[ฟิคเสื่อม] แฮ่น The series - Chanbaek

ตอนที่ 43 : Chapter : 42 แค่หลงลืมไป...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,894
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 672 ครั้ง
    4 ก.ค. 58








เวลาบ่ายสามโมงกว่าภายบ้านหลังใหญ่ เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเหล่าเซลล์ที่มาช่วยกันขนย้ายของดังไปทั่วสนามหญ้าหน้าบ้าน แบคฮยอนที่เพิ่งจะแบกเครื่องดูดฝุ่นลงมาจากชั้นบนหอบหายใจเบาๆ ด้วยความเหนื่อยล้า
 

บ้านหลังใหม่ที่ย้ายเข้ามามีขนาดใหญ่กว่าบ้านเก่าเกือบสองเท่า ซึ่งแน่นอนว่างานทำความสะอาดบ้านก็ต้องหนักขึ้นตามไปด้วย ขนาดแค่เขาขึ้นไปดูดฝุ่นจัดเตียงแป๊บเดียวยังเล่นเอาเหนื่อยจนเหงื่อตก เพราะงั้นก็ไม่ต้องสงสัยเลยว่าถ้าย้ายเข้ามาอยู่ถาวรแบคฮยอนจะต้องเจอกับงานหนักขนาดไหน
 

“เฮ้ย วันนี้พอก่อน เดี๋ยวค่อยมาขนต่อพรุ่งนี้ ให้อีบี๋มันเคลียร์บ้านก่อน” เสียงชานยอลตะโกนลั่น บอกลูกน้องให้กลับไปพักผ่อนก่อนจะเดินไปขนถุงผ้านวมบนรถกระบะลงมาเป็นอย่างสุดท้าย
 

ตอนนี้นาฬิกาข้อมือสีทองบอกเวลาบ่ายกว่าแล้ว พวกเขาขนของกันมาตั้งแต่เช้า แถมบ้านข้างในก็ยังไม่ได้จัด คงจะหยุดพักสักที  ชานยอลเองก็เหนื่อยเหมือนกันกับการขนเครื่องซักผ้าและของใช้จิปาถะอีกมากมายเพราะถึงบ้านจะขายมาพร้อมเฟอร์นิเจอร์ แต่มันก็มีหลายอย่างที่ต้องขนย้าย
 

“ใช้งานกันหนักขนาดนี้เฮียจะขึ้นเงินเดือนให้ผมมั่งไหมเนี่ย” เซฮุนที่นั่งอยู่ท้ายรถกระบะว่า พร้อมกับยกมือขึ้นปาดเหงื่อ ดูเหมือนว่าช่วงนี้เฮียจะใช้งานเขาหนักเหลือเกินทั้งซ่อมรถขนย้ายของ แต่เงินเดือนไม่ขึ้นสักบาท
 

“พูดมาก โบนัสสิ้นปีจะเอาไม่เอา ถ้าเอาก็อย่าบ่น”
 

“ครับ~ อย่าลืมไปรับลูกนะเฮีย~”
 

เสียงสั่งลาพร้อมกับท่าทางโบกไม้โบกมือของเซฮุนทำให้ชานยอลได้แต่ถอนออกใจออกมากับความไม่รู้จักโตของลูกน้อง เขาหยิบเอาถุงผ้านวมเดินเข้าบ้านไปโดยปล่อยให้พวกจงอินและคนอื่นๆ นั่งพักเอาแรงกันก่อนกลับ  ชานยอลเกือบจะลืมไปเลยว่าเขาฝากพัคฮยอนไว้กับป้าข้างบ้านเพราะไม่มีใครดู
 

แม้แต่แบคฮยอนเองก็ต้องมาช่วยกันจัดของก่อนเพื่อที่จะได้ไปรับพัคฮยอนเข้ามานอนในบ้านใหม่เลย เนื่องจากของใช้ในห้องนอนถูกย้ายมาหมดแล้วเหลือแค่เตียงเปล่าๆที่ถูกทิ้งไว้
 

“ข้างบนเสร็จแล้วอ่อ” ชานยอลนำถุงผ้านวมไปวางไว้ตรงหน้าบันไดก่อนจะเดินไปหยิบน้ำบนโต๊ะมาดื่มดับกระหาย เขาเห็นแม่บ้านนอนเหยียดตัวเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟาด้วยท่าทางสบายอารมณ์ราวกับมองไม่เห็นงานเก็บกวาดขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า
 

“เสร็จแล้ว~ ขอพักก่อน~ เฮียจะไปรับลูกยัง”
 

“เดี๋ยวจะไปแล้ว คุยกับใครวะ” เขาว่าพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน ชานยอลแอบใช้สายตาเหล่มองดูแม่บ้านที่เอาแต่หัวเราะคิกคักกับโทรศัพท์ด้วยความน่าหมั่นไส้ก่อนจะยกเท้าขึ้นพาดโซฟาอีกข้าง
 

ดวงตากลมโตกวาดมองขึ้นไปยังบนเพดานและรอบๆตัวบ้านที่กว้างใหญ่อย่างพินิจพิจารณา ชานยอลไม่เคยคิดเลยว่าจะได้ใช้เงินเก็บสำหรับสร้างอนาคตของตัวเองกับแบคฮยอน มาจนถึงวันนี้เขาก็ยังไม่อยากเชื่อว่าชีวิตตัวเองเดินทางมาครึ่งนึงแล้ว
 

ชานยอลไม่คิดว่าตัวเองจะอายุยืน อย่างพอดีๆ ก็สัก 60 – 70 เพราะอย่างนั้นพอได้นึกถึงเวลาที่เหลืออยู่ก็รู้สึกว่ามันสั้นเหลือเกิน เขาคงจะไม่สามารถใช้ชีวิตแค่เพื่อตัวเองต่อไปได้โดยที่ไม่คิดจะทำอะไร พอนึกแล้วมันก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เวลา 30 ปี จะพอสำหรับการใช้ชีวิตที่มีความสุขหรือเปล่า
 

ชานยอลมีความเชื่อว่าเวลาที่มีความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ ยิ่งคนเรามีความสุขมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งกลัวความตายมากยิ่งขึ้น... เหมือนกับเขา...
 

ทุกวันนี้ชานยอลไม่กล้าทำอะไรผลีผลามเหมือนที่เคยทำ เขารู้สึกเหมือนถูกบ่วงดึงรั้งตลอดเวลา จะทำอะไรก็นึกถึงแต่ว่าถ้าตัวเองเป็นอะไรไปแบคฮยอนจะอยู่ยังไง ลูกจะอยู่ยังไง  พอนึกแบบนั้นแล้วใจมันก็ยอมทุกที สุดท้ายคนเสียใจมากที่สุดก็หนีไม่พ้นคนที่รักเขามากที่สุดอย่างแบคฮยอน...
 

“กับกิ๊ก”
 

“อย่ากวนตีน” ชานยอลว่าเสียงขุ่นพลางตวัดตามองแม่บ้านอีกครั้งด้วยสายตาสุดเย็นชา วันนี้เขาเหนื่อย ไม่มีอารมณ์เล่นแล้วก็ไม่อยากอารมณ์เสียด้วย แบคฮยอนเองก็น่าจะเข้าใจดี
 

“เอ้า พูดจริง เฮียรักแต่ลูก หนูงอนละ” คนตัวเล็กพูดออกไปด้วยความไม่ใส่ใจก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆเมื่อสังเกตเห็นว่าแฟนตัวสูงเริ่มทำหน้าเครียด
 

แบคฮยอนวางโทรศัพท์ลงบนหน้าท้องแล้วหยัดตัวขึ้นนั่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปจับปลายคางคนตัวสูงส่ายไปมาทำทีเหมือนว่าตัวเองแค่หยอกล้อ แต่ทว่าไม่ทันไรก็ถูกปัดออกแถมยังได้รับสายตาที่ดูน่าขนลุกมาแทน...
 

จะบอกว่าโกรธก็ไม่ใช่ มันไม่ได้แข็งกร้าวแต่ก็ไม่ได้วูบไหว เป็นสายตาที่แบคฮยอนอ่านไม่ออกและเดาไม่ได้เลยว่ามันหมายถึงอะไร...
 

“...............”
 

“แหนะ หนูล้อเล่นเอง ก็คุยกับอีหมวย บอกมันว่าจัดของเสร็จแล้ว”
 

“...............”
 

ไม่มีเสียงใดๆออกจากปากชานยอล... คนตัวสูงทำเพียงแค่ลุกขึ้นไปหยิบกุญแจรถบนชั้นวางของแล้วหันหลังเดินออกไปนอกบ้านเท่านั้น ไม่มีการแสดงสีหน้าหรืออารมณ์ใดๆ ปล่อยให้แบคฮยอนที่กำลังนั่งงงอยู่บนโซฟาตั้งคำถามกับตัวเองว่าเขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า? เฮียไม่ได้โกรธใช่ไหม? แบคฮยอนเผลอทำอะไรที่เฮียไม่ชอบ?
 

บรื้น!
 

เสียงรถมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ถูกสตาร์ทเสียงดังจากภายในรั้วบ้านเป็นสัญญาณที่บอกว่าพี่ชานยอลขับรถออกไปแล้ว คนตัวเล็กเองได้แต่เก็บความสงสัยเอาไว้ในใจแล้วปล่อยให้คุณพ่อขาใหญ่ไปรับลูกมาสู่บ้านใหม่ เอาไว้เดี๋ยวเฮียกลับมาเมื่อไหร่ค่อยถามก็ได้ พี่ชานยอลคงไม่หึงหรืองอนเพราะแค่หยอกว่ากำลังคุยกับกิ๊กอยู่ อีกอย่างแบคฮยอนไม่เคยมีปัญหาเรื่องมือที่สามให้น่ากังวลใจ
 

อาจจะเพราะเหนื่อยละมั้ง เดี๋ยวลูกมาก็คงอารมณ์ดีเองนั่นแหละ...


 

.
 

.
 

.
 

19 : 23

 

เป็นทุ่มกว่าๆภายในบ้านหลังใหม่ บรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวเต็มไปด้วยความเงียบ วันนี้แบคฮยอนไม่ได้เป็นคนทำอาหารเพราะไม่มีเครื่องครัวก็เลยต้องไปซื้อกับข้าวถุงมากินแทนซึ่งเจ้าของบ้านก็ไม่ได้บ่นอะไร...
 

อันที่จริงแล้วแบคฮยอนคิดว่าเขากำลังถูกเมินมากกว่า...
 

นี่มันก็หลายชั่วโมงแล้วตั้งแต่ที่เฮียรับลูกกลับมา แล้วก็นอนเล่นกันเหมือนทุกที แต่ทว่าคราวนี้มันต่างตรงที่เฮียไม่ยอมพูดกับเขา แบคฮยอนสัมผัสได้ถึงออร่าสีดำที่แผ่ออกมาเป็นวงกลมตลอดเวลา เหมือนเป็นเส้นที่ขีดไว้เพื่อเป็นการบอกว่า ตอนนี้อย่าเข้ามานะ  ซึ่งมันก็นานมากแล้วจากครั้งล่าสุดที่พี่ชานยอลมีอาการแบบนี้
 

ซึ่งมันก็แน่นอนว่าแบคฮยอนไม่ชอบ สิ่งที่เขาไม่ชอบที่สุดในตัวเฮียไม่ใช่นิสัยกระโชกโฮกฮาก ปากจัด หรือใจร้อน สิ่งเดียวที่ทำให้แบคฮยอนรู้สึกเกร็งมากที่สุดคือเวลาที่พี่ชานยอลจมอยู่กับความคิดตัวเองไม่ว่าจะเรื่องอะไร แบคฮยอนรู้สึกเข้าไม่ถึง ยิ่งเฮียไม่พูดเขาก็ยิ่งคิดมาก
 

แบคฮยอนไม่เคยเก็บเอาคำพูดร้ายๆของเฮียมาใส่ใจ แต่เมื่อไหร่ที่เฮียไม่พูดนั่นแปลว่ามีความคิดร้อยพันอย่างวิ่งอยู่ในหัว แถมมีออร่าป้องกันตัวเองเพื่อที่ใครจะได้ไม่เข้าไปเซ้าซี้ สุงสิง แบคฮยอนไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย...
 

“เฮียอิ่มยัง”
 

“อือ” ตอบแค่นั้นแล้วเจ้าตัวก็ลุกขึ้นไปหยิบน้ำขึ้นมาดื่มแล้วก็เดินออกไป
 

แบคฮยอนที่นั่งใจแกว่งอยู่บนโต๊ะได้แต่มองตามแผ่นหลังหนาๆ เดินหายลับขึ้นบันไดไปแล้วเก็บความกังวลไว้ในใจ ตอนนี้คงยังไม่เหมาะที่จะถาม ไหนจะพัคฮยอนที่ยังไม่ได้อาบน้ำ ข้าวก็ยังกินไม่เสร็จ เขาคงจะต้องจัดการให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน
 

วันนี้เฮียไม่ได้ป้อนข้าวลูกเหมือนทุกที ไม่ได้คอยรออาบน้ำ เรียกได้ว่าไม่ใช่แบคฮยอนคนเดียวที่ถูกตีห่าง แต่พัคฮยอนก็โดนด้วยถึงแม้จะน้อยกว่า มันน่ากลัวจริงๆเวลาที่เราไม่รู้ว่าใครสักคนกำลังคิดอะไร และมีการแสดงออกต่อคนรอบข้างในทางลบ
 

แบคฮยอนได้แต่หวังว่าพี่ชานยอลของเขาจะหายจากอาการนี้ไวๆ เหมือนที่มันเกิดขึ้นแล้วก็หายไปเองแบบครั้งก่อนๆ
 

“กินข้าวคำสุดท้ายแล้วไปอาบน้ำกันนะ”
 

แบคฮยอนป้อนโจ๊กบดคำเล็กให้กับลูกชายก่อนจะลุกขึ้นเก็บจานเพราะไม่มีกะจิตกะใจจะกินต่อ เขาจัดการใช้ผ้าอ้อมเช็ดปากพัคฮยอนพร้อมกับถอดผ้ารองคอออกเตรียมตัวพาไปอาบน้ำ  ปกติแล้วพี่ชานยอลจะยอมเขามากที่สุดตอนก่อนนอน พอทำธุระให้ลูกเสร็จเฮียก็คงจะอาบน้ำเสร็จพอดี ไว้ถึงเวลานั้นค่อยคุยกันก็คงได้
 

แกร๊ก
 

“ไปหาไอ้คริสนะ เดี๋ยวกลับ ไม่ต้องรอ”
 

เสียงหยิบกุญแจรถกับเสียงพูดที่ดังมาจากห้องโถงเรียกแบคฮยอนให้เดินออกไปชะโงกหน้าดูแฟนตัวสูงที่กำลังเดินหาเสื้อคลุมทำท่าเหมือนจะออกไปไหน คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันด้วยความขัดข้องใจก่อนที่จะคลายออกกลายเป็นสีหน้ากังวลแทน
 

“เฮียจะกลับตอนไหนอ่ะ”
 

“ไม่รู้”
 

“หนูไม่ให้ไปได้ไหมอ่ะ...” คนตัวเล็งพิงไหล่ลงกับขอบประตูทางเข้าห้องครัวในขณะที่ใช้สายตาจ้องมองไปยังแผ่นหลังของคนที่ยืนหันหลังให้ ตั้งแต่ไหนแต่ไรแบคฮยอนไม่เคยห้ามให้พี่ชานยอลออกไปสังสรรค์กับเพื่อนแต่คราวนี้เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่

มันเหมือนว่าเฮียแค่ต้องการหนีการเผชิญหน้าออกไปกินเหล้า มากกว่าจะออกไปหาเพื่อนคุย พี่ชานยอลของเขาหมุนตัวเองเข้าโหมดโลกส่วนตัวอีกแล้ว แต่มันไม่เหมือนทุกทีตรงที่คราวนี้แบคฮยอนมั่นใจว่าเฮียกำลังมีปัญหากับเขา...
 

“..............”
 

“ธุระสำคัญไหมอ่ะ...”
 

“เดี๋ยวเอาลูกไปอาบน้ำเอง” ชานยอลทำเพียงแค่ถอนลมหายใจออกมาเบาๆก่อนจะเดินมาอุ้มเอาพัคฮยอนไปจากอกโดยที่ไม่ยอมอธิบายอะไร
 

แบคฮยอนมั่นใจว่าพี่ชานยอลเริ่มรู้สึกตัวแล้วว่าเขาจับได้เรื่องที่เจ้าตัวกำลังมีปัญหา แบคฮยอนไม่รู้ว่าเฮียจะหลบเลี่ยงการพูดคุยกับเขาไปได้นานเท่าไหร่แต่แบคฮยอนจะไม่ปล่อยให้เกินคืนนี้เพราะถ้ายิ่งปล่อยเอาไว้ตัวเขาเองจะยิ่งแย่
 

มันก็อย่างที่บอกว่าไม่มีอะไรทำให้แบคฮยอนกลัวได้มากเท่าความคิดที่ไม่มีเสียงของเฮีย...

 
 

-
 

 

ใช้เวลาแค่ไม่ถึงสองชั่วโมงในการอาบน้ำแต่งตัวให้เจ้าตัวเล็ก รวมถึงจัดการตัวเองในห้องน้ำ ตอนนี้นาฬิกาบอกเวลาสามทุ่มนิดๆแล้ว พัคฮยอนเองก็ง่วงเพราะงอแงมาทั้งวันเนื่องจากฝากคนอื่นให้ดูแล
 

ชานยอลสวมถุงเท้าให้ลูกชายของเขาเป็นอย่างสุดท้ายก่อนจะย้ายร่างเล็กๆลงเปลแล้วกดเปิดสวิตช์ให้เปลไกวอัตโนมัติ มือหนายกขึ้นปัดโมบายที่ห้อยอยู่เหนือคานเบาๆก่อนจะดับไฟแล้วเดินกลับไปที่ห้องนอนด้านนอกโดยที่ไม่ได้งับประตูไว้
 

เสียงถอนหายใจดังขึ้นเบาๆ ก่อนจะตามด้วยเสียงของสวิตช์ไฟที่ถูกปิด ถึงแม้ชานยอลจะเห็นว่าแบคฮยอนยังนั่งทาครีมอยู่ที่เตียงแต่ก็เลือกที่จะปิดไฟแล้วไสหัวนอนลงบนเตียงใหม่มากกว่าจะแกล้งทำเป็นหลับแล้วต้องทนฟังบทสนทนา ตอนนี้เขาไม่อยากคิดหรือพูดอะไรทั้งนั้น
 

ชานยอลต้องการอยู่กับตัวเอง...
 

“เฮีย...” เสียงเรียกเบาๆ จากด้านหลังและแรงสะกิดที่หัวไหล่ทำให้ชานยอลถึงกับต้องถอนหายใจออกมาอีกครั้ง เขาดึงผ้านวมขึ้นห่มกายแล้วแกล้งทำเป็นหลับๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายเห็นว่ายังไม่นอน
 

“เฮีย...”
 

“อือ...”
 

“อย่าเพิ่งหลับดิ” พยายามออกแรงดึงตัวให้อีกฝ่ายหันหน้ามาหา แต่ก็ได้รับเพียงแค่แรงปัดพร้อมกับเสียงครางอึมครึมเหมือนคงง่วงเต็ม นี่มันจะเพิ่งสามทุ่มกว่าเอง แบคฮยอนไม่เชื่อว่าเฮียง่วง ตั้งแต่เย็นมานี้พี่ชานยอลแทบไม่พูดกับเขา
 

ไม่ดูหนัง ไม่ดูข่าว ไม่ด่า ไม่วอแว แถมสูบบุหรี่จัด นั่งหน้าทีวีได้ถึง 20 นาทีก็ออกไปสูบอีกแล้ว เดี๋ยวสูบๆ เกือบทุก 15 นาทีจนแบคฮยอนเริ่มรู้สึกกลัว พี่ชานยอลแทบไม่ได้สูบบุหรี่จัดมาครึ่งปีแล้ว มีบ้างนิดๆหน่อยๆแต่ไม่เคยสูบจัดมากเท่านี้มาก่อน
 

“จะนอน...”
 

“หนูรู้เฮียยังไม่หลับหรอก วันนี้เฮียโกรธไรหนู หันหน้ามาก่อน” แบคฮยอนออกแรงเขย่าเบาๆ หวังให้แฟนตัวสูงหันมาคุยกันแต่สุดท้ายมันก็ว่างเปล่า พี่ชานยอลไม่ตอบอะไรเขา ไม่หือไม่อือ เงียบไปเหมือนไม่อยากพูดด้วย ไม่รู้ว่าเพราะกำลังสับสน มีเรื่องให้คิดแต่ไม่อยากพูดตอนนี้ หรือแค่ไม่อยากพูดกับเขา
 

แบคฮยอนไม่ชอบสถานการณ์แบบนี้ อย่างน้อยรู้ว่าเป็นเรื่องอะไรก็ยังดี เพราะการไม่รู้อะไรเลยมันทำให้เขาคิดมาก
 

“เฮีย...”
 

“...............”
 

“เฮียเป็นไรอ่ะ เฮียพูดกับหนูดิ” ตวัดแขนเล็กๆ กอดรัดเอวหนาเบาๆ ก่อนจะซบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง  แบคฮยอนเริ่มใจเสียขึ้นมาจริงๆแล้ว เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำผิดอะไร ถ้าทำไม่ดีก็จะขอโทษ แต่ปัญหาคือแบคฮยอนไม่รู้ว่าเรื่องอะไร
 

“..............”
 

“หนูขอโทษ เฮียโกรธที่หนูหยอกว่ามีกิ๊กป่ะ”
 

“เปล่า”
 

“แล้วเรื่องไรอ่ะ”
 

“ไม่มีอะไร...”
 

คำตอบที่ไม่ได้ฟังดูแข็งกระด้าง แต่ดูหมือนตอบส่งๆไปเพราะแค่อยากให้เลิกถามทำเอาแบคฮยอนรู้สึกหงอ เขาไถหน้าลงกับแผ่นหลังเบาๆก่อนจะเขยิบตัวขึ้นไปเอาหน้าผากอังท้ายทอย
 

แบคฮยอนลืมอะไรไปหรือเปล่านะ... อะไรที่ทำลงไปโดยที่ไม่รู้ตัวแล้วจะทำให้พี่ชานยอลโกรธจนไม่อยากมองหน้ากัน...
 

“แล้วตกลงเฮียโกรธหนูปะ”
 

“ก็บอกว่าเปล่า” ชานยอลตอบปัดออกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพร้อมกับถอนหายใจเสียงดังทำเหมือนรำคาญเต็มที เขาขยับตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกอึดอัดกับอ้อมกอดก่อนจะซบหน้าลงกับหมอนข้างหวังหยุดการสนทนา
 

ชานยอลไม่ได้รู้สึกโกรธหรือขุ่นข้องใจ เขาแค่อยากอยู่กับตัวเอง ทบทวนสิ่งที่ตัวเองทำให้มากๆ บางครั้งคนเราก็ต้องการพื้นที่ส่วนตัวไว้ขบคิดปัญหา แบคฮยอนเองก็น่าจะเข้าใจดี
 

“หนูไม่เชื่อ”
 

“ก็แล้วแต่”
 

คำพูดที่ฟังดูเหมือนไม่สนใจว่าคนฟังจะรู้สึกยังไง ทำแบคฮยอนหน้าชาเหมือนถูกตบอัดโดยอากาศอีกครั้ง พี่ชานยอลไม่สนใจเลยว่าคนที่ถูกเมินอย่างเขาจะรู้สึกยังไงกับการกระทำที่ห่างเหิน ถึงแม้จะรู้ว่าเจ้าตัวมีเรื่องอะไรให้ต้องคิดแบคฮยอนก็ขอแค่ได้รู้ว่ามันคือเรื่องอะไร ให้เขาได้สบายใจ ได้ช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่ปล่อยให้เฮียเก็บตัวอยู่คนเดียวกับความคิดที่อันตรายของตัวเองแบบนี้
 

“เฮีย... หนูร้องไห้จริงๆแล้วนะ เฮียไม่ยอมพูดกับหนูอ่ะ”
 

“............”
 

“หนูจะร้องไห้แล้วนะ...” กล่าวออกไปด้วยเสียงสั่นเครือพร้อมกับซบหน้าลงกับท้ายทอยอีกครั้ง
 

แบคฮยอนกำลังกลัวจริงๆแล้ว เขาไม่สามารถหยั่งได้เลยว่าความคิดของเฮียมันดำมืดแค่ไหน ถึงจะอ้างยังไงแบคฮยอนก็มั่นใจว่าเขาเป็นตนเหตุเรื่องนี้ อยู่ๆพี่ชานยอลก็ไม่ยอมพูดกัน หันหน้าเข้าโลกของตัวเอง เก็บเงียบทุกเรื่องที่คิดเอาไว้ ทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองโกหกไม่เก่งก็ยังพยายามจะกลบเกลื่อน
 

มันเหมือนความรู้สึกที่หายไปนานได้ย้อนกลับมาให้นึกถึงอีกครั้ง เมื่อก่อนเวลาที่เฮียเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยด่า แบคฮยอนมักกลัวเสมอว่าเฮียกำลังคิดเรื่องของเขา บางครั้งก็ปลอบใจตัวเองว่าอาจจะเป็นเรื่องงาน แต่พอเจอทีไรใจมันก็อดคิดไม่ได้ทุกที
 

พอมาวันนี้ความกลัวที่เคยเก็บกดเอาไว้ก็กลับมาเล่นงานอีก แต่มันต่างกันตรงที่เมื่อก่อนแบคฮยอนสามารถเดินถอยห่างได้ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แบบนั้น ถ้าเป็นสมัยคนกับถ้ารู้ตัวว่าถูกรำคาญก็แค่ถอยห่าง พออีกฝ่ายอารมณ์ดีขึ้นก็เข้าหาใหม่ แต่ตอนนี้แบคฮยอนรู้สึกเหมือนตัวเองถูกผลักออกไปห่างๆ ทั้งๆที่เป็นคนในครอบครัวเดียวกัน

เขาคิดว่าตัวเองควรเป็นคนที่เข้าใจพี่ชานยอลมากที่สุด แต่ตัวเองกลายเป็นต้นเหตุก็อดกลัวไม่ได้เลย...
 

“เฮียก็เป็นอย่างงี้อ่ะ ทำไมเฮียมีเรื่องอะไรเฮียไม่บอกหนู ฮึก....” เสียงสูดน้ำมูกเริ่มดังเบาๆพร้อมกับหยาดน้ำตาอุ่นๆที่รินไหล ยิ่งได้ยินเสียงถอนหายใจหนักแบคฮยอนก็ยิ่งร้องไห้เข้าไปใหญ่ มันเรื่องอะไรนักหนาที่ทำให้เฮียหนักใจได้มากขนาดนี้
 

“เฮียไม่คุยกับหนูแล้วเฮียจะให้หนูคิดยังไง ฮึก... ทำไมเฮียทำแบบนี้ ฮือ...”
 

เสียงร้องไห้ของแบคฮยอนดังชัดเจนอยู่ในหู... ชานยอลได้แต่ถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะพลิกตัวหันหน้าเข้าแม่บ้านที่เอาแต่ปาดน้ำตาร้องไห้ เรื่องทั้งหมดมันไม่เกี่ยวกับแบคฮยอนเลย ไม่เกี่ยวเลยสักนิด ชานยอลแค่อยากอยู่คนเดียว...
 

เขารู้สึกสับสนและเครียด มีเรื่องมากมายหลายความรู้สึกที่แล่นอยู่ในหัว ชานยอลแค่อยากใช้เวลาจะทบทวนมันจนกว่าอารมณ์จะเข้าที่ดี
 

“มึงร้องไห้ทำไม” ชานยอลยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้คนตรงหน้าก่อนจะควานมือไปหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาส่งให้
 

เขาไม่เห็นแบคฮยอนร้องไห้มานานแล้วไม่ว่าจะเรื่องอะไร พอวันนี้ได้เห็นอีกครั้ง เหตุผลที่ทำให้แบคฮยอนร้องไห้ก็ยังคงเป็นตัวเขาอีกเหมือนเดิม...
 

“ฮึก...เฮีย...ฮึก...เฮียไม่พูดกับหนู...ฮือ....” คนตัวเล็กยังคงเอาแต่ร้องไห้ในขณะที่ดวงตาลืมขึ้นมองผู้ชายที่นอนอยู่ตรงหน้า แบคฮยอนรู้สึกโกรธตัวเองที่นึกไม่ออกว่าทำอะไรลงไป มีเรื่องไหนที่เขามองข้ามหรือหลงลืม
 

“ก็บอกว่าไม่ได้เป็นไร ไม่ได้โกรธมึง”
 

“ไม่โกรธแล้วทำไมเฮียไม่พูดกับหนู...ฮือ...”
 

“กูก็มีเรื่องให้คิดมั่งปะวะ”
 

“หนูไม่เชื่อ ฮึก...”
 

ชานยอลสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเองก่อนจะวางมือลงบนศีรษะทุยแล้วบอกแฟนตัวเล็กให้นอนซะ แน่นอนว่าเสียงร้องไห้ของคนรักทำให้ชานยอลไม่สบายใจแต่เขาไม่พร้อมจะพูดอะไรเลยตอนนี้ ยิ่งคิดว่าตัวเองห่วยก็ยิ่งรู้สึกแย่ ถึงจะเป็นแค่กอดปลอบเบาๆ แต่ชานยอลก็อยากมอบให้
 

“หนูขอโทษ ฮึก... ถ้าหนูทำอะไรให้เฮียโกรธหนูขอโทษ...อึก...ฮือ....”
 

“มึงก็อย่าคิดไปเองดิ”
 

“งั้นเฮียก็บอกหนูมาดิมีเรื่องอะไร...อึก...”
 

“เรื่องตัวเองนี่แหละ รู้แล้วก็นอนซะ” ชานยอลใช้มือยีกลุ่มผมนุ่มเบาๆก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจูบหน้าผากมน  ในเมื่อแบคฮยอนรู้แล้วว่าเขากำลังคิดเรื่องอะไรก็สมควรหยุดถามเพราะคนถูกถามเองก็ลำบากใจ
 

เสียงร้องไห้กระซิกๆเริ่มเบาลงถึงแม้ว่าจะไม่มีการตอบโต้จากอีกฝ่ายซึ่งชานยอลก็เข้าใจได้ว่าแบคฮยอนไม่ได้หายข้องใจ... เด็กอย่างแบคฮยอนถ้าไม่ถามจนทะลุปรุโปร่งจะไม่หยุดถามเด็ดขาด เจ้าตัวคงจะรู้แล้วว่าถามไปก็คงไม่มีประโยชน์ หรือไม่ก็อาจจะกำลังคิดเรื่องอะไร...
 

เสียงถอนหายใจดังขึ้นเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นจังหวะการหายใจแบบปกติ แบคฮยอนที่นอนร้องไห้จนหลับไปในอ้อมกอดยิ่งทำให้ชานยอลจมดิ่งลงในโลกของตัวเอง
 

.....
 

สิ่งที่เขาใช้เวลาคิดกับมันมาตลอดทั้งวันคือคำถามที่ว่าตัวเองดีพอแล้วหรือยัง...
 

มีความคิดขัดแย้งและความรู้สึกสับสนมากมายเกิดขึ้นในใจจนคุมไม่อยู่ ชานยอลได้แต่ถามตัวเองว่าเขาทำพลาดอะไรไป เพราะเรื่องเดิมๆอีกแล้วใช่ไหมที่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง เพราะอย่างนั้นก็เลยได้แต่คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ดีพอแล้วหรือยัง...
 

ชานยอลเคยคิดว่าแสดงความรักต่อแบคฮยอนมาตลอดเวลาที่คบกัน ไม่ว่าจะพยายามทำให้ตัวเองมั่นคงขึ้น อยู่ด้วยที่บ้านจนแทบไม่ได้ออกไปทำงาน พยามเลิกสูบบุหรี่ ซื้อของติดไม้ติดมือมาฝาก ชวนไปไหนก็ไป ให้ถือของก็ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องน่ารำคาญ
 

ชานยอลไม่เคยคิดว่าตัวเองรักลูกมากกว่าแบคฮยอน มันแน่นอนว่าถ้าต้องเลือกใครสักคนชานยอลจะเลือกลูก และถ้าให้แบคฮยอนเลือก แบคฮยอนก็คงจะเลือกลูกเช่นเดียวกับเขา แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกที่รักมากกว่า ชานยอลรักลูกของเขาภายใต้เงื่อนไขของการเป็นพ่อแม่ ต้องดูแล ต้องเลี้ยงให้เติบโต เป็นสายเลือด
 

แต่กับแบคฮยอนพวกเขาไม่มีความเกี่ยวข้องกัน ไม่มีความผูกพันธ์มาก่อนหน้า ชานยอลคิดว่าความรักของเขามันมากจริงๆแล้วก็เชื่อว่าแบคฮยอนสัมผัสได้ จนกระทั่งได้ยินคำพูดว่าที่บอกว่า เฮียรักลูกมากกว่าหนู
 

ครั้งแรกที่ได้ยินเขาแค่รู้สึกแย่ รู้สึกเสียใจ แต่หลังจากนั้นก็เริ่มคิดว่าตัวเองทำอะไรพลาดไปหรือเปล่า กับแบคฮยอนยังแสดงออกความรักได้ไม่ดีพอหรอ ชานยอลเอาแต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่าทั้งหมดที่เคยทำลงไปเขาทำเพื่อใคร?
 

สิ่งที่เกิดขึ้น แบคฮยอนเคยรับรู้บ้างไหม หรือแค่ต้องการการแสดงออกความรักที่เป็นอัตลักษณ์ ที่เป็นสิ่งที่ชัดเจนและจับต้องได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาแบคฮยอนอาจรับรู้แค่คำว่า รักไม่กี่คำที่เคยได้ยิน แต่ไม่เคยรับรู้สิ่งที่เขาตั้งใจทำ
 

ชานยอลแค่รู้สึกเสียใจที่ถูกคนที่ตัวเองคิดว่าจะเข้าใจมองเห็นในด้านที่ไม่ต่างจากที่คนอื่นเห็น แต่พอคิดไปคิดมามันก็ย้อนกลับมาที่ตัวเขาและปัญหาที่ชีวิตนี้ไม่สามารถแก้ไขได้
 

น่าเบื่อ...ปากแข็ง...ไม่ชอบแสดงออก
 

พอมาถึงปัญหาตรงนี้ชานยอลก็พบทางตันตรงที่เขาไม่สามารถแก้นิสัยนี้ได้ มันติดตัวมาเป็นสันดาน เขาสูญเสียคนดีๆ ที่เข้ามาในชีวิตหลายคนเพราะแค่เรื่องเล็กๆ ที่ไม่มีใครคิดว่ามันคือปัญหาใหญ่ มีเพื่อน เพื่อนก็เลิกคบ มีแฟน แฟนก็ทิ้ง
 

มาจนถึงตอนนี้ คนที่พยายามจะบอกว่ารักมากที่สุดก็ไม่เคยได้ยินคำว่ารักที่ตั้งใจบอกเลย...


 

ชานยอลอยากมีลูกเพราะอะไร... เขาไม่ป้องกันเพราะอะไร... เหตุผลเดียวก็คืออยากผูกแบคฮยอนเอาไว้ อยากสร้างครอบครัวด้วย


 

ชานยอลชอบเล่นกับพัคฮยอนเพราะเขารักรอยยิ้มที่เหมือนกับแบคฮยอน...

 

รักดวงตาที่เหมือนกับคนที่ชานยอลรัก... รักเพราะพัคฮยอนเป็นลูกที่เกิดจากคนที่ชานยอลรัก... อยากดูแลให้ดีเพราะเป็นลูกที่เกิดจากเลือดเนื้อเชื้อไขของแบคฮยอน...

 

ชานยอลไม่รู้ว่าเขาทำพลาดอะไรไป และถึงจะรู้มันก็เป็นเรื่องที่แก้ไขไม่ได้...


 

ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วชานยอลจะเป็นแฟนที่ดีหรือยัง เขาต้องแบกรับคำครหานี้ไปอีกนานแค่ไหนจนกว่ามันจะหลุดออกจากบ่า จะให้ทำตัวหวานๆ โรแมนติกก็ทำไม่ได้ จะเลิกเล่นกับลูกก็ทำไม่ได้... ด้วยเหตุผลที่ว่าไปทั้งหมด...
 

ถ้าหากไม่ใช่เรื่องพัคฮยอนแล้วชานยอลก็ไม่รู้จะหาวิธีไหนมาคอยกวนแบคฮยอน เขาพูดไม่เก่ง ไม่มีเรื่องสนุกๆรอบตัวมาเล่า แต่ถ้าเล่นกับลูกแบคฮยอนจะมาเล่นด้วยกัน มีเรื่องให้คุยอีกมาก เวลาจะชวนไปเที่ยวไหนก็ง่ายไม่เหมือนแต่ก่อนที่ต้องทำเสียงแข็งๆ บอกว่าจะไปเที่ยว แล้วสั่งให้แบคฮยอนไปด้วย
 

ชานยอลไม่รู้จะหาคำพูดแบบไหนมาพูดกับแบคฮยอนในแบบที่ฟังดูไม่น่าขนลุก ปกติเขาใช้น้ำเสียงที่เหมือนคำสั่ง แต่พอไม่ใช่เรื่องสำคัญก็ไม่รู้จะพูดอะไร
 

ชานยอลมีความสุขที่ได้เล่นกับลูก... เขามีความสุขกับการเห็นแบคฮยอนในฐานะแม่ของบ้าน คอยเก็บกวาดจัดการทุกอย่างสมกับเป็นคนสำคัญของบ้านเรา เป็นแม่ที่สำคัญของพัคฮยอน...

ไม่เคยมีความตั้งที่จะทำให้แบคฮยอนรู้สึกเหมือนถูกกดหรือไม่สำคัญเลย... ไม่เคยคิดจริงๆ...
 

ตัวเขาทำพลาดอะไรไป...
 

 


 

 



 

เป็นเวลากว่าเจ็ดโมงแล้ว ชานยอลตื่นมาด้วยสภาพไม่ดีนักเพราะนอนแทบไม่หลับทั้งคืน เขาได้ยินเสียงลูกชายหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอยู่ในครัวเลยเดินเข้าไปชะโงกหน้าดูแต่ก็ไม่ได้เข้าไปหา ชานยอลยังไม่กล้าสู้หน้าแบคฮยอนเพราะเรื่องที่ทำให้แฟนตัวเล็กร้องไห้เมื่อคืน
 

จะบอกว่าไม่กล้าสู้หน้าก็ไม่เชิงนัก ต้องเรียกว่ายังไม่พร้อมพูดอะไรมากกว่า...
 

“เฮีย~ วันนี้อีหมวยมาเอาลูกไปดูนะ เฮียจะออกไปขนของกี่โมง”
 

น้ำเสียงอันแสนสดใสที่ดังมาจากหน้าครัวฉุดชานยอลออกจากอารมณ์หม่นของศิลปิน เขาเงยหน้าขึ้นมองแบคฮยอนก่อนจะเดินเข้าไปในครัวเพื่อหาอะไรรองท้อง แบคฮยอนยังคงทำตัวเหมือนเดิมราวกับว่าไม่มีเองอะไรเกิดขึ้น ไม่มีการหลบหน้า แถมยังดูเป็นจริงเกินกว่าจะเสแสร้ง
 

พอเจอแบบนี้แล้วชานยอลก็ไม่รู้จะทำหน้ายังไง...
 

“บ่ายๆนู่น ของมีไม่เยอะ”
 

“งั้นวันนี้ก็อยู่บ้านอ่ะดิ”
 

“อือ” ตอบออกไปแค่นั้นโดยที่ไม่ได้คิดอะไร ชานยอลทิ้งตัวนอนเหยียดขายาวบนโซฟาทำท่าเหมือนจะหลับอีกรอบ วันนี้เขาไม่รู้สึกหิวเลยสักนิด มันกินอะไรไม่ลงเลย ชานยอลไม่รู้ว่าเขาควรจะทำยังไงดีกับสถานการณ์ที่ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยอมจำนนแบกรับความลำเอียงที่ถูกยัดเยียดให้
 

“อะไรอ่ะ เฮียยังไม่หายเศร้าอีกอ่อ ไม่เลิกงอนหนูไม่ง้อแล้วนะ” คนตัวเล็กเดินไปยืนพ้อยขาอยู่หน้าโซฟาก่อนจะหยิบเอาหมอนอิงปาใส่หน้าแฟนตัวสูงที่ทำเป็นหมดอาลัยตายอยาก ก้นกลมๆถูกหย่อนลงข้างท่อนขาหนาก่อนที่มือเล็กๆจะตามไปบีบนวดทั่วร่างกาย
 

แบคฮยอนยังคงยิ้มอย่างสดใสเพราะเขาไม่อยากทำให้เฮียเครียดมากไปกว่านี้เพราะความกดดัน... มันเป็นความผิดของเขาเองที่เอาแต่พูดสนุกปากจนลืมนึกไปว่าในบ้านยังมีคนแก่ที่ชอบคิดเล็กคิดน้อยอยู่คนหนึ่งถึงแม้ว่าจะไม่ชอบแสดงออกนัก


แบคฮยอนแค่หลงลืมไปว่าพี่ชานยอลของเขาเป็นคนคิดมากขนาดไหน...
 

แค่ลืมไปว่ามีคนคอยเก็บทุกคำพูดไปคิด ไปใส่ใจ แม้ว่าจะไม่เคยแสดงด้านที่อ่อนไหวให้เห็นเลย...

 

แบคฮยอนนึกโกรธตัวเองที่เขาเอาแต่สนใจลูกและเรื่องวุ่นวายรอบๆ ตัวจนลืมใส่ใจอีกหนึ่งตัวตนของคนใกล้ตัวที่ไม่เคยหายไปไหน ทั้งๆที่รู้ว่าพี่ชานยอลไม่ชอบให้พูดว่ารักลูกมากกว่าและมีอาการอารมณ์เสียทุกครั้งที่ถูกแซว แต่แบคฮยอนก็ยังพูดออกไปด้วยความที่ไม่คิดอะไร
 

ทั้งๆที่ความจริงแล้วแบคฮยอนไม่เคยคิดว่าเฮียไม่รักเขา เขารับรู้ทุกความรัก ทุกความเสียสละ ทุกความมั่นคงที่เฮียพยายามขึ้น และแน่นอนว่าไม่ใช่เพื่อใคร... หลังจากที่ได้นอนคิดทบทวนว่าตัวเองทำผิดอะไรไปแบคฮยอนก็ได้รับคำตอบและเขาก็มั่นใจด้วยว่าเป็นเรื่องนี้...
 
 

เพราะว่าเอาแต่คิดถึงตัวเอง เอาแต่คิดว่าตัวเองเสียสละ ก็เลยเผลอลืมไปว่ายังมีอีกคนหนึ่งที่เสียสละมากกว่า...
 

เพราะว่ามัวแต่คิดว่าทำไมฉันถึงไม่ได้ยินคำว่ารัก เลยลืมมองไปว่าสิ่งที่ได้มาทั้งหมดแม้แต่คำว่ารักก็เทียบไม่ได้...
 

ชีวิต ความรัก เงินทอง ความมั่นคง...
 

 

แบคฮยอนอยากขอสาบานว่าหลังจากนี้เขาจะไม่พูดเรื่องนี้อีก ไม่ว่าจะพูดด้วยความสนุกหรืออะไรก็ตามแต่ ถึงแม้ว่าจะไม่เคยคิด แค่คำพูดครั้งเดียวฝังใจคนฟังตลอดไป แบคฮยอนไม่อยากให้เฮียเสียใจอีกแล้ว
 

“เฮีย... หนูขอโทษ คราวหลังหนูจะไม่พูดแล้ว” กล่าวว่าด้วยเสียงออดอ้อนยานคางในขณะที่มือก็บีบนวดไปด้วย เสียงช้อนตกดังแกร๊งที่มากจากในห้องครัวทำให้แบคฮยอนถึงกับต้องรีบหัน ดูเหมือนว่าพัคฮยอนจะเริ่มซนเล่นช้อนข้าวแล้ว แบคฮยอนคงต้องรีบทำเวลา
 

“พูดไร....”
 

“ก็ที่บอกว่าเฮียรักลูกมากกว่าหนูอ่ะ หนูรู้ละว่าเฮียโกรธเรื่องไร แต่หนูไม่ได้คิดงั้นนะ หนูแค่หยอกเล่นอ่ะ”
 

“..........”
 

“หนูรู้หรอกว่าเฮียรักหนู ไม่งั้นเฮียเลี้ยงดูหนูมาได้ไง แถมยังเลี้ยงลูกหนูอีก”
 

“...........”

 

เปร้ง!
 

“ลูกเล่นซนแล้วเฮีย เฮียลืมตามาพูดกับหนูดิ”
 

“............”
 

“งอนมากหัวล้านนะเฮีย....”
 

“ไปดูลูกไป อีอ้วนเอ้ย!” ชานยอลยกเท้าขึ้นยันก้นแม้บ้านให้ลงไปจากโซฟาก่อนจะพลิกตัวหันหน้าเข้าหาพนักแล้วหยิบเอาหมอนขึ้นมาปิดตา
 

เสียงดังกรุ้งกริ้งจากพวงโมบายบนคานรถหัดเดินกับเสียงดังปั่กทำให้ชานยอลอดรู้สึกขำไม่ได้ เขาได้ยินเสียงแบคฮยอนเดินพูดเสียงแหลมเข้าไปในครัวก่อนที่เสียงพูดคุยหยอกล้อจะดังขึ้น
 

สำหรับคนที่เป็นเหมือนดวงใจแล้ว คำว่าให้อภัยไม่ยากเลย...
 

อีกอย่างชานยอลไม่ได้โกรธแบคฮยอน เขาแค่รู้สึกเสียใจจากคำพูดของแบคฮยอน แต่ในเมื่อเจ้าตัวมาขอโทษแล้วชานยอลก็ไม่อยากจมปลักอยู่กับความมืดมนนี้เขาอยากจะเข้าไปเล่นกับเบบี๋และนอนกอดแบคฮยอน ถ้าให้สารภาพตามตรงชานยอลก็ยอมรับว่าเขาไม่เคยรู้สึกเฟลตกเท่านี้
 

อาจจะเพราะถูกคนอื่นๆแซวไว้มากจนเก็บเป็นความไม่พอใจไว้ลึกๆ พอได้ยินจากปากคนที่รักก็เลยรู้สึกโลกดับ หลุดหายเข้าไปในตัวเอง
 

แต่ว่าช่างเถอะ... สำหรับชานยอลการให้อภัยคนที่รักเป็นเรื่องง่ายๆ เขาเองก็มีเรื่องที่เอาแต่ใจ แต่จะทำยังไงได้ก็เป็นครอบครัวเดียวกันไปแล้ว ชานยอลไม่คิดหันหลัง ไม่คิดเริ่มต้นใหม่ เขาเดินมาไกลจนกลัวว่าตัวเองจะเสพติดความสุขจนขาดมันไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะมีบางครั้งที่สับสนแต่ชานยอลก็หวังว่าสักวันนึงเขาจะปรับตัวได้
 

พัคฮยอนเป็นเด็กที่มีหน้าที่คอยรับความรักจากพ่อและแม่ แบคฮยอนมีหน้าที่ส่งต่อความรักให้ลูกและรับความรักจากเขา ในขณะที่ชานยอลต้องเป็นฝ่ายส่งมอบความรัก ความอบอุ่นให้ทั้งแม่และลูก บางทีเขาก็ทำได้ไม่ดี แต่ใจความสำคัญคือชานยอลไม่เคยรักใครไปมากกว่าใคร แต่ถ้าถามว่าใครสำคัญกว่าใครนั่นเป็นเรื่องของเหตุ
 

ถ้าพูดถึงความรู้สึกจากหัวใจแล้ว ชานยอลไม่รู้จะรักใครมากกว่ากันเลย ทั้งบี๋น้อยและบี๋ใหญ่ของเขา...

 














 

 

#ฟิคแฮ่น







 

 

 

เราไม่ได้ไบแอสเฮียนะคะ 55555555555555 อย่าเพิ่งขว้างอะไรมา  ตอนแรกสัญญาว่าจะจัดหนักให้แม่บ้านแต่ขอติดไว้ก่อน เอาให้พ่อบ้านก่อน แล้วตอนหน้ามาจัดหนักแม่บ้านกัน จัดแบบนั้นแหละ มีอยู่แบบเดียว เอาให้สะท้าน ให้ทุกคนรู้ว่าเฮียรักเมียขนาดไหน

แอบสารภาพว่าเราเครียดค่ะ LOL เราเครียดเรื่องเฮียเนี่ยแหละ สงสารเฮีย ก็อยากให้ทุกคนรักเฮียบ้าง เฮียแกให้เยอะแต่แค่แสดงออกไม่เก่งเท่าน้านนนน แฮ่

ปล.มีคนบอกว่าน้องพัคเอาแต่ใจ จริงๆน้องไม่เอาแต่ใจค่ะ ส่วนใหญ่ลูกสาว(?)พ่อดุเรียบร้อยทุกราย เด็กอ่อนเป็นกันทุกคน สัญชาตญาณดิบ เดี๋ยวน้องโตก็หายค่ะ :D เดี๋ยวพอโตไปแม่บี๋เค้าก็บอกพ่อชานให้ดุลูกเอง แฮ่

 

เอ็นจอยรีดดิ้งค่ะ :D

 

 

SQWEEZ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 672 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,650 ความคิดเห็น

  1. #15621 st_nl (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 10 เมษายน 2564 / 06:10
    ถ้าจะพูดว่าแบคฮยอนมีหน้าที่ส่งมอบความรักให้กับลูกแล้วก็รอรับความรักจากเฮีย ในขณะที่เฮีย ‘ต้อง’ มอบความรักให้ทั้งสอง มันก็ยังไงอยู่นะ เพราะเฮียก็ได้รับความรักจากแบคฮยอนเหมือนกัน ไม่มีใคร ‘ต้อง’ ให้อะไรมากกว่าใครเลย
    #15,621
    0
  2. #15617 minta_earnzii (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 มีนาคม 2564 / 23:29
    สุดท้ายแบคฮยอนก็ต้องง้อ ง้อตั้งแต่แรกๆจนถึงตอนนี้ รู้ว่ารักแต่บอกบ้างก็ได้ จริงๆแล้วการกระทำมันควรควบคู่กับคำพูด บอกให้รู้และแสดงให้เห็นอ่ะ
    #15,617
    0
  3. #15593 faylove751 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2563 / 03:16
    ว่าไงดีอ่ะ เฮียคิดเเค่เสียใจที่เเบคมองไม่เห็นถึงความเสียสละที่เฮียให้ เอาจิงๆเฮียก็ควรเเสดงความรักออกมาให้เห็นบ้างอ่ะ รู้ว่ามันไม่ใช่ตัวเฮียเเต่ปรับให้เข้ากันกับคู่ชีวิตก็เป็นสิ่งที่ไม่เสียหายนะเฮีย นี่ว่าเเล้วว่าสุดท้ายเฮียก็จะมองเเค่เฮียทำไม่มากพอเหรอเเบคถึงไม่เห็น คือเเบคอ่ะรับรู้อยู่เเล้วเเหละว่าเฮียเสียสละอะไรเพื่อน้องบ้าง น้องยอมอยู่เเล้ว เเต่เฮียอ่อนบ้างก็ได้มั้ง เงงงงง ยิ่งเวลาเฮียดิ่งอ่ะน้องเเบคน่าชาทุกทีพ่อคู้นนนนน
    #15,593
    0
  4. #15483 ppthx26 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 00:43
    แงงงงง🥺🥺🥺
    #15,483
    0
  5. #15284 AVAXIX (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 12:49
    เหมือนแต่งตอนนี้ฆ่าคอมเม้นตอนที่แล้วเลย555555 จริงๆเข้าใจเฮียตั้งนานแล้วนะ เฮียแค่เป็นคนทำมากกว่าพูด แล้วลึกๆแบคก็รู้อยู่แล้ว หึ้ยยย น่ารักจริงๆ ครอบครัวนี้ น่านักจนอยากรู้ทะเบียนบ้านแล้วตามหา จะไปเล่นกับน้องบี๋น้อย ตะเร้กก ;-;
    #15,284
    0
  6. #15245 mumuninnin (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2562 / 20:17
    รู้สึกผิดจากที่เม้นไปตอนที่แล้วเลย....
    #15,245
    0
  7. #15204 pcy_614 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2562 / 11:17
    เอาจริงๆคือสงสารบี๋ตรงที่ทำงานหนักแต่เฮียไม่ค่อยแสดงออกแบบดีๆด้วยหง่ะ แต่บี๋ทนได้555555 เฮียก็ควรจะลดนิสัยแบบนั้นลงบ้าง แบบต่างฝ่ายต่างปรับตัวเข้าหากันงี้ แต่เฮียก็รักบี๋จริงๆแค่ไม่แสดงออก ถ้านี่เป็นบี๋ก็อาจจะงอนนิดนุง5555555
    #15,204
    0
  8. #15196 pounger (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:58
    พอมาได้อ่านตอนนี้เราเชื่อว่าพ่อแม่บางคนต้องเคยคิดแบบเฮียอะ ไม่ได้เป็นอะไรกันทางสายเลือด แต่ต้องมาอยู่ด้วยกัน เลี้ยงลูกด้วยกัน พอนานๆบางทีมันก็คิดว่าเพราะอะไรถึงต้องมาอยู่ด้วยกัน เพราะภาระหน้าที่ของความเป็นพ่อแม่ หรืออย่างอื่น แต่สุดท้ายมันก็ค อความรักนั่นเอง
    #15,196
    0
  9. #15181 JiminKK (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:40
    เราก็เป็นแบบเฮียนะเอาจริง แสดงออกไม่เก่งง้อใครก็ไม่เป็น จะพูดคำหวานๆก็รู้สึกแบบ....นั้นแหละ
    #15,181
    0
  10. #15162 xxxlilly (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 06:12
    บางทีถ้าติดจะแสดงออกทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ
    #15,162
    1
    • #15162-1 xxxlilly(จากตอนที่ 43)
      26 พฤษภาคม 2562 / 06:12
      ***คิด
      #15162-1
  11. #15076 Tk.1330 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 14:45
    โอโห เป็นอีกตอนที่สุดยอดมากเลยค่ะไรท์ ;-;
    #15,076
    0
  12. #15045 mtjp614 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:48
    คือเอาใจเฮียนะแต่ว่าบ้างครั้งแสดงออกมาหน่อยก็ได้ความรักอ่ะ เราอ่านยังแอบน้อยใจแทนแบคฮยอนเลย
    #15,045
    0
  13. #14960 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 06:21
    เฮียดิ่งแล้วหน่วงมากกกกก
    #14,960
    0
  14. #14276 heykiki (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 22:08
    เข้าใจเฮียว่าเป็นนิสัย และก็ดีใจที่เฮียได้ยัยบี๋มาเป็นคู่ชีวิ้ดดด
    #14,276
    0
  15. #14275 heykiki (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 22:08
    เวลาเฮียดิ่งนี่เป็นอะไรที่หน่วง เวลาเฮียอยู่กับความคิดตัวเองอะ ยัยบี๋นี่เกิดมาเพื่อคู่กับเฮียชัด ๆ มาเติมเต็มเลยจริง ๆ นะ เพราะยัยเป็นคนสดใส ไม่ค่อยโกรธ แต่เฮียดิ่งละดึงยาก ก็มียัยเนี่ยแหละที่คอยฮีลลิ่ง ถ้าเป็นเราเราก็คงมัวแต่เสียใจที่เฮียไม่พูดด้วยอยู่อะ 55555555555
    #14,275
    0
  16. #14156 somruethai1307 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 10:08
    คุณพ่อขี้งอนสงสารพี่แสดงออกไม่เก่ง อีกใจก็พี่เอาแต่ใจแต่ดีที่บี๋ยอมง้อตลอด
    #14,156
    0
  17. #13964 CBY-XO (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:46
    เราชอบตอนนี้มากที่สุดเลยค่ะ
    #13,964
    0
  18. #13955 family1485 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 21:57
    แก่นแท้ความรู้สึกมากอ่ะ ยอมไรท์เลยจริงๆ
    #13,955
    0
  19. #13934 baconjelly2 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 22:00
    เคยอ่านเรื่องนี้ประมาน3ปีก่อนก็คุ้นๆบุคลิกเฮียมากจนมาอ่านอีกทีปีนี้ก็อ๋อออ....เหมือนพ่อเรานี่หว่า555555ยกเว้นหน้าตาฮาาา
    #13,934
    0
  20. #13726 Pandariri12 (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 20:42
    อยากด้านเฮียยยยยย
    #13,726
    1
    • #13726-1 Pandariri12(จากตอนที่ 43)
      23 ตุลาคม 2560 / 20:45
      มีสามีแบบเฮียนี่ดีสุดแบ้วววว
      ไม่ต้องบอกรักไรพร่ำเพื่อ
      #13726-1
  21. #13673 Yehet ~ (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 22:15
    เข้าใจเฮียนะ ไม่หวาน แข็ง ไม่แสดงออก แต่แบคก็เข้าใจที่เฮียเป็นเฮีย ไม่ว่าเฮียจะเป็นยังไงแบคก็รักเฮียอะแหละ สู้ ๆ น้าา เฮียชาน
    #13,673
    0
  22. #13653 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 09:28
    แอบสงสารเฮีย แต่คนแข็งทื่อยังไงก็เหมือนเดิม
    #13,653
    0
  23. #13554 areenachesani (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 12:26
    โอ้ยยยย ตอนนี้แบบคือพูดไงดีอ่ะ
    เข้าใจควาทรู้สึกเฮียตั้งแต่เเรกอยู่แล้วอ้ะ แล้วก็อยากให้คนอื่นๆเข้าใจด้วย..
    ยิ่งแบบคนที่เฮียรักแบบแบคฮยอนแล้วก็ยิ่งอยากให้เข้าใจเพราะเเบบเฮียเนี่ยเน้นการกระทำมากกว่าคำพูดมาแต่ไหนแต่ไรแล่วว
    #13,554
    0
  24. #13471 imfade (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 10:21
    เฮียสู้ๆ บี๋สู้ๆ น้องบี๋จอมซน5555
    #13,471
    0
  25. #13371 sweetpss (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 20:47
    เข้าใจเฮียนะ แต่ยังไงก็รักอยู่ดีอ่ะเนอะถึงจะแสดงออกมาไม่เก่ง สู้ๆนะ~~
    #13,371
    0