชานยอลได้มีโอกาสไปร่วมเล่นดนตรีกับเพื่อนของเซฮุนที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในต่างจังหวัด เขาเกิดประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ในตอนกลับเข้าโซลจนทำให้ชานยลบาดเจ็บขาหักและอุบัติเหตุในครั้งนั้นยังทำให้เขาขาดการติดต่อกับแบคฮยอนโดยสิ้นเชิง เพราะโทรศัพท์เครื่องบางไถลตกลงไปในแม่น้ำและหายสาญสูญไปในที่สุด

 

ชานยอลไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของแบคฮยอน ... เขาไม่ได้ส่งข้อความเล่าเรื่องราวในชีวิตของตัวเองให้พี่ชายตัวเล็กได้รับรู้อีกหลังจากวันนั้น ความคิดถึงที่เขามีอยู่ล้นหัวใจไม่ได้ถูกถ่ายทอดออกไปให้แบคฮยอนได้รับรู้เลยแม้แต่น้อย ชานยอลรู้ดีว่าถึงแบคฮยอนจะไม่ได้ส่งข้อความอะไรกลับมาให้เขาเลยแม้แต่น้อย แต่พี่ชายตัวเล็กของเขาก็รับรู้ทุกเรื่องราวที่เขาอยากจะเล่าให้อีกคนได้ฟัง เขารู้ว่าแบคฮยอนเองก็คิดถึงเขาเช่นเดียวกัน แต่เป็นเพราะข้อพิสูจน์ที่พ่อและแม่เป็นคนตั้งขึ้นมา แบคฮยอนจึงทำได้เพียงแค่เป็นฝ่ายรับรู้เพียงอย่างเดียวในขณะที่เขาเองก็ยอมที่จะเป็นฝ่ายบอกเล่าแม้ว่าจะไม่ได้รับอะไรตอบกลับมาแม้เพียงสักครั้งเดียวเลยก็ตาม

 

ชานยอลพยายามที่จะตามหาเบอร์โทรศัพท์ของแบคฮยอนอีกครั้ง แต่หนทางก็ดูมืดมัวไปหมด เพราะทั้งพ่อและแม่ต่างก็ปิดปากเงียบ ไม่มีใครเอ่ยพูดถึงเรื่องของแบคฮยอนเลยสักครั้ง จนเขาหมดหนทางและยอมจำนนต่อโชคชะตาที่ยังไม่เข้าข้างความรักของเขา น้องชายตัวสูงปล่อยให้วันเวลาผ่านเลยไปอย่างเรื่อยๆ แต่เขาพยายามทำให้ช่วงเวลาเหล่านั้นไม่ไร้ค่าและไร้ความหมาย ทุกวินาทีที่ต้องห่างจากแบคฮยอนชานยอลพยายามอย่างมากที่จะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จ เพราะว่ามันคือหนทางเดียวที่เขาจะทำให้แบคฮยอนได้กลับมาอยู่เคียงข้างกันอย่างเดิม

 

เขายอมรับว่าในตอนที่ต้องพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลชานยอลเจ็บปวดจนแทบขาดใจ ... มันไม่ใช่เพียงแค่อาการเจ็บปวดตามร่างกายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่หัวใจของเขากำลังเคว้งคว้างไร้ซึ่งจุดพักพิง เขาคิดถึงแบคฮยอน คิดถึงทุกอย่างที่เรียกว่าแบคฮยอน แต่สิ่งที่เขาทำได้ก็มีเพียงแค่หลับตาลง กอดความว่างเปล่าที่อยู่รอบกายแล้วคิดจินตนาการเอาเองว่ามันคือตัวแทนของแบคฮยอนที่อยู่ข้างกับเขาตลอดเวลา

 

“ชานยอลมีโทรศัพท์มาจ่ะ” ระหว่างที่เจ้าของชื่อกำลังจะเผลอหลับไป แต่แล้วเสียงเรียกที่ดังมาจากด้านล่างของบ้านทำให้ชานยอลต้องลุกขึ้นเดินตรงไปเปิดประตูเดินลงไปข้างล่างตามเสียงเรียก

 

“ใครโทรมาหรอครับ ?” ชานยอลรับหูของโทรศัพท์บ้านมาจากยูนาแล้วจึงเอ่ยถามผู้เป็นแม่

 

“คุยกันเองดีกว่าจ๊ะ” ยูนาเพียงแค่ส่งยิ้มให้ลูกชายตัวสูงเล็กน้อย แล้วจึงเดินหายเข้าไปในครัว

 

“สวัสดีครับ” ชานยอลกรอกเสียงลงไปในโทรศัพท์ เฝ้ารอให้ปลายสายตอบกลับมา แต่เขากลับต้องขมวดคิ้วเมื่อปลายสายไม่ได้ตอบอะไรกลับมานอกจากความเงียบงัน

 

“สวัสดีครับ” ชานยอลกรอกเสียงลงไปอีกครั้ง เขาสงสัยนิดหน่อยว่าทำไมปลายสายถึงไม่ยอมพูดอะไรออกมาสักคำ แล้วถ้าอย่างนั้นยูนารู้ได้อย่างไรว่าคนที่อยู่ปลายสายนั้นต้องการจะคุยกับเขา

 

“ถ้าไม่ตอบผมจะวางสายแล้วนะครับ” ชานยอลเอ่ยบอกปลายสายด้วยน้ำเสียงติดจะไม่พอใจ เขารู้สึกไม่พอใจที่ถูกรบกวนเวลาทำงานของตัวเอง

 

มือหนาของน้องชายตัวสูงกำลังจะวางหูโทรศัพท์ลงกับแป้นแต่แล้วชานยอลกลับชะงักแขนของตัวเองเอาไว้แล้วยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบกับหูของตัวเองอีกครั้ง

 

 

一億分の君に会えた奇跡なんかも

เหมือนปาฏิหาริย์ที่ได้พบเจอเธอ เป็นเสี้ยวหนึ่งในล้าน

 

 

“แบคฮยอนหรือเปล่า ?” ชานยอลเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นที่ต่างจากเมื่อครู่โดนสิ้นเชิง เขาเดาเอาเองว่าคนที่อยู่ปลายสายในตอนนี้อาจจะเป็นพี่ชายตัวเล็กของเขา

 

“ชานยอล ... นี่คือแบคฮยอนเองนะ” เสียงที่ดังอยู่เฉพาะในห้วงความคิดของพี่ชายตัวเล็กตอบกลับมา แน่นอนว่าแบคฮยอนไม่ได้พูดมันออกมาจริงๆ และชานยอลที่อยู่ในสายก็ไม่ได้คิดเสียงพูดของเขาเลยแม้แต่น้อย ... มันเป็นเพียงแค่คำพูดที่ดังอยู่ในใจของแบคฮยอนแต่เพียงฝ่ายเดียว ถึงแม้จะอยากพูดออกมาให้ชานยอลได้ยินมากสักเพียงไหน แต่แบคฮยอนก็ทำอย่างที่ใจหวังไม่ได้ ...

 

“แบคฮยอนใช่ไหม ?” เมื่อปลายสายไม่ยอมตอบกลับมา ชานยอลจึงเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง เขาเริ่มจะแน่ใจแล้วว่าคนที่อยู่ปลายสายนั้นน่าจะเป็นพยอนแบคฮยอนจริงๆ เพราะคำพูดของยูนาทำให้เขาพอที่จะเดาออก

 

“ใช่แล้ว ฉันคือแบคฮยอนพี่ชายของนายเนี่ยแหละ ชานยอลกินข้าวหรือยัง หื้ม ?”

 

“แบคฮยอนตอนนี้นายอยู่ไหน ?” ชานยอลเอ่ยถามออกมาอย่างไม่รอช้า เขาอยากรู้ว่าตอนนี้แบคฮยอนอยู่ไหน อยากไปหาและดึงแบคฮยอนเข้ามากอดเอาไว้

 

“ฉันบอกนายไม่ได้หรอก ...”

 

“ฉันคิดถึงนายจังเลยแบคฮยอน”

 

“ฉันก็คิดถึงชานยอลเหมือนกัน”

 

“ก่อนหน้านี้ฉันรถคว่ำ โทรศัพท์ก็เลยพัง ขอโทษนะที่ไม่ได้ส่งข้อความกลับไป”

 

“ชานยอลเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ? แล้วนี่หายดีหรือยัง ?” ทันทีที่ได้ยินคำบอกเล่าของชานยอล แบคฮยอนรู้สึกร้อนรนจนเกือบจะหลุดปากถามออกมา แต่เพราะมือบางยกขึ้นมาปิดปากของตัวเองเอาไว้ได้ทัน ชานยอลจึงไม่ได้ยินคำถามที่แฝงไปด้วยความห่วงใยของแบคฮยอน

 

“แต่ไม่ต้องห่วงนะ ตอนนี้ฉันหายดีแล้วล่ะ แบคฮยอนอาฉันคิดถึงนายจังเลย เมื่อไหร่เราจะได้เจอกันสักที” แบคฮยอนถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ชานยอลไม่ได้เป็นอะไรมาก เขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าชานยอลประสบอุบัติเหตุเพราะทุกครั้งที่แม่โทรหาเขา แม่ไม่ได้พูดถึงเรื่องของชานยอลเลยสักครั้ง

 

“แบคฮยอนกินข้าวหรือยัง หื้ม ? สบายดีใช่ไหม ? ดูแลตัวเองด้วยนะ”

 

“ฉันกินแล้ว แล้วชานยอลล่ะ ? นายต้องดูแลตัวเองด้วยนะรู้หรือเปล่า กินข้าวให้ครบทุกมื้อ แล้วก็อย่าทำให้ตัวเองเจ็บตัวนะ ฉันเป็นห่วง”

 

พยอนยูนาแอบมองลูกชายตัวสูงของเธอที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ยืนคุยกับโทรศัพท์อยู่เพียงลำพัง เธอเดาว่าคงจะเป็นชานยอลฝ่ายเดียวที่เอ่ยเล่าเรื่องราวมากมายในชีวิตของตัวเองให้กับพี่ชายตัวเล็กได้ฟังส่วนตัวของแบคฮยอนนั้นก็คงจะทำได้เพียงรับฟังเรื่องราวของชานยอลเงียบๆ โดยไม่คิดที่จะตอบโต้อะไรกลับมาเพราะในตอนนี้นั้นทั้งแบคฮยอนและชานยอลยังอยู่ในช่วงพิสูจน์ตัวเอง ผู้เป็นแม่ระบายยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของชานยอลที่ดูสดใสขึ้นทันตา เธอรู้ดีว่าในตอนนี้นั้นทั้งแบคฮยอนและชานยอลต่างก็คิดถึงกันและกันมากแค่ไหน เพราะทุกครั้งที่เธอโทรศัพท์คุยกับแบคฮยอน เจ้าลูกชายตัวเล็กของเธอมักจะเอ่ยถามถึงชานยอลอยู่ทุกครั้ง แต่ในช่วงเวลานั้นยูนากลับต้องบ่ายเบี่ยงไม่ตอบคำถามที่เกี่ยวกับชานยอลที่แบคฮยอนอยากรู้ และชานยอลเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกันเท่าไหร่นัก

 

“ฉันต้องวางสายแล้วล่ะ ช่วงนี้ฉันต้องรีบทำงานแสดงโชว์ให้เสร็จ ถ้าฉันทำมันออกมาดี พ่อกับแม่ก็จะต้องภูมิใจ และพอฉันประสบความสำเร็จมากกว่านั้น แบคฮยอนก็จะได้กลับมาอยู่กับฉันอีกครั้ง” ชานยอลเอ่ยพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสุขยามที่คิดว่าอีกไม่นานนี้ เขาจะสามารถพิสูจน์ตัวเองให้พ่อและแม่ยอมรับ หลังจากนั้นแบคฮยอนก็จะกลับมาอยู่กับเขาอย่างเดิมโดยที่ไม่ต้องทำให้พ่อแม่ต้องลำบากใจ

 

“แต่ก่อนจะไป ฉันมีอะไรจะสารภาพกับนายอย่างหนึ่ง ... ฉันขอโทษนะแบคฮยอนแต่ว่าช่วงนี้ฉันสูบบุหรี่บ่อยมากๆ เลย ก็คนมันหนาวนี่นา รู้ไหมฉันอยากให้นายมากอดฉันเอาไว้ตอนที่ฉันหนาวมากๆ เลยล่ะ ฉนคิดถึงนายจะแย่อยู่แล้ว ถ้าไม่อยากให้ฉันสูบบุหรี่เยอะ ก็รีบกลับมากอดฉันเอาไว้นะเข้าใจหรือเปล่า ?” ยูนาลอบยิ้มออกมาเมื่อได้ยินน้ำเสียงออดอ้อนของชานยอลที่ดังขึ้น เธอไม่เคยคิดมาก่อนว่าลูกชายตัวสูงของเธอจะมีมุมที่ดูน่ารักๆ แบบนี้กับเขาเสียด้วย

 

“ราตรีสวัสดิ์ครับแบคฮยอน แล้วเจอกันนะ” ชานยอลวางหูโทรศัพท์พร้อมกับหัวใจที่เต้นรัว เขาเดินกลับขึ้นห้องของตัวเองพร้อมกับยิ้มกว้าง ชานยอลรู้สึกราวกับว่าตัวเองเป็นต้นกระบองเพชรที่ขาดน้ำมาหล่อเลี้ยงเป็นเวลานาน ถึงแม้ว่ามันจะยังคงมีชีวิตอยู่ แต่ความสดใสของมันกลับถูกดูดหายไปตามกาลเวลา แต่เพราะวันนี้ที่เขาได้กลับมาเล่าเรื่องราวบางส่วนของตัวเองให้แบคฮยอนได้ฟังอีกครั้ง ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่การพูดจาเอาเองฝ่ายเดียว แต่ชานยอลก็มีความสุข และมันก็ทำให้เขารู้ว่าช่วงเวลาที่ต้องห่างจากพี่ชายตัวเล็กนั้น พยอนแบคฮยอนมีความสำคัญกับชีวิตของเขามากแค่ไหน  

 

 

เจ้าต้นกระบองเพชรที่เคยมีแต่หนามแหลมคมดูน่ากลัว แต่ในไม่ช้าเจ้าดอกไม้แสนงดงามก็จะกลับมาเบ่งบานอีกครั้งหนึ่ง ...











 
สวัสดีค่ะทุกคน ^ - ^
ตอนนี้ไม่ดราม่าแล้วเนาะ ? ฮ่า ใกล้จะจบเข้าไปทุกทีแล้วล่ะค่ะสำหรับฟิคเรื่องนี้
ขอบคุณที่ติดตามกันเสมอมานะคะ ฟิคยาวเรื่องหน้ายังคงเป็นชานแบคเหมือนเดิม ~
ตอนนี้กำลังรวบรวมพลอตอยู่ อดใจรอกันอีกนิดน้า ~ ยังไงก็ฝากติดตามผลงานเรื่องต่อๆ ไปของเราด้วยนะคะ ^ - ^
สำหรับคนที่สั่งจองฟิคมานะคะ ใครโอนเงินมาแล้วอย่าลืมส่งอีเมล์มาแจ้งโอนกันด้วยนะคะ
วันที่ 13 พฤษภาคมนี้ ก็จะปิดจองแล้วนะจ๊ะ ใครที่เก็บเงินไม่ทันจริงๆ ก็ไม่เป็นไรนะคะ
เราลงในเด็กดีจนถึงตอนจบแน่นอนจ้า (แต่ตอนพิเศษอาจจะไม่ได้เอาลงนะคะ มีเฉพาะในเล่มเท่านั้น หรือว่าอาจจะเอาลงแต่อาจจะหลังจากนี้ประมาณสามเดือน)

ขอพูดเพิ่มเติมอีกนิดเกี่ยวกับคนที่สั่งจองฟิคเรื่องเม้ลค่ะ
คือว่าในตอนนี้ ทางบ้าน  @bunnyminseok และ @xiuminprince กำลังจะทำโปรเจคทำบุญให้น้องหมาและน้องแมวที่ยากไร้ และเราก็จะร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นรายได้ส่วนหนึ่งของการขายฟิคเรื่องนี้ เราจะนำไปทำบุญให้น้องหมาน้องแมวร่วมกับสองบ้านนี้นะคะ 
ถือว่ารีดเดอร์ที่สั่งจองฟิคได้ทำบุญไปด้วยกันกับเราแล้วก็หนุ่มๆ เอ็กโซด้วยแล้วกันเนาะ จะได้มีความสุขกันถ้วนหน้า ^ - ^
ส่วนใครที่อยากจะทำบุญเพิ่มเติมรอติดตามรายละเอียดได้ทางทวิตเตอร์ของ @bunnyminseok และ @xiuminprince นะคะ 
แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ รักทุกคน <3
 

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,840 ความคิดเห็น

  1. #6802 Moma momint (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 07:54
    ฮือออออออออออออออเพนนเส้า
    #6,802
    0
  2. #6727 cuttt (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 23:58
    อบอุ่น
    #6,727
    0
  3. #6692 11507416p (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 15:09
    ยังดีที่ได้คุยกัน
    #6,692
    0
  4. #6576 pim pimmi (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 19:56
    ซึ้งอ่ะ ฮืออออ
    #6,576
    0
  5. #6517 อ่านกันเข้าไป (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 18:39
    น้ำตาซึมเลยค่ะ
    #6,517
    0
  6. #6492 Imppunch (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2559 / 13:19
    ร้องไห้ว่ะ...
    #6,492
    0
  7. #6472 little daffodil (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 19:05
    คิดถึงกันและกันมากสินะ อดทนเข้าไว้นะทั่งคู่เลย????
    #6,472
    0
  8. #6441 pakjeejan (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 21:37
    โอ๊ยยยยไม่ไหวแล้ว ทั้งอบอุ่นทั้งสงสารอ่ะ เมือไหร่จะกลับมาสักที
    #6,441
    0
  9. #6380 มนุษย์ไอศกรีม (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 07:50
    อุ่นอ่าาาาาา ละมุน~
    #6,380
    0
  10. #6323 Fio Ai Calet (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 29 มกราคม 2558 / 18:06
    ย้อนกลับมาอ่านครั้งที่5ได้เเล้วมั้ง... ฟิคที่ประทับใจที่สุดในความรู้สึกเราคือเรื่องนี้เเหละ...
    #6,323
    0
  11. #6285 Parkbyun Rekoons (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2557 / 22:07
    นี่กลับมาอ่านรอบที่สามแล้ว คุณนักเขียนจะเชื่อมั้ย และยังร้องไห้กับฉากคุยโทรศัพท์เหมือนเดิม ทั้งที่ไม่ได้ดราม่า แต่ความคิดถึงมันทรมานกว่าดราม่าซะอีก สัมผัสได้แบบนั้นจริงๆ
    #6,285
    0
  12. #6261 spbx_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 19:32
    โอ๊ยน้ำตาจะไหลอยู่แล้ว ชานยอลกับแบคต่างฝ่าย

    ก็คงคิดถึงกันไม่น้อย รอนะ รอวันที่ทั้งคู่ต่างประสบความสำเร็จ

    แล้วก็จะได้กลับมาอยู่ด้วยกันอีกครั้ง ... ชอบมากตอนที่

    ชานยอลอ้อนแบคเรื่องที่สูบบุหรี่จัด มันเป็นมุมที่น่ารักมากๆ

    อ่านแล้วเห็นภาพเลย ละมุนจริงๆค่ะ
    #6,261
    0
  13. #6259 THE.JUNG SOORI♔ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 18:55
    ทำไมถึงได้ละมุมแบบนี้นะT^T 
    สงสารชานยอลโถ่ว 
    #6,259
    0
  14. #6225 PINKLAND (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 21:40
    บ่อน้ำตาแตกจ้าาา

    สู้ๆนะ TT
    #6,225
    0
  15. #6062 secret_me (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 06:50
    สู้ๆน้าาาา อย่าเพิ่งท้อ
    #6,062
    0
  16. #6031 Pornpawee_zZ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 18:31
    อีกนิดเดียวเท่านั้นนะ ทนหน่อย~
    #6,031
    0
  17. #5983 Isabella >_ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 21:42
    คุยคนเดียว เหนื่อยไหมยอลล 
    #5,983
    0
  18. #5954 oummy-boice (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 14:03
    เราก็ใจแป้วเลยอ่ะที่ชานยอลไม่ติดต่อแบคมา
    ที่แท้ชานรถชน  โทรศัพท์ดันมาหายอีก  ชีวิต  - -
    แต่ก็ยังดีที่แม่ให้คุยกับแบคแล้ว  ฮือออออ
    #5,954
    0
  19. #5916 chanbaelk (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 เมษายน 2557 / 11:04
    มันก็ไม่ได้ดราม่านะ เเต่ทำไมน้ำตาไหลออกมาเองไม่เข้าใจ
    #5,916
    0
  20. #5874 Hwang Temmy (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 16:58
    'ปรื่มมมมมมมม' มีน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจแล้ว ∩__∩
    #5,874
    0
  21. #5845 pin (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 15:41
    ของหายได้เจอกานเรวๆน้าาาาาาา^_^
    #5,845
    0
  22. #5798 'โยดา (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 03:37
    ชอบเวลาเติมอาหลังชื่ออ่ะ งื้ออออ ไปแล้วสติสตาง ขอบคุณเด็จแม่มานะคะ ><
    #5,798
    0
  23. #5775 cherry bossom (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 16 มีนาคม 2557 / 03:23
    ตอนที่เค้าว่าดราม่าฉันกลับไม่ร้อง แต่ตอนที่เค้าว่าไม่ดราม่าฉันกลับร้อง นี่ฉันเป็นอะไร แต่มันเศร้จีจีน่ะ T^T
    #5,775
    0
  24. #5773 Teay (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 14 มีนาคม 2557 / 21:17
    น่ารักจังเลยคู่นี้
    #5,773
    0
  25. #5744 เอ๊ย..ยังไง (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 มีนาคม 2557 / 22:50
    แบคใจแข็งจัง ถ้าเป็นเรานะหลุดตั้งแต่ประโยคแรกแล้ว 55555555555
    #5,744
    0