Don't need [MarkBam]

ตอนที่ 1 : Chapter 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,955
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 671 ครั้ง
    8 มี.ค. 62



เอี้ยดด ~ โครม !!

             “  แบมแบม ! “      

เสียงยานพาหนะพุ่งชนเสาไฟเข้าอย่างจังเพราะถนนที่ค่อนข้างลื่นเนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยผู้คนที่อาศัยอยู่ระแวกนั้นต่างมามุงดูที่เกิดเหตุอย่างเห็นใจ รวมไปถึงบุคคลสำคัญที่มาที่นี่ภายในเวลาไม่ถึงสิบนาที

กว่าจะงัดร่างของผู้บาดเจ็บออกมาจากรถได้ผู้เป็นพ่อและแม่ก็หัวใจแทบสลาย คราบเลือดที่ติดตามเสื้อนักศึกษาสีขาวเปรอะไปทั่วเพราะบาดแผลที่ค่อนข้างมาก มันยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือเรื่องจริงไม่ผิดแต่อย่างใด

“  ฮึก คุณ คุณคะ ฮือ “

ใจเย็นๆนะคุณหญิง “ จักกฤษณ์กระชับอ้อมกอดของภรรยายามที่มองผู้ช่วยและแพทย์กำลังยกร่างของลูกชายตัวเองขึ้นรถพยาบาล ใจคนเป็นพ่อที่ไม่ว่าจะแข็งแกร่งมากแค่ไหน แต่ในเวลานี้มันไม่ต่างจากภรรยาที่อยู่ในอ้อมกอดเลยซักนิด

เพราะเขาก็กลัว…กลัวที่จะสูญเสียลูกชายของตัวเองไป

 

แกร็ก

คุณหมอคะ ! ลูกของดิฉันเป็นยังไงบ้าง “

อาการค่อนข้างน่าเป็นห่วงมากนะครับ เพราะสมองของคนไข้ได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักจากการถูกชน หมอขอให้ญาติคนไข้ทำใจไว้บ้างนะครับ “

ทำใจ...ทำไมล่ะคะ ทำไมคะคุณหมอ “

คุณหญิง… “

คือ...คนไข้อาจจะความจำเสื่อมน่ะครับ “

 

………..

 

ติ๊ก…ติ๊ก…ติ๊ก…

ผมตื่นขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมสีขาวขนาดกลางพร้อมกับกลิ่นยาที่ผมไม่เคยชอบคละคลุ้งอยู่เต็มไปหมด

โรงพยาบาล…

ไม่ต้องคิดให้เสียเวลา ผมจำได้ว่าผมขับรถฝ่าสายฝนที่ตกหนักเพื่อกลับบ้านแต่แล้วก็เสียหลัก ความรู้สึกสุดท้ายที่อยู่ในเสี้ยวสมองของผม คือความรู้สึกเสียใจกับอะไรบางอย่าง เสียใจในแบบที่ควบคุมตัวเองไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่เจ็บปวดที่สุด แต่ผมจำไม่ได้ว่ามันคืออะไร

น้องแบม “

หม่าม๊า… “

ฮึก น้องแบมของม๊า “

หม่าม๊าร้องไห้ทำไมครับ แบมไม่ได้เป็นอะไรแล้วซักหน่อย “ 

ผมพูดขึ้นขณะที่หม่าม้าของผมเดินเข้ามากอด ผมฟื้นขึ้นมาได้สองวันแล้ว จำได้ทุกอย่าง จำทุกคนได้ด้วย แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนจะลืมคือความรู้สึกปวดหน่วงในหัวใจที่ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ถึงแม้คุณหมอจะเคยบอกกับหม่าม๊าว่าผมอาจจะความจำเสื่อม ซึ่งคุณหมอเองก็ค่อนข้างที่จะแปลกใจที่ผมไม่เป็นแบบนั้น แต่เป็นแบบนี้มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ ทุกคนจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับการกระทำของผม ขอบคุณที่ผมยังมีชีวิตรอดกลับมา

ม๊ากลัวจะเสียน้องแบมไป “

หม่าม๊าไม่ต้องกลัวนะครับ แบมจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว แบมขอโทษ.. “ ผมพูดด้วยความรู้สึกผิดจริงๆ รู้สึกแย่ไปหมด ผมเป็นลูกที่แย่มากๆที่ทำให้หม่าม๊าต้องเสียน้ำตา

ไม่ต้องขอโทษแล้วลูก แค่หนูฟื้นขึ้นมาม๊าก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว “ หม่าม๊าพูดด้วยน้ำอบอุ่นที่ผมฟังแล้วน้ำตาไหลออกมาเสียดื้อๆ

แบมรักหม่าม๊านะครับ... “

ม๊าก็รักน้องแบมลูก “

 

บางที….ถ้าผมจำเรื่องราวเจ็บปวดพวกนั้นไม่ได้ก็ไม่เห็นจะเป็นไร

 ผมก็ควรจะลืม...เพื่อที่จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ แล้วทิ้งความรู้สึกแย่ๆทั้งหมดไว้ข้างหลังแทน

 

“ ป๊า ”

“ ว่าไงครับลูกชายป๊า ตื่นนานแล้วหรอหืม ” มือใหญ่ของผู้เป็นพ่อลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชายที่นั่งอยู่บนเตียง ความรู้สึกหลากหลายเวลาที่มองหน้าลูก ทั้งรัก ทั้งห่วง ทั้งเป็นกังวล กลัวว่าเจ้าตัวจะเป็นอะไรไป

“ ตื่นนานแล้วครับ หม่าม๊าร้องไห้อีกแล้ว ”

“ คุณหญิงนี่นา ขี้แยเป็นเด็กๆไปได้ ”

“ คุณชาย ชั้นเป็นห่วงลูกนี่คะ ” เธอตอบตามความจริง ก่อนจะใช้มือสวยเช็ดคราบน้ำตาที่ไหลออกมาเล็กน้อย

“ ลูกก็ไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องเป็นกังวลนะคุณหญิง เดี่ยวเจ้าแบมจะคิดมาก 

               “ ป๊าพูดถูกครับ ”

               ผมยิ้มกว้างให้กับหม่าม๊า สวมกอดท่านเอาไว้แล้วโยกไปมา หม่าม๊าชอบทำเป็นประจำเวลาที่ผมร้องไห้

               “ ม๊าไม่ร้องแล้วครับ ไม่ร้องแล้ว...”

“ อีกซักพักเดี๋ยวบ้านต้วนจะมาเยี่ยมเรานะลูก ”

 

ต้วน...

 

พอได้ยินคำนี้หัวใจของผมก็กระตุก ผมไม่เข้าใจหรอกว่าเป็นเพราอะไร แต่คำๆ นี้มันทำผมรู้สึกแปลกๆ

“ แล้วมาร์คจะมาด้วยไหมคะ ”

ผมฟังสิ่งที่ป๊ากับหม่าม๊าพูดถึงใครอีกคนด้วยความสับสน

               “ อ่า น่าจะมามั้งครับ ผมก็ไม่แน่ใจ ”

               “ ใครหรอ...”

              

แกร็ก

เสียงประตูเปิดออก

“ นั่นไง มาพอดีเลย ”

“ หนูแบมลูก เป็นยังไงบ้าง ” เป็นเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งที่ผมคุ้นเคย เธอเอ่ยถามในขณะที่เปิดประตูเข้ามาก่อนจะตรงมาหาผมพร้อมกับผู้ชายอีกสองคน

ผมจำได้แล้ว...คุณน้าดอรีนกับคุณลุงเอ็ดเวิร์ต เพื่อนของป๊ากับหม่าม๊า ทั้งสองคนดูเป็นห่วงเป็นใยผมมากจนผมซึ้งใจ ต่างจากบางคนที่กำลังยืนมองผมอยู่ตรงโซฟา โดยไม่มีท่าทีว่าจะเป็นห่วงผมเลยสักนิด

พี่มาร์ค...

ผมจำเขาได้

แต่ผมกลับจำเรื่องราวของผมกับเขาไม่ได้เลย ผมจำได้แค่ว่าผมกับเขาเราเป็นคู่หมั้นกัน จำไม่ได้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ จำไม่ได้แม้กระทั่งความสัมพันธ์มันดำเนินไปในทิศทางไหน

แต่มีอยู่หนึ่งสิ่งที่มันเด่นชัดอยู่ในความรู้สึกมาตลอดเวลา คือผมไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นกับอีกฝ่ายเลย

 

 

 

ผมคือมาร์ค ต้วน ลูกชายคนเดียวของตระกูลต้วนและเป็นคนเดียวที่ป๊ากับม๊าต้องการฝากฝังทุกๆอย่างให้ผมดูแล ผมคิดว่าตัวเองเป็นคนที่โชคร้ายจนน่าโมโห ถึงจะมีพร้อมทุกอย่างแต่ก็ไม่เคยได้รับอิสระเรื่องความรัก เพราะผมต้องติดแหง็กอยู่กับเด็กคนนี้ไง

รำคาญ...

คงบ่งบอกทุกอย่างได้เป็นอย่างดีว่าผมรู้สึกยังไง

เบื่อ

ไม่อย่างเห็นแม้แต่หน้าแต่ก็ต้องตามรับตามส่งเพราะว่าโดนบังคับ

อย่างเช่นตอนนี้ที่ผมไม่ได้อยากมาเยี่ยมเลยสักนิด แต่ป๊าก็เอาแต่โทษว่ามันเป็นความผิดของผม ที่ไม่ดูแล จนทำให้เด็กนี่ขับรถชน

หึ

เป็นความผิดของเขาที่ไหนกัน เด็กนี่เสนอตัวไปหาผมที่ผับ รู้ว่าตัวเองขับรถไม่แข็งแต่ก็ยังจะดื้อด้าน ทำใจไม่ได้ที่เห็นผมกำลังอยู่กับผู้หญิงคนอื่นแล้วเข้ามาโวยวายทวงสิทธ์ ทั้งที่เคยบอกไปแล้วว่าไม่ชอบ...ทำยังไงผมก็ไม่มีทางรัก

 

“ ขวัญเอ้ยขวัญมานะลูก ”

เสียงม๊าของผมพูดกับคนที่อยู่บนเตียงพร้อมกับกอดปลอบ เป็นภาพที่ผมไม่อยากจะมอง เพราะม๊าโอ๋เด็กนั่นจนเคยตัว

“ แบมไม่เป็นไรแล้วครับคุณน้า”

“....”

“ คุณน้า ?

 

เจ้าตัวเรียกม๊าของผมว่าคุณน้างั้นหรอ...

 

เป็นไปได้ยังไง

 

“ ทำไมเรียกม๊าว่าคุณน้าล่ะลูก ”

“ ครับ ?

“ เอ่อ... คืออย่างนี้นะคะคุณพี่ คุณหมอบอกว่าน้องแบมได้รับการกระทบกระเทือนอย่างหนักจนช่วงนี้อาจจะหลงลืมอะไรไปบ้างน่ะค่ะ อีกไม่นานก็คงจะหาย ”

 

ลืม ?

 

ไม่ได้หมายถึงความจำเสื่อมหรอกใช่ไหม เพราะถ้าหากเป็นอย่างนั้น ..

 

“ โธ่ หนูแบมของม๊า .. น้องกิ่งคะ แล้วแบบนี้น้องแบมจะจำกันได้หรือเปล่า ”

“ แบมจำได้ครับ จำได้ทุกคนเลย ”

เป็นเด็กนั่นที่ตอบกลับมา ทั้งที่ในใจยังแอบหวังอยู่ลึกๆว่าอีกคนจะความจำเสื่อจนจำกันไม่ได้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีทางเป็นแบบนั้น และแบมแบมก็ไม่มีทางเลิกตามเขาอยู่ดี

 

“ ป๊าเป็นห่วงเราแทบแย่เลยรู้ไหม พอรู้ข่าววันแรกก็ยังมาไม่ได้เพราะติดงานที่อเมริกา ถึงเพิ่งจะได้มาเอาป่านนี้ ไม่โกรธป๊านะลูก ”

“ ไม่เป็นไรครับ แบมเข้าใจ ”

 

 

“ ตามาร์ค ”

“...”

“ ยืนดูอยู่แบบนั้นเขาไม่ได้เรียกว่ามาเยี่ยมหรอกนะ ” น้ำเสียงดุๆของคุณน้าดอรีนพูดขึ้นขณะที่หันไปมองบางคนที่ยืนจ้องผมอยู่

อ่า  พี่เขาจ้องผมอยู่อย่างนั้นสิบนาทีได้แล้วมั้ง ไม่เมื่อยบ้างหรือไง

 

“ ไม่ได้อยากมาเยี่ยม ..”

 

ไม่ได้อยากมาเยี่ยมผม

แล้วมาทำไม ?

              

               “ ทำไมถึงพูดแบบนั้น ที่น้องเป็นแบบนี้ก็เพราะลูกนะมาร์ค ” แต่ดูเหมือนว่าคุณน้าจะโกรธจัด ซึ่งผมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้โกรธขนาดนั้น แล้วที่ผมขับรถชนเป็นเพราะพี่มาร์คหรอกหรอ ผมคิดแค้ว่าถนนมันลื่นเฉยๆ ซะอีก ผมไม่ยักจะจำได้เลย

               “ ไม่เป็นไรค่ะคุณพี่ ไม่เป็นไร ”

“ แต่ .. ”

“ ไม่เป็นไรจริงๆครับคุณม๊า อุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นหรอกครับ แล้วพี่มาร์คเองก็ไม่ได้ผิด เป็นแบมที่ขับรถไม่ระวังเอง ”

ผมรีบพูดห้ามอารมณ์คุกกรุ่นของคู่แม่ลูกที่ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แล้วผมก็ไม่อยากให้พี่มาร์คมองผมเป็นตัวปัญหา

 

“ หึ...ก็รู้ตัวดีหนิ ”

“ ตามาร์ค !!

“ พะ พอเถอะครับคุณม๊า แบมไม่เป็นไร ” ผมรีบพูดห้าม แล้วก็พูดออกไปตามความจริงว่าไม่เป็นไร เพราะผมรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่อะไรเลย

สุดท้ายแล้วทุกอย่าก็จบลงด้วยดี

คุณน้าดอรีนเลิกสนใจลูกของตัวเองที่เดินปึงปังออกไปจากห้อง หลังจากที่ผมพูดจบประโยค ผมไม่โกรธ เพราะมันเป็นสิทธิ์ของพี่เขาที่ถ้าไม่อยากมาเยี่ยม ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร

เราคุยกันในห้องพักของผมราวๆ ชั่วโมงกว่าป๊ากับม๊าของพี่มาร์คก็ขอตัวกลับก่อน ส่วนป๊าของผมก็ขอไปเคลียร์งานที่บริษัท เหลือก็แต่หม่าม๊าที่ยังอยู่เป็นเพื่อนผม ซึ่งผมก็พอใจที่สุดแล้วที่มันเป็นแบบนี้

 

: )

 

 

 

หลังจากที่ผมออกจากโรงพยาบาลมาเป็นเวลาเกือบสองอาทิตย์ ตอนนี้สิ่งที่ผมต้องทำก็คือ การไปเรียน

เริ่มขี้เกียจขึ้นมาหน่อยๆ แล้วล่ะช่วงนี้

ที่ผ่านมายองแจกับจินยองมาเยี่ยมผมบ่อยๆจนผมไม่เหงา คุณน้าดอรีนกับคุณน้าเอ็ดเวิร์ตก็มาเยี่ยมผมก่อนจะบินไปอเมริกา ส่วนพี่มาร์ค...รายนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะตั้งแต่ที่ออกจากโรงพยาบาลผมก็ไม่เคยเห็นหน้าพี่เขาอีกเลย

แต่แน่ล่ะ ผมไม่ได้สนใจอะไรมากมายอยู่แล้ว

แค่รู้สึกไม่ค่อยชอบนิสัยอีกฝ่ายเท่าไหร่

 

“ คุณหนูคะ อาหารเช้าพร้อมแล้วค่ะ ”

“ เดี๋ยวแบมลงไปนะครับ รอแป้บนึงนะ ”

เสียงเจื้อยแจ้วผิดวิสัยของคุณหนูของบ้านทำเอาเหล่าแม่บ้านพากันแปลกใจ เพราะปกติคุณหนูของพวกเธอไม่ได้ร่าเริงถึงขนาดนี้ ออกจะหยิ่งและไม่ค่อยสุงสิงกับใคร และยิ่งกับพวกเธอแล้ว ไม่มีทางที่คุณหนูจะร่าเริงแบบนี้ด้วยเด็ดขาด

“ แบมมาแล้วครับ แฮะๆ ขอโทษนะครับที่ช้า พอดีแบมหาป้ายไม่เจอ ”

คนตัวบางพูดขณะที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องอาหารด้วยใบหน้าที่เปื้อนรอยยิ้ม พร้อมกับป้ายชื่อคณะวิศวะที่ห้อยคล้องคอ

ใช่แล้ว แบมแบมอยู่วิศวะปีหนึ่ง

“ เอ่อ...คะ ค่ะ คุณหนูไม่ต้องรีบนะคะ  พี่นวลไม่ได้จะเร่ง ” และถึงแม้เธอจะตกใจกับท่าทางที่ดูแปลกไปของคุณหนู แต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเพราะรู้สึกเอ็นดู

เป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะเธอล่ะชอบคุณหนูในตอนนี้เสียจริงๆ

“ ไม่ๆ ครับ พี่นวลไม่ได้เร่งแบม แต่แบมรีบเองต่างหาก ” ผมรีบบอกออกไปเพราะดูเหมือนอีกฝ่ายจะเริ่มเกร็งๆ

“ โธ่ คุณหนูของนวล ”

“ พี่นวล มัวแต่ทำเสียปลื้มใจแบบนี้แล้วเมื่อไหร่แบมจะได้ทานข้าวเช้าล่ะครับ ” เพราะถ้าพี่นวลยังเป็นแบบนี้อยู่อีก มีหวังผมได้ไปเรียนสายจริงๆพอดี

“ อุ้ย ขอโทษค่ะคุณหนู เดี๋ยวพี่นวลจะไปยกมาให้เดี๋ยวนี้เลยค่ะ ” เธอพูดอย่างเขินๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว ที่ยังไม่ยอมยกออกมาตั้งแต่แรกเพราะกลัวว่าท่าตากแอร์นานๆ แล้วอาหารจะเย็นชืด

 

 

 

หลังจากที่ทานข้าวเช้าเสร็จผมเลยมายืนรอรถที่หน้าบ้าน พร้อมกับบอกให้คุณลุงสมชายที่เป็นคนขับรถให้ไปส่งผมที่มหาลัย แต่ที่แปลกคือผมกลับได้สีหน้าตกใจกลับมาแทน

แถมคุณลุงยังบอกอีกว่าผมจะมีคนมารับ

มีคนมารับ ?

แต่ผมจำไม่เห็นได้ว่าต้องมีคนอื่นมารับไปเรียนด้วย ผมเลยถามคุณลุงไปก็ได้คำตอบที่ทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว

พี่มาร์คมารับผม

เพิ่งจะรู้นะเนี่ยว่าผมต้องให้พี่เขามารับมาส่งทุกวัน แบบนี้ก็ลำบากพี่มาร์คแย่สิ ต่อไปนี้ผมขอไปเองดีกว่า เพราะบางทีผมมีเรียนเช้าส่วนพี่เขามีเรียนบ่าย เวลามันไม่ตรงกัน พี่มาร์คก็ต้องตื่นมาส่งผมอีก

“ ลุงสมชายครับ แบมว่าต่อไปนี้แบมจะไปเอง ”

“ คุณหนูว่าอะไรนะครับ ? ” คนที่กำลังใช้ไม้ปัดขนไก่ปัดฝุ่นตามตัวรถหันมามองอย่างไม่อยากเชื่อ

“ แบมบอกว่า ต่อไปนี้แบมจะไปเอง พี่มาร์คจะได้ไม่ลำบาก รบกวนลุงด้วยนะครับ ”

“ อะ โอ้ยไม่มีปัญหาเลยครับคุณหนู แต่คุณหนูคิดดีแล้วหรือครับที่จะไม่ให้คุณมาร์คไปส่ง  ”

“ อ่าว ทำไมมันถึงจะไม่ดีล่ะครับ ” ผมถามอย่างสงสัย

“ ก็...คุณหนูเป็นอ้อนขอคุณมาร์คเองว่าจะให้มารับทุกวัน ตอนนั้นคุณหญิงท่านบอกให้ผมไปส่งแทนแต่คุณหนูก็ไม่ยอม ”

“....”

นี่ผมเป็นขนาดนี้เลยหรอเนี่ย

แต่จำไม่ได้เลยแฮะ

“ แบมแน่ใจแล้วครับ อีกหน่อยถ้าแบมขับรถแข็งเมื่อไหร่แบมจะขับไปเรียนเอง ”

คนที่วันนี้จะได้รับหน้าที่เป็นสารถีขับรถมองคุณหนูของบ้านด้วยแววตาที่ปลื้มใจ รู้สึกว่าคุณหนูในตอนนี้เปลี่ยนไป แถมมันยังเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นด้วย

“ แล้ววันนี้คุณหนูจะรอคุณมาร์คไหมครับ ”

ผมฟังคำถามจากอีกฝ่าย ก่อนจะก้มลงมองหน้าปัดนาฬิกาข้อมือก็พบว่าตอนนี้สายแล้ว ถ้าจะรอให้อีกฝ่ายมารับมีหวังผมคงโดนตัดคะแนนแหงๆ

“ แบมว่าไม่ดีกว่า เราไปกันตอนนี้เลย ”

 

 

 

มาร์คหัวเสียอย่างหนักกับการที่มาที่บ้านของเด็กนั่นแล้วพบว่าอีกฝ่ายไม่อยู่ แถมพวกแม่บ้านยังบอกอีกว่าคุณหนูของพวกเธอออกไปเรียนแล้วอีกด้วย แบบนี้เขาจะตื่นเช้ามาเพื่ออะไร .. มันน่าหงุดหงิดน้อยซะที่ไหนกัน ที่ในแต่ละวันเขาต้องทนเห็นหน้าเด็กนั่นทั้งเช้าและเย็น ทนให้เกาะเกะซึ่งเขาโครตรำคาญ

รถสปอร์ตราคาหลายสิบล้านขับเข้ามาในชั้นคอนโดหรูใจกลางเมือง ก่อนจะค่อยๆชะลอจอดจนมันหยุดนิ่ง

ขายาวพาตัวเองก้าวเข้ามาภายในชั้นที่ตัวเองเป็นเจ้าของทั้งหมด ก่อนจะเปิดประตูเข้าไปเพื่อนอนต่อเพราะเมื่อคืนเพิ่งจะผ่านกิจกรรมที่แสนเร่าร้อนมาทั้งคืนกับผู้หญิงที่ชื่อมินอา ดาวคณะแพทย์ที่ภายนอกดูเรียบร้อยเหมือนกับคณะที่เจ้าตัวเรียนอยู่ แต่นั่นเป็นเพียงแค่เปลือก

เขาเลิกมองผู้หญิงที่เข้าหาเขาว่าเป็นคนใสซื่อไปนานแล้ว เพราะมันไม่จริงเลยสักคน

 

“ มาร์คคะ ”

“ ทำไมยังไม่กลับไปอีก ”

และตอนนี้มาร์คเองก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรที่เห็นเธอ เพราะคู่นอนที่ผ่านมาก็มักจะเป็นแบบนี้

“ มินอารู้สึกเหมือนไม่ค่อยสบายเลยค่ะ มินอาขอพักซักงีบได้มั้ยคะ ” เธอบอกแบบนั้นด้วยน้ำเสียงที่หวานหยดย้อย เพราะคิดว่าถ้าใครปล่อยผู้ชายคนนี้ไปคงจะโง่เต็มทน

ซึ่งมาร์คก็ไม่เคยเชื่อคำพูดของเธอ

แต่จะเล่นด้วยอีกหน่อยก็ได้

“ หรอ... แต่ฉันว่าเธอคงไม่ได้พักตามที่คิดไว้หรอก ” พูดกระซิบที่ข้างหูอย่างที่เจ้าหล่อนชอบใจ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเธอต้องการอะไร แต่เอาเถอะ เขาจะทำเป็นไม่รู้ก็แล้วกัน

“ ทำไมล่ะคะ.. อ้ะ ”

ร่างเพรียวระหงในชุดคลุมอาบน้ำตัวเดิมพูดยังไม่ทันจับก็ถูกช้อนตัวโดยคนเป็นเจ้าของห้อง

“ ทำให้ฉันพอใจสิ แล้วฉันจะปล่อยให้เธอพักเอง ”

“ อื้อ มะ มาร์ค “

แน่นอน เธอจะทำให้วันนี้ของมาร์คเป็นวันที่ลืมเธอไม่ลง

 

 

 

 

( มาร์ค อย่าลืมไปรับน้องนะลูก ) เสียงปลายสายบอกกับร่างสูงขณะที่มาร์คยังอยู่ในชุดคลุมหลังจากที่ไล่ให้ดาวคณะแพทย์กับไป ม๊าโทรมากำชับให้ไปรับเด็กคนนั้นแล้วเขาจะทำอะไรได้นอกจากทำตามเหมือนอย่างเคย

“ ครับ มาร์คกำลังจะไป ” เจ้าของโทรศัพท์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย แต่จะว่าไปวันนี้ก็มีเรื่องแปลกเกิดขึ้น เมื่อเช้านี้เด็กนั่นไปเรียนเองโดยที่ไม่รอให้เขามารับ ทั้งที่ปกติแล้วไม่มีทางยอมไปเองแน่ๆ

แต่ช่างเด็กนั่นสิ

ใครสนกัน ..

( แล้วอย่าลืมดูแลน้องดีๆด้วยล่ะ น้องเพิ่งออกจากโรงพยาบาล )

“ ทำไมม๊าถึงต้องบังคับมาร์คตลอด มาร์คไม่ได้อย่างทำ ”

คนที่แช่อยู่บนเตียงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ เขาพยายามบอกทุกคนแต่ก็ได้รับการเมินเฉยกลับมาเสมอ แล้วทำไมถึงอย่างให้เขาแต่งงานกับเด็กนั่นขนาดนั้น เขาไม่มีสิทธิ์เลือกเลยหรือไง

( เห้อ ตามาร์ค ม๊าไม่พูดด้วยแล้ว แค่นี้นะ )

ปลายสายถูกตัดลงพร้อมกับอารมณ์ที่เริ่มร้อนขึ้นมาหน่อยๆของร่างสูง

 

เขาหงุดหงิด

 

ดูแลหรอ .. หึ ให้เด็กนั่นตายยังง่ายซะกว่า

 

เพราะเขาเกลียด  

 

 

 

“ อุ้ย ดูซิใครเอ่ย...อ๋อ คู่หมั้นที่โดนพี่มาร์คเขี่ยทิ้งนี่เอง หึ ”

คำพูดแซะจากผู้หญิงที่นั่งด้านหลังของร่างบางด้วยน้ำเสียงเหยียดๆ

“ แบมแบม ชั้นว่านายน่ะ ไม่เห็นจะเหมาะกับพี่มาร์คเลยว่าไหม ”

“ หยุดปากดีเถอะไอรีน เป็นอะไรกับพี่มาร์คหรอ ถึงได้สะเออะมาว่าเพื่อของฉัน ”

               เป็นยองแจที่หัวร้อนแทนแล้วพูดขึ้น ยัยนี่คือผู้หญิงในสต๊อกของพี่มาร์ค คู่หมั้นของเพื่อนสนิทของเขาที่ชอบพูดจาเหมือนกับเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ

               เหอะ

               ก็แค่ผู้หญิงทางผ่าน ยองแจอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง

“ ไม่เป็นไรยองแจ เราไม่โกรธ ” ผมบอกออกไป เพราะไม่อยากมีเรื่องกับใคร ส่วนใครจะเขี่ยผมทิ้งแล้วยังไงล่ะ คำพูดพวกนี้ผมไม่เอาเก็บมาคิดให้รกสมองหรอก

“ แบม .. ไม่โกรธยัยนั่นหรอ ” ยองแจทำสีหน้างงๆ เพราะปกติถ้ามีใครมาคุยเรื่องพี่มาร์คต่อหน้ามีหรือเจ้าตัวจะใจเย็นแบบนี้ เพราะยัยพวกนั้นจะหน้าคว่ำตั้งแต่ประโยคแรกที่พูดออกมาเลย

“ คงจะสำเหนียกตัวเองได้แล้วล่ะมั้ง ว่าเค้าไม่สนใจน่ะ นี่.. แต่ก็ดีนะแบมแบม เพราะยังไงพี่มาร์คก็ไม่มีทางรักนายหรอก ”

“ ยัยไอรีน !!

“ พอเถอะยองแจ พอได้แล้ว ”

“ แบม แต่ว่ายัยนี่มัน..”

“ เราไม่สนหรอก ว่าไอรีนจะพูดยังไง ทำไมเราต้องแคร์คำพูดของคนอื่นด้วยล่ะยองแจ ”

“ แบม..”

ยองแจนิ่งค้างไปที่เห็นผมพูดแบบนี้

ทำไม ?

เมื่อก่อนผมมันเป็นยังไง

 

“ ส่วนเธอ ไอรีน ถ้าอยากได้พี่มาร์คขนาดนั้นเราก็จะยกให้ ถ้าเธอคิดว่าจะอ่อยสำเร็จแล้วพี่มาร์คไม่เห็นเธอเป็นแค่ของเล่นน่ะนะ ” ผมพูดออกไปตรงๆ ไม่ได้รู้สึกซีเรียสอะไร ไม่ได้ทุกข์ร้อนด้วย เพราะเรื่องที่ผมพูดมันจริงทั้งนั้น พี่มาร์คเจ้าชู้ใครๆก็ดูออก

 

ไอรีนที่นิ่งค้างไปเพราะรูปประโยคธรรมดาที่ใจความสำคัญของมันไม่ได้ธรรมดาตามไปด้วย เธอไม่คิดว่าแบมแบมจะกล้าตอบกลับเธอแบบหน้าตาเฉยแบบนี้ ไม่มีท่าทีหัวเสียเหมือนอย่างก่อน .. ริมฝีปากสวยพยายามก่อนด่าคำต่างๆมากมายไปเรื่อยเพราะอย่างให้คนที่ฟังได้รู้สึกเจ็บ

แต่ทำแบบนั้นก็ไม่ได้ทำให้คนฟังรู้สึกอะไรเพิ่มเติม

ผมไม่ได้รู้สึกอะไร

มุมปากอิ่มเชิดขึ้นน้อยๆ อยากจะบอกเหลือเกิน ผมนะไม่สนใจมันหรอก ถึงไอรีนจะด่าผมจนน้ำลายหมดปากผมก็ไม่รู้สึกเจ็บ เห็นอีกฝ่ายนั่งด่าเหมือนยัยบ้าอยู่คนเดียวก็รู้สึกตลกจนจะกลั้นขำไม่ไหวอยู่แล้ว

 

“ ทำไม .. แบมเปลี่ยนไปหรอ ”

คนที่ได้สติถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้างๆ งงมากๆว่าทำไมถึงได้เปลี่ยนไปขนาดนี้กัน

               “ เราเปลี่ยนไปหรอ .. ไม่รู้สิ ”

               “ แบม ”

               “ หือ ”

“ ขอหยาบคาย ”

“ ... ”

“ เชี่ย มึงเปลี่ยนไปจริงๆด้วยอะ ” ยองแจพูดออกมาเสียงดังจนผมต้องทำมือว่าห้าม

“ คงงั้น กูอาจจะเปลี่ยนไป ”

“ เห้ย พูดคำหยาบก็ด้วยหรอ ”

“ พูดไม่ได้หรอ เราเรียนวิศวะนะ พูดหยาบๆไม่เห็นแปลกตรงไหน ” ผมบอกยองแจ เผื่อว่ารุ่นพี่เลี้ยงสายแล้วพาไปร้านเหล้าผมจะได้พูดให้มันชินๆ

“ อ่านั่นสินเนาะ ”

ยองแจยิ้มออกมาบางๆ มองดูเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้ดูไม่ค่อยสนใจอะไรเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ดีแล้ว .. เพราะบางทีเขาก็หนักใจ เวลาที่เจ้าตัวไปมีเรื่องกับคนอื่น หมายถึงผู้หญิงของคู่หมั้นตัวเองน่ะ เขาก็เป็นห่วง ซึ่งต่อจากนี้มันคงจะไม่มีอีกแล้ว

ดีใจ ที่เพื่อนรู้สักทีว่าคู่หมั้นของตัวเองไม่เคยใยดีกับความรู้สึกของเจ้าตัวเลย

เขาน่ะ อยากจะเห็นแบมแบมยิ้มกว้างๆ ไม่ใช่รอยยิ้มหม่นๆเหมือนที่ผ่านมา

ซึ่งตอนนี้คงมีหวังแล้ว

 

; )





*************************


07/03/62


กรี้ดดด ตอนนี้เนื้อหาหายไปค่าาาา แม่ หายไปไหนนนนนน

กะคือไรท์จำไม่ได้แน้ววว ลืมแล้วว่าเป็นไงงเพราะไม่ได้เก็บไว้ในเวิร์ด T T

ขอเวลาจะหามาคืนนะคะ ฮือออออ ถ้าเนื้อเรื่องตอนนี้เปลี่ยนก็อย่าแปลกใจจ

ขอเวลากูคืนแปปนะคะ


08/03/62


กู้เนื้อหาคืนได้แล้วค่าาา เปิดให้อ่านแล้ว ขอบคุณที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ


: )

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 671 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

977 ความคิดเห็น

  1. #942 sophitkongkaew (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 21:38
    อย่าได้แคร์ค่ะลูกแบม
    #942
    0
  2. #860 thooppa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 18:14
    แม่ภูมิใจหนูมากแบมแบม
    #860
    0
  3. #830 Baby-G (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 มีนาคม 2562 / 12:11
    น้องเทมาร์คเลยลูก หาใหม่ค่ะสวยๆ
    #830
    0
  4. #797 drivechyns (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 17:08
    ดีใจที่ไม่เทนะคะㅠㅠ
    #797
    0
  5. #781 oohsebam12 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 06:07
    กลับมาอ่านใหม่ แต่ก็ฟินได้เหมือนเดิม เล่นให้หมอบเลยลูก น้องแบมของมี้ คิกคิก
    #781
    0
  6. #759 embrace (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:19
    เราจำได้นะอาจไม่ทั้งหมด5555
    #759
    0
  7. #757 embrace (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 12:17
    ไรท์แก้ไรบทนี้รึป่าว หรือเพราะทรศเรา ทำไมมันตัดไม่เต็มตอนน
    #757
    2
    • #757-1 mmarktuan1a(จากตอนที่ 1)
      7 มีนาคม 2562 / 12:26
      ไม่ได้แก้นะคะ แงงง เนื้อหาหายไปไหนนนนน T T
      #757-1
    • #757-2 mmarktuan1a(จากตอนที่ 1)
      7 มีนาคม 2562 / 12:27
      ขอบคุณที่บอกนะคะ
      #757-2
  8. #687 dada0627 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 08:29
    ดีเลย แบมเลิกรักไปเลยคนแบบนั้น
    #687
    0
  9. #674 Spices_smile (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 21:47
    อยากให้น้องชอบคนอื่นไปเลย
    #674
    0
  10. #626 My love markbam (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 23:27
    ท่าทางแบมเมื่อก่อนคงจะติดมาร์คแจ
    #626
    0
  11. #529 พยอซัล. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 15:06
    เปิดมาแบบนี้ อยากรู้เลยว่าแต่ก่อนแบมเป็นยังไง 5555
    #529
    0
  12. #479 49097 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 18:15

    ชอบอ่ะ โดนใจเค้าเลยย

    #479
    0
  13. #469 PiiProud (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 13:53
    สะใจดีเหลือเกิน
    #469
    0
  14. #460 ปาปัว?นิ?วกินี? (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 10:37

    เหมือนรถคว่ำรอบนี้จะเป็นสิ่งดีๆ

    อยากเห็นคนโดนเมินดิ้นๆแล้ว

    #460
    0
  15. #385 Kibibiza (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 06:20
    สนุกคร้าาาา
    #385
    0
  16. #383 Nok (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 17:30

    เนื้อเรื่องน่าสนใจดี กำลังติดตามค่ะ

    #383
    0
  17. #381 alltimeismark (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 01:47
    จะรอดูต่อไปนะคะ แต่ชอบที่น้องคาแรคเตอร์โนสนโนแคร์แบบนี้
    #381
    0
  18. #370 Tatarxyx (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2561 / 16:46
    น้องแบมดีค่ะ ออกมาค่ะลูก ต้องขอบคุณอุบัติเหตุที่ทำให้อะไรๆมันดีขึ้น
    #370
    0
  19. #338 ppploycb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2561 / 21:27
    พี่มาร์คดูนิสัยไม่ดีเลย
    #338
    0
  20. #309 bbboobb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 20:34
    จะจำคำพูดของมาร์คไว้นะว่าเกลียดน้องมากขนาดไหนนะ แต่มินอา น่าจะดาวคณะ หรือเปล่าคะ ไรท์พิมพ์ว่า เดือน 5555

    สนุกมากค่ะ แบมต้องนิ่งแบบนี่แหละ ถึงจะสนุก
    #309
    0
  21. #308 bbboobb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 20:34
    จะจำคำพูดของมาร์คไว้นะว่าเกลียดน้องมากขนาดไหนนะ แต่มินอา น่าจะดาวคณะ หรือเปล่าคะ ไรท์พิมพ์ว่า เดือน 5555

    สนุกมากค่ะ แบมต้องนิ่งแบบนี่แหละ ถึงจะสนุก
    #308
    0
  22. #307 bbboobb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 20:34
    จะจำคำพูดของมาร์คไว้นะว่าเกลียดน้องมากขนาดไหนนะ แต่มินอา น่าจะดาวคณะ หรือเปล่าคะ ไรท์พิมพ์ว่า เดือน 5555

    สนุกมากค่ะ แบมต้องนิ่งแบบนี่แหละ ถึงจะสนุก
    #307
    0
  23. #306 bbboobb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 20:33
    จะจำคำพูดของมาร์คไว้นะว่าเกลียดน้องมากขนาดไหนนะ แต่มินอา น่าจะดาวคณะ หรือเปล่าคะ ไรท์พิมพ์ว่า เดือน 5555

    สนุกมากค่ะ แบมต้องนิ่งแบบนี่แหละ ถึงจะสนุก
    #306
    0
  24. #305 bbboobb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 20:33
    จะจำคำพูดของมาร์คไว้นะว่าเกลียดน้องมากขนาดไหนนะ แต่มินอา น่าจะดาวคณะ หรือเปล่าคะ ไรท์พิมพ์ว่า เดือน 5555

    สนุกมากค่ะ แบมต้องนิ่งแบบนี่แหละ ถึงจะสนุก
    #305
    0
  25. #304 bbboobb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 20:33
    จะจำคำพูดของมาร์คไว้นะว่าเกลียดน้องมากขนาดไหนนะ แต่มินอา น่าจะดาวคณะ หรือเปล่าคะ ไรท์พิมพ์ว่า เดือน 5555

    สนุกมากค่ะ แบมต้องนิ่งแบบนี่แหละ ถึงจะสนุก
    #304
    0