` {fic exo} 。 m e l t ♡ chanbaek

ตอนที่ 26 : 。 m e l t ♡ - 2 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,420
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    29 เม.ย. 56

m e l t 2 3

 

.

 

.

 

.

 

            แบคฮยอนเปิดเปลือกตาของตัวเองขึ้นมาช้าๆ จ้องมองท้องฟ้าสีส้มสวยที่ลอยเด่นอยู่ตรงหน้าของเขาในตอนนี้ สายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านร่างกายทำให้เขารู้สึกสดชื่นอยู่ไม่น้อย แบคฮยอนนอนใช้แขนของตัวเองหนุนแทนหมอนอยู่บนพื้นหญ้าสีเขียวอ่อน คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วจึงผ่อนลมหายใจของตัวเองออกมาช้าๆ

 

            มือเรียวล้วงเอาโทรศัพท์เครื่องบางของตัวเองออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดปุ่มเปิดเครื่องและรอเพียงไม่นานหน้าจอโทรศัพท์ที่เคยเป็นสีดำก็สว่างขึ้นพร้อมกับรูปถ่ายของอลิซสาวน้อยในดินแดนมหัศจรรย์และกระต่ายหนุ่มสุดหล่อที่ถูกตั้งให้กลายเป็นภาพหน้าจอ นิ้วเรียวสวยจิ้มลงไปบนไอคอนของโปรแกรมแชทยอดนิยม แบคฮยอนไล่สายตาอ่านทุกตัวอักษรที่ถูกส่งมาแทบจะทุกวันอย่างใจเย็น ถึงแม้จะไม่ได้ยินน้ำเสียงที่แสนจะคุ้นเคยแต่พี่ชายตัวเล็กก็สามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของใครอีกคนที่ส่งผ่านมาทางตัวอักษร

 

            แบคฮยอนกดปิดเครื่องทันทีที่อ่านข้อความเหล่านั้นจนครบทุกตัวอักษรโดยไม่คิดที่จะตอบอะไรกลับไปแม้เพียงคำเดียว เขาทำแบบนี้มาตลอดระยะสองปีกว่าที่ต้องห่างกับชานยอล น้องชายตัวสูงที่น่ารักของเขามักจะส่งข้อความมาบอกเล่าถึงเรื่องราวที่ตัวเองได้ประสบพบเจอมาในแต่ละวัน อย่างเช่นวันนี้ชานยอลนั้นได้เรียนเรื่องอะไรไปบ้าง งานในแต่ละครั้งชานยอลวาดภาพอะไร รวมไปถึงเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เช่น วันนี้ชานยอลไปกินอะไรมา และในบางโอกาสชานยอลก็แอบส่งรูปถ่ายของตัวเองมาให้เขาได้ดูอีกด้วย

 

            วันนี้ฉันคิดถึงนายอีกแล้ว ...

 

            นั่นคือข้อความล่าสุดที่ชานยอลส่งมาให้เขาเมื่อประมาณสิบกว่าชั่วโมงที่แล้ว แบคฮยอนรู้สึกดีไม่น้อยที่รับรู้ว่าในทุกๆ วันของชานยอลนั้น น้องชายตัวสูงยังคงคิดถึงเขาอยู่เสมอ แต่ที่แบคฮยอนเลือกที่จะไม่ตอบโต้อะไรกลับไป นั่นก็เป็นเพราะว่าเขาไม่อยากจะผิดคำพูดของพ่อและแม่ การห่างกันของเขาและชานยอลในครั้งนี้ถือว่าเป็นบทพิสูจน์สำคัญที่จะทำให้พ่อและแม่ยอมรับในตัวตนและความรักของพวกเราทั้งคู่ เขาจึงทำได้เพียงแค่รับรู้ถึงสิ่งที่ชานยอลอยากจะบอกโดยที่ไม่คิดที่จะตอบรับหรือปฏิเสธสิ่งเหล่านั้นจากชานยอล และดูเหมือนว่าน้องชายตัวสูงของเขาก็คงเข้าใจในสิ่งที่แบคฮยอนกำลังทำอยู่เช่นเดียวกัน

 

ชานยอลรู้ดีว่าต่อให้เขาส่งข้อความมาให้แบคฮยอนมากเพียงไหน ท้ายที่สุดแล้ว แบคฮยอนก็ทำได้เพียงแค่กดอ่านข้อความเหล่านั้นโดยไม่คิดที่จะส่งข้อความอะไรกลับมา แต่ชานยอลก็ยังคงเต็มใจที่จะทำแบบนั้นอยู่เสมอๆ ในทุกๆ วัน เขาก็แค่อยากจะบอกเล่าเรื่องราวในช่วงชีวิตของตัวเองให้พี่ชายตัวเล็กได้รับรู้เอาไว้ ถึงแม้จะไม่ได้มีความทรงจำร่วมกัน แต่ชานยอลขอเพียงแค่ให้แบคฮยอนได้ช่วยกันจดจำความทรงจำในชีวิตของเขาบ้างก็เพียงพอแล้วสำหรับชานยอลในตอนนี้

 

“ฉันก็คิดถึงนายเหมือนกันชานยอล ...” แบคฮยอนพูดออกมากับตัวเองเบาๆ พร้อมกับเผยยิ้มบางๆ ออกมาเมื่อได้คิดถึงใบหน้าของผู้เป็นที่รักของตัวเอง สายลมพัดผ่านตัวของเขาอีกครั้งราวกับว่าจะช่วยนำพาความคิดถึงที่เขามีให้ชานยอลไปให้กับเจ้าตัว

 

แบคฮยอนลุกขึ้นนั่งมองพระอาทิตย์ที่กำลังจะตกดินในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ ภาพวิวทิวทัศน์เบื้องหน้าของเขานั้นช่างดูสวยงามและเงียบสงบ เขาหวังว่าในสักวันหนึ่งเขาและชานยอลจะสามารถมองเห็นภาพแบบนี้ด้วยกัน ...

 

พี่ชายตัวเล็กลุกขึ้นยืนก่อนที่จะก้าวเท้าเดินไปบนพื้นหญ้าสีเขียวที่กว้างไกลจนสุดลูกหูลูกตา พยอนแบคฮยอนไม่ได้อยู่ห่างไกลจากชานยอลอย่างที่เจ้าตัวคิดเอาไว้ เขาย้ายออกมาจากบ้านที่เคยอยู่ร่วมกับชานยอลออกมาเรียนต่อที่มหาลัยแห่งหนึ่งในต่างจังหวัดที่มีชื่อเสียงทางด้านโสตศิลป์และอาศัยอยู่ในหอพักนักศึกษาข้างๆ กับมหาลัย แท้ที่จริงแล้วมหาลัยแห่งนี้อยู่ในเขตจังหวัดที่ห่างไกลจากบ้านของเขาไม่มากเท่าไหร่นัก แต่ถึงอย่างนั้นแบคฮยอนก็เลือกที่จะไม่บอกความจริงข้อนี้กับชานยอล ที่จริงแล้วแบคฮยอนไม่ได้บอกอะไรกับชานยอลอีกเลยหลังจากวันนั้นที่เขาได้คุยกับชานยอลเป็นครั้งสุดท้าย เพราะถ้าชานยอลรู้ความจริงตรงจุดนี้แล้วนั้น เขากลัวว่าน้องชายตัวสูงของเขาจะดื้อรั้น ไม่ยอมรับบทพิสูจน์นี้ของพ่อและแม่ และชานยอลก็คงพยายามตามหาตัวเขาจนกว่าจะเจอ แบคฮยอนจึงเลือกที่จะปล่อยให้ชานยอลคิดว่าเขาออกไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ข้ามน้ำข้ามทะเลหนีหัวใจของตัวเองเพื่อสานฝันให้สำเร็จ

 

แบคฮยอนใส่หูฟังสีขาวเข้ากับใบหูของตัวเอง นิ้วเรียวกดเลือกบทเพลงที่เขาเคยชอบร้องในอดีตแล้วจึงเดินแกว่งแขนของตัวเองไปตามทางกลับหอพักของตัวเองเรื่อยๆ ริมฝีปากสีสวยก็พึมพำร้องเพลงออกมาเบาๆ ทำนองเพลงที่คุ้นเคยทำให้แบคฮยอนนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต ... แบคฮยอนคิดอยู่เสมอว่าบทเพลงเพลงหนึ่งก็เปรียบเสมือนกับกล่องความทรงจำกล่องหนึ่งในช่วงชีวิตของเขา ในช่วงเวลาที่ได้ฟังเพลงๆ นั้น อะไรที่เขากำลังทำร่วมกับใครบางคน สิ่งไหนที่เขากำลังคิด และเขารู้สึกของเขา สิ่งเหล่านั้นจะถูกฝังลึกลงไปยังบทเพลงๆ นั้น ราวกับว่าตัวโน้ตและเนื้อเพลงได้จดบันทึกภาพของความทรงจำเอาไว้ตัวโดยที่แบคฮยอนเองก็ไม่ทันได้รู้ตัว และเมื่อได้กลับไปฟังบทเพลงๆ นั้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ภาพความทรงจำรวมทั้งความรู้สึกนึกคิดต่างๆ ในช่วงเวลานั้นก็จะย้อนกลับมาฉายซ้ำในห้วงของความคิดราวกับว่าเขาได้หยิบเอาม้วนของฟิลม์ของภาพยนตร์มาเปิดเล่นซ้ำ

 

 อาจจะเป็นเพราะช่วงนี้คือช่วงปิดเทอมของแบคฮยอน การใช้ชีวิตในแต่ละวันของพี่ชายตัวเล็กจึงดูไม่เร่งรีบและไม่ต้องทำอะไรมากมายเท่าไหร่นักสำหรับนักศึกษาระดับชั้นปีที่ 2 สาขาดนตรีและการแสดง อย่างพยอนแบคฮยอนคนนี้ นั่นจึงทำให้เขาเลือกที่จะเดินเล่นดื่มด่ำกับบรรยากาศช่วงเวลายามเย็นที่พระอาทิตย์กำลังจะลาลับขอบฟ้าในเขตต่างจังหวัดที่ไร้ซึ่งมลพิษจากรถยนต์อย่างเช่นในเมืองหลวงของประเทศ

 

ในขณะที่รองเท้าผ้าใบสีขาวสะอาดของแบคฮยอนกำลังเลี้ยวเข้าซอยหอพักนักศึกษาของมหาลัยที่เจ้าตัวกำลังเรียนอยู่ เป็นจังหวะเดียวกับที่มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งเดินออกมาหยุดยืนอยู่ตรงซอยถัดไปจากซอยที่เป็นหอพักนักศึกษาของพี่ชายตัวเล็ก เสียงพูดคุยของวัยรุ่นกลุ่มนั้นดังอยู่พอสมควร แต่นั่นก็ยังไม่สาเหตุที่แท้จริงที่มำให้หญิงสาวบางคนที่เดินผ่านบริเวณนั้นถึงกับต้องเหลียวหลังกลับมามอง

 

เด็กหนุ่มตัวสูงผมสั้นสีดำสนิทใส่แว่นตาที่ไร้เลนส์สีดำกำลังยืนคีบบุหรี่ม้วนหนึ่งเอาไว้พร้อมทั้งสะพายกระเป๋ากีต้าร์เอาไว้ด้านหลัง ยืนร่วมอยู่กับเด็กหนุ่มผิวสีแทนที่กำลังควงไม้กลองเล่นอยู่ในมือ และเด็กหนุ่มผิวขาวจัดอีกคนที่สะพายกระเป๋าใส่เบสอยู่ด้านหลังดูจะเป็นจุดสนใจของผู้คนแถวนั้นอยู่ไม่น้อย

 

“ไปทางไหนอะมึง ซ้ายหรือขวา” เด็กหนุ่มผิวสีแทนเอ่ยถามขึ้นเมื่อพวกเขาทั้งสามคนหยุดยิ่งนิ่งอยู่ตรงทางแยกหน้าปากซอยของโรงแรมที่พวกเขาอาศัยอยู่

 

“จงแดบอกให้ไปทางซ้ายว่ะ รีบไปเหอะ เดี๋ยวสายแล้วจะไม่ได้เงิน” เด็กหนุ่มอีกคนเงยหน้าขึ้นมาจากโทรศัพท์มือถือของตัวเองแล้วจึงเอ่ยบอกกับเพื่อนทั้งสอง

 

“เห้ย ชานยอล มึงหยุดทำไมวะ รีบไปดิ” จงอินหันกลับมาเรียกเพื่อนของตัวเองที่อยู่ดีๆ ก็หยุดนิ่งอยากับที่สายตาของเพื่อนตัวสูงมองตามร่างของใครบางคนที่เดินหายเข้าไปในหอพักนักศึกษาของมหาลัยแห่งหนึ่งที่พวกเขาไม่รู้จัก

 

“เปล่า ไม่มีอะไร สงสัยกูจะตาฝาด” เจ้าของชื่อชานยอลหันกลับมาบอกกับเพื่อนของตัวเองก่อนที่จะก้าวเท้าเดินไปข้างหน้าโดยไม่ได้หันกลับมามองอีก

 

 

ถ้าหากโชคชะตาไม่ได้ลิขิตมาให้พบกัน ต่อให้อยู่ใกล้กันมากสักเพียงไหน คนทั้งคู่ก็ไม่มีวันที่จะมองหากันเจอ ...   

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

แบคฮยอนละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์เครื่องเล็กตรงหน้าหันกลับไปมองประตูห้องของตัวเองเมื่อได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นเคย คนตัวเล็กไม่รอช้า รีบลุกขึ้นจากพื้นที่นั่งอยู่แล้วเดินออกไปเปิดประตูห้องของตัวเองทันที

 

“จ๊ะเอ๋ ! วันนี้แบคฮยอนว่างไหม ?”

 

“ก็ว่างนะ ลู่หานมีอะไรหรอ ?” แบคฮยอนเปิดประตูห้องให้กว้างยิ่งขึ้นก่อนที่จะถอยเท้าของตัวเองเล็กน้อยราวกับจะเชิญชวนให้เพื่อนสนิทของตัวเองก้าวเข้ามาในห้องเสียก่อน

 

“วันนี้เราอยากไปร้านที่จงแดไปร้องเพลงที่อยู่หลังมหาลัยอะ แบคฮยอนไปเป็นเพื่อนหน่อยสิ” ลู่หานก้าวเดินเข้ามานั่งลงบนเก้าอี้ในห้องของแบคฮยอนก่อนที่จะเอ่ยชวนเพื่อนสนิทของตัวเองออกมาด้วยน้ำเสียงออดอ้อน

 

“โอเค เราไปเป็นเพื่อนลู่หานก็ได้ แต่ขอเราไปอาบน้ำก่อนนะ” ลู่หานพยักหน้ารับกับประโยคของแบคฮยอนทันทีพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้เพื่อนของตัวเอง

 

แบคฮยอนรู้จักกับลู่หานเมื่อตอนที่ย้ายเข้ามาเรียนต่อที่มหาลัยแห่งนี้ เพราะทั้งเขาและลู่หานต่างก็เรียนอยู่ในคณะเดียวกัน สาขาเดียวกันแถมยังเรียนเอกเดียวกันอีกด้วย อาจจะเป็นเพราะเขาและลู่หานต่างก็มีนิสัยที่คล้ายคลึงกัน จึงไม่ยากที่เขาจะสนิทกับเพื่อนตาสวยคนนั้นในเวลาไม่นาน

 

ลู่หานเป็นคนจีนที่ย้ายมาเรียนต่อที่เกาหลีตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน และบ้านของลู่หานเองก็อยู่ในจังหวัดแห่งนี้ ครอบครัวของลู่หานทำธุรกิจร้านขายดอกไม้ที่อยู่ถัดจากมหาลัยของเขาไม่มากนัก แบคฮยอนมักจะชอบไปนั่งเล่นในสวนดอกไม้ของลู่หานอยู่เสมอในตอนที่เขามีเวลาว่าง

 

ใช้เวลาเพียงไม่นานเพื่อนสนิททั้งสองคนก็ก้าวเข้ามาอยู่ในร้านอาหารกึ่งผับที่ตั้งอยู่หลังมหาลัยของเขาทั้งคู่ อาจจะเป็นเพราะในตอนนี้เพิ่งจะเป็นช่วงหัวค่ำของวัน ภายในร้านจึงยังมีลูกค้าไม่มากเท่าไหร่นัก แบคฮยอนและลู่หานเลือกที่จะนั่งลงตรงโต๊ะที่อยู่ห่างจากเวทีพอสมควร เพราะเขาไม่ค่อยชอบที่จะได้ยินเสียงของเครื่องดนตรีที่ดังจนเกินไป บริกรประจำร้านเดินเข้ามาหาเขาทั้งคู่พร้อมกับเมนูอาหารในมือ แบคฮยอนกวาดสายตาไล่ดูชื่อเมนูอาหารอย่างใช้ความคิดก่อนที่จะเอ่ยปากสั่งอาหารที่ตนเองอยากรับประทาน และลู่หานเองก็เช่นกัน

 

“ทำไมวันนี้ถึงอยากมาที่นี่ล่ะ” ระหว่างที่รอให้อาหารมาเสิร์ฟแบคฮยอนจึงเลือกที่จะทำลายบรรยากาศเงียบๆ ด้วยบทสนทนาเมื่อครู่

 

“ก็ไม่มีอะไรหรอก อยู่ห้องแล้วเบื่อๆ เซ็งๆ อะ เลยอยากออกมานั่งเล่น ฟังเพลงบ้าง เห็นว่าวันนี้จงแดจะขึ้นแสดงที่นี่ด้วยนะ แบคฮยอนก็เบื่อๆ เหมือนกันใช่ไหมล่ะ ไม่อย่างนั้นคงไม่ตอบตกลงที่จะออกมาเป็นเพื่อนง่ายแบบนี้หรอก” จงแดที่ลู่ห่านพูดถึงเมื่อครู่คือเพื่อนร่วมคณะของเขาอีกคนหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้สนิทสนมกันมากนัก แต่แบคฮยอนก็พอจะได้ยินชื่อของจงแดผ่านหูมาบ้าง เพราะเจ้าตัวรับทำงานพิเศษเป็นนักร้องในร้านอาหารแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง

 

“ก็คงงั้นมั้ง” แบคฮยอนหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำพูดที่ดูจะรู้ทันของเพื่อนสนิท

 

ใช้เวลาเพียงไม่นานรายการอาหารที่เขาและลู่หานออกปากสั่งไปเมื่อครู่ก็ทยอยมาเสิร์ฟที่โต๊ะของพวกเขาทั้งคู่ แบคฮยอนนั่งตักอาหารพวกนั้นเข้าปากอย่างไม่รีบร้อน เขากวาดสายตาสำรวจรอบๆ บริเวณของร้านด้วยความสนใจ เสียงของวงดนตรีที่กำลังแสดงโชว์อยู่บนเวทีนั่นทำให้แบคฮยอนดื่มดำกับบทเพลงสบายๆ เช่นเดียวกันกับลู่หานและลูกค้าคนอื่นๆ ภายในร้าน

 

“การแสดงของพวกเราจบแล้วนะคะ ขอเชิญพบกับวงดนตรีวงต่อไปได้เลยค่ะ” เสียงใสๆ ของรักร้องสาวที่เพิ่งร้องเพลงของเธอจบลงเมื่อครู่เอ่ยขึ้นก่อนที่จะเดินลงจากเวทีไป และคำพูดนั้นของเธอก็ดึงความสนใจของลูกค้าภายในร้านให้หันไปมองที่เวทีการแสดงโดยพร้อมเพรียงกัน

 

หลังจากที่วงดนตรีของนักร้องสาวเมื่อครู่เดินลงจากเวทีไป บริเวณด้านข้างของเวทีมีวงดนตรีอีกวงหนึ่งที่เตรียมจะขึ้นแสดงโชว์เป็นลำดับต่อไปยืนเตรียมตัวอยู่ เสียงพูดคุยของลูกค้าสาวๆ ภายในร้านดังขึ้นทันทีที่เมื่อพวกเธอเห็นเหล่าสมาชิกของวงดนตรีที่กำลังจะขึ้นแสดงเป็นวงต่อไป

 

แบคฮยอนหันหน้ากลับมามองที่เวทีการแสดงภายในร้านพร้อมกับจังหวะของหัวใจที่เริ่มเต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ จนเขารู้สึกเจ็บไปทั้งหน้าอก เมื่อสายตาของเขาเหลือบไปเห็นใครบางคนที่ก้าวเท้าขึ้นไปยืนบนเวทีการแสดงพร้อมกับกีต้าร์ที่เจ้าตัวสะพายอยู่

 

ชานยอล

 

ถึงแม้ว่าในตอนนี้น้องชายตัวสูงของเขาจะตัดผมทรงใหม่ รวมไปถึงสีผมที่เคยเป็นสีน้ำตาลเข้มก็เปลี่ยนไปกลายเป็นสีดำสนิท นอกจากชานยอลจะเปลี่ยนสีผมแล้ว เจ้าตัวยังใส่แว่นที่แบคฮยอนไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วย แต่ถึงอย่างนั้นแบคฮยอนก็ยังจำชานยอลได้เป็นอย่างดีไม่ว่าชานยอลจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน แบคฮยอนก็ยังคงจดจำน้องชายตัวสูงของเขาได้เสมอ

 

พี่ชายตัวเล็กเห็นว่าสมาชิกในวงนั้นประกอบไปด้วย จงแด เซฮุน จงอิน และน้องชายตัวสูงของเขาเอง แบคฮยอนสูดลมหายใจของตัวเองเขาลึกๆ และพยายามรวบรวมสติของตัวเองให้กลับเข้าที่เข้าทางตามเดิม เขารู้สึกขอบคุณบรรยากาศมืดๆ ภายในร้านและลู่หานที่เลือกนั่งโต๊ะที่ค่อนข้างจะห่างไกลเวทีการแสดงอยู่พอสมควร เพราะนั่นจะทำให้ชานยอลมองเห็นเขาได้ยากยิ่งขึ้น

 

“สวัสดีครับ วันนี้ผมมาพร้อมกับวงดนตรีของเพื่อนผมที่มาจากโซล ยังไงก็ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ” จงแดหยิบไมค์ขึ้นมากรอกเสียงลงไป ก่อนที่คนภายในร้านจะร่วมกันปรบมือให้กำลังใจ แบคฮยอนนั่งตัวแข็งทื่ออยู่กับที่ เขาไม่รู้ว่าในตอนนี้เขาควรจะทำอย่างไรดี ถ้าหากเข้าลุกเดินออกจากร้านไปตอนนี้ ชานยอลที่ยืนอยู่บนเวทีก็อาจจะสังเกตเห็นเขาก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นแบคฮยอนจึงเลือกที่จะนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมโดยพยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับความมืดภายในในร้านทั้งที่รู้ว่ามันอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรเลย ...

 

แสงไฟภายในร้านมืดลงอีกนิดหน่อยเมื่อการแสดงกำลังจะเริ่มขึ้น หลังจากนั้นเพียงไม่นานเสียงกีต้าร์ที่แบคฮยอนรู้ดีว่าใครเป็นคนเล่นก็ค่อยๆ ดังขึ้นสะกดให้ลูกค้าทุกคนภายในร้านเคลิบเคลิ้มไปกับบทเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่พร้อมกับแสงไฟภายในร้านที่ค่อยๆ สว่างขึ้น

 

I don't want this moment to ever end where everything's nothing without you (ผมไม่อยากให้ช่วงเวลานี้มันจบลงเลย ทุกอย่างมันช่างว่างเปล่า เมื่อไม่มีคุณ)

 

น้ำเสียงทุ้มต่ำที่แบคฮยอนคุ้นเคยดังขึ้นคลอไปกับทำนองเพลง มันไม่ใช่เสียงของจงแดที่เป็นนักร้องนำ แต่กลับเป็นเสียงของปาร์คชานยอลผู้ที่รับตำแหน่งเป็นมือกีต้าร์ของวง พี่ชายตัวเล็กกำมือของตัวเองแน่นเมื่อรับรู้ถึงความหมายของบทเพลงที่กำลังบรรเลงอยู่ในตอนนี้

 

I'll wait here forever just to, to see you smile 'cause it's true, I am nothing without you (ผมยังคงเฝ้ารออยู่ตรงนี้ เพียงแค่ , ได้เห็นคุณยิ้มอีกครั้ง เพราะนี่คือความจริงว่าผมไม่เหลืออะไรเลย เมื่อไม่มีคุณ)”

 

แบคฮยอนไม่เคยรู้มาก่อนว่าชานยอลจะร้องเพลงได้เพราะถึงเพียงนี้ ... เขาจ้องมองชานยอลที่ยังคงหลับตาร้องเพลงออกมาพร้อมกับเล่นกีต้าร์ไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย มันทั้งรู้สึกดีใจที่ได้เห็นชานยอลอีกครั้ง แต่ก็รู้สึกเสียใจไปในคราเดียวกันเมื่อแบคฮยอนรู้ดีว่าถึงแม้ชานยอลจะอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมมือมันมีเพียงอากาศเท่านั้นที่กลั้นเราทั้งสองคนเอาไว้ แต่ถึงอย่างนั้นชานยอลก็ยังดูห่างไกลกับตัวของเขาเองมากอยู่ดี...

 

 หยาดน้ำตาคลออยู่ในดวงตาของพี่ชายตัวเล็ก แต่มันกลับไม่ไหลออกมา ถึงแม้ว่าบทเพลงๆ ที่ชานยอลกำลังร้องอยู่นั้นไม่ได้ถูกบอกเอาไว้ ว่าความหมายของเพลงนี้นั้น ชานยอลร้องมันให้ใคร หรือ เพื่อใคร แต่สิ่งที่แบคฮยอนนึกออกเมื่อเห็นท่าทีของชานยอลในตอนที่กำลังร้องเพลงอยู่ก็คือคำพูดที่เขาเคยบอกกับชานยอลเอาไว้เมื่อสองปีก่อน

 

ถ้าสมมุติว่าวันหนึ่ง ชานยอลลืมตามาแล้วไม่เจอกับฉัน ให้ชานยอลหลับตาลงนะ แค่หลับตาแล้วฉันจะมาหานาย ถ้านายมองไม่เห็นฉัน ให้ใช้ตรงนี้คุยกับฉันนะ ฉันอยู่ข้างนายเสมอ

 

ในตอนนี้แบคฮยอนคิดเอาข้างตัวเองอย่างเอาแต่ใจว่าบทเพลงๆ นั้นที่น้องชายตัวสูงของเขากำลังขับร้องออกมานั้นมันเป็นเพลงที่กำลังจะสื่อถึงเขา ถึงแม้ว่าในความเป็นจริงแล้วนั้น ชานยอลอาจจะร้องมันเพื่อคนอื่น ... แต่ในช่วงเวลานี้ แบคฮยอนคิดอยากจะให้มันเป็นเพลงที่ชานยอลอยากจะสื่อถึงเขาเหลือเกิน

 

All the streets where I walked alone, with nowhere to go , I've come to an end (ไม่ว่าผมจะเดินไปบนถนนเส้นไหน มันช่างดูเดียวดายและไร้ซึ่งจุดหมาย , นี่ผมเดินมาจนถึงสุดเส้นทางของมันแล้วใช่ไหม ?)”

 

พี่ชายตัวเล็กจ้องมองน้องชายตัวสูงผ่านม่านน้ำตาของตัวเองอย่างเงียบๆ เขาอยากจะเดินเข้าไปหาชานยอล เขย่งตัวขึ้นกอดน้องชายตัวสูงเอาไว้แล้วพูดให้ชานยอลได้ยินเป็นร้อยเป็นพันครั้งว่านี่ยังไม่ได้จุดจบของเราทั้งคู่ เขาเองก็ไม่อยากให้ความรักของเขาและชานยอลต้องจบลงเพียงเท่านี้ เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่าพยอนแบคฮยอนคนนี้ยังคงรักและรอวันที่จะได้กลับไปหาชานยอลอยู่เสมอ แต่แบคฮยอนกลับทำอย่างที่ใจหวังไม่ได้เลย เขาทำได้แค่เพียงแค่คิด ... และหวังเหลือเกินว่าความคิดนี้ของเขาจะถูกส่งต่อไปให้ชานยอลได้รับรู้ถึงมันบ้าง

 

แบคฮยอนร้องไห้ ... คนตัวเล็กร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาราวกับจะขาดใจจนทำให้เพื่อนสนิทอย่างลู่หานหันกลับมามองด้วยความตกใจ มือเรียวสวยของพี่ชายตัวเล็กกำเสื้อตรงบริเวณหน้าอกเอาไว้แน่น มือบางนั้นทุบลงที่หน้าอกของตัวเองราวกับจะให้มันช่วยบรรเทาอาการปวดร้าวที่แล่นไปทั่วทั้งอก ถึงแม้ว่าเขาจะได้ยินเสียงเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงเป็นใยจากเพื่อนสนิท แต่แบคฮยอนกลับทำได้เพียงกัดปากของตัวเองเอาไว้แน่น พยายามอย่างสุดความสามารถที่จะกักเก็บเสียงสะอื้นของตัวเองเอาไว้ไม่ให้มันดังออกมา เพราะนั้นอาจจะทำให้ชานยอลหันมาเจอกับเขา ...

 

ทั้งที่อยากสัมผัสและเอ่ยบอกว่าคิดถึงแทบขาดใจ แต่สิ่งเดียวที่แบคฮยอนทำได้ในตอนนี้กลับเป็นเพียงแค่การร้องไห้ออกมาราวกับคนโง่งมที่ไม่รู้จะแก้ไขปัญหาของตัวเองอย่างไรดี

 

คำถามต่างๆ มากมายวิ่งวนอยู่ในความคิดของแบคฮยอน นี่เขาจะต้องรออีกนานแค่ไหน อีกกี่ร้อยพันวินาที เมื่อไหร่ที่เขาและชานยอลจะได้กลับมาเจอกันและรักกันอย่างเดิม แล้วหัวใจของเขาจะทนความปวดร้าวที่ต้องห่างเหินกับคนที่ตัวเองรักแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน ... แล้วหัวใจของชานยอลเองจะทนรอเขาได้อีกนานแค่ไหน ? ชานยอลจะเจ็บปวดมากกว่าที่เขาเจ็บหรือเปล่า ?

 

สิ่งเหล่านั้นคือคำถามที่แบคฮยอนได้พร่ำถามตัวเองอยู่เสมอ และไม่เคยมีสักครั้งเลยที่เขาจะได้รับรู้ถึงคำตอบของมัน ...  








สวัสดีค่ะ ^ - ^ ช่วงนี้ขอมาแบบวันเว้นสองวันนะคะ ~
ฟิคละลายใกล้จะจบเข้าไปทุกทีแล้ว ~ มีหลายคนไม่อยากให้จบเลยเราจะบอกว่าก็ยังไม่อยากให้จบเหมือนกันค่ะ ฮ่า
แต่ว่างานเลี้ยงก็ต้องมีวันเลิกราแหละเนาะ มีฟิคยาวชานแบคเรื่องต่อไปให้ติดตามแน่นอนค่ะ ต้องรอติดตามกันน้า 
รู้สึกขอบคุณทุกคนที่ติดตามกันมาเสมอนะคะ ขอบคุณมากจริงๆ อยากพูดคุยกับทุกคอมเม้นท์แต่ไม่รู้จะทำยังไง 
เอาเป็นว่าติดแท็ก #ficmelt ในทวิตแล้วมาคุยกันก็ได้เนาะ ^ - ^
เดี๋ยวเราจะรวบรวมเพลงประกอบฟิคละลายทั้งหมดเอาไว้ให้นะคะ เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่าน กิ ___ กิ สุดท้ายนี้ ขอบคุณทุกคนที่คลิกเข้ามาอ่าน ทุกคอมเม้นท์ ทุกโหวต และทุกคำวิจารณ์นะคะ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ เลิ้บ <3 

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,840 ความคิดเห็น

  1. #6691 11507416p (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 15:03
    โอ้ยยยฮื่ออออยู่ใกล้แค่เอื้อมแต่ทำได้แค่นั่งมองง เจ็บปวดดด
    #6,691
    0
  2. #6575 pim pimmi (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 19:46
    นี่ยังไม่อยากให้เจอกันอยากให้ถึงเวลาก่อน
    #6,575
    0
  3. #6516 อ่านกันเข้าไป (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 18:28
    ไม่เจอหน้ากันยังดีเสียกว่าเจอแล้วแต่ไม่สามารถเข้าใกล้ได้นะคะ
    #6,516
    0
  4. #6471 little daffodil (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 18:26
    อย่าใกล้แค่เอื้อมแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเฝ้ามอง สงสารแบค
    #6,471
    0
  5. #6440 pakjeejan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 17:03
    ฮืออออออ หน่วงงงงงงงง
    #6,440
    0
  6. #6413 ♚champagne♚ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 20:39
    ขอหยาบนิดนึงนะ โอ๊ยอีหน่วงสัส อยู่กันแค่เอื้อมอะแมร่งTT แล้วเพลงแมร่งโครตได้
    #6,413
    0
  7. #6379 มนุษย์ไอศกรีม (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 07:45
    เราชอบเพลงนี้มากเลย มันเพราะแล้วก็เศร้ามากๆด้วย เธอแต่งดีมากๆเลย มันยากที่จะไม่ร้องไห้บนรถตู้ ฮือออออ:(
    #6,379
    0
  8. #6258 THE.JUNG SOORI♔ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 18:49
    ตกลงคือพรหมลิขิตใช่ไหมที่เขียนให้มันเป็นแบบนี้..
    ตกลงให้เรารักกันใช่ม้ายยยอย่างนั้นขอได้ไหม................
    โปรดอย่าทำให้เราพัดพรากยิ่งเรารักกันยิ่งนานเสียจนวันตาย..
    อย่างนั้นฉันขอได้ไหม
    #เนื้อเพลงโครตมั่ว1 555555555555
    ในที่สุดกร้ากกกกกกกกกกกกกกกก!!>O< ก็ได้เจอกัน วนไปอ่านเนื้อเพลงแบบมั่วๆอีกรอบ
    #6,258
    0
  9. #6252 spbx_ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 18:28
    เจ็บปวดมาก อยู่ใกล้กันแค่เอื้อม แต่ดันเข้าไปหากันไม่ได้
    อยากบอกคิดถึงแทบตาย สุดท้ายต้องเก็บไว้ในใจ
    ทั้งแบคทั้งยอลต่างก็เจ็บไม่แพ้กัน แต่ซักวัน รอนะ 
    รอวันที่ทั้งสองทำตามความฝันได้สำเร็จ วันนั้นทั้งสองก็จะ
    ได้กลับมาเจอกัน TT
    #6,252
    0
  10. #6224 PINKLAND (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 18:09
    ทรมานที่สุด..
    #6,224
    0
  11. #6196 OH SEOiL EXO (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 23:56
    ร้องไห้ไปดิ้ ฮรือออออออ ไรต์ ขอผ้าเช้ดหน้ามาสั่งขี้มูกหน่อยย
    #6,196
    0
  12. #6061 secret_me (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 06:38
    ยังรอให้อีกคนกลับไปใช่มั้ยยย
    #6,061
    0
  13. #6030 Pornpawee_zZ (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2557 / 18:16
    เห็นแต่ไม่อาจสัมผัสT^T
    #6,030
    0
  14. #5953 oummy-boice (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 13:56
    เราก็นึกว่าไปต่างประเทศ
    ที่แท้ก็อยู่จังหวัดข้างๆนี่แหละ  
    ตั้งสองปีเลยนะที่ไม่ได้เจอกัน
    แล้วอยู่ๆก็ได้มาเจอกันแบบนี้  พรหมลิขิตชัดๆ  T^T
    #5,953
    0
  15. #5873 Hwang Temmy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 16:43
    2ปีผ่านไปไวเหมือนโกหก [ก็ดีน่ะ] รู้สึกดีอ่ะ ที่ชานยอล ยังรัก แบคฮยอน และ แบคฮยอน ก็ยังรัก ชานยอล อยู่เหมือนเดิม 'รักไม่มีวันตาย' ♔⊙﹏⊙
    #5,873
    0
  16. #5843 pin (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 08:34
    สงสารแบคและยอลมากกกกกT T
    #5,843
    0
  17. #5824 'lกรีu_มืoฉมัง' (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 23 มีนาคม 2557 / 13:54
    ตอนที่แล้งสงสารชานยอล
    ตอนนี้สงสารแบคฮยอน
    โลกกลมจัง บังเอิญหรือพรหมลิขิต
    อยู่ใกล้แค่นี้แต่กลับแตะต้องไม่ได้
    เจ็บปวดที่สุด T.T
    #5,824
    0
  18. #5797 'โยดา (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 มีนาคม 2557 / 03:23
    กร๊าซซซซซซ ห่างแค่เพียงเอื้อมมืออออ ~
    #5,797
    0
  19. #5743 เอ๊ย..ยังไง (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 มีนาคม 2557 / 22:34
    งื้ออออ เปิดตัวพี่ลู่น่ารักมากเลยอ่ะไรท์ 5555555

    แต่เราสงสารแบคจัง ชานยอลด้วย อีกนิดเดียวเดี๋ยวก็ได้อยู่ด้วยกันแล้วเนอะ TT TT
    #5,743
    0
  20. #5731 *_กระดาษเอสี่สีชมพู8-) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มีนาคม 2557 / 23:47
    ไม่ต้องทนรอเรียนจบเหอะแบค ขอร้องงงงงงงงง สงสารคนอ่านโหน่ยยย
    *ชอบเพลงที่ยอลร้องอ่ะไรท์เตอร์ อ่านๆกำลังเศร้า นอยด์ๆ เจอดนตรีร็อคๆเข้าไป ตื่นเลย 55555555
    #5,731
    0
  21. #5613 แสงรัตติกาล (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2557 / 00:04
    แล้วแกจะนั่งร้องไห้ทำไม ป๋าย 
    เดินเข้าไปหาพี่ชานเด้
    #5,613
    0
  22. #5553 i love แทแท (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 03:17
    ถึงห่างกันมาตั้ง สองปี แต่หยอยยังส่งข้อควมหาแบคทุกวันเลยอ่ะ
    สงสารอ่ะ คงคิดถึงกันมากสินะ
    ร้องไห้ตามอีกแล้ว อยู่ใกล้แค่เอื่อมแต่ก็เหมือนอยู่ห่างกัน โอบดอกหรือเรียนชื่ออีกคนยังไม่ได้เลยอ่ะ
    #5,553
    0
  23. #5505 JaeGun_KRAY_2MIN (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มกราคม 2557 / 23:20
    หน่วงงงง
    อีกไกลแค่ไหนจนกว่าจะใกล้เลย ฮรืออออออออออออออออออ
    #5,505
    0
  24. #5416 BabyZ-Baby (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2556 / 01:00
    อยู่ใกล้กันแต่เหมือนห่างไกล
    เจ็บสุด TT
    #5,416
    0
  25. #5380 됴타오 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2556 / 08:52
    เรานั่งร้องไห้แต่เช้าแบบนี้คือฮือออออ ใจจะขาดพอำด้คุยกันแทบจะกลั้นไม่อยู่ ตกใจมากชานยอลเกิดอุบัติเหตุมิน่าไม่ติดต่อ ฮือออขอบคุณแม่ที่ใฟ้คุยโทรศัพท์กันฮือออออออ
    #5,380
    0