` {fic exo} 。 m e l t ♡ chanbaek

ตอนที่ 15 : 。 m e l t ♡ - 1 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    7 เม.ย. 56

 

m e l t 1 4

.

.

.

แบคฮยอนตื่นขึ้นมาในเช้ามืดของวันต่อมา เสียงของฟ้าผ่าที่ดังขึ้นทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมา แบคฮยอนสัมผัสได้ถึงความชื้นของสายฝนที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า เขาไม่แน่ใจมากนักว่าฝนที่ตกอยู่ด้านนอกนั้นแรงมากเพียงใด แต่อุณหภูมิที่ลดลงทำให้เขาพอจะเดาได้ว่าฝนคงตกลงมาสักพักหนึ่งแล้ว แบคฮยอนพยายามข่มตาหลับอีกครั้ง แต่ถึงแม้ว่าบรรยากาศจะเย็นสบายและน่านอนมากแค่ไหน เขากลับนอนไม่หลับอยู่ดี ดวงตาเรียวค่อยๆเปิดขึ้นอีกครั้ง ภาพแรกที่เขาลืมตาขึ้นมาเจอคือใบหน้าของน้องชายตัวสูงที่ยังคงนอนจับมือของเอาแล้วแนบแก้มของตัวเองอยู่อย่างนั้น ภาพในตอนก่อนนอนเป็นอย่างไร ภาพแรกหลังจากที่ตื่นนอนก็ยังคงเป็นภาพนั้น แบคฮยอนไล้นิ้วมือสวยของตัวเองไปบนแก้มของชานยอลเบาๆ รอยแดงที่เคยปรากฎชัดค่อยๆ จางลงไปจนแทบจะไม่เห็นสีแล้ว ชานยอลขยับตัวนิดหน่อยเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสที่รบกวนเวลานอนของเจ้าตัว แบคฮยอนตัดสินใจยกมือของตัวเองออกจากแก้มของน้องชายตัวสูง ในเมื่อเขานอนไม่หลับแล้ว เขาจึงคิดว่าเขาควรตื่นขึ้นมาทำอย่างอื่นเสียเลยก็แล้วกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นแบคฮยอนจึงลุกขึ้นจากเตียงนอน เดินไปเปิดไฟภายในห้องให้สว่างแล้วเขาจึงพบว่า ที่นอกระเบียงห้องนอนของชานยอลนั้นมีสายฝนตกลงมาอย่างหนักจนแทบจะมองทางไม่เห็น เสียงไฟที่สว่างขึ้นยังทำให้แบคฮยอนเห็นเข็มของนาฬิกาที่แขวนอยู่กับผนังห้องอย่างชัดเจน เข็มสั้นที่ชี้อยู่ที่เลขสี่และเข็มยาวที่ชี้อยู่ที่เลขสอง ทำให้แบคฮยอนรู้ว่ายังเหลือเวลาอีกหลายชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเข้าเรียนของทั้งเขาและชานยอล

 

แบคฮยอนก้าวเท้าไปยังรูปวาดของชานยอลที่วางอยู่บนพื้น ในตอนนี้รูปวาดนั้นเป็นเพียงแค่การนำเอาเศษกระดาษที่ถูกฉีดมาวาดเรียงต่อกัน ถึงแม้ว่ารูปวาดของมันจะไม่สมบรูณ์เหมือนเดิม แต่เค้าโครงความงดงามก็ยังปรากฎชัดให้ผู้พบเจอ พี่ชายตัวเล็กเดินเข้าไปในห้องนอนของตัวเองและกลับเข้ามาในห้องของชานยอลอีกครั้งพร้อมกับแท่นตัดสก็อตเทปที่มีม้วนสก็อตเทปใสใส่อยู่ แบคฮยอนทรุดลงนั่งลงบนพื้นเย็นๆในห้องของชานยอล มือเรียวค่อยๆ บรรจงดึงสก็อตเทปออกมาแล้วแปะมันลงบนเศษกระดาษที่วางเรียงกันอยู่บนพื้น ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ รูปวาดที่เคยกลายเป็นแค่เศษกระดาษที่นำมาวางเรียงต่อกันก็กลับมากลายเป็นรูปวาดแผ่นเดียวที่ถูกเชื่อมเอาไว้ด้วยสก็อตเทปใสโดยฝีมือของแบคฮยอน พี่ชายตัวเล็กนั่งชื่นชมผลงานของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงลุกขึ้นเดินกลับเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวไปโรงเรียนในห้องของตัวเอง เขาไม่ได้กลับเข้าไปในห้องของชานยอลอีก แต่เลือกที่จะเดินลงไปยังชั้นล่างของบ้าน ร่างเล็กๆของแบคฮยอนเดินหายเข้าไปในห้องครัว มือเรียวสวยเปิดประตูตู้เย็นกวาดสายตามองหาวัตถุดิบที่เขาต้องการแล้วจึงทยอยหยิบเอาวัตถุดิบที่เขาต้องการใช้ออกมาทีละอย่างสองอย่าง แล้วจึงลงมือทำอาหารอยู่ภายในห้องครัวเงียบๆคนเดียว . . .

 

แต่เมื่อคิดย้อนไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ปมชีวิตบางอย่างของชานยอลที่เขาไม่รู้อาจจะเป็นสิ่งสำคัญที่หล่อหลอมให้ชานยอลเย็นชาอย่างเช่นทุกวันนี้ คำพูดที่ร้ายกาจของปาร์คแจฮยอนทำให้แบคฮยอนรู้สึกไม่พอใจที่ได้ยินแบบนั้น ความรู้สึกที่เขามีต่อพ่อคนใหม่ติดลบไปในมันที และไหนจะการกระทำที่รุนแรงนั่นอีก แบคฮยอนจึงเริ่มที่จะไม่ชอบพ่อคนใหม่ของตัวเองเสียแล้ว แต่ถึงอย่างนั้น แต่สิ่งที่พี่ชายตัวเล็กมองว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คงจะเป็นจิตใจและความรู้สึกของชานยอลเสียมากกว่า เขาไม่รู้ว่าในอดีตชานยอลต้องประสบพบเจอกับอะไรมาบ้าง ชานยอลเติบโตมาด้วยความรู้สึกแบบไหน และได้รับความอบอุ่นจากครอบครัวอย่างที่เด็กผู้ชายคนหนึ่งพึงจะได้หรือเปล่า ? เมื่อคิดมาถึงตรงจุดนี้ แบคฮยอนจึงถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เขาบอกกับตัวเองว่าหลังจากนี้เขาจะคอยดูแลปกป้องชานยอลจากความเจ็บปวดเอง

 

 

 

ชานยอลตื่นขึ้นมาในตอนหกโมงเช้า เขาไม่เห็นพี่ชายตัวเล็กนอนอยู่เคียงข้างกายกันจึงขมวดคิ้วสงสัยนิดหน่อย แต่เมื่อนึกดูให้ดีแล้ว มันก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกอะไรเท่าไหร่นัก เพราะแบคฮยอนมักจะเป็นคนที่ตื่นนอนก่อนเขาเสมอ และเมื่อคิดได้ดังนั้นชานยอลจึงลุกลงจากเตียงเดินเข้าไปอาบน้ำล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ กลับออกมาแต่งตัวด้วยชุดนักเรียนหน้าตู้เสื้อผ้าภายในห้องนอน สายตาของน้องชายตัวสูงเหลือบไปเห็นกระดาษรูปวาดของเขาที่ถูกเชื่อมเข้าด้วยกันด้วยสก็อตเทปใสถูกหนีบอยู่ติดกับกระดานวาดรูปของเขา ชานยอลติดกระดุมนักเรียนเม็ดสุดท้ายแล้วจึงเดินเข้าไปใกล้กระดานวาดรูปของตัวเอง จ้องมองภาพวาดตรงหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉย . . . ถึงแม้ว่ารูปวาดรูปนี้จะเห็นถึงรอยฉีกขาดของกระดาษ แต่มันก็ไม่ได้กระจัดกระจายจนไม่สามารถมองเห็นเป็นรูปได้อย่างแต่ก่อน ชานยอลไล้นิ้วลงบนรูปวาดนั้นตรงบริเวณที่มีหยาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนอยู่บนใบหน้าของหญิงสาว นานเป็นนาทีที่ชานยอลยืนค้างอยู่อย่างนั้น

 

“ผมขอโทษนะครับแม่ . . .” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาราวกับจะสื่อสารกับหญิงสาวในรูปวาด ชานยอลละมือออกจากแผ่นกระดาษที่มีแต่สก๊อตเทปใสตรงหน้า เดินไปหยิบกระเป๋านักเรียนของตัวเองขึ้นมาสะพาย มีความคิดนึงที่ลอยเข้ามาในหัวของเขา . . .

 

ถ้าเปรียบรูปวาดที่เคยกลายเป็นเพียงแค่เศษกระดาษกับหัวใจของเขาที่เคยแตกสลายมาแล้ว แบคฮยอนคือผู้ที่เชื่อมเศษกระดาษเหล่านั้นให้กลับมาเป็นรูปวาดที่สมบรูณ์ดั่งเดิมได้ พี่ชายตัวเล็กของเขาก็คงจะหลอมละลายดวงใจที่เคยแตกสลายของเขาให้กลับมาเป็นดวงใจที่มีความเข้มแข็งเหมือนเดิมอีกครั้งหนึ่งใช่ไหม ?

 

ภาพเหตุการณ์ที่ทำร้ายจิตใจของเขาเมื่อคืนยังคงหลอกหลอนเขาอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าความเจ็บปวดทางร่างกายจะทุเลาลงไปแล้วแต่ความปวดร้าวที่ยังกัดกินหัวใจของเขายังไม่ได้จางหายไป ถ้อยคำของผู้เป็นพ่อบาดลึกลงในจิตใจของเขา ตะกอนความเจ็บปวดที่เคยสงบเงียบภายในจิตใจถูกตีให้ฟุ้งขึ้นมาคละคลุ้งขึ้นมาอีกครั้ง ความจริงในอดีตยังคงส่งผลมาถึงปัจจุบันและอาจจะส่งผลกระทบกับจิตใจของเขาไปจนถึงชอนาคต ชานยอลไม่รู้ว่าเขาจะจัดการกับความเจ็บปวดในครั้งนี้อย่างไร เขาจะกลบเกลื่อนตะกอนของความปวดร้าวครั้งนี้ให้สงบลงได้อย่างไร ชานยอลยังไม่รู้เลย . . .

 

 

สายฝนที่ยังคงโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าทำให้ชานยอลติดอยู่หน้าชายคาบ้านของตัวเอง เขาแบมือรับน้ำฝนที่ร่วงลงบนฝ่ามือก่อนที่จะปล่อยให้มือของตัวเองตกลงข้างตัวดังเดิม เขาหันไปมองร่มสีดำคันใหญ่ที่แขวนอยู่หน้าบ้าน ถ้าเป็นในเวลาปกติแล้ว ชานยอลคงจะไม่รอช้า เขาคงจะคว้าเอาร่มคันนั้นมากางแล้วออกเดินไปยังป้ายรถบัสหน้าบ้านของตัวเองทันที แต่เพราะในตอนนี้และวันนี้ที่อะไรๆเริ่มไม่เหมือนเดิม ชานยอลนึกไปถึงอีกคนที่ต้องเดินทางไปยังโรงเรียนของตัวเองเช่นเดียวกันกับเขา ถ้าหากว่าเขาหยิบร่มคันนั้นมาใช้ แบคฮยอนก็คงจะต้องเดินตากฝนไปรอรถบัสที่ป้ายรถบัสเป็นแน่แท้ และความรู้สึกของชานยอลในตอนนี้บอกกับตัวเองว่าเขาไม่อยากเห็นแบคฮยอนในสภาพแบบนั้น . . .

 

ชานยอลจึงตัดสินเดินก้าวเท้าออกจากบ้านของตัวเองโดนไม่ได้หยิบร่มคันสีดำที่แขวนอยู่เพียงคันเดียวติดมือไปด้วย เขาทิ้งร่มคันนั้นเอาไว้เพื่อให้มันได้ทำหน้าที่ในการบดบังเม็ดฝนที่รวงหล่นลงมาจากฟ้าให้กับแบคยอนแทนที่จะเป็นตัวของเขาเอง

 

“ชานยอล !!” เพิ่งจะก้าวออกมาจากบ้านได้ไม่เท่าไหร่ เสียงเรียกชื่อที่ชานยอลแสนคุ้นเคยก็ดังขึ้น น้องชายตัวสูงยังไม่ทันที่จะได้หันไปมองหน้าของคนที่เอ่ยเรียกชื่อของเขาเมื่อครู่ แบคฮยอนก็วิ่งเข้ามาหาเขาพร้อมกับร่มสีดำคันใหญ่ในมือเสียแล้ว

 

“ทำไมออกมาไม่รอกันเลย” แบคฮยอนยู่หน้าลงก่อนที่จะบ่นออกมาด้วยน้ำเสียงติดจะน้อยใจ ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขายืนยิ่งๆยืนมองแบคฮยอนที่ยื่นมือมาปัดหยาดน้ำฝนที่เกาะอยู่ที่เส้นผมและเสื้อตัวนอกของเขา

 

“ตากฝนออกมาแบบนี้ได้ยังไง เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี จะออกมาก็น่าจะเรียกกันก่อนสิ” แบคฮอนบ่นใส่ชานยอลอีกครั้ง แต่มือเรียวข้างที่ไม่ได้จับที่ด้ามร่มก็ยังคงทำหน้าที่ปัดหยาดน้ำฝนออกจากร่างกายของชานยอล

 

ไม่มีบทสนทนาอะไรเกิดขึ้นอีกระหว่างพี่ชายตัวเล็กและน้องชายตัวสูงอีก เท้าของสองพี่น้องเดินก้าวเคียงคู่ไปด้วยกันเรื่อยๆ ชานยอลรู้สึกถึงมุมแหลมของร่มที่บางครั้งมันเคลื่อนมาทิ่มกับศีรษะของเขา นั่นอาจจะเป็นเพราะส่วนสูงที่ต่างกันอยู่ไม่น้อยของเขาและแบคฮยอน จึงเกิดอุปสรรคอย่างนี้ขึ้นมาเมื่อแบคฮยอนคนที่ตัวเล็กกว่าเขาเป็นผู้ทำหน้าที่กางร่มในครั้งนี้ แต่ถึงว่ามันจะสร้างความหงุดหงิดใจให้เขาบ้างเป็นบางครั้ง แต่ชานยอลกลับรู้สึกดีมากกว่ากับการที่เขาได้เดินก้มหัวลงเล็กน้อยอยู่ภายใต้ร่มคันเดียวกับพี่ชายตัวเล็กของเขาเป็นคนถือ

 

“ฉันทำแซนวิชมาให้ด้วยนะ คิดไว้อยู่แล้วว่านายต้องไม่ยอมกินข้าวตอนเช้าที่บ้านแน่ๆ” เมื่อเดินมาถึงป้ายรถบัส แบคฮยอนจึงพูดขึ้น มือเรียวยื่นด้ามร่มมาให้ชานยอลถือเอาไว้ แล้วพี่ชายตัวเล็กจึงปลดสายเป้ของตัวเองลงข้างหนึ่ง รูดซิปกระเป๋าให้เปิดออกแล้วจึงหยิบห่อแซนวิชหน้าตาน่ารับประทานขึ้นมาส่งให้ชานยอล

 

“แล้วของนายอะ”

 

“อยู่นี่ไง ~ กินเลยไหม ? ฝนตกแบบนี้รถต้องมาช้าแน่ๆเลย” แบคฮยอนชูห่อแซนวิชอีกห่อหนึ้งขึ้นมาโชว์ให้ชานยอลดู ก่อนที่จะแกะห่อแซนวิชนั่นแล้วส่งให้ชานยอล

 

“โอ้ยถือร่มดีๆสิ ! มันกระเด็นใส่ฉันอะ” แบคฮยอนยู่หน้าด้วยความไม่พอใจเมื่อชานยอลที่ก้มลงกัดแซนวิชของตัวเองจนทำให้ร่มที่อยู่ในมือของน้องชายตัวสูงเอียงไปมาเล็กน้อยและหยดน้ำที่เกาะอยู่บนหลังคาของป้ายรถบัสจึงหยดลงมาใส่หัวของแบคฮยอน

 

“ก็กินอยู่อะ” ชานยอลถือร่มให้กลับมาตรงดังเดิมอีกครั้ง แบคฮยอนที่เห็นท่าทางที่ดูไม่ถนัดของชานยอล พี่ชายตัวเล็กจึงตัดสินใจดึงห่อแซนวิชในมือของชานยอลไปถือเอาไว้เสียเอง

 

“ถือร่มไว้นะ” พี่ชายตัวเล็กอธิบายเมื่อชานยอลทำหน้าตาสงสัยกับการกระทำของเขา หลังจากนั้นแบคฮยอนจึงยื่นแซนวิชที่อยู่ในมือของตัวเองไว้ตรงหน้าของชานยอล

 

“นายแค่ถือร่มไปก็พอ เดี๋ยวฉันป้อนเอง” เมื่อได้ยินดังนั้นชานยอลจึงพยายามสุดความสามารถที่จะซ่อนรอยยิ้มของตัวเองเอาไว้ แบคฮยอนมักจะมีมุมที่น่ารักๆ แบบนี้ให้เขาเห็นอยู่เสมอ การกระทำของแบคฮยอนเมื่อคืนยังเด่นชัดอยู่ในห้วงความทรงจำของเขา กระกระทำที่ทำให้หัวใจของเขารู้สึกถึงความอบอุ่น ชานยอลเริ่มรู้สึกว่าเขาเข้าใกล้กับคำว่าความอ่อนโยนเมื่อได้อยู่ใกล้แบคฮยอน บางทีแบคฮยอนอาจจะเป็นหยาดฝนที่โปรยปรายลงมาในหัวใจของเขา ฝั่งกลบตะกอนของความเจ็บปวดให้จมอยู่ที่ก้นบึ้งของหัวใจ ไม่ให้มันกลับมาสร้างความปวดร้าวให้เขาอีก . . .

 

หลังจากนั้นไม่นานรถบัสสายที่ผ่านทั้งโรงเรียนของเขาและแบคฮยอนเคลื่อนตัวเข้ามาจอดอยู่ตรงหน้าของเราทั้งคู่ แต่กลับไม่มีใครคิดจะก้าวขึ้นรถบัสคันนั้นเลยสักคน แบคฮยอนยังคงยื่นป้อนแซนวิชให้เขาอยู่อย่างนั้น และตัวของชานยอลเองก็ยังยืนกางร่มพร้อมทั้งก้มลงกัดแซนวิชในมือแบคฮยอนอยู่อย่างใจเย็น จนแล้วจนเล่ารถบัสคันนั้นและอีกหลายคันก็ขับผ่านคนทั้งคู่ไป เวลาผ่านเลยไปเท่าไหร่แล้วไม่มีใครรู้ และชานยอลเองก็ไม่รู้เลยว่าในตอนนี้ภายใต้รอยยิ้มที่สดใสนั้นแบคฮยอนกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ในตอนนี้เขาสามารถสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของตัวเองที่เริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

 

 

 

อยากติดฝนกับเธอให้นานเท่านาน อยากให้เป็นอย่างนั้นเท่าที่จะเป็นไปได้

 

  

.

 

.

 

.

 

 

แบคฮยอนยืนชะเง้อคอมองอยู่หน้าโรงเรียนของชานยอล ทันที่เขาเลิกเรียนชานยอลส่งข้อความาหาเขา และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้พยอนแบคฮยอนมายืนกางร่มสีดำคันใหญ่อยู่หน้าโรงเรียนของน้องชายตัวสูง

 

ติดฝน กลับไม่ได้

 

ฝนไม่ได้ตกหนักแล้วนะ

 

มันทำให้หนังสือเรียนเปียก . . .

 

ทีเมื่อเช้าล่ะไม่เห็นจะกังวลแบบนี้เลย

 

มารับหน่อย

 

ไปรับก็ได้ แต่ยังไม่กลับบ้านนะ

 

จะไปไหน ฝนตก

 

ไปเล่น ~ ถ้าไม่ยอมไปเล่นด้วยกันก็ตากฝนกลับบ้านเองก็แล้วกันนะ

 

ยอมแล้ว

 

เยี่ยม !

 

ชานยอลเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของพี่ชายตัวเล็กที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับโทรศัพท์ของตัวเองภายใต้ร่มสีดำคันใหญ่ ตอนแรกเขารู้สึกงุนงงนิดหน่อยว่าทำไมแบคฮยอนถึงได้ดูอารมณ์ดีกับโทรศัพท์ของตัวเองมากขนาดนั้น น้องชายตัวสูงจึงแอบชำเลืองมองไปยังหน้าจอโทรศัพท์ของพี่ชายตัวเล็ก หน้าจอที่แสดงข้อความโต้ตอบของเจ้าของเครื่องและชื่อของเขาที่ปรากฎอยู่ทำให้ชานยอลยกยิ้มขึ้นมาบ้าง เขาไม่คิดว่าแบคฮยอนจะยิ้มออกมาได้ง่ายๆกับข้อความระหว่างเรา . . .

 

เขาไม่คิดว่าแบคฮยอนจะมีท่าทีเหมือนกับเขาไม่มีผิด . . .

 

“อ้าว มาแล้วหรอ” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมามองชานยอล และนั่นทำให้น้องชายตัวสูงหุบยิ้มของตัวเองลงทันที เขาพยักหน้ารับคำแบคฮยอนเล็กน้อยแล้วทั้งคู่จึงออกเดินภายใต้ร่มคันเดียวกันอีกครั้ง

 

เส้นทางเดินไปยังป้ายรถบัสถูกแปรเปลี่ยน แบคฮยอนพาเขาเดินไปอีกทางซึ่งชานยอลเองก็ไม่รู้ว่าจุดหมายของแบคฮยอนนั้นจะไปหยุดลงที่ตรงไหนของเมือง ผ่านไปสักพัก สองเท้าของแบคฮยอนจึงหยุดชะงักอยู่หน้าสนามฟุตบอลแห่งหนึ่งที่ในวันนี้ไร้ซึ่งผู้คนเพราะสายฝนที่กำลังโปรยปรายลงมา

 

“มาเล่นกันเถอะ” แบคฮยอนวางกระเป๋าเป้นักเรียนของตัวเองลงบนม้านั่งตัวหนึ่งที่อยู่ข้างสนาม ก่อนที่จะเปิดซิบแล้วหยิบเอาถุงพลาสติกใบใหญ่ออกมาใบหนึ่ง

 

“เอาโทรศัพท์กับหนังสือเรียนของนายใส่ไว้ในนี้ จะได้ไม่เปียกน้ำ” ถึงแม้จะดูมึนงงกับคำสั่งของพี่ชายตัวเล็ก แต่ชานยอลก็ยอมทำตามแต่โดยดี เขาหยิบเอากระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์มือถือของตัวเองรวมทั้งสมุดและหนังสือในกระเป๋าเป้ใส่ลงไปในถุงพลาสติกใบใหญ่ของแบคฮยอน และพี่ชายตัวเล็กของเขาก็ทำเช่นเดียวกัน เมื่อแบคฮยอนผูกปากถุงใบนั้นเรียบร้อยแล้วคนตัวเล็กจึงวางร่มไว้ข้างกับกระเป๋าเป้ของแบคฮยอนและชานยอล จัดร่มให้บดบังหยดน้ำฝนที่จะตกใส่กระเป๋าเป้ของทั้งคู่อยู่พักหนึ่ง แล้วจึงทรุดตัวนั่งลงถอดรองเท้าผ้าใบและถุงเท้านักเรียนออก พับแขนเสื้อและขากางเกงนักเรียนขึ้น ก่อนที่จะหันมาสั่งให้น้องชายตัวสูงทำตามด้วย

 

ชานยอลที่ไม่รู้ว่าแบคฮยอนกำลังจะทำอะไร แต่เจ้าตัวก็ยอมทำตามคำสั่งของแบคฮยอนแต่โดยดีราวกับต้องมนต์สะกดอะไรบางอย่างจากน้ำเสียงและดวงตาคู่นั้น จนในที่สุดเมื่อน้องชายตัวสูงรู้สึกตัวอีกทีพี่ชายตัวเล็กก็จุงมือของเขามาหยุดยืนอยู่ท่ามกลางสนามบอลแห่งนี้เสียแล้ว ฝ่าเท้าสัมผัสได้กับความชุ่มชื้นของดินที่เปียกน้ำและหยดน้ำที่เกาะอยู่ยอดหญ้าภายในสนาม สายฝนที่ตกลงมาไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหนาวเท่าไหร่นัก พี่ชายตัวเล็กของชานยอลก้าวเท้าถอยหลังออกห่างจากร่างของเขาไปเรื่อยๆ จนเมื่อถึงระยะทางที่เจ้าตัวพอใจแล้วเท้าขาวสะอาดของแบคฮยอนที่ตอนนี้เปื้อนคราบดินจึงหยุดการเคลื่อนไหวลง ชานยอลจ้องมองพี่ชายตัวเล็กของตัวเองด้วยความงุนงง และหลังจากวินาทีนั้นแบคฮยอนจึงออกตัววิ่งเข้ามาหาเขาอย่างเร็วและแรงจนชานยอลตั้งตัวหลบไม่ทัน แรงกระแทกของร่างแบคฮยอนที่พุ่งเข้ามากระโดดขี่หลังของชานยอลทำให้น้องชายตัวสูงเซไปเล็กน้อย แต่ก็ยังคงทรงตัวกลับขึ้นมาได้ ชานยอลกำลังจะหันกลับไปต่อว่าพี่ชายของตัวเองที่เล่นอะไรรู้เรื่อง แต่แบคฮยอนกลับใช้ฝ่ามือของตัวเองรองหยาดน้ำฝนที่ร่วงหล่นลงมาแล้วปะพรมใส่หน้าของชานยอลจนเจ้าตัวถึงกับพูดไม่ออก ความรู้สึกเย็นชุ่มช่ำหยั่งลึกลงไปยังจิตใจของชานยอลอย่างรวดเร็ว ชานยอลหยุดนิ่งไปครู่หนึ่งและเมื่อรู้ตัวว่าเขาโดยพี่ชายตัวเล็กแกล้งเสียแล้ว ชานยอลจึงหมุนตัวพยายามเหวี่ยงแบคฮยอนที่ขี่หลังของเขาอยู่ออกจากตัว แต่ถึงอย่างนั้นแบคฮยอนก็ยังคงเกาะแน่นอยู่บนหลังของเขา

 

ท่ามกลางเม็ดฝนที่ร่วงลงมาจากท้องฟ้าสีส้ม สายลมที่พัดผ่านไม่ได้สร้างความหนาวเหน็บให้คนสองคนที่กำลังเล่นกันอยู่กลางสนามฟุตบอลเท่าไหร่นัก เสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่มีความสุขของคนสองคนที่ดังเคียงคู่กันไปช่างดูเข้ากับบรรยากาศที่ชุ่มช่ำไปด้วยหยาดน้ำฝน

 

ไม่ใช่เพียงความชุ่มช่ำจากหยาดฝนที่อยู่นอกกาย . . . แต่ภายในจิตใจของทั้งพี่ชายตัวเล็กและน้องชายตัวสูงต่างก็ชุ่มช่ำไปด้วยความรักและความอบอุ่นที่ส่งต่อถึงกันและกัน

 

เพราะในตอนนี้ ฝนกำลังตกลงในใจของปาร์คชานยอลและพยอนแบคฮยอน . . .








ตอนนี้ #ficmelt ติดท๊อปเทนของหมวดแฟนฟิคด้วย

เราดีใจและขอขอบคุณทุกคนที่คลิกเข้ามาอ่านและคอมเม้นท์ให้กำลังใจเรามาเสมอนะคะ
เราจำได้ทุกคนเพราะอ่านทุกคอมเม้นท์ ทุกแท็ก #ficmelt ที่อยู่ในทวิตเตอร์ด้วย
ขอขอบคุณมากจริงๆค่ะ อยากถามว่าเบื่อกันหรือเปล่าคะ ?
ตอนแรกจะให้เข้าดราม่าเลยแต่ว่าอยากตอบแทนทุกคนที่ติดตามฟิคเรื่องนี้
ก็เลยเขียนตอนนี้ออกมา และดูเหมือนว่ามันจะทำให้เนื้อเรื่องจะยังไม่เดินไปไหนเลย .___.
ชอบกันหรือเปล่าเอ่ย ?
ปล.เราเจอคอมเม้นท์หนึ่งที่พูดถึงเรื่องการเลือกเรียนคณะที่ตัวเองชอบ
แต่ทางบ้านกลับไม่เห็นด้วย เราได้ส่งข้อความลับกลับไปให้แล้วนะคะ
อย่าลืมเช็คดูนะคะ และเราขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ ทำตามความฝันของตัวเองให้สำเร็จนะคะ สู้ๆ
เลิ้บ <3 ^ - ^
@mmeawchy :)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,840 ความคิดเห็น

  1. #6796 Moma momint (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2562 / 06:17
    งื้อออออออบอุ่นนน
    #6,796
    0
  2. #6755 Me_onyourmind (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 22:01
    กี้ดด น่ารักได้ทุกตอนจริงๆเลยแง อ่านไปยิ้มไปเลยค่ะ:)
    #6,755
    0
  3. #6724 loeyloxepcy61 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 04:16
    น้องอ้อน5555
    #6,724
    0
  4. #6682 11507416p (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 13:39
    ค่อยๆหวานนนนแหมมม
    #6,682
    0
  5. #6656 Sea121 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 19:37
    เบาหวานขึ้นละจ้าาาา
    #6,656
    0
  6. #6566 pim pimmi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 10:14
    นี่ว่าแบคกับชานก็คิดตรงกัน ><
    #6,566
    0
  7. #6530 teete2535 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 เมษายน 2559 / 04:22
    โอ๊ยยยพี่ฟินนนน ????????????
    #6,530
    0
  8. #6507 อ่านกันเข้าไป (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 15:39
    อ่านตอนนี้แล้วอยากเปียกฝนบ้างจังเลยค่า >////////<
    #6,507
    0
  9. #6462 little daffodil (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 21:08
    เป็นความรักที่อุ่นใจและชุ่มฉ่ำไปพร้อมๆกัน อยู่ด้วยกันแบบนี้ไปนานๆนะ
    #6,462
    0
  10. #6431 pakjeejan (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 14:54
    น่ารักมากแบคยุข้างยอลนะ เปนกำลังใจใก้ยอลนะ
    #6,431
    0
  11. #6409 ♚champagne♚ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 03:06
    อ่านแล้วรู้สึกชุ่มฉ่ำตามเลย^^ตกฉากที่เป็นสนามฟุตบอล หยอยก็เริ่มรู้สึกจะอ่อนโยนขึ้นบ้างแล้วเหมือนกันนะเนี่ย แต่เรื่องคณะก็มีพ่อแม่หลายคนที่ไม่ได้สนับสนุนทางด้านศิลปะเท่าไหร่นักในชีวิตจริง มันหน้าหนักใจ แต่ชอบไรท์แต่งนะตรงที่เกี่ยวกับพวกภาพวาดที่ชานยอลวาดเราคิดภาพตาม ไรท์สื่อมันออกมาได้ดีมากๆเลย ถ้าเราเป็นชานยอลโครตโกรธพ่อเลย อุตส่าวาดแล้วภาพนั้นแมร่งมีความหมายแล้วมาโดนฉีกแบบโครตเฟลเชี้ยๆ
    #6,409
    0
  12. #6373 มนุษย์ไอศกรีม (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 00:26
    สบายใจ ชานยอลสบายใจแล้วล่ะ
    #6,373
    0
  13. #6353 babyBB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 11:52
    งื้อออ ชอบอ่ะชอบ คือชอบ ชอบมากกกกกก
    #6,353
    0
  14. #6347 Chanpor (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 21:13
    ฟินเบย
    #6,347
    0
  15. #6325 Emmy Jindapun (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2558 / 13:09
    อบอุ่นจัง
    #6,325
    0
  16. #6275 aimmiry (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 21:13
    มุ้งมิ้งๆๆคร้า

    #6,275
    0
  17. #6247 THE.JUNG SOORI♔ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 18:11
    ง่ะไรต์บอกว่ามีมาม่า
    ไม่อยากกินอะไรท์555
    #6,247
    0
  18. #6129 MiSO_SMiNE (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2557 / 20:33
    เฮ้อ น่าร้ากกกกกก
    #6,129
    0
  19. #6108 spbx_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 21:45
    ไรท์พูดมาว่าจะมีดราม่าแบบนี้ รู้สึกใจหาย ;-;
    อย่าพึ่งมีเลยน้า ดูสิน้องชานกับพี่แลคกำลังละมุนอยู่เลย
    หวานซึ้งเลยเนี่ยยยย ;-; ไรท์คงไม่ใจร้ายกับเค้าใช่ม้าา
    #6,108
    0
  20. #6081 mindsa123 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2557 / 00:53
    ไรท์เตอร์ทำให้เราติดฟิคเรื่องนี้มากแบบงอมแงม อ่านยันตีหนึ่งตัสอง555 คือชานแบคเรื่องนี้เป็นอะไรที่หวานละมุนละไมมากอ่ะ กรี๊ดดด ขอบินไปฟินแลนด์แปป
    #6,081
    0
  21. #6050 secret_me (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 07:47
    อบอุ่นจังงงงง ฟินนนนน
    #6,050
    0
  22. #6020 Pornpawee_zZ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 10:36
    ชอบอ่ะ

    ฟินมาก

    ชอบบบบบบบบ
    #6,020
    0
  23. #5976 Isabella >_ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2557 / 14:37
    ถ้า2คนนี้เป็นแฟนกัน แล้วมันจะดราม่าระหว่างพี่น้องหรือเปล่าเนี้ย 
    #5,976
    0
  24. #5944 oummy-boice (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 เมษายน 2557 / 12:25
    ละมุนตลอดอ่ะเรื่องนี้  -///////////-
    อยากให้เป็นแฟนกันเร็วๆจัง
    แต่ก็กลัวว่ามันจะเกิดดราม่าขึ้นเรื่องพี่น้องนี่สิ  - -
    #5,944
    0
  25. #5909 fernnnnn (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 19:56
    น่ารักอ่าชอบๆๆ>
    #5,909
    0