[ฟิคเสื่อม] แฮ่น The series - Chanbaek

ตอนที่ 34 : Chapter : 33 หนูท้อง...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60,573
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,063 ครั้ง
    23 พ.ค. 58








“แค่กๆๆๆ อุ้ก....แหวะ.....แค่กๆๆๆ....”

ในตอนเช้าบนห้องน้ำชั้นสองของบ้าน เสียงไอค่อกแค่กและเสียงอาเจียนดังไปทั่วทางเดินแคบๆฟังดูน่ากลัวพิลึก แบคฮยอนที่กำลังเกาะขอบชักโครกโก่งคออ้วกอยู่คว้าสายฉีดตูดมาล้างปากก่อนจะใช้แขนท้าวยันร่างกายที่หนักอึ้งให้ลุกขึ้นยืนโดยที่ไม่ลืมกดชักโครกด้วย

คนตัวเล็กถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ เดินใช้มือยันกำแพงกลับไปที่ห้องนอนด้วยท่าทางอ่อนแรง อุณหภูมิร่างกายที่สูงผิดปกติทำให้แบคฮยอนรู้สึกไม่สบายตัว รวมถึงอาการหนักหัวและปวดหนึบด้วย ทั้งๆที่ 2 – 3 วันก่อนก็มีแค่อาการปวดหัวกับตัวร้อนเฉยๆ ไม่คิดเลยว่าจะเป็นหนักขนาด

แบคฮยอนเปิดและปิดประตูห้องช้าๆเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนแฟนตัวสูงที่ยังตูดโด่งอยู่บนเตียง เขาเดินไปทิ้งตัวนั่งแล้วคว้าเอายาที่วางอยู่บนโต๊ะวางโคมไฟมาตบเข้าปากก่อนจะเปิดขวดน้ำกินตามไปติดๆ อาการครั่นเนื้อครั่นตัวทำให้เขานอนไม่หลับ รวมถึงอาการคลื่นไส้ด้วย อีกทั้งในใจยังมีแต่ความกังวล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานบ้าน หรือสุขภาพร่างกายของตัวเอง

นับตั้งแต่ที่ไม่สบายมาพี่ชานยอลของเขากินข้าวถุงมาสองวันแล้ว ถ้าวันไหนแบคฮยอนพอมีแรงเหลือก็อาจจะได้กินข้าวเย็นแต่วันนี้คงจะต้องซื้อกับข้าวกินไปก่อนเพราะแบคฮยอนลุกไม่ไหว ไม่รู้ว่าทำไมช่วงนี้จิตใจมันคอยพะวงอยู่แต่กับเฮีย ทำอะไรก็นึกถึงเฮียตลอด อาจเป็นเพราะป่วยหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ

แบคฮยอนทิ้งตัวลงนอนบนเตียงแล้วถลกผ้าห่มขึ้นคลุมร่าง ในขณะที่ห้องนอนยังมืดแทบจะไม่มีแสงใดจิตใจมันก็ฟุ้งซ่านขึ้นมาผิดปกติ เขาไม่เคยมีอาการแบบนี้ แบคฮยอนไม่เคยนอนคิดนู่นคิดนี่หรือนอนไม่หลับ เขาไม่ได้ป่วยบ่อย และเมื่อป่วยก็จะเพลียจนหลับไปเองทุกครั้ง

แต่เหมือนครั้งนี้มันต่างออกไปตรงที่เขาคิดนู่นคิดนี่จนนอนไม่หลับ เหมือนจิตใต้สำนึกมันรับรู้อะไรบางอย่างที่น่าเป็นกังวลแต่สมองยังไม่ได้รับข้อมูล

บางทีแบคฮยอนอาจจะเดาถูกถึงเขาจะไม่แน่ใจ... ซึ่งกลับกันถ้ามันเป็นอย่างนั้นคนที่แย่ก็คือแบคฮยอนเองเหมือนกัน...

“ตื่นแล้วไง”

เสียงทุ้มติดจะงัวเงียที่ดังขึ้นจากด้านหลังฉุดแบคฮยอนให้กลับเข้ามายังโลกแห่งความจริงอีกครั้ง เขาสัมผัสได้ถึงมืออุ่นๆที่เอื้อมมาแตะหน้าผากก่อนที่ร่างกายจะถูกดึงรั้งเข้าไปกอด ทั้งๆที่รู้ว่าไม่สบายเฮียก็ยังจะมาเกาะแกะอยู่ได้ ถ้าเกิดว่าป่วยตามขึ้นมาอีกคนแบคฮยอนจะไม่ดูแลเลย

“อืออ...”

“ไปหาหมอไหม”

“หึ หนูอยากนอนอ่ะ”

“งั้นนอนไป เดี๋ยวลงไปซื้อโจ๊กมาให้” ชานยอลว่าพร้อมกับยันตัวขึ้นบิดขี้เกียจ เขาใช้เท้าถีบผ้าห่มให้ออกไปพ้นตัวก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อมาสวมแล้วเปิดประตูออกไปจากห้องทันทีถึงแม้จะอยากนอนกอดรัดฟัดแม่บ้านต่ออีกซัก 10 นาที

พอนึกขึ้นได้ว่าต้องให้แบคฮยอนกินข้าวกินยาก่อนใจมันก็จดจ่ออยู่แต่กับการรักษา ชานยอลกลัวว่าแบคฮยอนจะเป็นอะไรตายไปจริงๆเพราะเขามันไม่ได้เรื่อง ถึงจะรู้ว่าแฟนป่วยก็ช่วยอะไรไม่ได้ ทำได้แค่ซื้อยามาให้กิน ซื้อข้าวมาให้และนอนอยู่ใกล้ๆเพื่อที่คนป่วยจะได้ไม่รู้สึกเหงา...


 

เสียงปิดประตูดังขึ้นเบาๆพร้อมกับลมหายใจที่ถูกพ่นออกมา แบคฮยอนเอื้อมมือไปหยิบมือถือมากดเข้าโปรแกรมแชทที่ตัวเองใช้บ่อยๆเพื่อส่งข้อความหาเพื่อนซี้ที่คิดว่าจะช่วยได้มากที่สุด

เขาพิมพ์ข้อความส่งหาอี้ชิง เพียงแค่ไม่ถึงหนึ่งนาทีอีกฝ่ายก็ตอบกลับมา ทว่าคำตอบนั้นก็ทำให้เขาลำบากใจเหลือเกิน แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกมันก็ช่วยไม่ได้

 
 

น้องบี๋ของพี่ชานยอล : จะฝากซื้อของหน่อย เอามาให้ที่บ้านด้วย

KYX : ยุ รร. แล้ว เอาไร เดี๋ยวให้เฮียซื้อไปให้



 

เแบคฮยอนตัดสินใจพิมพ์ชื่อสิ่งของที่ต้องการลงไปแม้จะรู้ว่าตัวเองจะถูกเพื่อนซี้ด่าสาปส่ง ซักไซ้หรือเทศนาจนพรุนแน่ เขาไม่มีตัวเลือก แบคฮยอนมั่นใจว่าเฮียคริสเก็บความลับได้ดีและใจเย็นกว่า พอพิมพ์ข้อความตอบกลับไปเสร็จก็รีบตัดบทสนทนาด้วยการบอกว่าปวดหัวมาก ไม่ไหวแล้ว แล้วก็จัดการปิดโปรแกรมไปทันที

แบคฮยอนไม่อยากเอาคำเทศนาของเพื่อนมาใส่หัวอีก แค่นี้จิตใจเขาก็ฟุ้งซ่านมากพอแล้ว...

 

.

.

.

 

12 : 27

 

แกร๊ก

เสียงเปิดและปิดประตูบ้านดังขึ้นเบาๆ ผู้มาใหม่ที่เพิ่งกลับมาถึงบ้านในตอนเที่ยงเดินนำหมวกกันน็อคไปวางไว้บนโซฟาพร้อมกับสมุดบัญชีและของอื่นๆ คริสเห็นเพื่อนตัวสูงยังนั่งคุยโทรศัพท์อยู่กับลูกค้าด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่ไม่ได้ใส่ใจ เขาขยับริมฝีปากออกเสียงถามเบาๆว่าแบคฮยอนอยู่ไหนก่อนจะถือถุงเซเว่นใบใหญ่เดินขึ้นไปบนชั้นสองเมื่อได้รับคำตอบเป็นการชี้นิ้วขึ้นด้านบน

เรียวขายาวๆก้าวข้ามบันไดไปทีละสองขั้นด้วยความรีบร้อน คริสเดินตรงไปยังห้องนอนของเพื่อนสนิททันทีก่อนจะกดเปิดสวิทช์ข้างประตูและนำถุงขนมใบใหญ่ไปวางไว้บนโต๊ะวางโคมไฟ ท่าทางที่ดูไม่ค่อยดีของแม่บ้านทำให้เขาอดเป็นห่วงไม่ได้

ใบหน้าของแบคฮยอนแดงก่ำเพราะมีไข้สูงแถมเหงื่อยังซึมออกมาตลอดเวลา แล้วแบบนี้คริสจะไปบอกอี้ชิงได้ยังไงว่าไม่ต้องเป็นห่วง แบคฮยอนสบายดี...

“อื้ออ....เฮีย....”

“กูเอาของมาให้ ซื้อขนมมาฝากด้วย วางไว้บนโต๊ะนี่นะ”

“งือ...” คนตัวเล็กได้แต่ส่งเสียงครางอึมครึมตอบรับในลำคอเพราะไม่มีแรงแม้แต่จะขยับปาก แบคฮยอนเอื้อมมือไปคว้าถุงขนมมาแล้วส่งมือเข้าไปควานหาของที่ต้องการ

“เออ อีหมวยมันเป็นห่วง ถ้าดีขึ้นแล้วก็โทรหามันมั่ง มีอะไรให้ช่วยก็บอก” คริสว่าด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เขาคิดว่าแบคฮยอนไม่ไหวจริงๆ และถ้าให้เดาจากประสบการณ์แม้จะไม่ต้องใช้ที่ตรววจครรภ์คริสก็มั่นใจว่าแบคฮยอนท้องแน่ ถึงมันจะฟังดูงี่เง่าแต่ไม่มีคนป่วยที่ไหนมาคิดว่าตัวเองท้องในเวลาแบบนี้หรอก ยกเว้นแต่ว่าเจ้าตัวจะรู้ตัวเองนั่นแหละ

“ขอบคุณมากเลยเฮีย”

“เออ พักซะ กูกลับมาพักจะไปทำงานต่อแล้ว ถ้ามีอะไรก็โทรไปบอกอีหมวย หรือโทรหากูก็ได้”

“อือ หนูขอบคุณมากเลย”

“กูไปแล้วนะ” คริสถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปเพื่อลงไปทำธุระของตัวเองต่อ

 ในใจเขามีแต่ความกังวลเต็มไปหมดจากทั้งหลายเรื่องราว อย่างแรกคือแบคฮยอนเด็กมาก เด็กมากๆในแบบที่คริสอดเป็นห่วงไม่ได้ว่าจะแบกรับเรื่องแบบนี้ไปได้นานแค่ไหน อาจจะรู้สึกกลัว สับสน กังวลใจหรืออะไรก็ตาม แต่ความเป็นเด็กมักนำมาซึ่งการรู้เท่าไม่ถึงการ และนั่นคือสิ่งที่คิดกลัว

อย่างที่สองคือชานยอล... คริสมั่นใจว่าชานยอลยังไม่รู้ หรืออาจจะรู้แต่ไม่พูดเขาก็ไม่อาจคาดเดาเพื่อนที่แสนลึกลับคนนี้ได้ เอาเป็นว่าเขารู้ว่าแบคฮยอนยังไม่อยากบอก และชานยอลก็อาจจะรู้หรือไม่รู้ก็ได้ซึ่งคริสจะไม่ยุ่ง เขาคงทำได้แค่คอยให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่อยู่ห่างๆ

แต่จะว่าไปมันก็แปลก... คนนอนด้วยกันทุกคืน เมียท้องจะไม่รู้เลยหรอ ยิ่งคนมีประสบการณ์อย่างชานยอลมันก็ไม่น่ารอดพ้นสายตามาได้...

“เอาไรไปให้มันวะ”

ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้นคำถามจากเพื่อนสนิทก็ฉุดสติคริสกลับมาในปัจจุบัน เขายักไหล่แล้วเดินไปทิ้งตัวนั่งบนโซฟาก่อนจะหยิบข้าวกล่องที่ซื้อมาแกะออกแล้วตอบปัด คริสล่ะเกลียดการคาดเค้นจากชานยอลจริงๆ

“ก็ขนมนั่นแหละ อีหมวยฝากมาให้”

“มันเป็นไงมั่งอ่ะ กูว่าจะพามันไปหาหมอ แต่มันไม่ยอมไป” ชานยอลถอนหายใจพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดอะไรเรื่อยเปื่อย เขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงให้แบคฮยอนยอมไปหาหมอ ตอนแรกเจ้าตัวก็บอกไม่ได้เป็นอะไรมากรอดูอาการไปก่อน แต่ตอนนี้มันหนักมากแล้ว

ชานยอลไม่ได้รู้สึกดีกับการเห็นแฟนตัวเองนอนป่วยซมในขณะที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้มากหรอก

“ก็รอดูพรุ่งนี้ ถ้าอาการแย่ก็พาไปหาหมอ”

“แต่มันดีขึ้นกว่าเมื่อคืนแล้วนะ เดี๋ยวรอดูไปก่อนก็ได้” โทรศัพท์เครื่องเดิมถูกเก็บเข้ากระเป๋ากางเกงก่อนที่ชานยอลจะลุกขึ้นเดินออกจากโซฟาไป

คริสได้แต่เหลือบตามองเพื่อนตัวสูงที่เดินขึ้นบันไดหายไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ถ้าให้สารภาพตามตรงคริสยอมรับว่าเขาเดาไม่ได้เลยว่าชานยอลรู้แล้วหรือยัง เพื่อนสนิทของเขาพูดเหมือนเชื่อสนิทใจเลยว่าแบคฮยอนแค่ป่วยเป็นไข้ หรือบางทีแบคฮยอนอาจจะแค่เป็นไข้จริงๆก็ได้ แม้ใจเขาจะเทไปทางท้องก็เถอะ

ไม่รู้สิ... คริสแค่คิดว่าถ้าหากเขาป่วยก็จะรีบไปหาหมอรักษาตัวให้หายไวๆ ยิ่งแบคฮยอนไม่ใช่เด็กงอแงที่จะมาเสียเวลานั่งกลัวหมอแล้วด้วย มันก็ไม่มีอะไรทำให้สะกิดใจว่าท้องเลยยกเว้นแต่ว่าเจ้าตัวจะรู้สึกได้เอง อาจเป็นสัญชาตญาณ ลางสังหรณ์หรืออะไรก็ตามที่คริสคาดเดาไม่ได้

ก็ได้แต่หวังว่ามันจะผ่านไปได้ด้วยดี...


 

เสียงกดชักโครกกับเสียงไอค่อกแค่กในห้องน้ำทำให้ชานยอลรู้ว่าแฟนเขาไม่ได้อยู่ในห้องนอน คนตัวสูงเดินไปเคาะประตูห้องน้ำ 2 – 3 ที พอได้รับเสียงตอบกลับก็เดินกลับไปนอนรอในห้อง เขาสัมผัสได้ถึงความร้อนบนเตียงจากที่นอนของคนไข้แต่ก็ไม่ได้กลัวว่าตัวเองจะติดไข้ตามไปด้วย

เพียงไม่นานแบคฮยอนก็เดินโซเซเข้ามาในห้องแล้วตรงมาทิ้งตัวนอนลงข้างๆ ชานยอลไม่รู้สึกว่าเขาอยากลงไปทำอะไรทั้งนั้น อยากจะนอนเฝ้าจนกว่าแฟนตัวเล็กจะหายดี เพราะแบบนี้สิ่งเดียวที่พอมีให้เล่นก็คงมีแค่โทรศัพท์มือถือ...เอาเป็นว่าเขามีแอพฯกูเกิ้ลที่ทำให้ไม่สับสนเวลาเข้าจากเว็บโดยตรงแล้วก็มีเกมแข่งรถที่พอเล่นได้อยู่

“ดีขึ้นมั่งยัง” เอ่ยถามออกไปโดยที่มือก็ยังกดโทรศัพท์มือถือ ชานยอลพลิกตัวหันหน้าไปหาแฟนตัวเล็กที่นอนนิ่งซมไม่พูดไม่จาแถมตายังแฉะเพราะพิษไข้ เขาได้ยินแบคฮยอนส่งเสียงงึมงัมแล้วก็เงียบไปเลยไม่คิดจะพูดอะไรต่อ

ความเงียบที่ไม่คุ้นเคยปกคลุมรอบบรรยากาศในห้องอีกครั้ง ได้ยินเพียงแค่เสียงหายใจดังๆจากคนป่วยที่นอนซมอยู่ข้างๆ ชานยอลกดเบาเสียงมือถือเพื่อที่จะได้ไม่รบกวนแฟนตัวเล็กเวลานอน แล้วใช้เวลาอยู่กับตัวเองโดยที่ไม่คิดจะลุกไปไหน ถึงแม้จะเบื่อแต่ก็ไม่สามารถทิ้งแบคฮยอนเอาไว้แล้วออกไปทำอย่างอื่นได้

อย่างน้อยขอแค่ได้ดูอาการอยู่ใกล้ๆก็พอ...

 




 

 

 




 

.....


ภายในห้องนอนที่มืดสนิท อาการครั่นเนื้อครั่นตัวปลุกแบคฮยอนให้ลืมตาตื่นขึ้นท่ามกลางความมืด ความรู้สึกปวดหน่วงที่เบ้าตาทำเอาคนตัวเล็กถึงกับต้องถอนหายใจออกมาก่อนจะเอื้อมมือไปคว้ามือถือมากดดูนาฬิกา

ตอนนี้หน้าจอโทรศัพท์มือถือบอกเวลาตีสองเศษๆแล้ว เพลงของเฮียที่ยังเปิดค้างเอาไว้ทำให้เขาต้องเข้าไปกดปิดมัน

แบคฮยอนยังคงรู้สึกได้ถึงอาการคลื่นไส้อ่อนๆแม้อุณหภูมิในร่างกายจะลดลงแล้ว เขาไม่รู้ว่าควรทำยังไงกับแท่งตรวจครรภ์ที่ขึ้นผลตรวจว่าท้องดี... ในหัวมีแต่ความกังวลสารพัดรูปแบบที่ไม่เคยนึกคิดว่าชีวิตนี้จะได้สัมผัส แบคฮยอนไม่ได้ตกใจแบบรู้สึกช็อค เหมือนเขารู้อยู่แก่ใจแล้วมากกว่า

มันไม่ใช่ความรู้สึกสติแตก แต่เป็นความกลัวผสมกับความกังวลใจ เหมือนรู้อยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไรแค่รอให้ใจพร้อมจะเปิดประตูเท่านั้น เขามีความกังวลมากมายอยู่ในหัว ทั้งกลัวว่าเฮียจะไม่อยากมีลูก ไม่อยากเลี้ยงหรือแม้กระทั่งไม่อยากให้แบคฮยอนเป็นแม่ของลูก

แต่ ณ วินาทีนี้แบคฮยอนไม่มีใคร... อี้ชิงเด็กพอๆกันกับเขา เฮียคริสช่วยเหลือได้แต่ไม่ล้ำเส้นแน่ นอกจากเฮียแล้วแบคฮยอนไม่รู้จะหันหน้าไปหาใคร....

“อึก...ฮึก...”

“ร้องไห้ทำไม”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากทางด้านหลังแทบหยุดลมหายใจของแบคฮยอนลง ณ วินาทีนั้น เขาไม่รู้ว่าควรทำยังไงดี จะตัดสินใจบอกไปตอนนี้หรือโกหกไปว่าปวดหัว ถ้าหากไม่พูดก็คงหาโอกาสแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว แต่ในขณะเดียวกันเขาก็ยังไม่พร้อมจะรับรู้ปฏิกิริยาของเฮียเช่นกัน

“ฮึก...ฮึก...”

“ปวดหัวหรอ”

“หึ...ฮือ...เปล่า....อึก...” ได้แต่ส่งเสียงร้องไห้ออกไปโดยที่ไม่รู้จะตอบว่าอะไร และสิ่งที่ได้รับมาก็มีแต่ความเงียบ...

พี่ชานยอลไม่ได้ลุกขึ้นมาเปิดไฟถามไถ่อาการหรือถามว่าจะไปหาหมอไหมเหมือนที่เคยทำ เฮียแค่ขยับตัวมากอดเขาเอาไว้แน่นๆแล้วบอกให้นอนหลับซะ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นทำให้แบคฮยอนอดกังวลใจไม่ได้ถึงมันจะเป็นเรื่องเล็กๆก็ตาม

ถ้าไม่มีอะไรแปลกไปเฮียจะต้องตื่นขึ้นมาเปิดไฟให้กินยาแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่เขาร้องไห้แล้วเฮียจะไม่สนใจ

มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ...

“นอนซะ...”

“อือ...อึก...”

ส่งเสียงครางอึมครึมในลำคอแล้วก็ข่มตาหลับก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนมิดศีรษะ โทรศัพท์เครื่องเดิมที่ยังถือเอาไว้ถูกเปิดเข้าเบราว์เซอร์อินเตอร์เน็ตเพื่อค้นหาวิธีแก้ปัญหา ตอนนี้แบคฮยอนไม่รู้แล้วว่าเขาจะหันหน้าไปหาใครดี อยู่ๆพี่ชานยอลก็ทำตัวแปลกไป เขาแค่อยากรู้ว่ามีคุณแม่คนไหนเคยเจอปัญหาแบบนี้และมีวิธีจัดการยังไง

เสิร์ชเพจหน้าเดิมที่เคยเปิดค้างไว้ก่อนปิดใช้งานล่าสุดถูกโหลดขึ้นมาใหม่ ไม่ทันจะได้กดอะไร การค้นหาในหน้าที่ถูกเสิร์ชค้างไว้ก็ทำให้แบคฮยอนรู้สึกเหมือนถูกบีบคอแล้วทุบซ้ำด้วยค้อน มือข้างที่ใช้ประครองโทรศัพท์สั่นเทาจนคุมเอาไว้ไม่อยู่ ยิ่งกดเข้าไปดูในประวัติการค้นหาก็ยิ่งตอกย้ำความจริงในใจ

ทำไม... เฮียจะต้องค้นหายาสอดทำแท้งกับยาตกเลือดในอินเตอร์เน็ตด้วย...

“ฮึก...ฮือ....” นิ้วมือที่สั่นเทากดปิดทุกอย่างก่อนจะตะครุบปิดปากตัวเองกลั้นเสียงร้องไห้เอาไว้ แบคฮยอนไม่เคยรู้สึกแย่เหมือนตกนรกมากเท่านี้มาก่อน เขากำลังจะทนไม่ไหวกับความเสียใจที่เกินจะแบกรับนี้

ทั้งๆที่คิดเอาไว้ว่าการตอบรับที่แย่ที่สุดจะเป็นการเฉยชาและห่างเหิน แบคฮยอนคิดและเชื่อมาตลอดกว่าเฮียเป็นคนมีความรับผิดชอบและเขามั่นใจว่ามันไม่ใช่การเข้าใจผิด

แล้วแบบนี้ต่อไปแบคฮยอนจะหันหน้าไปทางไหน...

“อึก...” เสียงสูดน้ำมูกดังขึ้นเบาๆ แบคฮยอนตัดสินใจลุกขึ้นเดินพาหัวหนักๆไปเข้าห้องน้ำก่อนจะเปิดก๊อกล้างหน้า เขารู้สึกอยากอ้วกและคลื่นไส้จนจะทนไม่ไหว ถึงแม้จะไม่อยากเชื่อสายตาแต่คิดยังไงก็คิดไม่ออกเลยว่าเฮียอยากได้ยาสอดทำแท้งไปทำอะไร

ราวกับว่าชีวิตดำดิ่งลงไปในห้วงหุบเหว เสียงตัวเองอาเจียนและคราบอาหารที่เอ่อท้นเต็มหลุมชักโครกเหมือนสิ่งที่ตอกย้ำกับแบคฮยอนว่านี่คือความจริงที่เขาจะต้องเพชิญ...

ไม่เคยเสียใจมากเท่านี้เลย... รักพี่ชานยอลมาก ถ้าเฮียให้เอาออกก็คงไม่กล้าขัดใจ...
 

 

 

เวลาตีสองกว่าบริเวณบ้านชั้นล่างเสียงเปิดพัดลมตัวใหญ่ดังหึ่มไปทั่ว คริสที่กำลังนอนดูหนังออนไลน์อยู่หน้าโน๊ตบุ้กหยิบปลาเส้นเข้าปาก เขาเหลือบตามองดูแบคฮยอนที่เดินโซเซตาชำลงมาข้างล่างด้วยสีหน้าที่อธิบายไม่ถูก คริสกดพักหนังเอาไว้แล้วย้ายหมอนอิงข้างตัวไปไว้ที่โซฟาอีกด้านเพื่อเคลียร์ที่ให้คนป่วย

สภาพแบคฮยอนดูไม่ดีเลยทั้งจากสีหน้าและสภาพร่างกาย

“เป็นไง... ดีขึ้นมั่งยัง” เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง แบคฮยอนดูเหมือนคนที่ผ่านการร้องไห้มาจนตาบวมช้ำแถมหน้าก็ดูซีดเซียวจนดูน่ากลัว ไม่รู้เลยว่าชานยอลทนปล่อยให้แฟนอยู่ในสภาพนี้ได้ยังไง ทั้งๆที่ดูไม่น่าเป็นคนปล่อยปละละเลย

“อือ...”

“แล้วเป็นไง เรื่องท้อง...”

แบคฮยอนได้แต่พยักหน้ารับเบาๆแล้วหยิบเอาหมอนข้างใบเล็กขึ้นมากอดเอาไว้ ตอนนี้ในหัวเขาแทบจะลืมปัญหาเรื่องท้องไปเลย แบคฮยอนคิดว่าเฮียรู้แล้วและไม่อยากให้เอาเด็กไว้ ซึ่งถ้าหากว่าพี่ชานยอลต้องการแบบนั้นเขาจะไปทำอะไรได้

เฮียเป็นเจ้าของบ้าน เป็นคนที่ต้องรับผิดชอบทุกอย่างรวมถึงเป็นคนผู้ปกครองของแบคฮยอนด้วย ยังไงก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ...

“ฮึก...ฮือ...”

“ชานยอลมันรู้ยัง” คริสเอื้อมไปวางลงบนศีรษะทุยเบาๆอย่างที่ไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อ พอแบคฮยอนร้องไห้ออกมาเขาก็ได้แต่นิ่งแข็งเป็นรูปปั้น คริสไม่เคยท้อง และแฟนเขาไม่เคยท้อง คริสไม่รู้ว่าต้องรับมือยังไงกับเด็กที่ท้องก่อนวัยแถมไม่มีอะไรพร้อมเลยสักอย่าง

“น่าจะรู้แล้ว  อึก...ฮึก...” ยิ่งพูดก็ยิ่งร้องออกมาแม้จะไม่ใช่การร้องไห้โฮเหมือนคนเสียสติ แบคฮยอนพยายามคิดหาแง่ดีของการที่เฮียรู้เรื่องแล้วแต่ก็ไม่เจอเลย มิหนำซ้ำยังจะพรากลูกเขาไปไวขึ้น ถ้าปล่อยให้ตัวเองท้องโตไปเรื่อยๆแล้วไม่ยอมพูดเรื่องนี้มันจะดีหรือเปล่า

“แล้วมันว่าไง”

“หึ ฮือ... หนูไม่รู้...อือ....เฮียเค้าไม่พูดกับหนูเลย...ฮือ....” ยกมือขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะรีบใช้มือตะครุบปิดปากเอาไว้เพราะกลัวว่าใครที่นอนอยู่บนห้องจะลงมาได้ยินเสียงร้องไห้ แบคฮยอนยังไม่พร้อมสำหรับอะไรทั้งนั้น

ร่างกายเขาไม่ไหว สภาพจิตใจก็ไม่ไหว ยังไงขอแค่ผ่านคืนนี้ไปก่อนก็ยังดี

“เฮ้อ... อย่าเพิ่งไปคิดอะไรแทนมันเลย ชานยอลมันเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างมันคงมีเรื่องอะไรให้คิดนั่นแหละ อย่าเพิ่งไปเร่งเร้ามันเลย” คริสถอนหายใจออกมาพร้อมกับใช้มือยีกลุ่มผมนุ่มเบาๆเป็นการปลอบใจ

เขาเข้าใจว่าแบคฮยอนเป็นกังวลและไม่สบายใจ แต่ชานยอลก็ต้องใช้เวลาในการปรับตัวเหมือนกัน การนิ่งเงียบไปไม่ได้แปลว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้สึกดีใจ ยิ่งกับชานยอลที่เป็นคนลึกลับแล้วใครจะไปหยั่งรู้ความคิดได้ ในขณะที่คุณแม่เป็นกังวลว่าพ่อจะไม่อยากมีเด็ก ชานยอลจะอาจจะเงียบเพื่อวางแผนชีวิตอยู่ก็ได้

แต่ว่าแทนที่ทั้งสองคนจะคุยกันเองกลับไม่มีใครอยากพูดอะไร แบคฮยอนไม่กล้าถาม และชานยอลไม่พูด คริสก็ได้แต่หวังว่ามันเป็นแค่การผิดใจกันครั้งหนึ่งแล้วผ่านไป

“ฮึก...เฮีย...เฮียเค้าไม่อยากได้ลูกหนู....ฮือ....”

“มึงรู้ได้ไง”

“ฮึก...หนูรู้...อึก...แล้วกัน...ฮือ...”

“คิดมากไปเองหรือเปล่า กูจะบอกอะไรมึงให้นะ กูไม่ได้เข้าข้างเพื่อนกูด้วยแต่มึงให้เวลามันหน่อย มึงรู้ไหมว่าเมียมันเคยแท้งลูก” คริสว่าพร้อมกับหันไปพับปิดโน๊ตบุ้กเมื่อเสียงทักไลน์ทำให้เขารู้สึกรำคาญ คริสไม่รู้ว่าแบคฮยอนรู้หรือเปล่าว่าชานยอลเคยเสียลูกไป

เขาไม่ได้เข้าข้างเพื่อน แต่คริสแค่รู้สึกว่ามันอาจจะยากสักหน่อยสำหรับชานยอล สำหรับคนที่เคยมีลูกแล้วผิดหวัง ความรู้สึกที่ละเอียดอ่อนคงจะไม่สามารถอธิบายออกมาด้วยคำพูดสั้นๆได้ ยิ่งกับคนที่ไม่ชอบพูดแล้ว อีกอย่างคริสเชื่อว่าชานยอลเป็นคนมีความรับผิดชอบมากพอ

ยิ่งกับแบคฮยอนก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ที่ชานยอลจะไม่อยากเอาลูกไว้ กลับกันเขาคิดว่าชานยอลน่าจะดีใจด้วยซ้ำ แต่ความดีใจนั้นมันก็มาพร้อมหน้าที่ภาระที่ยิ่งใหญเช่นกัน ชานยอลคงต้องการเวลาคิด

“หึ...ไม่รู้...อึก...”

“เรื่องนี้กูไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลยนะ ไอ้ฮุนยังไม่เคยรู้เลย ตอนประมาณ ม.ต้นชานยอลมันทำผู้หญิงท้อง แล้วแม่มันไม่เอา แม่อีผู้หญิงก็ไม่เอา ตอนแรกก็ว่าจะหนีไปด้วยกันแต่ปรากฏว่าสุดท้ายผู้หญิงไม่ไป เชื่อแม่ ก็เลยไปเอาลูกออก แล้วก็เลิกกัน ตอนนั้นชานยอลมันช็อคเลยนะ จะว่ายังไง ไม่ถึงกับช็อค เหมือนอยู่ๆมันก็นิ่งไป ไม่คุยกับใคร ไม่พูดอะไรเลย แต่สักพักก็ดีขึ้น กูไม่รู้ว่ามันคิดอะไร แล้วมันคิดอะไรมันไม่พูด มึงอย่าเพิ่งคิดไปเองว่ามันไม่อยากได้ลูกมึง ตอนนี้มึงดูแลตัวเองให้ดีเถอะ”

คริสตัดสินใจเล่าเรื่องที่เขาเหยียบเอาไว้จมดินและไม่เคยมีใครหยิบมันขึ้นมาพูดตลอดสิบกว่าปี เขาจำเรื่องนี้ได้ดีเพราะมันเป็นช่วงเดียวที่ชานยอลแสดงอาการอย่างเห็นได้ชัดมากที่สุด ชานยอลเลิกกับแฟนก่อนที่จะรู้ว่าท้อง พอผู้หญิงมาบอกก็ทำท่าจะกลับไปคบกันแต่มารู้อีกทีแฟนก็ไปทำแท้งซะแล้ว

สิ่งเดียวที่ยังคงเป็นความลับมาจนถึงทุกวันนี้คือไม่มีใครรู้ว่าชานยอลคิดอะไร... โกรธ เครียดแค้น สับสน เสียใจ หรือไม่รู้สึกอะไรเลย... แต่ที่แน่ๆเขาคิดว่าเรื่องนี้ฝังอยู่ในใจเพื่อนสนิทพอสมควร

บางทีชานยอลอาจจะแค่กลัวว่าจะต้องเสียลูกเป็นครั้งที่สองก็ได้

“ฮึก...แล้วทำไมเฮียเค้าหายาทำแท้งมาให้หนู ฮือ...เค้าหายาทำแท้งยาตกเลือดในเน็ต ฮือ...หนู...ฮึก...หนูไม่อยากเอาลูกออก ฮือ...หนู...”


 “ก็เผื่อมึงซื้อมากินกูจะได้รู้ไง!


เสียงทุ้มที่ดังมาจากทางเดินบันไดหยุดเสียงสะอื้นของแบคฮยอนให้เงียบลงราวกับกดปิดเสียง คนตัวเล็กใช้มือกดปากไว้แน่นเพื่อไม่ให้หลุดเสียงสะอื้นออกมาแม้น้ำตาจะนองหน้า เขามองไม่เห็นสีหน้าของเฮียเพราะหยาดน้ำตาที่คลอเอ่ออยู่เต็มดวงตา

หัวใจดวงเล็กภายใต้แผ่นอกเต้นรัวจนได้ยินเสียงตุ้บๆในหู มันเป็นความรู้สึกที่เหมือนกับตอนทำผิดแล้วถูกจับได้ แบคฮยอนไม่รู้ว่าเฮียจะโกรธมากแค่ไหนถ้ารู้ว่าท้องแล้วไม่ยอมบอก

“มึงคิดได้ไงว่ากูจะซื้อมาให้มึงกิน! มึงท้อง มึงไม่พูดกูก็ไม่บังคับให้บอก แล้วมึงยังมาคิดอีกว่ากูจะให้มึงทำแท้ง!

เสียงทุ้มดังที่ฟังดูจริงจังของชานยอลทำให้ทั้งคริสและแบคฮยอนไม่กล้าขยับตัว ชานยอลพูดกระแทกเสียงราวกับรู้สึกโกรธแต่ก็ไม่ใช่ มันฟังดูเหมือนคนที่เก็บความรู้สึกอดกลั้นเอาไว้แล้วระเบิดออกมา ไหนจะสีหน้านิ่งสนิทที่คาดเดาอารมณ์ไม่ได้

คริสไม่รู้ว่าเขาควรนั่งอยู่กับแบคฮยอนตรงนี้หรือลุกหนีไปให้เพื่อนได้จัดการปัญหาเอง

“ฮึก...ฮือ....”

“มึงสงสัยทำไมไม่ถาม! กูนอนเย็xมึงอยู่ทุกวัน มึงคิดหรอว่ากูจะไม่รู้หรอว่าเมียกูท้อง ถ้ามึงกลัวว่ากูจะเอามึงไปทำแท้ง มึงก็ฟังไว้ว่าเรื่องเดียวที่กูกลัวคือกูกลัวมึงซื้อยามาแดกแล้วกูไม่รู้!

ชานยอลกระแทกเสียงดังด้วยความรู้สึกเหลืออด เขาเห็นแบคฮยอนนั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่ตรงหน้าแต่ก็ไม่คิดสงสาร แบคฮยอนสมควรถูกด่าซะบ้างจะได้รู้จักทำตัวให้มันเป็นผู้ใหญ่ไม่ใช่เห็นอะไรก็เก็บไปคิดเอาเองเป็นเด็กๆ

ชานยอลรู้ตัวว่าเขาตามเด็กสมัยนี้ไม่ทัน แบคฮยอนเป็นคนรักสวยรักงามที่ชอบสั่งอาหารเสริมนู่นนี่มากินอยู่เรื่อยและชานยอลไม่เคยรู้ว่ามันคืออะไร ราคาเท่าไหร่ ปลอดภัยมากน้อยแค่ไหน เพราะอย่างนั้นก็เลยกลัวว่าแบคฮยอนจะซื้อยาทำแท้งมากินเองโดยที่ไม่บอก

เขาไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอีก แบคฮยอนเป็นเด็กที่อาจจะคิดทำอะไรก็ได้ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการ ชานยอลไม่อยากบีบเค้นแบคฮยอนให้ยอมรับแต่ก็ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะบอกเมื่อไหร่  เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแบคฮยอนรู้ตัวตอนไหนว่าท้อง แล้วมันจะเป็นยังไงถ้าแบคฮยอนไม่บอกเขาว่ามีลูกแต่ซื้อยามากินเอง

อย่างน้อยเห็นรูปเอาไว้เวลาเห็นมันวางอยู่ในบ้านจะได้รู้สึกเอะใจ ความคิดที่จะส่งแฟนไปทำแท้งไม่เคยมีอยู่ในหัวชานยอล...

“ฮือ...หนูไม่รู้...ฮึก หนูขอโทษ....ฮือ...”

คนตัวเล็กได้แต่ส่งเสียงร้องไห้ออกมาหลังจากที่ถูกว่าใส่อย่างรุนแรง ตอนนี้ในหัวแบคฮยอนมีแต่ความรู้สึกสับสนเต็มไปหมด เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะเสียใจที่ถูกด่า หรือดีใจที่เรื่องทั้งหมดเป็นการเข้าใจผิด

พี่ชานยอลของเขาดูโกรธมากแถมเฮียคริสก็นั่งนิ่งสลดตามไปด้วย แบคฮยอนควรทำยังไงดี...

“มึงใจเย็นๆ มึงก็เห็นว่า....”

“มึงไม่ต้องเข้าข้างมัน! กูทำมันท้องกูสั่งสอนมันเอง!

เสียงตวาดของเพื่อนตัวสูงทำเอาคริสที่กำลังออกปากห้ามถึงกับต้องเบรกตัวเอง เขาทำได้เพียงแค่ถอนหายใจออกมาก่อนจะตัดสินใจลุกเดินขึ้นห้องไป ปล่อยให้สองผัวเมียเคลียร์กันเองตามใจชอบถึงแม้จะสงสารแม่บ้านอยู่บ้าง

คริสเชื่อว่าชานยอลจะไม่เตะแบคฮยอนตอนท้องแน่ แต่ก็อย่างว่า... ทำผิดก็ต้องสั่งสอนกันหน่อยถึงจะเป็นวิธีที่ทำร้ายจิตใจไปหน่อยก็เถอะ

“ฮึก...ฮึก...”

“มึงมองหน้ากู!” ชานยอลเดินเข้าไปจับคางแฟนตัวเล็กให้แหงนหน้าขึ้นสบตาเขา แม้ในดวงตาของอีกฝ่ายจะมีน้ำตาเอ่อคลออยู่ ชานยอลจะไม่ใจอ่อนให้กับคนที่คิดว่าเขาจะทำลูกตัวเองได้ลงคอ

ชานยอลกล้าพูดว่าเขาสามารถปลิดชีวิตใครก็ได้เพียงแค่ไม่ชอบหน้า แต่ไม่ใช่กับคนในครอบครัว

“ฮือ...”


“มึงมองหน้ากูแล้วก็จำไว้ ว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้ามึงเนี่ย รักมึงยิ่งกว่าอะไร รักยิ่งกว่าพ่อแม่มึง! ตอนเค้าทิ้งมึงกูเอามาเลี้ยงได้ ลูกกูทำไมกูจะเลี้ยงไม่ได้! มึงจำใส่หัวเอาไว้เลยว่ากูเนี่ย รักมึงที่สุดแล้ว!


ตะคอกเสียงดังใส่ก่อนจะใช้มือกดไหล่เล็กๆทั้งสองข้างจนจมติดกับพนักโซฟา ชานยอลพยายามสูดลมหายใจให้ลึกเอาไว้เป็นหการข่มกลั้นอารมณ์ อะไรกันทำให้แบคฮยอนเชื่อสิ่งที่ตัวเองเห็นมากกว่าการกระทำของเขา มันจะอะไรนักหน้ากับโทรศัพท์เครื่องเดียว เดี๋ยวก็เข้าใจผิดเดี๋ยวก็ทะเลาะกัน

ทำไมแบคฮยอนถึงเป็นเด็กที่เชื่ออะไรง่ายขนาดนี้


“ฮึก...หนูขอโทษ...ฮือ....”


“มึงฟังให้ดี ลูกกู กูเป็นคนทำ ถ้ากูไม่อยากมีกูไม่ปล่อยให้มึงมีหรอก แค่ถุงยางกูมีปัญญาซื้อ มึงก็เก็บไปคิดเอา”


ทิ้งคำพูดเอาไว้แล้วก็ผละตัวหันหลังเดินขึ้นบันไดกลับห้องไปโดยที่ไม่มีคำอธิบายอะไร ชานยอลแค่หวังให้แบคฮยอนได้ใช้ความคิดอยู่กับตัวเอง ทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นให้ดี เขายังรอฟังขอโทษจากเด็กที่ทำผิดพลาดได้เสมอ

เมื่อไหร่ที่แบคฮยอนอยากพูด ชานยอลก็พร้อมฟัง ถึงเขาจะเป็นคนเข้มงวดและปากไม่ดีแต่สำหรับคนที่รักแล้วคำว่าให้อภัยชานยอลให้ได้เสมอ...

 

 

 

#ฟิคแฮ่น

 

 

 

 

แถลงการณ์ – ค่ะ มันเป็น M-preg แบบไม่ต้องพึ่งฮอร์โมนจากพี่เก้ง คือตะบี๋สามารถท้องได้เลย (อดได้ค่าโฆษณาฮอร์โมนค่ะพี่) ;v; สำหรับเราเราชอบตอนนี้นะคะ มันตื้นตัน มันหนักหน่วง มันหลายอย่างสำหรับเรานะคะ เพราะส่วนใหญ่มักจะออกทะเลไปตลอดเลย ฮ่าอ่า... ดีจัง แอบตัดฉึบเอาไว้ แล้วเดี๋ยวตอนหน้ามาต่อกันใหม่ :D ฟิคมันค่อนข้างตามใจฉัน เพราะเราอยากเห็นเฮียเลี้ยงลูกก็เลยให้บิบี๋มีน้องค่ะ ;v;

มันน่ารักนะคะ คุณพ่อที่ดุกับคุณแม่ใจดี หงึกๆหงักๆ... เอ็นจอยรีดดิ้งค่ะ ขอบคุณที่อ่านค่ะ 


SQWEEZ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.063K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,650 ความคิดเห็น

  1. #15531 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 14:12
    ใจเย็นๆทั้งคู่น้านแหละ โถ่คนนึงท้องคนนึงก็โกรธ ย๊าๆ
    #15,531
    0
  2. #15494 KaRToon_HH (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 08:44
    เปียกปอนสุด
    #15,494
    0
  3. #15480 ppthx26 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 เมษายน 2563 / 01:11
    ตอนนี้เปียกปอนมากก แงงง ㅠㅡㅠ
    #15,480
    0
  4. #15462 Vibrance (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 22:04
    ร้องไห้เลยรือแบบตอนเฮียบอกรักบี๋อะมันแบบเค้าไม่เคยพูดเลยนะ เค้าไม่ใช่คนพูดจาอ่อนหวานอะไม่พูดเอาใจ แต่เค้่ก็แสดงผ่านการกระทำมาตลอด แต่นี่ก็เข้าใจน้องนะฮอร์โมนคนท้องอะมันเครียดมันกังวล
    #15,462
    0
  5. #15425 morcor (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 02:54
    ตอนนี้คือที่สุดในจัยเเล้ว เฮียรักบี๋มากกว่าใครๆ มุเเงงงง
    #15,425
    0
  6. #15416 saythenameph9 (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 4 เมษายน 2563 / 23:53
    ชอบตอนนี้มาก
    #15,416
    0
  7. #15398 weiliin (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 00:49
    ทำไมถึงร้องไห้ตอนพี่ชานยอลบอกรักแบคก็ไม่รู้ ฮือออ คนไม่พูดพอได้พูดก็พูดออกมาจนหมดเปลือก น้ำตานองหน้าเลย
    #15,398
    0
  8. #15228 thienthieng (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 16:16
    รู้สึกถึงครอบครัวจริงๆเลยย
    #15,228
    0
  9. #15194 pounger (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 21:45
    มีผิดคำว่าเผชิญนะคะ /เป็นตอนที่ฟีลกู๊ดมากๆเลย ด้วยความคิดเองเออเองของบี๋ทำให้ตัวเองเตลิดไปหมดเลย ชอบมากๆค่ะ
    #15,194
    0
  10. #15152 xxxlilly (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 00:22
    เอ๋าแบคก็พูดขอโทษแล้วเด้อ
    #15,152
    0
  11. #15101 ปาปิย๊าป้อกป้อก (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 29 เมษายน 2562 / 22:43
    อ่านตอนนี้กี่รอบก็ยังน้ำตาแตกเหมือนเดิม

    TT
    #15,101
    0
  12. #15023 Mhhope_LB (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 10:31
    ก็เผื่อ-ซื้อมากิน 55555
    #15,023
    0
  13. #15006 jamocopic (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 00:09
    ฮื่อออ เราชอบตอนนี้มากกก ซึ้งอะ
    #15,006
    0
  14. #14950 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 18:04
    เฮียอย่าดุน้องงง ฮือออออ
    #14,950
    0
  15. #14902 Aoney XD (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2561 / 02:11
    เอาจริงอ่านมาเป็นรอบที่4แล้วตอนนี้ก็ยังเป็นตอนที่เราชอบที่สุด บอกไม่ได้ว่าทำไมแต่ทุกรอบที่อ่านก็คือรอให้ถึงตอนนี้ มันเหมือนเป็นจุดเปลี่ยนจุดนึงเลยก็ว่าได้เหมือนกลายเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์ขึ้นมา แล้วเราก็ชอบแนวmpregมากอยู่แล้วด้วย
    #14,902
    0
  16. #14265 heykiki (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 22:33
    หน่วงใจ ถ้าเราเป็นแบคฮยอนเราก็อาจจะเข้าใจผิดเหมือนกัน ยิ่งเพิ่งท้องมันอ่อนไหว เฮียอย่าดุน้องมาก รู้ว่าเฮียรักน้องที่สุดแล้วว
    #14,265
    0
  17. #14111 SOHYUN98_ (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 23:28
    ฮือออออออ อ่านไปยิ้มไปมันน่ารักแบบโหดๆ
    #14,111
    0
  18. #14105 miaJongin (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 20:22
    บางทีก็สงสารชานยอลอะ บี๋มันก็คิดเองเก่ง ชานยอลก็เงียบเก่ง เห้อออแต่รักกันก็ดีถึงจะบอกรักฮาร์ดคอไปหน่อยก็เห้อะ55555
    #14,105
    0
  19. #14080 kabodkt (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 09:26
    ชอบตอนนี้มากเลยค่ะ ทำให้รู้ความรู้สึกของเฮียว่ารักขนาดไหน
    #14,080
    0
  20. #14055 Mrs.Mynie (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2561 / 23:56
    บี๋เอ้ยย 😢
    #14,055
    0
  21. #14045 &CREEPIN (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 13:41
    ฮืออออ คุณแม่บ้าน
    #14,045
    0
  22. #14019 ArySohot (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 11:12
    อ่านแล้วรู้สึกหน่วงถึงจะไม่มาก แต่หน่วงTT
    #14,019
    0
  23. #13985 IMeMoRyU (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 03:09
    เข้าใจว่าชานยอลอยากสั่งสอนแบค แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องตะคอกเลย อารมณ์คนท้องมันก็เป็นแบบนี้อะ อ่อนไหว เคลียดไปทุกเรื่อง
    #13,985
    0
  24. #13949 beamkaii_CB (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 14:55
    ฮือคือเเบบดุมากเเละอยากมีผัวเเบบนี้ด้วยมันรสว่าพึ่งพาได้
    #13,949
    0
  25. #13931 inks_tts (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 00:37
    ดุโว้ยยยย
    #13,931
    0