` {fic exo} 。Bitter Beat ♡ chanbaek

ตอนที่ 37 : 。Bitter Beat - previous track thirty six

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,172
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    7 พ.ค. 58

 

 

 

 

 36

 

  

 

 

.

 

 

 

.

 

 

 

.

 

   

            มันกลายเป็นความรู้สึกที่แสนทรมานเมื่อแพคฮยอนไม่มีชานยอลอยู่เคียงข้าง...หลังจากวันนั้นที่แพคฮยอนได้คุยกับชานยอล พวกเขาก็แทบจะไม่มีเวลาให้กันและกันอีก ที่จริงแล้วเป็นชานยอลเสียมากกว่าที่แทบจะไม่ได้ติดต่อกับแพคฮยอนอีกเลยหลักจากนั้น จากที่เคยโทรศัพท์คุยกันทุกวัน ในตอนนี้กลับมีเพียงความเงียบงันเท่านั้นที่อยู่เป็นเพื่อนคุยของแพคฮยอนจนกว่าเจ้าตัวจะเผลอหลับไป

 

 

            แพคฮยอนเกลียดเวลาที่เขาจะต้องนั่งจ้องมองโทรศัพท์ของตัวเองเพื่อหวังให้ปลายสายที่โทรเข้ามาปรากฏเป็นชื่อของคนรักตัวสูง หากแต่ในเวลานี้มันกลับว่างเปล่าเสียจนแพคฮยอนเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว...

 

 

หวาดกลัวกับวันเวลาที่เลยผ่านและความห่างเหินที่จะค่อยๆ ฉีกความสัมพันธ์ของพวกเขาทั้งสองคน

 

 

“ช่วงนี้ได้คุยกับชานยอลบางหรือเปล่า?” แพคฮยอนส่ายหน้าเป็นคำตอบเมื่อเซฮุนเอ่ยถามถึงเพื่อนร่วมวงตัวสูงที่ตอนนี้พวกเขาแทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลย

 

 

“คงซ้อมหนกัแหละ อย่าคิดมาแล้วกัน” นักร้องนำตัวเล็กพยักหน้ารับคำบอกของเซฮุนไปแบบส่ง ๆ ที่จริงแล้วเขาเองก็ไม่อยากจะคิดอะไรมากมายให้มันวุ่นวายหรอกนะ เพียงแต่ความห่างไกลที่มีมันก็อดไม่ได้จริงๆ ที่จะทำให้หัวใจของแพคฮยอนเริ่มหวั่นไหว

 

 

“พวกเราก็มาพยายามกันเถอะ เผื่อว่าจะถึงโอกาสของพวกเราสักที” หลังจากที่ชานยอลเข้าเมืองไป พวกเขาอีกสามคนที่เหลืออยู่ก็ยังไม่ได้ทิ้งวงไปไหน เพียงแค่รับงานน้อยลงบ้าง ซ้อมน้อยลงบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทิ้งไปเลย เพราะมันคือความฝันของพวกเขาทุกคน ในช่วงเวลาที่ท้อแท้และอ่อนล้าก็มีบ้างที่อยากจะละทิ้งมันไป แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ต้อมกลับมาทำมันต่อเพื่อสักวันหนึ่งที่พวกเขาจะประสบความสำเร็จอย่างที่ฝันเอาไว้

 

 

“เดือนหน้าจะมีการออดิชั่นของบริษัทอีกทีหนึ่ง แต่คงจะสู้กับเจเอนเตอร์เทนเมนท์ไม่ได้ พวกเราจะลองไปออดิชั่นกันไหม?” บยองฮยอนส่งใบประกาศรับสมัครออดิชั่นของค่ายเพลงเล็กๆ ค่ายหนึ่งที่เพิ่งเปิดได้ไม่นาน

 

 

“ไปสิ จะรออะไรล่ะ” แม้จะรู้ดีว่าในตำแหน่งของเขาตอนนี้จะเดินตามหลังชานยอลอยู่ก็ตามแต่แพคฮยอนก็จะไม่ยอมหยุดยืนนิ่งๆ เพื่ออรอชานยอลเพียงอย่างเดียวแน่นอน เขาเองก็มีสองมือและหนึ่งมันสมองเหมือนกับชานยอล ถ้ายังมีลมหายใจแพคฮยอนก็พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปเสมอ

 

 

“ถ้างั้นเรามาเริ่มซ้อมเพื่อเตรียมตัวกันเถอะ!

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

คราวนี้ดูเหมือนว่าโอกาสจะเป็นของสมาชิกของวงเซฟซาวด์ที่เหลืออีกสามคนเสียแล้ว เมื่อพวกเขาทั้งสามคนผ่านเข้ารอบออดิชั่นและได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนที่จะได้เข้าไปฝึกฝนในค่ายเพลงแห่งนี้เพื่อเตรียมตัวเป็นศิลปินวงดนตรีหน้าใหม่ หากแต่การเรียนของพวกเขาที่ยังไม่จบการศึกษา ทางค่ายจึงยื่นเสนอให้พวกเขาทั้งสามคนเรียนให้จบเสียก่อนแล้วค่อยเข้าไปเป็นเด็กฝึกในค่าย

 

 

แพคฮยอน เซฮุนและบยองฮยอนเองก็ดีใจไม่น้อยที่คราวนี้เป็นโอกาสของพวกเขาเสียที การตั้งใจเรียนให้จบไม่ใช่เรื่องยากสำหรับพวกเขาและงานจบการศึกษาของพวกเขาก็ใช้เวลาอีกไม่มากเท่าไหร่นัก ในตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนจึงเลือกที่จะทุ่มเทกับเรื่องการเรียนมาเป็นอันดับแรก เพราะเมื่อการเรียนสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี พวกเขาก็จะได้เริ่มทำตามความฝันของตัวเองเสียที

 

 

วันแรกที่ทราบข่าวว่าวงของพวกเขาผ่านการออดิชั่น แพคฮยอนพยายามติดต่อกับชานยอลเพื่อบอกข่าวดีให้กับอีกฝ่ายได้รับรู้ แต่ดูเหมือนการติดต่อของแพคฮยอนจะสูญเปล่าเมื่อเขาไม่เคยได้รับการติดต่อจากชานยอลกลับมาอีกเลย แพคฮยอนเสียใจและยังเฝ้ารอชานยอลอยู่เสมอ แต่ในขณะเดียวกันเขาเองก็ไม่ได้ละทิ้งที่จะเดินไปตามเส้นทางความฝันของเขาที่เริ่มปรากฏชัดขึ้น

 

 

“นายว่าวันนี้ชานยอลจะมาไหม?” มันเป็นคำถามที่บยองฮยอนเอ่ยถามขึ้นในตอนที่พวกเขากำลังจัดแถวเพื่อเดินเข้าไปในห้องประชุมเพื่อเข้าร่วมพิธีการจบศึกษาของโรงเรียนที่จัดขึ้นในวันนี้ เซฮุนเองก็ตอบไม่ได้และมั่นใจเหมือนกันว่าชานยอลจะกลับมาไหม ในขณะที่แพคฮยอนเอ่ยนั้นเฝ้าภาวนาให้ชานยอลกลับมาเพราะในตอนนี้เขาคิดถึงชานยอลมากเหลือเกิน

 

เกือบสี่เดือนที่ไม่ได้คุยกับชานยอลเลยมันทำให้แพคฮยอนรู้สึกแย่ทุกครั้งที่คิดว่าชานยอลอาจจะลืมพวกเขาไปแล้วก็เป็นได้

 

 

“ฉันไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอยู่ดีๆ ชานยอลก็หายไปแบบไร้การติดต่อแบบนี้” บยองฮยอนบ่นออกมาด้วยความสงสัย เขาเองก็รู้ว่าแพคฮยอนดูซึมไปจากเมื่อก่อน พยอนแพคฮยอนคนที่เคยสดใสร่าเริงในตอนนี้กลับกลายเป็นอีกคนไปเสียอย่างนั้น แม้ว่าเจ้าตัวจะตื่นเต้นและดีใจกับการออดิชั่นติด แต่ถึงอย่างนั้นรอยยิ้มของแพคฮยอนมันก็ไม่สดใสเหมือนตอนที่มีชานยอลอยู่เคียงข้าง

 

 

“ชานยอลอาจจะมีเหตุผลจำเป็นบางอย่าง เอาไว้ถ้าพวกเราได้เจอชานยอลอีกครั้งนัวนนี้ หมอนั่นจะต้องดีใจแน่ๆ ที่พวกเราออดิชั่นติดแล้ว” เซฮุนพยายามพูดออกมาในแง่ดีเพื่อแพคฮยอนที่นั่งอยู่เงียบๆ มีกำลังใจขึ้นมาบ้างทั้งๆ ที่ในใจจริงของเซฮุนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวั่นไหวกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของเพื่อนตัวสูง

 

 

“นักเรียนทุกคนเริ่มเดินเข้าไปในหอประชุมได้เลยค่ะ” เสียงของอาจารย์สาวที่ประกาศออกมาทำให้เด็กนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายปีสามทั้งหมดค่อยๆ เคลื่อนขบวนเดินเข้าไปนั่งยังที่นั่งของตัวเองที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ภายในหอประชุมขนาดใหญ่

 

 

แพคฮยอนจ้องมองเก้าอี้ตัวข้างๆ ที่ไร้ซึ่งร่างของเพื่อนสนิทตัวสูง หัวใจดวงน้อยสั่นไหวและหวาดกลัวว่าถ้าหากงานสำคัญเช่นนี้ชานยอลยังไม่ยอมกลับมา แล้วอย่างนี้ในอนาคตข้างหน้าเขาจะไปตามหาชานยอลหรือว่าจะได้พบเจอกับคนรักของเขาได้ที่ไหน

 

 

ในระหว่างที่พิธีกรกำลังรอให้เด็กนักเรียนทั้งหมดเข้านั่งประจำที่ครบทุกคน ใครบางคนก็เดินมาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่เคยว่างเปล่าข้างกายของแพคฮยอน เด็กหนุ่มตัวเล็กไม่รอช้า เข้าหันกลับมามองใบหน้าหล่อเหลาของชานยอลที่ดูจะสูบผอมลงจากเมื่อก่อนไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตของอีกฝ่ายยังคงดูมีเสน่ห์เสมอสำหรับแพคฮยอนแต่ที่แปลกไปในวันนี้คือมันดูไม่ค่อยมีประกายแห่งความสดใสมาดเท่าไหร่นัก

 

 

“ชานยอล...”แพคฮยอนครางเรียกชื่ออีกฝ่ายออกมาเบาๆ ที่จริงแล้วเขาอยากจะพูดคุยกับชานยอลให้มากกว่านี้ ให้มันสมกับความคิดถึงที่มันเอ่อล้นอยู่เต็มหัวใจ แต่ท่าทางที่ดูเหมือนจะไม่เห็นแพคฮยอนอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อยมันกลับทำให้เด็กหนุ่มตัวเล็กพูดไม่ออกไปชั่วขณะ เหตุผลหนึ่งแพคฮยอนคิดว่ามันอาจจะเป็นเพราะว่าในตอนนี้คือช่วงพิธีสำคัญ พวกเขาทั้งคู่จึงไม่ควรที่จะเอ่ยคุยกันในขณะที่เพื่อนอีกหลายร้อยคนกำลังตั้งใจฟังคำกล่าวของผู้อำรวยการของโรงเรียนหรือถ้อยคำอวยพรจากครู่ที่ปรึกษาของพวกเขา

 

 

จวบจนกระทั่งถึงเวลาที่พวกเขาจะต้องเดินขึ้นไปรับเกียรติบัตรและใบจบบนเวที ทั้งแพคฮยอนและชานยอลก็ยังไม่ได้เอ่ยพูดอะไรออกมาสักขำ ในขณะเดียวกันคนตัวเล็กก็พยายามเรียบเรียงเรื่องราวและคำถามต่างๆ มากมายที่เขาอยากจะถามมันกับชานยอล อย่างเช่นว่านายเป็นยังไงบ้าง? สบายดีไหม? ทำไมช่วงนี้ถึงไม่ติดต่อกลับมาเลย รู้ไหมว่าตอนนี้เขาคิดถึงมากแค่ไหน สารพัดเรื่องราวของชานยอลที่วิ่งวุ่นอยู่ในหัวของแพคฮยอนแต่เป็นเพราะสถานการณ์ที่บังคับให้ต้องอยู่ในความสงบ แพคฮยอนต้องพยายามข่มความวุ่นวายภายในจิตใจของตัวเองเอาไว้เพื่อรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสมที่เขาและชานยอลจะได้พูดคุยกันเสียที

 

 

พิธีจบการศึกษาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เด็กนักเรียนทุกคนกำลังทยอยเดินออกจากห้องประชุมเพื่อไปถ่ายรูปกับเพื่อนเป็นที่ระลึกและแพคฮยอนเองก็อยากจะทำแบบที่ใครหลายๆ ทำ เขาอยากจะควักเอากล้องถ่ายรูปที่แม่ให้ยืมมาเพื่อเก็บภาพของเพื่อนทุกคนแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับแพคฮยอนในตอนนี้กลับไม่ใช่การได้ร่วมถ่ายภาพกับเพื่อนๆ ภายในห้อง

 

 

“ชานยอล” แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับแพคฮยอนในตอนนี้มันกลับเป็นเรื่องของปาร์คชานยอล

 

 

“ทำไมไม่ติดต่อมาบ้างเลยล่ะ?” แพคฮยอนเอ่ยเรียกชื่อของเด็กหนุ่มตัวสูงที่เดินอยู่ข้างหน้าตัวเองในขณะที่เท้าเล็กๆ นั้นก็เร่งฝีเท้าของตัวเองให้เร็วขึ้นเมื่อชานยอลพยายามก้าวเท้าให้ยาวกว่าเดิม

 

 

“ขอโทษทีแต่ฉันไม่ค่อยว่าง” แต่แล้วคำถามของแพคฮยอนที่ดังขึ้นก็ดึงรั้งให้ชานยอลหยุดปลายเท้าของตัวเองเอาไว้แล้วหันกลับมาเอ่ยตอบคำถามของแพคฮยอนพร้อมกับรอยยิ้มที่แพคฮยอนต้องขมวดคิ้วเมื่อมองเห็นมัน

 

 

“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? ทำไมนายดูไม่ค่อยดีเลย” คนตัวเล็กก้าวเข้าไปประชิดตัวของเด็กหนุ่มตัวสูงทันทีเมื่อสังเกตท่าทางที่ดูไม่ค่อยเป็นปกติของชานยอล มือเรียวสวยของนักร้องนำตัวเล็กกำลังจะเอื้อมขึ้นไปแตะลงบนหน้าผากเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายของเจ้าตัว หากแต่ยังไม่ทันที่หลังมือของแพคฮยอนจะสัมผัสโดนกับหน้าฝากของชานยอล เด็กหนุ่มตัวสูวกลับก้าวเท้าถอยหลังไปเล็กน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงสัมผัสของแพคฮยอน

 

 

ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานกี่วินาทีที่ทำให้แพคฮยอนยิ่งค้างอยู่อย่างนั้น ดวงตาเรียวจ้องมองเข้าไปยังดวงตากลมโตของชานยอลราวกับจะค้นหาคำตอบของการกระทำที่เปลี่ยนไปของชานยอล

 

 

“ขอโทษที่ไม่ได้ติดต่อกลับมาเลย พอดีว่าโทรศัพท์มือถือของฉันมันหาย แล้วช่วงนี้ตารางซ้อมก็ยุ่งมากๆ ฉันเลยไม่มีเวลาได้คุยกับนายเหมือนเมื่อก่อน” ชานยอลเอ่ยโกหกออกมาอย่างเต็มปากเต็มคำ โทรศัพท์มือถือของเขายังอยู่ดีและไม่ได้หายไปไหน แต่มันเป็นเพราะว่ากฎของบริษัทที่เด็กฝึกทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม เขาจะต้องเลิกสนใจเรื่องราวของคนภายนอกและทุ่มเทให้กับการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่เพื่อเร่งพัฒนาฝีมือของตัวเองให้อยู่ในระดับดีมากเพื่อเตรียมที่จะเป็นศิลปินหน้าใหม่ในอีกไม่ช้า

 

 

หากถามว่าชานยอลคิดถึงแพคฮยอนไหม? เขาก็ตอบได้เลยว่ามาก แต่มันเป็นเพราะตารางเวลาในแต่ละวันของเขาที่ทำให้เด็กหนุ่มแทบจะไม่ได้คิดเรื่องอะไรเลยนอกเสียงจากตัวโน้ตที่อยู่บนกระดาษขาวๆ เขาต้องท่องจำมันทั้งวี่ทั้งวัน เวลาพักผ่อนก็มีเหลือนัก การฝึกซ้อมที่หนักหน่วงเองก็ดูดพลังชีวิตของเขาไปไม่น้อย ชานยอลจึงจำเป็นต้องพักผ่อนให้เต็มที่ในช่วงเวลาที่เขาสามารถจะพักได้ และการดำรงชีวิตราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกป้อนกำหนดการเอาไว้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงนั้นก็ทำให้ชานยอลดำรงชีวิตแบบนั้นมาเรื่อยๆ จนไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าระยะเวลาที่เลยผ่านมานั้นมันยาวนานมากแค่ไหน

 

 

ผิดกับแพคฮยอนที่ไม่ว่าเขาจะทำอะไรเรื่องของชานยอลกักจะโผล่ขึ้นมาเป็นที่หนึ่งและเขาก็มักจะให้ความสำคัญกับมันมากที่สุดเสมอ แต่ดูเหมือนท่าทางของชานยอลในครั้งนี้จะเป็นลางบอกเหตุให้แพคฮยอนเริ่มเรียนรู้และเข้าใจว่ากาลเวลาที่ผันแปรจะทำให้ใจคนเรานั้นเปลี่ยนแปรตามไปด้วย

 

 

 

“นายโอเคใช่ไหม?” มันดูเป้นคำถามที่แสนโง่งมของแพคฮยอนทันทีที่เจ้าตัวเอ่ยถามออกไป ถ้อยคำต่างๆ มากมายที่เรียบเรียงมาเป็นอย่างดีในตอนนี้มันกลับกระจัดกระจายหายไปหมดแล้วเมื่อแพคฮยอนมองเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของชานยอล มันยังไม่ร้ายแรงถึงขั้นที่แสดงออกมาอย่างชัดเจนว่าชานยอลหมดรักหรืออย่างไร แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความหมางเมินนั่นทำให้แพคฮยอนพูดอะไรไม่ออก

 

 

“ฉันโอเคดี” แพคฮยอนสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ที่จริงแล้วเขาอยากจะบอกกับอีกฝ่ายว่าในตอนนี้เขาเซฮุนและบยองฮยอนนั้นออดิชั่นติดและกำลังจะได้กลายเป็นเด็กฝึกของค่ายเพลงค่ายหนึ่งที่ไม่ได้ใหญ่เท่ากับค่ายต้นสังกัดของชานยอล หากแต่มันก็คือว่าเป็นโอกาสที่ดีและพิเศษมากสำหรับพวกเขาที่เหลืออีกสามคน

 

 

“ที่จริงแล้งฉันมีเรื่องอยากจะบอกนายด้วยนะชานยอล” คนตัวเล็กตัดสินใจเอ่ยเกริ่นนำถึงเรื่องราวที่เขาอยากจะบอกเล่าให้อีกคนได้รับรู้แม้ว่าในใจลึกๆ แล้วนั้นแพคฮยอนเองก็อดไม่ได้ที่จะหวั่นใจว่าชานยอลอาจจะยินดีกับเรื่องนี้เสียด้วยซ้ำ

 

 

“พวกฉันทั้งสามคนออดิชั่นติดแล้วนะ...ที่บริษัทเล็กๆ แห่งหนึ่งในกรุงโซลนั้นแหละ แล้วพวกเราก็จะได้กลายเป็นเด็กฝึกแบบนายแล้วด้วย” ชานยอลนิ่งค้างไปครู่หนึ่งเมื่อคำได้ยินคำบอกเล่าจากปากของแพคฮยอน ไม่มีใครรู้ว่าชานยอลคิดอะไรเฉกเช่นเดียวกับการที่ไม่มีใครรู้ว่าในตอนนี้นั้นหัวใจของแพคฮยอนกำลังว้าวุ่นมากเพียงไหน

 

 

“ยินดีด้วยนะ” ถ้อยคำแสดงความยินดีและรอยยิ้มบางๆ ที่แพคฮยอนได้รับจากชานยอลนั้นมันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีใจขึ้นเลยแม้แต่น้อย ในเมื่อปากและน้ำเสียงบ่งบอกถึงความยินดีแต่แล้วทำไมในดวงตาของชานยอลกลับดูว่างเปล่าเสียจนน่ากลัว...

 

 

 

และยังไม่ทันที่แพคฮยอนจะได้เอ่ยอะไรขึ้นมาต่อ เซฮูนและบยองฮยอนที่เดินมาเจอกับพวกเขาทั้งสองคนพอดีจึงรีบวิ่งเข้ามาทักทายกับเพื่อนตัวสูงที่ไม่ได้เจอกันมานาน

 

 

“ถ้อยคำถามสารทุกข์สุกดิบที่เปล่งออกมาจากปากของเซฮุนและบยองฮยอนดังสลับกันอย่างไม่หยุดหย่อนในขณะที่ชานยอลเองก็เลือกที่จะตอบคำถามนั้นด้วยประโยคสั้นๆ ที่ได้ใจความ หากแต่เซฮุนก็ไม่ค่อยเท่าใจเท่าไหร่นักว่าชานยอลจะพูดน้อยไปเพื่ออะไรในเมื่อเขาและบยองฮยอนเองก็เป็นเพื่อนสนิทของเจ้าตัวที่แทบจะไม่คอยมีการวางมาดเวลาที่อยู่ด้วยกัน

 

 

“วันจบทั้งที พวกเรามาถ่ายรูปหมู่กันหน่อยดีกว่า” เมื่อเห็นว่าบรรยากาศแปลกๆ กำลังเกาะกินพวกเขาทั้งสี่คน บยองฮยอนจึงเอ่ยออกมาอย่างร่าเริงหวังที่จะฉุดให้บรรยากาศที่ขุ่นมัวนี้ให้ดูสดใสมากยิ่งขึ้น มือกลองตัวเล็กยกกล้องถ่ายรูปในมือชูสูงขึ้นก่อนที่จะหันไปกวักมือเรียกเพื่อนอีกสามคนให้เขามาอยู่ในเฟรมเดียวกัน และทั้งชานยอล แพคฮยอนและเซฮุนเองก็ทำตามแต่โดยดี มือกลองตัวเล็กกกดรัวชัดเตอร์สำหรับภาพร่วมทั้งสี่คนไปประมาณสี่ห้าครั้งก่อนที่เด็กหนุ่มจะหันกลับมาเอ่ยด้วยน้ำเสียงร่าเริงว่าให้ชานยอลถ่ายรูปคู่กับแพคฮยอนบ้าง

 

 

“คนที่ถูกพาดพิงทั้งสองต่างก็ไม่ได้เอ่ยปฏิเสธใดๆ ออกมา พวกเขายืนอยู่ข้างกัน ใบหน้ามองตรงและดวงตาของคนทั้งคู่กำลังจ้องมองมายังเลนส์กล้องของบยองฮยอนอย่างไม่ต้องสงสัย รอยยิ้มที่ปรากฏขึ้นน้อยๆ บนใบหน้าของทั้งชานยอลและแพคฮยอนช่วยให้บรรยากาศดูสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย

 

 

“เดี๋ยวกูนับละนะ หนึ่ง...” บยองฮยอนเอ่ยออกมาทั้ง ๆ ที่ดวงตาข้างหนึ่งของเขาหยีลงเพื่อมองเข้าไปในเลน์ของกล้องที่กำลังจะใช้บันทึกภาพของเพื่อนสนิทร่วมวงทั้งสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

 

“สอง...” ชานยอลและแพคฮยอนยังคงยืนยิ้มอยู่แบบเดิม เป้นยิ่งที่ไม่ได้เปล่งประกายออกมาถึงความสุขแต่มันก็ไม่ได้ดูขมขื่นเสียทีเดียว

 

 

“ส...สาม! / ชานยอล! ไปกันได้แล้ว” เสียงเรียกของผู้ชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ดังขัดขึ้นเรียกให้เด็กหนุ่มตัวสูงหันกลับไปมองที่ผู้จัดการวงที่วันนี้มาดูแลเขาในงานพิธีจบการศึกษาที่โรงเรียนแห่งนี้และดูเหมือนว่าตอนนี้ก็หมดเวลาสำหรับปาร์คชานยอลเสียแล้ว

 

 

“ฉันไปก่อนนะ เอาไว้เจอกันใหม่ แล้วก็เรื่องออดิชั่นของพวกนาย ทำให้เต็มที่นะทุกคน” ชานยอลหันมาบอกลาเพื่อนอีกสามคนที่ยืนนิ่งอยู่กับที่ ถ้อยคำบอกลาไม่ได้เจาะจงเฉพาะคนพรากรอยยิ้มที่เคยประดับอยู่บนใบหน้าของแพคฮยอนไปจนสิ้น

 

 

“นายเองก็ตั้งใจซ้อมนะ แล้วเจอกันใหม่!” แพคฮยอนไม่ได้เอ่ยลาแบบที่บยองฮยอนทำ เขาทำได้เพียงแค่มองตามแผ่นหลังของชานยอลที่เดินก้าวไปข้างหน้าด้วยภาพที่เริ่มจะเลือนลาง

 

 

หรือว่าบางทีที่อาจจะเป็นการเดินก้าวออกไปของชานยอลที่กำลังจะบอกกับเขาเป็นนัยๆ ว่ามันคือการที่ชานยอลจะเดินออกไปจากชีวิตของพยอนแพคฮยอนกันนะ?

 

 

และเป็นเพราะเหตุการณ์ที่ดูขุ่นมัวของเพื่อนรักทั้งสี่คนนั่นจึงทำให้ไม่มีใครสังเกตเห็นรูปถ่ายเมื่อครู่ที่บยองฮยอนเพิ่งจะกดอัดเอาไว้เลยแม้แต่น้อย

 

 

มันเป็นภาพในวันจบการศึกษาของแพคฮยอนและชานยอล ที่เด็กหนุ่มตัวสูงในภาพไม่ได้มองที่กล้องแต่ใบหน้าหล่อเหลานั้นกลับหันไปมองอีกทิศทางหนึ่งที่ไร้ซึ่งผู้คนในขณะที่เด็กหนุ่มตัวเล็กอีกคนนั้นเงยใบหน้าของตัวเองเพื่อมองไปยังเด็กหนุ่มตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ รอยยิ้มที่ประดับอยู่บนใบหน้าของแพคฮยอนนั้นเป็นตัวตัดสินใจได้เป็นย่างดีว่าในจิตใจของแพคฮยอนนั้น

 

 

มันกำลังร้องไห้ให้กับความสัมพันธ์ของพวกเขาที่กำลังจะเปลี่ยนไป
















กลับมาแล้วค่ะ ^ - ^ 
ทิ้งห่างเรื่องนี้ไปนานมาก แต่เรายังไม่ลืมนะคะ <3
ยังไงก็ฝากติดตามด้วยนะคะ
ฝากติดแท็กด้วยนะคะ
#ฟิคบทบ

 




 
 



© Tenpoints!
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1,441 ความคิดเห็น

  1. #1440 BlackFeathers (@BlackFeathers) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2561 / 18:39
    ไรท์หาย กลับมาได้มั้ยง่า ฮื่ออ
    #1440
    0
  2. #1439 Mook (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2560 / 23:44
    ไม่นะ ต่อสิต่อสิ๊!!!
    #1439
    0
  3. #1438 supitchachunjai (@supitchachunjai) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 14:01
    กลับมาได้มั้ยยยยยยย
    #1438
    0
  4. #1436 kamrung (@kamrung) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2559 / 17:18
    เป็นแบบนี้นี่เอง
    #1436
    0
  5. #1432 geejajaa (@geejaadorable) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2559 / 23:32
    คิดถึงมากๆเลยนะคะ
    ฝรออ่านเสทเและเป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #1432
    0
  6. #1425 Cgg (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 19:54
    ไรต์มาต่อไวๆนะคะ

    สนุกมากเลย

    รออ่านอยู่นะ



    ชานยอลเปลี่ยนไปแบบนี้นี่เอง

    สงสารแบคมากๆอ่พ
    #1425
    0
  7. #1422 sungsangjoon (@sungsangjoon) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2558 / 12:00
    ฮืออออ ในที่สุดไรท์เตอร์ก็กลับมา มาพร้อมกับความหน่วงสุดๆ อ๊ากกกกกก ทำไมชานถึงเปลี่ยนไปแบบเน้!! ต้องมีเหตุผลอะไรที่มากกว่าตารางซ้อมสิ อ่านแล้วอยากจะกรีดร้อง สงสารแบคมว้ากกกกกกก เข้าใจแบคเลยอ่ะว่าทำไมถึงอยากจะแก้แค้น ขอบคุณมากนะคะไรท์เตอร์ สนุกมว้่ากกกก
    #1422
    0
  8. #1421 Hongstarบ้าบอ (@siyprithai) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2558 / 19:52
    อยากอ่านต่อ ฮื่ออออออออออออออออ มาอัพต่อเถอะนะคะะะะะะะะะะะะะ 
    #1421
    0
  9. #1417 Nunny Choi (@nunnook0705) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 09:48
    กลับมาได้แล้วนะไรต์ อย่าหายไปนานสิ
    #1417
    0
  10. #1416 บบฮย (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 4 มิถุนายน 2558 / 23:03
    ฮืออออออ รอ ตลอดนะะะะะะะะะะะะ
    #1416
    0
  11. #1415 Fearless_BYUNNie (@paew_nonticha) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2558 / 15:09
    ไรต์กลับมาต่อแล้วววววว คิดถึงเรื่องนี้มากกกกกก สู้ ๆ นะคะ ^^
    #1415
    0
  12. #1414 t-t-thn (@thn-56) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 00:54
    เกือบลืมไปแล้วววววววว ฮืออออออออออออออ
    #1414
    0
  13. #1413 pooooooooo (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2558 / 00:48
    รีบมาต่อ นะค่ะไรท์ ชอบอ่ะเราชอบแนวนี้ด้วย เรารู้สึกว่า เนื่อเรื่องมันทำให้เราเขาใจอะไรหลายอย่างเลยค่ะ แค้น เกลียด แต่ยัง รัก หลายความรู้สึกเลยค่ะ ชอบมากๆๆๆ
    #1413
    0