` {fic exo} 。 m e l t ♡ chanbaek

ตอนที่ 11 : 。 m e l t ♡ - 1 0

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 111 ครั้ง
    29 มี.ค. 56

 

m e l t 1 0

.

.

.

 

ในเวลาหลังเลิกเรียนของโรงเรียนที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะ เสียงพูดคุยของนักเรียนที่ดังแข่งกันอยู่ในตอนนี้ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการนอนหลับของชานยอลเท่าไหร่นัก คนตัวสูงที่ฟุบหน้าลงกับโต๊ะผ่อนลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะบ่งบอกว่าเจ้าตัวกำลังอยู่ในห้วงของความฝัน ที่ว่างข้างกายไม่มีใครจับจองมาตั้งแต่เปิดภาคเรียนกลับถูกกระเป๋าเป้สีน้ำตาลใบใหญ่ของคนที่กำลังหลับวางอยู่

 

“จงอินช่วยปลุกชานยอลที วันนี้เราต้องประชุมเรื่องงานโรงเรียนกัน” คิมจุนมยอน หัวหน้าห้องคนเก่งที่ยืนอยู่หน้าห้องตะโกนบอกจงอินที่นั่งอยู่ด้านหลังโต๊ะของชานยอล หลังจากที่ได้ป่าวประกาศให้นักเรียนในห้องทุกคนอย่าเพิ่งกลับบ้านหลังจากที่เลิกเรียนแล้ว

 

“งานโรงเรียนของเราในวันพรุ่งนี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นนิดหน่อย” ชานยอลที่ถูกจงอินใช้เท้าเตะเก้าอี้ปรือตาลืมขึ้นมาช้าๆ ก่อนที่จะหันหลังกลับมาหาเพื่อนสนิทที่รบกวนเวลานอนของเขาก่อนที่ขยับปากโดยไม่มีเสียงออกมาว่า ปลุกกูทำไม แต่จงอินกลับไม่ตอบคำถามแล้วเพยิดหน้าให้ชานยอลหันกลับไปมองที่หน้าห้อง

 

“อารึมที่ตอนแรกจะต้องแต่งเป็นอลิซเพื่อเข้าร่วมงานครบรอบของโรงเรียนในวันพรุ่งนี้เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยจึงทำให้เธอไม่สามารถมาร่วมงานได้” เสียงอื้ออึงของนักเรียนภายในห้องดังขึ้นเมื่อจุนมยอนชี้แจ้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับห้องเรียนของชานยอล

 

“แล้วพวกเราจะทำยังไงล่ะ คนในห้องก็ถูกแบ่งหน้าที่เอาไว้หมดแล้วว่าแต่ละคนต้องทำอะไรบ้าง” เพื่อนสาวคนหนึ่งในห้องพูดขึ้นทำให้เสียงพูดคุยในห้องเงียบลงอีกครั้ง ชานยอลเบ้หน้าอย่างเบื่อหน่ายกับงานโรงเรียนที่เขาจะต้องเข้าร่วมในวันพรุ่งนี้ แน่นอนว่าโรงเรียนที่มีชื่อเสียงทางด้านศิลปะอย่างเช่นโรงเรียนของเขาจะต้องจัดงานครบรอบวันสร้างโรงเรียนที่ไม่ธรรมดา และในปีนี้โรงเรียนได้ให้หัวข้อในงานเลี้ยงกับนักเรียนทุกคนซึ่งนั่นก็คือ โลกแห่งจินตนาการ

 

“แน่นอนว่าเราจะต้องหาคนมาแต่งตัวเป็นอลิซแทนอารึม เพราะงานในวันพรุ่งนี้คนที่รับหน้าที่เป็นอลิซจะถูกจับตามองอยู่พอสมควรเลย แล้วถ้าไม่มีอลิซ ห้องของเราอาจจะไม่ผ่านการประเมินกิจกรรมจากพวกคณะกรรมการ” จุนมยอนตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างเป็นกังวล และเพื่อนในห้องคนอื่นๆก็ไม่ต่างกัน เป็นที่รู้กันดีว่างานโรงเรียนในแต่ละปีนักเรียนทุกห้องเรียนจะต้องเข้าร่วมกิจกรรมให้ครบทุกห้อง และนักเรียนทุกคนจะต้องมีหน้าที่ในงานเลี้ยงฉลอง นั่นหมายความว่างานในวันพรุ่งนี้มีความสำคัญกับนักเรียนทั้งโรงเรียน นักเรียนทุกคนจะต้องเข้าร่วมงานในครั้งนี้ โดยจะมีกลุ่มคณะกรรมการนักเรียนและอาจารย์บางส่วนจะเป็นผู้ควบคุมดูแลรวมไปถึงเป็นผู้ประเมินงาน กำหนดให้ห้องเรียนใดผ่านกิจกรรมหรือไม่ผ่านกิจกรรม

 

“งั้นเราตัดหน้าที่ที่ไม่ค่อยมีความสำคัญออก แล้วจับให้คนนั้นมาทำหน้าที่เป็นอลิซแทนอารึมได้หรือเปล่า ?” นักเรียนหนึ่งในห้องยกมือแล้วจึงเสนอความเห็นของตัวเอง ชานยอลนั่งฟังเพื่อนในห้องด้วยท่าทีเรียบเฉย เขาไม่ได้รู้สึกเดือดร้อนหรือเป็นกังวลกับปัญหาในครั้งนี้มากเท่าไหร่นัก แต่เพียงแค่คิดว่าในวันพรุ่งนี้เขาจะต้องเข้าร่วมงานโรงเรียนโดยต้องรับบทบาทเป็นเจ้ากระต่ายน้อยในเรื่องอลิซสาวน้อยในดินแดนมหัศจรรย์ เขาก็รู้สึกหมดอารมณ์ที่อยากจะเข้าร่วมงานในครั้งนี้เสียแล้ว แต่เป็นเพราะความรับผิดชอบในหน้าที่ที่ปฏิเสธไม่ได้ ชานยอลจึงทำได้เพียงทำใจยอมรับมัน และพยายามมองโลกในแง่ดีว่าไม่ใช่เพียงเขาคนเดียวที่จะต้องมาแต่งตัวให้อยู่ในโลกของจินตนาการ เพราะเพื่อนสนิททั้งสองคนของเขาเองก็ไม่ต่างกัน จงอินต้องรับบทเป็นตัวตลก และเซฮุนเองก็ต้องรับบทเป็นแมวเจ้าเล่ห์ในวันพรุ่งนี้เช่นเดียวกัน

 

“ไม่ได้หรอกเพราะจำนวนคนในห้องเราจะไม่ครบอยู่ดี นั่นหมายความว่าคณะกรรมการอาจจะไม่ให้ห้องเราผ่านกิจกรรมยกห้อง แล้วอีกอย่างหนึ่งนะ หน้าที่ที่บอกว่าไม่สำคัญน่ะคือหน้าที่อะไรล่ะ ? แค่นี้นักเรียนในห้องของเราก็ต้องทำงานหนักกันอยู่แล้วนะ” ภายในห้องเรียนเงียบลงอีกครั้งเมื่อนักเรียนทุกคนต่างก็ระดมความคิด หาทางแก้ไขปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้

 

“ถ้างั้น . . . เราหาคนนอกมาแต่งเป็นอลิซแทนอารึมได้ไหมล่ะ ?” เสียงของจงอินที่ดังขึ้นเรียกให้นักเรียนยี่สิบกว่าคนในห้องหันไปมองอย่างพร้อมเพรียง และนั่นก็รวมชานยอลด้วย

 

“ตอนที่แต่งเป็นอลิซแล้ว คงจะไม่มีใครจำได้หรอกมั้งว่าเป็นเด็กนอกหรือเป็นเด็กในโรงเรียนเราน่ะ”

 

“ถ้างั้น ใครมีพี่สาวหรือน้องสาวก็ลองชวนให้มาช่วยแต่งเป็นอลิซหน่อยสิ” ทุกคนพยักหน้ารับกับข้อเสนอที่ดูเป็นไปได้ของจงอิน แต่ผ่านไปเพียงครู่หนึ่งก็เกิดเสียงพูดคุยขึ้นอีกครั้ง

 

“แล้วใครจะมาแต่งเป็นอลิซล่ะ ?” นักเรียนหญิงหน้าห้องคนหนึ่งพูดขึ้น

 

“ฉันมีพี่สาวนะ แต่ว่ามาบอกเอาในช่วงเวลาที่กระชั้นชิดแบบนี้ พี่ของฉันคงจะลางานให้ไม่ได้หรอก”

 

“ที่สำคัญคือคนที่จะมาแต่งเป็นอลิซจะต้องมีรูปร่างใกล้เคียงกับอารึมด้วยนะ เพราะชุดอลิซที่เราไปเช่ามามีแค่ไซส์นั้นไซส์เดียว” นักเรียนหญิงที่ได้รับหน้าที่ทางด้านการแต่งกายเอ่ยขึ้น

 

“ถ้างั้นใครมีพี่น้องที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับอารึมบ้าง” สิ้นเสียงของจงอิน ทั้งห้องก็เงียบลงอีกครั้ง

 

“ม-ไม่มีเลยหรอ ?” จุนมยอนที่ยืนอยู่หน้าห้องกวาดสายตามองบริเวณรอบๆ ตัวเขาเองเป็นลูกคนเดียวจึงไม่สามารถที่จะขอให้พี่สาวหรือน้องสาวที่ไหนมาช่วยงานในวันพรุ่งนี้ได้

 

“ฉันมีคนรู้จักอยู่คนหนึ่ง ตัวสูงกว่าอารึมนิดหน่อย แต่รวมๆแล้วก็รูปร่างใกล้เคียงกับอารึมเลยนะ” ทุกสายตาในห้องหันไปจับจ้องที่คนที่เพิ่งเอ่ยประโยคนั้นออกมาอย่างมีความหวัง

 

“แต่ว่าคนนั้นเป็นผู้ชายนะ ได้ไหมจุนมยอน ?”

 

“เอ่อ . . . ผู้ชายแต่งเป็นอลิซหรอ . . .” จุนมยอนหยุดคิดกับคำถามของเซฮุนอยู่ครู่หนึ่ง

 

“ถ้าเป็นคนผิวขาว ตัวเล็ก หน้าหวาน แล้วถ้ายังมีรูปร่างเหมือนอารึม ก็น่าจะได้อยู่นะ”

 

“อื้ม ผู้ชายคนนี้ตรงตามที่นายบอกเมื่อกี้ทุกอย่างเลย แต่เขาไม่ใช่ญาติของฉันหรอก” เซฮุนเผยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาเล็กน้อย จงอินที่นั่งอยู่ข้างกันจึงรู้ได้ทันทีว่าในตอนนี้คนที่นั่งข้างเขาคงจะมีแผนการณ์อะไรบางอย่างเป็นแน่

 

“อ่าว แล้วเขาเป็นใครล่ะ จะมาช่วยเราได้หรอ ?”

 

“เป็นพี่ชายตัวเล็กของชานยอลน่ะ ถ้าลองให้ชานยอลช่วยพูด ฉันว่าเขาต้องมาช่วยเราแน่ๆ” เซฮุนเผยยิ้มกว้างออกมาในขณะที่กับจงอินที่หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง ในขณะที่ชานยอลอ้าปากเหวอกับคำพูดเมื่อครู่ของเซฮุน และนักเรียนทั้งห้องต่างก็ตกอยู่ในความเงียบ

 

“โทรถามแบคฮยอนให้หน่อยสิชานยอล นี่เพื่อนรออยู่ทั้งห้องเลยนะ” เซฮุนที่ยังสนุกอยู่กับการได้แกล้งเพื่อนตัวสูงเอ่ยขึ้น สายตาที่เต็มไปด้วยความหวังของคนทั้งห้องส่งตรงมาที่ชานยอลแต่เพียงผู้เดียว

 

“แบคฮยอนไม่ว่างหรอก”

 

“รู้ได้ไงว่าไม่ว่าง ? ยังไม่ทันจะได้ถามเลย งั้นถ้านายไม่คุยเดี๋ยวฉันคุยเองก็ได้ ขอเบอร์แบคฮยอนหน่อยสิ” เซฮุนเอ่ยขึ้นก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมา เตรียมที่จะกดหมายเลขโทรศัพท์สิบหลัก

 

“ไม่ต้อง” ชานยอลปฏิเสธเสียงแข็งแล้วจึงหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมา เขารู้สึกอึดอัดนิดหน่อยที่ทุกสายตาในห้องกำลังจ้องมองมาที่เขาอยู่แบบนี้ นิ้วเรียวกดโทรออกไปยังเบอร์ของแบคฮยอน รอเพียงไม่นานน้ำเสียงสดใสของพี่ชายตัวเล็กก็ดังขึ้น

 

“มีอะไรหรอชานยอล ?”

 

“เอ่อ . . . คือ” ชานยอลลังเลเล็กน้อยเพราะเขาไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดกับแบคฮยอนด้วยประโยคไหนก่อนดี

 

“เอามานี่ เปิดลำโพงด้วย !” เซฮุนลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินมานั่งลงที่นั่งว่างๆข้างชานยอล ก่อนที่จะดึงโทรศัพท์ของน้องชายตัวสูงมาว่างไว้บนโต๊ะเรียนตรงหน้าแล้วจึงกดเปิดลำโพงให้ทุกคนได้ยินเสียงแบคฮยอนอย่างชัดเจน

 

“พรุ่งนี้นายว่างหรือเปล่า”

 

“ก็ว่างนะ ทำไมหรอ” ชานยอลกลืนน้ำลายลงคอ เขาเหลือบมองสีหน้าของนักเรียนในห้องที่นั่งลุ้นกันอยู่กับคำตอบของแบคฮยอน

 

“คือ พรุ่งนี้นายมางานโรงเรียนเป็นเพื่อนฉันได้หรือเปล่า ?”

 

“งานโรงเรียนหรอ ? ประมาณไหนอะ งานเลี้ยงใช่ไหม ?”

 

“อ-อื้ม ก็ประมาณนั้นแหละ คนขาดน่ะ เลยอยากให้นายมาช่วยหน่อย”

 

“อ่า แล้วต้องทำอะไรบ้างล่ะ ?” ชานยอลกุมขมับทันทีที่ได้ยินเสียงจากปลายสาย เซฮุนที่เห็นดังนั้นจึงเอ่ยพูดขึ้นมาแทน

 

“สวัสดีแบคฮยอน ฉันเซฮุนเองนะ จำได้หรือเปล่า ?”

 

“อ่า สวัสดีเซฮุน อยู่กับชานยอลหรอ ?”

 

“ใช่แล้ว อยู่กับชานยอล จงอิน จุนมยอน แล้วก็อีกยี่สิบกว่าคนเลยแหละ”

 

“หื้ม ?”

 

“คืองี้นะแบคฮยอน พรุ่งนี้อะโรงเรียนของฉันจะมีงานเลี้ยงตอนกลางคืน แล้วห้องของพวกเราก็ต้องแต่งตัวเป็นตัวละครในเรื่องอลิซในดินแดนมหัศจรรย์อะ นายรู้จักใช่ไหม ?”

 

“อ่า ก็พอจะเคยได้ยินอยู่นะ”

 

“เยี่ยมเลย ที่นี่เรื่องมันมีอยู่ว่า คนในห้องของพวกเราไม่พอน่ะ ก็เลยอยากให้แบคฮยอนมาร่วมงานแล้วก็แต่งตัวเป็นตัวละครในเรื่องด้วยกัน เพราะถ้าตัวละครไม่ครบ คณะกรรมการนักเรียนที่ประเมินงานก็จะไม่ให้พวกเราผ่านกิจกรรมยกห้อง..” เซฮุนอธิบายออกมายาวเหยียด ทุกคนในห้องต่างก็เงียบเสียงเพื่อรอคำตอบจากพี่ชายตัวเล็กของชานยอล

 

“อ่า งั้นได้เลย พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปช่วยก็แล้วกันนะ” แบคฮยอนตอบรับกลับมาด้วยน้ำเสียงร่าเริง ทุกคนในห้องต่างก็ถอนหายใจโล่งอกเมื่อได้ยินคำตอบดังนั้น ผิดกับชานยอลนี่ต้องนั่งกุมขมับอีกรอบ ทำไมพี่ชายตัวเล็กของเขาถึงได้ตอบรับคำขอร้องของคนอื่นง่ายๆแบบนี้นะ ที่พูดออกมาน่ะ รู้หรือเปล่าว่าตัวเองจะต้องแต่งตัวเป็นตัวละครตัวไหน

 

“จริงหรอแบคฮยอน ? พูดแล้วห้ามคืนคำนะ !

 

“อื้ม ก็แค่แต่งตัวเป็นตัวละครในเรื่องอลิซเองไม่ใช่หรอ เรื่องแค่นี้เล็กน้อยน่า ~~

 

“ขอบคุณแบคฮยอนมากๆเลยนะ งั้นพรุ่งนี้นายเลิกเรียนแล้วแวะมาหาชานยอลที่โรงเรียนเลย พวกเสื้อผ้าอะไรพวกนี้พวกเราเตรียมเอาไว้แล้วล่ะ”

 

“โอเคได้เลย แล้วเซฮุนจะให้ฉันแต่งเป็นตัวละครอะไรหรอ ?”

 

“เป็นอลิซน่ะ”

 

.

 

.

 

.

 

หลังจากที่แบคฮยอนได้ยินคำตอบจากเซฮุน เขาก็เงียบไปครู่หนึ่งด้วยความตกใจ ก่อนที่จะพยายามปฏิเสธคำขอร้องจากเซฮุนเมื่อครู่ แต่ถึงอย่างนั้นเสียงขอร้องอ้อนวอนของเซฮุนและเพื่อนร่วมห้องของชานยอลอีกหลายสิบคนในห้อง ทำให้แบคฮยอนต้องจำใจยอมตกลงแปลงโฉมเป็นอลิซในงานโรงเรียนของชานยอล แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เขายอมตอบรับคำขอร้องของเซฮุนก็คงจะเป็นชานยอลนั่นแหละ เพราะพี่ชายตัวเล็กคนนี้ไม่อยากให้น้องชายตัวสูงของเขาไม่ผ่านกิจกรรมจากการะประเมินของโรงเรียน

 

เสียงเพลงจากวงดนตรีออร์เคสตราดังกึกก้องไปทั่วห้องประชุมกว้างใหญ่ในโรงเรียนของชานยอลแสงไฟสีสวยจากโคมไฟหรูหราที่ประดับประดาอยู่ทั่วบริเวณเข้ากันเป็นอย่างดีกับผ้าม่านสีสวยภายในงาน เสียงพูดคุยของผู้คนในงานดังอยู่เรื่อยๆ บริกรทั้งชายและหญิงต่างก็ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างแข็งขัน

 

“เดี๋ยวถึงคิวห้องเราเดินเข้างานแล้วล่ะ” จุนมยอนส่งเสียบอกสมาชิกในห้องเรียนของตนเองด้วยรอยยิ้มกว้าง เด็กนักเรียนยี่สิบกว่าคนต่างก็สำรวจดูความเรียบร้อยของเครื่องแต่งกายของตนเองก่อนที่จะเดินมาเรียงกันเป็นแถวตอนสองแถว

 

“ตื่นเต้นไหม ?” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นไปมองน้องชายตัวสูงที่ตอนนี้ถูกแปลงโฉมให้กลายเป็นกระต่ายหนุ่มสุดหล่อในค่ำคืนนี้ ชานยอลในชุดทักซิโด้สีดำพอดีตัว มีหูกระต่ายสีดำติดอยู่ที่กระดุมคอเสื้อ เรียวขายาวๆ ของเจ้าตัวยิ่งทำให้น้องชายตัวสูงของเขาในวันนี้ดูหล่อมากขึ้นเป็นพิเศษ บนกลุ่มผมสีดำของชานยอลก็มีหูกระต่ายที่ทำจากโครงลวดดัดเป็นรูปใบหูของกระต่ายแล้วหุ้มด้วยผ้าขนสัตว์ที่ถูกติดด้วยกิ๊บ แลดูแล้วเหมือนกับว่าชานยอลมีหูกระต่ายงอกออกมาจริงๆ

 

“ก็นิดหน่อย” พี่ชายตัวเล็กตอบกลับมาอย่างร่าเริง วันนี้แบคฮยอนดูแปลกตาไปจนชานยอลแทบไม่เชื่อตาตัวเองว่าพี่ชายตัวเล็กของเขาจะดู . . . เอ่อ น่ารักน่าฟัดแบบนี้ แบคฮยอนถูกพวกผู้หญิงในห้องแปลงโฉมให้กลายเป็นอลิซ สาวน้อยในดินแดนมหัศจรรย์ เส้นผลสีน้ำตาลเข้มของแบคฮยอนถูกซ่อนไว้ภายใต้วิกผมสีบลอนด์ดัดยาวสลวย ใบหน้าน่ารักถูกแต่งด้วยเครื่องสำอางบางๆ ชุดเดรสกระโปรงฟูฟ่องสีฟ้าอ่อนที่มีความยาวเลยเข่าขึ้นมาเล็กน้อยมีระบายที่ปลายกระโปรงดูเข้ากับรองเท้าคัทชูสีดำมีสายคาด โดยรวมแล้วเครื่องแต่งกายเหล่านั้นทำให้แบคฮยอนดูน่ารักราวกับเด็กผู้หญิงที่หลุดออกมาจากโลกของจินตนาการ

 

“วันนี้แบคฮยอนน่ารักจังเลย ~” จงอินที่ยืนอยู่ด้านหน้าหันหลังกลับมาแซวคนตัวเล็กที่ใช้มือข้างหนึ่งวางลงบนท่อนแขนของชานยอลเตรียมที่จะเดินเข้าสู่งานไปด้วยกัน

 

“ถ้าน่ารักก็รักเลยสิ้ ~” แบคฮยอนเอ่ยหยอกล้อกับจงอินด้วยรอยยิ้มสดใส เจ้าของชื่อที่ได้ยินดังนั้นหลุดหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ

 

“งั้นมาเดินเกาะแขนฉันเลยดีกว่าแบคฮยอนจัง ~” จงอินยื่นแขนของตัวเองให้แบคฮยอนพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

“ไม่เอา แบคฮยอนจะอยู่กับคุณกระต่ายชานยอล ~ ไม่อยู่กับตัวตลกอย่างจงอินหรอก” แบคฮยอนส่ายหน้าปฏิเสธจนผมสีบลอนด์นั้นสะบัดตามใบหน้าของคนตัวเล็ก

 

“นี่อย่าสะบัดแรงดิ เดี๋ยววิกก็หลุดหรอก” ชานยอลทำหน้าเอือมระอากับท่าทางหมาหยอกไก่ของจงอิน แล้วจึงเอื้อมมือมาจัดระเบียบเส้นไหมสีบอนด์ของแบคฮยอนให้เข้าทรงแบบเดิม

 

“คุณกระต่ายนี่ใจดีจังเลยน้า ~ ต้องอยู่ช่วยอลิซจนจบงานเลยรู้หรือเปล่า หื้ม ?” แบคฮยอนเอียงคอส่งยิ้มให้คุณกระต่ายชานยอลอย่างน่ารักแล้วจึงหันกลับไปมองทางด้านข้างดังเดิมเมื่อจุนมยอนประกาศให้ทุกคนเตรียมตัวที่จะเดินก้าวเข้าไปในงานเลี้ยงของค่ำคืนนี้

 

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีที่สามห้องบี ค่อยๆออกจากม่านสีแดงขนาดใหญ่เข้าสู่ห้องประชุมทีละคู่ แบคฮยอนวางมือเรียวสวยของตัวเองลงบนท่อนแขนของชานยอลที่ยกขึ้นตั้งฉากกับพื้น คู่ของแมวเจ้าเล่ห์เซฮุนและเพื่อนร่วมห้องอีกคนเดินออกไปแล้ว หลังจากนั้นจึงตามมาด้วยคู่ของตัวตลกจงอินและคู่ของเขา แบคฮยอนสูดลมหายใจเข้าจนเต็มปอดแล้วจึงค่อยๆเดินก้าวเท้าออกจากม่านพร้อมกับกระต่ายหนุ่มสุดหล่ออย่างชานยอลออกมายืนเรียงหน้ากระดานเป็นคู่สุดท้าย

 

แสงไฟที่สาดส่องมายังนักเรียนห้องบีที่เดินเข้ามาในห้องประชุมทีละคู่ทำให้แบคฮยอนรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อยจนเผลอจับแขนของชานยอลแน่น เสียงปรบมือต้อนรับของผู้คนที่อยู่ในห้องประชุมดังขึ้น จุนมยอนทำหน้าที่เป็นตัวแทนกล่าวทักทายอาจารย์และนักเรียนคนอื่นในโรงเรียน หลังจากนั้นจึงทำหน้าที่เป็นผู้บรรยายอธิบายถึงเหตุผลว่าทำไมห้องเรียนของตนเองจึงได้เลือกนิยายคลาสสิคเรื่องอลิซสาวน้อยในดินแดนมหัศจรรย์มาเป็นรูปแบบในงานวันนี้

 

ตลอดเวลาที่พวกเขายืนโชว์ตัวอยู่กลางห้องประชุมในระหว่างที่จุนมยอนกำลังกล่าวทักทายและเอ่ยอธิบายกับคณะกรรมการและอาจารย์ท่านอื่นๆ ชานยอลรู้สึกว่ามีสายตาหลายสิบคู่กำลังจ้องมองมาที่แบคฮยอนเปิดเผย เขาก้มลงมองพี่ชายตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างๆเล็กน้อยแล้วก็พบว่าแบคฮยอนกำลังส่งยิ้มหวานให้กล้องหลายสิบตัวที่ถูกหยิบยกขึ้นมาบันทึกภาพเอาไว้ ชานยอลรู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นักแต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ที่เขารู้สึกแบบนี้อาจจะเป็นเพราะไม่อยากให้คนอื่นจ้องมองมาที่แบคฮยอนมากนัก และนั่นอาจจะทำให้แบคฮยอนถูกจับได้ว่าไม่ได้เป็นเด็กของโรงเรียนนี้ เสียงพูดคุยของผู้ชายที่อยู่ในงานเอ่ยชมแบคฮยอนว่าน่ารักอย่างนั้นอย่างนี้อย่างไม่ขาดปาก ชานยอลทำเป็นไม่สนใจที่จะฟังมันแต่ถึงอย่างนั้นน้ำเสียงที่ดูจะหลงใหลในตัวของแบคฮยอนก็เป็นอันต้องลอยมากระทบโสตประสาทของเขาอยู่ร่ำไป

 

หลังจากที่พวกเขาได้โชว์ตัวให้คณะกรรมการทุกคนเห็นแล้ว นักเรียนทุกคนภายในห้องจึงแยกย้ายกันไปทักทายเพื่อนต่างห้อง บ้างก็ไปหยิบชิมอาหารเลิศรสอีกด้าน บ้างก็รวมกลุ่มกับเพื่อนถ่ายรูปเป็นที่ระลึกเก็บเอาไว้ และชานยอลเองก็เช่นกัน เขาเดินนำแบคฮยอนมาทางด้านโซนอาหารที่มีอาหารบุตเฟ่ต์หน้าตาน่ารับประทานมากมายวางเรียงรายกันอยู่

 

“นี่ ฉันกินได้หมดเลยใช่ไหม ?” ชานยอลหันไปตามแรงดึงเสื้อจากทางด้านหลัง แบคยอนที่กำลังใช้นิ้วชี้จิ้มที่ปากของตัวเองเอ่ยถามเขาทั้งๆที่สายตายังคงจับจ้องไปที่อาหารมากมายด้านหน้า

 

“อื้อ อยากกินอะไรก็หยิบเลย”

 

“โห เยี่ยมไปเลย โรงเรียนนายนี่ไฮโซจังเลยเน้าะ” แบคฮยอนไม่รอช้า พี่ชายตัวเล็กเดินไปหยิบจานแก้วที่วางอยู่ด้านข้างโต๊ะอาหารมาก่อนที่จะเดินจิ้มอาหารมาใส่จานอย่างละนิดอย่างละหน่อย ชานยอลมองตามแบคฮยอนที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับอาหารตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงจัดการเดินหาอาหารที่ตนอยากรับประทานบ้าง

 

“เห้ยมึงไปดิวะ”

 

“ไม่เอาอะกูไม่กล้า มึงไปก่อนดิ”

 

“โหย มั่วแต่ป๊อดกันอยู่อย่างนี้แล้วมึงจะได้ถ่ายรูปกับน้องอลิซคนสวยไหมวะ !” ชานยอลเงยหน้าขึ้นมาจากอาหารตรงหน้าทันทีที่ได้ยินคำว่าอลิซหลุดออกจากปากของเด็กนักเรียนที่น่าจะเป็นรุ่นน้องในโรงเรียนของเขา

 

“พวกมึงไม่ไปงั้นเดี๋ยวกูไปเอง” หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นพร้อมกับวางจานอาหารของตัวเองลง ล้วงโทรศัพท์มือถือของตัวเองออกมาแล้วจึงเดินเข้าไปหาแบคฮยอนที่กำลังยืนเลือกอาหารอยู่

 

“ไอ้เชี่ย จงฮวานแม่งโคตรกล้าเลย”

 

“เออ งั้นเดี๋ยวกูไปบ้างละ ถ้ามึงไม่กล้ามึงก็อยู่รอตรงนี้ไปนะฮยอนซู”

 

“เห้ยๆ ! มึงไปพร้อมกูดิวะ จะได้ผลัดกันถ่ายรูปไง แม่งคนอะไรวะโคตรน่ารักเลย”

 

“เออ น่ารักมากๆ กูลองจีบดีไหมวะ ? เหมือนจะเป็นรุ่นพี่ซะด้วยดิ แต่ไม่ค่อยคุ้นหน้าเลยว่ะ น่ารักขนาดนี้แท้ๆ ทำไมไม่เจอกันก่อนหน้านี้วะ” ชานยอลขมวดคิ้วแน่นก่อนที่จะหยุดตักอาหารของตัวเอง หมุนตัวเล็กน้อยเพื่อมองหาแบคฮยอนก่อนที่จะพบว่า เด็กผู้ชายคนนั้นกำลังคุยกับแบคฮยอนอยู่ ชานยอลไม่ได้ยินว่าเด็กผู้ชายคนนั้นพูดอะไรบ้าง แต่สิ่งที่เขาห็นคือแบคฮยอนพยักหน้าเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มหวานๆให้ หลังจากนั้น เด็กผู้ชายคนนั้นจึงเคลื่อนตัวมายืนอยู่ข้างแบคฮยอน ชูมือข้างหนึ่งที่ถือโทรศัพท์ของตัวเองขึ้น และนั่นก็ทำให้ชานยอลเข้าใจในทันทีว่าแบคฮยอนคงจะถูกขอให้ถ่ายรูปคู่ด้วย ไม่รอช้า เท้ายาวๆของน้องชายตัวสูงก้าวเดินเข้าไปหาแบคฮยอนทันที

 

“กลับโต๊ะได้แล้ว” ชานยอลเดินมาหยุดลงตรงหน้าของแบคฮยอนแล้วจึงพูดแทรกขึ้นมาโดยไม่ได้สนใจเด็กหนุ่มที่ดูเหมือนอยากจะถ่ายรูปกับแบคฮยอนต่ออีก

 

“ก็ได้ๆ” แบคฮยอนหันไปหยิบจานอาหารของตัวเองที่วางอยู่ขึ้นม ก่อนที่จะส่งยิ้มเพื่อแทนคำบอกลาให้เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างๆกัน

 

“อย่าถ่ายรูปกับคนอื่นเยอะนักดิ เดี๋ยวก็โดนจับได้หันหมดพอดีว่านายไม่ใช่อารึม” ชานยอลพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแข็ง และนั่นทำให้แบคฮยอนรู้สึกอึดอัดอยู่นิดหน่อย

 

“ขอโทษที ฉันลืมคิดไป” แบคฮยอนเอ่ยตอบกลับมาพร้อมกับสีหน้าที่สลดลงเล็กน้อย พี่ชายตัวเล็กก้มลงทานอาหารที่ตัวเองตักมาก่อนที่หันไปมองที่ฟลอร์เต้นรำที่ในตอนนี้มีนักเรียนห้องอื่นกำลังเดินออกมาแสดงตัวอยู่

 

คุณแมวเจ้าเล่ห์เซฮุนและคุณตัวตลกจงอินที่นั่งอยู่ในโต๊ะตัวเดียวกันเข้าใจถึงความรู้สึกของคุณกระต่ายสุดหล่อในทันทีที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น ถึงแม้จะดูอ้อมโลกไปสักหน่อย แต่พวกเขาทั้งสองคนก็เข้าใจว่าที่ชานยอลพูดออกมาแบบนั้นก็เป็นเพราะรู้สึกหวงสาวน้อยน่ารักผมทองคนที่นั่งอยู่ข้างๆกัน ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเมื่อครู่คุณกระต่ายสุดหล่ออย่างชานยอลชักสีหน้าทันทีที่เห็นว่ามีเด็กรุ่นน้องเข้ามาขอถ่ายรูปคู่กับแบคฮยอน

 

“หน้าแม่งออกอาการเชียว” จงอินที่นั่งอยู่ข้างเซฮุนหันไปกระซิบกับเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

“เออ เห็นแล้วหมั่นไส้ อย่างนี้ต้องแกล้ง”

 

“แบคฮยอน” น่าแปลกที่เซฮุนเรียกชื่อของแบคฮยอน แต่คนที่เงยหน้าจากจานอาหารของตัวเองขึ้นมามองหน้าเซฮุนกลับมีถึงสองคน คนหนึ่งคือเจ้าของชื่อ ส่วนอีกคนหนึ่งเซฮุนจะเรียกว่าเจ้าของเจ้าของชื่อก็คงจะไม่ผิดอะไรหรอกมั้ง ?

 

“ถ่ายรูปด้วยกันหน่อยสิ” เซฮุนพูดขึ้นพร้อมกับชูโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาแล้วจึงลุกออกจากเก้าอี้เดินไปหาแบคฮยอนที่นั่งอยู่ข้างชานยอล

 

“เห้ย ชานยอลถ่ายรูปให้หน่อยดิ” เซฮุนส่งมือถือของตัวเองให้เพื่อนตัวสูงที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม

 

“ถ่ายเองดิ”

 

“อ้าว ไอนี่กวนตีนละ งั้นจงอินมาถ่ายให้กูหน่อยๆ เดี๋ยวกูถ่ายให้มึงกับแบคฮยอนให้เองๆ”

 

“เออๆได้ๆ” จงอินรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้เพื่อมาสมทบแผนการณ์การแกล้งชานยอลของเซฮุนทันที

 

“เอานะ 1 2 ยิ้ม ~” จงอินหยิบโทรศัพท์ของเซฮุนไปยืนอยู่ด้านหน้าของทั้งเซฮุนและแบคฮยอน ก่อนที่จะเอ่ยนับเลขเพื่อให้ทั้งสองคนได้เตรียมตัวทัน เซฮุนเหลือบมามองชานยอลที่ทำเป็นไม่สนใจนิดหน่อยแล้วจึงยกมือของตัวเองโอบไหล่แบคฮยอนเอาไว้

 

“อีกรูปนะ” ชานยอลเหล่สายตามามองเพื่อนสนิทของตัวเองที่กำลังโอบไหล่แบคฮยอนถ่ายรูปอยู่ เขารู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อยที่งานในวันนี้ยังไม่เสร็จสิ้นเสียที และเมื่อคนอื่นเห็นว่าเซฮุนและจงอินได้ถ่ายรูปคู่กับแบคฮยอน เด็กผู้ชายในงานก็เริ่มเดินเข้ามาขอถ่ายรูปคู่กับแบคฮยอนอยู่เรื่อยๆ โดยมีเซฮุนที่ยื่นอำนวยความสะดวกให้ทุกอย่าง นึกแล้วก็หมั่นไส้ ชานยอลจึงหันไปเตะขาหลังของเซฮุนจนเพื่อนตัวขาวเสียหลังการทรงตัวเกือบล้มหน้าทิ่มไป

 

“ได้เวลาเต้นรำแล้ว ~” ยังไม่ทันที่เซฮุนจะได้หันมาต่อว่าอะไรชานยอล เสียงประกาศที่ดังขึ้นทำให้ชานยอลลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินตรงเข้าไปหาแบคฮยอนที่กำลังจะถ่ายรูปคู่กับคนที่ชานยอลจำได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขา

 

“หยุดถ่ายแล้วกลับไปหาคู่เต้นรำของตัวเองได้แล้ว” ชานยอลโบกมือไล่เด็กหนุ่มคนอื่นที่ยืนรอถ่ายรูปคู่กับแบคฮยอนให้กลับไปหาคู่เต้นรำของตัวเอง

 

“แล้วฉันต้องเต้นด้วยไหมอะ ?” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นถามชานยอลด้วยแววตาเป็นประกาย

ชานยอลไม่นึกแปลกใจเลยว่าทำไมวันนี้ผู้คนถึงได้อยากเข้ามาขอถ่ายรูปคู่กับแบคฮยอนอยู่ตลอดเวลา

 

“เต้นดิ” หลังจากคุณกระต่ายสุดหล่อจึงดึงมือสาวน้อยผมทองไปยังฟลอร์เต้นรำ เสียงเพลงที่ค่อยๆดังขึ้นทำให้ชานยอลรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย ระยะห่างระหว่างร่างกายของเขาและแบคฮยอนลดน้อยลงเรื่อยๆ ปลายเท้าของเขาและแบคฮยอนชิดกัน เสียงพูดคุยในบริเวณถูกแทนที่ด้วยเสียงเพลงบรรเลงจากวงออร์เคสตราของโรงเรียน

 

“ฉันไม่เคยเต้นสเตปของผู้หญิงอะ” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับชานยอล คุณกระต่ายสุดหล่อชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อรู้สึกว่าเขากับแบคฮยอนใกล้กันจนแทบจะได้ยินเสียงลมหายใจของกันและกัน

 

“นายต้องเอามือวางบนไหล่ของฉัน” ชานยอลออกคำสั่ง และแบคฮยอนก็ทำตามอย่างว่าง่าย ชานยอลกระชับวงแขนของเขาเข้ามาทำให้แบคฮยอนเข้ามาใกล้เข้ามากขึ้นไปอีก

 

“ค่อยๆก้าวเท้าตามฉันช้าๆ” ชานยอลอธิบายให้แบคฮยอนฟังอย่างใจเย็น เสียงดนตรีที่บรรเลงอยู่อย่างต่อเนื่องนั้นทำให้การเต้นรำในวันนี้ของคุณกระต่ายสุดหล่อและสาวน้อยผมทองเป็นไปอย่างราบรื่นถึงแม้ว่าจะเป็นครั้งแรกของสาวน้อยผมทองอย่างแบคฮยอนก็ตาม . . .




 









ทำไมตอนนี้ยาวแบบนี้ . . .

โอยย แต่งตั้งแต่บ่ายสามเสร็จเอาตอนห้าทุ่ม มาราธอนสุดๆเลย
งานเลี้ยงยังไม่จบลงเท่านี้หรอกนะ กิ ____ กิ
เจอกันตอนหน้านะคะ ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์และการติดตาม
ดีใจที่ชอบฟิคเรื่องนี้ อย่าลืมติดแท็ก #ficmelt กันนะจ๊ะ
แล้วจะตามไปคุยด้วยนะ เลิ้บ <3
@mmeawchy           

:)  Shalunla
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 111 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,840 ความคิดเห็น

  1. #6837 Rain (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 21:36

    ความอ่อนโยนและหึงหวงนี้มัน ... ;)

    #6,837
    0
  2. #6815 pbcy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 มกราคม 2563 / 00:00
    น่ารักม้ากกกกก นึกภาพน้องแบคแต่งตัวเป็นอลิซแล้วก็ไม่แปลกใจว่าทำไมชานยอลถึงหึงนักหนา ถถถถ
    #6,815
    0
  3. #6751 Me_onyourmind (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 15:28
    ขี้หวงขี้หึงสุดๆไปเลยค่าา
    #6,751
    0
  4. #6721 loeyloxepcy61 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2561 / 03:18
    ขี้หวงงงง
    #6,721
    0
  5. #6705 cuttt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2561 / 12:01
    ขี้หึงอ่ะ
    #6,705
    0
  6. #6678 11507416p (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 13:13
    หึงจ้าาา
    #6,678
    0
  7. #6653 Sea121 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 19:05
    ชานยอลผู้หึงแรง5555
    #6,653
    0
  8. #6621 Aelywolf (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2559 / 22:54
    เซฮุนขี้แกล้ง55
    #6,621
    0
  9. #6617 BABYzPCY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ธันวาคม 2559 / 16:29
    แหน่ะ หวงละซี้~ ส่วนจงอินกับเซฮุนก็ขยันแกล้งพี่ชานยอลของเราจังเลยน้าาาา 555
    #6,617
    0
  10. #6600 ดั๋มได๋ยัยแตง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 01:54
    ว้ายยย ชานยอลหวงป็บอกว่าหวงสิ อ้อมโลกซะ แบคคงน่ารักน่าดูแค่คิดภาพตามยังน่ารักเลยถ้าเจอของจริงนี่แม่จะจับฟัดให้ช้ำ
    #6,600
    0
  11. #6561 pim pimmi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 22:51
    หวงอ่ออออออ
    #6,561
    0
  12. #6503 อ่านกันเข้าไป (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มีนาคม 2559 / 14:50
    ร้อนรนน่าดูเลยนะคะชานยอล 555+
    #6,503
    0
  13. #6458 little daffodil (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2558 / 18:14
    หวงพี่จริงๆ55555
    #6,458
    0
  14. #6427 pakjeejan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 12:12
    ชานยอลขี้หวงงงงง หว่าาาา~~~
    #6,427
    0
  15. #6369 มนุษย์ไอศกรีม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 00:01
    อ่านแล้วจั๊กจี้หัวใจจังเลยค่ะ
    #6,369
    0
  16. #6271 aimmiry (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 19:58
    จงอิน เซฮุนจะแกล้งชานไปถึงไหนค่ะ
    #6,271
    0
  17. #6242 THE.JUNG SOORI♔ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2557 / 17:49
    ฟรุ้งฟริ้งที่สุดเบยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย>*< 
    #6,242
    0
  18. #6194 OH SEOiL EXO (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2557 / 14:06
    ไรต์อยากเห็นตอนเเบคเเต่งอลิซซอ้ะะะะะะะะะะ >< เเต่คิดก็น่ารักมากกกกเลยยย ><
    #6,194
    0
  19. #6163 StarFireLightNii (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2557 / 19:39
    แหมๆ แกไม่ค่อยเลยนะหยอย หวงก็บอกมาเหอะ
    #6,163
    0
  20. #6158 Aomdmsh' (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2557 / 23:36
    เขินฟ่ะ งื้อออ -//-
    #6,158
    0
  21. #6117 WOWVY (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2557 / 17:52
    ไรท์ชอบแพคเพอใช่ไหมอะชางบอม จงฮวาน #ไม่เกี่ยว 5555555
    อร้ายย ละลายตามชื่อเรื่อง
    #6,117
    0
  22. #6104 spbx_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2557 / 18:57
    เซฮุนกับไค งืมม เตะซักทีได้มั้ย ไม่แค่ทีเดียวอะ
    หลายทีเลยงืม55555555 เป็นชานยอลนี่ก็คง
    หวงเป็นธรรมดาก็เพราะสาวน้อยแบคฮยอนแสนน่ารัก
    คนนี้นี่ไงงืออ ฟินมากอะ ชานยอลเริ่มจะหึงพี่ชายมากไปแล้วน้าา
    เขินแทน >////<
    #6,104
    0
  23. #6046 secret_me (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2557 / 21:55
    ไคฮุนแสบเหลือเกินนนน
    #6,046
    0
  24. #6016 Pornpawee_zZ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 00:49
    รู้สึกขอบคุณไคฮุนมากๆจริงๆ

    ฟินจัง ฮร้าาาาาา
    #6,016
    0
  25. #6002 Fio Ai Calet (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2557 / 08:14
    อั้ยยยยยยย น่ารักเชรงๆ ^^
    ทำไม่ทำเเบบนี้ล่ะไรท์ ฟินจนเเก้มเเทบเเตก ><
    #6,002
    0