` {fic exo} 。Bitter Beat ♡ chanbaek

ตอนที่ 6 : 。Bitter Beat - track five

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    29 ก.ค. 57


 


 

 

.

 

        05

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

 

 

 

.

 

            แพคฮยอนปลุกชานยอลให้ตื่นจากห้วงนิทราที่แสนหวานในช่วงเช้ามืดของวันรุ่งขึ้น คนตัวสูงงัวเงียตื่นขึ้นมาเพราะถูกรบกวนเวลาพักผ่อน ใจจริงแล้วชานยอลอยากนอนพักต่ออีกสักสามถึงสี่ชั่วโมง แต่เมื่อคิดไตร่ตรองดูให้ดีแล้ว เขาจึงเข้าใจดีว่าทำไมแพคฮยอนถึงต้องปลุกเขาขึ้นมาตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะขึ้น

 

 

            เพราะชานยอลเป็นคนมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของใครหลายคน มันคงเป็นข่าวไม่ดีถ้าสมมุติว่ามีใครจับได้ว่าค่ำคืนที่ผ่านมานั้นชานยอลไม่ได้กลับห้องของตัวเองแต่กลับมาหลับนอนอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของแพคฮยอนแห่งนี้ ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างมือกีต้าร์หนุ่มในการพลางตัวอยู่ไม่น้อยเมื่อแฟนคลับไม่รู้ว่าที่จริงแล้วชานยอลมีรถยนต์ส่วนตัวเพราะคนส่วนมากมักจะเข้าใจว่าชานยอลมักจะไปไหนมาไหนพร้อม ๆ กับสมาชิกคนอื่น ๆ ในวงและใช้รถตู้ของบริษัทเป็นพาหนะ เพราะฉะนั้นรถยนต์คันหรูที่จอดอยู่หน้าเพนท์เฮ้าส์ของแพคฮยอนจึงไม่น่าเป็นจุดสังเกตเท่าไหร่นัก

 

 

            “รีบไปซะสิ นายอยากให้ฟ้ามันสว่างแล้วนักข่าวมาเห็นว่านายเดินออกมาจากเพนท์เฮ้าส์ที่ไม่ใช่ของตัวเองมากนักเหรอ” แพคฮยอนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดจะไม่พอใจเล็กน้อยเพราะดูเหมือนชานยอลยังคงทำโอ้เอ้ไม่ยอมเดินออกจากห้องของเขาไปเสียที

 

 

“ฉันจะมาที่นี่อีก ... ได้ไหม ?” มือกีต้าร์หนุ่มเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่แสดงออกถึงความรู้สึกของเขาอย่างชัดเจน ชานยอลรู้ดีว่าการที่เขาจะมาที่ห้องของแพคฮยอนนั้นมันไม่ยากเลย เส้นทางเขาก็จำได้เป็นอย่างดี จะให้เขามาเช่าห้องว่างที่เพนท์เฮ้าส์แห่งนี้ก็ยังได้ หากแต่ที่เขาเลือกที่จะเอ่ยถามออกไปแบบนั้นเพราะชานยอลอยากได้ความสะดวกใจของแพคฮยอนเสียมากกว่า ถ้าแพคฮยอนไม่เต็มใจให้เขาเข้ามาเหยียบพื้นพรมในห้อง ๆ นี้ มันก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรถ้าชานยอลจะยังดันทุรังที่จะมาที่นี่

 

 

แพคฮยอนนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อได้ฟังคำถามจากปากของชานยอล คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมาสบสายตากับดวงตากลมโตที่ทรงสเน่ห์ของปาร์คชานยอล ดวงตาคู่นั้นมันแฝงไปด้วยความรู้สึกมากมายที่แสดงออกมาอย่างเปิดเผยหากแต่แพคฮยอนเลือกที่จะไม่รับรู้มัน คนตัวเล็กเบี่ยงสายตาไปมองที่จุดอื่นก่อนที่จะเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

 

 

“ถ้ามันไม่จำเป็นนายก็ไม่ควรมาเหยียบที่นี่ชานยอล นี่ไม่ใช่ที่พักของนาย”

 

 

“มันจำเป็นแพคฮยอน ...” ชานยอลเอ่ยขึ้นในขณะที่นั่งผูกเชือกรองเท้าอยู่ที่หน้าประตูห้องของคนตัวเล็กที่ควบตำแหน่งนักร้องนำของวงคู่แข่งทางดนตรีของชานยอล

 

 

“การที่ฉันมาเหยียบที่นี่ มันจำเป็นสำหรับหัวใจของฉันมาก ๆ เลยแพคฮยอน”

 

 

ปาร์คชานยอลเป็นคนร้ายกาจ ... นั่นคือความคิดแรกของแพคฮยอนหลังจากที่ประโยคเมื่อครู่ของชานยอลจบลงและเจ้าตัวก็เดินหายออกไปจากห้องของเขาโดยไม่คิดจะเอ่ยลากันสักคำ ... แน่นอนว่ามันไม่จำเป็นเพราะบอกลาไปก็เท่านั้นในเมื่อวันนี้แพคฮยอนมีตารางงานซ้อมร้องเพลงร่วมกับวงฟีนิกซ์ในช่วงเย็น หากแต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลักที่ทำให้แพคฮยอนกำลังรู้สึกหายใจลำบากราวกับว่ามีตุ้มเหล็กล่องหนถ่วงข้อเท้าของเขาเอาไว้แล้วดึงให้พยอนแพคฮยอนคนนี้จมลงสู่พื้นน้ำเบื้องลึกที่ยิ่งลึกก็ยิ่งอ้างว้างและยากสำหรับการหายใจ

 

 

แพคฮยอนเกลียดชานยอล .... เขาเกลียดที่ชานยอลมักจะใช้คำพูดที่แฝงความหมายมากมายเอาไว้หากแต่การกระทำของเจ้าตัวมันกลับตรงกันข้ามกับคำพูดของเจ้าตัวอย่างสิ้นเชิง แต่คนที่แพคฮยอนเกลียดยิ่งกว่าก็คือตัวของเขาเอง แพคฮยอนเกลียดเวลาที่ตัวเองรู้สึกไขว้เขวอย่างง่ายดายเพียงแค่ได้ยินคำพูดแฝงความหมายลึกซึ้งของชานยอลเพียงไม่กี่คำ และเพราะเหตุนั้นเองแพคฮยอนจึงต้องพยายามปกป้องตัวเอง เขาเรียกมันว่าสัญชาตญาณของมนุษย์ที่เขาจำเป็นต้องเสเสร้งว่าตัวเองแข็งแรง เย็นชา เพื่อกลบเกลื่อนหวั่นไหวที่สั่นคลอนอยู่ภายในหัวใจของเขาเอง

 

 

และแพคฮยอนรู้ดีว่าการต้องทำตัวเองให้เข้มแข็งนั้นมันยากลำบากมากเพียงใด

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

เซฮุนตื่นนอนขึ้นมาในช่วงเช้าของวันใหม่ แสงแดดอ่อนๆ และสายลมเย็น ๆ ที่พัดเข้ามาทางหน้าต่างทำให้มือกีต้าร์หนุ่มรู้ว่าวันนี้เป็นวันที่อากาศดีและเหมากับการซักผ้าเป็นที่สุด ดวงตาเรียวทรงเสน่ห์ของชายหนุ่มผิวขาวจัดเหลือบไปมองกองตะกร้าผ้าที่วางอยู่หน้าห้องน้ำก่อนที่จะปล่อยมันเอาไว้อย่างนั้นเพราะผ้าในตะกร้าของเขามีเพียงแค่เสื้อยืดที่ใส่เมื่อวานและกางเกงบ็อกเซอร์เพียงแค่ตัวเดียว

 

 

ผิวขาวของเซฮุนดูเปล่งประกายออกมาไม่น้อยเมื่อเจ้าตัวเดินออกมาเปิดประตูระเบียงห้องของตัวเอง แขนทั้งสองข้างเท้าอยู่บนราวระเบียงก่อนที่เซฮุนจะสูดเอาอากาศบริสุทธิ์ในยามเช้าเข้าไปจนเต็มปอด หลังจากยืนตากลมเย็นจนพอใจชายหนุ่มผิวขาวจึงเงยหน้าขึ้นไปมองยังระเบียงห้องของใครบางคนที่อยู่เยื้องกับห้องของเขา

 

 

 

            เซฮุนสะดุ้งตัวเล็กน้อยเมื่อประตูระเบียงของห้องที่เขากำลังจดจ้องอยู่ถูกเปิดออกก่อนที่เจ้าของห้องที่มีดวงตาหวานจะเดินออกมาพร้อมกับตะกร้าผ้าขนาดใหญ่ในมือ มือกีต้าร์หนุ่มยืนมองลู่หานที่กำลังตากผ้าในตะกร้าโดยไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมา เสื้อผ้าชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกลู่หานจับใส่ไม้แขวนเสื้อและแขวนเอาไว้บนราวตากผ้า เขาส่ายหัวเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ากางเกงยีนส์สีซีดที่ลู่หานเพิ่งจะเอาใส่ไม้แขวนขึ้นตากเมื่อครู่มันร่วงหลุดจากไม้และตกลงบนพื้นระเบียงของห้อง

 

 

            ใบหน้าของลู่หานหายไปจากสายตาของเซฮุนแว๊บหนึ่งเพราะเจ้าตัวก้มลงเก็บกางเกงตัวนั้นขึ้นมาใส่ไม้แขวนใหม่อีกครั้ง เซฮุนยืนมองการกระทำเหล่านั้นของลู่หานอยู่อย่างเงียบ ๆ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าเขาไม่ได้ละสายตาออกจากลู่หานตั้งแต่ผ้าชิ้นบนสุดของตะกร้าถูกหยิบขึ้นมาใส่ไม้แขวน จนกระทั่งผ้าชิ้นสุดท้ายของตะกร้าถูกหยิบขึ้นมาตาก เซฮุนก็ยังไม่ละสายตาไปจากใบหน้าของมือเบสตาหวานเลยแม้แต่วินาทีเดียว

 

 

            การแอบมองเพื่อนร่วมวงของเซฮุนจบลงเมื่อลู่หานเดินกลับเข้าไปในห้องของตัวเองโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดว่าตัวเองกำลังถูกเซฮุนจ้องไม่วางตา และหลังจากที่ลู่หานเดินกลับเข้าไปในห้องได้ไม่นาน กางเกงยีนส์ที่เคยแขวนอยู่บนไม้แขวนเสื้อก็หลุดออกจากไม้อีกครั้ง เซฮุนอมยิ้มขำเล็กน้อยแล้วจึงตัดสินใจเดินกลับมาในห้องเพื่อล้างหน้าแปรงฟันให้เรียบร้อย

 

 

            หลังจากทำภารกิจส่วนตัวเสร็จเรียบร้อย ชายหนุ่มผิวขาวเดินเข้าไปในโซนห้องครัวก่อนที่จะหยิบเอาขนมปังแผ่น แฮมและชีสติดมือออกมาด้วย เซฮุนปิดประตูล็อคห้องของตัวเอง เหยียบส้นรองเท้าผ้าใบคู่โปรดของตัวเองก่อนที่จะเดินขึ้นบันไดของคอนโดเพื่อขึ้นไปยังห้องของใครบางคนที่อยู่ห่างกับเขาเพียงแค่ชั้นเดียว

 

 

            เสียงกดออดที่ดังขึ้นเรียกให้ลู่หานงัดตัวเองลุกออกจากเตียงแล้วเดินหน้ามึนไปเปิดประตูทั้ง ๆ ที่สติยังกลับมาไม่เต็มร้อย สภาพของลู่หานในตอนนี้คือผมเผ้ายุ่งเหยิง หน้าตาที่ไร้เครื่องสำอาง และชุดนอนที่มีรอยขาด เรียกได้ว่าเป็นสภาพที่ไม่พร้อมจะพบกับผู้คนมากถึงมากที่สุด แต่สิ่งที่ทำให้ลู่หานกล้าที่จะเดินไปเปิดประตูในตอนนี้เป็นเพราะมือเบสหน้าหวานของวงรู้ดีว่าใครคือคนที่ยืนรอให้เขาเดินไปเปิดประตู

 

 

            และคนนั้น ๆ ก็คือโอเซฮุน คนที่ลู่หานคิดเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

            “สอนกี่ครั้งแล้วว่าให้ตากกางเกงยีนส์ยังไง ?” นั่นเป็นประโยคแรกที่เซฮุนเอ่ยพูด แน่นอนว่ามันไม่ใช่ประโยคทักทายที่คนธรรมดาใช้พูดกัน หากแต่สำหรับลู่หานและเซฮุนแล้ว มันคือประโยคทักทายที่พวกเขาคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี

 

 

            “ก็คนมันง่วงนี่ ก็เลยไม่ได้ใส่ใจเท่าไหร่” ข้ออ้างที่ลู่หานยกขึ้นมาอ้างทำให้เซฮุนได้แต่ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอา คนตัวสูงถอดรองเท้าเอาไว้หน้าห้องแล้วจึงเดินเอาข้าวของที่อยู่ในอ้อมกอดของตัวเองไปวางเอาไว้บนโต๊ะอาหารภายในห้องของลู่หาน ส่วนเจ้าของห้องหลังจากที่ปิดประตูเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวก็เดินกลับมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงอีกครั้งก่อนที่จะเอ่ยเสียงอู้อี้ออกมา

 

 

            “ทำแซนวิซเผื่อด้วยนะ เดี๋ยวตื่นมากิน” เซฮุนไม่ได้เอ่ยตอบรับอะไรกลับไปแต่ลู่หานก็รู้ดีว่าเซฮุนรับรู้ถึงคำพูดของเขาเรียบร้อยแล้ว

 

 

            เด็กหนุ่มผิวขาวเดินตรงไปยังประตูระเบียงห้องของลู่หานเป็นที่แรกหลังจากที่เขาวางข้าวของทุกอย่างเอาไว้บนโต๊ะ ข้อมือที่เห็นรอยนูนของเส้นเลือดเอื้อมไปหยิบเอากางเกงยีนส์สีซีดของลู่หานขึ้นมาใส่ไม้แขวนเอาไว้อย่างถูกต้อง เพื่อไม่ให้กางเกงตัวนี้หลุดออกจากไม้แขวนอีกครั้ง ชายหนุ่มตัวสูงกวาดสายตาสำรวจความเรียบร้อยบนราวตากผ้าของลู่หานอย่างละเอียดก่อนที่จะเดินเข้าไปหยิบราวตากบ็อกเซอร์ของลู่หานเอาเข้ามาแขวนเอาไว้ด้านในสุดของห้อง

 

 

            หลายต่อหลายครั้งที่เซฮุนมักจะพร่ำบอกลู่หานเสมอว่าอย่าเอาราวตากบ็อกเซอร์ออกมาตากเอาไว้ด้านนอกของราวตากผ้า ถึงแม้ว่าห้องของลู่หานจะอยู่สูงกว่าคนอื่น แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าลู่หานทำแบบนั้นได้ เพราะเสื้อผ้าชิ้นสำคัญอย่างบ็อกเซอร์นั้นมันไม่ควรเอามาอวดโฉมให้คนนอกได้เห็นกัน

 

 

            หลังจากจัดการดูแลความเป็นระเบียบของราวตากผ้าในห้องของลู่หานเรียบร้อยแล้ว สิ่งต่อไปที่เซฮุนทำคือการทำแซนวิซง่าย ๆ เป็นอาหารเช้าเอาไว้ให้คนที่นอนอุตุอยู่บนเตียงได้รับประทาน มันดูเหมือนจะเป็นความเคยชินไปเสียแล้วกับการคอยดูแลลู่หานแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะลู่หานเป็นคนต่างชาติที่ต้องเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ มันก็คงเหมือน ๆ กับเซฮุนที่ต้องจากบ้านเกิดเข้ามาใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขายอมแลกนั้นมันเป็นเพียงเพราะสิ่ง ๆ เดียวที่พวกเราได้ทำร่วมกัน

 

 

นั่นคือการได้เป็นนักดนตรีที่เป็นความฝันของพวกเขา

 

 

เมื่อพูดถึงความฝันในเรื่องการได้เป็นนักดนตรีของพวกเขา เซฮุนก็อดไม่ได้ที่จะต้องนึกถึงเพื่อนร่วมวงอย่างแพคฮยอนที่มีส่วนเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเราไปตลอดกาล เขาไม่รู้ว่าตอนนี้แพคฮยอนกำลังรู้สึกอย่างไรกันแน่ เพราะดวงตาเรียวเล็กคู่นั้นของแพคฮยอนมันมักจะซ่อนความรู้สึกที่แท้จริงของเจ้าตัวเอาไว้เสมอ นั่นจึงทำให้เซฮุนได้แต่ภาวนาขอให้สิ่งที่แพคฮยอนคิด สิ่งที่แพคฮยอนรู้สึก อย่าย้อนกลับมาทำร้ายตัวของแพคฮยอนเอง เพราะเขาไม่อยากเห็นชีวิตที่สดใสของแพคฮยอนพังทลายลงไป

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

 “เราลองซ้อมเพลงอื่นกันบ้างดีไหม ?” มินซอกเสนอความเห็นหลังจากที่วันนี้พวกเขาซ้อมร้องเพลง Shooting Star ที่เป็นเพลงเปิดตัวของพวกเขาจนแพคฮยอนและวงฟีนิกซ์จนสามารถเข้ากันได้เป็นอย่างดี

 

 

“เอาสิ” แพคฮยอนตอบรับข้อเสนอนั้นอย่างง่ายดายเพราะเขาเองก็เริ่มมั่นใจขึ้นมาบ้างว่าเพลงเปิดตัวของวงฟีนิกซ์ที่จะนำมาใช้เป็นเพลงแสดงโชว์พิเศษนั้นเขาสามารถร้องมันออกมาได้ดีในระดับหนึ่ง สำหรับสายตาคนอื่นแพคฮยอนอาจจะร้องเพลงนี้ได้ไม่ดีเท่าต้นฉบับที่คยองซูได้ร้องเอาไว้ แต่เขาก็พยายามที่จะปรับเพลง ๆ นั้นให้เขากับเอกลักษณ์การร้องแบบของตัวเขาเอง และสมาชิกในวงฟีนิกซ์ก็พึงพอใจอยู่ไม่น้อยกับผลงานที่ออกมา

 

 

“งั้นเรามาซ้อมเพลง Love กันเถอะ” แพคฮยอนนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อเขาได้ยินประโยคที่จีฮยอกเอ่ยออกมาอย่างสบาย ๆ มือเรียวสวยเอื้อมไปรับกระดาษโน้ตเพลงมาจากมินซอกก่อนที่จะนิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ดวงตาเรียวสวยก้มลงจ้องมองแผ่นกระดาษสีขาวที่มีเนื้อเพลงปรากฏอยู่อย่างชัดเจน เพลงนี้เป็นเพลงที่ทำให้วงฟีนิกซ์มีชื่อเสียงขึ้น และยังเป็นเพียงที่ได้รางวัลในรายการเพลงต่าง ๆ เรียกได้ว่าเป็นเพลงที่เปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของวงฟีนิกซ์เลยก็ว่าได้

 

 

“ฉันว่าแพคฮยอนคงจะเคยได้ยินเพลงนี้มาบ้างใช่ไหม ?” คนตัวเล็กพยักหน้าตอบรับทั้ง ๆ ที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครคือคนที่เอ่ยประโยคเมื่อครู่ออกมา แพคฮยอนหันกลับไปมองชานยอลที่ยืนสะพายกีต้าร์อยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เสียงกลองให้จังหวะของมินซอกจะดังขึ้น

 

 

คยองซูที่นั่งอยู่ในห้องซ้อมด้วยกันจ้องมองสมาชิกในวงของตัวเองและแพคฮยอนที่กำลังซ้อมเพลงดังของพวกเขาด้วยท่าทางเป็นปกติ เขางึมงัมร้องเพลงนี้ออกมาด้วยท่าทางสบาย ๆ เพราะคยองซูรู้ดีว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เพลงนี้สมบรูณ์แบบจนสามารถทำให้วงของพวกเขามีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับมากยิ่งขึ้น

 

 

“ขอโทษนะ ฉันขอเปลี่ยนดนตรีตรงนี้หน่อยได้ไหม ?” สมาชิกที่เหลือของวงฟีนิกซ์หันกลับไปสนใจเสียงของแพคฮยอนที่เอ่ยขึ้นกลางคันในระหว่างที่พวกเขากำลังซ้อมเพลงด้วยกันอยู่ แพคฮยอนพยายามอธิบายให้เห็นถึงการปรับเปลี่ยนจังหวะทำนองของบทเพลงเพื่อให้เข้ากับการร้องเพลงในแบบของตัวเอง แน่นอนว่าในตอนแรก มินซอก และจีฮยอกดูจะไม่ค่อยเห็นด้วย แต่เมื่อลองได้เล่นจริง ๆ แล้ว ทั้งสองคนกลับพบว่ามันเป็นการใส่ลูกเล่นให้บทเพลงดูมีชีวิตชีวาและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกมากยิ่งขึ้น

 

 

การซ้อมเพลงใหม่ในวันนี้ดูเหมือนจะผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเพราะมินซอกและจีฮยอกต่างก็ทึ่งในความคิดและความสามารถของแพคฮยอนอยู่ไม่น้อย ไม่คิดว่านักร้องตัวเล็ก ๆ อย่างพยอนแพคฮยอนจะทำให้เพลงดังของวงพวกเขาดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้นไปอีก ส่วนชานยอลที่ทำตามข้อเสนอของแพคฮยอนได้แต่นั่งเงียบไม่พูดจาหรือแสดงความเห็นใด ๆ ออกมา ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเรื่องราวบางอย่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีตทำให้ชานยอลยังคงรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อยกลับการที่ต้องย้อนเอาเรื่องราวเหล่านั้นขึ้นมาพูดอีกครั้ง แต่ดูเหมือนความผิดปกตินั้นของชานยอลจะไม่ได้อยู่ในความสนใจของสมาชิกคนอื่น ๆ เลยแม้แต่น้อย ทุกคนต่างกำลังตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อให้เพลง ๆ นี้ออกมาดีที่สุด  

 

 

“นายเจ๋งชะมัดเลยแพคฮยอน ฉันคิดว่าเพลงนี้ของพวกเรามันเจ๋งอยู่แล้ว แต่นายทำให้มันเจ๋งกว่าเดิมอีกนะเนี่ย” จีฮยอกเอ่ยชมออกมาด้วยใจจริง ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าวงของเขาและแพคฮยอนเป็นวงคู่แข่งกัน แต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมความสามารถของแพคฮยอนออกมา

 

 

“นั่นน่ะสิ นายทำให้เพลงนี้ดีกว่าที่พวกเราเคยทำเอาไว้เสียอีก” โดคยองซูหันกลับมามองมินซอกที่เอ่ยประโยคเมื่อครู่ออกมาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าสมาชิกในวงของตัวเองจะเอ่ยปากชมแพคฮยอนจนออกนอกหน้ามากถึงขนาดนี้ จะเหลือก็แค่ชานยอลที่ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเช่นเดิม และคยองซูก็คิดว่านั่นเป็นการดีที่ชานยอลไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมา

 

 

“ฉันดีใจจังที่ได้ยินแบบนี้ มันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนว่าฉันรู้จักเพลงของพวกนายเป็นอย่างดีเลยล่ะ” พยอนแพคฮยอนเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มกว้างหากแต่แววตาที่คนตัวเล็กใช้มองไปยังชานยอลนั้นกลับไม่ได้ดูยินดีอย่างคำพูดที่ออกมาเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย

 

 

และนั่นคงเป็นครั้งแรกที่ปาร์คชานยอลสามารถอ่านสายตาของแพคฮยอนออกว่านักร้องนำตัวเล็กคนนั้นกำลังรู้สึกอย่างไร ...









 



ฝากติดตามฟิคเรื่องนี้ด้วยนะคะ ~
ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นท์ และทุกแท็กในทวิตมาก ๆ เลยค่ะ ^ - ^ 
เราจำได้หมดทุกคนนะคะ อาจจะไม่ได้ตอบทวิตหรือตอบคอมเม้นท์แต่เรารับรู้อยู่ตลอดน้า
ปล. ตอนนี้ฟิค melt เปิดจองอีกรอบแล้วนะคะ
ฟิค mate ด็ยังสั่งเข้ามาได้นะคะ มีหนังสือพร้อมส่งจ้า 

#ฟิคบทบ @mmeawchy








© Tenpoints!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

1,440 ความคิดเห็น

  1. #1374 HUNHUN. (@korawan333) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2557 / 21:38
    จงอิน จงอิน ไค!! มาเก็บภรรยาหน่อย!!!'^'
    คยองร้ายกาจ.. แบคฮยอนอย่าทำแบบนั้นเลยนะอย่าเอาความรู้สึกมาล้อเล่น
    #1374
    0
  2. #1351 cat_casper (@cass_per) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กันยายน 2557 / 18:28
    ฮือ คยองร้ายอ่ะ ร้ายกาจมาก ไมเป็นงั้นน ห๊า สงสารแบค ง่า
    #1351
    0
  3. #1131 คุมะนารายณ์ (@mnemosynechi) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2557 / 16:44
    เซฮุนเอาใจใส่ลู่หานดีมากอ่ะเเบบเขินเเทน/)/////( ชานเเบคก็ยังคงน่าสงสัยต่อไปเห้อม
    #1131
    0
  4. #1087 I'm SonE ... B2utY ...Cassi!!! (@0869784579) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2557 / 08:04
    คยองนางมีแผรอ่ะไม่ใช่อุบัติเหตุแน่ๆ ทำไมทำแบบนี้ แย่งซีนกันเห็นๆ ดึงความสนใจจากแบึไปหมดเลย ทำแบบนี้มันหยามกันชัดๆ
    #1087
    0
  5. #867 e_nongnid (@e-nongnid) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 13:43
    ไม่ไหวล้าว อยากรุ้ความหลังของสองคนนี้
    #867
    0
  6. #849 White Valentine (@NuPunchZa) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 19:39
    ฮุนฮานนนนนน
    โอยยย เทคกันดีขนาดนี้ ย้ายไปอยู่ด้วยกันเลยดีมั้ยยยยย >///////<

    ชานแบคดูหน่วงๆตลอดเว แม้จะมีหวานมีแทรกบ้างก็ตาม TT
    #849
    0
  7. #804 sungsangjoon (@sungsangjoon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2557 / 11:06
    ตั้งแต่อ่านมา คนที่เราเดาไม่ถูกว่าคิดอะไรอยู่จริงๆ ก็คือโด้เนี่ยแหละ ตกลงโด้เป็นคนยังไงกันแน่นะ ดูเหมือนจะรู้เรื่องระหว่างชานแบคซะด้วยสิ น่าติดตามมากเลยค่ะ ขอบคุณมากนะคะไรท์เตอร์ แต่งกี่เรื่องก็สนุก
    #804
    0
  8. #703 Minikyeol (@hokoy-sg) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2557 / 16:06
    คยองซูววววววววพี่ไม่ชอบแบคช้ะ ;wwww;
    ฮุนฮานนี้น่ารักจางงงงงงงงงงงง >< 
    #703
    0
  9. #664 smokybaek (@nunanumja) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มีนาคม 2557 / 20:35
    ฮุนฮานาน่ารักจังเลยยยยยยยย -/////////- 
    เหมือนคู้นี้จะใสๆ กันทั้งคู่ 
    แต่ทำไมคยองซูแปลกๆ เราไม่ได้คิดไปเองใช่มั้ยยยยยย TT___TT

    #664
    0
  10. #468 bluerabbit (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มีนาคม 2557 / 15:45
    เหมือนอะไรๆมันยังไม่กระจ่างชัด หน่วงๆหนึบๆมาตลอด



    แถมยังมีเรื่องให้ขบคิดมากขึ้นทุกทีๆ



    ชานแบคมีซัมติงอันนี้มันแน่นอนที่สุด แต่ตอนนี้กำลังตะขิดตะขวงใจกับคยองซู



    งืมๆๆๆ จะมาดีหรือมาร้ายต้องติดตาม
    #468
    0
  11. #399 kkoy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:27
    อือออออ ตอนแรกก็ว่าสงสารยอลนะ แต่พอตัวแปลเป็นคยองแบบนี้ก็คิดว่าแบคคงเจ็บไม่แพ้ใคร
    #399
    0
  12. #359 ~ *FreSH MusHRoOm* ~ (@aiyagirl) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 มกราคม 2557 / 13:44
    รู้สึกตะหงิดๆกับคยองซู ดูเหมือนจะมีอะไรสักอย่าง
    #359
    0
  13. #339 『 BLACK PEARL』 (@04177) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 00:50
    ฮุนฮานน่ารักอ่ะง่อว์
    เพลงนั้นเคยมีความหมายอะไรเกี่ยวกับชานแบคก่อนเดบิวต์ใช่มั้ย.__.
    โอ้ยนี่อยากรู้ความหลังมาก อย่างน้อยก็มีสองคนแล้วรึป่าวที่รู้เรื่องในอดีต
    เห็นด้วยกับเซฮุนที่สุดเลย กลัวทุกอย่างที่แบคทำจะกลับมาทำร้ายแบคเอง
    #339
    0
  14. #261 deereastsea (@Naana) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 มกราคม 2557 / 11:20
    ความร้ายกาจของแบคนี่มันจะทำร้ายปาร์คไหมนนะ
    เราว่านะ คยองต้องรู้เรื่องราวในอดีตของสองคนนี้นแน่
    ฮุนฮานกำลังไปได้สวย
    ลุ้นต่อไป คิคิ
    #261
    0
  15. #237 Park Yahjin (@parkyaji) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2557 / 21:33
    นอนด้วยกันทั้งคืนพี่ปาร์คเก่งค่ะไม่รู้สึกอะไรเลย ><
    #237
    0
  16. #179 Parn_SeoRoRo (@parnseororo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มกราคม 2557 / 21:40
    คยองซูวววว โว้ะ ไมนายเป็นเเบบนี้ มันต้องมีซัมติงในอดีตเเน่ๆเลอ ติดตาม ๆ
    #179
    0
  17. #168 LUSEE - 루시 (@bbbluesky) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 22:13
    คือแบบนอนด้วยกันทั้งคืน อิปาร์คความอดทนเป็นเลิศจริงๆน่าจะจับมาจูบสักจ๊วฟ #ใสๆ >< ไม่รู้ว่าอะไรคือเรื่องในอดีตที่ทำให้ความสัมพันธ์ของชานแบคสั่นคลอนแต่เดาว่าชานยอลไม่น่าจะตั้งใจนะ คือยอลก็ดูรักแบคมากแต่ตอนนี้... หนึ่ง...กลัวคยอง สอง...กลัวบยอยร้าย คือกลัวมาแนวแทรกซึมเพื่อแก้แค้น บยอนอย่าร้ายน๊าน่ารักเถอะ >< สงสารชานยอล
    #168
    0
  18. #164 SSveerakulMook (@iimook) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 21:06
    ชานแบคมันมีอะไรกานนนนน !!!! เอาแล้วไง หนูคยอง 55555
    #164
    0
  19. #154 BACON_BAEK (@khainoy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 12:48
    น้องคยองดูจะไม่ค่อยปลื้มแบคเท่าไหร่นะ #หรือเราคิดไปเอง
    #154
    0
  20. #142 Malangzz (@mymalang1127) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 10:32
    เพลง love คือเพลงแห่งความหลังชานแบคใช่ไม๊

    โด้เริ่มเกลียดแบคหล่ะสิ
    แบคทำได้ดีกว่านิ
    #142
    0
  21. #134 Cocoa Rabbit (@tirran) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 02:53
    แบคอยากจะแก้แค้นอะไรรึเปล่า
    ไม่รู้ว่าเรื่องในอดีตคืออะไร
    แต่บรรยากาศรอบตัวระหว่างชานยอลกะแพคฮยอนมันมืดมัวหมิงหม่นชะมัดเลย

    ขอแวะไปพักอารมณ์อ่านชูบี้ก่อน
    XD
    #134
    0
  22. #133 neatle (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 01:14
    คยองซูอย่ามาชอบชานยอนนะ

    แบคเป็นอะไรนะเนี่ย อยากรู้เร็วๆจัง
    #133
    0
  23. #131 bigbadbgirl (@-axxvvxx95) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 มกราคม 2557 / 00:13
    ฮุนฮานนนนนนนนนนน T^T 
    ความสัมพันธ์ไม่มีชื่อเรียกรึเปล่าาาาาาา

    แต่ชานแบคนี่ยังไง อะไรทำไมทำเราอึดอัดขนาดนี้ TT
    คือหน่วงอ่ะหน่วง จะร้องไห้ละ 
    มันเจ็บจี้ดๆตรงหัวใจมากเลยอ่ะ ประหนึ่งว่าตัวเองเป็นชานแบคเลยทีเดียว ==

    โดคยองซู.. นายชอบชานยอลสินะ
    #131
    0
  24. #128 cybh (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2557 / 22:34
    ฮุนฮานนนนนนนนนนน
    #128
    0
  25. #125 ♥kaejaa♥ (@ilove-kz) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 มกราคม 2557 / 21:57
    มันจำเป็นกับหัวใจ อื้อหือ ฟินกันเลยทีเดียวนะพี่ปาร์ค
    #125
    0