ในฝันใฝ่... Chanbaek

ตอนที่ 2 : ในฝันใฝ่... (ฉากจบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,213
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    17 มี.ค. 59






ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด...


เวลาเที่ยงคืนตรง เสียงร้องบอกเวลาจากนาฬิกาข้อมือปลุกคุณหมอหนุ่มที่นั่งสัปหงกอยู่บนเก้าอี้ให้ลืมตาตื่นขึ้น...

ชานยอลเหยียดแผ่นหลังอย่างเกียจคร้านก่อนจะบิดต้นคอไปมา เขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานด้วยความรู้สึกสุดเอื่อยเฉื่อยก่อนที่จะล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความเบอร์ที่คุ้นเคย...

ในวันหยุดเทศกาลที่โรงพยาบาลแทบร้างผู้คนแบบนี้ ชานยอลไม่รู้เลยว่าทำไมเขาต้องรับหน้าที่เป็นหมอเวรตลอดช่วงวันหยุดเทศกาลชูช็อก ชานยอลเองก็มีหลายสิ่งที่อยากทำ มีบ้านที่อยากกลับเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ทว่าสุดท้ายแล้วเขาก็ต้องมานั่งเฝ้าเวรดึกเพราะไม่มีหมอคนไหนอยากทำหน้าที่นี้

ในวันนี้ของทุกปี ชานยอลอยากจะกลับบ้านเจอกับแฟนเขาในบ้านหลังใหญ่ที่รอบล้อมด้วยสวนดอกไม้พร้อมกับเด็กๆ แต่ทว่าทุกอย่างมันก็ไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด ชานยอลเหมือนวิ่งไล่คว้าลมเปล่า เขารู้สึกเหมือนกับว่าทุกอย่างเป็นเพียงแค่ภาพลวงตาที่ถูกสร้างมาโดยจิตใจที่อ่อนแอ


ทุกอย่างมัน...

ไม่เคลื่อนไหว...

ราวกับเวลาได้ถูกหยุดลงแล้ว...


ชานยอลถอดแว่นสายตาออกก่อนจะยกมือขึ้นนวดขมับ เขากดโทรศัพท์ต่อสายหาเบอร์ที่คุ้นเคยพร้อมกับเอนหลังพิงกับเก้าอี้ตัวใหญ่ด้วยท่าทางสบายๆ เสียงจากปลายสายดังตู๊ดเพียงแค่ครั้งเดียว น้ำเสียงสดใสที่แสนคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากลำโพง


[ฮัลโหล ชานยอลหรอ...?]

“ผมคิดถึง... โทรหาได้ไหมครับ....”

[…………]

“วันนี้เฝ้าเวรดึก เหนื่อยอ่ะ คิดถึงก็เลยโทรหา ทำไรอยู่...”

[……………]

“กินข้าวหรือยังครับ เมื่อกี้ผมเพิ่งไปต้มบะหมี่กินเอง”

[…………….]

“เป็นหมอไม่เห็นสบายเลย เมื่อไหร่จะรวยก็ไม่รู้ เหนื่อยก็เหนื่อย”

[…………..]

“เมื่อวานผมหาบ้านไว้ด้วย แต่เงินเก็บยังไม่ค่อยมีเลย เมื่อเช้ารถก็เสีย เสียค่าซ่อมรถอีก”

[...............]

“เหนื่อยครับ...”

[……………]

“ไม่อยากทำอะไรเลย...”

[……………]

“วันนี้คุยนานได้ไหม ผมออกเวรแปดโมงเช้า...”

[……………]

“คิดถึงผมไหมครับ...”

[……………]

“คิดถึงนะครับ...”

[……………]

“แค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวออกเวรแล้วผมโทรหา...”

[……………]

“เป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะ...”

[……………]

“รักพี่นะครับ...”


เอ่ยประโยคสุดท้ายออกไปก่อนที่สายจะถูกตัด ชานยอลเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อกราวด์ก่อนจะฟุ่บหน้าลงกับโต๊ะทำงานอีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้ม...


ในค่ำคืนของเทศกาลชูช็อกที่อากาศหนาวเย็นเริ่มคืบคลานเข้ามา... ชานยอลอยากจะใช้เวลาทั้งวันซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มกับแบคฮยอน เปิดหนังสนุกๆ ดู แล้วหาอะไรกินกัน ใช้เวลานอนเล่นทั้งวันแบบไม่ต้องคำนึงถึงเวลา ถ้าหากว่าได้มีช่วงเวลาแบบนั้นอีกสักครั้งก็คงดี


ชานยอลอยากจะตักตวงทุกความสุขเอาไว้จนกว่าเขาจะแบกรับไม่ไหว แล้วหอบเอากำลังใจที่เปี่ยมล้นมาทำงาน...


ทำไมอะไรๆ ถึงไม่ง่ายเลย...

ทำไมถึงไม่เป็นอย่างที่วาดฝันเอาไว้เลย...


ถ้าเป็นหมอซะอย่าง ไม่ว่าโรคอะไรชานยอลก็สามารถรักษาได้ เขาจะมีเงิน มีบ้านหลังใหญ่ มีเด็กๆ ที่น่ารัก มีแบคฮยอนอยู่ด้วยกันตลอดไปนานแสนนาน นานเกินกว่าที่ใครจะสามารถจินตนาการได้...


.

.

.

 

เวลาแปดโมงเศษอันเป็นเวลาเลิกเวร ชานยอลเก็บของทั้งหมดใส่กระเป๋าสะพายของเขาพร้อมกับชุดกราวด์ อาการง่วงงุนเพราะอดหลับอดนอนทำให้ชานยอลเบลอจนไขกุญแจตู้แบบผิดๆ ถูกๆ เขาอ้าปากหาววอดใหญ่ก่อนที่จะสะพายกระเป๋าขึ้นบ่าแล้วเดินเอื่อยๆ ออกจากห้องตรวจ

รองเท้าหนังสีดำก้าวไปตามทางเดินที่ถูกปูด้วยกระเบื้องสีขาวไปจนถึงพื้นคอนกรีตหยาบ ชานยอลเดินออกจากโรงพยาบาลเรื่อยๆ ไปตามทางเท้าที่เริ่มมีคนมาตั้งแผงขายของ เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาอีกครั้งด้วยความกังวลใจแบบแปลกๆ ก่อนจะตรงไปยืนรอรถประจำทางที่ป้าย

ศีรษะทุยเอนโคลงไปเพื่อคลายอาการปวดที่ต้นคอ ชานยอลเสียบหูฟังเข้ากับมือถือที่หยุดเพลงค้างเอาไว้ เขาเห็นรถประจำทางสีขาวอยู่ไกลๆ แต่ไม่ว่าจะมองนานเท่าไหร่ก็เหมือนมันไม่ขยับใกล้เข้ามาสักที


ชานยอล!’


เสียงเรียกดังแว่วจากน้ำเสียงที่แสนคุ้นหูเรียกชานยอลให้ต้องหันกลับไปมองด้านหลัง เรียวคิ้วยาวขมวดเข้าหากันแน่น ชานยอลหันหลังวิ่งเหยาะๆ ไปยังตรอกเล็กๆ ที่เป็นทางแยกไปอีกซอย เขาพยายามจะชะโงกหน้าหาเจ้าของเสียงที่ได้ยิน แต่มันก็ว่างเปล่า

ในขณะที่คุณหมอหนุ่มกำลังคิดว่าตัวเองหูแว่วไปเองเพราะพักผ่อนน้อย เสียงร้องกรี๊ดพร้อมกับเสียงดังโครมใหญ่และกลิ่นยางไหม้ก็ฉุกสติชานยอลให้กลับเข้าที่

เขาหันหลังไปมองรถแวนสีดำที่พุ่งเสยชนกับป้ายรถเมล์จนเละ พร้อมกับรถประจำทางที่เหยียบเบรคจนรอยยางไหม้ขึ้นเป็นทาง

ด้วยสัญชาตญาณ ชานยอลรีบวิ่งกลับไปที่ป้ายรถเมล์ที่ถูกขยี้อีกครั้งโดยหวังว่าจะไม่มีคนตาย และมันก็เป็นโชคดีที่เขาไม่พบใคร มันเป็นโชคดีอย่างมากที่เวลาแปดโมงเช้าอันแสนเร่งรีบ ไม่มีคนมารอขึ้นรถเมล์ที่ป้ายนี้เลย ไม่มีใครยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ตอนที่รถคันสีดำพุ่งเข้ามาชนอย่างจัง


ไม่มีใครนอกจากชานยอล...


พอนึกแล้วอยู่ๆ ก็ใจหายขึ้นมา... ชานยอลได้แต่ก้มหน้าเดินออกมาจากป้ายรถเมล์ห่างๆ เพื่อไปโบกแท็กซี่ เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะดีใจหรือเสียใจดี ชานยอลไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเป็นโชคดีหรือโชคร้าย บางทีอาจจะเป็นโชคร้ายที่แฝงอยู่ในความโชคดี หรือโชคดีที่แฝงอยู่ในความโชคร้าย...


แบบนี้ควรจะดีใจไหมนะ...

ชานยอลควรจะยิ้มไหม...

 

.

.

.

 

ใช้เวลานั่งรถจากที่ทำงานแค่ไม่ถึง 30 นาที ชานยอลก็มายืนอยู่หน้าคอนโดเล็กๆ ที่เขาเคยอยู่ไม่ต่างจากเมื่อ 5 ปีก่อน ชานยอลเองก็หวังว่าสักวันนึงเขาจะได้เดินไปตามสนามหญ้าที่มีดอกไม้และผีเสื้อ...


ชานยอลยังคงหวัง...

และเขาจะทำมันให้กลายเป็นจริงสักวัน...


เสียงกุญแจอัตโนมัติถูกปลดล็อคดังติ๊ดก่อนที่ประตูบานใหญ่จะถูกผลักออก ชานยอลเดินเอื่อยๆ เข้าไปในบ้านที่ดีที่สุดของเขาแล้วจัดการเปิดเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แสนสะดวก

กระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ถูกวางทิ้งไว้ที่กลางห้อง ชานยอลเดินไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียงขนาดควีนไซส์ก่อนที่จะล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงขึ้นมากดต่อสายหาเบอร์คนรักทันทีที่หลังแตะฝูก เสียงตู๊ดจากปลายสายดังขึ้นแค่ครั้งเดียวน้ำเสียงสดใสที่แสนคุ้นเคยก็ดังออกมาจากลำโพง


[ฮัลโหล ชานยอลหรอ...?]

“ผมถึงบ้านแล้วนะครับ... วันนี้นั่งแท็กซี่กลับเลยถึงไว”

[……………]

“ตอนออกจากโรงบาลมาเกือบถูกรถชนด้วย ผมไปรอรถที่ป้ายรถเมล์ วิ่งออกไปหาคนแป้บเดียวหันหลังมารถก็ชนเสาแล้ว”

[……………]

“แต่โชคดี ไม่มีใครรอรถตรงนั้นเลย มีแต่ผมยืนอยู่...”

[……………]

“พี่ว่าเป็นโชคดีไหมครับ...”

[……………]

“ผมไม่รู้เหมือนกัน แต่ตอนยืนรอรถอยู่ผมได้ยินเสียงแว่วๆ เหมือนคนเรียกเลยวิ่งไปหา เหมือนเค้าช่วยชีวิตผม...”

[……………]

“ผมได้ยินเสียงพี่ ได้ยินเหมือนพี่เรียกผม ผมก็เลยหันไปมองแล้วก็วิ่งไปหา กลายเป็นว่าผมรอดซะงั้น ฮ่ะๆ”

[……………]

“พรุ่งนี้ผมหยุดแล้วนะ เค้าให้หยุดยาว คิดถึงจัง....... ตอนเย็นไปเจอกันไหมครับ เดี๋ยวผมไปหานะ อยากกินอะไรไหม”

[……………]

“งั้นผมทำสลัดมันฝรั่งไปนะ สักหกโมงเดี๋ยวผมไปหา ผมขอนอนก่อน”

[……………]

“ผมเหนื่อยมากเลย... แต่ผมจะขยันนะ จะได้มีบ้านไง... ฮ่ะๆ”

[……………]

“แต่ผมขอเบิกเงินไปซ่อมรถก่อนนะ รถมันเสีย ไม่มีขับไปทำงาน อย่าโกรธผมนะ...”

[……………]

“ผมขอโทษนะ... ผมไม่ได้เรื่องเลย....”

[……………]

“ทำอะไรก็ไม่ดีสักอย่าง ไม่เหมือนที่ผมคิดเอาไว้เลย....”

[……………]

“ผมเหนื่อยจัง... อะไรก็ยากไปหมดเลย.... ”

[……………]

“อื้อ... รักพี่นะครับ อยากไปหานะ เดี๋ยวตอนเย็นผมไปหา...... เดือนนี้ค่าโทรศัพท์ผมบานเลย..”

[……………]

“อยากคุยด้วยนะครับ แต่เดี๋ยวตอนเย็นผมทำสลัดมันฝรั่งไปให้นะ ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ”

[……………]

“รักนะครับ... ผมอยากบอกให้รู้...”

[……………]

“พี่เป็นชีวิตของผมเลย...”

[……………]

“...............”


ตู๊ด....


เอ่ยประโยคสุดท้ายออกไปก่อนที่สายจะถูกตัด... ชานยอลวางโทรศัพท์ลงก่อนจะลุกขึ้นจากที่นอนเพื่อเตรียมตัวไปอาบน้ำแล้วมาบอกฝันดีที่รักของเขา...

ชานยอลไม่อยากพูดคำว่าเหนื่อยกับแบคฮยอนบ่อยๆ แต่มันก็อดไม่ได้... อะไรๆ ในชีวิตเขา ทุกอย่างมันยากไปหมดเลย ไม่เหมือนกับตอนที่นั่งวางแผนอนาคตกับแบคฮยอนสักนิด ยากทั้งชีวิต ทั้งเรื่องงาน ยากแม้กระทั่งตอนหายใจ...

ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อะไรๆ มันจะง่ายสักที เมื่อไหร่จะไปถึงฝัน เมื่อไหร่จะมีบ้านที่สวย มีชีวิตที่ดี มีเงินมีทอง ชานยอลเคยคิดว่าทุกอย่างมันจะง่าย อะไรก็กลายเป็นเรื่องง่ายได้ถ้าเขาตั้งใจและพยายาม


แต่ตอนนี้....

แม้แต่จะข่มตาให้หลับยังทำได้ยากเหลือเกิน...

 

.

.

.

 

ในตอนเย็นที่อากาศเริ่มเย็นลง...


คุณหมอหนุ่มวัย 26 ปี ในชุดลำลองกับเสื้อแจ็คเกตสีดำเดินเอื่อยๆ ไปตามทางเท้าที่แทบร้างผู้คน ในวันหยุดหลังเทศกาลชูช็อค....

ชายหนุ่มตัวสูงแกว่งช่อดอกไม้ในมือไปมา ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มจางๆ ขึ้นบนใบหน้า รองเท้าหนังสีดำเหยียบย่ำลงไปบนพื้นหญ้านุ่มๆ ที่ถูกอุ้มไว้ด้วยดินร่วน

ชานยอลเดินโต้ลมเอื่อยๆ ไปยังสถานที่ที่เขาจะได้เจอกับแบคฮยอนพร้อมกับกล่องใส่สลัดมันฝรั่งในมือ คนตัวสูงล้วงเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดต่อสายหาหมายเลขที่แสนคุ้นเคยทันทีที่ถึงที่นัดหมาย เสียงตู๊ดจากปลายสายดังขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียวน้ำเสียงสดใสที่แสนคุ้นเคยก็ดังออกมาจากลำโพง... 

ชานยอลวางกล่องมันฝรั่งของเขาลง...


[ฮัลโหล ชานยอลหรอ...? ตอนนี้ไม่ว่างนะ ฝากข้อความเอาไว้เดี๋ยวโทรกลับ คิดถึงนะ...]


ตู๊ด.... ตู๊ด....


ทันทีที่เสียงระบบตอบกลับอัตโนมัติเงียบลง เสียงสัญญาณโอนสายก็ดังขึ้น เป็นจังหวะเดียวกันกับที่โทรศัพท์เครื่องบางอีกเครื่องดังขึ้น ชานยอลหยิบมันขึ้นมากดรับแล้วใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้เหมือนเดิมก่อนที่จะกรอกเสียงพูดลงในโทรศัพท์ของตน

“ผมมาถึงแล้วนะ....”

[……………]

“ผมยืนอยู่ มองเห็นผมไหมครับ...”

พูดออกไปก่อนที่หยาดน้ำตาเม็ดใสจะไหลดิ่งออกจากดวงตากลมโตที่เอาแต่จ้องมองไปยังป้ายหินฝังศพตรงหน้า... ชานยอลเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความรู้สึกที่ยากเกินจะอธิบาย เขาทิ้งตัวนั่งลงหน้าป้ายหินของแบคฮยอนก่อนจะกรอกเสียงพูดลงไปในโทรศัพท์ที่ไม่มีใครตอบกลับมา...

“ผมทำสลัดมันฝรั่งมาแล้วนะ... อึก... ผม... ผมว่าจะไม่ร้องไห้.... ฮึก... แต่ผมทำไม่ได้...” ชานยอลทำได้เพียงแค่ซบหน้าลงกับเข่า เขาเอาแต่ร้องไห้ใส่โทรศัพท์ที่ได้ยินแต่เสียงของตัวเอง...

[……………]

“ฮึก... ผม... ฮึก... ผมทำไม่ได้... ทำไมช่วยผม... อึก... ทำไมไม่ให้ผมไปอยู่ด้วย...”

เสียงร้องไห้ฟูมฟายถูกกลบด้วยเสียงลมจากธรรมชาติ... ชานยอลรู้ว่าต่อให้เขาร้องไห้จนตายแบคฮยอนก็จะไม่ฟื้นขึ้นมาแต่ตัวเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากระบายความเศร้าเสียใจที่อยากเกินจะเก็บไว้ออกมาทางน้ำตา

[……………]

“ผมทำอะไรก็ไม่ได้.... ฮือ... รักษาพี่ก็ไม่ได้... ทำอะไรก็ไม่ได้สักอย่าง... ผมไม่อยาก... อึก... ไม่อยาก...ฮึก...”

[……………]

“คุยกับผมได้ไหม... ฮึก... บอกว่ารักผมได้ไหม ฮือ...”

[……………]

“ผมไม่อยากอยู่แล้ว... ผมทำไม่ได้... ฮือ.... ผมคิดถึงพี่”

[……………]

“ผมต้องทำยังไง.... ฮือ....”


ชานยอลเอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายกับความรู้สึกเสียใจที่มากเกินกว่าจะบรรยายด้วยคำพูด เขาไม่รู้ว่าตัวเองมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร บอกว่าอยากจะเป็นหมอ อยากจะรักษาโรคป่วยไข้ให้แบคฮยอน แต่สุดท้ายก็ทำได้แค่นั่งตรวจคนไข้ ปัญญาจะผ่าตัดสมองเอาก้อนเนื้อออกมาก็ทำไม่ได้

ชานยอลเป็นแค่คนโง่งั่งที่ทำอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง เขาซื้อบ้านให้แบคฮยอนไม่ได้ จะทำให้มีความสุขแค่เล็กน้อยก็ยังทำไม่ได้ สิ่งเดียวที่ชานยอลทำมาตลอดหลายปีคือการนั่งร้องไห้ฟูมฟายและคุยโทรศัพท์อยู่คนเดียวเหมือนคนบ้า เขาเอาแต่นั่งฟังเสียงตอบรับอัตโนมัติของแบคฮยอนซ้ำไปซ้ำมา

จะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จให้แบคฮยอนดีใจก็ยังทำไม่ได้ ชานยอลเป็นได้แค่คนโง่เหมือนที่ใครเขาว่ามาตลอดชีวิต

พอไม่มีคนชี้นำ ไม่มีคนอยู่เป็นแรงบันดาลใจก็เดินไปทางไหนไม่ถูก แล้วก็กลายเป็นแค่บุคคลไร้ค่า ชานยอลไม่รู้ว่าเขาต้องไปทางไหนต่อ มันมืดไปหมดทุกทาง...


ไม่ต้องพูดถึงบ้าน ไม่ต้องพูดถึงชีวิตที่สวยงาม... แค่มีชีวิตอยู่หายใจทิ้งไปวันๆ ก็ยังทำได้ยากเหลือเกิน...


“ไม่อยากจะอยู่แล้วครับ... ฮึก... ทำไมทิ้งผม...”

[……………]

“ไม่รักผมหรอครับ... ฮือ...”

[……………]

“รับรู้ความคิดถึงผมมั่งไหม ฮึก... ได้ยินเสียงผมไหมครับ...”

[……………]

“ทำไมมีชีวิตอยู่มันยากจังเลยครับ... อึก...”


สุดท้ายก็ทำได้เพียงแค่นั่งร้องห่มร้องไห้ราวกับคนไม่ได้สติอยู่ที่หน้าป้ายหินเหนือหลุมฝังศพ ชานยอลรู้ว่าเขากำลังทำอะไร แต่มันก็ทำใจได้ยากเหลือเกิน ชานยอลเหนื่อยกับการมีชีวิตอยู่คนเดียว เขาไม่สามารถเดินต่อไปได้ถ้าไม่มีแบคฮยอน อย่างน้อยขอแค่ได้ยินเสียง ได้โทรไปพูดคุยเล่าเรื่องให้ฟังก็ยังดี ถึงจะเป็นแค่เสียงระบบตอบรับข้อความอัตโนมัติก็ตาม

แบคฮยอนจากไปหลายปีแล้ว แต่ไม่ว่าจะนานเท่าไหร่ชานยอลก็ไม่สามารถทำใจให้คุ้นชินได้ เขารู้ว่ากำลังหลอกตัวเอง แต่มันจะไปเสียหายอะไร ในเมื่อไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้ว ชีวิตที่เคยมีทั้งความสุข ความหวัง และความฝันของชานยอลถูกฝังและปิดตายไปพร้อมกับหลุมศพคนที่เป็นเหมือนดั่งชีวิต

ชานยอลเป็นได้แค่เด็กช่างฝันที่เอาแต่หลอกฝันตัวเองและเฝ้าใฝ่จนลืมมองความเป็นจริง เขาเป็นได้แค่หมอวินิจฉัยโรคเบื้องต้น แค่ผ่าตัดธรรมดายังทำไม่ได้แล้วจะไปสู้อะไรได้กับก้อนเนื้อร้ายที่มันเกิดในสมอง...

พอนึกแล้วก็ได้แต่กล่าวโทษโชคชะตาฟ้าดิน คนบนโลกนี้มีเป็นกี่แสนล้านคน ทำไมจะต้องเป็นแบคฮยอนที่ต้องเจอเรื่องแบบนี้ด้วย ทำไมถึงไม่เป็นคนอื่น...


ไม่เข้าใจเลย...

ทำไมถึงได้ทรมานแบบนี้...


“ฮึก... ฮือ....”

โทรศัพท์มือถือเครื่องบางหลุดออกจากฝ่ามือหนาที่ยกขึ้นเช็ดน้ำตา ชานยอลได้ยินแต่เสียงตัวเองดังแว่วๆ ในโทรศัพท์เพราะมือถือของแบคฮยอนที่กดรับสายเอาไว้อยู่ใกล้แค่ตรงกระเป๋า...


ไม่มีแบคฮยอน...

มีแค่ชานยอลที่เอาแต่หลอกตัวเอง...

ไม่ว่ายังไงก็ทำใจไม่ได้สักที...


“ฮือ... ฮือ...”

เสียงร้องไห้ของชายหนุ่มวัย 26 ปี ยังคงดังสะท้อนอย่างน่าขนลุกไปทั่วบริเวณสุสานที่มีหลุมฝังศพมากมาย ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเข้มมากขึ้นทุกที ยิ่งบรรยากาศรอบข้างเงียบมากเท่าไหร่เสียงร้องไห้ก็ยิ่งชัดเจนขึ้นมากเท่านั้น


ชานยอลได้ยินแต่เสียงร้องไห้ของตัวเองดังอยู่แค่ที่ปลายจมูก...


การมีชีวิตอยู่ต่อสำหรับเขามันยากมากเหลือเกิน ชานยอลเคยรู้สึกอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อบนโลกใบนี้ แต่เขาจะตายไม่ได้ถ้ายังไม่ได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับแบคฮยอน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหลังใหญ่หรือเป็นหมอที่ทั้งเก่งและมีเงินทอง...

แบคฮยอนเองก็คงจะไม่อยากให้ชานยอลรีบตายเหมือนกัน เขาคงจะไม่อยากได้วิญญาณของหมอจนๆ ที่มีแต่ความสิ้นหวัง

ชานยอลพยายามแล้ว... เขาพยายามที่จะเป็นคนที่ดีที่สุดสำหรับแบคฮยอนแล้ว... แต่มันก็ทำได้ยากเหลือเกิน...


ตอนที่ไม่มีแบคฮยอนอยู่ด้วยแค่จะหายใจ ลืมตาตื่นหรือข่มตาหลับก็ยังทำได้ลำบาก แม้แต่ตอนกินข้าวก็ยังเอาแต่คิดถึงแบคฮยอน ชานยอลไม่สามารถทำอะไรได้นอกจากโทรศัพท์เข้ามือถือแบคฮยอนแล้วพูดคุยกับความว่างเปล่าจากปลายสาย...


อย่างน้อยมันก็ทำให้กินข้าวได้ลง...

ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน ความรู้สึกเสียใจนี้ก็ไม่เคยน้อยลงเลย...


“ฮึก... คิดถึงนะครับ อยากอยู่ด้วยทุกวันเลย...”

ฝ่ามือที่สั่นเทาเอื้อมไปแตะป้ายหินอ่อนสีดำตรงหน้าอย่างเบามือ ชานยอลใช้นิ้วโป้งลูบไปตามรอยสลักชื่อ พยอน แบคฮยอน ช้าๆ ราวกับกำลังเกลี่ยปางแก้มขาวเนียนที่เขาคุ้นเคย แค่นึกถึงตอนที่ได้อยู่ด้วยกัน หยาดน้ำตาที่เหมือนจะสงบลงแล้วก็ไหลทะลักออกมาอีก


ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง... ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน...

ชานยอลไม่รู้อะไรเลยสักอย่าง....


“ผมหยุดสามวัน อึก... พรุ่งนี้ผมมาหาแต่เช้านะ...”

....

“รักพี่นะครับ...”

....

“จะรักตลอดไปเลย....”

.....

“ถึงบ้านแล้วเดี๋ยวผมโทรหานะ... ฮึก...”

....

“พักผ่อนนะครับ... ผมรักพี่นะ...”

.....

“ผมเชื่อว่าพี่อยู่ข้างผม เห็นผมใช่ไหม...”

....

“ขอโทษนะครับที่ร้องไห้ ถ้าฟังอยู่....”

....

“รักนะครับ....”

....

“ฮึก....”

 

เอ่ยอำลากับป้ายหินเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเก็บโทรศัพท์ขึ้นมากดตัดสายแล้วลุกยืนขึ้น ชานยอลวางช่อดอกไม้ที่แบคฮยอนชอบเอาไว้ที่หน้าหลุมศพพร้อมกับกล่องสลัดมันฝรั่งก่อนที่จะยกแขนเสื้อเช็ดน้ำตาให้ตัวเอง...


ต้องกลับไปทำหน้าที่แล้ว...

ต้องกลับไปใช้ชีวิตต่อแล้ว...


ชานยอลเชื่อว่าเขาจะมานั่งร้องไห้ตรงนี้ทุกวันหยุดอีกหลายปีกว่าหัวใจจะด้านชา และชานยอลก็เชื่อว่าแบคฮยอนอยากให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไปจนกว่าจะทำตามคำมั่นสัญญาได้สำเร็จ

อย่างน้อยขอแค่ได้มาหา ได้คุยกัน ชานยอลก็พร้อมจะหอบแรงใจอันน้อยนิดของเขากลับไปทำงาน กลับไปใช้ชีวิตต่อเหมือนเดิมแล้ว เหมือนกับที่แบคฮยอนอยากให้เป็น ชานยอลได้แต่หวังว่าสักวันเขาจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ มีบ้านหลังใหญ่ และจะได้มีความสุขอยู่ด้วยกันกับแบคฮยอนตลอดไปไม่ว่าจะในโลกนี้หรือโลกหน้า...


ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะอยู่ด้วยกันตลอดไป...

รักมากยังไงก็ยังคงมากอยู่อย่างนั้น ไม่เปลี่ยนไปเลย...


รักนะครับ...

สักวันผมจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จ... พอถึงวันนั้นแล้วก็ยอมให้ผมไปอยู่ด้วยนะ...

 

 

พี่เป็นเหมือนชีวิตของผมเลย...









.: จบ :.





#ในฝันใฝ่









เอ... เราเว้นวรรคงงๆ ไปหน่อยขอโทษนะคะ Orz ไม่ชินกับระบบเด็กดีใหม่น่ะค่ะ เดี๋ยวห่างเดี๋ยวชิด คิดว่าถ้าหาทางแก้ได้จะรีบมาจัดการเลยค่ะ เอ็นจอยรีดดิ้งนะคะ ;v; ขอบคุณที่อ่านค่ะ เราสงสารชานยอลมากเลย ฮืออ แต่ว่าอย่าลืมคอมเม้นและแท็ก #ในฝันใฝ่ นะคะ

ขอบคุณค่ะ :D





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #80 haneul_o4 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2563 / 15:28
    ฮืออออออ เศร้าจังเลยค่ะ ปวดใจจังอ่านไปก็ยิ่งน้ำตาไหล
    #80
    0
  2. #79 pjjaewon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 19:26
    กลับมาอ่านกี่รอบๆ ความรู้สึกก็ยังเหมือนเดิมเลย ㅠㅠ
    #79
    0
  3. #77 Beeyourbear (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2562 / 02:56
    น้ำตามาตอนตี2ฮือออออ TTTTTTT มากอดนะชานยอลลลล
    #77
    0
  4. #76 fernlanddd (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 18:48
    😢😢😢
    #76
    0
  5. #75 Area6104 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 เมษายน 2561 / 23:34
    จะกลับมาอ่านกี่รอบ ไม่เคยสั่งน้ำตาให้ไม่ไหลได้เลย
    #75
    0
  6. #74 BezT25 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 18:49
    น้ำตามาเต็มมมม เขารักกันมากจริงๆ แต่ก็ถูกความตายพลัดพราก สงสารชานยอลมากเลย ตั้งความหวังไว้สวยงาม กับคนที่รักที่สุด แต่เขาไม่อยู่แล้ว
    #74
    0
  7. #72 Japiizq (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2560 / 06:49
    ได้แต่ยินยอมรับความเจ็บปวด และฉันจะอดทนแม้แทบขาดใจ ไม่อาจจะวิ่งหนีความจริง ที่มันโหดร้าย จะพร้อมจะยอมเข้าใจความเปลี่ยนแปลง..
    #72
    0
  8. #71 phinidnan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กันยายน 2559 / 14:09
    น้ำตามาเต็ม ฮรือออ~~ ??
    #71
    0
  9. #70 เจ้าครีม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2559 / 22:30
    อยู่ดีๆน้ำตาก้ไหล
    #70
    0
  10. #69 BABYzPCY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 18:35
    ฮือออ จบเศร้าจัง TT
    #69
    0
  11. #68 สีคราม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 22:11
    น้ำตามา หลังจากที่ตาแห้งมาแสนนาน ก๊ากกกกก แต่งชาติหน้าต่อนะคะ555555 เหมือนปวดอึแต่ไม่สุดง่ะ ร้องไห้แป๊บ
    #68
    0
  12. #67 Phonez Blue Muggle (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 เมษายน 2559 / 13:35
    สงสารอ้าาา
    #67
    0
  13. #66 กวิ้นๆเดอะเพนกวิ้น (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 21:09
    ไม่รู้ว่าควรดีใจมั้ยที่เข้ามาอ่าน อ่านเเล้วก็เศร้าอ่านเเล้วก็นอยด์ ไม่ใช่มันไม่ดีนะคะ คือมันดีเกินไป อินไป เราเสียใจ เราชอบฟิคโลกสวยเเบบเเฮปปี้เอนดิ้ง เเต่เราก็ดีใจกับฟิคนี้ที่ถึงเเม้เเบคจะจากไปชานยอลก็ยังอยู่ ยังอยู่เพื่อรักยังอยู่เพื่อคิดถึงกิน....
    #66
    0
  14. #64 hunkeng (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 10:45
    ฟิคพี่แบบเป็นฟิคเรียกน้ำตามากอะเอะใจตั้งแต่ตอนโทรศัพท์แล้วทำไมไม่พูดตอบอะไรมาเลยครั้งแรกยังงงๆพอโทรครั้งที่สองนี่รู้เลยอะว่าเป็นเสียงอัตโนมัติแน่ๆน้ำตานี่มาเลยอะเข้าใจอารมณ์ชานยอลเลยตอนโทรไปเล่าชีวิตประจำวันให้แบคฮยอนฟังแต่ก็รู้ว่าแบคคงไม่มีโอกาสได้ฟังแต่แบคก็เป็นเหมือนที่พึ่งทางใจให้ชานยอลอารมณ์แบบเราคงอยากระบายให้คนที่เราไว้ใจและรักมากฟังประมาณนั้นสงสารชานยอลอีกแล้วโดนทิ้งไว้คนเดียวฮือออแต่เราชอบนะฟิคแนวนี้ที่ไรต์แต่งเราชอบที่แต่งแล้วเรียกน้ำตาได้ขอบคุณครับที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ขึ้นมา
    #64
    0
  15. #63 ฮงชินบี (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 เมษายน 2559 / 02:58
    ห้ามไม่ได้เลยเนาะที่จะให้อีกคนจากไปแบบนั้น สงสารชานยอลจัง สงสารแบคฮยอนด้วย ชานยอลต้องสู้ต้องทำความฝันให้แบคฮยอนเห็นว่าทำสำเร็จแล้ว จากกันแบบไม่มีวันได้กลับมาอีก เว้นแต่ความทรงจำ เพียงสองตอนที่อ่านไปเพลินๆภาษาที่เล่าให้เห็นภาพภาษาของไรท์เตอร์กลับทำให้มีน้ำตาได้ในตอนจบ ชอบ...
    #63
    0
  16. #62 เลิกไอดีนี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 01:11
    ฟิคของพี่ดีมากเลย ทำหนูร้องไห้อีกแล้ว ??
    #62
    0
  17. #61 Shotaconn. (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 16:59
    แปะแปป เดี๋ยวมาอ่าน ตอนนี้ไม่พร้อม ??
    #61
    0
  18. #58 1998bhx_ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 23:44
    ไรท์เตอร์ขา คือเศร้าใจจะขาดมากก อ่านละแบบร้องตามหนักมากกก ขนาดมีแค่สองตอน ร้องยาวจนจบฟิคก็ยังอิน น้ำตามาเอง55555555555555 ไม่ได้เม้นฟิคมานานมากแล้ว ดีใจที่ได้เม้นท์ฟิคใครอีกครั้งค่ะ ปล.เสื้อกาวน์เขียนแบบนี้รึเปล่าคะ คือรู้สึกว่าจะเขียนแบบนี้น้า มันอ่านแล้วขัดอารมณ์นิดนึง แต่ยังไงก็ดีมากๆเลยค่ะ
    #58
    0
  19. #57 Giffvy Lala s'Sornum Pol (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 00:11
    ตั้งใจว่าจะไม่อ่านฟิคดราม่าของไรท์อีกก็ทำไม่ได้ค่ะ ฟิคของไรท์ทำเราตาบวมอีกแล้ว ยอมใจไรท์จริงๆที่เหมือนมานั่งในใจเราแบบนี้... คนสำคัญของเราเสียไปก่อนเรารับปริญญาไม่กี่เดือนค่ะ ความตั้งใจที่ว่าจะเรียนจบเก็บเงินเปิดร้านให้แม่ซักร้านเหมือนฝันที่พังทลาย เรื่องโทรศัพท์ก็เหมือนกัน เราโทรศัพท์หาแม่ทุกครั้งที่พักกลางวันไม่ว่าจะตั้งแต่เรียนจนถึงทำงาน แม้แต่ตอนที่แม่เสียไปแล้ว เราก็ลองกดโทรหาแม่ คิดแบบโง่ๆว่าแม่จะรับมันเหมือนทุกครั้ง เราเป็นแบบนี้อยู่พักใหญ่จนเราออกจากงานค่ะ มันมืดแปดด้านไม่รู้จะเดินไปทางไหน เหมือนคนหลงทาง คิดแต่ว่าคนที่เป็นความฝันของเราจากไปแล้ว เราจะทำไปเพื่อใคร ทรมาณ ไม่อยากอยู่ขาดเขาเราจะอยู่ได้ยังไงเราทำไม่ได้ คนที่อยู่ตางหากที่ทรมาณ คำบรรยายของไรท์ทั้งหมดเหมือนมานั่งในใจเรา ยอมจริงๆค่ะ ไรท์ถ่ายทอดออกมาได้ดีเหลือเกิน ส่วนเราก็ทรมาณตัวเองด้วยการอ่านฟิคไรท์อยู่เรื่อยเลย ฮ่าๆ ขอบคุณค่ะ สำหรับฟิคภาษาสวยๆความหมายดีๆ ทุกวันนี้เราก็คิดเหมือนชานยอลค่ะว่าเราจะทำให้ฝันเป็นจริง แต่ถ้าเลือกได้เราอยากไปอยู่กับแม่ขอแค่ได้อยู่ด้วยกันอีกครั้ง
    ขอโทษนะคะที่ใส่ทั้งเรื่องราวทั้งความรู้สึกของตัวเองปนลงไปเยอะมาก เราอินมากรู้สึกตัวเองไม่สามารถแยกแยะ/เม้นบรรยายฟิคโดยปราศจากเรื่องราวของตัวเองได้ ทรมาณจัง;^;
    #57
    0
  20. #55 Natsuda Chiudai (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 18:58
    น้ำตาซึมเลยค่ะ 
    รู้สึกจุกเลย ตอนชานยอลพูดว่าถ้าประสบความสำเร็จเมื่อไหร่ ขอให้แบคฮยอนยอมให้ตัวเองไปอยู่ด้วย
    เข้าใจเลยว่าชานยอลมีชีวิตอยู่เพื่อทำในสิ่งที่แบคฮยอนต้องการขนาดไหน ทำเพื่อคนที่รักจริงๆ
    เมื่อสำเร็จจะขอไปอยู่ด้วย มันเจ็บปวดมากเลยค่ะ 
    อ่านจบแล้วยังหน่วงไม่หายเลยค่ะ ทำยังไงดีคะ 😢
    #55
    0
  21. #54 bunny.a (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 22:54
    ยืนยันอีกทีว่าไม่เคยผิดหวังกับผลงานคุณพลีสสักเรื่องเลยค่ะ อินมาก ประทับใจความรักของแบค เป็นแบคสินะที่มาช่วยชานยอล เหนือสิ่งอื่นใดคือสงสารชานยอลมากๆเลยค่ะ รบกวนขอ how to ทำให้น้ำตาหยุดไหลหน่อย
    #54
    0
  22. #53 sehunkn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 23 มีนาคม 2559 / 23:41
    ตอนแรกก็ไม่ค่อยพิเศษมากแต่ตอนสองน้ำตานี่มาเป็นเขื่อน กูเศร้ากูอินกูไม่โอเคอะมันเศร้าปายยย
    #53
    0
  23. #50 ChanBaek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 00:21
    อ่านตอนแรกคือเริ่มรู้สึกไม่ค่อยโอเค พอมาตอนสองร้องไห้แบบสุดๆ ฮืออมันเศร้ามากๆเลยอ่ะไรท์ นี่ร้องไห้หนักมากจริงๆT T
    #50
    0
  24. #49 สวย (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 14:04
    มันรุนแรงเหลือเกินค่ะคุณกิตติ โอ้ย แสบตา ,
    #49
    0
  25. #48 Melody Byun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 13:18
    ฮืออ TT เศร้ามากอ่ะ แบบสงสารชานยอลมาก สุดยอดเลยอ่ะ เป็นฟิค 2 ตอนที่เรียกน้ำตาจากคนอ่านได้แบบสุดยอดอ่ะ ร้องไห้หนักหน่วงจนจะขาดใจแล้ว มันดีมากจริงๆ ฮือออออออออ 
    #48
    0
  26. #19 baekin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 00:12
    ร้องไห้หนักมาก และร้องดังด้วย ปกติเรื่องป้าบีคือร้องหนักแต่จะร้องแบบกลั้นเสียง แต่เรื่องนี้ ร้องแบบปล่อยเสียง คือราวกับว่า ตัวเองคือชานยอล ที่เสียแบคฮยอนไปโดยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย ตอนอ่านจินตนาการเห็นภาพตอนแบคฮยอนเล่นกับชานยอลอะ แบคฮยอนยิ้มแบคฮยอนหัวเราะ แล้ววันนึงรอบกายที่ไม่มีแบคฮยอน มีเพียงความว่างเปล่าและเจ็บปวด อยากเรียกคืนวันดีกลับมา คือรู้สึกเสียใจเศร้าใจและคิดถึงแบคฮยอนไปพร้อมๆชานยอลเลย บอกตรงๆอ่านอันนี้จบต้องรีบหาคลิปฮาๆของแบคดูเลยอะ เพื่อดึงความรู้สึกที่กำลังดิ่งอยู่ตอนนี้ และตั้งสติให้หยุดจมกับดราม่า แบคฮยอนคือชีวิตของชานยอลจริงๆ และก็เป็นชีวิตของติ่งจนๆแบบเราให้มีกำลังใจทำงาน งกๆ โดยไม่สนใจคำว่านินทาจากใคร ฟิคนี้มีความหมาย แบคฮยอนไม่ใช่แค่คนสำคัญของชานยอลนะ แต่ในชีวิตจริง นี้ร้องไห้เสียใจกับคำพูดการดูถูกการนินทา และความท้อที่เราเกิดมาจน การศึกษาน้อยจนโดนคนอื่นดูถูก ว่าจนแบบนี้เนี้ยนะเปนติ่ง จบแค่เนี้ยรู้จักเกาหลีด้วยหรอ อ่านภาษาที่เค้าเขียนออกรึป่าว หน้าตาแบบเนี้ยนะ ชอบเกาหลี ทุกคำพูดที่ได้รับ เคยทำให้อยากเลิกชอบแบคฮยอนเพราะกลัว ว่าจะทำให้คนอื่นไม่ชอบแบคฮยอนเพราะมีแฟนคลับความรู้น้อย หน้าตาไม่สวย และไม่ได้ทำงาน ดีๆเหมือนคนอื่นเค้า แต่ทุกสิ่ง ที่แบคฮยอนทำ มันทำให้คนที่ท้อและหมดหวัง ยังอยากจะทำให้ชีวิตดีกว่านี้ อยากมีชีวิตดีๆไปอวดแบคฮยอน ให้แบคฮยอนรู้ว่าข้างหลังแบคฮยอนนั้น ยังมีคนยิ้มได้แม้แบคฮยอนจะไม่เห็นเลยก็ตาม แค่เป็นกำลังใจเงียบๆ ก็พอ แบคฮยอนคือคนสำคัญของเรา
    #19
    3
    • #19-2 baekin(จากตอนที่ 2)
      21 มีนาคม 2559 / 02:25
      ขอบคุณนะคะ ทุกวันนี้เราผ่านจุดนั้นมาได้เพราะ แบคฮยอนทำให้เห็นทุกอย่าง ไม่จำเปนต้องตอบทุกคำถามแต่ทำให้เห็นเลยไม่สักแต่ว่าพูด แบคฮยอนทำให้เรามีความคิดที่เปลี่ยน จนเปนเราทุกวันนี้
      #19-2
    • #19-3 baekin(จากตอนที่ 2)
      21 มีนาคม 2559 / 21:18
      ขอบคุณนะคะ ทุกวันนี้เราผ่านจุดนั้นมาได้เพราะ แบคฮยอนทำให้เห็นทุกอย่าง ไม่จำเปนต้องตอบทุกคำถามแต่ทำให้เห็นเลยไม่สักแต่ว่าพูด แบคฮยอนทำให้เรามีความคิดที่เปลี่ยน จนเปนเราทุกวันนี้
      #19-3