ในฝันใฝ่... Chanbaek

ตอนที่ 1 : ในฝันใฝ่... (ฉากเริ่ม)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    17 มี.ค. 59





ในฝันใฝ่...


ใฝ่ฝัน...


ช่างงดงาม...


 


ในวันที่ฝนตกพรำๆ...


ปาร์ค ชานยอลในชุดลำลองกับเสื้อแจ็คเกตสีเขียวขี้ม้าเดินเอื่อยๆ ไปตามฟุตบาทที่แทบร้างผู้คน ในวันเทศกาลชูช็อคที่ทุกคนต่างพากันกลับบ้าน ถนนในเมืองหลวงอย่างโซลก็โล่งราวกับเป็นต่างจังหวัด

ชายหนุ่มตัวสูงแกว่งช่อดอกกุหลาบในมือไปมา ริมฝีปากอิ่มระบายยิ้มจางๆ ขึ้นบนใบหน้า ในวันที่ถนนโล่งแบบนี้อะไรมันจะดีไปกว่าการได้เดินจับมือกับคนที่รักไปตามทางเดินท่ามกลางอากาศหนาวเย็น

ชานยอลเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ไม้สีเขียวแก่ตรงริมทางฟุตบาทข้างสวนสาธารณะ เขาหยิบเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความหาแฟนตัวเล็กที่กำลังจะมาถึงจุดหมายในอีกไม่ช้า แต่ทว่ายังไม่ทันจะได้เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า แรงกดที่บ่าจากด้านหลังก็เรียกชานยอลให้ต้องหันไปมอง

“ไปยัง หิว”

พยอน แบคฮยอนในชุดเสื้อฮู้ดสีแดงกับแท่งอมยิ้มที่คาอยู่ในปากทำให้ชานยอลอดอมยิ้มออกมาไม่ได้ เขารีบลุกยืนขึ้นเดินอ้อมม้านั่งไปกอดคอแฟนตัวเล็กเอาไว้ก่อนที่จะก้าวเท้าพากันเดินไปร้านอาหารทันทีโดยไม่รีรอ

ดูจากสีหน้าแล้วแบคฮยอนคงจะหิวเต็มทน ไม่ต้องถามเลยว่าชานยอลจะเลือกทำอะไรก่อน ระหว่างให้ดอกไม้กับพาแฟนเขาไปกินข้าว

“มาถึงนานยัง” คนตัวเล็กว่าในขณะที่หยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดแผนที่หาร้านอาหารที่ตัวเองตั้งใจจะมากิน แบคฮยอนไม่ได้ไม่โรแมนติกนะ เขาเห็นหรอกว่าชานยอลเอาดอกกุหลาบมาด้วย แต่ตอนนี้ขอหาอะไรกินก่อน เรื่องซึ้งๆ เอาไว้ทีหลัง

“เพิ่งมาครับ ผมนั่งปุ้บพี่ก็มาเลย”

“งั้นก็มาพร้อมกันดิ”

“ผมว่าผมมาก่อน”

“กูมาก่อนเหอะ” แบคฮยอนเถียงอย่างไม่จริงจังนัก เขาแกล้งใช้เท้าเตะขาชานยอลที่ทำเป็นหัวเราะขำกับความพยายามเอาชนะแบบเด็กๆ ของเขา แบคฮยอนไม่ได้จะเกทับสักหน่อย เขามาถึงตั้งเกือบสองนาทีแล้ว แค่เดินเอาขยะไปทิ้งในสวนมาเอง

“มาก่อนละไมไม่โทรหา”

“ก็จะโทรอยู่ แต่เอาขยะไปทิ้งออกมาก็เห็นนั่งอยู่แล้วไง”

“อ๋อ...”

“พูดมากว่ะ หิว วันนี้เลี้ยงนะ เมื่อคืนจ่ายค่าห้องไปอ่ะ เงินเดือนยังไม่ออก” พูดออกไปด้วยท่าทางสบายๆ ในขณะที่ผลักประตูเปิดเข้าไปในร้านอาหาร แบคฮยอนเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวในสุดเพื่อความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น

วันนี้เป็นวันที่ 25 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันครบรอบอะไรสักอย่างของชานยอล ซึ่งแบคฮยอนไม่ได้ไม่สนใจมัน แต่เขาก็ไม่ได้สนใจ อันที่จริงแล้วในวันหยุดยาวของเทศกาลแบบนี้แบคฮยอนอยากนอนดูหนังโง่ๆ อยู่ที่บ้านมากกว่าจะออกมาเดินเที่ยว แต่เพราะว่าชานยอลอยากมาเขาก็เลยต้องออกมาด้วย

ก็ไม่ได้อยากบอกว่าตัวเองแก่หรอก แต่แบคฮยอนไม่ค่อยสนใจวันครบรอบหรือวันพิเศษเท่าไหร่ ปีนี้เขาอายุ 25 แล้ว ส่วนชานยอลก็ 21 ล่ะมั้ง...?  จำได้ว่าห่างกันประมาณ 3 – 4 ปี ปีนี้ชานยอลเรียนหมอปี 4 แล้ว แต่ถึงจะเรียนหนักมากขึ้นก็ไม่เคยลืมโทรหา หรือลืมวันสำคัญเลย


อืม... เด็กก็แบบนี้แหละนะ ยิ่งเป็นเด็กน่ารักแล้วด้วย...


“เอาไก่สไปซี่กับสลัดเบคอน เนื้อสามถาด หมูสามชั้นสอง ปลาหมึกสอง ไก่หนึ่ง ชารีฟิลสองแก้ว มึงอ่ะ” แบคฮยอนพับเมนูส่งคืนให้พนักงานก่อนจะหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเช็คข้อความแล้วเก็บมันลงกระเป๋า เขาเห็นชานยอลสั่งแต่สลัดกุ้งกับไข่หอยเม่นที่ชอบแล้วก็คืนเมนูให้พนักงาน

ชานยอลมักเป็นแบบนี้เสมอ เขาชอบสั่งอะไรที่ชอบมากินซ้ำๆ ไม่ค่อยลองของใหม่ๆ ออกแนวเฮลตี้รักสุขภาพ เพราะงั้นเวลามากินบุฟเฟ่ต์กับชานยอลก็เลยไม่ค่อยสนุกเท่าไหร่ เพราะชานยอลจะเลือกกินแค่ที่พอเหมาะและพอดี...

“สั่งน้อยจังวะ”

“หมดแล้วค่อยสั่งเพิ่มก็ได้” เขาว่าพร้อมกับหยิบเอาตะเกียบออกมาหักให้กับคนตรงหน้า

“แล้วสอบเป็นไงมั่งอ่ะ”

“ครับ? อะไรนะ?”

“สอบอ่ะ เค้ามีสอบกันไม่ใช่อ่อ”

“ไม่ใช่คณะผมอ่ะ ของผมสอบไปแล้ว”

“อ่อ สงสัยจำผิด เห็นน้องบอกที่ ม.มีสอบ นึกว่าสอบเหมือนกันหมด” แบคฮยอนโคลงหัวไปมา เขาทุบมือลงกับโต๊ะเป็นจังหวะเพื่อฆ่าเวลาระหว่างที่รอให้สลัดรองท้องมาเสิร์ฟ ตอนนี้แบคฮยอนยังไม่มีอะไรอยากพูด เขาหิวจนนึกอะไรไม่ออก แล้วก็ยังไม่อยากคุยอะไรจนกว่าท้องจะอิ่ม

“ใจเย็นๆ เดี๋ยวก็มาแล้ว” ท่าทางกระวนกระวายของคนตรงหน้าทำชานยอลอดขำไม่ได้ เขาล้วงเอาขนมช็อคโกแลตในกระเป๋าออกมายื่นให้คนอายุมากกว่าก่อนที่จะลุกขึ้นไปตักสลัดมักกะโรนีมาเผื่อว่าแบคฮยอนจะอยากกินอะไรรองท้อง


ในเทศกาลชูช็อกที่ทุกอย่างดูเงียบและสบายหูสบายตาไปหมด...


แบคฮยอนได้แต่มุ่ยปากอย่างนึกเซ็งกับอาหารที่ยังมาเสิร์ฟไม่ถึงโต๊ะสักที ถึงจะเห็นว่าชานยอลกำลังไปตักมาให้มาให้กินก่อน แต่ใจมันก็อยากกินเนื้อกับหมูสามชั้นอยู่ดี แบคฮยอนกำลังเซ็ง... เขากำลังเซ็งมาก... เซ็งกับอาหารสดที่ไม่ต้องผ่านการปรุงอะไรแต่ก็มาไม่ถึงสักที

“อ่ะ กินไปก่อน”

ถ้วยสลัดมักกะโรนีใบเล็กถูกวางลงตรงหน้าพร้อมกับขิงและหัวไชเท้าดอง แบคฮยอนจัดการคีบเท้าดองที่เขาชอบเข้าปากระหว่างรอให้พนักงานเอาของย่างมาเสิร์ฟ

รอยหมึกปากกาที่อุ้งมือชานยอลทำให้แบคฮยอนรู้ได้ว่าแฟนเขาเพิ่งอ่านหนังสือและจดชีทมาก่อนที่จะออกจากบ้านหรืออาจจะเป็นเมื่อคืน ทั้งๆ ที่วันนี้ไม่จำเป็นต้องออกมาข้างนอกก็ได้แต่ชานยอลก็ยังอยากจะทำ

เขาเป็นแบบนั้นเสมอ จะเรียกว่าเป็นคนที่สมบูรณ์แบบได้หรือเปล่า? ชานยอลเรียนเก่งมาก ชีวิตเขามีระบบระเบียบ พ่อแม่เลี้ยงดูมาอย่างดี ชานยอลเป็นคนเรียบร้อยมาก ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูนุ่มนิ่มอ่อนโยนไปหมด เป็นคนดีเสียจนแบคฮยอนอดนึกสงสัยไม่ได้ว่า เพราะอะไร ชานยอลถึงได้มาหลงรักคนอย่างเขา


เคยได้ยินมาว่าคนเรามักตกหลุมรักคนที่ตรงกันข้าม แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมากขนาดนี้ พอนึกแล้วก็ขำดี แบคฮยอนไม่ได้จับผิดหรอก เขาไม่ค่อยชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นเท่าไหร่ แต่อย่างชานยอลเนี่ย มีเรื่องอะไรที่ไม่ดีกับเขาบ้างหรือเปล่านะ

ถ้าเป็นแบคฮยอนล่ะก็ อย่าถามเลยว่าตรงไหนที่ไม่ดี เขาก็ไม่ดีทั้งหมดนั่นแหละ นิสัยที่ดีมันก็มีแต่ก็น้อยกว่ามาก ทั้งขี้รำคาญ โผงผาง บางทีก็ไร้เหตุผล ชอบทำอะไรตามใจตัวเองอยู่เรื่อย ไม่เหมือนกับชานยอลที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ยอมเสมอ ถึงจะไม่ผิดก็เอาแต่ขอโทษจนแบคฮยอนอดรู้สึกไม่ได้ว่า สำหรับชานยอลแล้วเขาไม่เคยทำผิดอะไรเลย...

“พี่...”

“ว่า?”

“วันนี้ว่างปะ”

“ทำไมอ่ะ”

“ไปค้างห้องผมได้ไหม”

“ไปดิ” ตอบออกไปอย่างไม่ใส่ใจเหมือนอะไรก็ได้ ก่อนจะหยัดหลังขึ้นเมื่อเห็นว่าพนักงานยกถาดเนื้อมาเสิร์ฟแล้ว แบคฮยอนหันไปสั่งเห็ดกับพนักงานเพิ่มแล้วลงมือย่างเนื้อที่เพิ่งถูกวางลงบนโต๊ะทันที

อันที่จริงคืนนี้แบคฮยอนก็ตั้งใจจะไปนอนห้องชานยอลอยู่แล้ว แล้วก็ไม่ได้คิดว่าต้องขอด้วย รู้หรอกว่ามารยาทไม่ดีแต่คบกันมาตั้งสามปีแล้ว แบคฮยอนไม่คิดว่ายังต้องขออนุญาตอยู่อีก จะบอกว่าวันครบรอบทั้งทีก็ยังไงๆ อยู่ ปกติแบคฮยอนก็ไปนอนห้องแฟนเขาบ่อยๆ อยู่แล้ว แล้วครั้งนี้ก็ไม่ได้รู้สึกพิเศษอะไร


ชานยอลเนี่ย...ช่างเป็นคนโรแมนติกจริงๆ เลย...


“แล้วที่ว่าไปหางานได้ยังอ่ะ”

“ยังอ่ะ ขี้เกียจ ค่อยไปวันหลัง”

ในขณะที่กำลังคุยเรื่องจิปาถะกันไปมือสองคู่ก็ช่วยกันคีบเนื้อสไลด์ใส่เตา แบคฮยอนแทบไม่ได้มองหน้าชานยอลด้วยซ้ำ เขาสนใจแต่เจ้าเนื้อและหมูที่กำลังนอนร้อนอยู่บนตะแกรงเหนือเตาถ่าน

สำหรับชานยอลแล้ว ทุกวันก็เป็นวันพิเศษนั่นแหละ... เขาชอบทำเหมือนกับทุกวันเป็นวันพิเศษ ไม่ว่าวันไหนๆ ชานยอลก็ยังคงเป็นชานยอลที่เสมอต้นเสมอปลาย เขาไม่เปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อยตั้งแต่วันแรกที่คบกันจนถึงวันนี้

ไม่เคยมองใคร... ไม่เคยลืมวันสำคัญ อะไรๆ ก็ยอมไปหมดทุกสิ่งทุกอย่างจนบางทีแบคฮยอนก็รู้สึกผิด เขารู้ตัวหรอกว่าตัวเองนิสัยไม่ค่อยดี แต่ก็ไม่ได้อยากมีแฟนไว้รองรับความนิสัยไม่ดีของตัวเองสักหน่อย ถึงอย่างนั้นก็นะ...


ก็รักชานยอลไปแล้วนี่ หลงรักทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นชานยอลเลย...


สักวันจะถูกทิ้งไหมนะ...

 

.

.

.

.

 

ภายในห้องคอนโดที่มีเพียงแค่ไฟสีเหลืองนวลส่องฉาบกำแพงจนเป็นสีเดียวกัน แบคฮยอนที่ร่างกายเปลือยเปล่าขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะดึงเอาผ้านวมสีขาวขึ้นมาห่มถึงคอ ดวงตาเรียวรีเหลือบไปมองนาฬิกาดิจิตอลบนหัวนอนก่อนจะปิดเปลือกตาลงอีกครั้ง

ตอนนี้นาฬิกาบอกเวลาตีสองห้านาทีแล้ว ลมแอร์หนาวๆ ที่พัดกระทบผิวกายที่เปลือยเปล่าทำให้แบคฮยอนต้องถกผ้าห่มคลุมขึ้นสูง เขาจำได้ว่าตัวเองเพลียจนงีบหลับไปตอนประมาณห้าทุ่มกว่าๆ ตอนนี้ชานยอลหลับสนิทไปแล้ว แขนขาที่ยาวเก้งก้างเหมือนแขนกลพาดส่วนนู้นส่วนนี้บนร่างกายจนหนักไปหมด กว่าจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งได้เล่นเอาลำบาก

วันนี้ถือเป็นอีกหนึ่งวันที่ธรรมดาของแบคฮยอน เขากลับมาถึงห้องชานยอลตอนประมาณบ่ายๆ นอนเล่นดูหนังกันจบไปสองเรื่องก็ทำเรื่องอย่างนั้นแล้วก็พักหาอะไรกินจนเกือบดึก พอตกดึกก็ทำอีกรอบแล้วนอนหลับไป

ห้องชานยอลสะอาดเหมือนทุกที วันนี้เขาทำสปาเกตตี้ไข่หอยเม่นอะไรสักอย่าง แบคฮยอนกินไม่รู้รสเท่าไหร่แต่ก็อร่อยดี


ตอนนี้นาฬิกาบอกเวลาตีสองเศษแล้ว....


แบคฮยอนนอนไม่หลับเพราะเขาหลับไวกว่าเวลาปกติไปมาก สุดท้ายก็เลยได้แต่ลุกขึ้นมานั่งเฉยๆ ไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี จะเปิดโทรทัศน์ก็กวนชานยอล จะเล่นโทรศัพท์ก็เบื่อๆ

ดวงตาเรียวรีกวาดมองไปรอบห้องที่มีเพียงแค่ไฟสีเหลืองนวลถูกเปิดไว้สลัวๆ แบคฮยอนล้มตัวนอนลงกับเตียงอีกครั้งก่อนจะหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาเสียบหูฟังเพื่อหาอะไรดู เขาเห็นชานยอลขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะลืมตาตื่นแล้วพาดแขนขาที่ยาวเก้งก้างมากอดรัดตัวเอาไว้


ในวันที่อากาศเย็น....

กับผู้ชายที่อบอุ่นยิ่งกว่าอะไร...

ไม่มีอะไรดีไปกว่านี้อีกแล้ว...


“นอนไม่หลับหรอ” เสียงทุ้มติดจะงัวเงียเอ่ยถามขึ้น ก่อนที่ใบหน้าคมๆ จะซุกลงกับลาดไหล่เล็ก ชานยอลง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น แต่ถ้าแบคฮยอนตื่นอยู่เขาก็ไม่อยากนอน...

“อือ...”

“ทำไร...” ชานยอลสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ เขาลืมตาขึ้นมองแฟนตัวเล็กที่เอาแต่เทความสนใจไปที่หน้าจอมือถือที่กำลังฉายรายการย้อนหลังผ่านเว็บ YouTube แบคฮยอนเปิดรายการเสียงดังซะจนได้ยินเสียงออกมาจากหูฟัง


ปกตินอนเวลานี้หรือเปล่านะ ทำไมถึงยังไม่ง่วงอีก...


“ฟังเบาๆ หน่อยดิ เดี๋ยวก็ปวดหู” พอว่าจบก็ยกมือขึ้นกดเบาเสียงโทรศัพท์ผ่านหูฟังอย่างถือวิสาสะ ชานยอลลดเสียงจนแน่ใจแล้วว่าปลอดภัยเขาถึงหลับตาลงอีกครั้งแล้วปล่อยให้แบคฮยอนดูรายการต่อไป

พรุ่งนี้ชานยอลไม่มีตารางงานต้องทำอะไร เขามีเวลาว่างทั้งวันสำหรับแบคฮยอน และไม่ว่ามันจะมีเหตุผลหรือไม่ ชานยอลก็จะทำตัวเองให้ว่างทุกครั้งที่ต้องทำอะไรเกี่ยวกับแบคฮยอน...

“เออ ช่วงนี้ปวดหัวว่ะ ปวดตุ้บๆ แถวข้างหลัง คุณหมอรักษาให้หน่อยดิ” แบคฮยอนถอดหูฟังออกข้างนึง เขาหันไปพูดกับชานยอลที่ยังนอนหลับตาอยู่อย่างสงบ

ที่จริงแล้วแบคฮยอนก็รู้หรอกว่าทำไมเขาถึงปวดหัว แต่ก็หาเรื่องอยากคุยไปอย่างงั้นแหละ

“ปวดตรงไหน ปวดบ่อยปะ”

“ปวดข้างหลังเนี่ย ปวดจี๊ดๆ เป็นๆ หายๆ”

“พักผ่อนไม่เพียงพอดิ เนี่ย บอกให้นอนก็ไม่นอน” ชานยอลแกล้งยกมือขึ้นปิดหน้าจอโทรศัพท์ก่อนที่จะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่คนชอบนอนดึกอย่างแบคฮยอนจะปวดหัว ทั้งๆ ที่งานการก็ไม่ได้ทำแท้ๆ ยังจะชอบทรมานร่างกายอยู่อีก

“คุณหมอรักษาให้หน่อย เร็ว”

“รักษาได้ไง ยังเรียนไม่จบเลย” พูดแล้วก็ยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายหันมาทำปากจุ๊บๆ ใส่ ชานยอลเขยื้อนหน้าไปจูบริมฝีปากคุณแฟนของเขาก่อนที่จะละใบหน้าออก สงสัยว่าคืนนี้จะได้ต่อกันอีกหลายยกล่ะ กว่าคนแก่อายุมากจะเพลียจนหลับ

“นี่แงะ รักษาแล้ว”

เสียงหัวเราะคิกคักจากแฟนตัวเล็กที่นอนขดอยู่ตรงหน้าทำให้ชานยอลอดยิ้มออกมาไม่ได้ เขาได้แต่ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอก่อนที่จะหลับตาลง ปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับความสุขที่ไม่มีอะไรมาเปรียบเทียบได้

มันเหมือนกับว่าพระเจ้าสร้างแบคฮยอนมาเพื่อเขา และชานยอลจะมีชีวิตอยู่เพื่อแบคฮยอน แบคฮยอนคือเป้าหมายเดียวในชีวิตที่ชานยอลอยากจะมี เป็นคนๆ เดียวที่เขาอยากจะรักตลอดไป เป็นทุกความสุขที่ไม่สามารถหาที่ไหน และไม่มีอะไรทดแทนได้

ไม่รู้เลยว่าทำไมถึงได้รักแบคฮยอนมากขนาดนี้ ชานยอลรู้สึกแค่ว่าแบคฮยอนคือชีวิตและทุกสิ่งทุกอย่างของเขา เป็นของมีค่าเพียงอย่างเดียวที่อยากจะคว้าไว้ให้อยู่ในอ้อมกอดตลอดไป...


รักจนไม่สามารถใช้คำว่ารักแทนความรู้สึกได้เลย...

 

.

.

.

.

 

เวลาเช้าของวันใหม่ ที่คู่รักในวันครบรอบยังนอนคลุกคลีกันบนเตียงขนาดควีนไซส์... ชานยอลไม่ยอมปล่อยให้เจ้าหญิงของเขาได้ลุกเดินไปไหนเลยนอกจากห้องน้ำ ชานยอลกล้าพูดได้เลยว่าวันนี้เป็นวันที่เขามีความสุขมากที่สุดวันหนึ่ง หลังจากผ่านฤดูกาลสอบไปแล้ว

การได้ใช้เวลาอยู่กับแบคฮยอนทั้งวันทั้งคืนโดยที่ไม่ต้องกังวลใจเรื่องอะไร เป็นความปรารถนาเหนือโชคลาภทั้งปวงที่ชานยอลพึงจะได้ การได้นอนโง่ๆ อยู่บนเตียงกับแบคฮยอนเป็นอะไรที่มีความสุขมากที่สุดเลย...

“เบื่ออ่ะ ขี้เกียจไปสมัครงานว่ะ เดี๋ยวหมดวันหยุดก็ต้องไปสมัครงานอีกละ” ในขณะที่กำลังไถหน้าจอเว็บหางานไป เจ้าของตำแหน่งคนว่างงานก็บ่นพึมพำไปด้วย แบคฮยอนเบื่อเหลือเกินกับการต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในแต่ละวัน

เขาเปลี่ยนงานหลายต่อหลายครั้งเพราะปัญหากับเพื่อนร่วมงาน แล้วก็ไม่รู้ว่าย้ายที่ทำงานไปจะเจอคนแบบนี้อีกไหม แต่มันก็มีอยู่ทุกที่นั่นแหละ ไอ้ประเภทงานไม่ทำ ดีแต่เลียแข้งเลียขา ใครเก่งเกินหน้าเกินตาก็เขม่น

แบคฮยอนเบื่อจริงๆ

“รอผมก่อน อีกสามสี่ปี ผมทำงานแล้วพี่นอนเฉยๆ เลย” ชานยอลหัวเราะขำ เขารูดซองโสมเข้าปากพลางสะบัดหน้าไปมากับรสชาติสุดซาบซ่านของมัน

“คุณนายหมองี้ปะ ไปเลย ไปเรียนให้จบไวๆ เลย” คนตัวเล็กแกล้งใช้เท้าถีบแผ่นหลังหนาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นไปกอดคอแฟนตัวสูงเอาไว้จากด้านหลัง

ชานยอลที่น่าหมั่นไส้เอาแต่พูดอวดดีว่าจะอย่างนั้นอย่างนี้ พอถึงเวลานั้นจริงๆ จะยังคบกันอยู่หรือเปล่าเถอะ ไม่ใช่ว่าจะมีแฟนสาวที่ใส่ชุดกราวด์เหมือนกันหรอกหรอ

“อื้อ ผมพูดจริงนะ” ชานยอลยิ้มขำ เขาไม่ได้ล้อเล่นเลยสักนิด ในเมื่อแบคฮยอนเป็นทุกสิ่งทุกอย่างแล้วแค่เลี้ยงดูทำไมจะทำไม่ได้ ชานยอลอยากจะใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เขารักตลอดไป ไม่ว่าจะอีกสิบหรือยี่สิบปีข้างหน้า

แค่คิดว่าแบคฮยอนจะไม่ได้อยู่ด้วยกันมันยังรู้สึกเหมือนจะทำใจไม่ได้ ชานยอลจินตนาการไม่ออกเลยว่าตัวเขาในวันนั้นจะเป็นยังไง... วันที่ใช้ชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีแบคฮยอน....

“จ้า~ รักกูชิบหายอ่ะมึงอ่ะ” คำพูดอวดดีจากเด็กชายวัย 20 ปีเศษ ทำคนอายุมากกว่าขำจนต้องใช้ฟันกัดใบหูด้วยความหมั่นไส้ แบคฮยอนไม่ได้ไม่เชื่อนะ คำพูดและความตั้งใจแบบนั้นมันทำให้เขามีความสุขมากเลย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันจะง่ายเหมือนที่พูดหรือเปล่าเนี่ยสิ

“แล้วพี่รักผมไหม”

“รักมากกว่าพ่ออีกอ่ะ รักมาก~ รักชิบหาย~”

“ถ้ารักผมก็อย่าทิ้งผมไปนะ บอกว่าจะหาเลี้ยงแล้วก็อยู่ด้วยกันก่อน” พูดออกไปพร้อมกับกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอออกมาก่อนที่จะหันหน้าไปกดปลายจมูกลงกับแก้มนุ่ม


ชานยอลรักทุกอย่างที่เป็นแบคฮยอน... เขารักทุกสิ่งทุกอย่างในตัวแบคฮยอน ไม่ว่าจะเป็นด้านที่ดีที่สุดหรือแย่ที่สุด...


บางครั้งชีวิตเราก็ไม่ได้ต้องการคนที่ดีที่สุด... แบคฮยอนไม่ใช่คนที่ดีที่สุด แต่เป็นคนที่เข้าใจชานยอลมากที่สุด อาจไม่ใช่คนที่รักชานยอลมากที่สุด แต่ก็เป็นคนที่ชานยอลรักมากที่สุด...


เคยไหม...


กับการรักใครสักคนอย่างไม่มีเหตุผล...


ชานยอลไม่รู้ว่าชีวิตเขามีค่าอะไร จะต้องทำอะไรหรือมีอะไรที่อยากจะทำ เหมือนกับแค่ต้องเดินไปเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่รู้ว่าต้องเดินไปทางไหน มันว่างเปล่าไปหมด ไม่มีแรงจูงใจ ไม่มีความฝัน ไม่มีความหวัง – ทุกเช้าชานยอลได้แต่ตื่นมาเจอหน้าทึ่มๆ ของตัวเองในกระจก

เขาแปรงฟัน ออกไปเรียนแล้วกลับมาทบทวนหนังสือ ชานยอลไม่เคยอยากเป็นหมอ แต่เขาก็ไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไรหรืออยากทำอะไร ตั้งแต่เกิดมาก็เอาแต่เดินตามทางที่คนอื่นขีดให้จนชิน รู้ตัวอีกทีก็เดินไปข้างหน้าด้วยตัวเองไม่ได้ซะแล้ว

เป็นแค่คนโง่ที่ใช้ชีวิตอย่างเปล่า...

ไม่เคยมีจุดหมายอะไรสักอย่างจนได้เจอกับแบคฮยอน...

“จะเลี้ยงจริงป่ะ”

“อือ... ก็อยากมีบ้านสวนไม่ใช่อ่อ ผมก็ตั้งใจทำงานไงจะได้รวยๆ เอาเงินไปซื้อบ้าน ซื้อที่สวยๆ ไว้รวยก็รับเด็กมาเลี้ยง”

“แล้วเมื่อไหร่จะรวย”

“ผมก็ต้องทำงานก่อนไง เป็นหมอเก่งๆ แป้บเดียวเดี๋ยวก็รวย แล้วไปอยู่ด้วยกัน ที่ไหนก็ได้...” ชานยอลหลับตาลงพลางโยกตัวไปมาเบาๆ เขาไพล่มือไปสวมกอดเอวบางที่ด้านหลังเอาไว้หลวมๆ


ทุกอย่างเงียบลงราวกับไม่เคยมีบทสนทนามาก่อน... ไม่มีคำพูดใดหลุดออกจากปากแบคฮยอน ชานยอลได้แต่ใช้มือลูบแผ่นหลังบางไปมาอย่างเบามือ เขาไซ้ปลายจมูกลงกับเส้นผมสีน้ำตาลเข้มก่อนจะลากมันไปคลอเคลียอยู่ที่ข้างแก้มใส

ถ้าเป็นหมอซะอย่าง ไม่ว่าโรคอะไรชานยอลก็สามารถรักษาได้ เขาจะมีเงิน มีบ้านหลังใหญ่ มีเด็กๆ ที่น่ารัก มีแบคฮยอนอยู่ด้วยกันตลอดไปนานแสนนาน นานเกินกว่าที่ใครจะสามารถจินตนาการได้...

“ถ้าสมมติว่าไม่มีวันนั้นอ่ะ...”

“ผมไม่รู้เหมือนกัน...” ตอบออกไปด้วยท่าทางสบายๆ ราวกับไม่วิตกกังวลอะไร ชานยอลไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะเป็นยังไงถ้าต้องใช้ชีวิตอยู่โดยที่ไม่มีแบคฮยอน มันอาจจะยากลำบาก หรืออาจไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ต่อไปเลยก็ได้

ชานยอลมั่นใจว่าเขาจะไม่มีทางเลิกรักแบคฮยอน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม...

“รักกูมากปะ...”

“ต้องให้ผมบอกด้วยหรอ”

“อือ... แค่ถาม...”

“มากครับ”

“เชื่อได้ไหม”

“ได้สิ โอ้ย!” ชานยอลกระตุกกายร้องเสียงหลงเมื่อถูกฟันคมๆ งับเข้าที่ใบหู เขารีบเอนตัวหนีก่อนที่จะถูกหมาบ้าคันเขี้ยวตามมากัดที่อื่นอีก

เสียงหัวเราะชอบใจของแฟนตัวเล็กที่ดังให้ได้ยินอยู่ใกล้ๆ ทำชานยอลอดรู้สึกหมั่นเขี้ยวไม่ได้ เขาตวัดมือตีก้นนุ่มที่เปลือยเปล่าเต็มแรงก่อนจะดีดลุกขึ้นเดินหนีไปเข้าห้องน้ำเพื่อที่จะได้รีบล้างหน้าแปรงฟันแล้วออกมาทำอะไรกิน

วันนี้ชานยอลตั้งว่าจะสเต็คที่แบคฮยอนชอบ เขามีเนื้อแกะแช่เย็นอยู่ในตู้แล้ว แล้วก็มีมันฝรั่งที่ยังเหลืออยู่เล็กน้อย กับน้ำเกรวี่ก้นกระป๋องที่อยากจะรีบกำจัดให้หมด

ชานยอลชอบทุกวันที่เขาได้ตื่นมาทำอาหารที่แบคฮยอนชอบ เขาชอบที่จะนอนดูหนังและใช้เวลาว่างๆ กับแบคฮยอนเหมือนกับว่าวันพรุ่งนี้จะไม่มีทางมาถึง ถ้าเป็นไปได้ชานยอลก็อยากจะหยุดเวลาเอาไว้ให้มันอยู่แค่ที่ตรงนี้ตลอดไป

เขาจะตื่นมาเจอแบคฮยอนในทุกๆ วันบนที่นอน กินอาหารด้วยกัน ออกไปเดินเล่น ดูหนัง และกลับมานอน... ใช้เวลาร่วมกันอย่างไม่มีวันจบสิ้น ชานยอลบอกไม่ได้เลยว่าเขาต้องใช้เวลาอยู่กับแบคฮยอนเท่าไหร่ถึงจะรู้สึกพอ


ไม่รู้จะใช้คำไหนจำกัดความความรู้สึกนี้ได้เลย...


รักมากจนไม่มีอะไรสามารถนำมาเปรียบเทียบได้...


อยู่ด้วยกันตลอดไปเลยได้ไหม... อยู่เป็นชีวิตของชานยอลตลอดไป ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม...











ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

80 ความคิดเห็น

  1. #78 buchiibuchii (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 00:34
    น่ารักจัง
    #78
    0
  2. #65 //*\\O~I~L//*\\ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 17:56
    เรื่องแบบนี้ถึงจะโศกเศร้าแต่ก็งดงาม
    #65
    0
  3. #60 Shotaconn. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 16:52
    กลัวใจตัวเองอะ ไม่กล้าอ่านตอนต่อไป ถถถ
    #60
    0
  4. #59 หมา'โก๊ะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2559 / 19:41
     ดีจายยย พี่พลีสเปิดเรื่องใหม่อีกแว้วง่ะ...เรื่องนี้มีแค่สองตอนเองแต่พออ่านตอนแรกก็คิดว่าคุ้มมากๆ แชปแรกให้อารมณ์ฟุ้งๆอ่ะ คนรักกัน เอาใจใส่กัน อยู่ด้วยกันทุกวันแต่ตอนต่อไปต้องมีดราม่าแน่นอนเลยใช่ไหมคะ?  จะบอกว่าเรื่องนี้ให้อารมณ์แตกต่างจากฟิคทุกเรื่องของชานแบคที่พี่แต่งมามากเลยค่ะ แต่่ก็สนุก อ่านเพลินเพราะคำบรรยายก็ยังแสดงออกมาว่าพี่เป็นคนแต่งเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือตัวละครที่ดูโตขึ้น นิ่งขึ้น นี่ความคิดส่วนตัวนะ5555 เอาใจช่วยให้แต่งฟิคดีๆแบบนี้ออกมาอีกนะคะ <3
    #59
    0
  5. #42 chaneeB (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 21:45
    อ่านตอนแรกใจคอไม่ดีเลย 
    #42
    0
  6. #35 kengkitlove (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 15:47
    อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ
    #35
    0
  7. #30 phakh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 10:45
    หวานมากแต่แอบปิดท้ายด้วยความหน่วง
    #30
    0
  8. #21 ทิตตต (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2559 / 00:36
    แบคเป็นไรรึเปล่าอะ..แบบ มาม่าแน่นอนงานนี้น่าจะได้กินเส้น5555555
    #21
    0
  9. #15 mynameisD_N (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 23:51
    ตามมาจากทวิตค่ะ เตรียมน้ำตามาแล้ว
    #15
    0
  10. #12 TeeLeeChen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 23:43
    อบอุ่นอ่ะ ฮื่อออ
    #12
    0
  11. #10 Park Nokia. (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 มีนาคม 2559 / 23:29
    แค่ตอนแรกก็รู้สึกหน่วงแปลกๆหล่ะ ฮือ
    #10
    0