Don't need [MarkBam]

ตอนที่ 5 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,035 ครั้ง
    10 มี.ค. 62


       

          มาร์คเช็ดคราบเลือดตรงมุมปากของตัวเองหลังจากที่คนตรงหน้าพูดความรู้สึกมากมายออกมาจนหมด ทั้งน้ำเสียง และแววตา เขาไม่ใช่คนโง่  เขาเองก็สัมผัสได้ว่าแบมแบมไม่ได้พูดเล่นเหมือนอย่างเคย

          คำว่าถอนหมั้นทำให้มาร์ครู้สึกวูบโหวง

          ทั้งไม่เข้าใจและสับสน เป็นความรู้สึกที่ยุ่งเหยิงสิ้นดี...

          เขาพูดไม่ออก เพราะทุกคำที่ร่างบางตรงหน้าเอ่ยออกมานั้นล้วนแต่เป็นความจริง พออีกฝ่ายอยากจะไป มันดันเป็นเขาเองที่ไม่ยอมปล่อย

         

          ทำไมกันนะ


          “ ไม่ได้รักฉันแล้วหรือไง ” ไวเท่าความคิด เจ้าของน้ำเสียงทุ้มต่ำก็เอ่ยประโยคหนึ่งออกมา ก้อนเนื้อที่อกข้างซ้ายเต้นรัวเร็วเพราะคำพูดที่เพิ่งจะพูดออกไปไม่นาน  เขาไม่เคยคิดว่าจะได้ใช้ถามคนตรงหน้านี้เลย

        

           “ ไม่ครับ ” 

           แบมแบมตอบอย่างหนักแน่น  ไม่มีอะไรต้องให้คิด เพราะในเมื่อที่ผ่านมามันแย่ แล้วมีเหตุผลอะไรที่ผมจะต้องย่ำอยู่ที่เดิม 

          อยู่กับความรู้สึกเดิมๆ 

          กับคนเดิมๆที่ทำให้ผมเจ็บต้องซ้ำซาก

          ผมเลือกหยุดทุกความสัมพันธ์ของเราสองคนไว้ตรงนี้ พอแค่นี้ดีกว่า เพราะถ้าผมไม่ทำอะไรเลย เชื่อสิ ว่ามันต้องกลับมาวนแบบเดิม

          แล้วใครล่ะที่จะเสียใจ  ไม่ใช่ผมหรือไง

     

           “ สรุปแล้ว พี่จะเอายังไงครับ ”


          มาร์คมองภาพสะท้อนของตัวเองในนัยน์ตาของอีกคนเหมือนกับการส่องกระจก ยอมรับว่ามันไม่ได้สะท้อนเขากลับมาเหมือนกับดวงตาคู่ก่อน 

        แน่นอน เขารู้ว่ามันไม่ใช่กระจกบานเดิมอีกต่อไป

          “ ฉันยังยืนยันคำเดิม ”

          “ พี่มาร์ค ” ผมกดเสียงต่ำ เส้นความอดทนของผมตอนนี้มันขาดง่ายมาก แค่สะกิดนิดเดียวผมก็พร้อมจะใส่อีกหมัดให้คนตรงหน้านี่ทันที

          “ นายไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉัน ”

          มาร์ครู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป 

          ยังยืนยันคำเดิม...

          นั้นก็หมายความว่า...จะไม่มีใครหน้าไหนได้คนตรงหน้านี้ไปทั้งนั้น

          ยกเว้นเขาแค่คนเดียว

      

          “ แล้วจะรั้งผมไว้ทำไม  ” ผมพยายามควบคุมอารมณ์ของตัวเองไว้ให้เย็นที่สุด แล้วเอ่ยถาม แต่กลับได้รับเพียงความเงียบที่ถูกส่งกลับมาให้

          มีเพียงเท่านี้  ที่เขามอบให้กับผม

         ซึ่งถ้ายังไม่มีเหตุผลที่ดีพอ ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อตัวเอง

 

          “ พี่อาจจะคิดว่าผมรักพี่...ใช่ แต่มันก็แค่เมื่อก่อน

 

          

          แค่เมื่อก่อนงั้นหรอ...

          ทำไมถึงได้รู้สึกเหมือนกับหัวใจกำลังโดนบีบรัดจากอะไรบางอย่าง มันเจ็บจี๊ดๆพร้อมอาการเหมือนคนหายใจไม่ออกไปชั่วขณะ

          มาร์คมองร่างบางตรงหน้าที่พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ไม่มีแววล้อเล่นใดๆปรากฏออกมา             

 

          คนที่แก่กว่านิ่งงันไป หลังจากที่ผมพูดประโยคล่าสุดจบ มันรวบรัดและชัดเจน ผมไม่รู้ว่าคนตรงหน้าจะรับรู้และเข้าใจได้บ้างหรือเปล่า แต่สำหรับผม ผมอยากให้พี่มาร์คเข้าใจมันสักที

          ผมถอนหายใจ ก่อนจะเอ่ยประโยคยาวเหยียดออกมาอีกครั้ง

          ประโยคที่อยากด่าด้วยคำหยาบแต่ก็ต้องรักษาหน้าตาของวงศ์ตระกูล

          “ ต่อไปนี้ผมไม่ต้องการพี่อีกแล้ว “

          “ ชีวิตผมดีขึ้นเยอะเลยครับพอไม่มีพี่ เพราะพี่มันดีแต่ชอบสร้างปัญหา ทั้งที่พี่เป็นคนผิดแท้ๆ แต่ผมก็ยอมให้พี่ตลอด พี่มีผมเป็นคู่หมั้น ผมหึงพี่มันก็คือสิทธิ์ของผม ผมมีสิทธิ์ในตัวพี่แทบทุกอย่าง แต่แล้วยังไง ผมไม่เคยใช้มันได้เลย ผมไม่เคยมีใคร ให้เกียรติพี่มาตลอด แล้วพี่ล่ะ เคยให้เกียรติผมกับครอบครัวผมบ้างหรือเปล่า... ”

          “ ...คำว่ามีคู่หมั้นแล้วมันคงไม่ได้สร้างจิตสำนึกที่ดีให้กับพี่เลยสินะครับ จะทำอะไรก็ได้ทั้งต่อหน้าและลับหลังงั้นหรอ หักหน้าผมต่อหน้าผู้หญิงของพี่ เพื่อนของพี่ สวมเขาให้ผม ผมก็ยอม ยอมมาตลอด... “

          พอถึงตรงนี้ก็อยากจะทึ่งหัวตัวเองแรงๆซักหนึ่งที ผมยอมได้ยังไงนะที่ผ่านมา

          แต่เอาล่ะ ต่อไปมันจะไม่มีแบบนั้นอีกแล้ว

          เพราะผมจะตัดขาด

          แต่ขอพูดให้บางคนแถวนี้สำนึกหน่อยแล้วกัน

          “ แม้กระทั่งผู้หญิงที่ชื่อมินอา พี่ก็ยังตบหน้าผมเพราะเธอเลย แล้วแบบนี้จะมารั้งกันไว้ทำไม ไม่ได้รักแล้วจะรั้งไว้เพื่อ พี่แม่งเป็นคนที่โครตแย่ แย่ที่สุดเท่าที่เคยเจอมาเลย ”

         

        “ .... ”

 

          “ คนที่ไม่เคยอยู่ในสายตามันเจ็บมากเลยนะครับ พี่ว่าผมต้องเข้มแข็งแค่ไหน ถึงแต่ก่อนผมจะอดทน แต่ตอนนี้ผมอดทนไม่เก่งหรอกนะครับ “

          ใช่...แต่ไม่ทั้งหมดหรอก เพราะที่จริงแล้วตอนนี้ผมไม่มีความอดทนเลยต่างหาก

          ดีใจ ผมไม่ได้รู้สึกเสียใจอะไรเลย

          ในที่สุดก็จะได้หลุดพ้นจากคนแย่ๆ หลอกลวง ฟันผู้หญิงแล้วทิ้ง พี่มาร์คมีดีแค่รวยเท่านั้นแหละ

 

          มาร์คไม่เคยรู้สึกเป็นใบ้ได้ขนาดนี้มาก่อน

          พอคิดจะเอ่ยอะไรออกมามันก็เหมือนจะผิดพลาดไปเสียหมด รู้สึกเหมือนโดนตบหน้าทั้งที่อีกคนยังยืนอยู่ที่เดิม ไม่โวยวาย... แถมยังพูดจาสุภาพถึงแม้จะต่อยเขาไปแล้วหนึ่งหมัดก็ตาม

          เขากำลังรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักโทษ เป็นคนที่รอให้อีกฝ่ายบัญชาคำสั่งมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

          “ ดีครับ เงียบก็ดี ไม่ต้องพูดก็ดีแล้ว ผมจะบอกอะไรให้ ที่จริงผมคิดว่าผมความจำเสื่อม ผมจำเรื่องราวของผมกับพี่ไม่ได้ ความรู้สึกก็จำไม่ได้ ซึ่งมันดีมากๆ  สงสัยพระเจ้าคงอยากจะช่วยผมให้หลุดพ้นจากผู้ชายเฮงซวยแบบพี่ล่ะมั้ง ” ผมพูดพลางยักไหล่เบาๆ ก่อนจะเดินขึ้นห้องเรียนเพราะพึ่งนึกได้ว่ามันเลทมากว่าครึ่งชั่วโมง

 

          และทั้งนี้.... ผมอยากขอบคุณอะไรก็ตามที่ทำให้ผมไม่ต้องเสียใจกับคนเดิมๆ

 

 

          ขวดเครื่องดื่มนับสิบวางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะตรงหน้าชายหนุ่มทั้งสาม ค่อนหนึ่งของเหล้าทั้งหมดคงเป็นของมาร์คต้วนที่สั่งพนักงานให้เอามาให้ไม่ยอมหยุด พอแจ็คสันบอกให้พอก็เกรี้ยวกราดใส่จนเจ้าตัวไม่อยากจะยุ่ง

          ถ้าไม่ติดที่ว่า...

          “ โธ่เว้ย !

          เพล้ง !

          “ มาร์ค ! ใจเย็นดิวะ  มึงเป็นอะไรเนี่ยย “ เจบีตกใจที่จู่ๆเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ตรงข้ามดันขว้างแก้วเหล้าใส่พื้นจนแตกเป็นเสี่ยง

          คิดว่ารวยมากอ่อวะ ไอสัส !

          นิสัยใจร้อนชอบทำลายข้าวของของมันไม่เคยแก้หายเลยสินะ

          “ เจบีมึงจับมันไว้นะ กูจะไปตามคนมาช่วยหาม ” แจ็คสันมองเพื่อนตัวเองที่สภาพเละเทะจนแทบดูไม่ได้ เมาจนพูดไม่รู้เรื่องเพราะกระดกเหล้าเหมือนน้ำเปล่า

          เกิดอะไรขึ้นกับมัน ?

         ทั้งๆที่วันนี้เขากะจะมาชิวแล้วแท้ๆ แจ็คสันหัวร้อนโว้ยย !

 

          “ อึก ทำไม เจบี ”

          “ มึงมีอะไรจะบอกกูมั้ยมาร์ค ” เป็นเจบีที่ถาม อีกฝ่ายกำลังไหลอยู่กับโซฟาอย่างควบคุมสติไม่อยู่ มาร์คไม่เคยเมาหนักขนาดนี้มาก่อน เจ้าตัวรู้ลิมิตของตัวเองดี แต่วันนี้มันกลับไม่ใช่

          “ มี...อึก ”

          “ อะไร ?

          ไม่ได้อยากจะยุ่งหรือก้าวก่ายกับชีวิตของมันนะครับ แต่สภาพแบบนี้เขาเองก็อดเป็นห่วงไม่ได้ ความรู้สึกมันผสมกันไปหมด

          ทั้งสงสาร

          สมน้ำหน้า

          เห็นใจ

          แล้วก็สมเพช...

          เมาไม่เหลือเค้าหนุ่มหล่อของสาวๆเลยนะมาร์ค

          “ แบม... ”

          หือ ?

          น้องแบม... นี่อย่าบอกนะว่า

          “ มึงรู้สึกอะไรแล้วใช่มั้ยวะมาร์ค ” เจบีถามอีกครั้ง เขารู้ว่ายังไงคนเมาก็พูดได้แค่ความจริง และความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

          “ ไม่...

          ไม่   รู้ กูไม่รู้ อึก ”

          “ มาร์ค ”

          “....”

          “ พูดความจริงมา สัญญาว่ากูจะช่วยมึงทุกอย่าง ”



                               //

“ จัดการให้เรียบร้อย ฉันจ่ายนายได้ไม่อั้น ”

ปลายสายถูกวางลงหลังจากที่ร่างสูงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ เป็นอีกวันที่มาร์คต้วนไม่ได้เข้าไปที่มหาลัย แต่มาอยู่ที่บริษัทแทนเพราะต้องรับช่วงต่อหลังจากที่เรียนจบทันที

ความเคยชินอย่างนั้นหรอ...

ทุกคำพูดของเจบีตอนที่เขาเริ่มสร่างเมายังวนเวียนอยู่ในหัว ไม่ว่าจะพูดยังไงมันก็ดูเหมือนจะตรงประเด็นไปเสียหมดจนเขาเองก็ปฏิเสธไม่ลง  

“ คุณเจีย เข้ามาในห้องที ”

 

แกร็ก

“ ขออนุญาตค่ะคุณมาร์ค มีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ ”

“ ผมมีคำถามอยากถามคุณหน่อย ” ลูกชายท่านประธานเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีจริงจังเหมือนอย่างเคย แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือความรู้สึกที่ค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิด จนกลายเป็นว่าพอจะตั้งคำถามนี้ทีไร เขามักสัมผัสได้ว่าตัวเองเหมือนคนที่พึ่งวิ่งมาราธอนมาหลายกิโลเมตรเสมอ

” จะถามอะไรดิฉันหรือคะ “

 

“ ทำไมคุณถึงต้องแต่งงานหรอ ”

 

“....”

 

เกิดความเงียบขึ้นชั่วขณะ..  มาร์คไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆเขาถึงได้อยากถามเธอออกไป แต่เอาเถอะ ไหนๆอะไรบางอย่างในตัวเขามันก็เริ่มจะเข้าที่เข้าทางบ้างแล้ว

 

เจียมองหน้าเจ้านายตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วสงสัยปนแปลกใจ ที่เรียกเธอเข้ามาเพราะจะถามเรื่องนี้เอง

“ อ่า คือมันเกิดขึ้นจากความรัก ความเข้าใจกันของทั้งสองฝ่ายน่ะค่ะคุณมาร์ค “ เธอเว้นช่วงแล้วสบตาผู้เป็นนายก่อนจะเอ่ยประโยคถัดมา “ ความพร้อมและเวลาที่เหมาะสมด้วยค่ะ ” คุณเจียส่งยิ้มบางๆให้กับคนตรงหน้าที่ทำเป็นเฉยชาแต่ลึกๆแล้ว เธอคิดว่าคุณมาร์คคงแค่ยังไม่รู้ตัวเองเท่านั้น

ร่างสูงตรงหน้าก็เปรียบเสมือนน้องชายของเธอ และกำลังจะเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ในที่สุด คุณท่านสั่งให้เธอดูแลคุณมาร์คแทนเลขาคนเก่าที่ถูกไล่ออกเพราะเรื่องอะไรบางอย่างซึ่งเธอเองก็พอทราบมาบ้าง ถึงแม้คุณมาร์คจะทำงานดีมาโดยตลอดแต่ก็มีบางเรื่องที่ความคิดยังไม่โตพอ อย่างเช่นเรื่องความรัก

 

               “ อืม ขอบคุณมากคุณเจีย ” มาร์คตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแบบเดิม ในใจนึกทวนคำพูดของอีกฝ่ายเมื่อครู่

 

บางทีมาร์คเองก็ไม่ค่อยอยากเชื่อ และเขาก็ไม่เคยอยากมี

 

ความรักมันเป็นเรื่องงี่เง่า

 

“ ยินดีค่ะ ”

“ วันนี้ผมจะออกจากบริษัทก่อนเวลา ฝากเก็บเอกสารทั้งหมดที่ถูกส่งมาด้วยนะคุณเจีย ”


แต่มาร์คเองก็ปฏิเสธไม่ได้อยู่ดีว่าเวลาคือทุกอย่าง

 

 

 

เพราะเป็นคนไม่ชอบให้ใครสั่งเท่าไหร่ ไม่ชอบเชียร์และสารพัดสิ่งที่ทำให้เกิดเสียงดัง ผมเลยเลือกลงกีฬาของคณะแทน

ครับ ฟังไม่ผิดหรอก

ผมลงกีฬาเทเบิลเทนนิสหรือที่เรียกบ้านๆว่าปิงปองนั่นแหละ ตอนมัธยมผมเคยเล่นกับเพื่อนที่โรงเรียนบ่อยๆ มันเป็นกีฬาที่ผมชอบและถนัดที่สุด ไม่ต้องวิ่งมาก แค่ตาไวมือไว้เท่านั้นเอง

“ น้องแบม !

“ อ้าวพี่อูยอง ” ผมหันไปหาเสียงเรียกก่อนจะโบกมือให้อีกฝ่าย

“ วันนี้อยู่ซ้อมได้ใช่ไหม พี่จะคัดตัวนักกีฬาว่าใครจะได้ลงแข่งคู่หรือเดี่ยว แล้วก็คู่ผสม ” พี่อูยองวิ่งเหยาะๆลัดยิมมาหาผม ใบหน้าแดงเต็มไปด้วยเหงื่อ

สงสัยคงไปวิ่งวอร์มร่างกายกับพวกนักบาสมาแน่ๆเลย

“ ได้ครับ ผมอยู่ได้ ” ผมยิ้มโชว์ฟันกระต่ายให้พี่อูยองที่เป็นคนจิตใจดี ชอบซื้อขนมมาเลี้ยงน้องๆที่เล่นกีฬาด้วยกัน แถมยังเป็นคนมีเหตุผลมากๆ เทคแคร์เก่งด้วย

“ โห น้องแบมตบแบคเก่งมากเลยว่ะ พี่ว่าเราได้เดี่ยวชัวร์ๆ ” อูยองมองรุ่นน้องที่กำลังดวลอยู่กับเด็กปีสองที่เหงื่อท่วมตัวไม่ต่างจากตังเอง พร้อมกับเท้าแขนไว้บนขาแล้วหอบหายใจ

“ พี่อูยองอ่า อย่าชมผมเยอะสิ ฮ่า ๆ  ” ผมหัวเราะเพราะพี่เขาชอบอวย อวยมากๆด้วย

 

“ เอาล่ะเด็กๆ ได้เวลาทานข้าวเย็นแล้วค่า ~ “ เสียงของพี่ซูจีปีสี่ตะโกนขึ้นในยิมฝึกซ้อมของพวกเรา “ วันนี้มีสปอนเซอร์ใจดีมาเลี้ยงข้าวเราด้วย แต่เค้าไม่ประสงค์ออกนามอะ เจ้ล่ะเซ็ง ! ” พี่แกพูดต่อพร้อมกับทำหน้าถอนหายใจ พี่ซูจีเป็นอีกคนที่น่ารักมากๆ พอๆกับพี่อูยองเลย

“ อยากบอกว่าหล่อมากแต่เรื่องนี้เจ้ต้องเก็บเป็นความลับ โอ้ยย เจ้ชอบเค้าจัง ”

“ หยุดพล่ามได้แล้วหน่าซูจี ” เสียงของแทคยอนดังขึ้นจากทางด้านหลัง พร้อมกับท่าเสยผมลวกๆที่ถ้าสาวๆผ่านมาคงได้กรี้ดกันตรึมแน่ๆ พี่แทคเซ็กซี่ขยี้ใจมากเลยอะครับ !

“ รีบส่งข้าวมาให้ฉันซะ ไม่งั้นฉันจะเอาน้ำนี่ราดภาพวาดของเธอ ”

“ แทคยอน ! ” ซูจีรีบวิ่งไปคว้ากระดานสะเก็ตแบบของตัวเองอย่างไวแล้วชี้หน้าคาดโทษ ทำให้ผมกับพี่อูยองและคนอื่นๆพากันหัวเราะตาม

ไม้เบื่อไม้เมากันตลอดเลยครับคู่นี้ แต่ความจริงแล้วพี่เขาแค่เล่นกันน่ะครับ ขำๆ จริงๆ ไม่ได้กัดฟันพูดด้วย

“ นายมันคนนิสัยไม่ดี ฉันอุตส่าไปหาสปอนเซอร์อาหารเย็นมาให้ แล้วจะมาทำอย่างงี้กับฉันได้ลงคอหรอห้ะ ” พี่ซูจีเดินไปหาพี่แทคพร้อมกับฟาดกระดานใส่หัวของอีกคน ไม่ต้องให้ผมพูดหรอกว่าแรงแค่ไหน เพราะเสียงมันก้องโรงยิมมากเลย

“ โอ้ย ! เบา เบาโว้ยยย ล้อเล่นโว้ย ”

เสียงหัวเราะพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่วิ่งไล่กันไปมาดังก้องไปทั่วโรงยิม เพราะพี่แทคกำลังวิ่งหนีพี่ซูจีอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนเจ้าตัวที่วิ่งไล่ก็ทำให้ผมอึ้งไปอีกเพราะพี่เขาเคยเป็นนักวิ่งเยาวชนทีมชาติด้วย ให้ตายเถอะ เจ้แกเจ๋งเป็นบ้าเลยครับ

 

~


หลังจากวันที่พี่แทคโดนไม้กระดานตีหัวไปนี่ก็ผ่านมาเดือนกว่าๆแล้ว เป็นช่วงฝึกหนักอย่างจริงจังเพราะกีฬาเฟรชชี่กำลังจะถึงในไม่ช้านี้แล้ว สปอนเซอร์อาหารเย็นก็มีมาทุกวัน บางทีก็สงสัยนะครับว่าทำไมเขาถึงได้ใจดีขนาดนี้

ผมเล่นเดี่ยวเทเบิลเทนนิส ส่วนเตนล์เล่นคู่ผสมกับฮยอนอา สองคนนี้เป็นคู่ที่เข้าขากันมากๆ ผมชอบดูเขาเล่นด้วยกัน มันเป็นอะไรที่โครตเทพ ผมว่าเล่นคู่มันยากกว่าเดี่ยวตรงที่ต้องใช้ความสามัคคี ซึ่งสองคนนี้แน่นอนมากครับ

จะว่าไปแล้วผมไม่ได้เจอพี่มาร์คอีกเลย และมันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างน่ายินดีมาก แต่เรายังไม่ได้ถอนหมั้นกัน

บ้าจริง!

ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ พอไปหาที่บริษัทจะคุยเรื่องนี้ก็ทำเป็นบ่ายเบี่ยง

ที่เจ็บใจสุดคือเขาให้ผมนั่งรอในห้อง บอกว่ากลับจากประชุมแล้วจะมาคุยด้วย ปรากฏว่าผมเผลอหลับไปก่อนเพราะรอนานมาก ตื่นมาคุณเลขาบอกว่าพี่มาร์คกลับไปแล้ว

ฟังไม่ผิดหรอกครับ

            กลับแล้ว !

วอทเดอะ...ค

แต่นี่ยังไม่แย่เท่าไหร่ ที่แย่กว่านี้และผมอยากแหกหน้าอีกคนมากคือรอยบนคอเป็นจ้ำๆตรงไหปลาร้าด้านขวา หลังจากที่ผมกลับมาบ้านแล้วกำลังจะอาบน้ำ ยอมรับว่าตกใจที่สุด ทำไมผมจะไม่รู้ว่ามันคือรอยอะไร

ตอนนั้นโกรธมากที่พี่เขาทำกับผมแบบนี้ แล้วตอนนี้ก็ยังโกรธอยู่ เรื่องอะไรมาทำกันแบบนี้ ผมไม่ใช่ผู้หญิงของเขานะครับ จำคำผมเอาไว้เลย ว่าผมจะไม่ยอมตกเป็นของเล่นของพี่มาร์คเด็ดขาด และพี่มาร์คไม่มีวันได้เห็นขาอ่อนของผมหรอก !

.

.

.


หน้าแดงบวกกลับเหงื่อที่ไหลออกมาลู่เสื้อเผยให้เห็นทรวดทรงบางๆเล็กน้อยทำให้อีกคนดูน่ามองไปอีกแบบ ร่างสูงค่อยๆสะบัดไล่ความคิดที่ไม่พึงประสงค์ออกจากหัวเนื่องจากยิ่งได้มอง มันยิ่งทำให้เขาแทบละสายตาออกมาไม่ได้

มาร์ครู้สึกเหมือนว่าตัวเองเป็นโรคจิต

มือหนากำพวงมาลัยรถยนต์คันหรูเอาไว้แน่นด้วยความประหม่า นี่เป็นครั้งที่นับไม่ถ้วนแล้วที่เขาพาตัวเองมาในอาณาเขตแห่งนี้

ไม่ชินกับการเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของอีกคน

และไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้รู้สึกหัวเสียเวลาที่เจ้าตัวดูสนิทสนมกับคนอื่นๆ ทั้งรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ

เขาไม่เคยได้รับมันจริงๆเหมือนที่คนเหล่านั้นได้รับ ทุกรอยยิ้มที่อีกฝ่ายเคยมอบให้กับเขาเมื่อก่อนมันค่อนข้างฝืน อีกฝ่ายพยายามทำให้ทั้งเขาและตัวเองได้มีความสุข แต่เขากลับปัดมันทิ้งแบบไม่เหลือเยื่อใย

แล้วใครจะโทษว่าตัวเองเป็นคนใจร้าย

ไม่มีหรอก                                                                      

มันไม่ใช่ความผิดของเขา

แต่เวลาต่างหากที่ผิดตั้งแต่ต้น ทุกคนรอบข้างต่างหากที่บีบบังคับกัน และเพราะมาร์คเป็นคนไม่ชอบ ถ้าไม่ถูกบังคับตั้งแต่ตอนนั้น ถ้าเจอกันในเวลาที่เหมาะสม เรื่องมันอาจจะไม่ยุ่งเท่านี้ก็ได้

ความรู้สึกมันคงชัดเจน ไม่สับสนยุ่งเหยิงให้เขาปวดหัวแบบนี้หรอก

 

( เรียบร้อยแล้วครับนาย )

“ อืม จับตาดูไว้อย่าให้พลาด ”

( ครับนาย )

 

ยานพาหนะเคลื่อนตัวออกจากมุมอับแห่งหนึ่งอย่างรวดเร็วเมื่อใครบางขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว มาร์คไม่ได้กลับบ้านแต่ตรงไปที่พักของเจบีเพราะมีบางอย่างที่ต้องจัดการให้เสร็จ บางอย่างที่ทำให้เขาแทบอยู่ไม่สุขเลยก็ว่าได้

 

 

“ น้องแบมพูดว่าอะไรนะลูก ” มือหยาบกร้านเล็กน้อยของคนอายุมากกว่าลูบแก้มลูกชายของตัวเองอย่างเบามือ จู่ๆก็มาบอกเธอกับคุณชายว่าอยากขอออกไปอยู่ข้างนอก ซึ่งตัวเธอเองกับสามีไม่คิดห้ามอยู่แล้ว แต่การที่ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนเดียวของตระกูลจะไม่ได้กลับมานอนที่บ้านบ่อยๆเหมือนเคยมันทำให้เธอใจหาย

“ หม่าม๊า ~ แบมอยากลองเป็นเด็กหอบ้างอะครับ เพื่อนๆที่มหาลัยส่วนใหญ่ก็อยู่หอ เวลามีงานกลับดึกจะได้ไม่ลำบากลุงสมชายไงครับ นะครับ ” ผมพูดอ้อนพร้อมกับสวมกอดตัวบางๆของหม่าม๊าเอาไว้ ช่วงนี้ผมกลับบ้านมืดแทบทุกวันเพราะที่มหาลัยมีกิจกรรม ในจะเรียนอีก ถึงบ้านของเราจะไม่ได้อยู่นอกเมืองแต่ก็ไกลพอสมควร เรียกได้ว่าเกือบชานเมืองเลยก็ว่าได้

“ คุณชายว่ายังไงคะ ” หม่าม๊าหันหน้าไปถามป๊าก่อนจะมองหน้าผมอีกรอบ

“ ผมตามใจเจ้าแบมแล้วกันคุณหญิง เจ้าแบมเค้าก็ไม่ใช่เด็กเล็กๆแล้ว คงอยากจะมีอิสระในการใช้ชีวิตด้วย ” คุณชายของบ้านมองหน้าภรรยาสลับกับลูกชายแล้วต้องกลั้นยิ้ม สองคนนี้เหมือนกันมากๆ ใช่ว่าเขาจะไม่หวงเจ้าแบม เขาเองก็ไม่ค่อยจะถูกฉะโหลกกับมาร์คต้วน ลูกชายของเพื่อนตัวเองเท่าไหร่หรอก ถ้าไม่ติดว่าพ่อมันเป็นเพื่อนกับเขาน่ะนะ เขาคงได้เพ่นกระบานอีกคนไปนานแล้ว

ไม่เคยคิดจะอยากยกลูกให้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

ก็เห็นว่าเพื่อนมันรักและเอ็นดูลูกของเขาขนาดนี้ ถึงขนาดมาขอหมั้นอย่างจริงจังตั้งแต่เด็กๆ ความจริงเขาเองปฏิเสธไปหลายรอบแล้วเพราะไม่อยากผูกมัดลูกชายไว้กับใคร แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยอมลงทุนขนาดนี้ เขาเลยยอมให้หมั้นๆไปก่อน

คนเป็นพ่อถ้าลูกแต่งเข้าบ้านคนอื่นไปเขาก็เป็นห่วงว่าพ่อแม่ของอีกฝ่ายจะรักลูกได้เท่าเขากับภรรยาหรือเปล่า แต่บังเอิญว่าเอ็ดเวิร์ตกับดอรีนนั้นรักลูกของเขามากๆ

ยกเว้นก็แต่มาร์คต้วนลูกชายของเอ็ดเวิร์ตที่มันโครตบัดซบ

เขาไม่น่าตอบตกลงไปเลยเพราะเจ้าตัวชอบทำให้ลูกของเขาเสียใจตลอด พอคนเป็นพ่ออย่างเขาจะขอถอนหมั้นให้ลูกเพราะทนไม่ไหว ฝ่ายนั้นก็ปฏิเสธกลับมาแล้วขอโทษเขากับภรรยายกใหญ่ บอกว่าจะพูดให้ลูกชายของตัวเองปรับปรุงตัวให้ได้

แต่สุดท้ายแล้วอีกฝ่ายก็ไม่เคยที่จะปรับปรุงตัว

มันน่าโมโหไม่น้อยเลยว่าไหม...

 

“ อ่า เอางั้นก็ได้ค่ะ ” คุณหญิงของบ้านมองหน้าของลูกก่อนจะพูดต่อ “ งั้นเดี๋ยวเราไปดูคอนโดใกล้ๆมหาลัยของลูกดีมั้ย พรุ่งนี้เลยดีมั้ยคะ ”

“ เย้ หม่าม๊าใจดีที่สุดเลยครับ แบมรักป๊ากับหม่าม๊าจังเลย ” ผมยิ้มหน้าบานก่อนจะต้องเอามือลูบจมูกเล็กๆของตัวเองเพราะป๊าเอานิ้วมาคีบเล่น

“ ไม่ต้องมาทำเป็นอ้อนเลยเจ้าลูกหมู ไปอยู่คนเดียวแล้วต้องกลับมาหาที่บ้านบ่อยๆด้วยล่ะ เข้าใจที่ป๊าพูดไหม ”

“ เข้าใจค้าบ ~

 




****************

     14/11/61

    เดี๋ยวไรท์มาทอล์คด้วยตอนอัพนะคะ แฮร่

     15/11/61

         ฮือออออ แด่โมเม้นวันนี้ค่าาาา พี่มาร์คลงสตอรี่แล้วแท็กน้องแบมมม กรี้ดดดดด จับหน่อยจะล้มมมม คู่ชิปเราจะฝันเป็นจริงแล้ว T T

     03/12/61

         ขอโทษที่มาช้า ความจริงว่าจะลงตอนใกล้ปีใหม่เป็นยาวๆหลายพาท แต่ก็สำนึกผิดที่ต้องให้รอนานง่าา มาลงดีกว่า นิดนึงก็ยังดีเนาะ

     04/12/16

     อัพๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.035K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

977 ความคิดเห็น

  1. #834 Baby-G (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 13:16
    แหนะะะ มาทำรอยให้น้องทำไม ไม่ให้ทำ! เดะตีปากแตกเลยนิ หวงน้องแบม
    #834
    0
  2. #789 oohsebam12 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 07:39
    อุ่ยยยย..สะใจ
    #789
    0
  3. #707 KanandKanandKan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 12:16
    อยากให้แบมลองมีแฟนดู55555มาร์คจะเปนยังงัย
    #707
    0
  4. #691 dada0627 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 10:28
    ทีงี้หล่ะไม่ยอมถอนหมั้น ชิ!!
    #691
    0
  5. #678 Spices_smile (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 22:15
    โอกาสนี้ก็ให้เเบมเเบมมีคนใหม่ไปเลย เเซ่บดีล
    #678
    0
  6. #630 My love markbam (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 00:43
    น้องจะออกมาสู่โลกกว้าง อิอิ
    #630
    0
  7. #534 พยอซัล. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 15:58
    พี่มาร์ค น้องเปลี่ยนไปแล้ว ที่เหลือใช้หัวใจตัวเองเถอะนะ
    #534
    0
  8. #490 LuhanBen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 21:50
    เป็นห่วงเรื่องพ่อแม่บ้านอื่น แต่ไม่ห่วงเรื่องคู่ชีวิตลูกจะแย่แค่ไหนหรอ? ถามจริงงงงงง สุดยอดมาก5555 ละความรักของมาร์คแม่งโคตรไร้ค่าเลยจ้า คนที่ต้องได้รับความช่วยเหลือที่สุดคือแบม ทุกคนควรดึงน้องขึ้นมาจากคนแย่ๆอ่ะ แต่ตอนนี้เหมือนแบมโดนมองข้ามมากๆ มาร์คนางโดนบังคับ แต่แบมขาดพ่อแม่ที่จะช่วยดึงสติลูก แย่อ่ะ
    #490
    0
  9. #464 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 11:28

    อีกฝ่ายเหมือนพอหมดห่วงรักห่วงหา

    ก็เติบโตอย่างดี

    อีกฝ่ายดูเหมือนกำลังทำอะไร

    ไม่น่าไว้ใจเลย

    #464
    0
  10. #389 Kibibiza (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 06:57
    ยูคของเราหายไปเลยอ่า
    #389
    0
  11. #353 ppploycb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 23:54
    อู้ววหู้ยยย เดี๋ยวนี้พัฒนา น้องไม่ไปหา แต่แอบมามองน้องเอง ทีนี้จะได้เข้าใจความรู้สึกน้องบ้าง
    #353
    0
  12. #322 Irean18 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 22:51
    รอติดตามเสมอค่ะ^^
    #322
    0
  13. #321 เก๋เก๋ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 22:44

    อยากให้แบบน้องแบมมีผู้ชายดีๆมาจีบเยอะแยะมากมายจนอีพี่มาร์คมันอยู่ไม่ติดตามมาคอยหึงคอยหวงเหมือนเมื่อก่อนตอนที่น้องเป็น แต่น้องก็ไม่สนใจอีพี่มาร์ค อีพี่มันจะได้เจ็บบ้างและเป็นหนักกว่าน้องอีก ฮึสมน้ำหน้า

    #321
    0
  14. #318 bbboobb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 21:26
    รอต่อนะคะ
    #318
    0
  15. #301 KunpimookTuan9397 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 16:06
    อิพี่มาร์คจะตามไปอยู่คอนโดด้วยไหม โดนจับกินแน่เลยไปอยู่คนเดียว อิอิ
    #301
    0
  16. #294 leekan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 13:30

    ไรท์คะ มาต่อเร็วๆนะ สนุกมากกกค่ะ
    #294
    0
  17. #293 bam--- (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 12:52
    รอค่าา
    #293
    0
  18. #292 janejizz_mb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 12:18
    ไรท์เขียนดีมากๆเลยอ่ะ นี่เราไปอยู่ไหนมาาา เพิ่งมาเจอเรื่องนี้เนี่ย
    #292
    0
  19. #291 Natchanan Patcha (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 11:14
    ไม่ชอบเขาก็ปล่อยเขาไปสิ รอค่ะไรท์
    #291
    0
  20. #290 _pitti06 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 09:48
    ได้แต่ มาแอบดูเค้าาา
    #290
    0
  21. #289 toto (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 08:05

    พี่เค้าให้ึึนตามน้องเลยอะ หวงจริงจัง

    #289
    0
  22. #288 มิรา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 07:58

    ชอบที่แบมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

    #288
    0
  23. #287 BloodA93 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 06:56
    เชอะพี่มาร์ค
    #287
    0
  24. #286 56096315 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 06:31

    รอน้าาสู้ๆคะ
    #286
    0
  25. #285 แบมแบมอ่ะของเรา (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 02:39

    สู้ๆนะคะะะ
    #285
    0