Don't need [MarkBam]

ตอนที่ 3 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,999
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 878 ครั้ง
    9 มี.ค. 62



             ไม่มา...

              ทำไมเด็กนั่นถึงยังไม่มา

           “ แปลกวะ ทำไมน้องแบมถึงไม่มา ” เจบีพูดขึ้นทำลายความเงียบ ที่จริงเขาเองก็กลัวมาร์คจะรอเก้อด้วยสิ

           แต่ไม่อยากพูดไง เดี๋ยวมันทุ่มโต๊ะกันพอดี

           “ กูจะกลับ ” ร่างสูงยันตัวลุกขึ้นจากโซฟาอย่างหงุดหงิด หนึ่งชั่วโมงผ่านไป แต่กลับไม่มีวี่แววของใครอีกคนสักที

           หึ

           ไม่มาก็ไม่มาสิ เขาไม่ได้จะรอ

           “ อ่าวมาร์ค เห้ย เดี๋ยวดิ ” 

           เสียงแจ็คสันเรียกเพื่อนของตัวเองที่ทำท่าจะเดินออกไปจริงๆ แต่แล้วก็ต้องเงียบเสียงลงเมื่อบัตรสีดำถูกโยนให้แบบส่งๆ

           “ เออ มึงกลับเลยก็ได้ ” 

           หลังจากนั้นเสียงของแจ็คสันก็เปลี่ยนไปทันที

             เจบีมองเพื่อนตัวเองก่อนจะส่ายหน้าอย่างเอือมๆ อีกคนก็เห็นแก่กิน ส่วนอีกคน...ก็ใช้แต่เงิน

          ประสาทจริงๆ

          “ ใช้ได้แค่คืนนี้ พรุ่งนี้กูจะอายัดบัตร ” พูดจบเจ้าตัวก็เดินออกไป

          “ กูจะรูดให้แม่งบัตรไหม้ไปเลย หมั่นไส้มันวะเจบี “ แจ็คสันหันมาฟ้อง คนอะไรวะ หล่อนักนะ แถมยังรวยอีกต่างหาก แต่เรื่องนิสัยหรอ อย่าให้เขาพูดเลย เพราะเขาดีกว่ามันเยอะ

          “ กูว่ากูก็จะกลับแล้ว ” เจบีพูดขึ้นบ้าง เพราะป่านนี้จินยองแฟนของเขาคงเป็นห่วงแย่

          “ ทิ้งกูหมดเลยพวกมึงอะ ! “ แจ็คสันโวยวาย

          “ เดี๋ยวเนียร์งอนกู มึงจะกลับหรือยัง จะได้กลับพร้อมกันเลย ”

          “ กูยังใช้บัตรไอ้มาร์คไม่คุ้มเลยนะเจบี ”

          “ งั้นมึงก็อยู่คนเดียวไปแล้วกัน ไม่คุ้มอะไรวะ มึงไม่ได้จ่ายซักบาทแจ็คสัน ” เจบีว่าขำๆ เขาเองก็คบกับพวกมันมานาน แจ็คสันมันก็เป็นคนแบบนี้แหละ มันไม่กินเยอะหรอก

         แค่แกล้งๆให้ไอ้มาร์คมันหัวร้อนเล่น ซึ่งก็ไม่เคยได้ผลหรอก เพราะขนหน้าแข่งมันไม่เคยร่วงเลยสักเส้นเดียว

         “ จิ้ ! กลับก็ได้วะ ป้ะๆ ไปคิดเงิน ก่อนกลับแวะร้านสะดวกซื้อให้ด้วย กูจะเอาบัตรไอ้มาร์คไปรูดเล่นให้ยับ ”

           “ ตามมา ” 



  



            ร่างบางของนักศึกษาคณะวิศวะกำลังเดินเข้ามาตามฟุตบาทข้างทางในมหาลัย แบมแบมกำลังจะไปเรียนคาบบ่ายในไม่กี่นาทีข้างหน้า


             ซ่า ~

           “ เห้ย เล่นอะไรเนี่ย ” ผมโวยวายเพราะจู่ๆ ก็ถูกน้ำจากที่ไหนไม่รู้สาดเข้าที่ตัว ก่อนจะหันไปมองต้นตอของน้ำก็พบกับกลุ่มผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง ผมว่าจะไม่เอาเรื่องแล้วถ้าพวกเธอทำหน้ารู้สึกผิดสักนิดน่ะ 

          แต่ไม่เลย..

          แถมตอนนี้ยังทำหน้าระรื่น !

          “ คุณเป็นอะไรมากรึเปล่าครับ ถึงได้มาสาดน้ำใส่คนอื่นแบบนี้ ” ผมพยายามใจเย็นควบคุมอารมณ์ แล้วก็พอจะเดาได้ว่าพวกนี้ก็คงจะเป็นผู้หญิงของพี่มาร์คอีกตามเคยนั่นแหละ 

          ผู้หญิงของพี่มาร์คอีกแล้ว…

          “ อุ้ย ขอโทษนะคะน้องแบม พอดีพี่คิดว่าต้นไม้อะคะ ” ผู้หญิงผมยาวประบ่าที่เป็นคนสาดน้ำใส่ผมพูดขึ้น ก่อนจะทำหน้าตาใสซื่อที่ดูก็รู้ว่าโครตโกหก แถมเพื่อนๆของเธอยังหัวเราะออกมาอีก

            เหอะ

            ต้นไม้ที่หน้าสิ แม่ง !

            ต้นไม่อะไรใส่ชุดนักศึกษาแบบนี้วะ !!

          “ ก็เห็นๆอยู่ว่าเป็นผมอะ พี่ยังกล้าใช้มุขโง่ๆ แบบนี้อีกหรอครับ ” ผมฉะออกไปอย่างหัวเสีย

           และแน่นอนว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธ

           โกรธก็โกรธดิ ผมก็โกรธเหมือนกัน

          “ เอ๊ะ ก็เพื่อนพี่บอกแล้วไงคะว่ามองไม่เห็น ทำไม มีปัญหาหรอคะน้องแบม “ ผู้หญิงผมสั้นเพื่อนของเธอพูดตะคอกเสียงดัง

           

           รู้เลยนะว่า..

           ว่าที่บ้านคงสอนได้แค่นี้แน่ๆ 

            ผมมองพวกเธออย่างโมโห เพราะตัวเองต้องขึ้นเรียน แต่ดูจากสภาพแล้วมันน่าฆ่าคนพวกนี้ให้ตายนัก จนแล้วจนรอดสายตาของผมก็เหลือบไปเห็นก๊อกน้ำที่มีสายยางต่ออยู่ .. หึ นึกอะไรขึ้นมาได้แล้ว

             อยากเล่นน้ำหรอ

             เอาสิ

             เดี๋ยวจัดให้

             ผมตัดสินใจเดินตรงไปที่ก๊อกน้ำก่อนจะหมุนเปิดมันออก ดึงสายยางมาไล่ฉีดใส่พวกผู้หญิงที่ยืนทำหน้างงๆ 

               เพราะถ้าผมเปียก คนพวกนี้ก็ต้องเปียกมากกว่า


             “ กรี้ดดดดดดดด ~ ”

             “ แก กะ แก กล้าฉีดน้ำใส่พวกชั้นหรอแบมแบม ”

             “ ผมกล้านะ กล้าเหมือนที่พี่กล้าสาดน้ำใส่ผมไง ”

             “ แก ! ”

             “ อะไรครับ ถ้าไม่อยากเปียกทีหลังก็อย่ามาสาดน้ำใส่คนอื่นมั่วๆสิ .. เนี่ย ผมก็ไม่เห็นพวกพี่นะ ผมก็คิดว่าพวกพี่เป็นต้นไม้ ” ผมย้อนก่อนจะกระตุกยิ้มออกมา

             อยากให้ผมเป็นต้นไม้ผมก็จะเป็นให้ .. แต่ผมก็จะลากพวกเขามาเป็นด้วยกัน


             “ ฝากไว้ก่อนเถอะ มาร์คไม่มีทางรักเด็กอย่างแกหรอก เพราะมาร์คเค้ารักชั้น ! ” พอพูดจบเธอกับกลุ่มเพื่อนก็รีบหนีไปทั้งที่สภาพเปียกจนแทบดูไม่ได้


              สมน้ำหน้า... แต่งหน้ามาดีก็พังหมดอะผมมั่นใจ


            “ อ๋อหรอออออ ผมว่าพี่น่าจะลำบากนะครับ เพราะต้องแย่งกับผู้หญิงอีกเป็นร้อยเลย ” ผมตะโกนตามหลังพวกเธอไป ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างสะใจที่ได้เอาคืน วันนี้ผมไม่ขึ้นแล้ว เปียกขนาดนี้ไม่มีอารมณ์เรียนหรอก



           “ นายทำอะไร “

             ผมกำลังจะเก็บสายยางไว้ที่เดิมแต่ก็โดนใครบางคนเรียกไว้ก่อน ทำให้ผมต้องหันไปมอง

            

             อ่า… ตัวต้นเหตุเลยนี่

           “ ผมรดน้ำต้นไม้ครับ “ ผมตอบไปแบบไม่รู้ไม่ชี้ ก่อนจะวางสายยางไว้ที่เดิม แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ หรือพี่เขาจะเห็นเหตุการณ์เมื่อกี้ ?

           แต่ใครสน...

           “ อย่ามาเฉไฉ ฉันเห็นอยู่ว่านายฉีดน้ำใส่เยริม “ มาร์คพูด 

           เขาเดินมาทางนี้พอดีทันที่จะเห็นว่าเด็กนี่กำลังใช้สายยางไล่ฉีดเธอกับเพื่อนๆ

          “ หึ นายก็ยังคงเป็นคนเดิมสินะ ที่ชอบรังแกคนอื่น “

            รังแก?

            สามต่อหนึ่งน่ะหรอ

           ให้ตายสิ หาความยุติธรรมจากคนอย่างพี่มาร์คไม่ได้หรอก แล้วแบบนี้จะฝากฝังชีวิตด้วยได้ยังไง

          “ ผมเปล่านะ พี่มาร์คก็… “ ผมกระตุกยิ้ม มองพี่เขาก่อนจะทำหน้ากวนประสาทใส่ “ ก็ผมมองไม่เห็นเธอนี่ครับ แล้วอีกอย่าง ถึงผมจะเห็นจริงๆ แต่พวกพี่เขาก็สาดน้ำใส่ผมก่อน “ พูดจบผมเลยเดินออกมาเพราะขี้เกียจคุยด้วยแล้ว แต่กลับโดนคว้าแขนเอาไว้อย่างงงๆ ผมเลยค่อยๆแกะมือพี่เขาออก ไม่อยากสะบัดออกเพราะยังไงผมก็เป็นรุ่นน้อง

           

         สิ่งที่มาร์คได้ยินทำให้เขากลับมามองร่างกายของอีกฝ่ายดีๆ แล้วก็พบว่ามันเปียกจริงๆอย่างที่เจ้าตัวพูดออกมา

          ก็จริงอยู่ แต่เด็กนี่ก็ไม่ควรเอาคืนแบบนี้

          

         “ แล้วนายก็เลยเอาคืนโดยการฉีดน้ำกลับนะหรอ “ มาร์คพูดเสียงแข็ง


           ผมจิ๊ปากเบาๆอย่างขัดใจ พี่มาร์คทำตัวเหมือนพระเอกละครในทีวีหลังข่าวจบเลยอะ 

         บ้อบอ

         “ จะให้บอกแบบนั้นมันก็ใช่อะครับ ผมไม่เถียงด้วย ก็แล้วทำไมผมต้องโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวหละ สิทธิมนุษย์อะครับ จะหญิงหรือชายก็เท่าเทียมกันทั้งนั้นแหละ พวกเธอไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับผม เพราะถ้าพวกเธอทำได้ ผมก็ทำได้ “ พูดจบผมก็เลยสะบัดแขนที่ถูกจับกุมอยู่แล้วเดินออกมา ปล่อยให้อีกคนยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นโดยที่ผมไม่หันกลับไปมอง


          ที่จริงก็ว่าจะไม่หันแล้ว

           แต่ผมมีความในใจ หันไปบอกหน่อยก็ได้ ..

          “ ผมเบื่อกับ.. อ้ะ ! “

          “ ขอโทษครับ คุณเป็นอะไรหรือเปล่า “

           ร่างบางที่เดินไม่ทันระวังชนเข้ากับร่างสูงของใครคนหนึ่งที่กำลังเดินมาพอดี แต่โชคดีที่แบมแบมไม่ได้ล้มเพราะแขนของบางคนที่ประคองเอวของเจ้าตัวไว้อยู่


            ทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของมาร์ค เจ้าตัวยืนกำหมัดแน่น ภาพตรงหน้าทำให้จู่ๆ ก็รู้สึกไม่ชอบขึ้นมา 


          “ มะ ไม่เป็นไรครับ ผมต้องเป็นฝ่ายขอโทษมากกว่าที่เดินไม่ดู “ แบมแบมรีบดันตัวออกมาก่อนจะก้มหัวขอโทษอีกฝ่ายที่ตัวเองเดินชน

          “ ขอโทษนะครับ “

          “ ไม่เป็นไรครับ ผม คิม ยูคยอม อยู่แพทย์ปีหนึ่ง “ เจ้าของร่างสูงแนะนำตัวอย่างเป็นมิตร เขาส่งยิ้มบางๆมาให้ผมซึ่งมันน่าประทับใจมาก ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนเดินชนเขาแท้ๆ

          “ ผมแบมแบมครับ อยู่วิศวะปีหนึ่ง “ ผมยิ้มให้กับเขา เป็นการสานสัมพันธ์ุเพราะก็อยากมีเพื่อนต่างคณะอยู่พอดีเลย

          “ งั้นเราก็เป็นเพื่อ… “

          “ กลับ “ 

          จู่ๆบางคนที่ผมยืนหันหลังให้ก็เดินเข้ามา พี่เขาคว้าแขนของผมไว้แล้วดึงให้ขยับออกห่างจากยูคยอม ไกลออกไปเรื่อยๆ

            ผมได้แต่ทำอะไรไม่ถูก

          “ เห้ย ดะ เดี๋ยวสิ พี่จะพาผมไปไหน “ ในที่สุดผมก็ตัดโวยวายออกมาเสียงดัง ก็กำลังจะได้เป็นเพื่อนกับว่าที่หมอแล้วแท้ๆ !

          “ ปล่อยผม “

          “ อยู่เฉยๆสิ ทำไม คู่หมั้นตัวเองจับนิดจับหน่อยจะตายหรือไง “ ร่างสูงพูดอย่างหงุดหงิด เหมือนอะไรบางอย่างกำลังทำให้ข้างในของเขาเดือดพล่าน 

          มาร์คไม่ชอบใจเลยสักนิด

          “ ก็พี่จับแขนผมแรงอะ ผมเจ็บ แล้วนั่น “ 

          ผมชี้มือไปที่ยูคยอมที่กำลังโบกมือลา 

          “ ผมยังไม่ได้คุยกับเขาเลยนะ “

          “ ช่างนายสิ มีสิทธิ์อะไรไปคุยกับผู้ชายคนอื่นทั้งๆที่คู่หมั้นของนายยืนอยู่ตรงหน้า “ มือหนาบีบแขนเล็กของคนอายุน้อยกว่าแน่น อีกฝ่ายทำหน้าเหยเก

          “ พี่ยังทำได้เลย .. “ ผมพูดขึ้นบ้าง

          อดโมโหไม่ได้ที่พี่มาร์คทำตัวแบบนี้ ผมจะคุยกับใครมันก็เรื่องของผม อย่ามายุ่งถ้าเราไม่ได้รู้สึกอะไรต่อกัน 

          “ พี่อะ มีเป็นร้อยผมยังไม่ว่าเลย “ 

 

          และคำพูดของผมก็ทำให้คนตัวสูงเงียบไป

         

           “…..”

            ผมควรขอโทษพี่เขามั้ย..ที่พูดจี้ใจดำ

            เหอะ !


            มาร์คไม่พูดอะไรออกมาอีก เขายอมรับว่าเขาไม่มีอะไรจะเถียงเพราะที่อีกคนพูดมาส่วนหนึ่งมันก็เป็นเรื่องจริง 

           เขาพาเจ้าตัวเดินมาที่รถ ก่อนจับให้เข้าไปนั่งข้างในแล้วตัวเองก็เดินไปนั่งฝั่งคนขับ

            เด็กนี่ไม่มีสิทธิ์มองคนอื่นนอกจากเขา

          “ จะ จะพาผมไปไหน “

          “ สภาพแบบนี้ฉันรู้ว่านายไม่เรียนหรอก ฉันจะพานายกลับบ้าน “ มาร์คพูดก่อนจะชายตามอง เสื้อเปียกขนาดนี้ได้ปอดบวมกันพอดี 

          “ พี่…”

          “ อะไรอีก “

          “ ขับรถแบบนี้จะรีบไปตายหรอครับ ! ผมยังอยากมีชีวิตอยู่นะเว้ย ขับเบาๆหน่อยก็ได้ “ 

          ผมร้องออกมา ยังคาดเบลไม่เสร็จดีเลยด้วยซ้ำอีกคนก็ขับออกจากมหาลัยอย่างกับรถแข่ง แล้ววันนี้ผมก็สงสัยมากด้วย ว่าพี่เขาเป็นอะไร ไม่ชอบผมนี่แล้วจะมายุ่งกับผมทำไม

          “ เงียบหน่า ฉันไม่พานายไปตายหรอก “

          “ แต่ผมก็เกือบตายเพราะขับรถแบบนี้เนี่ยแหละ “


          กึก..

          พอผมพูดแบบนี้ออกไปแล้วดูเหมือนพี่เขาจะหยุดคิดอะไรบางอย่าง สักพักก็รู้สึกได้ว่ารถยนตร์กำลังแล่นช้าลง ผมถอนหายใจออก ขอบคุณพระเจ้าที่อย่างน้อยก็ช่วยให้พี่เขาคิดได้ว่าถนนไม่ได้สร้างให้รถพี่มาร์คมาวิ่งแค่คันเดียว


          ไม่มีการพูดคุยอะไรเกิดมาขึ้นอีกจนถึงบ้านของผม ผมขอบคุณพี่เขาก่อนจะเดินลงจากรถด้วยสภาพเสื้อที่ยังชื้นอยู่ พี่เขาไม่มอง ไม่รับไหว้ผมด้วยซ้ำแถมยังขับรถเร็วออกจากบ้านผมไปอีก 

          คิดว่าที่นี่เป็นสนามแข่งรถหรือไง

          เดี๋ยวถ้ารั้วบ้านผมพังจะฟ้องร้องให้ล้มละลายเลยคอยดู

        

          Yongjae is calling... 


          แย่แล้ว..

          ช่างเถอะเรื่องของพี่มาร์คไปก่อน เพราะเรื่องนั้นมันเรื่องเล็กน้อย

          ตอนนี้ผมลืมบอกยองแจ .. จะโดนบ่นจนหูชาไหม

            ผมตัดสินใจกดรับ

         ( แบม อยู่ไหน นี่เลทมาครึ่งชั่วโมงแล้วนะ ) น้ำเสียงเป็นห่วงปนขี้บ่นออกมาจากปลายสายทันทีที่รับโทรศัพท์ 

         ผมว่าแล้ว ยองแจขี้เป็นห่วงจะตาย

         “ เอ่อ เรามีปัญหานิดหน่อยน่ะ วันนี้ไม่ได้ขึ้นเรียนหรอก “ แต่ผมก็บอกความจริงออกไป

         ( มีปัญหา ? ใครทำอะไรแบม )

        “ เดิมๆ แต่เราเคลียร์แล้ว ตอนนี้อยู่บ้าน ไม่ต้องเป็นห่วงนะ “

          ( งั้นก็แล้วไป เราเรียนก่อนนะ เจอกันพรุ่งนี้นะแบม )

         คิดว่าจะบ่นหนักกว่านี้ซะอีก

         “ เจอกันพรุ่งนี้ “ แล้วผมก็ตัดสาย ที่จริงแล้วช่วงนี้ไม่ค่อยได้เจอจินยองเลย เพราะเราเรียนกันคนละคณะครับ จินยองเรียนอักษร ผมว่ามันเหมาะกับจินยองมากๆ เพราะเจ้าตัวชอบอ่านหนังสือ



     ...........................


ทำไมวันนี้หม่าม๊าถึงได้เข้าไปคุมงานในครัวเอง นี่คือสิ่งที่ผมสงสัย กลิ่นหอมน่าทานที่กระตุ้นต่อมความหิวทำให้ผมต้องเดินเข้าไปดู

“ หม่าม๊าทำอะไรเยอะแยะเลยครับ วันนี้มีแขกพิเศษหรอ ” ผมถามพร้อมกับเดินไปกอดจากด้านหลัง

“ ใช่แล้วลูก วันนี้คุณต้วนจะมาทานข้าวกับเรา ม๊าเลยต้องลงครัวเองซักหน่อย ” หม่าม๊าพูดพร้อมรอยยิ้มใจดี

พอได้ยินแบบนี้ผมเลยเข้าใจก่อนจะพยักหน้า ผมไม่ถามอะไรอีกก่อนจะเดินออกมาจากครัวไปยังห้องกระจกติดกับสวน 

พักนี้รู้สึกตัวเองร้อนๆหนาวเหมือนจะไม่สบายยังไงไม่รู้ แถมตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกง่วง ผมเลยตัดสินใจนอนลงที่เบาะโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ที่นี่ไม่ใช่ห้องรับแขก แต่เป็นส่วนที่ถูกต่อเติมออกจากตัวบ้านโดยรอบๆเป็นกระจกพร้อมผ้าม่าน ด้านนอกเป็นต้นไม้ใหญ่และสวนดอกไม้ซึ่งมันผมชอบที่นี่มากๆ ผมนอนตะแคงกอดหมอนใบโตก่อนจะผล็อยหลับไป



บ้านต้วนที่ได้เลิกกลับจากอเมริกาหลังจากที่มาเยี่ยมว่าที่ลูกสะใภ้คนโปรดของตระกูลครั้งก่อนก็ปาเข้าไปเดือนกว่าแล้ว คุณชายและคุณหญิงต้วนมาถึงที่ไทยได้สองวันจึงตัดสินใจมาเยี่ยมคู่หมั้นลูกชายที่พึ่งออกมจากโรงพยาบาลอีกครั้งด้วยความคิดถึงและเป็นห่วง

“ หนูแบมไปไหนล่ะคะน้องกนก ” คุณหญิงต้วนเอ่ยถามหลังจากที่พึ่งมาถึงห้องนั่งเล่น  พร้อมกับลูกชายคนเดียวของเธอที่วันนี้ดูแปลกไป  

มาร์ค ต้วนไม่เคยอยากมาที่นี่ แต่วันนี้ลูกชายของเธอกลับไม่ปฏิเสธเหมือนทุกครั้ง เป็นเรื่องที่น่าแปลกแต่ก็น่ายินดี

“ คงจะอยู่แถวนี้แหละค่ะคุณพี่ เมื่อกี้น้องแบมพึ่งมาหาน้องแล้วเจ้าตัวดันเดินหายไปไหนส้ะนี่ “ คุณหญิงภูวกุลพูดขึ้นอย่างสงสัยแบบทีเล่นทีจริง พร้อมด้วยร้อยยิ้มที่มองเมื่อไหร่ก็ไม่มีเบื่อ รอยยิ้มสวย เหมือนกับลูกชายของเธอ

 

มาร์คนั่งฟังผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายคุยกันไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงาน เรื่องของเขา หรือแม้แต่เรื่องของเด็กคนนั้น แต่ส่วนมากก็จะเป็นเรื่องงาน ซึ่งสำหรับมาร์คที่เรียนบริหารมาโดยตรง แน่นอนอยู่แล้วว่ายังไงก็ต้องขึ้นรับตำแหน่งรองประธานหลังจากที่จบการศึกษาในปีนี้

มาร์คไม่ได้ฝืนที่จะเรียน อันที่จริงเขาเองออกจะชอบมันมากด้วยซ้ำ หลังๆมานี้ก็เข้าบริษัทบ่อยเป็นว่าเล่น ซึ่งบางครั้งเขาคิดว่าตัวเขาเองไปที่นั่นมากกว่าไปมหาลัยเสียอีก และป๊าเป็นคนพูดเองว่าเขามีพรสวรรค์ ป๊าไม่เคยห้ามเรื่องการเรียน ปล่อยให้เขาได้เป็นอิสระในสิ่งที่อยากจะเป็น แต่ก็ยกเว้นไว้เรื่องนึง...

“ มาร์คเบื่อหรือเปล่า ”

ในขณะที่เขากำลังคิดอะไรเพลินๆก็มีเสียงหนึ่งเรียกเขาไว้  คุณน้าหญิง

“ เบื่อหรือเปล่า ไปเดินเล่นได้นะลูก ” เธอพูดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มใจดี ที่บางทีร่างสูงยังรู้สึกผิดทุกครั้งที่ทำกับลูกชายของเธอแบบนั้น เธอไม่เคยโกรธเขาเลย

“ นั่นสิตามาร์ค ” เป็นป๊าของเขาพูดขึ้น

“ ไม่เบื่อครับ ” มาร์คตอบ “ แต่ไปเดินเล่นหน่อยก็ดีครับ ” ร่างสูงลุกขึ้นก่อนจะโค้งให้เล็กน้อย

“ ตามสบายจ่ะ ”

“ ครับ “

 

มาร์คพาตัวเองเดินออกมาจากตัวบ้าน นานมาแล้วที่ได้เดินสำรวจบ้านหลังนี้ เพราะเมื่อก่อนเขาเองก็เคยมาเล่นที่นี่ แต่หลังๆมา... เขาแค่มารับมาส่งเด็กนั่นแต่ไม่เคยเลยที่จะลงจากรถ 

เขาเดินมาเรื่อยๆก็พบว่าตรงนี้เป็นสวน สวนแบบที่ไม่ใช่สวนหย่อมไม้พุ่มเล็กๆแต่เป็นสวนจริงๆที่มีต้นไม้ใหญ่ขึ้นพอสมควร มีแปลงดอกไม้ที่ดูก็รู้ว่าคนที่บ้านลงมือปลูกเอง มีสระน้ำที่เป็นสระน้ำจริงๆขนาดเล็กพร้อมกับดอกบัวสีม่วงในสระ ซึ่งมันค่อนข้างที่จะแปลกตาของเขาต่างจากหน้าบ้านที่สวนหย่อมถูกจัดให้เป็นระเบียบ แต่แบบนี้มันก็ดูร่มรื่นมากกว่า เหมือนอยู่ในธรรมชาติจริงๆ

สองขายาวก้าวเข้ามาเรื่อยๆ บริเวณนี้คงจะเป็นหลังบ้านเพราะทุกอย่างดูส่วนตัว ก่อนสายจะเหลือบไปเห็นสิ่งที่คล้ายกับเรือนกระจกที่ยื่นออกมาจากตัวบ้าน ผ้าม่านสีขาวที่ถูกเปิดรับแสงทำให้เห็นแทบทุกส่วนที่อยู่ในนั้น ทั้งพรม เฟอร์นิเจอร์สองสามชิ้น ชั้นวางหนังสือที่ทำจากไม้ หรือแม้แต่กระทั่ง... คนที่กำลังนอนอยู่บนเบาะยกสูงสีเบสใกล้กับกระจก

จู่ๆก็มีบางอย่างดึงดูดทำให้มาร์คต้องเดินเข้าไปหาสิ่งที่คล้ายกับเรื่อนกระจกอย่างช่วยไม่ได้ อาจเป็นเพราะคนที่นอนอยู่ดูเหมือนกำลังเรืองแสง พอเดินเข้าไปใกล้จนหน้าแทบติดกระจกก็พบว่าคนที่เขาเห็นนั้นกำลังหลับสนิท ปากอิ่มสีแดงเผยอออกมากับผมหน้าม้าที่ไหลลงมาปรกใบหน้ารูปไข่เล็กน้อย จังหวะการหายใจขึ้นลงสม่ำเสมอไร้ความกังวลใดๆราวกับกำลังฝันดี สองแขนเรียวกอดหมอนใบโตที่ใช้หนุนในเวลาเดียวกันอย่างแปลกๆ 

แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเด็กนั่นทำเขาตาลายไปหมด ก่อนจะรู้สึกถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ผิดจังหวะไปเมื่อครู่  


ใส่เสื้อบางๆแล้วนอนตากแอร์แบบนั้นถ้าป่วยขึ้นมาจะทำยังไง

แล้วนี่ไม่รู้ด้วยหรอว่าเขากับครอบครัวจะมาทานข้าวที่นี่ถึงได้แอบมาหลับอยู่แบบนี้

มาร์คมองร่างขาวบางที่หลับอยู่อย่างไม่รู้ตัว  เขาไม่รู้ว่าตัวเองมองอีกคนนานขนาดไหนจนกระทั่ง ประตูไม้ด้านในถูกเปิดออกทำให้ร่างสูงต้องรีบหลบ เป็นคุณน้าหญิงที่เดินเข้ามา เขาคิดว่าน่าจะมาเพื่อปลุกแบมแบมให้ลุกไปทานข้าว เพราะดูจากนาฬิกาของเขาแล้ว ก็เย็นมากพอสมควร และเขาเองพึ่งจะรู้ตัว


ว่าเขาเผลอมองเด็กนั่นไปนานขนาดไหน





***************************************************************

20/10/61

อัพแล้วค่า

22/10/61

อะไรมาร์คมาแอบมงแอบมองอารายยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 878 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

977 ความคิดเห็น

  1. #855 Minlaneee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 23:02
    น่ารักค่ะ
    #855
    0
  2. #832 Baby-G (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 12:40
    ทีงี้ทำมาเปงเข้าหาน้องแบม ทีเมื่อก่อนไล่ตลอดดด
    #832
    0
  3. #786 oohsebam12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 07:20
    เชอะ!!

    ไม่ต้องมามอง ไม่ต้องมาเสียดาย เอานิ้วจิ้มตาแม่มเลย ฮึ่ย
    #786
    1
    • #786-1 Mark_Tuanfc(จากตอนที่ 3)
      15 มีนาคม 2562 / 02:02
      อ่านเม้นนี้แล้วลั่นเลยค่ะ น่ารักดี555
      #786-1
  4. #703 Wantava12 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 08:51
    ไรท์เเต่งได้น่ารักมากเลย อยากอ่านไปเรื่อยๆเลย สนุกมาก❤️
    #703
    0
  5. #689 dada0627 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 09:03
    หวงก้างสุด เคยไม่ดีกับน้องไว้แค่ไหนก็ขอให้เจ็บเท่านั้นเนอะ
    #689
    0
  6. #676 Spices_smile (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 22:00
    เหอะ ได้เวลาชดใช้กรรมเเล้วเเหละมาร์ค ต้วน
    #676
    0
  7. #628 My love markbam (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 00:06
    พอน้องไม่สนก็หงุดหงิด
    #628
    0
  8. #531 พยอซัล. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 15:30
    พี่มันก็ดูหึงน้องนะ แล้วทำไมอดีตถึงเป็นแบบนั้น
    #531
    0
  9. #489 LuhanBen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 21:39
    แม่แบมทำไมเอาคนแบบนี้เข้ามาในชีวิตลูกอ่ะ เลือกๆบ้างเหอะ ถ้าใส่ใจแบมจริงคงไม่มีวันให้มาร์เข้าใกล้แบมลงแน่ๆ ชั้นเป็นแม่แบมจะเอาน้ำร้อนสาดเข้าให้ถ้ามายุ่งกับแบม
    #489
    0
  10. #471 PiiProud (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 14:07
    ไม่ทันแล้วมั้ง
    #471
    0
  11. #462 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 11:07

    จริงๆพรี่เขาอาจจะไม่ได้เกลียดไรหรอก

    แต่เป็นปฏิกิริยาตอบสนองอัตโนมัติเวลาโดนบังคับ

    #462
    0
  12. #387 Kibibiza (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 06:37
    ทีมยูคแบมคร้าาาา
    #387
    0
  13. #384 Nok (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 00:00

    5555เป็นไงล่ะมาร์คโดนเอาบ้างสะใจจิงๆๆ

    #384
    0
  14. #372 Tatarxyx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 17:25
    กรรมตามสนองแล้วค่ะมารฺค เชอะะะะะะะะ
    #372
    0
  15. #351 ppploycb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 23:28
    ล่าสุดคือหึงน้องแล้ว
    #351
    0
  16. #319 เก๋เก๋ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 22:10

    สมน้ำหน้าที่ทำกับน้องดีนัก พอน้องไม่สนใจก็ทำเป็นหวุดหงิด เอาแบบให้พี่มาร์คมันรู้สึกตามหึงตามหวงตามน้องแจจนน้องรำคาญเหมือนที่เมื่อก่อนรำคาญน้อง เชอะเอาพี่มาร์หนักๆเลยแบม????????

    #319
    0
  17. #316 bbboobb (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 21:13
    สมน้ำหน้าจริงๆคุณพระเอก
    #316
    0
  18. #298 KunpimookTuan9397 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 15:37
    มารู้ใจตัวเองตอนที่น้องไม่สนใจแล้วเนี่ยนะ
    #298
    0
  19. #267 nampeungdtory (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 06:53
    ไม่เอามาร์ค มาอ่อนโยนตอนนี้ยังไม่ช่วยอะไรรรรร พูดเลยว่าสถานการณ์ตอนนี้กลับตาลปัตรไปหมดแล้วจ้า ใครวอแวใครไปคิดดูวววววว
    #267
    0
  20. #221 pcnmtcn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 11:32
    มาร์คไปไกลๆเลยห้ามแอบมองน้องด้วย!!!!!
    #221
    0
  21. #216 BAMBOO97 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2561 / 07:44
    หมันไส้ เห็นค่าตอนนี้ก็ผิดเวลาแล้ววว
    #216
    0
  22. #174 ayumikimlee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 20:48
    เห้อมม ลำไย
    #174
    0
  23. #124 JKhottest0115 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 21:02
    อ่านกี่รอบก็หมันไส้จริงๆ ทำเป็นหวง ถถถถ//ต่อไวๆน้าาาา
    #124
    0
  24. #123 yuyang15 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 19:55
    สนุกกกกก
    #123
    0
  25. #122 WomenOfMark (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 12:51
    แหน่ะ แหมมมมมมมมาร์คคคคคค
    #122
    0