` {fic exo} 。 m e l t ♡ chanbaek

ตอนที่ 14 : 。 m e l t ♡ - 1 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 105 ครั้ง
    5 เม.ย. 56

… m e l t 1 3

.

.

.

 

 

แบคฮยอนก้าวเท้าเข้ามาในบ้านด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส แล้วจึงเอ่ยทักทายคนในบ้านอย่างเช่นทุกวัน เขาก้าวขึ้นไปเก็บกระเป๋านักเรียนของตัวเองเอาไว้บนห้องก่อนที่จะเดินลงมาช่วยแม่ของเขาเตรียมอาหารสำหรับมื้อเย็น แบคฮยอนพูดคุยกับพยอนยูนาตามประสาแม่ลูกที่สนิทกัน เขาเล่าถึงพฤติกรรมที่พัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นของชานยอลให้แม่ฟังด้วยน้ำเสียงดีใจที่ปิดเอาไว้ไม่มิด พยอนยูนามองลูกชายตัวเล็กของเธอด้วยสายตารักใคร่ หล่อนรู้สึกภูมิใจที่ลูกชายของเธอเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กดีและมีจิตใจที่อ่อนโยน

 

“แล้วนี่น้องชายตัวสูงของลูกหายไปไหนซะล่ะ หื้ม ?”

 

“เห็นชานยอลบอกว่าวันนี้จะไปเอารูปวาดที่หอศิลป์กลับมาบ้านครับ” แบคฮยอนตอบคำถามของผู้เป็นแม่ทั้งที่ยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากการคนซุปในหม้อ

 

“แม่รู้ไหม ชานยอลอะวาดรูปเก่งมากๆ เลยนะ แบคฮยอนไปดูรูปของชานยอลที่หอศิลป์มา ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมอาจารย์ของชานยอลถึงได้อยากเอารูปวาดนั่นไปโชว์”

 

“จริงหรอ ถ้าอย่างนั้นแม่ต้องขอดูบ้างซะแล้ว”

 

“ไหนขอพ่อดูสิ เย็นนี้มีอะไรน่าทานบ้าง” น้ำเสียงทุ้มของชายวัยกลางคนดังขึ้นขัดบทสนทนาระหว่างแม่ลูก ทำให้ยูนาและแบคฮยอนหันไปมอง

 

“กลับมาแล้วหรอคะ คุณเหนื่อยหรือเปล่า” ยูนาละมือจากงานที่ทำอยู่เดินเข้าไปหยิบเสื้อสูทและกระเป๋าหนังที่ใส่เอกสารสำคัญของแจฮยอนมาถือเอาไว้เสียเอง

 

“ไม่หรอกครับ ช่วงนี้บริษัทไม่ได้มีปัญหาอะไร” แจฮยอนตอบกลับมาพร้อมด้วยรอยยิ้มอบอุ่น แบคฮยอนที่เห็นดังนั้นก็รู้สึกถึงความสุขที่ตีตื้นอยู่เต็มอก ในตอนนี้เขารู้สึกดีใจอยู่ไม่น้อยที่ครอบครัวของเขากำลังจะกลายเป็นครอบครัวจริงๆ เสียที จากที่เคยมีกันอยู่แค่สองคนแม่ลูก ในตอนนี้นี้เขากลับมีผู้เป็นพ่อและน้องชายเพิ่มเข้ามาอีก ถึงแม้จะไม่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด แต่แบคฮยอนก็พอใจที่ครอบครัวของเขาเป็นแบบนี้

 

“ถ้างั้นคุณขึ้นไปอาบน้ำก่อนดีกว่าค่ะ แล้วเราค่อยลงมาทานอาหารเย็นพร้อมกัน” แจฮยอนตอบรับคำของยูนาก่อนที่ทั้งคู่จะเดินออกจากห้องครัวแล้วเดินก้าวขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน เหลือไว้แค่ลูกชายตัวเล็กที่ต้องทำหน้าที่จัดอาหารสำหรับมื้อเย็นในวันนี้ ระหว่างที่เขากำลังยกกับข้าวออกมาวางไว้บนโต๊ะอาหาร สายตาก็เหลือบไปเห็นว่าชานยอลเดินเข้ามาในบ้านพร้อมกับกระดานวาดรูปอันใหญ่ที่เจ้าตัวถืออยู่

 

“รีบขึ้นไปอาบน้ำสิ เดี๋ยวลงมากินข้าวกัน” ชานยอลพยักหน้ารับคำของแบคยอนโดยไม่คิดที่จะตอบอะไรกลับมา น้องชายตัวสูงเดินขึ้นไปบนห้องของตัวเองพร้อมกับกระดานวาดรูปนั้น ผ่านไปครู่ใหญ่ สมาชิกภายในบ้านทุกคนก็มาพร้อมหน้าพร้อมตากันบนโต๊ะอาหารของบ้าน

 

เสียงพูดคุยระหว่างมื้ออาหารช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้เป็นอย่างดี แบคฮยอนยิ้มและหัวเราะไปกับเรื่องเล่าบนโต๊ะอาหารอาหารอย่างเป็นธรรมชาติ ก่อนหน้านี้ที่ชานยอลเอาแต่นั่งเงียบเพียงลำพัง ในตอนนี้เขากลับได้ยินเสียงหัวเราะและรอยยิ้มบางๆ จากชานยอลบ้างเป็นบางครั้ง ถึงแม้ว่าน้องชายตัวสูงจะไม่ได้ยิ้มบ่อยอย่างเขา แต่แบคฮยอนก็ยังดีใจที่น้องชายตัวสูงของเขาค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองไปทีละเล็กทีละน้อย

 

“แล้วนี่แบคฮยอนคิดเอาไว้หรือยังว่าโตขึ้นเราจะเรียนทางด้านไหน ?” คำถามที่แจฮยอนเอ่ยขึ้นทำให้แบคฮยอนหยุดตักอาหารใส่จานตัวเองแล้วจึงตอบออกไปด้วยความมั่นใจ

 

“ผมอยากเรียนทางด้านดนตรีครับ ถ้าได้ร้องเพลงอย่างที่ชอบ ผมต้องมีความสุขมากแน่ๆ เลย” แจฮยอนและยูนาต่างก็พยักหน้ารับกับคำตอบของแบคฮยอน และมันก็คงจะไม่เป็นเรื่องที่แปลกอะไรมากนัก ถ้าหากผู้เป็นพ่อและแม่จะต้องการรับรู้ถึงความปรารถนาหรือความใฝ่ฝันของลูกตัวเอง สิ่งที่ลูกอยากจะเป็นอยากจะเรียน แน่นอนว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้ปกครองจะต้องอยากรู้อยากทราบ

 

“แล้วชานยอลอยากเรียนอะไรหรอจ๊ะ ?” ยูนาเอ่ยถามลูกชายตัวสูงของเธอบ้าง

 

“ผมจะเรียนศิลปะครับ”

 

“แต่ฉันจะให้แกเรียนบริหาร” เกิดความเงียบขึ้นมาทันทีที่ปาร์คแจฮยอนผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของชานยอลเอ่ยขัดขึ้นมา รอยยิ้มจางๆ ของยูนาเลือนหายไปใบจากใบหน้าของหล่อนเมื่อเห็นว่าสีหน้าของแจฮยอนดูจริงจังมากกว่าปกติ

 

“ผมไม่อยากเรียน”

 

“แต่แกต้องเรียน ไม่อย่างนั้นใครจะมาดูแลบริษัทแทนฉัน”

 

“ยังไงผมก็จะเรียนด้านศิลปะ” บรรยากาศตึงเครียดระหว่างพ่อลูกทำให้แบคฮยอนทำอะไรไม่ถูก เขาเหลือบมองชานยอลสลับกับพ่อคนใหม่ของตัวเองอยู่อย่างเงียบๆ

 

“ฉันปล่อยให้แกเรียนศิลปะมาสามปีแล้ว ตอนมหาลัยแกจะต้องเรียนบริหาร” น้ำเสียงเด็ดขาดของแจฮยอนทำให้ชานยอลวางช้อนอย่างแรงจนเสียงเกิดดังก้อง น้องชายตัวสูงผุดลุกขึ้นเดินออกจากโต๊ะอาหารก่อนจะหายขึ้นไปบนชั้นสองของบ้านโดยไม่หันกลับมามองใครอีก แบคฮยอนหันมามองผู้เป็นพ่อเลี้ยงของตนอีกครั้ง แจฮยอนยังคงนั่งทานอาหารในจานของตัวเองดังเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น คนตัวเล็กจึงทำได้เพียงนั่งทานอาหารในจานของตัวเองเงียบๆ ต่อไป

 

.

 

.

 

.

 

แบคฮยอนที่กำลังนอนเล่นโทรศัพท์ของตัวเองอยู่เหลือบขึ้นไปมองนาฬิกาที่แขวนอยู่กับผนังของห้อง เข็มนาฬิกาที่บอกเวลาห้าทุ่มกว่าทำให้พี่ชายตัวเล็กตัดสินใจวางโทรศัพท์ของตัวเองลง เตรียมที่จะเข้านอน มือเรียวสวยเอื้อมไปปิดไฟ พี่ชายตัวเล็กเอนตัวลงนอนบนเตียงดึงผ้าห่มผืนหน้าขึ้นมาคลุมถึงอก ปิดเปลือกตาลงเตรียมที่จะเข้าสู่ห้วงนิทรา . . .

 

ในค่ำคืนที่ไร้แสงสว่าง แบคฮยอนที่กำลังจะเข้าสู่ห้วงนิทรากลับต้องขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินเสียงคนพูดกันดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบ พี่ชายตัวเล็กตัดสินใจไม่สนใจเสียงนั้นแล้วจึงข่มตาของตัวเองนอนหลับอีกครั้งหนึ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นาน จากระดับน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะเป็นแค่การพูดคุยธรรมดาเริ่มเพิ่มระดับความดังมากขึ้นจนแทบจะกลายเป็นการทะเลาะ และแบคฮยอนก็คงจะไม่รู้สึกแปลกใจถ้าหากว่าเสียงของคนทะเลาะกันนั้นไม่ได้ดังมาจากห้องของชานยอล

 

“ผมบอกว่าผมไม่เรียน ยังไงก็ไม่เรียน !

 

“ยังไงฉันก็จะให้แกเรียน ห้ามปฏิเสธฉัน เข้าใจไหมชานยอล !!!

 

“ไม่ !! พ่ออย่ามาบังคับผม ผมไม่ชอบ !! ถ้าอยากเรียนนักพ่อก็ไปเรียนเองซะเลยสิ”

 

“แล้วแกคิดจะเรียนอะไรล่ะ วาดรูปบ้าๆ บอๆ แบบนี้น่ะหรอ มันจะพอยาไส้แกไหมชานยอล อย่าทำตัวโง่ !!!!

 

“อย่ามาดูถูกผม !!!

 

เสียงทะเลาะกันที่แบคฮยอนคิดว่าคงจะเป็นเสียงของชานยอลและแจฮยอนทำให้เขาลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปยังประตูห้องที่เชื่อมห้องของเขาและน้องชายตัวสูงเอาไว้ แบคฮยอนอยากจะผลักประตูให้เปิดออกแต่เขาก็ต้องยั้งมือของตัวเองเอาไว้เมื่อคิดว่านี่อาจจะเป็นเรื่องของพ่อลูกที่เขาไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

“เพราะฉันไม่อยากให้แกทำพลาด ! แกจะเรียนศิลปะไม่ได้นะชานยอล แกต้องเรียนบริหารเท่านั้น”

 

“เอาอะไรมาตัดสินว่าผมจะทำพลาด !!!!” เสียงของชานยอลที่แบคฮยอนได้ยินทำให้พี่ชายตัวเล็กรู้สึกสงสารน้องชายของเขาจับใจ ถึงว่าเสียงของชานยอลจะทุ้มและดังแต่ลึกๆแล้วแบคยอนสัมผัสได้ว่าในน้ำเสียงนั้นของชานยอลแฝงไปด้วยความเสียใจผิดหวังที่ได้ยินคำพูดที่ดูหมิ่นจากผู้เป็นพ่อแท้ๆ ของตัวเอง

 

“ผิด !!! แกผิดตั้งแต่เกิดมาแล้วชานยอล แกมันเกิดจากความผิดพลาด !!! ฉันถึงต้องทำให้แกไม่ทำผิดอีกยังไงล่ะ ถ้าฉันไม่ทำอย่างนี้ ชีวิตแกก็คงเดินในทางผิดๆ อีกนั่นแหละ !!!! อยากเป็นแบบแม่แกนักหรือไง !!!!

 

“อย่าว่าแม่ !!!!!

 

“ทำไมฉันจะว่าไม่ได้ !!!!! รักแม่แกมากงั้นสิ ? ไม่สำนึกหรือไงว่าแกนั่นแหละที่ทำให้แม่ตัวเองต้องตาย ไอ้ลูกทรพี !!!!

 

แบคฮยอนตัดสินใจผลักประตูที่เชื่อมระหว่างห้องของเขากับน้องชายให้เปิดออกทันทีที่ได้ยินประโยคแสนใจร้ายของผู้เป็นพ่อ ปาร์คแจฮยอนไม่ได้สนใจว่าในตอนนี้ภายในห้องนอนของชานยอลมีแบคฮยอนเพิ่มเข้ามา ร่างสูงโปร่งของแจฮยอนเดินไปกระชากรูปวาดของชานยอลที่ติดอยู่กับกระดานวาดภาพออกมาอย่างแรง จนทำให้กระดาษแผ่นนั้นขาดออกเป็นสองท่อน

 

“รักมันใช่ไหมไอ้เศษกระดาษพวกนี้น่ะ รักมันมากใช่ไหม !!!” แจฮยอนฉีกกระดาษที่อยู่ในมืออกอย่างไม่สนใจว่ามันจะทำให้รูปวาดที่แสนสวยงามนั้นเสียหายมากแค่ไหน เศษกระดาษแผ่นเล็กร่วงลงสู่พื้นแผ่นแล้วแผ่นเล่า ปลายเท้าของผู้เป็นพ่อเหยียบย่ำลงบนกระดาษเหล่านั้นอย่างไม่ใยดี

 

!!!!!” ชานยอลยืนนิ่งอึ้งกับการกระทำของพ่อตัวเองอยู่อย่างนั้น เขาอยากจะพุ่งเข้าไปแย่งรูปวาดในมือของพ่อกลับคืนมา แต่ขาของเขากลับก้าวไม่ออก ไม่มีแม้เรี่ยวแรงที่จะก้าวเท้าออกเดินเสียด้วยซ้ำ เขาจ้องมองการกระทำของพ่อตัวเองด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความโกรธเคือง คำพูดร้ายกาจที่พ่อเพิ่งเอ่ยออกมาก็ทำร้ายจิตใจของเขามากพอๆ กับการกระทำในตอนนี้ของผู้เป็นพ่อบังเกิดเกล้า

 

“เพราะแก !!! แกมันคือความผิดพลาดไอ้ชานยอล !!!!” หลังจากที่แจฮยอนปารูปวาดเหล่านั้นที่กลายเป็นเพียงแค่เศษกระดาษลงกับพื้นอย่างไม่ใยดีแล้วเดินตรงเข้ามายกมือตบตีชานยอลอย่างแรง เสียงของฝามือที่กระทบกับศีรษะและใบหน้าของชานยอลที่ดังขึ้นพร้อมกับน้ำตาของผู้เป็นพ่อที่ไหลออกมาไม่ขาดสาย

 

“ทำไมแกไม่เชื่อฟังฉัน !! รู้ไหมว่าฉันเหนื่อยแค่ไหนกับการเลี้ยงแก !!! ออกเที่ยวเตร็ดแตร่เป็นว่าเล่น งานการก็ไม่คิดจะช่วยฉันทำ เอาแต่หมกหมุ่นอยู่กับงานศิลปะบ้าๆ บอๆ ไร้สาระ !!” ฝ่ามือที่ยังระดมตบตีลงบนตัวของชานยอลทำให้แบคฮยอนทนไม่ไหว เขาวิ่งเข้าไปคั่นกลางระหว่างแจฮยอนและชานยอลทันที พี่ชายตัวเล็กออกแรงผลักร่างของแจฮยอนให้ออกห่างจากน้องชายของเขาทันที

 

“พ่อพอได้แล้ว !!!!

 

“เกิดอะไรขึ้น” เสียงของพยอนยูนาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทันทีที่เธอได้ยินเสียงเอะอะโวยวายของแจฮยอนและชานยอลเจ้าหล่อนไม่รอช้ารีบลุกขึ้นจากที่นอนแล้วจึงเดินตรงมายังห้องนอนของชานยอลทันที ยูนาก้าวเข้ามาในห้องนอนของชานยอลกวาดสายตาสำรวจมองความเสียหายที่เกิดภายในห้อง รอยแดงบนใบหน้าของชานยอลทำให้เธอถอนหายใจออกมาก่อนที่จะเดินเข้าไปหาผู้เป็นสามี

 

“คุณคะ กลับห้องเราเถอะค่ะ มีอะไรเอาไว้ค่อยๆ พูดกันนะคะ” ยูนาพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบเมื่อเห็นว่าแจฮยอนเองก็ร้องไห้และหอบหายใจจนตัวโยน เธอค่อยๆ พยุงตัวสามีของเธอให้เดินออกจากห้องของชานยอลไป ยูนาหันกลับมาสบสายตากับลูกชายตัวเล็กของเธอราวกับจะสื่อว่าในค่ำคืนนี้ให้แบคฮยอนดูแลชานยอลให้ดี

 

เสียงปิดประตูหน้าห้องของชานยอลที่ดังขึ้นทำให้แบคฮยอนค่อยๆ หันกลับมามองน้องชายตัวสูงของตัวเองที่ยังคงยื่นนิ่งอยู่กับที่ สายตาของชานยอลจับจ้องอยู่ที่เศษกระดาษมากมายที่ถูกฉีกทิ้งลงบนพื้น

 

“เจ็บไหม ? หื้อ ?” ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรกลับมา แต่น้องชายตัวสูงค่อยๆพยักหน้าขึ้นลงเล็กน้อย แบคฮยอนสังเกตเห็นว่าดวงตาของชานยอลแดงก่ำและคลอไปด้วยน้ำตา มือทั้งสองข้างของน้องชายตัวสูงสั่นเล็กน้อย แบคฮยอนก้าวเท้าเข้าไปใกล้ชานยอลแล้วจึงเอื้อมมือไปจับมือของชานยอลเอาไว้ บีบมันเบาๆ สงสามครั้งราวกับส่งกำลังใจให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

“รอแป๊ปนึงนะ ฉันจะไปเอายามาให้” แบคฮยอนดึงมือของตัวเองออกจากมือของชานยอลแล้วยกมือของตัวเองขึ้นลูบหัวของชานยอลเบาๆ ใช้นิ้วเรียวสวยของตัวเองค่อยๆ สางผมที่ดูยุ่งเหยิงของน้องชายให้เป็นทรง ก่อนที่จะก้าวเดินออกจากห้องไปหยิบกระปุกยาจากชั้นล่างของบ้าน แล้วจึงเดินกลับขึ้นมาในห้องของชานยอลอีกครั้ง

 

แบคฮยอนเปิดประตูเข้ามาและพบว่าชานยอลกำลังนั่งลงเก็บเศษกระดาษที่ตกอยู่ตามพื้นมาวางเรียงกันให้เป็นรูปวาดที่สมบูรณ์ดังเดิม น้ำตาของชานยอลที่หยดลงพื้นแบคฮยอนเห็นมันอย่างชัดเจน พี่ชายตัวเล็กเดินไปวางกล่องยาไว้ที่โต๊ะเขียนหนังสือของชานยอลแล้วค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ชานยอล คุกเข่าลงกับพื้นห้องที่เย็นเฉียบ ก่อนจะช่วยน้องชายตัวสูงเก็บเศษกระดาษมาวางเรียง ราวกับคนทั้งคู่กำลังช่วยกันต่อจิ๊กซอว์แผ่นใหญ่

 

“เดี๋ยวเราค่อยช่วยกันเอาสก็อตเทปมาแปะนะ ตอนนี้ชานยอลมาทำแผลก่อนเถอะ” แบคฮยอนเก็บเศษกระดาษชิ้นสุดท้ายแล้วจึงดึงมือของชานยอลให้ลุกขึ้น เขาจูงมือชานยอลมาหยุดลงที่หน้าเตียงก่อนที่จะนั่งลงบนเตียงแล้วดึงให้ชานยอลนั่งตาม

 

“ไม่เป็นไรนะชานยอล ~” มือเรียวของแบคฮยอนยกขึ้นปาดน้ำตาที่เปรอะอยู่บนใบหน้าของน้องชายตัวสูงอย่างแผ่วเบา เขาประคองใบหน้าของชานยอลเอาไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง ถ่ายทอดความอบอุ่นของฝ่ามือตัวเองให้กับใบหน้าเย็นเชียบของชานยอล นิ่งค้างอยู่อย่างนั้นสักพักแล้วจึงค่อยๆไล่นิ้วไปตามรอยแดงบนใบหน้าหล่อเหล่า

 

“เดี๋ยวก็หายเจ็บนะ ~” นิ้วเรียวเสยผมของชานยอลขึ้นเพื่อปัดหน้าม้าของชานยอลขึ้นแล้วจึงก้มลงป้ายเนื้อยาจากกระปุกแล้วค่อยๆแต้มลงบนรอยแดงที่อยู่บนหน้าของชานยอล

 

น้องชายตัวสูงจ้องมองการกระทำที่อ่อนโยนของพี่ชายตัวเล็กอยู่นิ่งๆ เขาชอบสัมผัสของแบคฮยอน สัมผัสที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนและท่าทางที่จะปลอบประโลมเขา ความอบอุ่นที่ฝ่ามือของแบคฮยอนที่ถ่ายทอดมาให้เขายิ่งทำให้หัวใจที่เจ็บปวดของชานยอลทุเลาลง ถ้อยคำร้ายกาจและการกระทำที่ทำร้ายจิตใจของผู้เป็นพ่อยังคงสร้างความเจ็บปวดให้เขา แต่ในเวลานี้แบคฮยอนกลับช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดนั้นลงได้เป็นอย่างดี

 

ชานยอลยกมือของตัวเองขึ้นมาจับมือเรียวของแบคฮยอนเอาไว้ ก่อนที่จะดึงมือของแบคฮยอนให้ทาบลงบนแก้มที่มีรอยแดงของตัวเอง เขาเอียงศีรษะของตัวเองให้แนบชิดกับฝ่ามือที่ทั้งนุ่มและอุ่นของแบคฮยอน ชานยอลปิดเปลือกตาที่คลอไปด้วยน้ำตาลง หยดน้ำตาไหลลงบนมือเรียวสวยของแบคฮยอน ชานยอลซุกไซร้ใบหน้าของตัวเองกับฝ่ามือของแบคฮยอนอีกครั้ง เขาอยากจะซึมซับเอาความอ่อนโยนและความอบอุ่นของแบคฮยอนเอาไว้ ช่วยให้มันบรรเทาอาการปวดร้าวของเขา

 

“นอนเถอะชานยอล พรุ่งนี้ต้องตื่นไปโรงเรียนนะ” แบคฮยอนส่งยิ้มอ่อนโยนให้ชานยอลเมื่อเห็นท่าทางที่ดูออดอ้อนของน้องชายตัวสูง

 

“อยู่เป็นเพื่อนกันได้ไหม ?” ชานยอลพูดออกมาทั้งๆที่ยังคงปิดเปลือกตาของตัวเองอยู่อย่างนั้น ใบหน้าหล่อเหล่ายังคงแนบชิดอยู่กับฝ่ามือของเขา

 

“ได้สิ นอนกันเถอะนะ คืนนี้ฉันจะกล่อมนายเอง” ชานยอลพยักหน้าแล้วเปิดเปลือกตาของตัวเองขึ้นเมื่อได้ยินคำตอบที่พอใจ ในช่วงเวลาแบบนี้เขาละทิ้งซึ่งมาดของตัวเองที่เคยวางเอาไว้ เขาต้องการให้แบคยอนอยู่ด้วยกันในคืนนี้ อยู่ให้เขาได้ซึมซับความอบอุ่นจากพี่ชายตัวเล็กจนกว่าท้องฟ้าจะเปลี่ยนสี

 

แบคฮยอนเอนตัวลงนอนบนเตียงของชานยอลเช่นเดียวกันกับน้องชายตัวสูง เขาเอื้อมไปดึงผ้าห่มผืนหน้าขึ้นมาคลุมร่างของเขาและชานยอลเอาไว้ แล้วจึงหนุนหัวลงกับหมอนใบเดียวที่ชานยอลใช้หนุน ทั้งเขาและชานยอลนอนตะแคงหันหน้าเข้าหากัน มือหนาของน้องชายตัวสูงเอื้อมมาจับมือของเขาเอาไว้ ก่อนที่จะดึงให้ไปวางลงบนแก้มของตัวเองอีกครั้ง

 

“แบคฮยอน . . . ร้องเพลงกล่อมฉันหน่อยได้ไหม” ชานยอลทาบมือหนาของตัวเองลงบนมือเรียวของแบคฮยอนที่วางอยู่ข้างแก้ม จ้องมองเข้าไปในดวงตาของพี่ชายตัวเล็ก

 

“ได้สิ” พี่ชายตัวเล็กสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วจึงเปล่งเสียงร้องเพลงออกมา เขาหวังว่าบทเพลงที่เขาเป็นคนขับร้องนี้จะบรรเทาความเจ็บปวดของชานยอล พยอนแบคฮยอนจะใช้ฝ่ามือคู่นี้ ใช้ดวงตาคู่นี้ ใช้ร่างกายและจิตใจดวงนี้ของเขาปกป้องชานยอลจากความเจ็บปวด จะค่อยๆ ละลายความแข็งกร้าวของชานยอลและหลอมละลายมันด้วยความรักและความห่วงใย . . .
 

 

Just  close your eyes the sun is going down
แค่เพียงเธอหลับตาลง พระอาทิตย์กำลังจะลาลับไปแล้ว
You'll be alright no one can hurt you now
เธอจะไม่เป็นไร ไม่มีใครสามารถทำร้ายเธอได้อีกแล้ว
Come morning light, you and I'll be safe and sound
เมื่อแสงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงมา เธอและฉัน จะปลอดภัย . . .


 

 

 







 

ขอบคุณทุกคนที่คลิกเข้ามาอ่านนะคะ
ขอบคุณทุกคอมเม้นท์และทุกกำลังใจมากๆเลย <3
อย่าลืมติดแท็ก #ficmelt กันนะจ๊ะ
เจอกันตอนหน้าค่ะ เลิ้บ
@mmeawchy

 


:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 105 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,840 ความคิดเห็น

  1. #6817 pbcy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 06:37
    เป็นตอนที่ทัชใจมากเลยคับบบ
    #6,817
    0
  2. #6808 Nattgaporn_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2562 / 16:52
    ละมุนมากจ้าาา
    #6,808
    0
  3. #6779 Tofu_Jcbsmm (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 00:21
    มันดีมากๆๆเลย ที่มีแบคอยู่ข้างๆๆคอยปลอบแบบนี้อะั
    #6,779
    0
  4. #6770 ลู่ เเบคหมิน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 00:02
    สงสารน้อง
    #6,770
    0
  5. #6764 Bew_ASD (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 22:26
    เราร้องเลยค่ะสงสารชานยอล
    #6,764
    0
  6. #6754 Me_onyourmind (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 21:12
    ฮืออ น่ารักกันมากๆอ่า อบอุ่นหัวใจมากๆ
    #6,754
    0
  7. #6743 Gguun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 31 มกราคม 2562 / 12:27

    แบคอบอุ่นเว่อร์ สงสารชาน ไม่ร้องนะคนดี
    #6,743
    0
  8. #6742 akxkcdkzxbac (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 09:39
    คุณพ่อใจร้ายจังแงงง;-;
    #6,742
    0
  9. #6736 HYUNWITHPH.C (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 10:42
    พ่อพี่ชานยอลไม่น่ารักเลยนะ
    #6,736
    0
  10. #6708 cuttt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 16:47
    ฮือออออ
    #6,708
    0
  11. #6681 11507416p (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 13:30
    พ่อใจร้ายยยย
    #6,681
    0
  12. #6655 Sea121 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 19:15
    เศร้าาาาา สงสารพิชานนนน
    #6,655
    0
  13. #6633 fly_hi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 18:31
    งื้ออsafe and sound
    #6,633
    0
  14. #6630 ppvs_ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 19:52
    เพลงมันใช่ ฮือออออ
    #6,630
    0
  15. #6627 mookkrismeba (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2559 / 23:44
    สงสาร????
    #6,627
    0
  16. #6618 BABYzPCY (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 19:12
    สงสารชานยอลจังเลย TT
    #6,618
    0
  17. #6614 Mommam_Mungming (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2559 / 22:23
    ทุกอย่างมันจะโอเคชานยอล พรุ่งนี้ทุกอย่างจะดีขึ้นเอง :)
    #6,614
    0
  18. #6603 ดั๋มได๋ยัยแตง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 06:05
    ตอนนี้ชานยอลน่าสงสารอ่า ฮื้ออออออ
    #6,603
    0
  19. #6565 pim pimmi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2559 / 07:17
    ทำไมพ่อชานยอลเป็นแบบนี้
    #6,565
    0
  20. #6529 teete2535 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 เมษายน 2559 / 04:39
    เศร้าาา ทำแบบนี้ได้ไง ????
    #6,529
    1
    • #6529-1 faii2546(จากตอนที่ 14)
      12 ตุลาคม 2560 / 19:40
      ก็เพราะพ่อเป็นแบบนี้อะ!
      #6529-1
  21. #6506 อ่านกันเข้าไป (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 15:26
    พูดกันดีๆ ก็ได้มั้งคะคุณพ่อ เหตุผลหน่อยค่ะเหตุผลลล!!!
    #6,506
    0
  22. #6461 little daffodil (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2558 / 14:29
    สงสารชานยอล ทำไมพ่อพูดทำร้ายจิตใจลูกแบบนี้ แบคต้องดูแลชานยอลให้ดีนะ
    #6,461
    0
  23. #6430 pakjeejan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 14:44
    คุณพ่อใจเย็นๆสิ ฟังกันก่อนสงสารชานยอลอ่ะ ฉีกรูปทำไมมมมมม
    #6,430
    0
  24. #6408 ♚champagne♚ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 02:31
    สงสารชานยอลมากๆเลยตอนนี้ แต่แบคก็มาปลอบใจชานยอล มันแลดูเศร้าๆและอบอุ่นไปพร้อมๆกัน
    #6,408
    0
  25. #6372 มนุษย์ไอศกรีม (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 00:20
    สงสารชานยอลจัง
    #6,372
    0