Don't need [MarkBam]

ตอนที่ 7 : Chapter 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,534
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,137 ครั้ง
    11 มี.ค. 62




“ อื้ออ อึก ”

“ ชู่ว อยู่นิ่งๆ สิคะ “

ปากหยักค่อยๆ ผละออกจากสัมผัมนุ่มหยุ่นอย่างอ้อยอิง เพราะรู้สึกถึงอาการของคนบนตักที่กำลังจะหายใจไม่ออกในไม่ช้า และยิ่งมาร์คได้สัมผัสมันมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกว่ามันไม่เคยพอ...

มือหนาในสาบเสื้อนักศึกษาค่อยๆเลิกผ้าขึ้นในขณะที่คนบนตักนั้นเริ่มหมดแรง ถึงมือบางทั้งสองจะพยายามทุบทึ่งเขามากเท่าไหร่ แต่แรงที่หายไปจากรสจูบก่อนหน้าก็ยังมีมากกว่าอยู่ดี 

แบมแบมไม่มีแรงพอที่จะต่อต้านเขาได้ในเวลานี้ และเพียงแค่เห็นผิวขาวๆพร้อมกับเอวคอดบางที่โผล่พ้นเสื้อออกมาอย่างวาบหวิว มาร์คก็ยิ่งต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่เข้าไปอีกรอบ

“ อ้ะ เจ็บ ฮ ฮึก ”

สัมผัสระคายเคืองบริเวณไหปลาร้าทำให้แบมแบมต้องร้องออกมา มันยิ่งเป็นสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์ดิบเถื่อนของมาร์คได้เป็นอย่างดีโดยที่เจ้าตัวไม่เคยรู้  ร่างสูงค่อยๆปลดกระดุมเสื้อนักศึกษาเม็ดสุดท้ายออกจากรัง ส่งผลให้เสื้อที่คนบนตักเคยใส่อยู่ไหลลู่ลงมาจนเกือบหมด มือหนาจัดการโอบเอวคอดอีกครั้งก่อนจะบีบเค้นไปมาอย่างมันเขี้ยว ในขณะที่ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเพราะหนีการรุกรานที่กำลังสร้างรอยกลีบกุหลาบไว้หลายจุดอย่างไม่สามารถห้ามได้


เป็นครั้งที่สองแล้วที่แบมแบมทำให้มาร์คกลายเป็นคนสายตาพร่าลาย 


เพราะในเวลานี้อีกฝ่ายแม่งโครตจะเซ็กซี่...


Ah... xt !


คำสบถถูกเปล่งออกมาจากร่างสูงที่หยุดการกระทำของตัวเองไปชั่วขณะ สำรวจบุคคลที่ตอนนี้กำลังตัวแดงเป็นจ้ำๆ อย่างพึงพอใจ ใบหน้าหวานแดงซ่านพร้อมกับคิ้วที่ขมวดยุ่งเป็นภาพที่เรียกความเอ็นดูจากสายตาของมาร์คไปจนอดที่จะมองมันไม่ได้ 


หากเทียบกับคนอื่นๆ ที่ผ่านมา 


มาร์คไม่เคยรู้สึกเอ็นดูใคร...  


แต่ในตอนนี้เขากลับรู้สึกว่ามีแล้วหนึ่งคนที่ทำให้เขารู้สึกแบบนั้นได้ แถมยังเพิ่งจะได้รู้ว่าคู่หมั้นของตัวเองสามารถทำให้เขาหัวปั่นได้ถึงขนาดไหน ..

ผิวนุ่มบวกกับกลิ่นหอมของเจ้าตัวทำให้มาร์คเริ่มมัวเมาและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ ฟันคมค่อยๆ ขบเม้มผิวเนียนบริเวณช่วงอกส่งผลให้คนโดนสัมผัสเสียวซ่านไปทั้งตัว และยิ่งแรงสั่นเทิ้มจากคนตัวบางก็ยิ่งเป็นสิ่งที่ถูกใจคนที่กำลังคลอเคลียอยู่กับตัว และดูเหมือนว่าคนอายุน้อยกว่าก็คงจะกำลังทนไม่ไหวเหมือนกันกับเขา เมื่อมือเล็กขยับย้ายขึ้นมากำเชิ้ตตัวใหญ่เอาไว้แน่นพลางจิกเล็บลงไปเพื่อระบายอารมณ์ที่เริ่มพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ .. ที่ถ้าหากเป็นคนอื่นมาร์คคงไม่ชอบใจเท่าไหร่ แต่ทว่าร่างบางตรงหน้ามันกลับเป็นความรู้สึกที่ต่างออกไปอย่างสิ้นชิ้นเชิง

 

“ อื้อ อ้ะ  ปะ ปล่อยนะ ฮึก ฮือ ปล่อย ผม ”

“ อืม ”


ฟันคมยังขบเม้นไปทั่วบริเวณ มาร์คไม่ได้ฟังเสียงที่กำลังร้องประท้วง ไม่ได้มองมองว่าตอนนี้ตัวเองและร่างบางกำลังอยู่ที่ไหน ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเฉินขับรถพาพวกเราออกมาจากมหาลัยนานเท่าไหร่ เพราะเขากำลังสนใจคนตรงหน้าที่ทำตัวเหมือนกับเด็กส่งเสียงอ้อแอ้และเริ่มหมดแรง


เขาเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น


ถึงแบมแบมจะบอกให้เขาหยุดแต่ถ้าอีกฝ่ายยังไม่หลับ นั่นถือว่ามันจะยังไม่จบลง

 

ถ้ายังไม่รีบหลับฉันไม่รับประกันหรอกนะว่าจะหยุดแค่นี้  


“ อื้อ ค คน เลว ฮึก ”





 

จังหวะการหายใจสม่ำเสมอเป็นสัญญาณบอกว่าร่างบางบนตักแกร่งนั้นสงบลงแล้ว มาร์คหยุดการกระทำของตัวเองก่อนจะกดจูบลงบนแก้มนิ่มหนึ่งทีอย่างนึกเสียดาย 

และถึงเขาจะไม่อยากหยุดมันเท่าไหร่เพราะส่วนตรงนั้นมันกำลังตื่นตัว แต่เขาก็ยังรู้จักผิดชอบชั่วดีอยู่บ้าง เพียงแค่เห็นใบหน้าซื่อๆที่ไม่เคยผ่านอะไรแบบนี้มันยิ่งทำให้เขาไม่กล้า ถึงแม้ตัวเองจะอยากเป็นคนแรกของอีกฝ่ายมากแค่ไหนก็ตาม


แต่ก็อย่างว่า


เขารอให้เวลานั้นมาถึงก่อน


เวลาที่เหมาะสม...ให้เขาได้ฟัดเด็กคนนี้จนช้ำไปทั้งตัว

 

มาร์คจัดการใส่เสื้อให้คนตัวบางเพื่อปกปิดรอยกลีบกุหลาบที่มีเยอะจนล้นออกมานอกปกเสื้อ ก่อนจะจัดการเปิดประจกกั้นเพื่อที่จะได้คุยกับคนขับรถได้อย่างสะดวก

 

“ คุณมาร์คจะ...”

“ ห้ามมอง... ” มาร์คตวัดสายตาใส่คนในกระจกที่ใช้ส่องรถด้านหลังอย่างไม่ชอบใจ เขาน่าจะใช้โทรศัพท์โทรหาอีกฝ่ายตั้งแต่ทีแรก ไม่น่าให้เปิดกระจกออกมาเลย

“ ขะ ขอโทษครับคุณมาร์ค ผมแค่จะถามว่า คุณมาร์คจะไปที่ไหนดีครับ ” คนที่ไม่ได้ตั้งใจมองขอโทษเจ้านายของตัวเองยกใหญ่ แล้วรีบเสมองไปทางอื่นทันที

“ คอนโดใหม่ของฉัน ”

“ แต่ว่าคุณมาร์ค... เราขับเลยมาไกลแล้วนะครับ คือ ตอนนี้เราเกือบจะอยู่นอกเมือง กลับคฤหาสดีไหมครั...”

“ ฉันสั่งนายแบบไหนเฉิน... ”

“ อ่า... ได้ครับคุณมาร์ค ”

ในที่สุดสารถีขับรถก็ต้องทำตามที่เจ้านายของตัวเองสั่งทันที เมื่อน้ำเสียงกดดันถูกหยิบยกขึ้นมาใช้ 

เฉินขับรถกลับเข้าไปในตัวเมืองอีกครั้งซึ่งเป็นที่ตั้งของคอนโดใกล้กับมหาลัย และมันก็ไม่ใช่ของใครที่ไหน 

เจ้าของโครงการคือคุณท่าน คุณพ่อของคุณมาร์คที่ลูกชายพึ่งคิดอยากจะย้ายที่อยู่ใหม่ไปอยู่ที่นั่นได้ไม่ถึงเดือน

และสาเหตุที่ย้ายก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกเสียจากคุณหนูของบ้านภูวกุล

 


เปลือกตาบางกระพริบตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการมึนหัวอย่างหนัก ผมมองไปรอบๆห้องที่ตัวองไม่คุ้นเคย รู้สึกได้ว่าเวลานี้เหมือนจะล่วงเลยเข้าวันใหม่แล้ว

ผมขยับตัวพิงหัวเตียงก่อนจะนึกย้อนถึงเรื่องก่อนหน้าที่จะมาที่นี่ แล้วก็ต้องกัดปากตัวเองเอาไว้แน่น 


ผมอยากให้เรื่องทั้งหมดมันเป็นแค่ความฝัน... 


แต่ทว่ารอยบนตัวในตอนนี้มันเด่นชัดจนไม่สามารถโกหกตัวเองได้ว่าที่ผ่านมามันไม่ใช่เรื่องจริง


ผมเกลียดตัวเองในเวลานี้มากที่สุด เวลาที่ผมไม่สามารถสู้เขาได้แถมยังโดนย่ำยี


ผมเกลียดเขา และจะเกลียดให้มากๆ..


ขาเรียวค่อยๆก้าวลงจากเตียงก่อนจะกวาดสายตาหาสิ่งของที่สามารถใช้ป้องกันตัวเองได้ มือบางจัดการหยิบโคมไฟตั้งโต๊ะขึ้นมาถือไว้ในมือ และพาตัวเองไปที่ประตูห้องก็พบว่าไม่มีใครอยู่  

ผมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะผมไม่อยากที่จะเจออีกฝ่ายในเวลานี้ และเวลาอื่นๆก็ไม่อยากเจอ   

ก่อนจะเปิดประตูออกไปสู่ทางเดินข้างนอก และพบว่าที่นี่คุ้นตาอย่างน่าประหลาด ดวงตากลมกวาดมองเลขที่ห้องก็ยิ่งตกตกใจเพราะห้องตรงข้ามคือห้องของตัวเอง


ห้องของตัวเองอย่างนั้นหรอ.... มันหมายความว่ายังไง 


มือบางกำเข้าหากันแน่นก่อนจะพยายามปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้น 


นี่มันเรื่องอะไร 


เดาได้ไม่อยากเลยว่าพี่มาร์คย้ายคอนโดมาอยู่ที่นี่ และมันก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ...


แล้วทำไมถึงทำแบบนี้ ทุกเรื่องเลย ทำไมถึงทำกับผมแบบนี้วะ !


เพล้ง !


โคมไฟราคาแพงถูกโยนออกจากมือบางกระทบพื้นทางเดินจนแตกเพราะความโมโหที่สั่งสมอยู่ตั้งแต่ต้น และในตอนนี้มันก็กำลังเพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ ความน้อยที่บางคนชอบเล่นตลกกับชีวิตของเขา 

พอไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวแล้วทำไมถึงยังเข้ามาวุ่นวายกับชีวิตผมอีก หรือเขาแค่ยังไม่ได้ผมงั้นหรอ..


“.....”


ดี..

ผมจะไม่ทนแบบนี้อีกแล้ว

ได้เวลาตัดเขาออกจากวงโคจรสักที

 


ร่างสูงจัดการธุระของตัวเองอย่างรีบร้อนเพราะกลัวคนบนห้องจะตื่นขึ้นมาและพาลหนีเขาไปเสียก่อน มาร์คกดลิฟต์ชั้นยี่สิบเก้าขณะที่เก้าขาเข้าไปแล้วกดปิดประตู ใครบางคนที่อยู่ในห้องก็รีบออกมาจากลิฟต์อีกตัวอย่างรวดเร็วเช่นกัน   

มาร์คไม่มีทางรู้ ว่าตัวเองนั้นได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ไปเสียแล้ว




 


เขาประมาทแบมแบมเกินไป

เพราะไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะกลับมาที่บ้านของตัวเองและเล่าเรื่องทุกอย่างให้คุณน้าทั้งสองฟัง รวมไปถึงป๊ากับม๊าของเขาที่รู้เรื่องทั้งหมดแล้วเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น และแบมแบมจะขอถอนหมั้น 

ตอนนี้มาร์ครู้ซึ้งแล้วกับคำว่าสายเกินไปมันเป็นแบบไหน 

คุณน้าทั้งสองกำลังโกรธ

และที่โกรธมากกว่าใครๆคงจะเป็นคนที่กำลังซ่อนตัวอยู่บนห้องนอน

มาร์คมาถึงที่นี่เมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วเพราะเขาขึ้นไปบนห้องของตัวเองและพบว่าอีกฝ่ายไม่ได้อยู่ในนั้น ในห้องตรงกันข้ามก็ไม่ได้อยู่เพราะเขามีคีย์การ์ดสำรองเผื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้น แบมแบมฉลาดพอเพราะเจ้าตัวเลือกที่จะกลับมาที่บ้าน แทนที่จะอยู่ในห้องของตัวเอง

ดื้อไม่เบาเลย..

ตอนนี้มาร์คอยู่ต่อหน้าคุณน้าจักกฤษณ์ที่กำลังถือปืนกระบอกสั้นอยู่ในมือ อีกฝ่ายดูโกรธมากและเขาก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ เพราะเขามั่นใจว่าอีกฝ่ายก็คงไม่ค่อยชอบเขามาก่อนอยู่แล้ว


หึ


เข้าตำราพ่อตากับลูกเขยเลยสินะ


เรื่องพ่อตากับลูกเขยมันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน มีคนว่ามาแบบนั้นจวบจนถึงตอนนี้มาร์คเองก็พึ่งจะรู้สึก และถึงจะยังไม่ได้เป็นลูกเขยเต็มตัวแต่ก็คงอีกไม่นาน..

“ แกทำอะไรลูกของฉัน บอกมาให้หมดนะมาร์ค ” มือหยาบกร้านของคนมีอายุถือปืนกระบอกสั้นไว้ในมือแน่นด้วยความโกรธ เขาไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะกล้าทำแบบนี้กับลูกของเขา 

 

มาร์คต้วนคิดได้ยังไง...


วันนี้ไม่เขาก็อีกฝ่ายที่จะต้องเละกันไปข้าง !


“ ใจเย็นๆนะคะคุณพี่ ค่อยๆคุยนะคะ ” คุณหญิงของบ้านภูวกุลรีบปะเหลาะสามีของตัวเองให้ลดปืนลง ไม่ใช่ว่าเขาจะเข้าข้างมาร์คเสียเมื่อไหร่ เขาเองก็โกรธที่อีกฝ่ายทำแบบนี้กับลูกชายของเขาเหมือนกัน แต่จะให้มีการฆ่าแกงกันในบ้านมันก็ไม่ใช่เรื่อง

“ คุณหญิง... มันลวนลามลูกของเรานะ ที่ผ่านมาผมทนมาตลอดไม่ใช่ว่าผมไม่เสียใจ  ” ประมุขของบ้านพูดอย่างหัวเสียต่อหน้าลูกชายเพื่อนที่เอาแต่นั่งก้มหน้าบนเก้าอี้รับแขก 

หมั่นไส้ 

พ่อกับแม่ของเจ้าตัวก็ออกจะนิสัยดี แต่ทำไมลูกชายเกิดมาถึงนิสัยเป็นแบบนี้ไปได้

“ ฉันพอแล้ว พอกันที ฉันจะให้ลูกของฉันถอนหมั้นกับแก แล้วดูสิ้ว่าพ่อแม่ของแกจะเลือกความสัมพันธ์เป็นเพื่อนกับฉัน หรือจะเลือกธุรกิจงี่เง่า ”

“ คุณน้า ! 

“ นี่แกอย่ามาขึ้นเสียงใส่ฉันนะโว้ย จะบอกอะไรให้ ฉันล่ะเบื่อขี้หน้าแกเต็มทนแล้ว ทำร้ายจิตใจลูกของฉันไม่พอ ยังจะมาทำร้ายร่างกายให้คนเป็นพ่อแม่ได้เจ็บช้ำน้ำใจอีกหรอ ! 




“ ป๊าไม่มีทางยอมหรอก...  ” ไม่ว่าเปล่า ร่างสูงกระตุกยิ้มยียวนล่อลูกปืนอย่างไม่เกรงกลัว พอเห็นแบบนี้แล้วคนที่แก่กว่าก็อยากจะยิงแสกหน้าให้ 


มาร์ครู้ ว่าคนตรงหน้าไม่มีทางกล้าทำ เพราะอีกฝ่ายจิตใจดีเกินกว่าที่จะทำเรื่องแบบนี้ได้ลง แต่สิ่งที่เขาเป็นกังวลในเวลานี้คือการถอนหมั้นต่างหาก เขากลัวว่าป๊าจะยอมตอบตกลง..

“ ลูกของฉันไม่ได้รักแกแล้วมาร์ค ลูกของฉันเขาสมควรได้เจอคนที่ดีกว่าแก ปล่อยเขาไปซะเถอะมาร์ค... ”  คนอายุมากกว่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังและไม่มีทีท่าว่าจะล้อเล่น เพราะจักกฤษณ์จะไม่ยอมให้ลูกของตัวเองต้องมาทนอยู่กับคนอย่างมาร์คอีกแล้ว

 

 

 

“ ผมจูบเขา... 

 

“.....”

 

" แกว่าอะไรนะ ! "

 

               “ ผมทำรอยไว้บนตัวเขา มันไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านี้แต่ผมจะรับผิดชอบทุกอย่าง “ เจ้าของน้ำเสียงทุ่มต่ำติดเย็นชาเอ่ยความจริงออกมา เขารู้ว่าท่านทั้งสองตรงหน้าเป็นบุคคลที่เขาเคารพมาตลอด เป็นบุคคลสำคัญของป๊ากับม๊า และเป็นบุคคลสำคัญของคนที่ไม่ยอมลงมาเจอเขาสักที 

แบมแบมหลบหน้าเขาอีกแล้ว และคาดว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ยอมออกมาเจอหน้าเขาอีกแล้วด้วย

 

“ รับผิดชอบแบบไหนล่ะ แกจะรับผิดชอบยังไง ” ถึงจะโกรธจนเลือดขึ้นหน้าแต่จักกฤษณ์ก็เป็นผู้ใหญ่คนหนึ่ง ย่อมมีเหตุผลและต้องรับฟังผู้อื่นเสมอถึงแม้เรื่องนั้นๆจะไม่อยากรับฟังมันมากก็ตาม

“ ผมจะขอดูแล... ”

“ เหอะ ดูแลทำไม ที่ผ่านมาฉันก็เคยยกลูกของฉันให้แกดูแล แล้วดูสิ แกดูแลลูกฉันยังไงบ้าง ดูแลยังไงให้เกิดอุบัติเหตุแบบนั้น ! ฉันมีลูกของเดียวนะหลานมาร์ค เขาคือแก้วตาดวงใจของฉันกับคุณหญิง เขาเจ็บฉันก็เจ็บด้วย แกเคยรู้บ้างไหม ”

 

“ .... ”

 

“ แต่เอาเถอะ ถึงฉันจะไม่ค่อยชอบหน้าแกเท่าไหร่ แต่ถ้าแกยอมถอนหมั้นง่ายๆฉันก็จะดีใจเป็นอย่างยิ่ง สิ่งแย่ๆที่แกเคยทำไว้กับลูกชายของฉันฉันก็จะลืม ”

“ แต่เขาเป็นคู่หมั้นของผม เขาไม่มีสิทธิ์เป็นของใคร ” มาร์คโพล่งออกมา ขณะที่ใจเต้นรัวเพราะเริ่มกลัวกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในภายภาคหน้า เขาจะทำอย่างไรหากวันนั้นมาถึง 

“ เขามีสิทธิ์เป็นของใครก็ได้ที่สามารถดูแลเขาได้ดีกว่าแก ฉันขอถามแกข้อนึงนะมาร์ค แกรักลูกของฉันหรือเปล่า ” สิ้นเสียงคนแก่กว่าร่างสูงก็เงียบลง

มาร์คไม่รู้ว่ามันเรียกว่าความรักได้หรือยัง เพราะตอนนี้เขาเองก็ยังไม่ค่อยแน่ใจ 

แต่ถ้าจะให้บอกว่าในตอนนี้เขารู้สึกยังไง...เขาไม่รู้ และมันคงยากที่จะเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูด

 

“ หึ ตอบไม่ได้ใช่ไหมล่ะ ถ้าตอบไม่ได้ก็น่าจะรู้นะว่าควรทำยังไงต่อ อย่าทำให้ความสัมพันธ์ของฉันกับพ่อแกต้องขาดลงเพราะความเห็นแก่ตัวของแกเลย  

 

“.....”

 

มาร์คค่อยๆนั่งคุกเข่าลงกับพื้นต่อหน้าบุพการีของคู่หมั้นตัวเองพลางก้มหน้า ชีวิตนี้ของเขาไม่คิดที่จะก้มหัวให้ใคร ยกเว้นก็แต่บุคคลสองท่านที่กำลังยืนอยู่ และป๊ากับม๊าของเขา 

และอาจจะมีอีกหนึ่งก็คือแบมแบม


ไม่มีเหตุผลว่าทำไมเขาถึงทำแบบนี้


เพียงแต่เขาแค่อยากให้บุคคลทั้งสองรับรู้ว่าที่ผ่านมาเขาก็รู้สึกผิด รู้แล้วว่าตัวเองได้ทำเรื่องแย่ๆลงไปมากมาย ทำร้ายคนที่รักที่สุดของท่านทั้งสองอย่างไม่น่าให้อภัย

มาร์คไม่มีอะไรจะพูดนอกจากคำว่าขอโทษ

 

" ผมขอโทษครับคุณน้า "

   " ผมอยากขอโอกาส... 

 

 

                ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร ผมยอมรับว่าเมื่อก่อนผมมันเลว แต่พอเขาเริ่มเมินผม มันทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิด ผมหวงเขา ผมไม่ต้องการให้เขายิ้มให้ใคร แบบนี้มันเรียกว่ารักได้หรือเปล่าครับ ” 

               นำเสียงจริงจังที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด ถูกเปล่งออกมาจากปากของมาร์คที่ยังคงก้มหน้า ท่าทางที่ดูไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อเสแสร้งทำให้ประมุขของบ้านมองด้วยแววตาที่อ่อนลง

               แต่ถึงอย่างนั้นเรื่องนี้มันก็ยากที่จะให้อภัย และลูกของเขาก็เป็นคนเอ่ยขอเรื่องนี้กับปากตัวเองเลยด้วย

             “ ขนาดแกยังไม่รู้ใจของตัวเองเลย แล้วอย่างนี้ยังมีหน้ามาขอโอกาสอีกหรือไง ”                               

             “ คุณพ่อ... ผมขอ ”

             “ ใครพ่อแก ฉันมีลูกแค่คนเดียว  

             “ ให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองนะครับคุณพ่อ ”

               “ เอ้ะ ! ฉันไม่ได้มีลูกชื่อมาร์คต้วน ลูกเขยก็ไม่ได้ชื่อมาร์คต้วน  

               “ คุณพ่อ...”

               “ แกอยากตายนักใช่ไหมห้ะ ! 

               “ ว้ายย ! คุณชายใจเย็นๆก่อนค่ะ ” คุณหญิงที่ดูสถานการณ์อยู่ข้างๆอย่างเงียบๆรีบห้ามปรามเมื่อคิดว่าเหตุการณ์เริ่มบานปลายขึ้น ก่อนจะบอกให้หลานชายตรงหน้านั้นกลับไปก่อน โดยไม่ลืมที่จะเอ่ยสิ่งที่อยู่ในใจของตัวเองออกมา

               

                “ มาร์คกลับไปก่อนนะลูก... ”

                “ น้าไม่รู้ว่ามาร์คคิดยังไงกับน้องในตอนนี้ แต่ถ้ามาร์คไม่ได้รักน้องก็ควรจะปล่อยน้องไปถือว่าน้าขอ แต่ถ้ายังสับสนก็ขอให้มั่นใจก่อนว่ามันไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ หรือการอยากเอาชนะที่น้องแบมไม่ได้สนใจเราแบบนี้ บางทีที่มาร์คเป็นอยู่มันอาจจะแค่ความไม่เคยชินที่อยู่ๆลูกชายของน้าก็ไม่สนใจเราขึ้นมา และมาร์คไม่ได้รู้สึกอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว ก็อย่างที่บอก ได้โปรดยอมถอนหมั้นให้ลูกชายของน้าด้วยนะคะ  

 

                 “.......”

                 คำขาดของคุณน้าที่เปรียบเสมือนม๊าของเขาทำให้เขาต้องยอมทำตามอย่างช่วยไม่ได้ แม้จะไม่อยากไปเท่าไหร่แต่ร่างสูงก็ต้องค่อยๆลุกขึ้นยืน ก่อนจะจัดการไหว้คนอายุมากกว่าทั้งสองที่ยืนมองเขาอยู่ด้วยอารมณ์ที่เต็มเปี่ยม 

              นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไม่อยากก้าวขาออกจากบ้านหลังนี้

              และเป็นครั้งแรกที่เขาอยากอยู่ที่นี่อีกนานๆ เพราะอยากเจอคนที่ตัวเองพึ่งได้จูบแรกจากอีกฝ่ายไปเมื่อวันวาน

              คิดถึงอีกแล้ว...

              แต่มาร์คเองก็ไม่มีทางเลือกมากนัก  ายาวก้าวออกจากตัวบ้านอย่างยากลำบาก ก่อนตาคมจะมองเข้าไปในนั้นเป็นครั้งสุดท้ายและตัดสินใจขับรถออกมา

               เขาจะไม่ยอมแพ้.. ใครจะยอมยกคู่หมั้นที่เป็นของเขามาทั้งชีวิตให้กับคนอื่นง่ายๆกัน

              ไม่มีทาง...

 





มาร์คกลับมาถึงสิ่งที่เรียกว่าบ้านของตัวเองด้วยใบหน้าหม่นหมองและไม่สดชื่นนัก ใครมันจะไปสดชื่นลงก็ตัวเองพึ่งจะโดนเขาขอถอนหมั้นมา

ไม่น่าเลยไอมาร์ค

ไม่น่าปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่คนเดียวเลย รู้อย่างนี้เขาน่าจะจัดการรวบหัวรวบหางอีกฝ่ายตั้งแต่ต้นให้มันสิ้นเรื่อง

แต่ถึงจะคิดได้แบบนั้นเขาก็ไม่กล้าที่จะทำมันอยู่ดี

แบมแบมดีเกินไป และเขาก็เลวเกินไปด้วย...

 

“ มาร์ค.. ”

“ มาร์ครู้แล้วครับม๊า ”

ปากหยักตอบรับก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด  ทันทีที่กลับมาที่นี่ม๊าของเขาก็เริ่มต้นพูดเรื่องนี้ ถ้าไม่ติดว่าป๊าไม่อยู่ก็คงได้รุมพูดกับเขาจนปวดหัว  แล้วตัวของเขามีสิทธ์พูดอะไรได้บ้าง... 

เพราะตั้งแต่ต้นก็ไม่เคย 

ทุกคนเอาแต่บังคับเขา แม้กระทั้งวันนี้ที่เขาไม่อยากจะถอนหมั้นแล้ว แต่ป๊ากับม๊าก็ยังคงบังคับเขาเหมือนที่ผ่านมา

หึ

พอจะรักแล้วก็เป็นกันแบบนี้ เขาไม่เคยมีสิทธ์ได้เลือกอะไรเลย

“ ม๊าจะให้เราถอนหมั้นกับน้อง ม๊าไม่รู้ว่ามาร์คคิดยังไง แต่ม๊าไม่อยากให้น้องแบมต้องเสียใจอีกแล้ว ”


“ ง่ายจังเลยนะครับ ”


“ หมายความว่ายังไงมาร์ค ” ผู้เป็นแม่มองลูกชายของตัวเองด้วยแววตาที่เคลือบแคลงไปด้วยความสงสัย ถึงเธอจะรู้สึกได้ว่ามาร์คเปลี่ยนไป แต่ทุกการกระทำของลูกชายเธอไม่มีสิ่งไหนที่มันสร้างความชัดเจนให้กับเธอเลยสักครั้ง

และเธอก็ได้ยื้อเวลาให้มาร์คจนสุดความสามารถของเธอแล้ว


“ มันง่ายจังเลยนะครับ พอม๊าพูดแบบนี้แล้วมาร์คจะปฏิเสธได้ยังไง ตลอดเวลาที่ผ่านมามาร์ครอคำนี้มาตลอด  แต่ม๊าก็ให้มาร์คไม่ได้...  แล้วพอตอนนี้ คำพูดนี้มันออกมาจากปากของคนที่ไม่ใช่มาร์ค ม๊าก็ยอมมันง่ายๆแบบไม่มีข้อกังขา ”


“.......”

 

“ ม๊าเคยรักมาร์คบ้างหรือเปล่า... หรือว่ารักแต่ลูกของคนอื่น หรือมาร์คเป็นลูกที่ถูกเก็บมาเลี้ยง ”

 

 “ มาร์ค...”

ความเจ็บปวดสะท้อนออกมาผ่านแววตาคู่คมของลูกชายตัวเองทำให้เธอรู้สึกผิด สิ่งที่ออกมาจากปากของอีกฝ่ายทำให้ดอรีนพึ่งตระหนักได้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอเอาแต่บังคับอีกฝ่ายเพียงแค่อยากให้เจ้าตัวมีคนที่ดีๆเข้ามาในชีวิต โดยลืมไปว่าความรู้สึกของคนเรามันเปราะบางมากแค่ไหน...

ผู้เป็นมารดายืนนิ่งไม่ขยับ รู้สึกจุกเพราะไม่เคยเลยสักครั้งที่เธอจะได้ยินสิ่งที่ลูกชายของเธอพูดออกมา ที่ผ่านมาเธอไม่เคยรับฟังอะไรเลย ไม่เคยรับรู้ว่าลูกชายของเธอจะรู้สึกยังไงบ้าง และจะเจ็บปวดมากแค่ไหน 


เธอเป็นแม่ที่แย่เอามากๆ...


เพราะไม่เพียงแค่ทำร้ายลูกของตัวเองแต่ยังรวมไปถึงลูกของเพื่อนรักที่เธอก็เอ็นดูเหมือนลูกอย่างหนูแบมแบม 

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเธอให้ความสำคัญกับคนอื่นมากกว่าความรู้สึกของลูกชายแท้ๆของตัวเอง


“ มาร์ค... ฟังม๊าก่อน มันไม่ใช่อย่างนั้นนะลูก ม๊ารักมาร์ค ”

 

“ รักด้วยหรอครับ...มาร์คไม่เคยรู้เลย.. “

มาร์คค่อยๆสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างช้าๆ เพื่อระบายให้อารมณ์ของตัวเองนั้นเย็นลงก่อนจะเริ่มพูดต่อ

“ แต่ไม่เป็นไร... มาร์คจะถอนหมั้นให้  มาร์คจะทำตามที่ม๊าต้องการ "


" และถึงม๊าจะบอกให้มาร์คไปตาย... มาร์คก็จะทำให้.. "


ไม่ต้องห่วงความรู้สึกของมาร์ค ”


น้ำเสียงเย็นชาไร้ความรู้สึกของมาร์คทำให้ดอรีนขยับก้าวไม่ออก เธออยากจะคว้าตัวลูกชายเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แต่ทว่าทุกส่วนของร่างกายในตอนนี้ดูเหมือนจะแข็งทื่อ 


เธอเสียใจ..


“ มาร์ค ม๊าขอโทษ... ”


ถึงร่างสูงจะรู้สึกโกรธผู้เป็นมารดาของตัวเองมากแค่ไหน แต่เขาก็ไม่สามารถทนมองผู้ให้กำเนิดของตัวเองยืนร้องให้ได้ สองขายาวค่อยๆก้าวเข้าไปหาอีกฝ่ายก่อนจะสวมกอดร่างเล็กที่เคยอุ้มชูเขาแล้วค่อยๆปลอบประโลม ทั้งที่ในเวลานี้ความรู้สึกของเขามันเต็มไปด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ

“ ฮึก.  ม๊าขอโทษลูก ม๊าขอโทษ.. ”

“ หม่าม๊าอย่าร้องไห้ ”

“ ฮึก ฮือ ”

ดอรีนกลั้นสะอื้นออกมาอย่างดีใจเมื่อได้ยินประโยคของคนที่กำลังสวมกอดเธออยู่พูดสิ่งที่เธอไม่ได้ยินมาเนิ่นนาน เธอไม่เคยถูกเรียกแบบนี้มาตั้งแต่ที่มาร์คเริ่มโตขึ้น และไม่ได้ยินมันอีกเลยจวบจนมาถึงตอนนี้ 

" ม๊า ฮึก ม๊าเห็นแก่ตัว ม๊าขอโทษ ม๊าขอโทษนะมาร์ค " ดอรีนพร่ำเอ่ยคำขอโทษออกมาอย่างไม่หยุดหย่อนเพราะหวังว่ามันจะทำให้ลูกชายของเธอให้อภัย 

เธอรักมาร์ค และไม่มีแม่คนไหนหรอกที่จะรักลูกของตัวเองได้น้อยกว่าคนอื่น 


“ ม๊าไม่ต้องขอโทษมาร์ค...  มาร์คต่างห่างที่เป็นฝ่ายต้องขอโทษ " 

" ขอโทษนะครับที่ชอบทำตัวเป็นลูกที่ไม่ดี "

"ขอโทษด้วยนะครับ..   "


              สุดท้ายแล้วร่างสูงก็ไม่สามารถโกรธอีกฝ่ายได้นาน ถึงเขาจะเป็นแบบนี้แต่เขาก็รักป๊ากับม๊า และพอมาคิดดูแล้วทั้งสองท่านก็ไม่ได้ผิดอะไรเลย เพียงแต่อีกฝ่ายพยายามหาสิ่งที่ดีให้กับเขามากเกินไปจนมันกลายเป็นการยัดเยียด

              แท้จริงแล้วเป็นตัวเขาเองต่างหากที่ผิด ผิดที่ทั้งดื้อด้านและไม่ยอมคิดที่จะเปิดใจตั้งแต่ต้น จนวันนี้มันก็ดูสายเกินไปหลายก้าวแล้ว

              แบมแบมกำลังทิ้งห่างจากเขา อีกฝ่ายกำลังหนีเขาไกลออกไปเรื่อยๆ

              ทั้งที่เมื่อก่อนก็อยู่ใกล้แค่เอื้อม แต่ตัวเขาดันไม่คิดที่จะรักษาอีกฝ่ายไว้ให้ดีๆ



" มาร์คไม่อยากถอนหมั้นแล้วใช่มั้ยลูก ม๊าจะ... "

" มาร์คจะถอนหมั้น "


" ทำไม... "


" มาร์คจะถอนหมั้นให้แบมแบม ไม่ใช่เพราะเพื่อประชดม๊าหรือใคร แต่มาร์คทำแบบนี้เพราะมาร์คต้องการจะพิสูจน์ให้แบมแบมเห็น ต้องการจะชดใช้ในสิ่งที่ตัวเองเคยทำลงไป ต้องการจะเริ่มต้นใหม่ ม๊าไม่จำเป็นต้องช่วยมาร์คหรอกครับ"


"......"


" ม๊าเข้าใจแล้ว "


มือเรียวสวยที่เริ่มเหี่ยวย่นไปตามการเวลาประคองใบหน้าของลูกชายตัวเองไว้ด้วยความรู้สึกผิด ขณะเดียวกันเธอก็รู้สึกปลื้มใจเมื่อได้ฟังสิ่งที่ออกมาจากปากของมาร์ค ต่อไปนี้เธอจะไม่บังคับจิตใจลูกชายเธออีกแล้ว 

เธอจะสนใจอีกฝ่ายให้มากๆ 

และเธอจะไม่ทำให้อีกฝ่ายต้องลำบากใจเหมือนที่ผ่านมา





 

งานวันถอนหมั้นถูกจัดขึ้นอย่างเล็กๆในบ้านของคุณชายภูวกุลที่มาร์คคิดว่ามันช่างน่าเบื่อ เขาฝืนใจยอมถอดแหวนที่พึ่งนึกอยากใส่ได้ไม่ถึงเดือนออกมาจากนิ้วแล้วค่อยๆส่งกลับคืนให้บุคคลตรงหน้าที่ไม่แม้แต่จะสบตาเขาเลยสักนิด จู่ๆความคิดชั่ววูบหนึ่งก็ฉายเข้ามาในหัว จะเป็นยังไงถ้าเขาจะลักพาตัวร่างบางตรงหน้าไปอยู่อเมริกา  จะเป็นยังไงถ้าเขาจะสร้างครอบครัวแล้วอยู่ที่นั่นไปเสียเลย เขารู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเองรู้สึกยังไงกันแน่ รู้แล้วว่าตัวเองเสียหลักพลาดตกหลุมที่อีกฝ่ายไม่ได้ตั้งใจขุดมันขึ้นมา แต่สุดท้ายก็ต้องสะบัดไล่ความคิดที่ไม่ดีนี้ออกจากหัว เพราะถ้าหากเขาทำแบบนั้น มันคงเป็นการกระทำผิดซ้ำสองอย่างคนโง่ที่ไม่น่าให้อภัย

               ไม่มีใครพูดอะไรกันมากนัก ต่างฝ่ายต่างเงียบเพราะบรรยากาศในตอนนี้เต็มไปด้วยความอึดอัด ป๊ากับม๊าของเขาออกไปคุยธุระกับพ่อแม่ของอีกฝ่าย และคงจะหนีไม่พ้นการขอโทษ

ซึ่งในเวลานี้เหลือเพียงแค่เขากับแบมแบม

มาร์คไม่รู้ว่าเขาจะต้องเริ่มชวนคุยด้วยประโยคอะไรดี เพราะในตอนนี้เขานึกได้แค่เรื่องเดียวเท่านั้น 

ถ้าจะถามคนตัวเล็กตรงหน้าว่าตอนที่จูบกับเขาเจ้าตัวรู้สึกยังไงบ้าง 

มันคงไม่ดูตลกไปหรอกใช่ไหม


“ ..... ”

“ บะ ...”

คนตัวบางลุกขึ้นยืนอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยก่อนจะเดินหนีขึ้นไปบนชั้นสองของตัวบ้าน โดยที่มาร์คไม่ทันที่จะเรียกชื่อของอีกฝ่ายจบเลยด้วยซ้ำ

“ แบม...”

ถ้าเป็นแจ็คสันกับเจบีที่อยู่ด้วยในเวลานี้ มันคงได้สมน้ำหน้าเขากันยกใหญ่ และอย่าหวังว่าจะมีคำปลอบใจ

แต่มันก็สมควรแล้วล่ะ กับสิ่งที่เขาเคยทำลงไป เพราะบางทีนี่มันอาจจะน้อยไปเสียด้วยซ้ำ สำหรับบทลงโทษ



********************************************************************

26/12/61

29/12/61

สวัสดีค่า มีเรื่องมาชี้แจงนิดหน่อยย คือที่ไรท์บอกว่าตอนที่อยู่บนรถจะให้อยู่ในพาทน้องแบมแต่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นของพี่มาร์คแล้วนะคะ


ส่วนเรื่องพี่มาร์ค นางก็เป็นที่นิสัยไม่ดีคนนึงนั่นเอง นางไม่ใช่คนดีตั้งแต่ทีแรกและนางก็ไม่ใช่พ่อพระด้วย5555 เพราะฉะนั้นนางก็จะไม่ได้ทำตัวดีขึ้นหรือหายจากนิสัยแย่ๆเร็วขนาดนั้น อย่าโกรธไรท์น้าาา ฮือออ. เดี๋ยวมาร์คนางก็ได้รับบทลงโทษของนางง


31/12/61

มุมของคุณมาร์ค ก็น่าสงสารหน่อยๆ.  ฮือ ไม่รู้ว่าจะเบื่อกันมั้ยย ไรท์แต่ง งงๆยังไงบอกได้นะคะ  ไรท์จะค่อยๆปรับภาษา บางทีมันอาจจะติดๆขัดๆอ่านไม่สะดวกบ้าง5555

23.10น.

รีไรท์**


ปล ขอบคุณที่ติดตามนิยายของไรท์นะคะ

สวัสดีค่า :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.137K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

977 ความคิดเห็น

  1. #858 Minlaneee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 01:05
    ดีค่ะ อย่างนั้นละคะไรท์
    #858
    0
  2. #853 embrace (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 18:04
    พอกลับมาอ่านบทนี้ก็เข้าใจมาร์คขึ้นมาหน่อย ถ้าใครไม่เคยเจอพ่อแม่บังคับควไม่รู้ไม่ว่าจะเรื่องดีหรือไม่ดี มาร์คก็คงรู้สึกกับแบมบ้างแล้วแหละ แต่เพราะโดนบังคับเลยอคติ ดีนะมีบทพูดถึงแม่มาร์คขอโทษมาร์คอะ การบังคับกับคนที่โตจนจะทำงานแล้วมันก็ไม่ชอบใจกันซะหมดหรอก รออ่านนะ
    #853
    0
  3. #843 SsnnookK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 19:57
    เย้ น้องบอกที่บ้านแล้ว บ่นไปตอนที่แล้ว 555555
    #843
    0
  4. #841 SuperMark93 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:27
    สงสารคุมม้าค แงง
    #841
    0
  5. #836 Baby-G (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 14:46
    เป็นไงล้าาาา สมหน้า
    #836
    0
  6. #791 oohsebam12 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 08:07
    สมน้ำหน้ากะลาหัวเจาะ
    #791
    0
  7. #693 dada0627 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 10:55
    เป็นไงหล่ะ ทำตัวเองทั้งนั้น
    #693
    0
  8. #680 Spices_smile (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 22:33
    5555555555สะใจอิช้อยนัก!!!!
    #680
    0
  9. #632 My love markbam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 10:51
    รับผิดชอบสิ่งที่ตัวเองทำซะ
    #632
    0
  10. #594 Aujacharee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 11:34
    ทำผิดไว้ ก็ต้องแก้ไขเองนะคะพี่
    #594
    0
  11. #578 markbammuay (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 00:42
    ง้อวนไปเถอะ ทำเขาไว้เยอะอะสมน้ำหน้าาาาาา
    #578
    0
  12. #566 amwaysone (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 20:52
    จะดูสิ้ว่าต่อจากนี้จะจีบอบมติดมั้ย หึหึ
    #566
    0
  13. #565 ThiwapornAtsaen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 13:52
    นายต้องสู้ ต้องแสดงให้น้องเห็นว่ารักน้องแบมมากแค่ไหน เพราะน้องเจ็บปวดมามากพอแล้ว
    #565
    0
  14. #564 41124112 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 11:22

    รอนะคะ

    #564
    0
  15. #563 DarkST (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 11:15
    ก็เห็นใจมาร์คนะแต่มันสมควรอยู่
    #563
    0
  16. #562 แก้วกาแฟสีใส (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 11:03
    สะใจและสงสารค่ะ5555555
    #562
    0
  17. #561 parita98765 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 10:32
    มาต่อน้ะจ่ะ
    #561
    0
  18. #560 Kibibiza (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 08:43
    แล้วจะเป็นไงต่อละ แบมจะเปิดใจมั้ย
    #560
    0
  19. #559 Aom5659 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 08:03

    รอจร้า^_^=
    #559
    0
  20. #558 KGXUS8683 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 07:24
    รอนะคะ ^ ^
    #558
    0
  21. #557 bee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 06:38

    สมควรจะโดนแบบนี้แล้ว มาร์ค

    #557
    0
  22. #556 SugarBrowniie (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 06:36
    ยังไม่ให้อภัยง่ายๆหรอกนะ เพราะวีรกรรมพ่อคุณเยอะเหลือเกิน เชอะ
    #556
    0
  23. #555 56096315 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 05:39
    ต่อจากนี้พยายามเข้านะพี่มาร์ค
    #555
    0
  24. #554 PiiProud (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 05:23

    หลังจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับความพยายามของมาร์คแล้ว
    #554
    0
  25. #553 พยอซัล. (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 04:56
    ต่อจากนี้ก็เริ่มใหม่นะมาร์ค ทำให้แบมเห็นให้ได้
    #553
    0