` {fic exo} 。 m e l t ♡ chanbaek

ตอนที่ 17 : 。 m e l t ♡ - 1 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,702
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    11 เม.ย. 56

 

... m e l t  1 6 ...
 

.

.
 

 

ชานยอลทิ้งตัวลงนอนบนเตียงของตัวเองแล้วจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเล่นหลังจากที่เล่นเกมส์กับจงอินและเพื่อนในห้องอีกสามสี่คนเสร็จเรียบร้อยแล้ว บนหน้าจอโทรศัพท์แจ้งเตือนข้อความจากหญิงสาวคนหนึ่งที่เขาจำได้ว่าเซฮุนเคยแนะนำเอาไว้ ชานยอลจิ้มนิ้วเข้าไปอ่านข้อความของหญิงสาวคนนั้นก่อนที่จะพิมพ์ตอบกลับไปด้วยถ้อยคำสั้นๆ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเกิดอาการเบื่อหน่ายที่ต้องคุยกับหญิงสาวคนนั้น ชานยอลจึงวางโทรศัพท์ของตัวเองลงข้างตัว ไม่คิดจะเปิดอ่านข้อความที่หล่อนส่งกลับมาให้อีก น้องชายตัวสูงเห็นตัวเลขบนหน้าจอโทรศัพท์บ่งบอกว่าในตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มกว่าแล้ว ชานยอลแปลกใจนิดหน่อยที่วันนี้แบคฮยอนไม่ได้เดินเข้ามาป่วนในห้องเขาอย่างเช่นทุกวัน

 

“ปกติต้องเข้ามาแล้วดิวะ” บ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนที่จะเดินออกไปที่หน้าระเบียงห้องของตัวเองแล้วนั่งยองๆ ลงหน้ากระถางต้นกระบองเพชร เขาจ้องมองมันอยู่ครู่หนึ่งแล้วคำพูดของแบคฮยอนที่เคยเปรียบเปรยเขากับเจ้าต้นกระบองเพชรที่มีหนามแหลมคมเอาไว้ก็ลอยเข้ามาในห้วงความคิด น้องชายตัวสูงลุกขึ้นยืนพิงราวระเบียงภายในห้องของตัวเองแล้วจ้องมองไปที่บานประตูที่อยู่กลางห้องของเขาราวกับรอให้ประตูบานนั้นเปิดออก . . .

 

แต่แล้วประตูบานนั้นก็ยังคงปิดสนิทอยู่อย่างเดิม

 

ชานยอลรู้สึกแปลกใจที่วันนี้แบคฮยอนไม่เข้ามาในห้องเขาอย่างที่เคยทำ และด้วยความสงสัยทั้งหมดทำให้น้องชายตัวสูงตัดสินใจเดินกลับเข้ามาภายในห้องของตัวเองแล้วเดินไปหยุดอยู่หน้าประตูเชื่อมบานนั้น ชานยอลชะงักมือที่กำลังจะเอื้อมไปบิดแล้วเปิดประตูบานนั้นเล็กน้อยด้วยความลังเลใจ เขาไม่รู้ว่าเขาจะเข้าไปในห้องของแบคฮยอนเพื่ออะไร และถ้าเปิดประตูออกไปแล้ว เข้าจะพูดกับแบคฮยอนด้วยประโยคแบบไหน ? แต่เหนือสิ่งอื่นใด ชานยอลเพียงแค่อยากจะรู้ว่าในตอนนี้แบคฮยอนกำลังทำอะไรอยู่ เหตุใดจึงไม่มาเล่นในห้องของเขาอย่างที่ควรจะเป็น . . .

 

อุณหภูมิห้องที่สูงกว่าห้องของเขานิดหน่อยทำให้ชานยอลพอจะเดาได้ว่าแบคฮยอนน่าจะเป็นคนขี้หนาว และเพราะว่าหลายครั้งที่แบคฮยอนไปนอนห้องเขา พี่ชายตัวเล็กของเขาก็จะนอนขดตัวซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาทุกครั้ง และนั่นก็ทำให้ชานยอลคิดว่าเขาควรจะปรับอุณหภูมิในห้องของตัวเองให้สูงขึ้นอีกสักนิด

 

“ทำการบ้านหรอ ?” แบคฮยอนที่นั่งก้มหน้าเขียนหนังสืออยู่บนโต๊ะเงยหน้าขึ้นมามองน้องชายตัวสูงของตัวเองที่เปิดประตูเชื่อมแล้วชะโงกหน้าเข้ามาถามเขาก่อนที่จะก้มลงกำการบ้านของตัวเองต่อ

 

“อื้อ วันนี้งานเยอะมากเลย มีอะไรหรือเปล่า ?” ถึงจะตอบคำถามของชานยอล แต่แบคฮยอนก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนที่ยืนอยู่ตรงประตู

 

“ไม่มีอะไรหรอก งั้นทำการบ้านไปเถอะ” ชานยอลพยักหน้าตอบรับกลับไปแล้วจึงดึงประตูเชื่อมบานนั้นให้ปิดลง เขากลับเข้ามาอยู่ในห้องตัวเองอีกครั้ง เป็นเพราะวันนี้แบคฮยอนไม่ได้เข้ามาเล่นในห้องของเขา ชานยอลจึงรู้สึกเหงานิดหน่อย เพราะปกติแล้วแบคฮยอนจะชอบเข้ามานั่งๆนอนในห้องของเขา ชวนคุยเรื่องนั้นเรื่องนี้อยู่เรื่อยๆ ทำให้บรรยากาศในห้องไม่ได้เงียบเชียบอย่างเช่นตอนนี้ และชานยอลคิดว่าเขาคิดถึงเสียงเจื้อยแจ้วของแบคฮยอน ถึงแม้ในช่วงแรกๆ เขาค่อนข้างจะรำคาญพี่ชายตัวเล็กอยู่บ้าง แต่เมื่อวันเวลาผ่านไปนานเข้า ความรำคาญเหล่านั้นก็เริ่มจางหายไปและถูกแทนที่ด้วยความผูกพันระหว่างเขาและแบคฮยอน

 

เท้ายาวก้าวเดินวนไปวนมาในห้องของตัวเอง ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลานอนของเขาเพราะฉะนั้นต่อให้ล้มตัวลงนอนยังไงชานยอลก็รู้ว่าเขาไม่มีทางหลับตาลงแล้วเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างแน่นอน ครั้นให้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นก็ไม่รู้ว่าจะเล่นอะไร เขาไม่อยากแชทกับใคร รวมไปถึงในตอนนี้ยังไม่ใช่อารมณ์ที่เขาอยากจะเล่นกีต้าร์หรือว่านั่งวาดรูป สรุปเอาง่ายๆ ว่าในตอนนี้ชานยอลไม่มีอารมณ์จะทำอะไรอย่างจริงจัง

 

“นี่ ว่างอยู่หรือเปล่า” ชานยอลสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงของแบคฮยอนแทรกขึ้นมาในห้วงความคิดของเขา น้องชายตัวสูงหันกลับไปมองที่ประตูทางเชื่อมและพบว่าแบคฮยอนชะโงกหน้าเข้ามาในห้องของเขา มือขวาของแบคฮยอนดูเหมือนจะถือสมุดอะไรบางอย่างเอาไว้ และเขาคิดว่านั่นคงจะเป็นสมุดการบ้านของเจ้าตัว

 

“ก็ว่างอะ”

 

“ดีเลย ! นี่ช่วยทำการบ้านหน่อยสิ นะนะนะ” แบคฮยอนเปิดประตูให้อ้าออกกว้างยิ่งขึ้นแล้วจึงแทรกตัวเข้ามาในห้องของเขา ชูสมุดการบ้านขึ้นแล้วส่งยิ้มกว้างมาให้ด้วยท่าทางน่ารักน่าชัง

 

“ทำไรอะ”

 

“วาดรูปอ่า ~ มานั่งนี่ๆ เดี๋ยวอธิบายให้ฟัง” แบคฮยอนก้าวขึ้นเตียงชานยอลทันที ก่อนจะหันมากวักมือเรียกให้น้องชายตัวสูงเดินเข้ามานั่งด้วยกัน ชานยอลรู้สึกดีใจนิดหน่อยที่วันนี้แบคฮยอนกลับเข้ามาอยู่ในห้องของเขาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะให้เขาช่วยทำการบ้านถึงยังไงก็ตามแต่เขาก็ได้ใช้เวลาร่วมกับแบคฮยอนอยู่ดี

 

“ฉันต้องวาดนิทานแนะนำตัวเองส่งอาจารย์อะ แล้วฉันก็วาดรูปได้แย่มากๆ เลย ชานยอลช่วยวาดรูปให้หน่อยน้า ~” น้องชายตัวสูงพยักหน้ารับไปแบบส่งๆ ดูเหมือนไม่ค่อยอยากให้ความช่วยเหลือพี่ชายตัวเล็กเท่าไหร่นัก แต่จริงๆ ในใจของชานยอลนั้นคิดวางแพลนว่าเขาควรจะวาดรูปออกมาแบบไหน ควรใช้เทคนิคในการวาดภาพอย่างไรเพื่อให้งานของแบคฮยอนออกมาดูดีที่สุด

 

“เย้ ! ชานยอลใจดีที่หนึ่งเลย ~ งั้นฉันจะอ่านนิทานที่ฉันแต่งให้นายฟังนะ แล้วนายก็วาดรูปไปด้วย โอเคไหม ?”

 

“อื้ม เอาสิ” ชานยอลลุกไปหยิบดินสอและยางลบมาเตรียมพร้อมสำหรับการวาดภาพ เปิดกางสมุดการบ้านของแบคฮยอนและเริ่มลากเส้นรูปร่างทีละเล็กทีละน้อย ชานยอลที่ก้มหน้าวาดรูปเรื่องราวของนิทานที่แบคฮยอนเป็นคนแต่งขึ้นต่อไปเรื่อยๆ จนทำให้เขาได้เรียนรู้ตัวตนของแบคฮยอนมากยิ่งขึ้น 

 

แบคฮยอนเกิดมาในครอบครัวที่ไม่สมบรูณ์อย่างเหมือนอย่างเช่นเด็กส่วนมาก พี่ชายตัวเล็กของชานยอลเติบโตมาด้วยการเลี้ยงดูของแม่แต่เพียงผู้เดียว เพราะพ่อที่แท้จริงนั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่ตอนที่แบคฮยอนยังไม่คลอด แต่โชคยังเข้าข้างครอบครัวของแบคฮยอนอยู่บ้างเพราะพื้นฐานฐานะทางครอบครัวของพี่ชายตัวเล็กไม่ได้เข้าข่ายคนยากจน การเลี้ยงดูให้แบคฮยอนเติบโตขึ้นมาจึงไม่ได้เป็นเรื่องลำบากเท่าไหร่นัก แบคฮยอนเป็นคนตัวเล็กมาตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ส่วนสูงของเจ้าตัวมักจะน้อยกว่าเพื่อนคนอื่นๆ ในกลุ่มเสมอ แต่ถึงอย่างนั้นแบคฮยอนก็ไม่เคยเจอกับเหตุการณ์เลวร้ายอย่างเช่น โดนเพื่อนแกล้งหรือมีปัญหาต่อยตีกับเด็กคนอื่นเลยสักครั้งเดียว เป็นเพราะแบคฮยอนถูกปลูกฝังให้เป็นคนอ่อนโยนตั้งแต่ยังเป็นเด็ก แบคฮยอนเป็นคนน่ารักที่น่ารักทั้งหน้าตาและจิตใจ พี่ชายตัวเล็กของเขาคอยช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอและนั่นจึงทำให้ผองเพื่อนทั้งหลายรักและเอ็นดูแบคฮยอนเป็นอย่างมาก และชานยอลเองก็เชื่อแบบนั้น เพราะเขาสัมผัสได้ถึงความอ่อยโยนและความอบอุ่นที่แบคฮยอนถ่ายทอดมาให้เขาเสมอ หลายครั้งหลายคราที่การกระทำของแบคฮยอนค่อยๆ ละลายพฤติกรรมที่ดูแข็งกระด้างของเขา สัมผัสอ่อนโยนที่ชานยอลไม่เคยได้รับมาก่อนจากผู้เป็นพ่อ ทำให้หัวใจของชานยอลค่อยซึมซับสิ่งเหล่านั้นจากพยอนแบคฮยอนแทน

 

“ชานยอลนี่คืออะไรหรอ ?” ชานยอลเงยหน้าจากกสมุดการบ้านของแบคฮยอนที่อยู่ในมือแล้วหันไปมองพี่ชายตัวเล็กของตัวเองที่ตอนนี้ก้าวลงจากเตียงแล้วเดินไปหยิบแฟ้มบางอย่างที่ชั้นวางหนังสือของเขา

 

“ไม่มีอะไรหรอก”

 

“จะไม่มีอะไรได้ไง มีรูปวาดเยอะแยะเลย” แบคฮยอนเดินกลับมานั่งลงบนเตียงเดียวกับที่ชานยอลนั่งอยู่ มือเรียวของพี่ชายตัวเล็กไล่เปิดแฟ้มพลาสติกที่ด้านในมีรูปวาดพร้อมกับเกียรติบัตรมากมายถูกเก็บเอาไว้อย่างเป็นระเบียบ

 

“แฟ้มสะสมผลงานของนายหรอ ?”

 

“ก็ประมาณนั้นแหละมั้ง”

 

“โห ~~~ นี่มีผลงานตั้งแต่ประถมเลยหรอ นายวาดรูปเก่งตั้งแต่เด็กเลยอะ น่าอิจฉาจัง ตอนประถมนะ ฉันไม่เห็นจะได้เกียรติบัตรแบบนี้บ้างเลยอ่า ~” แบคฮยอนพลิกรูปวาดที่ถูกสอดไว้ในแฟ้มเล่มนั้นอย่างตั้งใจ เขาไล่สายตาอ่านใบเกียรติบัตรที่สอดอยู่คู่กับรูปวาดอย่างตั้งใจ ชานยอลมักจะชนะเลิศการประกวดวาดภาพอยู่เสมอ ในแฟ้มเล่มนี้มีผลงานตั้งแต่ชานยอลยังเรียนอยู่แค่ชั้นประถม ไล่ขึ้นมาเรื่อยๆจนถึงชั้นมัธยม

 

“นายเก่งมากๆ เลยนะชานยอล ดูดิได้รางวัลชนะเลิศแทบทุกรูปเลย” ชานยอลรู้สึกเขินอายเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินคำเอ่ยชมที่แบคฮยอนเอ่ยออกมา ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนว่าเขาเก็บผลงานที่ตัวเองประกวดชนะเอาไว้ในแฟ้มเล่มนี้ ชานยอลจำได้ว่าในตอนเด็กๆ นั้นเขารู้สึกดีใจมากที่ตนเองได้รับรางวัลชนะเลิศในการประกวดวาดรูปของโรงเรียนในแต่ละครั้ง เด็กชายชานยอลเก็บเอาผลงานและใบเกียรติบัตรทุกฉบับเอาไว้เป็นอย่างดี เขาเคยหวังเอาไว้ว่าวันหนึ่งถ้าพ่อได้เห็นแฟ้มเล่มนี้ พ่อจะต้องภูมิใจและแสดงความยินดีไปกับเขาด้วย . . .

 

“ถ้าพ่อเห็น พ่อจะต้องภูมิใจในตัวของนายแน่ๆ เลย ดูดิ มีรางวัลชนะเลิศเยอะแยะเลยอะ” ชานยอลหุบยิ้มทันทีที่แบคฮยอนพูดจบ เขาอยากบอกพี่ชายตัวเล็กเหลือเกินว่าแบคฮยอนน่ะคิดผิดเสียแล้ว . . .

 

“พ่อไม่ชอบหรอก พ่อไม่เคยชมฉันเลย” ชานยอลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ และนั่นทำให้แบคฮยอนเงยหน้าจากแฟ้มในมือหันกลับมามองสีหน้าที่ดูหมองลงของน้องชายตัวสูงทันที

 

“ชานยอล . . . เล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม เรื่องในอดีตของนายน่ะ” แบคฮยอนตัดสินใจเอ่ยถามออกไป เขาลุ้นว่าชานยอลจะยอมปริปากเล่าเรื่องของตัวเองออกมาให้เขาได้รับฟังเอาไว้ไหม

 

“พ่อไม่ชอบให้ฉันเรียนในด้านศิลปะ . . . ตอนที่ฉันชั้นอยู่มัธยมต้นปีสาม ฉันเกือบต้องเข้าเรียนในสายวิทย์ คณิตตามที่พ่ออยากให้เรียน แต่เพราะคะแนนทางด้านคณิตศาสตร์มันน้อยมากจนฉันไม่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกก็เลยพลาดโอกาสที่จะได้เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงทางสายวิทย์ ในตอนนั้นฉันเลยตัดสินใจไปสมัครเข้าเรียนในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะแทน ตอนที่ไปสมัครและสอบคัดเลือกน่ะพ่อยังไม่รู้ จนถึงวันที่ประกาศผลสอบเข้า ฉันสอบได้เป็นอันดับที่สามจากนักเรียนทั้งหมด ตอนนั้นฉันดีใจมาก แต่พอฉันบอกพ่อว่าฉันสอบติดโรงเรียนนี้แล้ว พ่อกลับโวยวายแล้วทุบตีฉันด้วย พ่อค้านหัวชนฝาว่ายังไงก็จะไม่ยอมให้ฉันเรียนทางด้านนี้ แต่เพราะว่าช่วงนั้นเลือกเวลาเปิดรับสมัครของโรงเรียนมอปลายมาแล้ว ถ้าฉันไม่เข้าไปเรียนที่นี่ ฉันก็จะไม่มีที่เรียน พ่อก็เลยยอมให้ฉันเรียนด้านศิลปะ . . .” ชานยอลค่อยๆ เล่าออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย จนแบคฮยอนรู้สึกผิดที่ถามถึงเรื่องในอดีตของชานยอล

 

“พ่อตีนายตรงไหนบ้าง” ชานยอลทำหน้าสงสัยนิดหน่อยกับคำถามของแบคฮยอน แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ยกมือชี้ไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย

 

“ตรงนี้ ตรงนี้ ตรงนี้ด้วย แล้วก็ตรงนี้” ชานยอลชี้ไปที่ตรงข้างแก้ม แผ่นหลัง แขนข้างซ้าย และที่ขาของตัวเอง แบคฮยอนวางแฟ้มนั้นลงข้างตัว คุกเข่าคลานเข้าไปหาชานยอลที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยกัน แล้วจึงก้มหน้าเข้าไปเป่าลมเบาๆตามจุดที่ชานยอลชี้เมื่อครู่

 

“เพี้ยง~ ต่อไปนี้ชานยอลจะไม่เจ็บเพราะถูกพ่อตีอีกแล้วนะ ไม่ว่าจะนึกถึงเรื่องในอดีตอีกกี่ครั้ง ชานยอลก็จะไม่เจ็บอีกต่อไปแล้ว ~ นายน่ะทำดีแล้ว ฉันยินดีด้วยนะ ทั้งรางวัลพวกนี้ที่นายได้มา แล้วก็เรื่องที่นายสอบได้ที่สามตอนนั้นด้วย ปาร์คชานยอล เก่งมากๆ ฉันภูมิใจในตัวนายนะ น้องชายของฉันเก่งที่สุดเลย” แบคฮยอนส่งยิ้มให้ชานยอลพร้อมกับเอื้อมมือขึ้นมาลูบหัวของน้องชายตัวสูงอย่างอ่อนโยน คำพูดที่ชานยอลได้รับจากแบคฮยอนพาลทำให้เขาน้ำตาคลอ คำพูดเหล่านี้มันคือสิ่งที่เขารอที่จะได้ฟังมันจากปากของพ่อเสมอมา แต่ก็ไม่มีเลยสักครั้งที่พ่อจะแสดงความยินดีกับเขาด้วย ราวกับว่าพ่อไม่ภูมิใจในความสามารถที่เขามี ผิดกับแบคฮยอนที่ทำให้เขาได้รับรู้ถึงความรู้สึกปลื้มปิติในวันวานอีกครั้ง เขาเริ่มรู้สึกภูมิใจในตัวเองอีกครั้งเมื่อได้ยินถ้อยคำเพียงไม่กี่คำจากแบคฮยอน

 

“นายชอบมันไหม รูปวาดพวกนั้น”

 

“ชอบสิ”

 

“ดีจัง . . .” ชานยอลล้มตัวลงนอนบนตักของแบคฮยอนด้วยความสุขใจ เรารู้สึกดีใจที่มีคนยอมรับในผลงานที่เขาชื่นชมและตั้งใจสร้างสรรค์มันขึ้นมา

 

“ง่วงแล้วหรอ ?” แบคฮยอนก้มลงถามน้องชายตัวสูงที่นอนหนุนตักของเขาอยู่ ชานยอลพยักหน้ารับเล็กน้อยแต่ก็ไม่ยอมยกศีรษะของตัวเองออกจากตักนุ่มๆของแบคฮยอน

 

“งานนายของนายรีบส่งหรือเปล่า ค่อยวาดต่อพรุ่งนี้ได้ไหม ?”

 

“ส่งอาทิตย์หน้าอะ ไว้ค่อยวาดต่อก็ได้ ถ้านายง่วงแล้วก็นอนเถอะ” แบคฮยอนเอื้อมมือไปพับสมุดการบ้านของตัวเองแล้ววางลงกับหัวเตียง เขากำลังจะลุกออกจากเตียงของชานยอลแต่น้องชายตัวสูงกลับกดศีรษะของตัวเองกับตักของเขาเอาไว้

 

“ลูบหัวหน่อย” มือหนาของชานยอลเอื้อมมาจับมือของแบคฮยอนแล้วจึงดึงไปวางลงบนกลุ่มผมของเจ้าตัว แบคฮยอนแปลกใจนิดหน่อยกับท่าทางที่ดูจะอ้อนเขาของชานยอล แต่ก็ยอมลูบผมของชานยอลแต่โดยดี เพราะชานยอลในโหมดแบบนี้ก็ดูน่ารักไปอีกแบบ

 

“ให้ฉันหลับแล้วนายค่อยกลับไปนอนที่ห้องนะ”

 

“โอเค งั้นราตรีสวัสดิ์นะชานยอล”

 

“อื้อ ราตรีสวัสดิ์แบคฮยอน . . .”

 

.

 

.

 

 

.

 

 

วันเวลาที่ผ่านไปยิ่งทำให้ความผูกพันระหว่างชานยอลและพี่ชายตัวเล็กมีมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพราะแบคฮยอนสอนให้เขาได้รู้จักกับความอ่อนโยนเหล่านั้น ชานยอลจึงเริ่มเรียนรู้ที่จะปรับมุมมองความคิดของตัวเอง ความเย็นชาที่เขาเคยมีถูกละลายด้วยความอบอุ่นและความห่วงใยที่แบคฮยอนมีให้เขา และในวันนี้ชานยอลก็อยากที่จะตอบแทนนำเอาสิ่งดีๆกลับคืนให้แบคฮยอนบ้าง . . .

 

เพราะวันนี้คือวันเกิดของแบคฮยอน . . .

 

ชานยอลรีบออกจากโรงเรียนของตัวเองทันทีที่ออดเลิกเรียนดังขึ้น โดนไม่ลืมที่จะแวะซื้อเค้กรสที่แบคฮยอนชอบแล้วจึงรีบกลับบ้าน เขานั่งรอแบคฮยอนกลับมาบ้านพร้อมกับของขวัญที่เขาตั้งใจทำให้พี่ชายตัวเล็ก หวังเอาไว้ว่าถ้าแบคฮยอนกลับมาเห็นของขวัญเห็นชิ้นนี้แล้วคงจะสิ่งยิ้มหวานๆให้เขาเป็นแน่

 

แต่แบคฮยอนก็ยังไม่กลับมา . . .

 

ชานยอลมองเข็มนาฬิกาที่เดินไปข้างหน้าอย่างไม่คิดจะรอใคร เขานั่งรอแบคฮยอนมาเป็นชั่วโมงแล้ว แต่พี่ชายตัวเล็กของเขาก็ยังไม่กลับมาสักที หรือว่าแบคฮยอนจะออกไปกินเลี้ยงกับเพื่อน ? เมื่อคิดได้ดังนั้นชานยอลจึงนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เขาไม่ได้บอกให้แบคฮยอนให้รีบกลับบ้านหรืออย่างไร เขาแกล้งทำเป็นจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เป็นวันเกิดของแบคฮยอน บางทีพี่ชายของเขาอาจจะกำลังกินเลี้ยงอยู่กับเพื่อนก็เป็นได้

 

อยู่ไหนอะ

 

แบคฮยอน . . . .

 

แบคฮยอนครั้งที่หนึ่ง . . .

 

แบคฮยอนครั้งที่สอง . . .

 

นี่ตอบหน่อยสิ

 

แบคฮยอนอา นายอยู่ไหน !

 

ชานยอลขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดเมื่อแบคฮยอนไม่ยอมตอบข้อความที่เขาส่งไป ตัวเลขหนึ่งที่ยังปรากฎอยู่หน้าข้อความบ่งบอกว่าแบคฮยอนยังไม่ได้เปิดอ่านข้อความเหล่านั้น น้องชายตัวสูงจึงตัดสินใจกดโทรศัพท์หาแบคฮยอนแทน เขารู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยเพราะเวลาที่ผ่านมา ไม่เคยเลยสักครั้งที่เขาและแบคฮยอนจะคุยกันผ่านทางโทรศัพท์ ชานยอลใจเต้นรัวเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณรอสายอย่างชัดเจน เขาหายใจเข้าออกเพื่อรอให้ปลายสายรับโทรศัพท์

 

“ฮัลโหล” ชานยอลขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงปลายสาย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยได้ยินเสียงของแบคฮยอนทางโทรศัพท์ แต่เขาค่อนข้างมั่นใจว่าคนที่ปลายสายนี้ไม่ใช่เสียงของแบคฮยอนแน่นอน

 

“แบคฮยอนอยู่ไหน ?”

 

“เอ่อ . . . ตอนนี้แบคฮยอนเป่าเค้กอยู่ครับ ผมเลยมารับโทรศัพท์แทน”

 

“นายเป็นใคร ?” ชานยอลไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แสดงออกถึงความไม่พอใจ แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกร้อนรนเมื่อไม่ได้คุยกับแบคฮยอน

 

“เป็นเพื่อนของแบคฮยอนครับ ~ คุณคือน้องชายของแบคฮยอนสินะ”

 

“ตอนนี้แบคฮยอนอยู่ไหน” ชานยอลออกจากบ้านทันทีที่ปลายสายตอบชื่อร้านกลับมา เขาคว้ากุญแจรถของพยอนยูนาขึ้นมาก่อนที่จะสตาร์ทรถเคลื่อนตัวออกสู่ท้องถนนในยามค่ำคืน ชานยอลเหยียบคันเร่งให้ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกเมื่อนึกถึงเสียงสุดท้ายก่อนที่ปลายสายจะถูกตัดไป

 

“ถ้าจะมารับก็รับมานะครับ เพราะตอนนี้แบคฮยอนเริ่มเมาแล้ว คุณเป็นน้องชายของเขาน่าจะรู้ว่าตอนเมาแบคฮยอนเป็นยังไง ~  

 

 

ชานยอลกวาดสายตามองหาแบคฮยอนทันทีที่ก้าวเท้าเข้าในร้านอาหารกึ่งผับที่เพื่อนของแบคฮยอนบอกเอาไว้ แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกลุ่มของเด็กนักเรียนมอปลายกลุ่มใหญ่ที่นั่งอยู่ด้านในของร้าน โดยมีแบคฮยอนอยู่ตรงกลาง และถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มเพื่อนของพี่ชายตัวเล็ก ขายาวจึงไม่รอช้ารีบเดินตรงเข้าไปในกลุ่มนั้นทันที

 

“แบคฮยอน” เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมามองเขาก่อนที่จะส่งยิ้มกว้างกลับมาให้ แบคฮยอนลุกขึ้นจากเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งอยู่แล้วเดินเข้ามาหาเขาท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเพื่อนในกลุ่ม

 

“อ่า ชานยอลมาหาฉันหรอ ~

 

“กลับบ้านกัน” ไม่รอช้าชานยอลเดินฝ่าวงของกลุ่มเพื่อนของพี่ชายตัวเล็กเข้าไปดึงให้แบคฮยอนลุกขึ้นจากโซฟาทันที

 

“อ่า โอเค กลับบ้าน ~ คายองซูวว เรากลับบ้านก่อนนะ บ๊ายบายทุกคนน ขอบคุณมากนะ ~” แบคฮยอนพยักหน้ารับรัวๆ แล้วจึงก้าวขาตามแรงดึงของน้องชายตัวสูง แบคยอนหันกลับไปโบกมือลาเพื่อนคนอื่นที่มองมาทางเขาด้วยสายตางุนงง จะมีก็แค่คยองซูที่ยกยิ้มออกมากับการกระทำของน้องชายตัวสูงของแบคฮยอน

 

ระหว่างทางกลับบ้านบรรยากาศภายในรถเงียบเชียบไร้ซึ่งเสียงพูดคุย ชานยอลยังรู้สึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อย เขาไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรแต่เขารู้สึกไม่พอใจที่มีคนเข้ามาจับเนื้อต้องตัวแบคฮยอน ชานยอลไม่ชอบให้แบคฮยอนไปสนิทกับคนอื่นมากกว่าเขาไม่ว่าคนนั้นจะเป็นชายหรือหญิง

 

“ชานยอล ~ เป็นอะไรไปหรอ ~” แบคฮยอนหันมาถามชานยอลเมื่อสัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีแดง เขารู้สึกแปลกใจนิดหน่อยกับท่าทางที่ดูอารมณ์เสียของชานยอล

 

“เปล่า” ชานยอลตอบคำถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย มือหนาเลือกไปเปิดกระจกข้างคนขับของตัวเองแล้วจึงหยิบเข้าม้วนบุหรี่ขึ้นมาจุด

 

“สูบบุหรี่ทำไม ~” แบคฮยอนขมวดคิ้วไม่พอใจเมื่อเห็นว่าชานยอลกลับมาสูบบุหรี่อีกครั้ง

 

“ยุ่ง” ชานยอลตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดจะไม่พอใจอีกครั้ง ยิ่งคิดก็ยิ่งหงุดหงิด ในขณะที่เขากำลังนั่งลงแบคฮยอนอยู่ที่บ้านพร้อมกับของขวัญที่เขาตั้งใจทำให้ เจ้าของวันเกิดกลับออกมากินเลี้ยงกับเพื่อนโดยที่ไม่ได้ระวังเนื้อระวังตัวเลยแม้แต่น้อย

 

“งั้นถ้าชานยอลสูบ แบคฮยอนก็จะสูบด้วย !” มือเรียวของแบคฮยอนเอื้อมไปคว้าม้วนบุหรี่ที่อยู่ในมือของชานยอลมาถือเอาไว้ ก่อนที่จะยกขึ้นสูบ ชานยอลหันกลับมามองการกระทำของพี่ชายตัวเล็กด้วยความตกใจ ทันทีที่แบคฮยอนสูบเอาควันบุหรี่เข้าปอด ร่างเล็กนั่นก็สำลักควันไอออกมาจนหน้าแดงไปหมด

 

“แบคฮยอนเอามานี่ !” ชานยอลดึงม้วนบุหรี่ในมือของแบคฮยอนออกแล้วจึงโยนออกไปนอกรถทันที ก่อนที่จะหันกลับมาลูบหลังให้พี่ชายตัวเล็กที่ยังคงสำลักควันบุหรี่อยู่

 

“งื้อ ~ ชานยอล ~ อย่าสูบบุหรี่อีกนะ ~” แบคฮยอนร้องไห้งอแงออกมาราวกับเด็กน้อย มือเรียวกำนิ้วมือของชานยอลเอาไว้แน่น

 

“อื้มๆ ไม่สูบแล้ว”

 

“ดีมาก ชานยอลเป็นเด็กดี ~ งั้นแบคยอนจะให้รางวัล ~” ใบหน้าของแบคฮยอนเลื่อนเข้ามาหาน้องชายตัวสูงของเขาเรื่อยๆ ริมฝีปากบางของแบคฮยอนประทับลงบนริมฝีปากของชานยอลอย่างแผ่วเบา ก่อนที่จะผละออกอย่างรวดเร็ว พี่ชายตัวเล็กหัวคิกคักอย่างอารมณ์ดีโดยไม่ได้สังเกตท่าทางของชานยอลเลยแม้แต่น้อย

 

“แบคฮยอน . . . รางวัลของจริงน่ะต้องแบบนี้” ชานยอลรั้งใบหน้าของพี่ชายตัวเล็กเข้ามาใกล้ก่อนที่จะประทับริมฝีปากของตัวเองลงกับริมฝีปากบางของแบคฮยอน กลิ่นของบุหรี่ยังคงติดอยู่ที่ริมฝีปากของคนทั้งคู่ แต่กลิ่นของบุหรี่ในครานี้กลับดูหอมหวานจนยากที่จะปฏิเสธ ยิ่งชานยอลสัมผัสก็ยิ่งติดใจ . . . เขาบดเบียดริมฝีปากของตัวเองลงกับริมฝีปากของแบคฮยอนอย่างเอาแต่ใจ ชานยอลผละริมฝีปากของตัวเองออกจากแบคฮยอนเล็กน้อยก่อนที่จะพรมจูบไปทั่วใบหน้าของแบคฮยอนอีกครั้ง สองมือหนาประคองใบหน้าเล็กของแบคฮยอนเอาไว้ ชานยอลกดจูบลงบนเปลือกตาของแบคฮยอนเบาๆทั้งดวงตาด้านซ้ายและขวา

 

“รู้ไหมว่าจูบที่เปลือกตาหมายถึงอะไร . . .” ชานยอลละริมฝีปากของตัวเองออกจากดวงตาของแบคฮยอน ดวงตาเรียวฉ่ำน้ำของแบคฮยอนค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นเผื่อจ้องมองคนที่อยู่ตรงหน้า

 

“มันหมายความว่า ฉันกำลังตกหลุมรักคุณ”    

 
 

ฉันตกหลุมรักนายเข้าแล้วล่ะ พยอนแบคฮยอน ...

 









มาดึกมาก ขอโทษที่ให้รอนานนะคะ 

เพราะมัวแต่สงสัยเรื่องแอดมิดชั่น ฮ่า ~
เราจะบอกว่าเราจะรวมเล่มฟิคเรื่องนี้นะคะ
เก็บเงินรอกันไว้เลย ~ จะพยายามไม่ให้เกินสี่ร้อยบาทค่ะ ^ - ^
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และทุกคนที่คลิกเข้ามาอ่านนะคะ <3
@mmeawchy

 

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,840 ความคิดเห็น

  1. #6819 pbcy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 07:14
    อุดปากกรี้ดดดดดด
    #6,819
    0
  2. #6809 Nattgaporn_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 07:09
    กรี๊ดดดดด ละมุนมากจ้าาาา
    #6,809
    0
  3. #6797 Moma momint (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 06:33
    นัก้รกยักย้กยกนักน้กยักน้กยหยัหยหย้นหนักสหน เขินม๊ากกกกกกกใจเต้นแรงงง
    #6,797
    0
  4. #6780 Tofu_Jcbsmm (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 01:00
    อ้ากกกกกก ใจนุรับไม่ไหวงงง งงงงงงกมดวดวกววกวดยกยกข
    #6,780
    0
  5. #6765 Bew_ASD (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 09:07
    กรี๊ดสกสกวกวกววดวเวกวกวก
    #6,765
    0
  6. #6757 SOUELphile (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 19:09
    ละมุนมาก ชอบมากเลยแง
    #6,757
    0
  7. #6725 loeyloxepcy61 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 04:48
    อ่ายยยยยยยเอปปี่ิแแแ่าปปเรสสยาตายไไไไไๆๆๆๆๆๆ
    #6,725
    0
  8. #6710 cuttt (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 20:47
    กรี้ดดดดดดดดดดดด
    #6,710
    0
  9. #6684 11507416p (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 14:01
    กรี้ดดดด รุกแรงมากกกกกกกก อร้ายยยยยยยยยยย
    #6,684
    0
  10. #6658 Sea121 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 19:44
    เขิลลลลลลลลลลลลลลล
    #6,658
    0
  11. #6619 BABYzPCY (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 19:38
    กรี๊ดดดดด ><
    #6,619
    0
  12. #6605 ดั๋มได๋ยัยแตง (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 20:03
    อร้ายยยยยยยย ชานชัดเจนขนาดนี้แล้วแบคว่าไง
    #6,605
    0
  13. #6568 pim pimmi (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 12:38
    งื้ออออออ แบคล่ะ
    #6,568
    0
  14. #6509 อ่านกันเข้าไป (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 16:24
    แล้วแบคจะคิดเหมือนกันกับชานยอลไหมน้า . . .
    #6,509
    0
  15. #6464 little daffodil (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 00:13
    สารภาพซะทีพี่ชาน
    #6,464
    0
  16. #6433 pakjeejan (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 15:34
    บอกแล้วๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดเดดดด
    #6,433
    0
  17. #6410 ♚champagne♚ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 10:23
    โอ๊ยยยยฟินตัวแตกตายตู้มกลายเป็นโกโก้ครั้น55555 ><
    #6,410
    0
  18. #6349 Chanpor (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 21:29
    ว๊ายยยยยยยยยๆ
    #6,349
    0
  19. #6281 PBIE (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 23:59
    อื้อหืมเราไม่กล้านอนอยากอ่านต่อแต่มันดึกแล้ว กำลังทำใจปิดเว็บ ;-;
    #6,281
    0
  20. #6276 aimmiry (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2557 / 11:46
    อ๊ายยยยยยยยยยยยย เขิลอ่ะ
    #6,276
    0
  21. #6250 THE.JUNG SOORI♔ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 18:22
    ขขอแบบนี้ขอแบบนี้!!อยากได้ชานยอลลล>O< 
    ชอบแล้วใช่ป้ะใช่มั้ยยยหื้มมมมเย่เย้ 
    #6,250
    0
  22. #6220 PINKLAND (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 กันยายน 2557 / 16:39
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด 
    จะไม่ทน แยคเมาแล้วน่ารักตลอด 
    งื้ออออออออ -///////////////////////-
    #6,220
    0
  23. #6205 fhonboice_army (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 15 กันยายน 2557 / 22:45
    อ่านแล้วฟินยิ้มไใ่หุบเลยค่าาา-///-
    #6,205
    0
  24. #6160 Aomdmsh' (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2557 / 11:27
    งื้อออ ชานยอลสารภาพไปแล้ว แบคจะรู้สึกยังไงแว้
    #6,160
    0
  25. #6132 MiSO_SMiNE (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 21:08
    อ่านแล้วยิ้มเลย แบคน่ารักมาก ละมุนจริงๆ



    หว่า ชานยอลรุกแล้ว อ๊างงง
    #6,132
    0