[ฟิคเสื่อม] แฮ่น The series - Chanbaek

ตอนที่ 63 : ตอน special สุดๆๆ : ศึกในบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,538 ครั้ง
    15 ธ.ค. 62



แปะ... แปะ...


ในค่ำคืนที่อากาศหนาวเย็น ภายในความมืดมิดใต้ก้อนผ้าห่มผืนหนา มีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังขยับยุกยิกไปมาเสียงร้องไห้กระซิกดังเบาๆ เคล้าไปกับเสียงตบยุง ริมฝีปากบางเม้มแน่น แบคฮยอนอยากจะร้องให้ไห้เพลียจนหลับแต่ก็ทำไม่ได้สักทีเพราะยุงที่เข้ามากวนไม่หยุดจนสุดท้ายก็ต้องหยุดแค่นน้ำตาให้ไหล


ช่วงเวลาที่แสนทรมานผ่านไปอย่างเชื่องช้า ได้แต่นอนมองนาฬิกาให้รีบเดินผ่านไปไวๆ ถ้าสงสัยว่าทำไมแม่บ้านบี๋ต้องมานอนตบยุงอยู่ข้างล่างล่ะก็...


เรื่องมันเป็นอย่างนี้จ้าท่านผู้ชม


.


.


.



ในวันที่แสนเอื่อยเฉื่อยในช่วงปิดเทอมฤดุร้อนที่แสนน่าเบื่อ เสียงเอฟเฟกต์เกมจากลำโพงดังกระหึ่มไปทั่วบ้าน พร้อมกับเสียงกรีดร้องของเด็กหนุ่มเจ้าอารมณ์


ตั้บๆๆๆ!!


“เชี่ย! แม่งเอ้ย! แม่ง!” ชานฮยอนชกกำปั้นลงกับโซฟาอุดหน้ากรีดร้องกับหมอน พร้อมกับดีดดิ้นไปมาอย่างหัวเสียมื่อตัวละครของเขาพลาดถูกยิงตายป็นรอบที่ร้อยในด่านสุดท้าย ความอัดอั้นใจทำให้เด็กหนุ่มกลายเป็นบ้า


“มึงอ่อนอะ”


 “เพราะมึงแน่เลยไอ้อ้วน มึงอะยืนบังเสาอากาศ” พอโทษใครไม่ได้ชานฮยอนก็หันไปโทษพี่ชายที่ยืนหอบตะกร้าผ้ายืนอยู่หน้าจอเมื่อกี้ เขาลุกขึ้นยีผมปาจอยเกมลงโซฟาอย่างหัวเสียแต่แล้วก็ต้องรีบก้มลงคว้าก่อนที่มันจะกระเด้งตกโซฟา


“อ้าว พาลเดี๋ยวมึงไม่ต้องเล่นนะ” 


“มึงถอยไปเลย ตูดมึงอะบังสัญญาณ”


“มึงว่าไงนะ” พัคฮยอนชี้หน้าน้องชายอย่างคาดโทษ กางเกงบ๊อกเซอร์ถูกขย้ำปาเป็นกระสุนเปิดศึก ก่อนที่หมอนอิงจะถูกเขวี้ยงกลับมา “มึงจะเอาใช่ปะ!


พัคฮยอนถึงกับต้องวางตะกร้าแล้วคว้าหมอนเดินไปฟาดใส่ไอ้เด็กตัวยักษ์ดังปั้บ!! ชานฮยอนรีบยกมือขึ้นป้องใบหน้าทั้งส่งเสียงหัวเราไม่หยุดเมื่อได้กวนพี่ชายจนประสาทแตก


“โอ้ยย~โอ้ย! ไอ้อ้วนกูเจ็บ


“มึงไม่เห็นหรอว่าน้องนั่งอยู่ ถ้าโดนน้องมึงทำไง!


ศึกเล็กๆ เกิดขึ้นบนโซฟาโดยมีผู้ชมตัวน้อยคอยโบกคฆาเชียร์พร้อมกับปล่อยเสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างอารมณ์ดี เบบี๋ชานอีคลานเตาะแตะขึ้นโซฟาเข้าไปหาพี่ชายพร้อมกับอาวุธประจำกายเพื่อเข้าร่วมวงด้วย เสียงกรีดร้องแห่งความเกรี้ยวกราดดังข่มขวัญมาแต่ไกล


“ชานอีทุบมัน! จัดการมันเลย!


เมื่อเกิดศึกสายเลือดก็ต้องมีการแย่งชิงพรรคพวก พัคฮยอนจัดการรวบแขนน้องชายเอาไว้ไม่ให้เจ้าตัวร้ายต่อต้าน ก่อนที่เบบี๋ชานอีจะคลานเข้ามาชาร์จฟาดคฆากรุ๊งกริ๊งกายสิทธิ์ลงบนหัวพี่ชายเต็มแรง!


“แฮะๆ แฮะ...” 


“โอ้ยย~  ชานยอนเจ็บนะ”  พอถูกคฑาฟาดเข้าชานฮยอนก็นิ่วหน้า แกล้งครางเสียงหงอยล้มลงกับโซฟาทำท่าสำออย ขณะที่เด็กชายชานอีหัวเราะร่า เจ้าตัวเล็กส่งเสียงร้องออกมาด้วยความชอบใจ แต่พอเห็นพี่ชายตัวโตมุดหน้าสะอึกสะอื้นลงกับหมอนเขาก็เริ่มสับสน



“อย่าไปฟังมัน ฟังพี่ จัดการมันเลย!


“ถ้าตีไม่พาไปขับรถเล่นนะ”


“ให้พ่อพาไปก็ได้”


“แอ๊ะ...  แฮะ.. แอ๊ะ” เจ้าชายตัวเล็กส่งเสียงในลำคอคล้ายพยายามพูดอะไรสักอย่างก่อนจะลดคฑาลง สองขาเล็กๆ คลานขึ้นบนอกพี่ชายตัวยักษ์ ศีรษะทุยโยกด๊อกแด๊กไปมา ดวงตากลมโตสลับมองใบหน้าพี่ชายสองคนก่อนที่หนูน้อยจะมุดหัวลงบนแผ่นอกพี่ชายตัวโตอย่างช่างอ้อน


“เก่งมาก มาโปะๆ โปะๆ กันก่อน” เมื่อได้น้องชายมาเป็นพวกชานฮยอนก็ยิ้มกริ่มพร้อมกับก้มลงหอมหัวลูกสมุนของเขาทั้งยังทำปากจู๋โป๊ะๆ กันอย่างหวานชื่น ปล่อยให้พี่ชายอีกคนกลายเป็นส่วนเกินไปโดยสมบูรณ์


พัคฮยอนถึงกับต้องกรอกตามองบนกับความเข้าขาของสองพี่น้องชาน พอตอนหาพรรคพวกล่ะทำเป็นรักกันปานจะดมตด เดี๋ยวถึงเวลาชานฮยอนแกล้งน้องอีกก็ไม่ต้องมาขอให้ช่วยเลย


“รักกันมากไปอยู่ด้วยกันเลยนะ ไม่ต้องมาให้ป้อนข้าว ไม่ต้องมาขอกินขนมเลยนะ”


“ไม่สนหรอกเนอะ ลูกผู้ชายไปขับรถเที่ยวก็พอ อ่อก!


ติ๊งต่อง...


พูดยังไม่ทันขาดคำก็โดนฝ่ามืออรหันต์ทุบหลังเข้าให้ แต่ก่อนที่ศึกจะลามเสียงกดกริ่งหน้าบ้านหยุดความอลวนไว้ แค่พัคฮยอนเสียจังหวะหันไปมองประตูเพียงครู่ ชานฮยอนก็รีบอุ้มน้องดีดตัววิ่งหนีออกไปจากโซฟาอย่างรวดเร็ว 


เขากระโดดไปเปิดประตูบ้านพร้อมกับตะโกนเรียกให้อีกฝ่ายเปิดรั้วเข้ามาทันที


“เข้ามาเลยๆ”


“เดี๋ยวนี้คบเพื่อนเกเรนะมึงอะ” พัคฮยอนเตะป้าบใส่ตูดน้องชาย แถมไม่วายเหน็บกัดเมื่อเห็นว่าใครมา ดูเหมือนว่าตอนนี้ชานฮยอนจะได้กลายเป็นลูกพี่ของแก๊งที่โรงเรียนอาชีวะไปซะแล้ว ตั้งแต่ที่เจ้าตัวไปเรียนต่อสายอาชีพก็มีแต่เพื่อนท่าทางน่ากลัวมาที่บ้านเต็มไปหมด อย่างกับเป็นพ่อคนที่สองเลย


“ยุ่งว่ะอ้วน”


“เดี๋ยวกูจะบอกพ่อ” คนตัวเล็กล่าวคำคาดโทษไว้ก่อนจะรีบยกตะกร้าผ้าขึ้นบันไดกลับไปบนห้อง ดวงตาเรียวรีสบกับเด็กหนุ่มที่เดินเพิ่งเข้ามาในบ้านเพียงครู่ สีหน้าวิตกของดงฮาทำพัคฮยอนได้แต่แอบลอบถอนหายใจ และหวังว่าไอ้เด็กนี่จะไม่มาพาน้องชายเขาไปทำอะไรจนเลือดตกยางออก


“มีไรวะ”


“มีเรื่อง กับเซอุน เฮียจะไปด้วยกันเปล่า”


“มีเรื่องไรอีกอะ” คิ้วเรียวขมวดย่นเมื่อได้ยินคำว่ามีเรื่อง ชื่อเซอุนทำชานฮยอนหูกระตุก ดูเหมือนว่าศัตรูตัวฉกาจของเขาจะกลับมาหาวุ่นวายอีกแล้ว ไม่ว่าจะโดนยำไปกี่ทีเซอุนก็ไม่เคยหยุดวิ่งหาตีนเลย


“เรื่องเดิมนั่นแหละ ผู้หญิงคนเดิม”


"จะไปเมื่อไหร่”


“เค้ารอพี่กันอยู่เนี่ย จะไปเปล่า”


เด็กหนุ่มนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เรียวคิ้วขมวดย่นอย่างย่ามใจ แม้ว่าชานฮยอนจะไม่ได้ฝักใฝ่เรื่องผัวเมียชาวบ้านนัก แต่ถ้าเขาไม่ไปต้องทำลูกน้องเสียศรัทธาแน่ แต่ถ้าไปยุ่งมากๆ ก็อาจจะถูกมองว่าทำตัวไม่สมเป็นรุ่นพี่


“เอาไง...”


"มีใครไปมั่งวะ"


"ผม ดงวอน จีซอง "


“เออ กูไป แป๊บนึง”


ใช้เวลาคิดไม่นานสุดท้ายด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้ชายชานฮยอนก็ตัดสินใจได้อย่างเด็ดเดี่ยว เด็กหนุ่มสองคนจับมือกันมั่นแสดงถึงความเป็นพี่น้องร่วมสาบาน เมื่อเพื่อนมีปัญหาชานฮยอนก็ต้องช่วย นี่คือสัญญาระหว่างความเป็นลูกผู้ชาย


คนตัวสูงอุ้มน้องชายไปวางไว้บนโซฟาพร้อมฝากรอยจูบไว้บนหน้าผาก ก่อนจะเดินไปคว้าแจ๊คเก็ตกับกุญแจรถคันเก่งทันที ชานฮยอนหยิบสนับมือใส่กระเป๋าไปด้วย เขาเปลี่ยนโทรทัศน์เป็นช่องการ์ตูนให้น้องก่อนจะค่อยๆ ย่างเท้าไปเปิดประตูอย่างเงียบเชียบ


“อ้าว ชานฮยอนจะไปไหน”


ยังไม่ทันจะได้ก้าวขาพ้นประตู เสียงของผู้เป็นแม่ก็หยุดชายหนุ่มผู้แสนเกรี้ยวกราดเอาไว้ แม่บ้านแบคฮยอนลากหมาตัวใหญ่เข้ามาจากหลังบ้านพลางเงยหน้าขึ้นมองลูกชายกับเพื่อนสนิทที่แต่งตัวอย่างกับจะออกไปไหน ตอนนี้พิ่งเที่ยงกว่าเองยังไม่ถึงเวลาออกจากบ้านของชานฮยอนเลย


“ไปหาเพื่อนอะ แม่เอาไรเปล่า” คนตัวสูงเลือกที่จะโกหกออกไป กฏข้อแรกของลูกผู้ชายก็คือเมื่อไปออกศึกต้องไม่ทำให้ที่บ้านรู้และเป็นห่วง


“ไปนานไหม”


“ก็นานอะ เย็นๆ กลับ”


“ยังไม่ได้กรอกน้ำให้แม่เลยจะออกไปไหน สั่งตั้งแต่เช้ามายังไม่กรอก”


“แม่ ผมมีเรื่องสำคัญนะ”


“ไม่ต้องมาสำคัญเลย อยู่บ้านทั้งวันก็ไม่กรอก ไปกรอกน้ำก่อนเลย” แบคฮยอนส่ายหัวอย่างไม่ยอมแพ้พร้อมกับยกตะกร้าขวดน้ำขึ้นเขย่า อะไรจะสำคัญกับชานฮยอนไปกว่าคนที่ให้เงินเขาใช้หรอ หรือถ้าคิดว่าเพื่อนสำคัญนักก็ไปให้เพื่อนหาข้าวให้กินเลย


“แม่!

 



 

ฟืด... ฟืด...


ที่ข้างอ่างล้างจานเด็กหนุ่มสองคนกำลังปั๊มน้ำใส่กระบอกอย่างขันแข็ง ก่อนออกรบชานฮยอนต้องกรอกน้ำให้เต็มเสียก่อนและไม่ว่ายังไงก็ขัดคำสั่งไม่ได้เด็ดขาด ถึงแม้ว่าตอนนี้โทรศัพท์ของเขาจะเริ่มดังถี่ๆ แล้วก็ตาม


“มึงจำไว้... ลูกผู้ชายเก่งกับใครก็ได้ แต่อย่าเก่งกับแม่"


"............."


"เดี๋ยวไม่มีเงินใช้...” 


มือหนาบีบลงบนบ่ารุ่นน้องเป็นเชิงให้กำลังใจพร้อมกับกล่าวคำสอน กฎข้อที่สองของการเป็นลูกผู้ชายก็คือห้ามดื้อกับแม่ เพราะถ้าไม่มีแม่เราก็ไม่มีเงิน และถ้าไม่มีเงินก็จะไม่มีคนนับถือเรา เราก็จะเป็นแค่หมาตัวหนึ่ง


“ครับพี่”


“ลูกผู้ชายต้องกรอกน้ำให้แม่เว้ย” ชานฮยอนหยิบน้ำกระบอกสุดท้ายใส่ตะกร้าก่อนยกมันไปหน้าตู้เย็น


เสียงโทรศัพท์ของเขาดังแล้วดังอีก แล้วนั่นก็เป็นเรื่องน่ารำคาญใจเหลือเกิน ชานฮยอนไม่ชอบเลยเวลามีคนมาเจ๊าะแจ๊ะกับเขาเยอะๆ  พอนึกแล้วก็เริ่มเซ็งขึ้นมา


“เสร็จแล้วใช่ไหมเฮีย”


“เออ น่าจะแค่นี้แหละ” กว่าจะกรอกน้ำเสร็จความฮึกเหิมของชานฮยอนก็เริ่มหรี่ลงแล้ว เด็กหนุ่มคว้ายาคูลท์ใส่กระเป๋าเสื้อ เดินออกจากห้องครัวพร้อมลูกสมุน ก่อนที่จะต้องเอะใจเมื่อเห็นแม่ถือกุญแจรถลงมาจากบันไดทำทีเหมือนจะออกไปไหน


“แม่จะไปไหนอะ”


“แม่จะพาไอ้อังมุงไปฉีดยาไง ชานฮยอนดูน้องให้แม่ก่อนแป๊บเดียว แม่ไม่อยากเอาน้องไป”


“เอ้า ผมก็จะไปข้างนอกเหมือนกัน แล้วไออ้วนอะ...”


พูดยังไม่ทันขาดคำพัคฮยอนก็เดินลงมาพร้อมกระเป๋าผ้าประจำกายดูท่าทางคงจะออกไปด้วยกันกับแม่ แล้วถ้าอย่างนั้นใครจะอยู่บ้านล่ะ


“จะไปกับแม่”


“เอ้า ไรวะ แล้วใครดูน้องอะ”


“มึงก็อยู่บ้านดูน้องไปดิ เมื่อวานก็ออกไปแล้ว นี่เค้าจะออกไปทำธุระกัน”


“อะไรวะ” เด็กหนุ่มได้แต่ขมวดคิ้วนิ่วหน้าด้วยความไม่เข้าใจ พอนึกว่าจะได้ออกไปข้างนอกแล้วแม่กับพี่ชายก็ดันไม่อยู่บ้านอีก แล้วแบบนี้ใครจะดูน้อง


“แป๊บเดียว เดี๋ยวก็มาแล้ว”


คำว่าแป๊บเดียวของแม่ชานฮยอนรู้เลยว่าไม่ต่ำกว่าชั่วโมงแน่ เขาหันไปสบตากับรุ่นน้องด้วยความลำบากใจ แต่พอหันไปมองอีกทาง เห็นน้องชายกำลังนอนดูดขวดนมอยู่อย่างน่าเอ็นดูเด็กหนุ่มก็ต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ อีกคนก็น้องชายร่วมสาบาน แต่ที่นอนอยู่นั่นก็น้องจริงๆ ยังไงคงทิ้งเอาไว้ไม่ได้


“แล้วใครจะขับรถอะ”


“ก็แม่ขับไง”



“เออ งั้นผมอยู่บ้านเองก็ได้” สุดท้ายชานฮยอนก็ต้องยอมแพ้แม้จะไม่ค่อยเต็มใจนัก เขาได้แต่ยืนมองแม่กับพี่ชายเดินออกจากบ้านไปพร้อมกับหมาตัวใหญ่โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้ 


คนตัวสูงเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาอย่างนึกเซ็งก่อนจะล้วงกุญแจรถโยนให้เพื่อน ยังไงก็ทิ้งน้องไม่ได้อยู่แล้วถึงตัวจะไม่ได้ไปอย่างน้อยส่งรถไปข่มหน่อยก็ยังดี


“มึงเอารถกูไปก็ได้ กูให้ยืม ค่อยขับมาคืนตอนเย็น” 


“แล้วพี่ไม่ไปอ่อ?”


“กูจะไปยังไงเล่า~ มึงเห็นไหมกูติดเด็กเนี่ย” ชานฮยอนอุ้มน้องชายขึ้นมานั่งบนตักพร้อมกับจับแขนเล็กขึ้นชู เขาเอนกายลงนอนบนโซฟาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย เอาจริงแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะลึกๆ เขาเองก็ขี้เกียจอยู่นิดๆ

  

“แล้วจะให้บอกมันว่าไร พวกที่รออะ”


“มึงบอกมันว่ากูติดธุระกับเด็กอีกคนอยู่ สำคัญด้วย มีไรก็โทรมาแล้วกัน เดี๋ยวคืนนี้กูเลี้ยงเบียร์ โชคดี” พูดเสร็จก็จับมือเล็กๆ ของน้องชายขึ้นโบกบ๊ายบ่ายเป็นการอวยชัย ชานฮยอนได้แต่ส่งเสียงหัวเราะแห้งในลำคอเมื่อได้เห็นสีหน้าของรุ่นน้อง แต่ก็ทำไงได้ล่ะ


ชีวิตลูกผู้ชายมันก็แบบนี้แหละ... บางทีชะตาก็ไม่ได้ลิขิตให้เราเป็นนักรบ

 

 

-



 

ภายในซอยแคบๆ รถยนต์คันสีขาวขับช้าๆ ไปตามทางจนมาหยุดอยู่หน้าป่ารกร้างและกำแพงสองข้างทาง แม่บ้านแบคฮยอนเปิดประตูรถลงมาดูพร้อมใบหน้านิ่วๆ พลางหันมองป้ายบอกทางแต่ก็เจอเพียงเสาไฟฟ้า ทางที่ควรจะเป็นลานถมหินที่จะผ่านทะลุไปอีกซอยดันกลายเป็นป่ารกร้าง แต่กว่าจะรู้ตัวแม่บ้านก็กลับใจไม่ทันแล้ว


 “ปกติมันเป็นซอยนี้ไม่ใช่หรอ”


คนตัวเล็กบ่นกับตัวเองขณะกลับเข้าไปในรถอีกครั้ง คิ้วเรียวขมวดย่นลงอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก ทั้งที่คิดว่านี่ใช่ทางลัดไปโรงพยาบาลสัตว์แท้ๆ แต่กลับเจอแต่กำแพงกับทางตัน แล้วรถก็มาจอดอยู่กลางซอยแคบแบบนี้ ความไม่คุ้นเคยทำแม่บ้านสับสนไปหมด ไหนจะด้วยความเป็นมือใหม่หัดขับ การกลับรถในที่แคบก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย


หนูบอกแล้วว่าซอยข้างหน้า หนูจำได้”


“ค่อยๆ ออกไปละกัน” แบคฮยอนพ่นลมใจออกมาก่อนจะหักพวงมาลัยจนสุดพร้อมกับเหยียเท้าลงบนคันเร่ง ทว่ารถที่ควรจะเคลื่อนไปข้างหน้ากลับวิ่งถอยหลังอย่างเร็ว แต่ก่อนที่เท้าจะแตะเบรกท้ายรถคันหรูก็กระแทกเข้ากับบางอย่างจนเกิดเสียงดังปัง!


“โฮ่ง!!


“แม่!


แบคฮยอนถึงกับตาเหลือกหันมองลูกชายด้วยสีหน้าซีดเผือด คนตัวเล็กรีบกระโดดลงจากรถไปดูท้ายทันที และพอได้เห็นเศษของไฟท้ายที่เฮียเพิ่งเปลี่ยนมาแตกร่วงอยู่บนพื้นแม่บ้านก็แทบเป็นลม สีข้างรถคันใหม่ถลอกเป็นรอยใหญ่ ไม่ต้องบอกเลยว่าพินาศขนาด 


เงินเดือนแบคฮยอนเดือนนี้หมดสิ้นแล้ว...

 

 




ภายในอู่ซ่อมรถยนต์อันอึกทึกไปด้วยเสียงโครมคราม แบคฮยอนนั่งดูดกาแฟอปรับอารมณ์บนเก้าอี้อยู่นานระหว่างรอให้ช่างซ่อมรอยบุบและไฟท้ายเสร็จหลังจากที่พาลูกแว้นไปชนเสาไฟมาจนถลอก และตอนนี้พวกเขาก็กำลังตัดสินใจกันว่าจะบอกพ่อยังไงดี


“โดนพ่อด่ากระจายแน่ ค่าซ่อมรถอีก ไม่ต้องกินไรแล้ววันเนี้ย” พัคฮยอนบ่นอุบพลางส่ายหัวไปมา ไม่ต้องเดาเลยว่าชะตากรรมของพวกเขาคืนนี้จะเป็นยังไง ถ้าไม่โดนบ่นยาวก็คงโดนสั่งห้ามใช้รถกันไปอีกนานเลย คราวนี้ได้ขับมอไซค์จนไข่สุกแน่


“เงียบก่อนนะ เดี๋ยวแม่โทรหาพ่อก่อน” 


แม้ว่าจะไม่อยากเผชิญหน้าแค่ไหนแต่สุดท้ายเฮียก็ต้องรู้อยู่ดี แบคฮยอนตัดสินใจล้วงเอาโทรศัพท์จากกระเป๋ามากดโทรออกหมายเลขที่คุ้นเคย ริมฝีปากเม้มแน่นด้วยความประหม่าระหว่างที่เสียงตู๊ด... ตู๊ด.... มันช่างเป็นช่วงเวลาที่ทรมานเหลือเกิน


ตู๊ด... ตู๊ด... ตู๊ด...



[ฮัลโหล]


ทันทีที่เสียงทุ้มเข้มดังจากปลายสายแบคฮยอนก็เกิดอาการอ้ำอึ้งขึ้นมา คนตัวเล็กกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ ก่อนที่จะตัดสินใจพูดออกไป


“เฮีย... อยู่ไหนเนี่ย”


[อยู่บ้านไอ้ฮุน มีไร]


“ถ้าหนูบอกไรเฮียห้ามด่าน่ะ”


[มีอะไร....]


น้ำเสียงที่ฟังดูเข้มกว่าเดิมทำแบคฮยอนึกอยากตบปากตัวเอง เขาน่าจะพูดๆ ไปเลยดีกว่ามานั่งกดดันให้ตัวเองเยี่ยวเหนียวแบบนี้


“หนูขับรถใหญ่ออกมากับลูก จะเอาไอ้อังมุงไปฉีดยา แล้วถอยท้ายชนกำแพง”


[คันไหน]


“คันที่เฮียเพิ่งเอาไปเคาะสีมาอะ”


[………..]


“เฮียอย่าเงียบสิ หนูใจคอไม่ดีเลย...” ถึงตอนนี้แบคฮยอนเริ่มอยากกลับบ้านไปเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าแล้ว คนตัวเล็กสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเตรียมพร้อมรับเสียงด่า ยังไงซะจะตอนนี้หรือตอนไหนก็ต้องโดนอยู่ดี อย่างน้อยก็น่าจะดีกว่าแอบซ่อมไปแล้วโดนจับได้ทีหลัง 


[ไปชนที่ไหน]


"ในซอยตอนกลับรถ ตอนนี้หนูอยู่อู่ เอามาซ่อมแล้วแต่หนูไม่มีเงินออกมาเลย เฮียโอนค่าซ่อมมาให้หน่อย”


[เท่าไหร่]


“เค้าเรียกสี่พันอะ”


[แผลใหญ่เลยหรอ]


“ไม่ใหญ่หรอก นิดเดียว แต่ซ่อมด่วนช่างเค้าเอาราคานี้"


[ขับไปยังไงให้ชน แล้วไอ้ชานฮยอนอะ]


"ชานฮยอนมันไม่ว่างอะ หนูให้มันดูชานอีอยู่บ้าน ไม่มีเงินติดมาเลยเนี่ย พกมาสองพันจะเอาไปซื้อของด้วย”


[เดี๋ยวโอนไปให้ เอาบิลมาด้วย]


“จ้า วันนี้เฮียรีบกลับน้า~ ” แม้ว่าอาการนิ่งผิดปกติของคนในสายทำแม่บ้านแอบเสียวสันหลังน้อยๆ แต่ก็ต้องทำใจดีสู้เสือไป อย่างน้อยเฮียก็ไม่ได้โกรธเกรี้ยวอย่างที่คิด โชคยังดีที่ไม่ใช่รถคันเก่งของเฮียแถมเอาพัคฮยอนออกมาด้วย ถ้าแบคฮยอนมาคนเดียวรับรองบ้านลุกเป็นไฟสามวันแน่


[อือ แค่นี้แหละ]


"เฮียไม่โกรธหนูใช่เปล่า"


[เดี๋ยวค่อยคุยกัน]

 

“จ้า~ งั้นเฮียรีบกลับน้า” 


แม่บ้านตัวเล็กกรอกเสียงหวานลงในมือถือก่อนจะกดวางสายไป รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบมาพากลบางอย่างจากน้ำเสียงที่ฟังดูนิ่งกว่าที่ควรเป็น แต่ก็ไม่อยากจินตนาการให้ตัวเองหลอนเล่น ทันทีที่เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแบคฮยอนก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ 


อย่างน้อยก็ดีกว่าเรารถบุบกลับบ้านล่ะวะ ถ้าเฮียเห็นแผลแบคฮยอนอาจไม่มีกินไปทั้งเดือนแน่...

 


.

 

.

 

.

 

 

ในยามเย็นที่พระอาทิตย์เหลือบตัวซ่อนอยู่หลังก้อนเมฆ ท้องฟ้าสีส้มทอแสงสาดลงบนพื้นถนนพร้อมสายลมอ่อนๆ ชานฮยอนจัดการถูกสายจูงหมาไว้กับพวงมาลัยรถไฟฟ้าก่อนจะอุ้มน้องชายของเขาเข้าไปนั่งใน BMW คันเก่งเตรียมซิ่งแบบลูกผู้ชาย


ในเมื่อเกิดมาเป็นลูกพ่อแล้วก็ต้องเล่นรถที่มันเท่ๆ เหมือนพ่อ รถจักรยานสามล้อน่ะลืมไปได้เลย ไม่ได้เปื้อนตูดชานอีแน่


“ขับไปดีๆ นะ ไป พาหมาไปเดินเล่น” คนตัวสูงจัดการบิดกุญแจสตาร์ทเครื่องรถยนต์ของเล่น พร้อมกับตบท้ายรถเป็นสัญญาณให้น้องชายวัยขวบเศษๆ ของเขาขับเหยียบคันเร่งรถออกไปซิ่ง โดยไม่ลืมเปิดรีโมทบังคับในมือเผื่อฉุกเฉินไว้ด้วย “ไปเลย!


ปริ๊น!


เจ้าตัวเล็กทุบกำปั้นบนพวงมาลัยพร้อมกับเตะเท้าลงบนคันเร่ง พอรถขยับไปข้างหน้าเขาก็หยุดหันไปมองพี่ชายและหมาตัวยักษ์ ชานอีเหยียบคั่นเร่งอีกครั้ง ค่อยๆ เรียนรู้ไปทีละขั้นตอนจนรถขับเคลื่อนไปอย่างช้าๆ โดยมีเจ้าหมาวิ่งตามอยู่ด้านหลัง


“นั่นแหละ ไปเลย” ชานฮยอนโบกมือให้น้องชายวัยหัดซิ่งของเขาที่ขับๆ หยุดๆ รถอยู่กลางขนน เสียงหัวเราะเบาๆ จากด้านหลังเรียกเด็กหนุ่มให้ต้องหันไปมอง


แล้วก็ราวกับมีแสงแวววาวพุ่งเข้ากระแทกตาเมื่อได้เห็นคุณน้าสาวบ้านข้างๆ ยืนอุ้มหลานอยู่ไม่ห่างไปไม่ไกล เสื้อรัดทรงทำสมาธิเด็กหนุ่มเขวเล็กน้อย พอเห็นอีกฝ่ายกำลังหัวเราะชานฮยอนก็เผลอยิ้มออกมาไม่ได้ ความขาวตรงสเปคและอกทรงโตล่อตาทำชานฮยอนหูตั้งไปเลย


“ลูกชายหรอคะ” สาวสวยเอ่ยถามพร้อมยิ้มหวานยวนใจ ทุกครั้งที่ขยับหลานเข้าเอวความอัศจรรย์สองลูกก็สั่นไปด้วย


“เปล่าครับน้องชาย ลูกหรอครับ” ชานฮยอนยิ้มเขินแก้เก้อ ใครๆ ก็บอกว่าชานอีเป็นลูกเขาทั้งนั้น ซึ่งมันก็ไม่แปลกเพราะแม้แต่แม่เองบางทีก็ยังบอกว่าเป็นลูกชานฮยอนเลย


“หลานค่ะ น่ารักเชียว” แม่สาวน้อยพูดแค่นั้นก็แจกยิ้มละลายใจ ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในรั้วบ้านพร้อมซองจดหมาย ปล่อยให้เด็กหนุ่มได้แต่ยืนคิดเพ้อในใจอยู่คนเดียว


รอยยิ้มเมื่อครู่ทำชานฮยอนอดเขินไม่ได้ ไม่เห็นเคยรู้มาก่อนเลยว่าข้างบ้านมีของดีขนาดนี้อยู่ด้วย ได้แต่ยืนหัวเราะกับตัวเองเบาๆ ในขณะที่มัวแต่ตกยู่ในภวังค์แห่งทรวดทรงเสียงร้องดังลั่นของพี่ชายก็ทำเด็กหนุ่มต้องหันขวั่บ


“ไอ้ชานยอน!! มึงไม่ดูน้อง! หมาจูงน้องแล้ว!


“ไอ้อังมุง!” ชานฮยอนตวาดลั่นเมื่อเห็นเจ้าหมายักษ์กำลังลากรถน้องชายไปตามถนน ขายาวรีบก้าวออกตัวอย่างรวดเร็ว


อังมุงกระสับกระส่ายมากเมื่อเห็นหมาตัวเมียจนวิ่งไม่เป็นทิศทาง รถคนเล็กเหวี่ยงไปมาจนจะชนเข้ากับท้ายรถเพื่อนบ้าน แต่ก่อนที่รถจะกระแทก ชานฮยอนก็เข้าไปคว้าคอเสื้อน้องชายเอาไว้ได้ทัน กระชากร่างเล็กๆ  ลอยจากเบาะก่อนที่รถจะเข้ากับชนท้ายกระบะคันหน้าอย่างฉิวเฉียด


ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ! ปิ๊บ!


เสียงกันขโมยรถกระบะดังเรียกสายตานับสิบจากเพื่อนบ้าน แต่เจ้าตัวการก็หาได้สำนึกไม่ เด็กชายตัวเล็กทำหน้างงไปเพียงครู่ก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างอารมณ์ดีเมื่อได้เข้าอกพี่ชาย


“บอกให้ขับดีๆ ทำไมไม่บังคับอะ ห้ะ... ไหนดูดิ เจ็บป้าว” ชานฮยอนยกขาน้องชายดูแผลกันชนข่วนที่ขาก่อนจะเป่าเพี้ยงลงไปเป็นการรักษาและเจ้าตัวเล็กก็ดูจะชอบเหลือเกิน


“แอ๊ะ... แฮะๆๆ”


“เดี๋ยวอังมุงมึงโดน กลับบ้านเลย”  


 เขาจัดการคว้าสายจูงพร้อมกับรถคันเล็ก ลากทั้งหมาทั้งคนกลับบ้านทันที โชคดีที่ชานอีไม่เป็นอะไรมาก ไม่งั้นวันนี้บ้านระเบิดแน่ ขับรถไปชนทั้งแม่ทั้งลูก ไม่ต้องบอกเลยว่าพ่อจะโกรธขนาดไหน


“กูบอกให้มึงดูน้องๆ!


“กูก็ดูอยู่นี่ไง!!

 

 

.


.


.



 

กว่าจะหมดวันอันแสนวุ่นวายก็ทำเอาแต่ละคนเหนื่อยหน่ายไม่แพ้กัน หลังแดดตกประตูหน้าบ้านหลังใหญ่เปิดออกรับลมนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มกว่าๆ หลังกินข้าวเสร็จแบคฮยอนก็มานั่งแปลงขนหมาซามอยของเขาอยู่หน้า TV พลางเหลือบตาดูนาฬิกาเป็นระยะ


เสียงท่อรถมอเตอร์ไซค์อันแสนคุ้นเคยที่ขับมาจอดหน้าบ้านและเสียงเปิดประตูรั้วทำแม่บ้านบี๋ตัวเกร็งตูดขมิบ เสียวสันหลังวาบ แบคฮยอนพยายามทำตัวเองให้นิ่งที่สุด เก็บบ้านเรียบร้อย ทำของโปรดเฮีย จัดแม้แต่แผ่นซีดีเกมในตู้ วันนี้ทุกอย่างจะต้องผ่านไปด้วยดี


แกร๊ก...


หมวกกันน๊อคและกุญแจรถถูกวางลงที่ชั้นหน้า TV อย่างเงียบเชียบ รู้สึกได้ถึงการแผ่รังสีบางอย่างผ่านเงาที่พาดผ่าน ไม่มีใครปริปากพูดอะไรก่อน บรรยากาศตึงยิ่งกว่าผิวน้ำก่อนที่เสียงทุ้มจะดังขึ้น


“ซ่อมรถไปเท่าไหร่” ชานยอลเสื้อแจ๊คเก๊ตออกวางพาดไว้บนพนักโซฟา เขาใช้สายตาจ้องมองคนตัวเล็กตรงหน้าที่ยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แผ่ความกดดันเงียบๆ ผ่านทางแววตา


ก็สี่พันไง


ไหนบิล


บิลหรอ...แบคฮยอนทำหน้าเลิกลั่ก คิ้วเรียวขมวดย่นลงเล็กน้อยก่อนจะทำทีเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ อยู่ในรถมั้งเฮีย ไม่รู้หนูเผลอขยำทิ้งไปยัง เฮียเพิ่งกลับมาเหนื่อยเนี่ยๆ เฮียจะมาถามหาบิลอะไร


เงินทอน... เอามาคนตัวสูงไม่เสียเวลาอ้อมค้อม ชานยอลกระดิกนิ้วเรียกเงินทอนค่าซ่อมรถจากแม่บ้านของเขาทันที แบคฮยอนคิดว่าชานยอลไม่รู้หรอว่าค่าซ่อมรถอู่ไหนราคาเท่าไหร่ เขาไม่ได้เกิดเมื่อวาน


“เงินทอนอะไรล่ะ หนูซื้อของหมดแล่ว อ่ะ มีทอนแค่นี้แหละ เฮียเอาบิลไปดูก็ได้เนี่ย” คนตัวเล็กนิ่วหน้าวางท่าอารมณ์ไม่ดีก่อนจะล้วงแสตมป์ Big c ในกระเป๋ากางเกงออกมาวางบนฝ่ามือคนตรงหน้า สายตาที่อีกฝ่ายจ้องมองมาทำแบคฮยอนหวิวไปหมด


กูโทรไปถามช่างบอกค่าซ่อมสองพัน อีกสองพันมาจากไหนเจ้าของสายตาดุดันกล่าวเสียงเข้ม ชานยอลกอดอกจ้องมองแม่บ้านที่พอถูกจับได้เข้าก็อึกอักจนพูดไม่ถูก ท่าทางและสีหน้าที่โกหกไม่เคยสนิทของแบคฮยอนยังทำให้ความแตกเหมือนเดิม และเจ้าตัวก็ไม่เคยเรียนรู้เลย


หนูเอาไปซื้อของหมดแล้วเฮีย ก็เงินมันไม่พออะ สุดท้ายพอถูกจับได้แม่บ้านบี๋ก็เล่นบทตัดพอตีหน้างอทำเสียงกระเง้ากระงอด


“แล้วเกี่ยวอะไรกับค่าซ่อมรถ  เงินไม่พอทำไมไม่ขอ ลักไปทำไมสองพัน


“ก็หนูขอเฮียก็ชอบบ่นอ้ะ!


“มึงนี่... อมเงินตั้งแต่เล็กยันโต สันดาน แบงค์ร้อยแบงค์ยี่สิบไม่เคยเหลือ” คนตัวสูงเริ่มขึ้นเสียงบ้างเมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่โก่งคอเถียงวางท่าฉุนเฉียว ชานยอลไม่เคยหวงเงินเลยถ้าแบคฮยอนจะขอ แต่ไม่ใช่มาแอบอมแบบนี้ เขาไม่ติดใจกับเงินสองพันนั่น แค่อยากให้แบคฮยอนบอกมาตามตรงว่าเงินทองขาดเหลือเท่าไหร่ ไม่ใช่แอบเอาไปแบบนี้ ถ้าทำบ่อยๆ ลูกก็คงจะเอาอย่างในสักวัน


 "เฮียเป็นห่วงหนูมั่งไหมเนี่ย! หนูรถชนแทนที่เฮียจะห่วงถามหนูก่อน เฮียก็ห่วงแต่ค่าซ่อมรถเนี่ย!"


"มึงไม่ต้องมาอ้างนู่นอ้างนี่! ใครเป็นคนบอกให้ขับรถออกไป? รถก็ขับไปชนเอง กูเพิ่งไปทำสีมามึงเอาไปแหกจนบุบแล้วยังอมเงินค่าซ่อม ถ้าไปชนรถคนอื่นไปเจ็บขึ้นมาจะทำไง! เลี้ยงก็ไม่เคยให้อด ยังจะอมเล็กอมน้อย เคยตัวแล้วมึงอะ


เมื่อแม่บ้านตัวเล็กเริ่มดื้อด้านและยังดึงดันที่จะชักแม่น้ำออกอ่าว ชานยอลก็เริ่มขึ้นเสียงบ้าง แทนที่แบคฮยอนจะยอมรับว่าตัวเองทำผิดแล้วคุยกันดีๆ ก็กับทำกระฟัดกระเฟียด ถ้าเขาขับรถไปชนคนอื่นหรือทำตัวเองเจ็บขึ้นมาจะทำยังไง


“ก็หนูไม่ไได้ตั้งใจนี่! เฮียก็ขึ้นเงินเดือนให้หนูเยอะๆ สิ คราวหลังหนูจะได้มีเงินซ่อมเอง! เดือนนี้หนูพาอีจี่ไปผ่าไข่ก็หมดแล้ว”


“ไม่เกี่ยวกัน มึงไม่ต้องมาโทษหมาแมวใช้อะไรก็ไม่เกี่ยวกับเงินทอน



“เนี่ย! เฮียก็ชอบบ่นหนูแบบเนี้ยหนูถึงไม่อยากบอก! คราวหลังเฮียก็อย่าบ่นหนูสิเวลาหนูขอเงินอ๊ะ!


“แล้วมึงผิดจริงไหม?! ทำงานอะให้มันเก่งเมือนเถียงหน่อย  เดี๋ยวเดือนนี้มึงไม่ต้องเอาเงินอีบี๋” ว่าแล้วคนตัวสูงก็เดินไปบิดปากมุ่ยของแม่ด้วยความหมั่นไส้ ชานยอลก็อยากจะให้ค่าเอ็นดูแบคฮยอนเพิ่มอยู่หรอกถ้าไม่เอาแต่เถียงๆๆ แบบนี้


“เฮียหักเงินเฮียก็ไม่ต้องมายุ่งกับหนูเลย!” แม่บ้านบี๋ยื่นคำขาดพลางเบือนหน้าหนีฝ่ามือคนตรงหน้า แบคฮยอนกระแทกก้นนั่งลงกับโซฟา ทำปากโด่งอย่างแสนงอน ถ้าพี่ชานยอลไม่จ่ายเงินโบนัสไม่ต้องมาใช้บริการแม่บ้านเซอร์วิสเลย! “คืนนี้นอนไปเลยคนเดียว ไม่ต้องมานอนกับหนู!


คนตัวเล็กสะบัดหน้าเชิดและนั่นก็ทำให้ชานยอลยิ่งหงุดหงิด เจ้าของเรียวคิ้วขมวดย่นเบือนหน้าหนีด้วยอารมณ์ครุกรุ่นพอกัน ชานยอลเลือกที่จะเดินหนีขึ้นบันไดไปพร้อมทั้งเอ่ยคำคาดโทษไว้ด้วยน้ำเสียงดุดัน


“มึงไม่อยากนอนมึงก็ไม่ต้องขึ้นไป”


“เออ! หนูไม่ขึ้นไปหรอกอย่ามาเรียกหนูแล้วกัน!” ด้วยความอวดดีแบคฮยอนรีบตอบกลับไปทันควัน คนตัวเล็กคว้าหมอนอิงมานอนกอดไว้แน่น เขาไม่อยากสนใจตาแก่ที่ดีแต่ห่วงรถกับอยากเอาชนะหรอก แบคฮยอนแค่เอาเงินไปตัดขนหมา เลี้ยงชาบูลูกเอง เรื่องรถชนก็ยอมรับว่าผิดอยู่หรอก แต่ไม่เห็นต้องด่าแรงเลย!


ความเงียบเข้าครอบคลุมบรรยากาศอีกครั้งเมื่อการถกเถียงจบลง ในเมื่อปากดีไปแล้วแบคฮยอนก็ยินดีจะนอนอยู่ตรงนี้ทั้งคืนจนกว่าเฮียจะยอมลงมาง้อ วันนี้ถือว่าโชคยังดีที่พัคฮยอนเอาชานอีไปนอนด้วย


คนตัวเล็กมุ่ยหน้าซบลงกับหมอนใบเดิมด้วยความน้อยใจ ก่อนจะลุกขึ้นไปปิดประตูเมื่อรู้สึกได้ถึงยุงที่เริ่มเข้ามาเยอะมากขึ้น


แป๊ะ!


มือบางตบเพี๊ยะลงบนแขนเพื่อไล่ยุงไต่ตอมก่อนที่ผ้าห่มผืนบางจะถูกถลกขึ้นคลุมร่างแม้ว่ามันจะไม่ช่วยให้หายหนาวได้มากเท่าไหร่ แบคฮยอนล้มตัวนอนลงกับโซฟาพร้อมกับห้อยมือไปจับคนหมาไว้ให้อุ่นใจ


เชื่อเถอะว่าอีกไม่นานเฮียก็ต้องก็ต้องลงมาง้อแบคฮยอน ไม่มีทางเกินสองชั่วโมงหรอก อย่างน้อยนอนกับอังมุงยังดีกว่านอนกับเฮียอีก คนเอาแต่ใจแบบนั้นให้นอนคนเดียวไปเลยจะได้รู้ว่าอะไรสำคัญกว่ากัน!!

 

แบคฮยอนไม่สนใจหรอก!!







บนทางบันไดที่มีเพียงแสงไฟสลัวจากทางเดินชั้นสอง ชานยอลยืนมองแม่บ้านจอมรั้นของเขาอยู่ตรงชานพัก ความพยายามเอาชนะของแม่บ้านทำชานยอลอดหงุดหงิดไม่ได้แต่ก็ทนใจร้ายไม่ลง แบคฮยอนคงไม่คิดจะนอนข้างล่างจริงๆ เพราะมันทั้งหนาวและยุงเยอะ


“อีบี๋”


“...........”


“มึงจะขึ้นมานอนไหม”


“ไม่ บอกแล้วไม่ต้องมาเรียก...”


“มึงอย่าลีลามาก มึงจะขึ้นหรือไม่ขึ้นมา...”


“เฮียไม่ต้องมาง้อหนูหรอก หนูบอกแล้ว หนูเด็ดขาด”


คนตัวเล็กตอบเสียงอู้อี้ออกมาจากผ้าห่ม แม้เวลาจะผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วความตึงเครียดก็ยังไม่คลาย ชานยอลเองก็อดหงุดหงิดไม่ได้เหมือนกันที่เห็นแบคฮยอนพยายามดื้อรั้นกับเขามากเหลือเกิน


“มึงจะไม่ขึ้นมาใช่ไหม...”


“หนูพูดคำไหนคำนั้น”


“งั้นมึงอย่าขึ้นมานะ...”

 

 




แปะ... แปะ...


ในค่ำคืนที่อากาศหนาวเย็น ภายในความมืดมิดใต้ก้อนผ้าห่มผืนหนา มีสิ่งมีชีวิตบางอย่างกำลังขยับยุกยิกไปมาเสียงร้องไห้กระซิกดังเบาๆ เคล้าไปกับเสียงตบยุง ริมฝีปากบางเม้มแน่น แบคฮยอนอยากจะร้องไห้ให้เพลียจนหลับแต่ก็ทำไม่ได้สักทีเพราะยุงที่เข้ามากวนไม่หยุดจนสุดท้ายก็ต้องหยุดแค่นน้ำตาให้ไหล


ช่วงเวลาที่แสนทรมานผ่านไปอย่างเชื่องช้า ตอนนี้เป็นเวลาตีสองแล้ว ชานฮยอนคงไม่น่ากลับบ้านแล้วแบคฮยอนก็เนียนขึ้นไปนอนไม่ได้ และสุดท้ายเขาก็ได้แต่ต้องนอนทรมานตัวเองอยู่ข้างล่าง ทั้งหนาวทั้งยุง ในใจก็นึกว่าไม่น่าปากดีไปเลย ถึงจะอยากขึ้นไปแต่ก็น้อยใจอยากให้พี่ชานยอลลงมาง้ออีกสักครั้ง


กลายเป็นความรู้สึกรวนๆ อยากขึ้นไปนอนก็อยากแต่อีกใจนึงก็ไม่อยาก สุดท้ายก็ได้แต่นอนน้ำตาไหลปริ่มๆ จนหมอนเปียก


แกร๊ก...


เสียงกร๊อกแกร๊กบางอย่างและแสงไฟที่รอดเข้ามาในผ้าห่มจากบนชั้นสองบอกแบคฮยอนว่ามีคนลงมาข้างล่าง แต่เขาก็ไม่แม้แต่จะเปิดผ้าห่มไปดู บางทีพัคฮยอนอาจจะลงมากินน้ำก็ได้


เสียงลมหายใจดังเบาๆ ภายใต้ผ้าห่มผืนบาง รู้สึกได้ถึงเงาที่พาดทับผ่านมาบนพร้อมกับท่อนแขนที่สอดเข้ามาใต้แผ่นหลังและข้อพับก่อนร่างจะถูกอุ้มลอยขึ้น แบคฮยอนเองพอได้โอกาสก็แกล้งหลับทำตัวอ่อนไม่รู้ไม่ชี้ ปล่อยให้ผีบ้านผีเรือน(?)อุ้มขึ้นไปนอนบนห้อง


ร่างเล็กๆ ถูกวางลงบนเตียง ทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสที่นอนแบคฮยอนก็เหมือนได้ขึ้นสวรรค์อีกครั้ง ได้ยินเสียงปิดประตูเบาๆ ก่อนจะรู้สึกได้ถึงแรงยวบข้างตัว ไม่ทันต้องเอ่ยขอคนตัวเล็กก็ถูกรวบเข้าไปกอดไว้ ได้กลับเข้าสู่อ้อมอกแข็งแรงอย่างเป็นสุขอีกครั้ง


“มึงไม่ต้องทำเป็นแกล้งหลับ กูรู้” เสียงทุ้มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ชานยอลรู้ว่าแบคฮยอนยังไม่หลับ เขาได้ยินเสียงร้องไห้กระซิกมากว่าชั่วโมงแล้ว ถึงจะหมั่นไส้ความปากดีของแม่บ้านบี๋แค่ไหนแต่ก็ทนใจร้ายต่อไปไม่ได้อยู่ดี


“ไหนเฮียบอกไม่ต้องให้หนูขึ้นมาไง” พอถูกจับได้แบคฮยอนก็ไม่มีความจำเป็นต้องทำตัวแข็งเป็นก้อนหินอีกต่อไป คนตัวเล็กรีบถลกผ้านวมขึ้นห่มคลุมถึงคอพร้อมเบียดกระแซะร่างเข้าหาความอบอุ่นจากร่างกายคนตรงหน้า สองแขนตวัดรอบเอวหน้า ขาพาดก่ายอย่างกับลูกลิง


“มึงจะลงไปอีกไหมล่ะ คราวนี้มึงไปนอนหน้าบ้านเลยนะ” มือหนาฟาดปั๊บลงกับสะโพกอวบอิ่มด้วยความหมั่นไส้ ถ้าแบคฮยอนยังเล่นตัวคราวนี้ออกก็ออกไปนอนเฝ้ารถหน้าบ้านเลย


“ไม่! คราวหลังอะเฮียอย่าดุหนูแรงมาก หนูสำนึกผิดไม่ทัน”


“แล้วมึงทำผิดจริงไหม”


“งืมม” คนตัวเล็กได้แต่ส่งเสียงครางงืมในลำคอพลงส่ายหน้าไปมาในอ้อมอก แบคฮยอนก็รู้นั่นแหละว่าตัวเองผิด แต่เขาก็แค่อยากให้เฮียเป็นห่วงตัวเองมากกว่ารถหรือเงินสองพันเท่านั้นเอง...


“มึงนี่มันดื้อนัก รถชนก็อีก คราวหลังขับไปโดนชนตายจะทำไง”


“เฮียเป็นห่วงหนูหรือรถมากกว่ากัน” เสียงหงุงหงิงดังขึ้นในอ้อมอก แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นจุ๊บบริเวณลูกกระเดือกที่อยู่ตรงหน้าพลางยกยิ้มในความมืด แม้ว่าเขาจะยังไม่ได้ยินคำตอบ


“ทำไมต้องถามด้วย”


“ก็เฮียชอบโมโหอะ รถเป็นรอยนิดเดียวเฮียก็ด่าๆๆ หนู เฮียห่วงรถมากกว่าหนูอีก”


“ถ้าเป็นมึงโมโหกว่านี้อีก”


คนตัวสูงส่งเสียงหัวเราะในลำคอพร้อมบีบมือลงกับสะโพกอวบด้วยความหมั่นเขี้ยว ชานยอลไม่อยากบอกหรอกว่าการเห็นรถเป็นรอยทำให้เขาอารมณ์เสียแค่ไหน แต่ถ้าแบคฮยอนเป็นรอยขึ้นมาชานยอลคงโมโหมากๆ  โมโหทั้งแบคฮยอนและคนที่ทำให้แบคฮยอนเจ็บด้วย


“งื้ออ”


“เบื่อมึง”


“...........”


“ทิ้งก็ไม่ได้ รักมึง”

 


พอได้ยินคำตอบที่ชัดเจนคนตัวเล็กก็เงยหน้าขึ้นยิ้มจนตาปิด ภายในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี้ สุดท้ายด่ากันทีไรก็ไม่พ้นมานอนกอดกันอยู่บนเตียงทุกที กี่ปีแล้วน้าที่เป็นแบบนี้ ชานยอลเองก็ไม่รู้จะทำยังไงกับแม่บ้านคนนี้ดี เหนื่อยใจจริงๆ   <3

 




 



แถม




"เฮีย ถ้าเดือนนี้เฮียให้โบนัสหนูเพิ่มเดี๋ยวหนูมีบริการพิเศษด้วยนะ"


"มึงไม่ต้องเลย พิเศษมึงแต่ละอย่างอะ มีแต่หลอกเอาเงิน"


"หนูเวฟพุงให้เฮียดูดีมะ เอาแมะ" ว่าแล้วแม่บ้านตัวเล็กก็แขม่วพุงเป็นคลื่นพร้อมกับทำท่ายักย้ายส่ายสะโพกอยู่บนที่นอน เขาค่อยๆ เขยิบกลายเข้าไปใกล้คนรักที่กำลังนั่งนับเงินอยู่ข้างๆ


"เฮีย~"


"อะไร" 


เงินปึกสุดท้ายถูกรัดใส่หนังยาง เป็นปึกเงินแสน ข้างๆ กองมีแบงค์พันตกอยู่สามใบ ดูเหงาๆ ไม่เข้ากลุ่มกับใคร บางทีอาจจะตกมาถึงแบคฮยอนก็ได้


"เฮียรักหนูไหม~"


"อย่ามาเกาะแกะ" ความเหนียวตัวทำชานยอลอดหงุดหงิดไม่ได้ เขาโยกตัวหนี ยกมือขึ้นปัดแขนคนตัวเล็กที่เข้ามาเาะแกไม่เลิก ตั้งแต่กลับบ้านมาชานยอลยังไม่ได้อาบน้ำเลย แบคฮยอนจะมาพัวพันเอาอะไร


"คืนนี้หนูนวดให้ดีไหม หนูจะนวดน้ำมันแบบแจ่มๆๆ เลย"


"เอาไปๆ รำคาญ" ชานยอลจัดการโยนแบงค์พันสามใบที่เหลือจากกองให้แม่บ้านเป็นการตัดรำคาญ พอได้ยินเสียงร้องเย้ก็รู้ได้ทันทีว่าเรื่องที่คนตัวเล็กยกมาเอาใจทั้งหมดก็แค่หาเรื่องให้ถูกด่าเพื่อที่จะได้เงินค่าตัดรำคาญ 


"หนูรักเฮียที่สุด!! คืนนี้หนูนวดให้เอง!"


















ใครคิดถึงเฮียกับแม่บ้านบ้าง ยกมือ!!

ฮี่ๆ มาเป็นตอนสั้นให้หายคิดถึงหลังจากที่ผลัดไปนานมากๆๆ รู้สึกว่าเฮียก็ยังเป็นเฮียอยู่เสมอเลย คิดถึงมากๆๆๆๆ ไม่ได้แต่งนานพยายามกลับไปใช้ภาษาแบบเดิม อาจจะดูติดๆ นิดหน่อย ฮ่าา รู้สึกว่าสมาชิกในครอบครัวเยอะแยะเลยเกิน เขียนไม่หมด เอาเป็นว่าเจอคำผิดก็บอกไว้ได้นะคะ เพราะว่าตอนนี้พรู๊ฟเองอาจจะพลาดๆ ไปบ้างขอบคุณค้าบ และคิดถึงเสมอ + อย่าลืม #ฟิคแฮ่น ด้วยนะ :D




















SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.538K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,650 ความคิดเห็น

  1. #15633 My little baekkie (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 16 เมษายน 2564 / 13:53
    พึ่งอ่านจบไป แต่อยากเริ่มอ่านใหม่อีกแล้ว แงงงงง
    #15,633
    0
  2. #15622 Phatt. (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 12 เมษายน 2564 / 20:12

    ชอบมากๆเลย คิดถึงก็กลับมาอ่านใจฟูทุกทีเวลาเฮียอยู่กับแม่บ้านบี๋

    #15,622
    0
  3. #15608 tadah (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 15 มกราคม 2564 / 22:20
    คิดถึงเฮียอีกแล้วค่ะ
    #15,608
    0
  4. #15607 panissara_0012 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 8 มกราคม 2564 / 03:14
    คิดถึงจังเลย กลับมาอ่านรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ โครตจะคิดถึงงง...
    #15,607
    0
  5. #15606 Bconhyun_ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 11:07

    โคตรจะน่ารักเลย คิดถึงเฮียกับบี๋มากๆ ขอบคุณที่มาอัพให้อ่านนะคะ
    #15,606
    0
  6. #15603 Bwksxngxx (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2563 / 18:49
    คิดถึง
    #15,603
    0
  7. #15601 ycpl (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 ธันวาคม 2563 / 23:09
    ฮืออออ อบอุ่ยใจฟูมีความสุขสุดๆๆ อ่านเฮียกับบี๋แล้วเหมือนได้อยู่บ้านที่อบอุ่นอะ
    #15,601
    0
  8. #15591 Bubble N (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2563 / 14:09

    เข้ามาอ่านอีกแล้ว คิดถึงเฮีย คิดถึงอีบี๋ คิดถึงพัคฮยอน คิดถึงชานฮยอน คิดถึงชานอี


    #15,591
    0
  9. #15585 kimmmthy (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 00:09
    คิดถึงงงง
    #15,585
    0
  10. #15579 MEANZOCHIST (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 14:04
    ไม่เคยลืม #ฟิคแฮ่น เลยนะ
    #15,579
    0
  11. #15578 ววว (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2563 / 23:03

    คถจ้าาา คถครอบครัวนี้สุดๆๆเลยค่ะไรต์

    #15,578
    0
  12. #15557 mm_mpd (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 8 มิถุนายน 2563 / 20:40

    เเวะมาบอกไรท์ ว่าคิดถึงงงง
    #15,557
    0
  13. #15556 Molly6104 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2563 / 12:20
    กลับมาอ่านอีกกี่ครั้งๆ ก็มีความสุข
    #15,556
    0
  14. #15539 Callmeyou (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 22:49
    ยิ้มได้อีกแล้วววว
    #15,539
    0
  15. #15538 กกก (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 12:31

    กลับมาอ่านรอบที่ล้านๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #15,538
    0
  16. #15537 YOeL (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2563 / 01:53
    ขอฉากสามพี่น้องได้มั้ยคับ🥺🥺🥺
    #15,537
    0
  17. #15403 Is Bee (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 22 มีนาคม 2563 / 20:07
    กลับมาอ่านรอบที่10
    #15,403
    0
  18. #15397 kiku_zz (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 23:49
    กลับมาอ่านรอบที่ล้าน คิดถึงครอบครัวนี้
    #15,397
    0
  19. #15396 ppchuo33 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 19:37
    ฮวือออออชอบเรื่องนี้มาด
    #15,396
    0
  20. #15381 ฺฺBerlin (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:45
    จะเอาไปใช้กับเเม่บ้าง "เเบงค์พันมันดูเหงาๆ ไม่เข้าพวก" 5555555555 คิดถึงทุกคนในครอบครัว คิดถึงไรท์ด้วย
    #15,381
    0
  21. #15336 Melinoa (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:16
    นึกภาพแม่บ้านโยกพุงแล้วขำไม่หยุด นอนขำจนปวดแก้ม55555555
    #15,336
    0
  22. #15332 Gamk (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:58
    คิดถึงครอบครัวนี้มาก เป็นเรื่องที่กลับมาอ่านซ้ำเรื่อยๆเลย อยากบอกไรท์ว่ารักนะคะ
    #15,332
    0
  23. #15330 Is Bee (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:14
    คถ เรื่องนึ้ เข้ามาอ่านหลายรอบแล้วว
    #15,330
    0
  24. #15325 mimiik24 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 18:40
    คิดถึงเรื่องนี้ที่สุดเลย เเง้
    #15,325
    0
  25. #15316 kaim123456 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 20:43
    บี๋นี่มันบี๋จริงๆ 55555
    #15,316
    0