คัดลอกลิงก์เเล้ว

{ OS. PRODUCE101 | Yoo Seonho x You } #ยิ้มของเจี๊ยบ.

มันเป็นเรื่องแปลกที่จะมีนักเรียนใหม่ย้ายมาซะกลางเทอมแบบนี้ 'ยู ซอนโฮ' มีชื่อเสียงจากความหน้าตาดี แต่เขากลับไม่พูดกับใครสักคน "คิดว่าหล่อแล้วจะหยิ่งยังไงก็ได้เหรอ?" ♡ "ขอบคุณที่ชมว่าผมหล่อ :)" ― END.

ยอดวิวรวม

4,510

ยอดวิวเดือนนี้

6

ยอดวิวรวม


4,510

ความคิดเห็น


48

คนติดตาม


418
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  8 มิ.ย. 60 / 17:40 น.
นิยาย { OS. PRODUCE101 | Yoo Seonho x You } #ͧº. { OS. PRODUCE101 | Yoo Seonho x You } #ยิ้มของเจี๊ยบ. | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

- OS. Yoo Seonho x You -

#ยิ้มของเจี๊ยบ





มันเป็นเรื่องแปลกที่จะมีนักเรียนใหม่ย้ายมาซะกลางเทอมแบบนี้

'ยู ซอนโฮ' มีชื่อเสียงจากความหน้าตาดี แต่เขากลับไม่พูดกับใครสักคน


"คิดว่าหล่อแล้วจะหยิ่งยังไงก็ได้เหรอ?"

"ขอบคุณที่ชมว่าผมหล่อ :)"





(•ө•)




Talk สักนิด with คนแต่ง

ช่วงนี้ไม่รู้เป็นอะไรค่ะ จริงๆ ไม่ชอบคนหล่อ (หลออออออออ)

แต่จู่ๆ ก็หลงรอยยิ้มของน้องเฉยเลย ถึงกับตามเซฟรูปซอนโฮมันทุกบ้านไซน์

แถมยังมีบ้านลงไอค่อนสีจมปูวน่ารัก เห็นปุ๊บพล็อตนี่แล่นมากกกก

แน่นอนว่าต้องดับปัญหาด้วยการแต่งฟิคน้อง 55555555 โอ้ยฉาว


อ่านแล้วถ้าชอบก็คอมเม้นท์บอกกันได้นะคะ จะหวีดในแท็กก็ด้ายยย

เชิญทุกท่านเข้าแท็ก #ยิ้มของเจี๊ยบ เลยค่าาา


เผื่อคราวหน้าสมองแล่นอาจจะแต่งคนอื่นอีกนะคะ แบบเรื่องสั้นนี่แหละ

รีเควสได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะแต่งให้ไหมนะคะ ถ้าเรารู้สึกชิมคุงกับเมนคุณ

เดี๋ยวคลอด OS ให้อ่านแน่นอนค่ะ 5555555555555555555555555


มโนล้วนไม่มีอย่างอื่นผสมเลยก่ะ อิอิ


170512 - OS. Yoo Seonho x You

#ยิ้มของเจี๊ยบ

by น้องย่าง (กริลลี่)


(C) @101icons for icons

HASHTAG for theme

Melody for mouse


THANKS FOR READING :)

THANKS FOR YOUR COMMENTS :)

THANKS TO SAVE IT TO YOUR FAVORITES :)

tiny finger point hand with heart

เนื้อเรื่อง อัปเดต 8 มิ.ย. 60 / 17:40


- OS. Yoo Seonho x You -

#ยิ้มของเจี๊ยบ.

 



            “นักเรียนเคารพ”


            “สวัสดีครับคุณครู”


            “สวัสดีค่ะคุณครู”


            ร่างบางในชุดสูทสีเทาเข้มคลี่ยิ้มเล็กน้อย


            “สวัสดีค่ะนักเรียน ก่อนที่จะเข้าสู่คาบโฮมรูมวันนี้ ครูมีเรื่องสำคัญจะมาแจ้งพวกเราก่อน”


            อาจารย์สาวเบนสายตากลับไปยังประตูเลื่อนหน้าชั้นเรียนและพยักหน้าเบาๆ ใครบางคนในเงามืดถึงกล้าก้าวขาเข้ามาในห้องเรียน เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทีเมื่อหลายคนเห็นใบหน้าของเขา นักเรียนหญิงดูจะกรี๊ดกร๊าดกับผู้มาใหม่มากกว่าปกติ ในขณะที่นักเรียนชายออกอาการเซ็งไปร่วมครึ่งห้อง


            ด้วยส่วนสูงเกือบหนึ่งร้อยแปดสิบเซนติเมตรทำให้เขาดูโดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมชั้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงใบหน้าหล่อเหลาราวกับงานประติมากรรมชั้นเลิศจะนิ่งสนิท แต่ร้อยทั้งร้อยไม่ว่าผู้หญิงคนไหนก็อยากจะเข้าไปทำความรู้จักกับเจ้าของดวงตาไร้แววนั่นอยู่แล้ว


            เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากมาร์กเกอร์ที่อาจารย์โบอากำลังใช้ขีดเขียนอยู่บนกระดานไม่อาจให้ใครหลายคนละสายตาไปจากร่างสูงข้างๆ เธอได้เลย


            ยกเว้นคุณที่กำลังมองตัวอักษรฮันกึลด้วยความสนใจ


          ‘ยู ซอนโฮ


            ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นชื่อของเขา...


            “แนะนำตัวเลยค่ะ”


            “...”


            แต่แทนที่เราจะได้ยินเสียงของเจ้าตัว ร่างสูงกลับยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ริมฝีปากอิ่มไม่ขยับเขยื้อนออกสักนิด แม้แต่สายตาก็ไม่ได้จดจ่ออยู่กับเพื่อนร่วมห้องอย่างที่ควรจะเป็นแม้แต่น้อย


            ราวกับว่าพื้นมีอะไรน่าสนใจนัก...


            “ซอนโฮย่า?”


            แม้อาจารย์โบอาจะส่งเสียงเรียกก็ไร้ผล 


            พฤติกรรมแบบนั้นสมควรจะทำให้ถูกมองว่าประหลาด แต่นักเรียนหญิงกลับกรี๊ดกร๊าดด้วยความชอบใจมากกว่าเดิม นั่นอาจจะเพราะด้วยหน้าตาที่ไม่น่าเชื่อของเขาก็ได้ ไม่ว่าร่างสูงจะทำอะไรถึงได้ดูดีไปหมด


            อาจารย์โบอาดูหนักใจพอควรถึงถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยต่อ


            “ถ้างั้นก็ไปนั่งตรงเก้าอี้หลังสุดนะคะ นั่งข้างคุณคิมตรงนั้น...”


            ซอนโฮผงกหัวเล็กน้อยก่อนจะเคลื่อนกายไปบริเวณที่อาจารย์สาวบอกไว้ ร่างสูงหันมาสบตาคุณครู่เดียวก็หลุบต่ำ ไร้ซึ่งถ้อยคำใดๆ นักเรียนใหม่ที่ฮ็อตที่สุดในชั่วโมงนี้ก็ทิ้งตัวลงเก้าอี้ข้างๆ คุณอย่างไร้ทางเลือก


            ในขณะที่คุณต้องเผชิญกับสายตาอิจฉาตาร้อนจากนักเรียนสาวร่วมห้องหลายคน ตัวต้นเหตุกลับไม่ได้สนใจอะไรเลยนอกจากการเตรียมอุปกรณ์การเรียนสำหรับคาบต่อไป


            ตอนนี้คุณไม่ได้กังวลอะไรมากไปกว่ากลัวอึดอัดตายเพราะคนข้างๆ เป็นใบ้หรอกนะ


            ข่าวลือของนักเรียนใหม่ที่มีหน้าตาสุดยอดดังกระฉ่อนไปทั่วโรงเรียนภายในไม่ช้า ระเบียงหน้าห้องมอต้นปีสามห้องสามเองก็ถูกใช้งานหนักกว่าปกติ ทั้งที่เพิ่งจะพักคาบเช้าแต่คุณเห็นรุ่นพี่มอปลายเดินผ่านไปไม่ต่ำกว่าสิบคนแล้ว


            “อ้อจริงสิ...คุณคิมคะ ช่วงกลางวันอย่าลืมพาเพื่อนไปดูสถานที่ต่างๆ ในโรงเรียนด้วยนะคะ”


            “ค่ะ...” คุณยิ้มแหยให้อาจารย์โบอาที่เดินมากำชับด้วยตัวเองหลังจบคาบ


            “ส่วนเรื่องผม ถ้ายังแดงอยู่แบบนี้ ครูก็ไม่มั่นใจว่าฝ่ายปกครองจะให้ผ่านไหม อย่าลืมแก้ไขก่อนสอบกลางภาคนะคะ แล้วก็ดูแลเพื่อนดีๆ ล่ะ”


            “ค่าา”


            คุณหน้าแหยจนแทบจะกราบไล่อาจารย์สาวคนงามอยู่แล้ว ในใจก็นึกอายไม่น้อยที่โดนเตือนมันกลางห้องเรียนแบบนี้ แต่ตอนนี้คงไม่มีใครสนใจเรื่องของคุณหรอก


            เพราะจุดรวมสายตามันไปอยู่ที่คนข้างๆ หมดเลยไงล่ะ


            “นี่ๆ ถ้าเธอไม่อยากทำเดี๋ยวเราพาซอนโฮทัวร์โรงเรียนเองก็ได้นะ”


            “ใช่ๆ เรารู้จักโรงเรียนนี้ทุกซอกทุกมุมเลยแหละ”


            “มากับฉันดีกว่า สนุกกว่าไปกับยัยสองคนนี้อีกนะซอนโฮ”


            คุณมองหน้าเพื่อนร่วมห้องสาวที่เริ่มมาส่งเสียงดังข้ามหัวคุณและซอนโฮด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก


            “ถ้างั้นให้ซอนโฮตัดสินดีกว่าว่าจะให้ใครพาทัวร์”


            เจ้าของคำพูดส่งยิ้มหวานเจี๊ยบพร้อมตวัดมองปลายจมูกโด่งด้วยสายตาเป็นประกาย ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นน่ะมีละลายเพราะความน่ารักของเจ้าหล่อนแน่ แต่ร่างสูงกลับไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว


            ซอนโฮเอาแต่ขมวดคิ้วมองเพื่อนผู้หญิงรอบกายไปมาซ้ำๆ จนรอยยิ้มหวานที่สาวๆ ตั้งใจส่งให้เริ่มเจื่อนขึ้นทีละน้อย จนกริ่งเข้าเรียนดังขึ้นเด็กผู้หญิงทั้งสองกลุ่มเองก็ยังไม่ได้รับคำตอบจากเด็กใหม่เสียที


            “ถ...ถ้างั้นเดี๋ยวตอนกลางวันเรามาหาใหม่แล้วกันนะ ^^;


            “เอ่อ...ฉันด้วยๆ”


            พริบตาเดียวเพื่อนร่วมห้องที่รายล้อมอยู่รอบๆ ก็ทยอยกลับโต๊ะของตัวเองกันหมด คุณเองก็นึกว่าโดนเมินขนาดนี้พวกเธอคงจะเลิกสนใจเพื่อนใหม่แล้ว ที่ไหนได้ดันกรี๊ดกันหนักกว่าเดิมอีก บางคนแอบส่งสายตาให้พ่อคนหน้าตาดีด้วยซ้ำ แต่ก็ไม่เห็นคนข้างๆ คุณจะตอบสนองอะไรเลยสักนิด


            คุณอดคิดด้วยความสงสัยไม่ได้ว่านี่เขายังมีชีวิตอยู่แน่นะ?


            “นี่”


            “...”


            “ยู ซอนโฮ...ฉันเรียกนายอยู่นะ”


            เพราะการกระซิบไม่เป็นผล คุณจึงโบกมือไปมาในระดับสายตาของเขา ผลที่ได้รับคือสายตาเขม่นจากดวงตาคู่คม เอาเข้าจริงๆ คุณชักไม่ค่อยพอใจในตัวเขาสักเท่าไหร่แล้ว แค่เรียกเฉยๆ มาชักสีหน้าใส่เฉยเลย


            แค่หน้าตาดีนิดหน่อยทำหยิ่งไปได้


            ปึง !


            “อย่ามัวแต่จีบกันสิครับโต๊ะข้างหลัง”


            คำพูดตักเตือนของอาจารย์หน้าห้องเรียกสายตาของคนทั้งห้องให้หันมามองโต๊ะของคุณได้อย่างแท้จริง แถมคราวนี้ยังมีสายตาเขม่นของจริงจากกลุ่มผู้หญิงมาให้อีกต่างหาก คุณได้แต่ยิ้มแหยขอโทษขอโพยอาจารย์ไป ปากก็พึมพำว่านั่นไม่เป็นความจริงสักนิด แต่ดูเหมือนจะไม่มีคนเชื่อสักเท่าไหร่เลย


            คุณเหลือบมองซอนโฮที่ทำไถปากกาตกพื้นอย่างจงใจแล้วก็นึกแปลกใจขึ้นมา แต่เมื่อจ้องมองพฤติกรรมของอีกฝ่ายอย่างใกล้ชิดก็พบว่าร่างสูงกำลังแอบกินขนมในห้องเรียนชัดๆ !


            ปากเคี้ยวหนุบหนับใต้โต๊ะอย่างเนียนๆ จนคุณอดหิวไปด้วยไม่ได้


            ยู ซอนโฮ...นายมันคนบาป !


            ไม่ยอมแบ่งขนมให้เพื่อน !!


            จนเสียงกริ่งดังขึ้น อุปกรณ์การเรียนหลายอย่างถูกซอนโฮเก็บใส่กระเป๋าอย่างเชื่องช้า(เพราะมือเลอะ) สวนทางกับนักเรียนหลายคนที่พยายามลงไปโรงอาหารให้ไวที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่คนไม่กี่กลุ่มก็ยังยืนออรอบโต๊ะของเขาเพื่อขอคำตอบอีกครั้ง


            “งั้นหลังกินข้าวตกลงให้พวกเราพานายเดินในโรงเรียนแล้วกันนะ”


            “อย่าตกลงกันเองสิ ต้องให้ซอนโฮพูดออกมามากกว่าไหม”


            “ดูก็รู้ว่าเขาไม่อยากไปกับพวกเธอหรอก”


            ประกายไฟฟ้าจากตาทั้งสองฝ่ายใกล้จะช็อตเต็มที แต่จู่ๆ ซอนโฮที่ลุกขึ้นพรวดท่ามกลางเมฆสีครึ้ม ฟ้าที่ใกล้จะผ่าอยู่รอมร่อถึงได้สดใสราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น


            “ว่าไงจ๊ะซอนโฮ---”


            “เฮ้ย!


            คุณอุทานเสียงดังเมื่อจู่ๆ คนตัวโตกว่าเป็นฝ่ายลากปลายแขนเสื้อคุณออกมาจากห้องเรียน ก้มมองฝ่ามือใหญ่โตนั่นแล้วก็เห็นถุงผ้าสีฟ้าอ่อนอยู่กับมืออีกข้าง เงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าสีหน้าของร่างสูงดูไม่ค่อยดีนัก แต่สมองคุณก็สับสนเกินกว่าจะทำความเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายจะลากคุณมาด้วยทำไม


            หรือว่าซอนโฮจะเผลอหยิบคุณติดมือมาด้วยกันนะ?


            บ้าแล้ว...คนทั้งคนนะไม่ใช่สิ่งของ !


            คุณได้แต่มองลาดไหล่กว้างที่อยู่สูงขึ้นไปด้วยความงงงัน เด็กนักเรียนใหม่เองก็พาคุณเดินเสียทั่วราวกับตัวเองอยู่ที่นี่มานาน จนขึ้นบันไดมาเกือบสุดชั้นดาดฟ้าร่างสูงถึงได้ถอนหายใจดังเฮ้อ


            ประตูชั้นดาดฟ้าถูกโซ่เส้นใหญ่คล้องไว้...นั่นคงเป็นเหตุที่ทำให้ซอนโฮถอนหายใจสินะ


            เพราะแบบนั้นคุณเลยปรับลมหายใจเล็กน้อย ก่อนจะเป็นฝ่ายพาคนข้างๆ เดินไปอยู่หน้าประตูบานนั้นและดึงโซ่เส้นหนาลงอย่างแรง สิ่งที่พันธนาการประตูไว้ร่วงกองกับพื้นอย่างไร้การควบคุม จังหวะนั้นคุณหันมาสบตาร่างสูงพร้อมอธิบาย


            “เขาคล้องไว้หลอกๆ อ่ะ”


            ซอนโฮได้ยินดังนั้นก็เดินแทรกตัวคุณเข้าไปในนั้นช้าๆ ตาก็กวาดมองพื้นที่โดยรอบ ก่อนที่เขาจะไปลากเก้าอี้ที่ถูกกองรวมกันไว้มาสองตัว คุณได้แต่มองตามร่างสูงที่ทำตามอำเภอใจโดยไม่กล้าพูดอะไรออกไป มือข้างที่ซอนโฮหอบถุงผ้าไว้ก็ถูกวางลงข้างเก้าอี้ ก่อนที่ฝ่ามือใหญ่จะล้วงเข้าไปหยิบอะไรบางอย่างในนั้นขึ้นมา


            ฟึ่บ


            ทันทีที่ฝาถูกเปิดออกกลิ่นหอมยั่วน้ำลายก็พวยพุ่งออกมาจากกล่องพลาสติกทันที


            “เดี๋ยว...นาย...กินข้าวที่นี่ไม่ได้นะ”


            ร่างสูงไม่ได้สนใจคำเตือนของคุณเลยแม้แต่น้อย แถมยังทานมันด้วยความไวเกินมนุษย์ คุณได้แต่ยืนมองด้วยความอึ้งเมื่อเห็นว่าข้าวกล่องที่สองถูกเปิดออก คุณพยายามชะเง้อคอมองว่าในถุงผ้าสีฟ้านั่นมีอะไรบ้างแต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อซอนโฮตบเก้าอี้ข้างๆ คล้ายอยากให้ไปนั่งด้วยกัน


            “อะไร?” ซอนโฮตบเก้าอี้อีกครั้ง


            “จะให้ฉันไปนั่งตรงนั้นเหรอ”


            เขาจ้องคุณและพยักหน้า


            “ถ้างั้นก็พูดสิ...”


            คุณพึมพำดังพอให้อีกฝ่ายได้ยินก่อนจะค่อยๆ เดินไปนั่งข้างๆ เขา ซอนโฮก็ไม่ได้เอ่ยอะไรนอกจากก้มหน้าก้มตาทานข้าวอย่างขะมักเขม้น ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้หิวมากแล้วความเร็วในการทานเลยลดลงมาก


            ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ต่างจากการทรมานคุณอยู่ดี คุณเองก็เป็นนักเรียนมอต้นที่เพิ่งพักกลางวันเหมือนกันนะ ยิ่งเห็นอีกฝ่ายทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อยมันก็ยิ่งกระตุ้นต่อมย่อยอาหารของคุณจนคุณกระเพาะส่งเสียงร้องเสียงดังโครกคราก


            หมดกันภาพลักษณ์ !


            ซอนโฮถึงกับค้างมือที่ตวัดช้อนเข้าปาก ท่าทางจะประหลาดใจไม่น้อยที่ได้ยินเสียงอันรุนแรงมาจากท้องคุณ คุณเลยยิ่งอายเข้าไปใหญ่


            “มองอะไรล่ะ...” ปากก็บ่นอุบ


            แต่แทนที่ร่างสูงจะขำอย่างที่คิดไว้ เขากลับก้มลงไปล้วงถุงผ้าปริศนาและยื่นบางสิ่งมาให้คุณ คุณมองมันด้วยความไม่เข้าใจแม้ซอนโฮจะเอาเขย่าสิ่งนั้นต่อหน้าคุณก็ตามที


            มันคือแซนวิชชิ้นโตหนึ่งคู่ที่ถูกแพ็คอยู่ในถุงพลาสติกสวยงาม


            ...ที่ตอนนี้เริ่มจะไม่สวยงามสักเท่าไหร่จากการเขย่าที่ค่อนข้างแรงของเจ้าของ เขาทั้งเขย่ามันต่อหน้าคุณขณะที่ยื่นมาให้ ทั้งพยักหน้าให้ แบบนี้คุณจะไปคิดเป็นอย่างอื่นได้ยังไงกัน


            “ให้เหรอ?”


            ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดจากปากคนใจกว้าง ซอนโฮโยนมันลงบนตักของคุณก่อนจะหันไปกินข้าวต่อ วินาทีนั้นคุณเกือบคิดว่าอีกฝ่ายเป็นใบ้เข้าจริงๆ พูดด้วยก็ไม่พูด ยังดีที่หูไม่หนวก


            ก้มมองแซนวิชสีสันสวยงามก็ครั้งก็พอจะเห็นว่ามันเป็นแซนวิชทูน่าที่มีผักและเครื่องหลากชนิดพอให้อิ่มท้องได้นาน จะว่าไปคุณก็ชักสงสัยแล้วสิว่าในถุงผ้าสีฟ้าอ่อนตรงนั้นมันมีอะไรบ้าง เพราะแค่นี้อาหารที่อีกคนเตรียมมาก็เยอะมากพอดูแล้วสำหรับโรงเรียนที่มีข้าวกลางวันฟรีอย่างที่นี่


            แต่คุณที่หิวจนหน้ามืดตาลายคงยังไปโรงอาหารตอนนี้ไม่ได้หรอก


            จะปล่อยเด็กใหม่ที่ไม่รู้อะไรในโรงเรียนให้อยู่คนเดียวได้ยังไงล่ะ วิ่งมาตั้งไกลขนาดนี้อีกคนจะกลับห้องถูกหรือเปล่าเถอะ แต่คิดอีกทีคุณก็ไม่ได้สนใจหรอกว่าซอนโฮจะอยู่คนเดียวได้ไหม ที่สนใจน่ะคืออีกฝ่ายจงใจโยนให้แซนวิชนี่ให้แน่ๆ หรือเปล่า ถ้าเผลอแกะกินคงจะไม่โดนว่านะ


            “กินได้ใช้ไหมเนี่ย...” คุณเอ่ยพลางโบกเจ้าแซนวิชไปมา “เฮ้!


            ซอนโฮยังคงไม่พูดอะไร เขาทำแค่พยักหน้ารับในขณะที่ข้าวเต็มปาก


            เห็นแบบนั้นคุณก็ยักไหล่เล็กน้อย คิดเสียว่าอีกคนคงไม่ว่าอะไรแน่แล้วจึงฉีกซองพลาสติกออก เมื่อได้ลิ้มรสแซนวิชของคนข้างๆ เป็นครั้งแรกคุณถึงกับเบิกตาโต ไม่คาดคิดจริงๆ ว่ามันจะอร่อยขนาดนี้


            “นี่ซื้อที่ไหนเนี่ย โคตรอร่อยเลยอ่ะ”


            “...”


            “ยู-ซอน-โฮ!


            คุณได้แต่เกาหัวแกร่กเมื่อซอนโฮเอาแต่ตักข้าวเข้าปากอย่างเร่งรีบ ไม่ได้สนใจคุณสักนิด คุณไม่ได้หวังหรอกว่าร่างสูงจะตอบ แต่แซนวิชของเขามันอร่อยจริงๆ คุณถึงจริงจังขนาดนี้


            “อย่าปล่อยให้ฉันพูดคนเดียวเหมือนคนบ้าได้ไหมขอร้อง”


            โพสอิทหนึ่งแผ่นถูกยื่นให้แทนคำตอบ คุณไหวไหล่เล็กน้อย คิดในแง่ดีว่าอย่างน้อยเขาก็ยังพยายามคุยกับคุณ...ไม่ว่าจะด้วยวิธีไหนก็เถอะ สายตาของคุณกวาดมองถ้อยคำในแผ่นกระดาษแล้วก็พยักหน้าเบาๆ กับตัวเอง


            “อ๋อ คุณแม่ทำให้เหรอ...”


            คราวนี้ฝ่ามือของคุณชะงักไปเล็กน้อย ก้มมองแซนวิชที่เหลืออยู่ครึ่งชิ้นด้วยสายตาล่อกแล่ก ถ้างั้นไปแย่งเขากินแบบนี้มันก็ไม่ถูกสิ ยิ่งเป็นของที่แม่เขาอุตส่าห์ทำด้วยคุณเลยรู้สึกผิดขึ้นมา


            “เอามาให้ฉันเนี่ย แม่ไม่ว่าเหรอ?”


            “...”


            “นี่ หัดพูดบ้างสิ” ซอนโฮปิดกล่องข้าวลง “นายเงียบอยู่แบบนี้ฉันไม่เข้าใจหรอกนะ”


            คุณเริ่มจะประสาทเสียขึ้นมาบ้างแล้ว สงสัยนักว่าคนใบ้ตรงหน้ามีอะไรดี สาวๆ ถึงได้ยื้อแย่งกันเสียสนุกสนาน แต่อะไรดีๆ นั่นก็ไม่ได้ห่างไกลไปจากสัดส่วนทองคำบนใบหน้าของเขาเลย


            เห็นแบบนั้นคุณเลยบ่นจิ๊จ๊ะด้วยความไม่พอใจนิดหน่อย


            “คิดว่าหล่อแล้วจะหยิ่งยังไงก็ได้เหรอ?”


            เพราะอยู่กันสองคนบนดาดฟ้าที่เงียบสงบ เจ้าคนหล่อที่กำลังจะตักพุดดิ้งเข้าปากจึงค่อยๆ หันหน้ามาหาคุณด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่าทางจะได้ยินมันเข้าเต็มๆ แต่คุณก็นึกพูดให้อีกคนได้ยินอยู่แล้วถึงได้จ้องหน้าอีกฝ่ายกลับอย่างไม่ลดละ


            ไฝว้เป็นไฝว้ล่ะคราวนี้ !


            “ขอบคุณที่ชมว่าผมหล่อ :)”


            ช่วงเวลานั้นคุณเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง แปลกใจไม่น้อยที่ที่เห็นเขายิ้ม ทั้งงงกับประโยคแรกที่ได้ยินจากปากอีกฝ่ายด้วย รู้จักกันมาครึ่งวันไม่พูดเลย พอกึ่งชมกึ่งประชดนิดเดียวถึงกับยิ้มให้ขนาดนี้...


            อ่า...แย่ล่ะสิ


            ซอนโฮน่ะหน้าตาดีมากอยู่แล้ว


            ยิ่งยิ้มแบบนี้ คุณที่เกือบจะเขม่นเขายังเผลอใจเต้นแรงไปด้วยเลยเนี่ย !


            แล้วไหงทำไมอีกฝ่ายถึงได้ยื่นหน้ามาใกล้คุณขนาดนี้นะ ดวงตาที่เริ่มมีแววขึ้นมาเล็กน้อยเองก็กวาดมองไปทั่วใบหน้าของคุณราวกับพยายามทำความเข้าใจอะไรสักอย่างอยู่


            แต่คุณที่ไม่เข้าใจอะไรเลยน่ะ หัวใจแทบจะหลุดออกมาเต้นซุมบ้าอยู่แล้ว !


            “เธอ...คือคนที่นั่งข้างๆ ผมใช่ไหม”


            “อ่า...”


            “ได้ยินว่าหัวแดงๆ เลยคว้ามา...ไม่ผิดตัวแน่นะ?”


            สีหน้าของเขาไม่ค่อยดีนักเมื่อถอยใบหน้ากลับไป โดยเฉพาะคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันราวกับไม่พอใจอะไรสักอย่างนั่นทำให้คุณชักจะตงิดใจอย่างประหลาด


            แต่ขอพูดก่อนเถอะ


            “เพิ่งรู้ว่าไม่ได้เป็นใบ้”


            คุณพึมพำด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ คราวนี้อีกฝ่ายจึงหุบยิ้มฉับ สีหน้าเบื่อโลกของเด็กหนุ่มมอต้นปีสุดท้ายทำให้คุณหลุดหัวเราะเล็กน้อย ไม่นึกว่าคนหน้านิ่งแสนหยิ่งในห้องจะทำหน้าเซ็งเป็นด้วย


            “ขอโทษๆ” คุณพยายามกลั้นขำ “...แล้วทำไมตอนคนอื่นให้พูดทำไมไม่พูด”


            “เธอคือคนที่นั่งข้างๆ ผมใช่ไหม?”


            “อือ” คุณพยักหน้าหงึก ซอนโฮเลยถอนหายใจอย่างโล่งอก


            “ผมมองไม่เห็นอะไรเลยไม่ค่อยอยากพูด” เขาขมวดคิ้วขณะจ้องหน้าคุณ “กลัวหน้าแตก”


            เมื่อได้รับรู้ความจริงคุณก็อดอึ้งไม่ได้ เพราะการที่อีกฝ่ายขมวดคิ้วแบบนี้มันเหมือนในห้องเรียนเป๊ะ ติดที่ว่าไม่กี่ชั่วโมงก่อนคุณติดจะคิดไปทางลบว่าอีกฝ่ายนึกรำคาญจนส่งสายตาเขม่นให้ พาลให้ไม่ชอบเพื่อนใหม่หน้าตาดีไปเสียอย่างนั้น


            มิน่าล่ะเขาถึงไม่เขียนอะไรลงในสมุดเลยสักคาบ


            “นี่สายตาสั้นเหรอ?”


            ซอนโฮพยักหน้า “เก้าร้อยครับ”


            “ห๊า!?” คุณเบิกตากว้าง ริมฝีปากสั่นขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ “แล้ววงแว่นอะไรทำไมไม่ใส่ คอนแทคเลนส์ล่ะ? นั่นสั้นเยอะมากเลยนะ นี่นายเห็นหน้าฉันไหมเนี่ย”


            คุณโบกมือไปทางซ้ายทีไปทางขวาที ดูดุ๊กดิ๊กเสียจนสามารถเรียกรอยยิ้มเล็กๆ จากคนตรงหน้าได้ เห็นแบบนั้นคุณจึงหยุดขยับร่างกายและลูบแก้มแก้เก้อ ไม่คาดคิดด้วยซ้ำว่าร่างสูงจะยิ้มง่ายขนาดนี้


            ฟู่วว ดาดฟ้านี่ร้อนชะมัดเลยเนอะ


            “ก็ถ้าประมาณนี้...” ซอนโฮเขยิบเข้ามาใกล้คุณเล็กน้อยจนได้กลิ่นโคโลญชัดเจน “ก็เห็นอยู่นะ”


            คุณล่ะอยากจะกรีดร้องดังๆ เพราะประมาณนี้ของเจ้าตัวทำให้ปลายจมูกของคุณและเขาห่างกันไม่ถึงสิบเซนติเมตรด้วยซ้ำ ดวงตาไร้แววที่เริ่มมีประกายเล็กๆ ขึ้นมานั้นทำให้คุณไม่สามารถละสายตาจากเขาได้ ถึงในหัวจะมีสติแค่ไหนแต่ว่าร่างกายมันกลับไม่ยอมขยับตามเลยแม้แต่น้อย


            สุดท้ายก็จบด้วยการนั่งจ้องตาอยู่อย่างนั้นเสียนาน เพราะร่างสูงไม่ยอมขยับไปไหนเลย


            นี่ไม่ใช่เกมจ้องตาเสียหน่อย...


            คุณได้แต่กระพริบตาปริบๆ ไล่มองใบหน้าของอีกฝ่ายทีละจุดด้วยหัวใจที่กำลังเต้นโครมคราม ทั้งผิวเนียนละเอียดแสนน่าอิจฉา ริมฝีปากอิ่มที่ไม่ได้ปิดกันสนิทนัก ปลายจมูกโด่งเป็นสันรับกับดวงตากลมโตที่เริ่มมีประกายเล็กๆ ของอีกคนเป็นอย่างดี ในหัวก็คิดแค่ว่าอีกฝ่ายอายุเท่ากันแท้ๆ แต่หล่อขนาดนี้ได้ยังไงกันนะ


            แต่ใกล้ขนาดนี้มันเรื่องชู้สาวๆ ชัด !


            ใบหน้าของคุณร้อนผ่าวเสียจนน่ารำคาญ ทุกอย่างในสายตาดูงุ่นง่านไปหมด คุณไม่เป็นตัวเองเลยแม้แต่น้อย กระนั้นริมฝีปากสั่นไหวก็เปล่งเสียงออกมาเบาๆ...เบาเสียจนคุณไม่นึกว่าอีกคนจะได้ยิน


            “อ...เอ่อ...ถ้าไม่รีบกินข้าว...” ซอนโฮสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ หดคอกลับไป “จะไปดูสถานที่ไม่ทันนะ...”


            ร่างสูงนิ่งคิดขณะเสมองไปทางอื่น “ไว้ตอนเย็นค่อยพาผมไปดูรอบๆ ก็ได้”


            ระยะห่างที่เพิ่มขึ้นมากไม่ได้ทำให้หัวใจของคุณเริ่มกลับเป็นปกติช้าๆ สองมือเล็กกุมหน้าอกไว้หลวมๆ ขณะถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อกี้เล่นซะกุมหัวใจเอาไว้แทบไม่ทันเลยทีเดียว


          เกือบโดนเอาไปซะแล้วสิ


            เมื่อเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของคนตรงหน้าหัวใจเจ้ากรรมก็เกิดกระตุกขึ้นมาอีกครั้ง คุณไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเบลอจนตาฝาดไปแล้วหรือเปล่าที่เห็นริ้วข้างแก้มสีอ่อนของซอนโฮ


            “...พาไปดูแล้วนายจะเห็นเหรอ” ซอนโฮทำท่าเหมือนคิดตาม “พรุ่งนี้ใส่แว่นไม่ก็คอนแทคมาสิ เดี๋ยวค่อยพาดูพรุ่งนี้ก็ได้”


            “ผมได้คอนแทควันมะรืนอ่ะ”


            “งั้นเดี๋ยวพาเดินดูวันไหนก็ได้ที่นายพร้อม...โอเคมั้ย?”


            “อ๋อได้ๆ”


            “อือๆ”


            คุณพยักหน้าสองสามครั้ง รู้สึกไม่ชินเล็กน้อยที่จู่ๆ ก็เกิดเดดแอร์ขึ้น ทั้งที่ก่อนหน้านี้พออีกฝ่ายไม่ยอมพูดด้วยก็ไม่ยักจะรู้สึกอะไร ฝ่ามือน้อยปัดกระโปรงแก้เก้อไปพลางคิดถ้อยคำที่จะพูดไปพลาง


            จนนึกประโยคที่สมเหตุสมผลได้ถึงหันไปหาอีกคนอย่างเก้ๆ กังๆ


            “งั้น...เดี๋ยวฉันไปกินข้าวกับเพื่อนละนะ”


            หมับ


            ตัวคุณที่พยายามจะเดินไปข้างหน้ากลับถูกยื้อไว้ด้วยแรงของร่างสูง คุณตั้งท่าจะถามซอนโฮว่ามีอะไรอีก แต่แสงเจิดจ้าจากใบหน้าอีกคนกลับทำให้คุณนิ่งงันราวกับโดนสต๊าฟเข้าเต็มๆ


            “ขอบคุณนะที่นั่งเป็นเพื่อน :)”


          ตึกตัก ตึกตัก


            บางทีคุณควรจะเตือนเขา...ไม่ให้ยิ้มมากเกินไปสินะ?



  (•ө•)



            วันต่อมา คุณที่กำลังจะเดินเข้าห้องเรียนในยามเช้ากลับต้องหลบจนหลังแนบผนังนอกห้อง ลมเย็นพัดไปจากวูบหนึ่งพร้อมกับร่างสูงที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกไปอย่างทุลักทุเล ชวนให้แปลกใจไม่น้อยว่าวันนี้มีเรื่องอะไรกันแต่เช้า


            ถ้ากะจากความสูงแล้วก็ทรงผมแบบนั้น...นั่นมันซอนโฮนี่?


            เขาหนีไปนอกห้องอีกแล้ว ถ้าเดาไม่ผิดล่ะก็...


            “เธออ่ะไม่น่าไปเซ้าซี้ซอนโฮมากเลย หนีไปเลยเห็นไหม”


            “ใครๆ ก็อยากรู้ทั้งนั้นมะ? เธอก็เหมือนกันแหละ”


            “แต่งานดีจังเนอะ แค่มองเฉยๆ ก็ฟินแล้วอ่ะ ยิ่งตอนที่ทำหน้าเกรี้ยวกราดนะ อร้ายย พ่อของลูก!


            คุณยืนเหวอกับอาการวี๊ดว๊ายของเพื่อนร่วมห้อง ไม่รู้ทำไมยิ่งหมอนั่นทำตัวแปลกประหลาดถึงได้ยิ่งฮ็อต แถมหน้าห้องนี่ก็ใช่ว่าจะมีแต่คนชั้นปีเดียวกันกับคุณด้วย พี่มอปลายยืนกันให้ว่อน บ้างก็แอบกรี๊ดกับกลุ่มของตัวเองไม่ต่างกัน


            สมองของคุณไม่อาจเข้าใจได้เลยว่าตอนซอนโฮทำหน้าเหวี่ยงมันน่ากรี๊ดตรงไหน


          ก็ตอนยิ้มน่ารักกว่าตั้งเยอะ


            คุณค่อยๆ เดินเข้ามาในห้องพลางวางกระเป๋าลงบนโต๊ะ ปากก็เอ่ยถามใครสักคนในกลุ่มม๊อบที่เพิ่งจะสลายตัวไปไม่นานด้วยสีหน้าเรียบราวกับเอ่ยถามไปตามมารยาท


            “ซอนโฮยอมพูดแล้วเหรอ เขาไม่เห็นยอมคุยกับฉันเลย” และคุณโกหกออกไป


            “เปล่าหรอก เงียบกริบเลย” เจ้าหล่อนโบกมือก่อนจะหันไปเม้าท์กับเพื่อน “แต่ไม่พูดอะไรแบบนี้ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบเนอะแก”


            คุณได้แต่ถามตัวเองว่านั่นคือมีเสน่ห์แล้วเหรอ แต่เรื่องของคนข้างโต๊ะก็เรียกความสนใจจากคุณได้ไม่นานนัก ปลายนิ้วสัมผัสเลือกจะไถหน้าไทม์ไลน์ของแอพต่างๆ ไปจนถึงช่วงคาบโฮมรูม ซอนโฮกลับมาก่อนอาจารย์โบอาจะเข้ามาแปปเดียวเท่านั้นเอง


            “ไปไหนมาอ่ะ”


            คุณพยายามชวนเขาคุยอีกครั้ง แต่เมื่อหันไปมองใบหน้าที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อของซอนโฮเล่นเอาคุณเผลอกลั้นหายใจไปโดยอัตโนมัติ เริ่มเข้าใจอารมณ์เพื่อนผู้หญิงในห้องบ้างแล้ว


            แม่คะ...นี่มันรูปปั้นกรีกหรืออะไร?!


            “อ่า...ทิชชู่หน่อยไหม”


            มือเล็กยื่นกระดาษเช็ดหน้าแผ่นนุ่มให้และร่างสูงก็รับมันไปโดยไม่ลังเล เขายังคงขมวดคิ้วเหมือนมีเรื่องอะไรให้คิดอยู่ตลอดเวลา คุณชวนคุยก็ไม่ตอบรับอะไรทั้งนั้น เหมือนกับเป็นคนละคนกับมนุษย์ยิ้มง่ายบนดาดฟ้าไม่มีผิด


            “วันนี้ไม่ได้ใส่คอนแทคเลนส์มาใช่ไหม จะเอาเลคเชอร์ฉันไปดูก็ได้นะ”


            ซอนโฮหันมามองคุณก่อนจะผงกหัวให้ ถึงจะไม่พูดอะไรแต่ท่าทางดูผ่อนคลายกว่าเดิมเยอะ ขณะที่คุณกำลังเงี่ยหูฟังอาจารย์โบอาอย่างตั้งใจ ในสมองก็คิดภาพตามไปด้วย


            แต่ว่าไม่ได้คิดถึงเรื่องที่อาจารย์สาวพูดอยู่หรอกนะ


            เพราะดูเหมือนการที่ซอนโฮไม่ยอมพูดกับใคร...ดูเหมือนจะไม่ใช่แค่เรื่องสายตาสั้นซะแล้วสิ


            แล้วก็เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย


            “โรคกลัวคนหมู่มากเหรอ?” ซอนโฮก้มหน้านิ่ง “อุปทานไปเองหรือเปล่า”


            ฝ่ามือหนาเองก็ดูจะไร้เรี่ยวแรงเอาดื้อๆ ถึงกับวางมือจากกล่องข้าวที่ว่าเปล่าลงบนตัก ราวกับว่าวิวแสนสวยของท้องฟ้าสีครามและหมู่เมฆไม่ได้ช่วยให้เจ้าตัวรู้สึกดีขึ้นเลย เพราะแบบนั้นคุณจึงลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งข้างเขา


            กวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วก็ไม่นึกรำคาญตาข่ายเหล็กสูงที่ตั้งกั้นไว้รอบขอบตึกนัก ยังไงถ้าจะดูวิวก็ต้องเงยหน้ามองอยู่ดี คุณเองก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แต่แรกหรอก เพราะทานข้าวเสร็จแล้วไม่เห็นซอนโฮอยู่ในห้อง คุณเลยเผลอเดินขึ้นมาที่นี่ แล้วก็เจออีกฝ่ายเข้าจนได้


            เพิ่งย้ายมามันต้องรีบหาเพื่อนไม่ใช่หรือไง เอาแต่วิ่งหนีอยู่แบบนี้เดี๋ยวได้อยู่คนเดียวจนจบเทอมพอดี


          “ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะ เพิ่งย้ายมาก็ต้องรีบหาเพื่อนไม่ใช่เหรอ”


            คำถามทำนองนั้นถูกเอ่ยออกไปและคำตอบที่ได้รับก็ค่อนข้างที่จะทำให้คุณเซอร์ไพรส์ แต่คุณก็พอเข้าใจอยู่หรอกว่าสำหรับซอนโฮแล้วการโดนผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังคงจะไม่ทำให้รู้สึกดีเหมือนผู้ชายหลายคน เขาคงจะน่าอึดอัดด้วยซ้ำ


            เป็นคุณก็รำคาญ เล่นพวกหล่อนส่งเสียงดังขนาดนั้น แถมยังทำท่าพร้อมไฝว้กันทุกเมื่อทั้งที่ฝ่ายที่ถูกแย่งน่ะไม่ได้ขอสักนิดอีกต่างหาก


            “แล้วนายไม่กลัวฉันหรือไง”


            ซอนโฮส่ายหน้าไปมาเป็นคำตอบแม้สายตาจะจดจ้องแต่กับท้องฟ้า เห็นอย่างนั้นคุณจึงเงยหน้าขึ้นมองไปที่สิ่งเดียวกันกับเขา ริ้วเมฆสีขาวบริสุทธิ์ที่เคลื่อนผ่านไปช้าๆ มองแล้วก็เพลินดีไม่หยอก


            แต่แล้วริ้วปุกปุยบนท้องฟ้ากลับทำให้คุณเผลอคิดไปว่ามันเหมือนกันไปหมดเลยจริงๆ


            คำถามข้อนึงผุดขึ้นมาในหัวคุณทันที


            “แล้วแยกฉันออกได้ไงอ่ะ”


            “ง่ายๆ” อีกฝ่ายเอื้อมมาจับปลายเส้นผมของคุณ


            “อ...อ่า...สีผมสินะ?”


            คุณตอบรับอย่างตะกุกตะกัก เอาเข้าจริงๆ คุณไม่นึกไม่ฝันมาก่อนว่าซอนโฮจะสัมผัสผมของคุณอย่างนุ่มนวลจนน่าตกใจ ตาก็เหล่มองปลายนิ้วเรียวที่ยังคงหมุนผมคุณเล่นราวกับมันเป็นของเล่นที่น่าสนใจยิ่งกว่าท้องฟ้าสีครามตรงนั้น


            ความเงียบมันน่ากลัวตรงที่คุณสามารถได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองได้ชัดเจนมากทีเดียว


            “แล้ว...” คำถามข้อต่อไปถูกคิดขึ้นอย่างรวดเร็ว “ตอนคุยกับฉันไม่รู้สึกอึดอัดบ้างเหรอ”


            “ไม่หรอก เธอไม่ได้พุ่งใส่ผมนี่”


            คุณพยักหน้าหงึกเป็นอันว่าเข้าใจ


            “แล้วไม่เหงาเหรอ อยู่คนเดียวตลอดเลยนะ”


            “ไม่นะ” ซอนโฮช้อนตามองคุณ “ก็เธออยู่ด้วยตลอดเลยนี่”


            สิ่งที่ได้เห็นทำเอาคุณนิ่งชะงัก ในดวงตาคู่คมของคนตรงหน้านั้นเต็มไปด้วยความจริงใจใสซื่อเสียจนคุณรู้สึกจนคำพูด ดูเหมือนเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาเกินวัยจะไม่เข้าใจเอาเสียเลยว่าคำพูดแบบนั้นมีอิทธิพลว่าหัวใจคุณมากแค่ไหน


            คุณหลบสายตาเขา ทำเป็นมองเหม่อไปนอกรั้วตาข่ายเพื่อกลบเกลื่อนอาการแปลกๆ


            “ม้วนเล่นซะนานเลยขอโทษที ผมเธอคงไม่พันกันนะ”


            เพราะร่างสูงทำท่าจะเขยิบมามองมันใกล้ๆ คุณถึงมือขึ้นกลายเป็นยกปางห้ามซอนโฮแทบไม่ทัน


            “หยุด! หยุดอยู่ตรงนั้นเลย...”


            “...”


            “ห้ามม้วนผมเด็กผู้หญิงเล่นแบบนี้อีกนะ เข้าใจนะ?”


            ซอนโฮชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่ริ้วสีเข้มจะปรากฏขึ้นบริเวณข้างแก้ม เขาพยักหน้าช้าๆ ราวกับเพิ่งเข้าใจว่าการกระทำของตัวเองมันชักจะ ไม่ปกติ สักเท่าไหร่ เพราะไปเล่นผมคนอื่นนี่มันไม่สมควรเลยจริงๆ


            แต่ทำไมพอเห็นท่าทางแปลกๆ ของคนตรงหน้าแล้วคุณก็ชักจะหน้าร้อนขึ้นมาบ้างแล้วสิ


            ชึ่บ


            คุณสะดุ้งสุดตัวเมื่อปลายนิ้วเย็นเฉียบของคนตรงหน้าเอื้อมมาสัมผัสข้างแก้ม ซอนโฮรีบชักมือกลับด้วยท่าทางตกใจไม่แพ้กัน เหลือไว้แค่ไออุ่นที่แก้มใสอุณหภูมิ ณ ตรงนั้นเริ่มจะมากขึ้นอย่างช้าๆ


            “โทษที...เมื่อกี้ผม...” คนตัวโตเอ่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก


            “...”


            “ผมแค่สงสัยว่าทำไมหน้าเธอมันแดงๆ อ่ะ แหะๆ


            สิ้นเสียงเสียงหัวเราะจางๆ รอยยิ้มแห้งๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของซอนโฮทันที ถึงจะไม่ได้เป็นรอยยิ้มที่ดูดีพาให้ใจสั่นเหมือนเมื่อวาน แต่รอยยิ้มประจำวันนี้มันช่างดูอ่อนหัดจนทำให้คุณนึกไปถึงลูกสัตว์ตัวหนึ่ง


            ก่อนที่หัวใจคุณจะเต้นแรงไปมากกว่านี้


            สงสัยคุณต้องเตือนเจ้าลูกเจี๊ยบนี่เพิ่มว่าห้ามสกินชิพไปทั่วซะแล้วสิ





            ตกเย็นวันนั้นคุณก็นึกแปลกใจขึ้นมานิดหน่อย


            “เฮ้ยเด็กใหม่! ไปเล่นบาสด้วยกันป่ะ?


            คุณพยายามก้มหน้าก้มตาเก็บอุปกรณ์การเรียนลงกระเป๋า แต่เพราะเสียงของซามูเอลดังเกินไปและโต๊ะของซอนโฮยังอยู่ข้างๆ คุณจึงได้ยินบทสนทนาของพวกเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ


            เอาเข้าจริงๆ ดูเหมือนฝ่ายที่ตัดสินใจมาชวนจะพูดอยู่คนเดียวเสียมากกว่า


            “พอดีทีมเราคนขาดอ่ะ สนใจป่ะ”


            “...”


            “เล่นในยิมตรงนู้นกับพวกห้องสี่อ่ะ” ซามูเอลชี้ออกไปนอกหน้าต่าง “ยัยนี่พาไปดูมาแล้วใช่ป่ะ”


            คุณเหล่มองเด็กหนุ่มลูกครึ่งเม็กซิกันที่เอ่ยพาดพิงถึงคุณเล็กน้อยด้วยสายตาประมาณว่าคุณเกี่ยวอะไร ซามูเอลไหวไหล่ไม่สนใจคุณ ก่อนจะหันไปเร่งเพื่อนใหม่ที่เอาแต่ทำหน้านิ่ว


            เอาแล้วไงเอาแล้ว ขนาดมาคนเดียว---เดี๋ยวก่อน ขอถอนคำพูด


            คุณเหลือบมองเด็กผู้ชายกลุ่มใหญ่ที่พากันจดจ้องมาที่โต๊ะของซอนโฮด้วยความสนใจแล้วก็พาจะนึกถึงความกดดันจากสายตาวิบวับพวกนั้นได้อยู่ ตอนนี้คนข้างโต๊ะเองก็ดูเหมือนจะพยายามเพ่งสายตามองหน้าซามูเอลอยู่ ราวกับกำลังจดจำเพื่อให้แน่ใจว่าไม่ได้จะพูดด้วยผิดคน


            แต่เพราะท่าทางแบบนั้นมันคล้ายอากัปอึกอักลังเล เพื่อนร่วมห้องหน้าฝรั่งจ๋าถึงได้เลิกคิ้ว


            “เฮ้ ถ้าไม่อยากไปก็ไม่ได้บังคับอะไรนะ...เดี๋ยวเราไปชวนคนอื่นก็ได้”


            คุณเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าซามูเอลล้มเลิกความตั้งใจได้ง่ายจนน่าตกใจ ซอนโฮที่พยายามจะพูดถึงกับเหวอ ดูทรงแล้วคงไม่ได้เรื่องแน่ นอกจากจะสายตาสั้นระดับนรกแล้ว ทักษะด้านมนุษย์สัมพันธ์ยังเป็นศูนย์อีก เจริญพรสิแบบนี้


            “เดี๋ยวก่อนแซม


            เพราะเสียงเรียกของคุณ เด็กหนุ่มลูกครึ่งเม็กซิกันถึงหันหลังกลับมาหาพร้อมยักคิ้ว


            “ว่าไง”


            “ซอนโฮเล่นบาสเก่งนะ” คุณเพยิดหน้าไปทางคนข้างๆ “หิ้วไปเลย”


            “เดี๋ยวๆ แล้วเธอรู้ได้ไงอ่ะ ซอนโฮพูดกับเธอด้วยเหรอ?”


            “รู้แล้วกันน่า” ...ว่าไปนั่น


            คุณดึงตัวคนสายตาสั้นระดับนรกขึ้นมาจากโต๊ะ ก่อนจะดันร่างสูงใหญ่ของซอนโฮให้เพื่อนอีกคนราวกับเจ้าลูกเจี๊ยบตัวโตเป็นเพียงตุ๊กตาตัวเล็กที่เบาราวกับปุยนุ่น


            “ฝากด้วยนะ”


            ยกนิ้วโป้งส่งให้ซามูเอลไปด้วยความโล่งอกประหนึ่งตัวเองเป็นแม่ไก่


            ท่ามกลางความวุ่นวายเล็กๆ ที่เกิดขึ้น เจ้าลูกเจี๊ยบที่ยังไม่กล้าพูดกับคนแปลกหน้าก็หันกลับมาหยิบกระเป๋าพร้อมกับส่งยิ้มบางให้คุณ รอยยิ้มที่สองของวันนี้ที่พาให้ใจสั่นรัวเสียยิ่งกว่าคราไหนๆ


            และแล้วข่าวลือก็ดังไปทั่วโรงเรียนภายในไม่ช้า


            ว่า ยู ซอนโฮ ชั้นมอต้นปีสามห้องสาม...ยิ้มน่ารักมากๆ เลยล่ะ



  (•ө•)



            เช้านี้อากาศไม่สดใสเอาเสียเลย กลุ่มเมฆสีเทาเข้มลอยเคว้งอยู่บนฟ้ามาตั้งแต่เช้าแล้ว แต่เม็ดฝนก็ยังไม่โปรยลงมาจากฟ้าเสียที อากาศชื้นๆ ชวนให้งีบหลับระหว่างคาบเรียนเป็นอุปสรรคต่อการเรียนเอามากๆ


          วันนี้ผมใส่คอนแทคเลนส์มาด้วยนะ


            ยังดีที่เศษกระดาษแผ่นเล็กจากคนข้างๆ ยังพอทำให้คุณอารมณ์ดีจนยิ้มออกมาได้


            เดี๋ยวนะ...ทำไมคุณต้องยิ้มด้วยล่ะ?


            ขณะที่คุณกำลังสับสนอยู่กับตัวเอง กระดาษแผ่นที่สองพร้อมเยลลี่รูปตัวหนอนสองตัวเลื่อนเข้ามาในเขตโต๊ะของคุณอย่างต่อเนื่อง


          ขอบคุณสำหรับเลคเชอร์ ^__^ ’


            ดูเหมือนว่าเลคเชอร์ของคุณจะมีค่าแค่เยลลี่ตัวหนอนเท่านั้นเอง


            ทั้งที่ควรจะรู้สึกเฉยๆ มากกว่านี้ แต่คุณกลับต้องกลั้นยิ้มอย่างเอาเป็นเอาตายแทน


          ‘ CHEERS ! ’


            เศษกระดาษแผ่นใหม่ทำให้คุณนึกฉงนใจไม่น้อย แต่เมื่อเห็นว่าปลายนิ้วเรียวหยิบเยลลี่ตัวหนอนตัวนึงไปชนกับอีกตัวเบาๆ พร้อมโยนเขาปาก พร้อมยังหันมาส่งสายตาให้คุณรีบๆ ทานมันเข้าไปอีก ดวงตากลมของอีกคนที่เริ่มมีประกาย(เพราะคอนแทคเลนส์)และแก้มตุ่ยๆ ของเขาทำให้คุณหลุดขำออกมาจนได้


            ภาพที่ซอนโฮอมขนมไว้ในกระพุ้งแก้มมันน่าเอ็นดูมากจริงๆ


หงุบ


แถมเยลลี่ตัวหนอนยังอร่อยกว่าทุกครั้งที่ได้ลองชิมด้วยสิ


            ถึงจะเป็นวันที่อากาศแย่ คุณกลับอารมณ์ดีสุดๆ เพราะเยลลี่หนอนเพียงตัวเดียว วันนี้ซอนโฮก็ดูสดใสกว่าทุกวัน แม้จะยังไม่ค่อยกล้าพูดกับใคร แต่อย่างน้อยเขาก็เริ่มจะมีเพื่อน


            ณ วันที่สามที่พบกัน ในช่วงกลางวันนั้น...ชั้นดาดฟ้าก็ว่างเปล่า


            มันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วสิ ป่านนี้ซอนโฮคงจะนั่งกินข้าวอยู่กับเพื่อนๆ ในโรงอาหารไปแล้ว มันควรจะเป็นแบบนั้นตั้งแต่วันแรกที่เขามาโรงเรียนแล้วด้วยซ้ำ


            คุณเงยหน้ามองท้องฟ้ามืดครึ้มแล้วก็นึกอยากให้เม็ดฝนโปรยปรายลงมาเสียทีเผื่อจะได้ชำระล้างความรู้สึกแปลกๆ ในหัวใจของคุณออกไปได้บ้าง แต่มันก็ยังอึมครึมอยู่อย่างนั้น คุณเลยตัดสินใจหมุนตัวกลับก่อนที่จะหมดเวลาพักกลางวัน


            แต่แล้วร่างสูงโปร่งกว่าเด็กวัยเดียวกันที่ยืนหอบอยู่หน้าประตูของชั้นดาดฟ้ากลับทำให้เรียวขานิ่งชะงักไป คุณยอมรับว่าประหลาดใจที่เห็นซอนโฮอยู่ที่นี่


          เขามาตัวเปล่า


            “เย็นวันนี้เธอว่างไหม”


            “เย็นนี้...ทำไมอ่ะ?” คุณทวนคำด้วยความไม่เข้าใจ


            “ยังไม่ได้แนะนำโรงเรียนให้ผมเลยไม่ใช่เหรอ :)”


            รอยยิ้มสว่างไสวที่ได้เห็นกำลังทำให้คุณตาพร่า เขาเจิดจ้ายิ่งกว่าแสงอาทิตย์หลังเมฆฝนเสียอีก ซอนโฮที่ดูมั่นใจมากขึ้นเมื่อสวมคอนแทคเลนส์ดูแปลกตาไม่น้อยในความคิดคุณ


            “ไม่ใช่ว่าพวกแซมพาไปดูหมดแล้วเหรอ?”


            คุณรอคำตอบอยู่นาน แต่ซอนโฮก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลยทั้งๆ ที่เขาสามารถพูดมันกับคุณได้ ท่าทางแบบนั้นมันไม่ใช่ทั้งคำตอบรับและคำปฏิเสธ คุณตัดสินใจยกเส้นผมทัดใบหู ขณะที่พูดจาตามใจตัวเองเมื่อยังมีโอกาสให้พูดอยู่


            “ถ้างั้นหลังเลิกเรียนค่อยไปด้วยกันแล้วกันนะ”





 

            ยู ซอนโฮ เอาแต่จ้องมองไหล่เล็กๆ ของคุณที่เอาแต่เดินนำหน้าเขามาตั้งแต่เมื่อกี้ด้วยความสนใจ ผมยาวสยายสีน้ำตาลเข้มมันไม่ได้ออกแดงอย่างที่อาจารย์โบอาพูดเลย สีผมของคุณออกจะเป็นสีธรรมชาติด้วยซ้ำ


            ร่างสูงก็ไม่รู้หรอกว่าคุณไปย้อมมาหรืออะไร คิดเพียงแค่ว่าสีนี้มันเข้ากับคุณดีก็เท่านั้น


            “ส่วนนี่ก็ยิม...นายมาแล้วใช่ไหมล่ะเมื่อวาน”


            คุณหันกลับมามองซอนโฮที่เดินตามหลังอยู่พร้อมกับชี้ไปยังสถานที่ใหญ่โตตรงหน้า ยิมในร่มที่มีทางเดินเชื่อมกับตึกเรียนของที่นี่ทั้งกว้างขวางและสะดวกสบาย แน่นอนว่าเขาเดินเล่นเสียครบทุกซอกทุกมุมแล้ว ถึงจะมองเห็นแค่รางๆ ก็เถอะ


            สุดท้ายแล้วซอนโฮก็เอาแต่มองเส้นผมพริ้วไหวของคุณอยู่ดี


            ใช่...สีนี้มันเหมาะกับคุณมากเลย


            เหลือบมองคนตัวเล็กกว่าที่ตั้งใจอธิบายสถานที่โดยรอบด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแล้วก็อดนึกถึงเรื่องเมื่อวานไม่ได้ เพื่อนใหม่ที่คุณอุตส่าห์คะยั้นคะยอประเคนเขาให้นั่นนิสัยดีพอสมควรเลย


            “อ้าวยัยนั่นยังไม่ได้พาทัวร์อีกเหรอ งั้นเดี๋ยวเล่นบาสเสร็จฉันพาเดินดูรอบๆ นี่ก็ได้นะ”


            ซอนโฮตอบปฏิเสธด้วยข้ออ้างว่าเห็นอะไรไม่ชัดและซามูเอลก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไร แต่นั่นก็แค่ความจริงส่วนหนึ่ง ความจริงอีกครึ่งนึงคือเขาอยากมากับคุณต่างหาก


            ซอนโฮคิดว่าคุณน่ะใจดีมากเลยที่พยายามคุยกับคนอย่างเขา เพราะงั้นถ้าสนิทกันมากกว่านี้ก็คงจะดี


            “จริงๆ นี่ก็ที่สุดท้ายแล้วนะ โรงเรียนเราไม่ค่อยมีอะไรหรอก”


            “งั้นเหรอ...”


            ร่างสูงหันซ้ายหันขวามองไปรอบๆ เพื่อเก็บรายละเอียดของโรงยิมแบบคมชัดไว้ แต่สุดท้ายดวงตาคู่คมก็มาหยุดลงที่คุณอยู่ดี แก้มใสขึ้นปื้นสีแดงอีกแล้ว ซอนโฮไม่แน่ใจนักหรอกว่าคุณเป็นผื่นหรือแพ้อะไรเข้าหรือเปล่า รู้เพียงว่าตัวเขาไม่สามารถเลิกมองริ้วสีเข้มนั่นได้เลย


            บางทีมันก็น่ามองอย่างประหลาดเหมือนกัน


            “มีอะไรหรือเปล่า?”


            ร่างสูงส่ายหน้าก่อนจะเสมองไปทางอื่น “โอ๊ะ ฝนตกซะแล้ว”


            “อะไรนะ!


            คุณเบิกตาโตราวกับว่ามันจะช่วยให้เห็นละอองฝนได้ชัดเจนขึ้น แต่ชั่วพริบตาเดียวละอองฝนแสนนุ่มนิ่มก็แปรเปลี่ยนเป็นน้ำเม็ดโตที่ร่วงกราวลงสู่พื้น ฝนเม็ดใหญ่จนเหมือนจะบาดเจ็บได้ถ้ามันตกใส่ร่างกายอย่างไงอย่างงั้น


            “ฉันเอาร่มมาไหมล่ะเนี่ย...”


            ริมฝีปากสีเชอร์รี่พึมพำกับตัวเองขณะที่ก้มหาของในกระเป๋า เห็นแบบนั้นซอนโฮเหลือบมองของในเป้ของตัวเองบ้าง ประกายวาบจากพลาสติกใสในกระเป๋าทำให้เขาเลือกที่จะเงยหน้ามองคุณอีกครั้ง ร่มคันเล็กสีเหลืองสดใสที่ได้เห็นในมือเล็กทำให้ร่างสูงตัดสินใจรูดซิบปิดดังเดิม


            ขณะที่คุณกำลังกางร่มเพื่อเตรียมออกไปนอกยิม ซอนโฮก็เอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าราบเรียบ


            “เธอๆ” คุณเงยหน้าสบสายตาจริงใจของเขา “ผมลืมเอาร่มมาอ่ะ”


            “อ้าว แย่เลยสิแบบนี้”


            “ขอติดไปป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนหน่อยได้ไหม”


            “ก็ได้อยู่หรอก...” คุณก้มมองร่มสีสดใสด้วยความลำบากใจ “แต่มันคันเล็กไปสำหรับสองคนนะ”


            แน่สิ ก็เจ้าร่มไซส์มินิที่คุณพกมามันกว้างกว่าตัวคุณไปนิดเดียวเท่านั้น ยิ่งอีกฝ่ายสูงกว่าคุณอยู่มาก ถ้าจะใช้หลบฝนสองคนดูเหมือนว่าจะหลบไม่พ้นเสียมากกว่า


            “เอ่อ...ถ้าทำให้ลำบากก็ไม่เป็นไรนะ”


            ซอนโฮยักไหล่เล็กน้อย เอาเข้าจริงๆ เขาก็ไม่เข้าตัวเองนักหรอกว่าทำไมตัวเองต้องโกหกว่าไม่ได้เอาร่มมาด้วย ถึงคุณจะไม่อยากให้เขาติดร่มไปด้วย ยังไงเขาก็พกร่มมาเองอยู่แล้วนี่นา


            ร่างสูงพยายามปลอบใจตัวเองด้วยเรื่องนั้น


            แต่ก็ต้องยิ้มด้วยความรู้สึกยินดีที่เพิ่มขึ้นมหาศาลเมื่อได้ยินเสียงของคุณ


            “ไม่เป็นไรหรอก ฉันก็ต้องไปรอรถเมล์เหมือนกัน”


            เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่มีผิด คุณน่ะใจดีมากๆ จริงๆ แต่ซอนโฮไม่มีเวลาปลาบปลื้มมากนัก ร่างสูงตัดสินใจหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าเป้พร้อมกับใส่มันให้คุณโดยที่ไม่ได้ถามความเห็นของคุณเลยสักนิด


            “อะไรกันเนี่ย...!


            คุณโวยวายเล็กน้อย แต่เมื่อรู้ว่ามันคือหน้ากากอนามัยถึงเริ่มมีความงงเข้ามาแทนที่


            “พรุ่งนี้จะได้ไม่โดนรุมแบบผม” ซอนโฮมองคุณด้วยรอยยิ้ม “มันน่ากลัวน่ะ”


            จริงๆ คุณแทบไม่ได้โฟกัสกับคำพูดของอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ เล่นยิ้มใส่หน้าแบบนี้แค่เห็นสติก็ลอยหายไปไหนตั้งไกลแล้ว ยิ่งปลายนิ้วร้อนสัมผัสกับใบหูคุณก็ยิ่งขนลุกชันไปทั้งร่าง แม้ว่าอีกคนจะไม่ได้คิดอะไร แต่หัวใจคุณเตลิดไปไหนต่อไหนแล้วก็ไม่รู้


            ตึกตัก ตึกตัก


            แบบนี้มันหมายความว่าคุณชอบซอนโฮเข้าแล้วหรือเปล่านะ?


            บรรยากาศในร่มช่างร้อนระอุตัดกับความหนาวเหน็บของสายฝนรอบนอกได้เป็นอย่างดี คุณกอดกระเป๋าของตัวเองเอาไว้ขณะเดินเยื้องไปด้านหน้าเพียงเล็กน้อยเพื่อพยายามให้ตัวคุณและซอนโฮเปียกน้อยที่สุด และไม่ต้องใกล้ชิดกันมากที่สุด


            แต่เพราะคุณคงจะพยายามในข้อหลังมากเกินไป ตำแหน่งใต้ร่มประหลาดๆ จึงทำให้ละอองฝนกระเด็นใส่คุณบ่อยๆ ลำบากคนถือร่มอย่างซอนโฮที่ยื่นร่มตามหลังคุณแทบทุกครั้ง ท่าทางไม่ห่วงตัวเองทำให้คุณอดหันไปบ่นไม่ได้


            “ถ้าจะถือให้ตัวเองเปียกจะถือไปทำไมเนี่ย” 


            “...”


            ยิ่งเห็นว่าปลายแขนเสื้อของอีกคนเปียกเป็นหย่อมๆ คุณก็ยิ่งรู้สึกผิด “ดูสิ เปียกหมดเลย”


            “ก็ผมไม่อยากให้เธอเปียกนี่”


            อีกแล้ว


            เขาพูดอะไรทำนองนั้นอีกแล้ว ไม่ได้รู้เลยว่าคนฟังใจสั่นแค่ไหน คุณพยายามมองตรงไปข้างหน้า ป้ายรถเมล์อยู่ห่างไปไม่มากนักพอให้โล่งใจขึ้นมาได้เล็กน้อย แต่คงเพราะวางใจมากไป ระยะห่างที่พยายามเว้นไว้จึงลดลงอย่างอย่างไม่ทันตั้งตัว


            ไหล่ของคุณชนเข้ากับแขนของคนข้างหลังเต็มๆ


            “จริงด้วย”


            ร่างของคุณนิ่งค้างอยู่ใต้ร่มทันทีที่ได้ยินเสียงเข้มของอีกฝ่ายในระยะใกล้ ซอนโฮไม่ได้เอ่ยถึงบ่าที่นาบแนบกว่าเดิมในในช่วงเวลานั้นด้วยซ้ำ


            “ยืมโทรศัพท์หน่อยสิ ผมหาโทรศัพท์ตัวเองไม่เจออ่ะ”


            “อ่า...แล้วจะยืมไปทำไรอ่ะ”


            “ก็...โทรไง” คุณขยับร่างออกมาเล็กน้อย “ไม่แน่ใจว่าลืมไว้ที่ห้องหรือเปล่า”


            เหลือบมองคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันเล็กๆ แล้วก็เลยตัดสินใจยื่นโทรศัพท์ให้พร้อมปลดล็อคเรียบร้อย คุณพาซอนโฮออกเดินไปพร้อมๆ กับมองหมายเลขที่อีกคนจิ้มบนมือถือไปด้วย


            แค่มองเฉยๆ น่ะ ไม่ได้พยายามจำหรอกนะ


            อ่า...แต่แค่ซอนโฮจะกดโทรออก ทำไมคุณถึงตื่นเต้นขนาดนี้เนี่ย


~ โอนึล พัม ชูอินกงอึน นายา นา นายา นา ~


            ซอนโฮยื่นร่มให้คุณทันทีเมื่อเข้าสู่เขตป้ายรถเมล์หน้าโรงเรียนที่มีหลังคาคลุมอยู่ คุณมองไม่เห็นภาพตรงหน้าก็จริง แต่จากระยะเมื่อกี้แล้วโทรศัพท์ของเขามันก็อยู่ในกระเป๋ากางเกงของเจ้าตัวไม่ใช่หรือไง


            “เดี๋ยวนะ...แบบนี้มัน---”


            เมื่อคุณลดร่มลงก็เห็นแค่ว่าซอนโฮฉวยโอกาสขึ้นบัสที่เพิ่งมาเทียบท่าไปซะแล้ว มือไม้คุณถึงกับอ่อนแรงจนลืมสะบัดร่มไล่น้ำไปเลย ยังดีที่บัสคันนี้ไม่ได้มีคนมากมายนัก ร่างสูงถึงได้โบกมือให้คุณผ่านกระจกสีเข้มในรถ         


            ท่ามกลางฝนเม็ดใหญ่ที่ไม่มีท่าทางว่าจะตกลงเลย คุณไม่สามารถละสายตาไปจากริมฝีปากอิ่มที่กำลังคลี่ยิ้มหวานได้เลย นิ้วชี้และนิ้วโป้งของเขาก็ถูกแยกออกก่อนจะถูกนำมาแนบหู จงใจให้ดูเหมือนสัญลักษณ์โทรศัพท์


            คุณก็ไม่อยากจะคิดไปเองหรอก แต่ท่าทางแบบนั้นของเขา...มันแปลได้ไม่ยากเลย


          เดี๋ยวคืนนี้โทรไปนะ :)


            ลูกเจี๊ยบเจ้าเล่ห์เอ้ย !!




  END


จบแล้วค่าา มีความดีกับใจสูง 5555555555555 รวมๆ แล้วประมาณ 17 หน้าเวิร์ดได้ เป็น OS ที่ยาวจังเลย ฮือ

หวังว่าจะไม่งงกันนะคะ แหะๆ ถ้าอ่านแล้วชอบก็เม้นท์บอกได้นะคะ หรือจะหวีดในแท็กก็ได้เด้อ

ขอบคุณที่อ่านฟิคที่เราแต่งนะคะ


ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Qiri , น้องย่าง (กริลลี่) จากทั้งหมด 15 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

48 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 09:12
    เจี๊ยบ​น่ารัก​มาก​กก​กก​กก​กก​กก​กก​กก
    #48
    0
  2. #47 แม่+เมียน้องหลิน
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 01:36
    โอ้ย ชอบบบบบบบบบบบบ น่ารักมากเลยค่ะ ถ้าแต่งเป็นเรื่องยาวนี่จะเป็นพระคุณอย่างสูงเลยค่ะ งือออออออออออ อยากอ่านต่อ



    #47
    0
  3. #46 IM280409 (@IM280409) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 01:04
    อยากให้ทำเป็นเรื่องยาวง่าาาาา
    #46
    0
  4. วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 19:10
    โอ้ย ตัวเองน่ารักมากเลย ฮือออ อยากให้แต่งเป็นเรื่องยาวของน้องสักเรื่อง;-----;
    #45
    0
  5. #44 Nisachon Shimapak (@pla1998) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2560 / 18:05
    เจี๊ยบน่ารักจังเลยยย
    #44
    0
  6. วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 23:51
    ไรท์ทำไมอ่านไม่ได้ ??
    #43
    0
  7. วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 18:41
    โอ้ยยยย เจี๊ยบบบน่ารักก
    #42
    0
  8. วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 18:41
    โอ้ยยยย เจี๊ยบบบน่ารักก
    #41
    0
  9. #40 Piny Park (@PinbfernMT) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 20:46
    ฮื้ออออ ชอบบบบ ชอบแบบนี้ เจี๊ยบน่ารัก มีแค่เราคนเดียวนะเจี๊ยบ
    #40
    0
  10. #39 Maiklear14 (@Maiklear14) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 18:15
    เเงงน่าร้ากกก อยากอ่านอีกกก
    #39
    0
  11. #38 ขุนนน (@skittychef) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2560 / 11:14
    อื้ออออ -เจี๊ยบบ! ;//////////; โอ้ยย
    #38
    0
  12. #37 kittiyamahabhol (@kittiyamahabhol) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 18:05
    พี่ย่างทำเป็น sf ต่อเลยได้ไหมมมมมมมมม ชอบมากกกกกกกกก มีความเจี๊ยบมากๆอะแกรร
    #37
    0
  13. วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 22:32
    ไม่ไหวแล้วค่ะ เรื่องนี้น่ารักเกินไปแล้ว
    เราอ่านไปก็ยิ้มไปจนแก้มชา
    เจ้าเจี๊ยบน่ารักมากกกกก

    -///////- 

    ถ้าเป็นเรื่องยาวมันคงดีต่อใจมากๆเลยค่า 555 
    สนใจรับไว้พิจารณาไหมคะ 😁😁

    ขอบคุณสำหรับเนื่องสั้นน่ารักๆนะคะ 😊
    #36
    0
  14. #35 toysmile (@centtoyssmile) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 20:39
    อยากให้ต่อจังเลยย น่ารักมาก;_;
    #35
    0
  15. วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 08:34
    ดีต่อจายยยยย
    #34
    0
  16. วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 16:37
    ชอบอ่ะ ชอบๆ มีภาคต่อมั้ยคะไรท์ ฮืออออ ชอบบบบบบบบบ
    #33
    0
  17. วันที่ 8 มิถุนายน 2560 / 17:30
    อยากให้มีภาคต่อมากเลยอ่ะ กราบบบบบบบบ
    #32
    0
  18. #31 โดยองคนน่ารัก
    วันที่ 2 มิถุนายน 2560 / 14:41
    ชอบบบบเจี๊ยบมีความน่าลากกกก เอ๊ย!! มีความน่ารัก อิอิ ทั้งฟินทั้งสนุก ขอบคุณไรท์มากๆนะที่แต่งให้อ่าน



    ป.ล รับเรื่องน้องหลินไปคิดดูหน่อยนร้าไรท์ แฮ่ๆ อยากอ่านของน้องหลิน แต่งเป็นเรื่องสั้นนี้เลย
    #31
    1
  19. #30 F_R_T (@FB_YT) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 23:22
    สนุกมากเลยค่าาาาาเขินด้วย><
    #30
    0
  20. #29 KHUN9JUNG (@KHUN9JUNG) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 14:30
    หึ้ยยยย
    พล็อตน่ารักมากๆๆๆ
    ไม่หวือหวาา ชอบอะ แบบใสๆ ไรงี้ ^^
    #29
    0
  21. วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 13:22
    ขอควานลิน พัคอูจิน ฝากพิจารณาน่ะไรท์ 555555555
    #28
    1
  22. วันที่ 27 พฤษภาคม 2560 / 13:21
    ชอบบบบบบบบบบบบบ
    #27
    0
  23. วันที่ 25 พฤษภาคม 2560 / 22:34
    ง่าชอบบบ อยากอ่านอีก55555555
    #26
    0
  24. #25 byfair (@p-fairrs123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 23:13
    ร้ายการ์จจจจจจ
    #25
    0
  25. วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 09:15
    อยากอ่านต่อง่าาาาาาา????
    #24
    0