[ฟิคเสื่อม] แฮ่น The series - Chanbaek

ตอนที่ 28 : Chapter : 28 ความเป็นชาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44,171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 767 ครั้ง
    26 มิ.ย. 58










“เฮ้อ...”

เสียงถอนหายใจยาวๆดังขึ้นภายในบ้านที่เงียบจนได้ยิ่งเสียงเครื่องปรับอากาศ ในตอนบ่ายหลังเลิกงานแบบนี้การต้องมานั่งอยู่กับแม่บ้านและเพื่อนท่อนไม้ทำให้คริสรู้สึกเบื่อจนพูดไม่ออก วันนี้ลูกน้องเขามีงานใหญ่ออกไปทวงหนี้นอกเขต จะไปสิงอยู่บ้านใครก็ไม่ได้ สุดท้ายเลยได้แต่มานั่งกร่อยอยู่ในบ้านเย็นๆ

ในวันพุธที่อี้ชิงไปโรงเรียนแบบนี้คริสบอกเลยว่าเขาทั้งเบื่อและเหงาจนไม่รู้จะอธิบายยังไง จะกวนแม่บ้านแก้เบื่อผัวมันก็นั่งอยู่ เดี๋ยวจะได้ซดตีนแทนข้าวก่อนมื้อเย็น...

“อีบี๋ ไปเตะบอลกัน” คริสว่าออกมาพร้อมกับปาก้อนกระดาษในมือไปกระแทกหัวแม่บ้านที่นั่งอ้อยผัวอยู่บนโซฟา เขารู้สึกหมั่นไส้จริงๆเวลาที่แบคฮยอนเบียดกระแซะร่างทำเกาะแกะกับเพื่อนต้นไม้จนออกนอกหน้า สาบานได้ว่าแฟนคริสก็เป็นตุ๊ดเหมือนกันแต่ไม่เคยแรดขนาดนี้

“อะแระ เฮียนึกยังไงมาชวนหนูเตะบอลเนี่ย” คนตัวเล็กค้อนสายตาไปหาผู้ร่วมบ้านที่ตกอยู่ในสถานะคนนอกก่อนจะหยิบกระดาษปากระดาษคืนกลับไปทันที แบคฮยอนไม่รู้ว่าเฮียกำลังคิดอะไรอยู่ถึงได้มาชวนกันไปเตะบอลทั้งๆที่รู้ว่าแบคฮยอนไม่แมน

“เบื่อว่ะ เห็นหน้ามึงแล้วหมั่นไส้ ตอแหล อีหมวยยังไม่แรดแบบนี้เลย” คริสเบ้ปากก่อนจะเบือนหน้าหนีด้วยท่าทางเบื่อหน่าย ยิ่งเขาเห็นสายตาค้อนๆของแบคฮยอนก็ยิ่งรู้สึกหมั่นไส้ อยากจะเข้าไปตบอัดหน้าแรงๆถ้าไม่ติดว่าชานยอลนั่งอยู่

“แล้วแงะ”

“หัดทำตัวแมนๆซะมั่งมึงอ่ะ ไปไหม กูพาไปเข้าวงเหล้า เดี๋ยวให้เด็กสอนงานให้”

“มึงไม่ต้องหาเรื่องเลย มันอยู่ของมันดีๆอยู่แล้ว” ชานยอลที่นั่งฟังการสนทนาอยู่รีบออกปากปรามก่อนที่เพื่อนตัวสูงจะชวนแฟนเขาออกไปเถลไถลที่ไหน ถ้าคริสเบื่อก็ไม่เห็นต้องชวนแบคฮยอนไปด้วยเลย อยากจะไปทำอะไรก็ไปทำสิ ให้แบคฮยอนเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว

“หนูก็แมนนะ เวลาเฮียดูบอลหนูก็ดูด้วยอ่ะ”

“มึงไม่ได้ดูบอล มึงดูนักบอล อีตอแหล” ชายหนุ่มว่าพร้อมกับคว้ารีโมทหันไปตีหัวอีบี๋แรดที่ทำเป็นขมวดคิ้วนิ่วหน้าพูดเสียงหงุงหงิงด้วยความหมั่นเขี้ยว แบคฮยอนไม่ได้ดูบอลสักหน่อย ที่มาทนดูบอลด้วยกันก็แค่สะเหล่อไปอย่างนั้นเอง ไม่เห็นจะดูอะไรรู้เรื่องกับเขา

“เอ้า ก็ดูเหมือนกันอ่ะ”

“เป็นผู้ชายทั้งทีอ่ะทำตัวให้มันสมเป็นชายชาตรีหน่อย ผัวมึงจะได้ไม่ต้องด่าแรด” คริสตบหน้าขาตัวเองดังเพลี๊ยะทำท่าทางเหมือนฮึกเหิม เขาแอบเห็นแบคฮยอนเหลือบตาขึ้นมองเพดานทำท่าคิดไปแว๊บนึงก่อนจะหันไปถามผัวอันซึ่งเป็นเหมือนเจ้าของชีวิต

“เฮีย ถ้าหนูแมนมันจะดีไหมอ่ะ”

คำถามตลกๆของแบคฮยอนทำให้ชานยอลรู้สึกขำจนต้องหัวเราะออกมาเบาๆ เขาหันไปมองหน้านิ่วๆของแฟนตัวเล็กสลับกับสีหน้าขบขันของเพื่อนรักก่อนจะใช้กำปั้นต่อยลงไปเบาๆที่ต้นแขนเล็ก อย่างแบคฮยอนเนี่ยหรอจะเป็นชายชาตรีกับเขา มาเปลี่ยนเอาป่านนี้คงไม่ทันแล้ว

“ก็ลองดู ไปดิ ไปให้ไอ้คริสสอน” ชานยอลว่าออกมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆ เขาไม่ได้ล้อเล่นแต่แค่กำลังนึกว่ามันจะเป็นยังไงถ้าให้คริสสอนหลักสูตรความเป็นชายให้กับแม่บ้านเด้งดึ๋งที่อยู่ๆก็นึกอยากจะทำอะไรแปลกๆขึ้นมา อย่างแบคฮยอนเนี่ยหรอจะเป็นชาย แค่คิดยังขำ

ถ้าหากว่าคริสอยากจะเล่นจริงๆชานยอลก็ไม่ว่าถ้ามันอยู่ในสายตาเขา แต่คงไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวกับการพนัน เหล้า บุหรี่ สิ่งเสพติดแน่

“เอาไง ผัวอนุญาตแล้ว กูรับรองเลย ลองแล้วจะติดใจ” คริสรีบออกปากยุยง

“เอาไหม เดี๋ยวกูอยู่ช่วยสอนอีกคน” ชานยอลว่า ยิ่งเขาเห็นสีหน้าจริงจังของแบคฮยอนก็ยิ่งนึกขำ นี่แม่บ้านของเขาคิดจะทดสอบความเป็นชายจริงๆใช่ไหมถึงได้ทำสีหน้าเคร่งเครียดขนาดนั้น สงสัยชานยอลเองก็ต้องจริงจังกับการเทรนด์บ้างแล้ว

“เอา! มาลองดู! หนูสู้เต็มที่!

 

-


 

ภายในห้องใหญ่ๆมืดๆที่มีโต๊ะสนุ๊กวางเรียงกันหลายสิบโต๊ะ ชานยอลใช้มือถูหัวไม้คิวไปมาก่อนจะก้มลงเล็งลูกสีขาวแล้วออกแรงแทงเบาๆให้มันวิ่งไปกระทบลูกสีเหลืองจนดิ่งชนกันเป็นทอดๆ เก็บลูกสีลงหลุมไปจนหมดรวมถึงลูกสีดำที่เป็นแต้มสูงสุด

เสียงปรบมือดังเบาๆ 2 – 3 ที หลังจากที่เจ้าแห่งการแทงพูลทำแต้มได้อย่างสวยงามด้วยการเล่นแบบเดี่ยว

ในขั้นตอนแรกของความเป็นชายคือแบคฮยอนต้องเรียนรู้กีฬาแบบชายๆซะก่อน ซึ่งชานยอลก็เลือกการแทงสนุ๊กมาเป็นตัวเลือกแรก หากถามว่าทำไมไม่เป็นฟุตบอลนั่นก็เพราะเขาคิดว่ามันยุ่งยากเกินไป ชานยอลขี้เกียจหาสนาม หาทีม หาคนเล่นหรือนั่งอธิบายกฏที่เข้าใจยากเพราะฉะนั้นสนุ๊กจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด นอกจากจะสงบและค่อนข้างเป็นส่วนตัวแล้วก็ยังดูแลได้ง่าย

“เอากฏง่ายๆ มึงต้องใช้ไม้แทงลูกสีขาวให้ไปชนลูกอื่นให้ลงหลุม แต่อย่าให้ลูกสีขาวลงไปเอง ลูกสีแดงหนึ่งแต้ม สีเหลืองสอง สีเขียวสาม น้ำตาลสี่ น้ำเงินห้า ชมพูหก ดำเจ็ด เวลาเล่นต้องสลับกันยิง แต่อันนี้กูให้มึงฝึกยิงไปก่อน เอาให้แม่นๆ ทำยังไงก็ได้ให้ลูกสนุ๊กลงหลุมหมดยกเว้นสีขาว” ชานยอลอธิบายกฏพื้นฐานง่ายๆให้แฟนตัวเล็กฟังก่อนจะเดินไปนั่งบนขอบโต๊ะสนุ๊กอีกด้าน เขาปล่อยให้คริสเป็นคนจัดเฟรมลูกให้เข้าที่ ส่วนตัวเองก็นั่งลอบสังเกตใบหน้าของคนรักไปพลาง

สีหน้าที่ดูจริงจังผิดปกติของแบคฮยอนทำให้ชานยอลอดรู้สึกขำปนเอ็นดูไม่ได้ อันที่จริงแล้วเขาคิดว่าก่อนที่แบคฮยอนจะมาเริ่มต้นรู้จักกีฬาแมนๆเจ้าตัวควรเริ่มที่การแต่งตัวซะก่อน

การใส่กางเกงยีนส์ขาสั้นกับเสื้อยืดสีไข่มาแทงสนุ๊กนี่มันดูไม่เข้ากันเลย...

“แค่แทงให้มันลงหลุมใช้ไหมเฮีย”

“เออ” เขาว่าพร้อมกับกระโดดลงจากโต๊ะเดินอ้อมไปยืนด้านหลังแบคฮยอน ในขณะที่คนตัวเล็กกำลังเพ่งเล็งความสนใจไปยังลูกสนุ๊กสีขาวที่อยู่ตรงหน้า ชานยอลเองก็เพ่งเล็งส่ายตาไปที่ก้นกลมๆที่ส่ายไปมาด้วยเหมือนกัน

เขาเห็นแบคฮยอนแอ่นก้นจนโด่งแล้วบิดส่ายไปมาราวกับกำลังเรียกให้อะไรบางอย่างเข้าไปตะครุบ ชานยอลเดินเข้าไปตะปบก้นเด้งๆแล้วฟาดมือลงกับตูดเต็มแรงจนคนตัวเล็กสะดุ้งร้องเสียงหลง ทำไม้คิวเกือบพลาดไปโดนลูก

ทั้งๆที่กำลังจะเล็งทิศทางที่เหมาะสมได้อยู่แล้ว ทำไมเฮียต้องมากวนตอนนี้กัน!

“เวลาเล็งลูกตูดอ่ะไม่ต้องส่าย” ชานยอลว่าพร้อมกับฟาดมือตีก้นแฟนตัวเล็กแรงๆหนึ่งทีเรียกเสียงหัวเราะขำขันเสียงดังจากคริสจนโต๊ะอื่นๆหันมามอง เขาเห็นแบคฮยอนหันมาทำหน้ายุ่งใส่ก่อนจะก้มลงไปเล็งลูกใหม่อีกครั้งแถมยังเล็งเฉไม่ตรงเป้า

พอเห็นแบบนั้นแล้วเซียนแทงพูลอย่างชานยอลรู้สึกขัดใจชะมัด เขาคงรู้สึกเซ็งถ้าแบคฮยอนยิงลูกตัวเองลงหลุม

“ส่ายตูดที่ไหน! หนูกำลังถ่วงแรงยิงหรอก!

“เร็วๆเข้า เอาดีๆ”

“แบบนี้ตรงยั้งเฮีย” คนตัวเล็กว่าในขณะที่ใช้ปลายไม้เล็งไปยังลูกสีขาวที่อยู่ตรงหน้า เขาหลับตาลงข้างนึงหวังให้ประสิทธิภาพในการเล็งลูกของตัวเองมากขึ้น คอยดูเถอะ แบคฮยอนจะทำให้ลงหลุมทุกลูกด้วยการยิงครั้งเดียวเลย

“ยัง”

 “ยังไม่ตรงยังไงอะ มันก็ตรงเนี่ย เฮียตาเขป้าว หรือสายตายาว”

 “มานี่...”

ชานยอลได้แต่จิ๊ปากอย่างนึกขัดใจก่อนจะโน้มตัวลงไปคร่อมแฟนตัวเล็กจากด้านหลังแล้วประคองไม้คิวให้หันหัวตรงไปตามที่ตัวเองต้องการ เขาจับข้อศอกแบคฮยอนให้หุบลงเล็กน้อย ใช้มือจับไม้เอาไว้ ส่วนมืออีกข้างก็จับทับฝ่ามือเล็กที่ใช้ง่ามนิ้วเล็งไม้อยู่ก่อนจะแทงเบาๆจนลูกสีขาววิ่งไปกระทบลูกสีแดงที่เรียงอยู่ด้านหน้าให้แตกตัวไปคนละทิศละทางบ้างก็วิ่งลงหลุม

เพียงไม่นานลูกสีขาวที่ถูกยิงไปกระทบกับขอบไม้ก็กลิ้งกลับมาตรงหน้าอีกครั้ง ชานยอลหันหัวไม้คิวให้เปลี่ยนทิศทางเล็กน้อยแล้วยิงอีกที ส่งมันวิ่งไปชนลูกสีแดงอีกสองลูกให้ลงหลุม เป็นการกวาดหกแต้มในการยิงเพียงสองครั้ง ถือว่าเป็นครั้งแรกที่ดีสำหรับแบคฮยอนเลยถึงเจ้าตัวจะไม่ได้เล่นเองก็ก็เถอะ...

“เฮียยิงอีกดิ”

“มึงไม่ต้องมาเนียน ไม่ต้องเอาตูดมาสีเป้ากู” ชานยอลใช้มือตบหัวคนตัวเล็กที่นอนหมอบอยู่ใต้ร่างแรงๆจนผมม้ากระจายก่อนจะผละตัวออกมา ปล่อยให้แบคฮยอนทดลองยิงลูกเล่นๆหลังจากที่เขาเปิดเฟรมไว้ให้

ขนาดเมื่อกี้แม้แต่ตอนที่ต้องเพ่งเล็งความสนใจไปที่ไม้คิวแบคฮยอนยังส่ายก้นสีเป้าเขาอยู่เลย แบบนี่มันจะไปรอดได้ยังไง...

“เออ ทำร้ายกูเข้าไปอีก” คริสที่ยืนอยู่กลางโต๊ะสบถออกมาเบาๆพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะหึในลำคอก่อนจะเดินไปหยิบเอาบุหรี่ขึ้นมาสูบ เขาได้แต่นึกสมเพชตัวเองที่หนีความเหงาออกมาทำเรื่องสนุกแล้วยังต้องมาเจอฉากโหดที่กรีดใจคนไกลแฟนจนพังยับเยินอีก

มันมีอย่างที่ไหน บอกจะสอนให้เมียเป็นคนแมนๆแล้วมาจับมงจับมือกันยิง เดี๋ยวซ้อนเดี๋ยวคร่อม เดี๋ยวประคอง นู่นนี่นั่น แล้วแบบนี้เมื่อไหร่แบคฮยอนจะเป็นคนแมน...

“ถ้าหนูยิงหมดนี่แล้วหนูจะแมนหรอ?” แบคฮยอนที่กำลังสนใจอยู่กับการยิงลูกเอ่ยถามออกมาอย่างไม่ค่อยเข้าใจนัก มาจนถึงตอนนี้ตั้งแต่ย่างเท้าเข้ามาในโต๊ะสนุ๊กแบคฮยอนยังไม่รู้สึกถึงความแมนที่ก่อตัวขึ้นในร่างกายของเขาเลย

จะมีก็แต่ความคิดที่อย่างให้เฮียมาสอนยิงสนุ๊กบ่อยๆ จะได้คลอเคลียกันแบบเมื่อกี้ แล้วพอแบคฮยอนทำได้ไม่ดีเฮียก็จะจับเขาลงโทษบนโต๊ะสนุ๊กนั่น

อร๊างงงงงงง~

เพียงแค่คิดเขาก็ใจเต้นไปหมด ก็มันดีใช่ไหมล่ะการที่มีผู้ชายตัวใหญ่ๆมาคอยประคองอยู่ข้างหลัง ถ้าให้พูดตามตรงแบคฮยอนรู้สึกแรดมากขึ้นกว่าเดิมอีก...

“พอเลยๆ ไม่ต้องเล่นแล้ว ผัวมึงตามประกบแบบนี้เมื่อไหร่จะเป็น”

“เอ้า ก็เฮียเป็นแฟนหนูอ่ะ เฮียนั่นแหละพาลไปเรื่อย”

“ถ้าจะเล่นแบบนี้มึงก็ไปแทงกันสองคนที่บ้าน กูพอ เลิก หงุดหงิด ไม่เล่นแล้ว”

“เอ้า อะไรของเฮียเนี่ย!

.

.

.

 

17 : 15

แกร๊ก

“แม่ง กูหงุดหงิดกว่าเดิมอีก”

เสียงของคริสยังคงบ่นงึมงัมไม่หยุดตั้งแต่ลงจากรถมาถึงบ้าน เขารู้สึกหงุดหงิดในแบบที่อะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด ยิ่งเห็นแบคฮยอนใส่เสื้อยีนส์ตัวใหญ่ของเพื่อนซี้คลุมแดดมาจากโต๊ะสนุ๊กก็ยิ่งไม่ชอบใจเข้าไปใหญ่ ถ้าเป็นผู้ชายมันก็ต้องรู้จักอดจักทน ไม่ใช่แดดแค่นี้ก็กลัวผิวเสีย

มันตั้งแต่ที่โต๊ะแล้วที่ชานยอลเอาแต่คอยเข้าไปคลอเคลียกับแบคฮยอน เดี๋ยวก็เข้าไปแตะไปโอบ ไปเนียนจับจนเสียงาน จากที่ตอนแรกว่าจะฝึกความแมนกันก็เลยกลายเป็นเพิ่มความตุ๊ดไปซะอย่างนั้น สำหรับความหวังที่จะทำให้แบคฮยอนมาดแมนตอนนี้คงเหลือศูนย์แล้ว

“มึงเป็นอะไรของมึงวะ” ชานยอลผู้ซึ่งไม่เข้าใจหัวอกคนโดดเดี่ยวเอ่ยถามออกมาด้วยท่าทางสบายๆในขณะที่หยิบรีโมทขึ้นมาเปลี่ยนช่องทีวี เขาเห็นคริสทำท่าหงุดหงิดมาตั้งแต่ที่โต๊ะสนุ๊กแล้วไม่รู้ว่าเป็นอะไร จะว่าแกล้งแบคฮยอนไม่สำเร็จก็ไม่น่าใช่

“มึงนั่นแหละ”

“กูทำไรวะ”

“ไอ้สัส ก็มึงเล่น....”

ครืน...

เสียงรถใหญ่ที่ยังอยู่หน้าบ้านทำให้คริสที่กำลังอยู่ในสภาวะฟาดงวงฟาดงาเงียบเสียงลงทันที เขาถอดเสื้อยีนส์ออก นำไปโยนไว้บนโซฟาก่อนจะเดินไปชะโงกหน้ามองดูรถตำรวจที่จอดอยู่หน้าบ้าน เรียวคิ้วหนาที่ขมวดเข้าหากันแน่นอยู่แล้วย่นติดกันมากขึ้นไปอีก

คริสหันไปส่งสัญญาณมือให้ชานยอลลุกขึ้นมาดูรถตำรวจก่อนจะรีบวิ่งขึ้นชั้นสองไปเพื่อเก็บปืนของตัวเองเผื่อมีอะไรไม่ชอบมาพากล... ร้อยวันพันปีรถตำรวจไม่เคยขับมาที่บ้านเขา ยกเว้นจะพาลูกน้องที่ไปหาเรื่องจนถูกจับมาส่ง แต่ในเมื่อคราวนี้ไม่ได้พาใครมามันก็ไม่น่าไว้ใจเพราะมันอาจจะมาพาใครไป...

ในขณะที่คริสรีบขึ้นไปบนห้องชั้นสองเพื่อซ่อนของไม่พึงประสงค์ ชานยอลที่กำลังยืนขมวดคิ้วอยู่ก็จ้องมองไปยังตำรวจสองนายอย่างพิจารณา เขาเห็นใครบางคนเดินลงมาจากรถตำรวจด้วย และเพียงแค่เห็นหน้าชานยอลก็จำได้ดีว่าเป็นใคร

เขาจะไปลืมได้ยังไง ใบหน้าที่ตบเต็มแรงไปเมื่อหลายเดือนก่อน...

“อีบี๋...แม่มึงมา...”

ชานยอลยิ้มเยาะก่อนจะเดินไปเปิดประตูบ้านต้อนรับแขกที่ไม่คิดว่าจะมาเยือนกันถึงที่ ทันทีที่ประตูเปิดออกนายตำรวจหน้าละอ่อนสองนายก็รีบโค้งตัวให้เจ้าของบ้าน ในขณะที่ชานยอลทำเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น เขาเดินออกมานอกประตูกระจกแล้วปิดมันเบาๆ ใช้สายตาดุดันจ้องมองไปยังตำรวจยศเล็กที่ไม่คุ้นหน้า

ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครกล้ามาทำคดีนี้ สน.ถึงได้ส่งตำรวจฝึกหัดมา... แต่ก็ดี ยิ่งยศเล็กก็ยิ่งคุยง่าย...

“เอ่อ... คุณ... ปาร์คชานยอลใช่ไหมครับ” ตำรวจหนุ่มหัวเกรียนคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยท่าทางอึกอัก ในมือของเขาถือใบแจ้งความเอาไว้ ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรกลับไปเขาเพียงแค่พยักหน้าแล้วเหลือบตาไปมองสองสามีภรรยาที่ยืนหลบกันอยู่หลังตำรวจเท่านั้น

“พอดี มีคนไปแจ้งความคดีพากผู้เยาว์ เค้าจะดำเนินคดี ไม่ทราบว่าเด็กผู้ชายอยู่ด้วยกันไหมครับ”

“อยู่” ตอบเพียงเท่านั้นก็หันไปกวักมือเรียกแฟนตัวเล็กที่ชะโงกหน้าทำท่าหลบๆซ่อนๆอยู่ที่กำแพงให้ออกมา ชานยอลยังคงท่าทางนิ่งสุขุมเอาไว้เมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ต้องรักษาตัวเองให้อยู่เหนือกว่า เขายื่นมือไปรับใบแจ้งความมาอ่านผ่านๆก่อนจะส่งมันคืนให้ตำรวจ

“แล้วยังไงต่อ” ชานยอลว่า

“ก็น่าจะได้คุยกับผู้ปกครองมาก่อนหน้านี้แล้ว...ในตอนนี้ยังสามารถถอนแจ้งความได้ครับ ต้องลองไกล่เกลี่ยกันก่อน ถ้าหากไม่ลงตัวก็ต้องขึ้นศาล ให้ศาลตัดสิน วันนี้ผู้ปกครองจะมาขอไกล่เกลี่ย”

คำพูดของนายตำรวจที่ยืนหน้าเครียดอยู่ตรงหน้าแทบไม่ได้ทำให้ชานยอลสนใจเท่าใบหน้าของคนที่เขาเกลียดแสนเกลียด ทั้งๆที่แฮยอนกับพ่อแบคฮยอนมาถึงที่นี่แล้วแต่กลับไม่กล้าเดินเข้ามาคุยซึ่งๆหน้า เขาได้แต่ยืนจับแขนแบคฮยอนที่หลบอยู่ด้านหลังไว้แน่น

สาบานได้ว่าชานยอลจะเข้าไปตบหน้าพ่อแบคฮยอนอีกคนด้วยถ้าตำรวจไม่ยืนอยู่ตรงนี้...

“ครับ แล้วต้องทำยังไง”

“ก็ต้องลองคุยไกล่เกลี่ยกับผู้ปกครองครับ จะเรียกร้องค่าเสียหายยังไงก็ว่ากันไป แต่ถ้าถูกตัดสินโทษก็ปรับต่ำสุดสี่พันบาท จำคุกอย่างต่ำสองปี”

“เฮีย...”

“ครับ เดี๋ยวผมคุยกับผู้กำกับเอง” ตอบไปแค่นั้นแล้วก็หันหลังฉุดแฟนตัวเล็กให้เดินเข้าบ้านไปทันทีโดยที่ไม่สนใจสีหน้าของแบคฮยอนว่าแย่ขนาดไหน ขนาดลูกชายยืนอยู่ตรงหน้าแฮยอนยังไม่กล้าเอ่ยปากพูดอะไรสักคำ แม้แต่จะเรียกชื่อหรือพูดว่าคิดถึง

สิ่งเดียวที่แบคฮยอนได้รับจากการเฝ้าคอยด้วยความคิดถึงคือหมายจับของเขาที่เป็นเหมือนจดหมายเรียกค่าไถ่ที่ว่าถ้าไม่เอาเงินมาก็ติดคุกไป ชานยอลใช้ชีวิตกับเส้นทางสายสีเทามาหลายสิบปีทำไมเรื่องคดีแค่นี้เขาจะไม่เข้าใจ

“เฮีย เดี๋ยวก่อน” คนตัวที่ถูกลากเข้ามาในบ้านพยายามแกะข้อมือที่ถูกมือใหญ่ๆจับไว้ออก แบคฮยอนอยากออกไปหาแม่ก่อนที่จะไม่ได้เจอหน้ากันอีกไม่ว่าจะพ่อแม่ของเขาจะอยู่ที่ไหน

รู้สึกได้ถึงหยาดน้ำตาที่กลิ้งไหลผ่านผิวแก้มหยดลงบนท่อนแขนที่ถูกฉุดกระชาก แบคฮยอนรอที่จะได้เจอพ่อแม่ของเขาในแบบที่ไม่ต้องวิ่งหนีหรือไล่ตามเหมือนกับตอนนี้ ถ้าไม่ไปคุยก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสอีกเมื่อไหร่

“จะออกไปหาก็ได้แต่ต้องกลับมา หรือถ้าคิดจะไปเลยก็ตามใจ คิดดูให้ดี” ชานยอลว่าเสียงแข็งก่อนจะปล่อยมือที่ฉุดรั้งแขนเล็กๆเอาไว้เหมือนเป็นการยื่นตัวเลือกและอิสระให้กับคนตัวเล็ก

ถึงจะไม่ค่อยชอบใจนักแต่ชานยอลไม่ได้เลวขนาดจะไม่ให้แม่ลูกได้คุยกัน ซึ่งถ้าแบคฮยอนเลือกที่จะไปเขาก็ไม่ห้ามแม้สุดท้ายตัวเองจะตกที่นั่งลำบาก แน่นอนว่าอย่างชานยอลถ้าไม่อยากมีปัญหาซะอย่างจะทำให้คดีหายไปง่ายๆก็ยังได้แต่มันคงไม่ง่ายสำหรับพ่อแม่แบคฮยอนแน่

เขาเป็นคนรักแรงเกลียดแรง ถ้ารัก ถ้าไว้ใจก็ให้มาก แต่ถ้ากล้าหักหลังความเชื่อใจของชานยอลมันก็จบไม่ง่าย...

แกร๊ก

เสียงประตูถูกปิดลงอีกครั้ง ชานยอลไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก เขาเห็นแค่แบคฮยอนวิ่งเข้าไปหาพ่อแม่ เพียงแค่นั้นก็ละสายตาออกก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา... ไม่รู้ว่าวันนี้มันวันอะไรทั้งๆที่เมื่อกี้ยังแทงพูลเล่นสนุกกันอยู่แท้ๆ ตอนนี้ก็มีเรื่องให้ต้องคิดอีกแล้ว ชานยอลชักจะรู้สึกเบื่อปัญหาที่ไม่จบไม่สิ้นซะแล้วสิ

ถ้าไม่ติดว่าแฮยอนเป็นคนสำคัญของคนที่ชานยอลรักที่สุดเขาคงจะให้ใครอุ้มหายไปแบบไร้ตัวตนเหมือนไม่เคยเกิดมา... ชานยอลไม่ชอบอะไรที่ยืดเยื้อ เจาะแจ๊ะ ถ้าเขาต้องการให้มันจบมันก็ต้องจบ

“มีเรื่องอะไรวะ” เสียงคริสที่เพิ่งเดินกลับลงมาฉุดสติคนที่กำลังหงุดหงิดให้กลับมาที่เดิมอีกครั้ง ชานยอลทำเพียงแค่เหลือบตามองเพื่อนของเขาแล้วชี้มือไปที่ประตูเหมือนเป็นสัญญาให้อีกฝ่ายเดินไปดูเอง

ตอนนี้ชานยอลไม่แน่ใจว่าเขากำลังหงุดหงิดเรื่องอะไรกันแน่ หงุดหงิดที่พ่อแม่แบคฮยอนไม่ยอมจบและคิดจะรีดไถเอาเงินไปง่ายๆหรือหงุดหงิดตัวเองที่ทำใจยอมแพ้ไม่ได้ เขามีเงินฟาดหัวแฮยอนได้เล็กน้อยซึ่งถ้าจะทำก็ได้แต่ใจมันไม่ยอม

“อ๋อ...กูนึกว่ามีเรื่องอะไร” คริสได้แต่ถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วเดินไปนั่งลงข้างเพื่อนสนิท เขาพอเข้าใจความรู้สึกชานยอลอยู่บ้างเพราะตัวเองก็เคยเจอปัญหาคล้ายๆกันแม้จะไม่หนักหนาเท่านี้ ซึ่งมันต่างกันตรงที่คริสมองเป็นเรื่องขำๆแต่ชานยอลไม่ใช่คนแบบนั้น

“ลูกตัวเองทิ้งไว้แล้วตอนนี้เสือกเอาลูกมาไถเงินกู แม่งเหี้ยจริงๆ”

“มึงก็จ่ายๆไปก็จบ คิดซะว่าซื้อตัวมาแล้วก็จบกัน แต่ถ้ายังยึกยักมึงก็จัดสักที”

“ให้มันเอาเงินที่ได้จากกูไปใช้หนี้เนี่ยนะ? แล้วอีบี๋ไม่ได้ทำเหี้ยไรทำไมกูต้องไปใช้แทน? มึงคิดหรอว่าถ้ามันได้ครั้งนี้มันจะไม่มาเอาอีก?”

“ก็อย่าคิดว่าไปใช้หนี้ให้มันดิ ถือซะว่าจ่ายเงินตัดปัญหาแล้วก็จบ มึงก็ยอมหน่อย แค่ครั้งเดียว พูดให้ชัดเลยว่าเอาเงินแล้วห้ามมายุ่งอีก เนี่ย ตอนเนี้ยตำรวจอยู่ ให้เป็นสักขีพยานเลยว่าจ่ายเงินถอนแจ้งความแล้วจบกัน ถ้ายังมีครั้งหลังมันก็ทำอะไรไม่ได้แล้ว หรือถ้าคิดจะตุกติกก็เอาซักหน่อย เอาให้เข็ด ไปยิงขู่สักทีสองทีก็ไม่กล้าแล้ว” คริสว่าพลางเคาะนิ้วลงกับโต๊ะกระจก เขารู้ว่าพ่อแม่แบคฮยอนไว้ใจไม่ค่อยได้ แต่อย่างน้อยถ้าไกล่เกลี่ยจบคดีกันตอนนี้อีกฝ่ายก็เอาตำรวจมาเล่นไม่ได้แล้วเพราะคดีจบไปแล้ว

ที่เหลือถ้าอยากจะลองดีก็เอา ในเมื่อพูดกันดีๆ จบกันดีๆไม่รู้เรื่องก็อาจจะต้องใช้วิธีขู่บังคับกันสักหน่อย...

“ถ้างั้นกูยัดเงินให้ตำรวจดีกว่า”

“แล้วมึงคิดหรอว่าอีบี๋มันรู้สึกดีที่แม่กับผัวมันไม่ถูกกัน แม่ก็ต้องหนีไปตลอด อย่างน้อยมึงเอาเงินให้มันแม่มันเอาไปใช้หนี้อีบี๋ก็สบายใจ”

“มึงคิดจริงๆหรอว่ามันจะเอาไปใช้หนี้? เดี๋ยวพอมันได้เงินมันก็หนีเอาเงินไปใช้ที่อื่น” ชานยอลขมวดคิ้วถอนลมหายใจออกมาหนักๆอย่างนึกโมโห เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนเลวอย่างพ่อแม่แบคฮยอนพอได้เงินไปแล้วจะนำไปใช้หนี้เริ่มต้นชีวิตใหม่ ดูท่าทางยังไงก็หนีแน่ แล้วพอเงินหมดก็จะกลับมาหาแบคฮยอนที่เป็นเหมือนตัวประกันอีก

เอาแบคฮยอนมาคอยรีดไถเงินจากเขาในอีกหลายๆครั้ง แล้วแบบนี้จะให้ชานยอลยอมได้ยังไง...

“งั้นเอางี้ มึงขึ้นไปเอาเงินมา เดี๋ยวกูออกไปบอกว่ามีให้แค่แสนเดียวเอาไหม ถ้าไม่เอาก็ขึ้นศาลกันไปแต่กูเชื่อว่ามันต้องเอา แล้วเดี๋ยวมึงโทรเรียกคังอินมา เอาแบบเงินออกจากมือมึงปุ๊บเข้ามือเจ้าหนี้ปั๊บ” คริสตบมือฉาดใหญ่พร้อมกับหันไปมองหน้าเพื่อนรักที่ยังคงนั่งนิ่ง เขาเห็นชานยอลพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะควักโทรศัพท์ออกมาโทรแล้วลุกจากโซฟาเดินไปขึ้นบันไดเพื่อไปนำเงินลงมา

ดูเหมือนว่านี่จะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับแบคฮยอนแล้ว... นอกจากชานยอลจะได้ตัวแฟนมาครอบครองไว้อย่างไม่ผิดกฏหมาย ในสายตาของแบคฮยอนพ่อกับแม่ก็ไม่ต้องหลบหนีอีกต่อไปด้วย...

คริสลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปเปิดประตูแล้วตรงไปสะกิดตำรวจที่ยืนปรึกษากันอยู่ เขาใช้วาทศิลป์ขั้นเทพพูดกล่อมตำรวจเรื่องการเจรจาเพื่อให้ตัวเองดูดีก่อนจะเดินไปจับบ่าแบคฮยอนที่ยังคงเอาแต่ยืนร้องไห้ คริสต่างจากเพื่อนของเขาตรงที่พูดจาดีและไหลลื่นกว่า ไม่ได้แข็งเหมือนท่อนไม้แบบคิดจะพุ่งชนท่าเดียวเหมือนกับชานยอล

“เดี๋ยวชานยอลลงมาครับ เรื่องไกล่เกลี่ยกันจะขอจ่ายเป็นเงินแล้วให้ถอนแจ้งความเอา มีให้แค่แสนเดียว ถ้ามากกว่านี้ก็จะยอมขึ้นศาล” คริสพูดด้วยท่าทางสบายๆในขณะที่บีบไหล่แม่บ้านตัวเล็กไปด้วย มันจริงอย่างที่ชานยอลพูด...เขาไม่รู้สึกได้ถึงความรักความเป็นห่วงของพ่อแม่คู่นี้เลย

“แสนเดียว? เอาลูกเขามาขนาดนี้มันน้อยไป อย่างน้อยๆก็ต้องห้าแสน” แฮยอนเถียงหน้าเครียด เธอมาที่นี่เพื่อเรียกเงินห้าแสนเป็นอย่างต่ำถึงได้ยอมเสี่ยงชีวิตลงมา ถ้าจะได้เงินไปแค่แสนเดียวมันไม่คุ้มกัน

“ก็มีให้แค่แสนเดียวครับ จะเอาหรือไม่เอาก็แล้วแต่ ถ้าเอาตอนนี้ยังถือว่าได้ แต่ถ้าไม่เอาก็จะไม่ได้อะไรเลย ผมบอกเลยนะตำรวจที่นี่ก็พวกผมทั้งนั้น จะเอายังไงป้าก็คิดดู” เขาพูดด้วยท่าทางใจเย็นเหมือนไม่ต้องการจะมีเรื่องถึงแม้คำพูดจะฟังดูข่มขู่วางมาด คริสไม่เคยมีความคิดโอ้อวดเส้นสายอยู่ในหัวแต่เขาแค่อยากให้แฮยอนลองคิดดูจะได้พูดกันง่ายๆ

“ถ้าแค่ห้าแสนไม่มีปัญญาจ่ายงั้นก็ให้มันติดคุกไป” ผู้เป็นพ่อว่า

“คิดว่ามันจะยอมติดคุกหรอครับ”

“ไม่รู้ล่ะ ถ้า...”

“ผมให้ป้าลองคิดดีๆก่อนนะ ป้ามีเงินแสนอยู่ตรงหน้า จะคว้าไว้หรือโลภมากอยากได้เงินมากกว่าแต่สุดท้ายไม่ได้อะไรเลย ผมบอกเลยนะว่าเพื่อนผมถ้ามันไม่อยากติดคุกซะอย่างเงินเป็นล้านมันยัดได้ตั้งแต่ศาลยันทนายความ แต่ถามว่าป้าได้อะไร แม้แต่ลูกก็ไม่ได้คืนแถมเงินก็ไม่ได้ แล้วลองคิดให้ดีป้ามายืนอยู่แถวนี้เจ้านงเจ้าหนี้เค้าอยู่กันเต็ม คิดหรอว่าเค้าจะหาบ้านไม่เจอ”

คริสถอนหายใจยาวเหยียด ใช้สายตาเย็นเยียบมองหน้าผู้เป็นพ่อสลับกับหญิงโลภมากไปมาก่อนจะหันไปมองดูด้านหลังว่าเพื่อนลงมาหรือยัง เขาเห็นหญิงวัยกลางคนเงียบไป แต่ก่อนที่จะได้คิดอะไรเสียงปิดประตูก็ดังขึ้นพร้อมกับร่างของชานยอลที่เดินออกมาพร้อมกับเงินปึกใหญ่ในมือ

“ตกลงเอาไง” ชานยอลไม่ถามไถ่การเจรจา เขาเดินทื่อๆไปถามหาข้อสรุปกับเพื่อนที่ยืนเครียดอยู่ตรงหน้า ตอนนี้ในมือชานยอลมีเงินแสนที่พร้อมจะเป็นของแฮยอนตลอดเวลา อยู่ที่ว่าอีกฝ่ายจะอยากได้หรือไม่

เขาเห็นพ่อแม่ของแบคฮยอนมองหน้ากันก่อนจะหันหลังเดินกลับไปปรึกษากันใหม่ ตอนนี้ลูกน้องของคังอินกำลังขับรถมาที่นี่ อีกไม่เกินสองนาทีจะถึงแน่

ในขณะที่แบคฮยอนยังคงเอาแต่ก้มหน้าสะอึกสะอื้นร้องไห้โดยที่ไม่มีใครหยั่งรู้ความคิดในใจของคนตัวเล็ก – ชานยอลล้วงเอาแบงค์พันในกระเป๋าออกมาอีกสิบใบแล้วยื่นให้กับตำรวจพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปหาตำรวจอีกนายเป็นเชิงบอกให้แบ่งกัน เพียงแค่นั้นอีกฝ่ายก็ก้มหัวให้แล้วก็เก็บเงินลงกระเป๋าไป

บอกแล้วว่าชานยอลจ่ายหนัก... เงินของเขาซื้อใครต่อใครได้ง่ายๆ...

“อึก...ฮึก...” เสียงสะอึกสะอื้นร้องไห้ยังคงดังให้ได้ยินเบาๆ คริสได้แต่กอดไหล่แม่บ้านของเขาเอาไว้แล้วใช้มือตบบ่าเป็นเชิงให้กำลังใจ ในขณะที่ลูกชายร้องไห้คร่ำครวญเพราะอยากเจอพ่อแม่ แต่คนเป็นพ่อแม่กลับกำลังคิดว่าจะทำยังไงให้ได้เงินก้อนใหญ่

แบคฮยอนช่างเป็นเด็กที่น่าสงสารจริงๆ

“ขอเป็นแสนห้า” พ่อของแบคฮยอนเดินกลับมาเอ่ยว่าด้วยสีหน้าจริงจัง คริสไม่รู้ว่าเขาพูดอะไรไม่เข้าใจตรงไหนหรือเปล่าอีกฝ่ายถึงฟังไม่เข้าใจ คำว่า มีให้แค่แสนเดียวของคริสคือแสนเดียว ไม่มีเศษห้าหมื่นหรืออะไรทั้งนั้น

“มีแค่แสนเดียวครับ ให้เลือกแค่จะเอาหรือไม่เอา”

“............”

“ถ้าไม่เอาก็แล้วแต่”

“งั้นจ่ายสด”

ทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบปึกแบงค์พันหนึ่งแสนก็ถูกยื่นให้กับชายวัยกลางคนทันทีอย่างไม่มีท่าทีลังเล แม้แต่แบคฮยอนที่กำลังก้มหน้าร้องไห้อยู่ก็ยังเงยหน้าหันไปมองเฮียที่ตัวเองเชิดชูเป็นเหมือนทุกสิ่งทุกอย่าง สายตาของเขาจับจ้องไปยังเงินก้อนที่อยู่ในมือผู้เป็นพ่อ

แบคฮยอนไม่เคยคิดว่าเฮียจะยอมจ่ายเงินเพื่อเขามากขนาดนี้ ทั้งๆที่เฮียเคยบอกว่าจะไม่มีทางให้

“จบกัน... เรื่องถอนแจ้งความเดี๋ยวผมให้ตำรวจจัดการ แล้วก็อย่ามาวุ่นวายอีก” ชานยอลพูดเสียงนิ่ง เขาหันไปพยักหน้ากับตำรวจที่เพิ่งจ่ายเงินซื้อไปเป็นเชิงบอกว่าฝากด้วยก่อนจะย้ายตัวเองไปยืนกอดเอวแฟนตัวเล็กเอาไว้

เสียงรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ที่ขับเข้ามาใกล้เหมือนเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าความเจ้าเล่ห์ของแฮยอนได้จบลงแล้วที่ตรงนี้ ลูกน้องสองคนของคังอินที่ขับรถ CBR มาจอดรถบริเวณหน้าบ้านเดินลงจากรถมายืนประกบข้างคู่สองสามีภรรยาก่อนจะถอดหมวกกันน็อคออก

“มาเก็บเงินกู้...”

 

ราวกับโลกดับมืดไปทันทีที่แฮยอนได้ยินคำพูดจากเซลล์ที่ตัวเองคุ้นหน้าคุ้นตา เธอหน้าหันไปมองตำรวจสองนายที่ยืนอยู่ห่างๆแต่ไม่กล้าเข้ามายุ่งสลับกับมองชานยอลและลูกชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า แต่ทว่าไม่ทันที่จะได้คิดอะไรเงินก้อนใหญ่ก็ถูกดึงไปจากสามีโดยที่เธอยังไม่ได้แตะต้องมันแม้แต่น้อย

“เห้ย! ได้ไง!” ชายวัยกลางคนตะโกนออกมาเสียงดังลั่นทำท่าเหมือนจะโวยวายแต่ก็ไร้ประโยชน์เมื่อไม่มีใครช่วยได้ แม้แต่แบคฮยอนเองก็ไม่กล้าปริปากพูด

สิ่งเดียวที่แม่เข้าใจผิดก็คือการที่คิดว่าเขาจะสามารถเรียกร้องอะไรจากเฮียก็ได้ ซึ่งมันตรงข้าม... แบคฮยอนไม่มีสิทธิ์ขัดคำสั่งอะไรจากพี่ชานยอลทั้งนั้น เขายกพี่ชานยอลให้อยู่เหนือหัวเหมือนพ่อคนที่สอง ไม่ใช่แฟนที่เรียกร้องจะเอาอะไรก็ได้

มันไม่ใช่แบบนั้น...

“ตำรวจเป็นพยาน ผมให้เงินไปแล้ว เงินอยู่ในมือคุณแล้ว คุณต้องไปถอนแจ้งความไม่งั้นผมแจ้งกลับโดนหนักแน่” ชานยอลว่าแค่นั้นแล้วก็ดึงมือแบคฮยอนให้เดินตามกลับเข้าไปในบ้าน ปล่อยให้คริสยืนเคลียร์สถานการณ์เพราะเขาไม่อาจทนมองหน้าคนที่ตัวเองเกลียดแสนเกลียดได้นานๆ

ทันทีที่ประตูปิดลงชานยอลก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟา เขาเห็นแบคฮยอนเดินอึนๆมานั่งลงข้างๆเหมือนยังไม่เข้าใจกึ่งทำใจไม่ได้ แต่หลังจากนี้แบคฮยอนจะไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว

“กูใช้หนี้ให้หมดแล้ว ต่อไปนี้ก็ขึ้นอยู่กับแม่มึงว่าจะไปทางไหน แต่มึงต้องอยู่ที่นี่ กูไม่ปล่อยให้มึงไปอยู่กับแม่มึงแน่” ชานยอลว่าออกมาในขณะที่ใช้มือกดศีรษะทุยให้เอนซบลงกับไหล่ ถึงมันจะฟังดูใจร้ายไปหน่อย แต่เงินเขาเสียไปแล้ว เสียไปหลายสิ่งหลายอย่าง ไม่มีทางที่ชานยอลจะปล่อยให้แฟนเขาถูกเอาตัวไปง่ายๆแน่ ไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์เอาไปทั้งนั้น

“ฮึก...ฮือ...ฮือ...”

“กูจะไม่พูดซ้ำ มึงก็คิดดูให้ดีๆว่าเค้าทำอะไรกับมึงไว้บ้าง”

“ฮือ...อึก...”

เสียงร้องไห้ของแบคฮยอนยังคงดังไม่หยุดแม้เรื่องราวใกล้จะคลี่คลายลงแล้ว เขาหยิบเอาผ้าขนหนูที่วางอยู่ข้างตัวยกขึ้นเช็ดหน้าเบาๆหวังซับน้ำตาออก ในหัวของแบคฮยอนมีแต่คำถามที่ว่าใครกันแน่ที่เป็นครอบครัวของเขาจริงๆ

จะเป็นพ่อแม่ที่เรียกร้องแต่เงินจากเขา หรือเป็นเฮียที่ยอมจ่ายก้อนใหญ่ซื้อชีวิตไร้ค่ากลับคืนมาโดยไม่คิดว่ามันจะเป็นการเสียหน้า แบคฮยอนไม่รู้ว่าทำไมพี่ชานยอลถึงต้องทำขนาดนี้ในขณะที่พ่อแม่ของเขาไม่เคยสนใจแม้ลูกชายจะร้องไห้อยู่ตรงหน้า

ตอนนี้หัวใจมันเจ็บปวดไปหมดแต่ขณะเดียวกันความรู้สึกหนักแน่นก็หลั่งไหลเข้ามาในจิตใจจนรู้สึกหนักอึ้ง...

แบคฮยอนคือคนที่สมควรได้รับความไว้วางใจมากขนาดนี้เลยหรอ เขาจะสามารถตอบแทนอะไรกลับไปได้บ้างนอกจากการทำตัวไม่ให้พี่ชานยอลผิดหวัง...

“หยุดร้องไห้ ต้องให้พูดกี่ครั้งว่าห้ามร้อง ถ้าอยากแมนก็อย่าร้องไห้”

มุกที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากคนที่แข็งทื่อแบบเฮียทำให้แบคฮยอนอดหัวเราะออกมาไม่ได้ เขาเกือบจะลืมไปเลยว่าก่อนหน้าไปทำอะไรกันมาที่โต๊ะสนุ๊ก แล้วก็ไม่คิดด้วยว่าเฮียจะใช้มุกนี้มาปลอบใจ

“อื้อ...อึก...”

“สะอื้นก็ห้าม”

“อือ...ฮึก”

“ไหนสัญญากันแล้ว” ชานยอลหันไปกระซิบกับคนตัวเล็กที่นอนสะอื้นพิงหัวอยู่บนไหล่เบาๆก่อนจะโน้มใบหน้าลงไปจูบลงบนกลุ่มผมนุ่ม ไหนแบคฮยอนเคยสัญญาแล้วว่าจะเข้มแข็งขึ้น แต่เท่าที่ดูไม่ว่ากี่ครั้งๆพอเป็นเรื่องพ่อแม่แบคฮยอนก็จะร้องไห้ทุกที มันทำให้ชานยอลไม่สบายใจ

“อึก...หนูไม่ใช่เฮียนะ อึก...” พูดไปตัวก็สั่นไปด้วยแรงสะอึก การที่แบคฮยอนสัญญามันหมายความว่าเขาจะพยายามทำตัวให้เข้มแข็งขึ้นต่างหาก ไม่ใช่ว่าอยู่ๆก็เข้มแข็งเลย แบบนั้นใครจะไปทำได้ เขาไม่ได้ใจโฉดแบบเฮียสักนิด

“แล้วร้องไห้ทำไม แม่ก็ไม่เป็นหนี้แล้ว ไม่เห็นมีอะไรน่าเสียใจ”

“หนูรักเฮียอ่ะ...ฮึก...”

“ปากดี”

“เอ้า หนูพูดจริงๆนะ”

“งั้นก็เงียบ ถ้ารักกูก็ห้ามร้อง”

“อื้อ...”

 

ในขณะที่ในบ้านหลังอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและความตื้นตัน ด้านนอกประตูก็เกิดศึกเล็กๆขึ้นระหว่างเจ้าหนี้และลูกหนี้ คริสรู้สึกเหมือนหัวของเขาจะระเบิดเมื่อพ่อแม่แบคฮยอนทำท่าจะเอาเงินคืนจากเจ้าหนี้ทั้งๆที่เขาเก็บเงินไปแล้ว ส่วนตำรวจก็ได้แต่เกลี่ยกล่อมให้สองสามีภรรยาไปโรงพักเพื่อถอนแจ้งความก่อนแล้วเรื่องหนี้ค่อยว่ากันทีหลัง

ต่างคนต่างจะทำแต่เรื่องของตัวเองกันทั้งนั้น เจ้าหนี้ก็จะเก็บเงิน ลูกหนี้ก็ไม่อยากให้ ตำรวจก็จะเอาไปโรงพัก ส่วนตัวต้นเหตุหายไปกล่อมกันอยู่ในบ้าน ปล่อยให้คริสรับมือกับสถานการณ์ที่ตัวเองไม่ได้ก่อ...

ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงต้องมาคอยอยู่เป็นตัวกลางแต่ก็เอาเถอะ... ถือซะว่าช่วยเหลือเพื่อนก็แล้วกัน...

เฮ้อ...

 

 





 

 

 

#ฟิคแฮ่น

 

 

ขออภัยที่มาช้าค่ะ Orz แหะๆ ช่วงนี้เรารับจ๊อบเยอะไปหน่อยเลยยุ่งๆ + กับที่ป่วยนิดหน่อย ช่วงนี้ฝนตกระวังสุขภาพกันด้วยนะคะ  :D

ใครเจอคำผิดบอกไว้ให้นะคะ ขอบคุณที่อ่านมากค่ะ เอ็นจอยรีดดิ้ง! :D

 

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 767 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,650 ความคิดเห็น

  1. #15645 เจ้าไดโนเสาร์แบคฮยอน (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 เมษายน 2564 / 17:05
    ก็คือไม่มีความเป็นพ่อแม่หลงเหลือ หวังแต่เงินจากลูก แต่ไม่เคยรู้เลยว่าลูกตัวเองจะเป็นยังไง หลังจากนี้ขอบี๋ไม่ต้องพบเจออะไรแบบนี้ 💗
    #15,645
    0
  2. #15525 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 10:07
    พ่อแม่น้องบี๋แบบใจร้ายมากกกก สงสารน้อง
    #15,525
    0
  3. #15456 Vibrance (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 21:25
    รับบทนางสนองพระโอษฐ์อีกแล้วเฮียคริส55555555555
    #15,456
    0
  4. #15372 ฺฺBerlin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:59
    อีหมวยยยยยมาดูเเลผัวเร้วววว ผัวเหนื่อยยยยยย
    #15,372
    0
  5. #15236 0613072742 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 23:13
    สงสารเฮียคริส555555 อบอุ่นมากเลยตอนนี้
    #15,236
    0
  6. #15147 xxxlilly (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2562 / 07:43
    เนี่ยเฮียแคร์บี๋มากเลยยอมจ่ายเงินให้ทั้งที่ไม่ทำก็ได้ เฮียคริสก็ดี โชคดีแล้วแบคเอ้ย
    #15,147
    0
  7. #15078 numsoo456 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 17:59
    เฮียคือดี

    รักบี๋มากๆนะ
    #15,078
    0
  8. #14944 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 06:00
    อบอุ่นมากกกกกก
    #14,944
    0
  9. #14258 heykiki (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 19:28
    แอบขำได้ปะ ทำไมเฮียคริสต้องมารับแทน 55555555555555 ฮือ แต่เฮียชานยอลนี่คือโคตรดี โคตรรักน้องเลย แงงงงงง อบอุ่นมาก ถึงจะเถื่อนมแต่โคตรอบอุ่น
    #14,258
    0
  10. #14179 superkimjun22 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 22:42
    ฮืออออ รักพี่ชานยอลจังเลยอ่ะะะ
    #14,179
    0
  11. #14131 somruethai1307 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 00:36
    เฮียรักจิงเว้ย พ่อแม่นี่ไม่ไหวจิงๆ
    #14,131
    0
  12. #14077 kabodkt (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 15:23
    ฌหยยยยเฮียบุญทุ่มสุด
    #14,077
    0
  13. #14001 HoneyBabby (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2561 / 18:39
    วงวารเฮียคริส5555
    #14,001
    0
  14. #13981 IMeMoRyU (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 23:25
    พ่อแม่แบบนี้อย่าไปมีเลย มีผัวดี ๆ แบบนี้ดีกว่า
    #13,981
    0
  15. #13944 beamkaii_CB (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 15:08
    สงสารพี่คริส555555555
    #13,944
    0
  16. #13902 BezT25 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 14:17
    จบเรื่องพ่อแม่เห็นแก่ตัวแบบนี้สักที บี๋ไม่เสียใจนะลูกอย่างน้อยเฮียเขาก็รัก
    #13,902
    0
  17. #13828 mtm4939 (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 00:03
    เหนื่อยแทนคริส สงสาร 55555555
    #13,828
    0
  18. #13812 bpuppypie (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 20:30
    สงสารอีหนูนะแต่.. สงสารพี่คริสมาก555555555555555
    #13,812
    0
  19. #13638 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 17:25
    แม่แบคเนี่ยถ้าไม่เจ็บสาหัสคงไม่หยุดแน่ สงสารก็แต่แบค ฮอลลล ยัยบี๋ของเฮียชาน ไม่ร้องนะ
    #13,638
    0
  20. #13580 Yehet ~ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 02:12
    เฮียดีอะไม่ทิ้งบี๋ เฮียคริสปวดหัวไปอีก
    #13,580
    0
  21. #13538 areenachesani (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:37
    5555 คริสน่างสารร
    #13,538
    0
  22. #13456 imfade (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 00:33
    ไม่ต้องโอ๋แต่พูดปลอบแบบให้มีกำลังใจไม่หวาน ฮือ น่ารัก หมดเวรละนะลูก
    #13,456
    0
  23. #13406 firstiepd (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2560 / 20:11
    หมดเวรกรรมซักที
    #13,406
    0
  24. #13353 sweetpss (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2560 / 21:39
    ตอนนี้นี่ชมพี่คริสเลยแผนดีอ่ะ//ปรบมือให้รัวๆ
    #13,353
    0
  25. #13240 KyuMin_Pumpkin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มกราคม 2560 / 21:23
    ควรจบได้แล้วอ่ะเรื่องพ่อแม่ของแบคฮยอนเนี่ย ถ้าไม่อยากมีลูกแบบแบคก็หายไปเลย เงินก็ได้แล้ว ไม่คิดจะเริ่มต้นใหม่เลยรึไง.. เป็นผู้ใหญ่ยังไงกัน..
    #13,240
    0