[ฟิคเสื่อม] แฮ่น The series - Chanbaek

ตอนที่ 14 : Chapter : 14 ล่า ท้า บี๋

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 985 ครั้ง
    15 ก.พ. 64







7 : 15

 

Rrrrrrrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์และแรงสั่นที่ใต้ก้นปลุกแบคฮยอนให้ตื่นขึ้นจากการหลับไหล คนตัวเล็กขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ที่ถูกนอนทับขึ้นมากดรับด้วยน้ำเสียงง่วงงุน เขาพยายามจะดึงท่อนแขนหนาที่คล้องอยู่ที่เอวออกเพื่อที่จะได้ออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก

ปลายเท้าเปลือยเปล่าย่ำเหยียบลงบนพื้นไม้เย็นๆ พาตัวเองเดินออกไปนอกบ้าน เสียงเบาๆที่ดังมาจากปลายสายทำให้คนตัวเล็กถึงกับต้องร้องห้ะแล้วยกหูโทรศัพท์ออกมาดูหมายเลข เบอร์นี้เขาไม่รู้สึกว่าคุ้นตาเลย แถมไม่ได้เมมชื่อไว้ ไม่รู้ว่าใครโทรมา

“ฮัลโหล”

[แบคฮยอน... แบคฮยอนหรอ... นี่แม่เองนะ]

“แม่!

[ตอนนี้แกอยู่ไหน แม่อยู่ที่ยอเซ ออกมาหาแม่ ที่มินิมาร์ทหน้าถนนทางเข้าทะเลยอเซ ออกมาเดี๋ยวนี้เลย]

“แล้วแม่อยู่ไหน หนูอยู่กับพี่ชานยอล หนูมาเที่ยว ตอนนี้แม่อยู่ไหน” ในขณะที่พูดไปดวงตาเรียวรีก็กวาดมองรอบตัวไปด้วย แบคฮยอนรู้สึกเหมือนว่าแม่ของเขากำลังเฝ้ารออยู่แถวนี้ หากดูจากพระอาทิตย์ตอนนี้คงยังเช้าอยู่

มีคำถามมากมายอยู่ในหัวแบคฮยอนเต็มไปหมดแต่เขาไม่รู้จะถามคำถามไหนก่อน ตอนนี้แบคฮยอนแค่อยากรู้ว่าแม่อยู่ที่ไหน ทำไมแม่ถึงรู้ว่าเขาอยู่ที่นี่ แล้วถ้าหากอยู่ใกล้กันขนาดนี้ทำไมแม่ไม่เข้ามาหาเขา ที่นี่ไม่ใช่โซล เราไม่มีเจ้าหนี้ที่นี่ แม่ไม่จำเป็นต้องหลบๆซ่อนๆ

[มาเถอะ แกอยู่ที่ไหน เดี๋ยวแม่ขับเข้าไปใกล้ๆแล้วแกเดินออกมา]

“ไปไหน แม่อยู่ตรงไหน”

[กำลังขับเข้าถนนไปแล้ว แท็กซี่สีเขียว แกเดินออกมารอเลย]

“หนูต้องไปบอกเฮียก่อน”

[ไม่ต้อง ไม่ต้องบอกใคร รีบออกมาเร็วๆ เดินออกมาเลยไม่ต้องเก็บของ แม่รีบมาก]

แบคฮยอนรู้สึกสับสนพิลึกกับสิ่งที่แม่บอกแต่ก็พูดไม่ออก เขาหันไปมองประตูบ้านที่ถูกเปิดค้างไว้นิดหน่อย แต่ก็ตัดสินใจวิ่งย้อนชายหาดออกไปทางถนนเพื่อดูว่ามีรถแท็กซี่คันสีเขียวขับเข้ามาจริงหรือเปล่า แบคฮยอนไม่รู้ว่าทำไมแม่ถึงได้อยากให้เขารีบออกไปหา แถมพูดเหมือนกับจะให้ไปไหนด้วยกัน

แต่ว่ายังไงก็ช่าง แบคฮยอนรู้สึกไม่ดีเลย...

[แม่เห็นแล้ว ยืนรออยู่ตรงนั้นแหละ]

“แม่...”

แบคฮยอนไม่ทันจะได้พูดอะไร สายโทรศัพท์ก็ถูกตัดไปพร้อมกับรถแท็กซี่คันสีเขียวที่ขับเข้ามาใกล้เรื่อยๆ เขาไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นยังไงแต่แบคฮยอนจะไปบอกเฮียก่อน ยังไงเขาต้องไปบอกพี่ชานยอลก่อนที่จะไปไหนกับใครถึงจะเป็นแม่ก็ตาม

ก่อนที่รถแท็กซี่จะเข้าประชิดตัวภายในระยะทางแค่ห้าเมตรแบคฮยอนก็รีบหันหลังเดินกลับไปที่บ้านพักเพื่อปลุกเฮียทันที แต่ไม่ทันจะได้เดินไปไกลเสียงเรียกที่แสนคุ้นหูก็ฉุดขาทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ แบคฮยอนหันไปมองหญิงสาวคุ้นหน้าคุ้นตาที่เปิดประตูรถออกมาเรียกเขาก่อนจะหันหลังวิ่งกลับไปหาเธอทันที

“แม่!!

“มานี่ ขึ้นรถ ไปเร็ว” หญิงวัยกลางคนไม่รอให้ลูกชายของเธอพูดอะไร เพียงแค่แบคฮยอนวิ่งเข้ามาหวังจะกอดเธอก็จัดการฉุดลูกชายให้ขึ้นรถทันที แม้ว่าเด็กหนุ่มจะขัดขืนด้วยการยื้อตัวเอาไว้ก็ตาม

“ไม่ หนูจะไปบอกเฮียก่อน! แม่จะไปไหน”

“เอาไว้คุยกันบนรถ รีบขึ้นมา!” แฮยอนขึ้นเสียงดังพร้อมกับออกแรงฉุดลูกชายจนล้มเซเข้ามาในรถ เธอไม่ยอมแม้แต่จะให้แบคฮยอนหันไปเก็บรองเท้าแตะที่หลุดออก แต่เอี้ยวตัวไปดึงประตูปิดแล้วสั่งให้แท็กซี่ออกรถทันทีท่ามกลางความมึนงงของลูกชาย

“ลุง! จอดก่อน! ลุง!” แบคฮยอนพยายามหันไปกระชากประตูแต่ก็เปิดไม่ออก ยิ่งรถขับห่างออกไปจากบ้านพักเท่าไหร่แบคฮยอนก็ยิ่งใจเสียจนอยากจะร้องไห้ ในหัวเขามีแต่ความตกใจและความสับสน ตอนนี้แบคฮยอนคิดออกอย่างเดียวว่าต้องลงไปหาเฮีย

“เอาโทรศัพท์มานี่” ไม่ทันที่จะได้หันไปเก็บโทรศัพท์ที่ร่วงอยู่บนเบาะรถ แฮยอนก็หยิบโทรศัพท์ลูกชายขึ้นมาปิดเครื่องทันที เธอจัดการแกะฝ่าหลังและถอดซิมโทรศัพท์ออกโดยที่ไม่สนใจสีหน้าแหยๆของคนตัวเล็ก ถึงแม้ว่าการกระทำที่ปุบปับจะทำให้ลูกชายของเธอกลัวก็ตาม

“แม่จะไปไหน ให้หนูลงไปหาเฮียก่อน ฮึก” ด้วยความตกใจและอะไรหลายๆอย่างที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว บีบครั้นให้แบคฮยอนร้องไห้ออกมาอย่างไม่มีสาเหตุ มือของเขายังคงจับและพยายามกระชากที่เปิดประตูรัวหวังว่ามันจะเปิดออก

ยิ่งรถขับไปไกลมากขึ้นเท่าไหร่แบคฮยอนก็ยิ่งกลัวมากขึ้นเท่านั้น... ทั้งๆที่คนข้างๆคือแม่แท้ๆแต่แบคฮยอนกลับรู้สึกกลัวจนบอกไม่ถูก เขาอยากจะอยู่กับเฮียมากกว่า

“ร้องไห้ทำไม แม่มารับแล้วร้องไห้ทำไม” แฮยอนหันไปดุลูกชายอย่างไม่พอใจนักก่อนที่จะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง เสียงร้องไห้และความตุ้งติ้งของแบคฮยอนทำให้เธอหงุดหงิด แบคฮยอนไม่ใช่เด็กผู้หญิงสักหน่อย จะร้องไห้ทำไม

“ฮึก แล้วทำไมแม่ไม่ให้หนูไปหาเฮีย ฮือ หนูอยากไปบอกเฮียก่อน ฮือ...”

ความสับสนและความระแวงมากมายไหลเข้ามาในหัวแบคฮยอนจนแทบขาดสติ เขากำลังตกใจอย่างมากกับการที่ตัวเองถูกแม่ฉุดขึ้นรถแล้วไม่รู้ว่าจะพาไปที่ไหน แถมไม่ให้บอกใครทำเหมือนเรากำลังหนีอะไรสักอย่าง ถึงแม้ว่าคนที่พาเขาขึ้นรถจะเป็นคนที่ควรไว้ใจมากที่สุดแต่จะผิดไหมถ้าแบคฮยอนบอกว่าเขากำลังกลัว...

สัญชาตญาณบอกให้แบคฮยอนกลัวและหลบหนี จะทำยังไงดีถึงจะลงจากรถไปได้...

“แม่รีบ”

“แล้วแม่จะพาหนูไปไหน”

“ไปอยู่กับแม่ แม่ได้ที่อยู่ใหม่แล้ว ไม่ต้องกลับไปที่โซลอีก เราจะไปอยู่ที่นั่น”

“แต่หนูไม่อยากไป” คนตัวเล็กได้แต่ยกมือขึ้นปาดน้ำตาด้วยความระแวงทั้งหมดที่อัดแน่นอยู่ในอก เขาอยากจะได้โทรศัพท์คืนแล้วรีบโทรหาเฮียแต่แม่กลับมายึดเอาโทรศัพท์ไป และที่มากกว่านั้นคือคำถามในตอนแรกว่าแม่รู้ได้ยังไงว่าแบคฮยอนอยู่ที่นี่

แม่อยู่ที่ยอเซตั้งแต่แรกหรืออยู่ที่อื่นแล้วขับรถจากยอเซมารับเขา? ทั้งหมดนี้เพื่ออะไร ทำไมต้องห้ามไม่ให้ใครรู้ เหมือนแม่กำลังปิดบังอะไรไว้และแน่นอนว่าแบคฮยอนไม่ไว้ใจ... ถึงจะเป็นแม่แต่แบคฮยอนก็ไม่อยากไว้ใจผู้หญิงที่หนีหนี้ไปแล้วทิ้งเขาไว้ให้รับเคราะห์คนเดียว

“ต้องไป ไปอยู่กับแม่ ไม่ต้องไปนึกถึงผู้ชาย เอาตัวเราให้รอดก่อน โทรศัพท์แม่จะเก็บไว้ อย่าโทรติดต่อใคร ห้ามคุยกับไอ้ชานยอลอีก”

“แม่ก็บอกหนูสิว่าทำไม ทำไมไม่ให้หนูลงไปหาเฮีย!

“มันจะจับตัวแม่ไว้น่ะสิ พวกเซลล์มันก็เครือข่ายเดียวกันหมดนั่นแหละ ก็เลือกเอาว่าจะหนีหรืออยู่ให้มันจับ”

ยิ่งได้ยินคำตอบจากผู้เป็นแม่แบคฮยอนก็ยิ่งรู้สึกไม่เชื่อไปกันใหญ่ เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าเฮียจะเป็นคนแบบนั้น อีกอย่างสายเงินกู้ของชานยอลก็ใหญ่กว่าของคังอินมาก และเฮียก็เป็นคนบอกเขาเองเรื่องหนี้ของแม่ ไม่เหมือนกับแม่ที่ปกปิดเรื่องนี้ แล้วแบบนี้จะให้แบคฮยอนเชื่อใจแม่ได้ยังไง

“ไม่ หนูไม่เชื่อ หนูจะโทรหาเฮียแม่เอาโทรศัพท์มา”

“ไม่ได้ ก็บอกว่าไม่ได้ๆ เป็นลูกอย่ามาเถียง จะไปอยู่กับเขาได้ยังไง ญาติก็ไม่ใช่ แล้วก็ห้ามติดต่อมันเลยนะ ถ้ารู้จะพาไปขายซ่องเลย” ขู่ออกไปเสียงดังก่อนจะชักสีกน้าแล้วหยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาสามี แฮยอนกำลังหงุดหงิดที่ลูกชายเอาแต่ร้องไห้หาคนอื่นทั้งๆที่ควรจะห่วงแม่ตัวเองตอนนี้

เธอไม่ได้จะพาแบคฮยอนไปขายตามที่ขู่หรอก แม่ยังไงก็ต้องอยู่กับลูก ถึงจะเลี้ยงดูได้ไม่ดีก็ต้องอยู่กับลูก จะปล่อยให้ไปอยู่กับคนอื่นได้ยังไง

“.............”

ในความเงียบที่เพียงเสียงแอร์รถ แบคฮยอนเลือกที่จะเลิกพูดแล้วหันไปกระชากประตูแทนถึงมันจะไม่เป็นผล เขาพยายามอ่านป้ายและจำสถานที่เด่นๆตลอดทางเผื่อว่าแม่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่แบคฮยอนจะได้กลับถูก อย่างน้อยเขาจำเบอร์เฮียได้ ถึงไม่มีโทรศัพท์ ตู้สาธารณะก็ยังใช้ได้

แบคฮยอนใจไม่ดีเลย... แม่เขาแปลกไป แม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน และมาตามตัวได้ถูก ความรู้สึกที่ไม่มีทางสู้ทำให้แบคฮยอนกำลังกลัว ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรแบคฮยอนก็ไม่อยากไปกับแม่...


.

.

.



8  : 25

 

“มึง ตกลงจะไปแจ้งตำรวจไหมวะ”

เป็นเวลาสายของช่วงวันที่ทุกคนมีกำหนดการเก็บของกลับบ้าน ตอนนี้แปดโมงเศษแล้ว ชานยอลยังคงเอาแต่ทำหน้าเครียดกดโทรศัพท์ซ้ำไปซ้ำมาทั้งๆที่รู้ว่าไม่สามารถติดต่อปลายสายได้ นี่มันจะชั่วโมงนึงแล้วที่แบคฮยอนหายไปตั้งแต่ตอนที่ออกไปคุยโทรศัพท์

ชานยอลตื่นมาตอนประมาณแปดโมงและเขาไม่เห็นแบคฮยอน โทรศัพท์คนตัวเล็กก็หายไปด้วยจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าแบคฮยอนอยู่ที่ไหน ชานยอลรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะบ้าให้ได้ เพื่อนเขาขับรถออกตามหากันให้วุ่นแต่ก็ได้คำตอบเป็นความว่างเปล่า

ถ้าไม่ใช่บนพื้นก็คงจะมีที่เดียวที่แบคฮยอนสามารถหายไปได้ก็คือก้นทะเล แต่ทว่าชานยอลไม่ได้คิดแบบนั้น เมื่อเช้าเขารู้ว่าแบคฮยอนได้รับโทรศัพท์ เดินออกไปคุยข้างนอกแล้วหลังจากนั้นเขาก็หลับไป รู้อีกทีแบคฮยอนก็หายไปแล้วเพราะอย่างนั้นชานยอลกังวลใจมากกว่าว่าจะถูกพวกเซลล์มาจับตัวไปหรือแม่มาพาตัวไป

แต่จะทำยังไงถึงจะติดต่อแบคฮยอนได้...

“โทรหาไอ้คังอิน ถามมันเลยว่าเอาตัวอีบี๋ไปหรือเปล่า”

“เออๆ รอเดี๋ยว” คริสที่ได้รับคำสั่งรีบวิ่งกลับไปที่บ้านเพื่อโทรหาเจ้าหนี้ของแม่แบคฮยอนทันที ตอนนี้ไม่ใช่แค่ชานยอลที่แทบบ้าแต่คริสเองก็เป็นห่วงเหมือนกัน เขาไม่สามารถเดาได้เลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเด็กที่อยู่ๆก็หายไปและไม่มีใครเห็น

“เฮียๆ แม่มันมาเอาไปรับไปหรือเปล่า เนี่ย หนูโทรหาอีคยอง อีคยองบอกว่าเมื่อคืนแม่มันโทรหาอีจุน ถามว่าอีบี๋อยู่บ้านไหม แล้วอีจุนก็บอกว่ามันมาเที่ยวกับเฮียที่ยอเซ แม่มันมารับไปหรือเปล่า” อี้ชิงที่เพิ่งจะวางสายจากเพื่อนสนิทวิ่งหอบแฮ่กมารายงานนายหัวใหญ่ที่ยืนแผร่รังสีอาฆาตอยู่ที่รถ

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยๆในวงการวงกู้ แต่ดูเหมือนแม่แบคฮยอนจะมาผิดเวลามาก อยู่ๆก็มาพาลูกหนีไปแบบนี้ อี้ชิงเองก็เข้าใจหรอกว่าคนเป็นแม่ยังไงก็ต้องเห็นลูกอยู่ในสายตา แต่อยู่ๆมาขโมยเอาไปไม่บอกไม่กล่าวแบบนี้มันล้วงคองูเห่าชัดๆ...

แถมเป็นงูเห่าที่เฝ้าไข่อยู่ด้วย...

“มึงโทรหาอีจุน บอกให้มันเอาเบอร์แม่มันมา” ชานยอลกระแทกเสียงด้วยความโกรธจัด เขาพยายามจะสูดลมหายใจให้ลึกเพื่อไม่ให้ตัวเองตัวสั่น

ที่คิดเอาไว้มันไม่ผิดจริงๆด้วย ถ้าแฮยอนพาแบคฮยอนไปจริงๆชานยอลจะไม่ให้อภัยเลยไม่ว่าจะเป็นเหตุผลทางสายเลือดหรืออะไรก็ตาม

“ได้ๆ เฮียรอแป๊บนึง”

ชานยอลแทบควบคุมอารมณ์ไม่อยู่เมื่อตัวเองถูกหยามหน้าอย่างไม่น่าให้อภัย สาบานได้ว่าเมื่อไหร่ที่แหล่งข่าวยืนยันว่าแบคฮยอนอยู่กับแม่จริงๆชานยอลคนนี้จะตามล่าแบบพลิกแผ่นดินเลย ทั้งๆที่แฮยอนทิ้งแบคฮยอนเอาไว้ พอเขาเอามาดูแลอยู่ๆจะมาลักกลับไป ไม่บอกกันสักคำแบบนี้ชานยอลยอมไม่ได้...

แบคฮยอนเป็นคนของเขา ถึงจะเป็นแม่ก็ไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้

“ครับๆ ครับเฮีย”

[...................]

“ขอบคุณมากเฮีย ขอบคุณครับ สวัสดีครับ”

เสียงคุยโทรศัพท์ทางด้านหลังเรียกชานยอลให้หันไปมองเพื่อนตัวสูงที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่กับเจ้าหนี้เงินกู้ของแฮยอน เขาสูดลมหายใจอย่างช้าๆรอให้คริสวางโทรศัพท์ก่อนจะหยิบเอามือถือมาลองกดโทรหาแบคฮยอนอีกครั้ง แต่สุดท้ายก็ตัดเข้าระบบฝากหมายเลขโทรกลับเหมือนเดิม

“คังอินมันบอกว่ามันให้ลูกน้องตามแม่อีบี๋อยู่ สายบอกหนีไปอยู่มกโพแต่ยังตามตัวไม่เจอ รู้แค่แม่มันไปยืมเงินเสี่ยร้านคาราโอเกะไว้ เห็นเค้าว่าให้ทำงานใช้ แต่ยังไม่แน่ใจเพราะไม่เจอตัว”

“คxยเอ้ย!” ชานยอลถึงกับสบถออกมาด้วยท่าทางหัวเสีย เขาค่อนข้างมั่นใจเลยว่าแม่แบคฮยอนมาพาตัวแฟนเขาไปแน่

ยอเซกับมกโพห่างกันแค่ไม่เท่าไหร่ แต่จังหวัดมกโพกว้างยิ่งกว่าอะไร จะให้ไปหาร้านคาราโอเกะที่มีเจ้าของร้านเป็นเสี่ยแล้วมีลูกหนี้ชื่อแฮยอนก็คงยาก เขาต้องการพาตัวแบคฮยอนกลับมาวันนี้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะได้คืนเดี๋ยวนี้เลย

“แล้วจะเอาไงต่อ นี่ยังไม่แน่ใจเลยนะว่ามันได้ไปกับแม่มันจริงหรือเปล่า”

“กูว่าแม่มันมาเอาไปชัวร์ ถ้ากูเจอกูจะตบหน้าให้”

“มึงใจเย็นชานยอล” คริสถึงกับต้องออกปากปลอบใจเพื่อนสนิทให้ใจเย็นลง เขารู้ว่าชานยอลรู้สึกยังไงตอนนี้ คงจะทั้งโกรธทั้งโมโหมาก แต่การจะไปตบคนแก่มันก็ไม่ใช่เรื่อง แล้วอีกอย่างแบคฮยอนก็เป็นลูกของแฮยอนด้วย

“เดี๋ยว...เดี๋ยวเจอกูแน่...”

“แล้วจะเอาไงต่อ”

“บอกคานว่ากูยืมรถ มึงก็รอฟังข่าวอยู่นี่ พักอีกคืน ถ้ากูเจออีบี๋เดี๋ยวกูกลับมา” พอว่าแล้วก็หุนหันพลันแล่นจะเดินหนีไปจนเพื่อนตัวสูงต้องรีบคว้าแขนเอาไว้

ตอนนี้พวกเขายังไม่แน่ใจเลยว่าแบคฮยอนไปกับแม่จริงๆหรือเปล่าหรือถูกใครแถวนี้จับตัวไป หรืออาจจะเกิดอุบัติเหตุ แต่ถ้าชานยอลไปไหนตอนนี้มันจะเป็นการเสียเวลาเปล่าทันที

มันก็เป็นซะแบบนี้...เวลานิ่งก็นิ่งจนเดาอารมณ์ได้ยาก แต่พอโกรธไม่ว่าอะไรก็ฉุดไม่อยู่ทั้งนั้น...

“แน่ใจหรอว่าแม่มันพาไปมกโพ”

“กูมั่นใจ...”


 

 

 




 

ผ่านไปกว่าสองชั่วโมงแล้วที่รถแท็กซี่ยังคงขับต่อไปเรื่อยๆอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดพัก แบคฮยอนอ่านป้ายบอกทางไปหลายป้ายจนลืมป้ายแรกๆไปหมดแล้ว สิ่งเดียวที่เขารู้ตอนนี้คือแม่รู้จักกับแท็กซี่ พวกเขามาด้วยกัน ไม่ได้จ้างมาและแท็กซี่ก็ไม่กดมิตเตอร์ด้วย สรุปได้ว่ารู้จักกัน และตอนนี้แบคฮยอนก็ไม่รู้ว่าแม่จะพาเขาไปที่ไหน...

พี่ชานยอลจะต้องรู้แล้วแน่ว่าแบคฮยอนหายไป ต้องกำลังเป็นห่วงแน่ๆ แต่เขาจะทำยังไงดีถึงจะบอกให้พี่ชานยอลรู้ได้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน....

“แม่ หนูอยากเข้าห้องน้ำ ปวดอึ”

“ทนอีกหน่อย เดี๋ยวจะแวะพักที่ปั๊มสิบห้านาที” แฮยอนหันไปบอกกับลูกชายที่ยังคงนั่งหน้าหงออยู่ในท่าเดิม ตอนนี้พวกเขาขับรถมานานเกินกว่าที่คนขับจะไปต่อไหวแล้ว คงต้องพักกันสัก 15 นาทีก่อนเดินทางต่อไปที่ มกโพ

เมื่อได้รับคำตอบแบคฮยอนก็เลือกที่จะอยู่เงียบๆไม่กระโตกกระตาก ไม่แสดงท่าทางดื้อรั้นหรือดีใจให้ผู้เป็นแม่จับได้ ถ้าไปถึงปั๊มอย่างน้อยถ้าโชคดีแบคฮยอนอาจยืมมือถือพนักงานปั๊มหรือหาตู้โทรศัพท์ได้ แต่ถ้ามีเรื่องอะไรไม่ชอบมาพากลเขาจะกระโดดขึ้นแท็กซี่กลับยอเซทันทีไม่ว่าค่ารถจะมากเท่าไหร่

“แล้วก็...อย่าคิดจะหนี ถ้าไม่อยากถูกพวกเซลล์มันจับไปขาย อย่าไปไว้ใจไอ้ชานยอลมันให้มาก ยังไงเรื่องธุรกิจเรื่องเส้นสายก็ต้องมาก่อน อย่าไปคิดเลยว่ามันจะเห็นมึงสำคัญอีบี๋ เผลอๆมึงกลับไปนี่มันจะถามหากูด้วย”

คำพูดของผู้เป็นแม่ทำให้แบคฮยอนอยากจะปิดหูทั้งสองข้าง เขาเกลียดคำพูดใส่ร้ายที่แม่ว่าเฮียทั้งๆที่ตัวเองเป็นคนทิ้งเขาไว้ ถ้าหากพี่ชานยอลไม่ช่วยไว้ป่านนี้แบคฮยอนอาจต้องไปทำงานในบ่อนของคังอินหรืออาจถูกซ้อมจนพิการ แม่แย่ๆแบบนี้หรอจะไปว่าคนอื่นเค้า

ตอนนี้แบคฮยอนไม่ไว้ใจใครทั้งนั้น เขาอยากเจอเฮียมากที่สุด...

“อย่าทำให้พ่อแม่เดือดร้อนไปมากกว่านี้เลย แค่มึงเกิดมาเป็นลูก ผัวกูก็อับอายมากพอแล้ว...”


 

ขับรถเพียงแค่สิบนาทีมาถึงปั๊มน้ำมันใหญ่ รถก็ถูกจอดเข้าที่บริเวณใต้ร่มไม้ ทันทีที่ประตูฝั่งผู้โดยสารถูกปลดล็อคแบคฮยอนก็รีบเปิดประตูวิ่งไปเข้าห้องน้ำเพื่อให้สมจริงกับที่ตัวเองบอกว่าปวดท้องหนัก เขารู้สึกอยากจะร้องไห้ให้ได้เมื่อนึกถึงคนที่เพิ่งจะนอนกอดกันอยู่เมื่อคืน

อยากเจอ อยากกลับไปหา อยากกลับไปให้ด่าว่า ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงปล่อยให้คนอื่นเข้ามามีอิทธิพลมากขนาดนี้แต่แบคฮยอนรู้สึกปลอดภัยทุกครั้งที่อยู่กับเฮีย และตอนนี้เขาก็ต้องการให้เฮียมาช่วย

แกร๊ก

เสียงเปิดประตูห้องน้ำเรียกคนตัวเล็กให้หันหลังไปมองชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูท่าทางมีอายุ แบคฮยอนสูดลมหายใจเข้าเต็มอกก่อนที่จะตัดสินใจเอ่ยปากขอยืมโทรศัพท์กับคนแปลกหน้า เขารู้ว่าตัวเองไม่น่าไว้ใจแต่ยังไงตอนนี้ก็ต้องเอาตัวรอดไปก่อน

“ล...ลุง หนูขอยืมโทรศัพท์หน่อยได้ไหม พี่หนูไปไหนไม่รู้ ยังไม่กลับมาสักที หนูขอยืมโทรแป๊บนึงได้ไหม” แบคฮยอนพยายามทำสีหน้าให้น่าสงสารและดูไม่มีพิษมีภัยที่สุด เขาเห็นคุณลุงยืนนิ่งและมองมาที่เขาด้วยท่าทางไม่ค่อยไว้ใจแต่แบคฮยอนไม่สน เขาแค่ต้องการโทรศัพท์ตอนนี้

“หื้อ? แล้วพี่ไปไหนล่ะ”

“ไม่รู้จ๊ะ หนูขอยืมแป๊บเดียวได้ไหม โทรที่นี่ก็ได้”

“แล้วทำไมเราไม่ใช้ของตัวเองล่ะ”

“หนูไม่มีโทรศัพท์ติดตัวมาเลย ไม่มีเงินสักบาท”

“เอาสิ ยืนโทรในนี้แหละ....”

 

.

.

.

 

Audi A8 L คันสีดำถูกขับเคลื่อนด้วยความเร็ว 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจากยอเซมุ่งหน้าไปมกโพด้วยความเร็วสูง ชานยอลเหยียบคันเร่งเกือบมิดแบบไม่คิดชีวิตหรือเผื่อความเร็วไว้ตอนพุ่งชน ยิ่งขับออกต่างจังหวัดถนนโล่งๆก็ยิ่งเข้าทางเขา อย่างน้อยแค่ได้ย่นระยะทางและระยะเวลาไปได้สักครึ่งนึงก็ยังดี ถ้าหากรถที่แบคฮยอนนั่งไปขับที่ความเร็วปกติหรือ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง รถเขาก็จะเร็วกว่าสองเท่า

ตอนนี้เก้าโมงสิบห้านาทีแล้ว ชานยอลยู่ที่ชอลลานัม กำลังจะเข้ามกโพอีกแค่นิดเดียวก็จะถึง

Rrrrrrrrrrrrrrr

เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่หน้าคอนโซลรถทำให้คนตัวสูงต้องเอื้อมมือไปหยิบมันมารับโดยที่ไม่ได้ดูว่าเป็นสายใคร อาจเป็นคริสที่โทรมาจากรถอีกคันที่ขับตามมาหรือเพื่อนที่ยอเซ แต่เพียงแค่ได้ยินเสียงปลายสายก็เหมือนกับลมหายใจเฮือกสุดท้ายของชานยอลได้ถูกต่อเพิ่มไปอีก

[ฮัลโหลเฮีย หนูเองนะ!]

“อีบี๋!! มึงอยู่ที่ไหน!

[หนูไม่รู้ เฮียรอแป้บนึงนะ]

เสียงปลายสายดังหายออกไปห่างๆ ได้ยินแค่แว่วๆเหมือนใครกำลังคุยกับใครอยู่ ชานยอลหัวใจเต้นรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เขาบีบโทรศัพท์ในมือแน่นเมื่อคิดว่าตัวเองเข้าใกล้แบคฮยอนมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว อย่างน้อยก็มีเบอร์ติดต่อที่ติดต่อได้ในตอนนี้

“ฮัลโหล มึงได้ยินกูไหม!

[ได้ยินแล้วเฮีย หนูอยู่ชอลลา ปั๊มใหญ่ชอลลานัมตรงถนนเส้นที่ไปทางมกโพ หนูอยู่กับแม่ แม่เอาโทรศัพท์ไป หนูแอบมายืมเขาในห้องน้ำ]

“รถมึงสีอะไร ทะเบียนด้วย”

[ไม่รู้ ทะเบียนไม่รู้ แต่เป็นแท็กซี่สีเขียวทั้งคัน คันใหม่ๆหน่อย ทะเบียนรถกวางจู]

“กูอยู่ชอลลาแล้ว...มึงรออยู่ที่นั่น ทำยังไงก็ได้ รออยู่ที่นั่นไม่เกิน 15 นาที” ชานยอลพูดรัวพร้อมกับละมือออกจากพวงมาลัยเอื้อมไปกดเปิดระบบ GPS เพื่อหาปั๊มน้ำมันในแผนที่ทันที ตอนนี้เขาอยู่ที่ถนนใหญ่ ถนนจากชอลลามุ่งไปมกโพมีเส้นเดียว ถ้าวิ่งรถในต่างจังหวัดเล็กๆแบบนี้ไม่เกิน 45 นาทีแน่

[เฮียมาไวๆนะ รีบมาเลยนะ]

“กูสัญญา”

ทันทีที่รับปากชานยอลก็กดตัดสายทิ้งแล้วเหยียบคันเร่งให้เร็วขึ้นจาก 240 ขึ้นไปอีก เรียกได้ว่าแทบจะเป็นความเร็วสูงสุดของออดี้ ชานยอลไม่แน่ใจว่าที่ไหนคือปั๊มน้ำมันใหญ่ของชอลลาแต่เขาจะเข้ามันทุกปั๊มที่ขับผ่าน ถ้าไม่เจอจะโทรแจ้งตำรวจให้สกัดจับแน่

ดูเหมือนแฮยอนจะชะล่าใจมากไปหน่อยที่ไม่คิดว่าแบคฮยอนจะโทรหาเขา แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ช่างแฮยอนโดนหนักแน่...

 

รถซุปเปอร์คาร์สีดำสองคันที่ขับตามๆกันมาด้วยความเร็วที่มากพอกันทำให้ถนนดูเหมือนสนามแข่งไปโดยปริยาย คริสเองก็เหยียบคันเร่งเกือบมิดเพื่อที่จะตามเพื่อนที่ขับนำอยู่ด้านหน้าให้ทัน เขาเห็นแล้วว่าชานยอลเร่งรถให้ไวขึ้นคงจะรู้อะไรบ้างแล้ว แต่ขออย่าให้เป็นเรื่องไม่ดีเลย

.

.

.

 

เวลาผ่านไปช้าๆจากสิบนาทีสู่สิบห้านาที... แบคฮยอนได้แต่นั่งนิ่งๆเก็บความกระวนกระวายในจิตใจไม่ให้แสดงอาการออกมา ยิ่งเวลาผ่านไปมากเท่าไหร่คนตัวเล็กก็ยิ่งรู้สึกอยากจะร้องไห้มากขึ้นเท่านั้น เขาหวังและเชื่อใจเฮียจริงๆ แต่ตอนนี้มัน 15 นาทีมาแล้ว ชานยอลยังมาไม่ถึง

ถึงแม้ว่าแม่และคนขับจะยังไม่มีทีท่าว่าจะไปต่อก็ตาม พวกเขายังนั่งกินข้าวกล่องที่ซื้อมาจากร้านสะดวกซื้อสบายๆกับน้ำเปล่าและนั่งคุยกันเรื่องต่างๆ แบคฮยอนก็ได้แต่ภาวนาว่าเฮียจะมาถึงในระหว่างที่แม่เขายังนั่งกินข้าวอยู่...

ฟี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

เสียงยางรถที่เสียดไปกับพื้นคอนกรีตดังสนั่นจนแบคฮยอนต้องหดคอเมื่อรู้สึกเสียวฟันและขนลุกไปทั้งตัว หน้าต่างรถแท็กซี่ที่เปิดออกทำให้เขาได้กลิ่นยางไหม้ รถออดี้ที่แสนคุ้นตาสองคันขับเข้ามาจอดด้านหลังแท็กซี่ ส่วนอีกคันก็มาจอดด้านข้างติดประตูรถ

เพียงแค่ประตูถูกเปิดออกแบคฮยอนก็รู้สึกเหมือนตัวเองได้กลับเข้าไปอยู่ในที่ที่ปลอดภัยอีกครั้ง คนที่เปิดประตูรถลงมาคือคนที่ทำให้แบคฮยอนรู้สึกปลอดภัยเสมอ เพียงแค่เห็นพี่ชานยอล...

“เฮีย!!” คนตัวเล็กส่งเสียงตะโกนลั่น เขารีบเปิดประตูวิ่งลงจากรถทันที แต่ไม่ทันไรก็ถูกผู้เป็นแม่ฉุดกระชากแขนไว้เต็มแรง สีหน้าของแฮยอนดูโกรธจัดแต่แบคฮยอนไม่สน เขาไม่อยากไปไหนทั้งนั้นหากแม่ทำตัวไม่น่าไว้ใจ

“มึงจะไปไหนอีบี๋!” หญิงวัยกลางคนกระชากแขนลูกชายตัวเล็กเอาไว้เต็มแรง เธอกำลังโกรธมากถึงมากที่สุดที่ลูกชายโทรไปตามให้ใครมารับทั้งๆที่ขับรถมาจนถึงที่นี่แล้ว อีกนิดเดียวแบคฮยอนก็จะได้ไปอยู่บ้านใหม่ที่มกโพ ช่วยกันทำงานและปลดหนี้

ลูกคนนี้เกิดมาเพื่อสร้างภาระให้เธอจริงๆ!

“ปล่อยหนู!

“มึงอย่าคิด...”

 

เพี๊ยะ!!

 

“เฮีย!!

ไม่ทันที่หญิงวัยกลางคนจะได้พูดอะไร ชายหนุ่มตัวสูงก็เดินเข้าไปตบหน้าเธอเต็มแรงจนหน้าหัน คริสที่ยืนมองอยู่ห่างๆถึงกับต้องรีบเข้ามาดึงเพื่อนตัวสูงออกทันทีก่อนที่ชานยอลจะเผลอลงมือทำร้ายคนแก่ไปมากกว่านี้ สำหรับชานยอลแล้วถ้าโกรธถึงขีดสุดจะหัวหงอกหัวขาวก็ไม่สนใจทั้งนั้น

เพราะอย่างนั้นคริสถึงได้ตามมาที่นี่... มาเพื่อห้าม...

“มึงไปขึ้นรถ!” ชานยอลตะคอกเสียงดังแล้วเดินไปกระชากแขนคนตัวเล็ก พร้อมกับผลักส่งไปให้เพื่อนตัวสูง เขามีเรื่องต้องจัดการกับแม่แบคฮยอนอีกหลายเรื่อง แค่ตบหน้าทีเดียวสำหรับชานยอลมันยังน้อยไป 

“เฮียอย่าทำแม่หนู!

“กูบอกให้ขึ้นไปอยู่บนรถ!

ดูเหมือนว่าตอนนี้ชานยอลจะถูกความโมโหเข้าครอบงำหมดแล้ว เขาตวัดตาไปมองชายอ้วนที่อยู่ในชุดคนขับแท็กซี่ก่อนจะตรงเข้าไปกระชากแขนหญิงวัยกลางคนเต็มแรง

ชานยอลไม่รู้เลยว่าเขาจะจัดการกับผู้หญิงคนนี้ยังไงดี... คนที่มาหยามหน้าชานยอลถึงที่ด้วยการขโมยของรักของหวงไปจากอก คนแบบนี้ควรได้รับบทลงโทษแบบไหนกัน

“มึงจะให้กูเอาตัวมึงส่งให้ไอ้คังอินไหม” ชานยอลกดเสียงต่ำจนฟังดูเหมือนเป็นการข่มขู่ เขาบีบแขนผู้หญิงตรงหน้าอย่างแรง ใช้สายตากดดันเธอเพื่อให้ได้คำตอบที่อยากได้ยิน

แฮยอนทิ้งแบคฮยอนเอาไว้...ทิ้งให้ลูกอยู่รับกรรมกับสิ่งที่ไม่ได้ทำ ปล่อยให้แบคฮยอนใช้ชีวิตเสี่ยงอันตรายกับการถูกเซลล์ข่มขู่ ในเมื่อชานยอลเป็นคนนำแบคฮยอนมาดูแล แบคฮยอนก็ย่อมต้องเป็นคนของเขา จะพาไปไหนต้องขอต้องบอก และสิทธิ์ที่จะให้หรือไม่ให้มันขึ้นอยู่กับตัวเขา

แบบนี้มันหยามหน้ากันเกินไป

“โอ้ย!

“มึงจำไว้เลยนะ ถ้ามึงมาพาแบคฮยอนไปโดยที่ไม่บอกกูอีก กูเอาหนักแน่!” กระแทกเสียงใส่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยมือจากท่อนแขนแล้วหันหลังเดินไปหาคนตัวเล็กที่ยืนทำหน้าเสียอยู่ข้างหลัง

ไม่ว่าจะพ่อหรือแม่ โคตรเหง้าตายห่าไปแล้วร้อยปีก็ไม่มีใครมีสิทธิ์มาดึงแบคฮยอนไปจากชานยอลง่ายๆทั้งนั้น ถ้าอยากพาไปไหนขอได้บอกได้ แต่ถ้าจะมาขโมยเมียเขาไปทำนู่นทำนี่โดยพลการชานยอลยอมไม่ได้

“เฮีย...”

“ขึ้นรถ กลับ” พูดแค่นั้นก็เปิดประตูรถแล้วจัดการยัดแฟนตัวเล็กให้เข้าไปนั่งที่นั่งข้างคนขับทันที ก่อนที่ตัวเองจะเดินอ้อมไปทางฝั่งคนขับ

 

แบคฮยอนรู้สึกสับสนจนเหมือนกับจะร้องไห้ให้ได้เมื่อได้ยินเสียงแม่ตะโกนด่าเขาด้วยถ้อยคำหยาบคาย... แบคฮยอนไม่รู้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นถูกหรือผิดแต่ที่ทำไปทั้งหมดเพราะสัญชาตญาณและความรู้สึกล้วนๆ

แบคฮยอนไม่เคยเห็นผู้ชายสำคัญกว่าแม่ เหตุผลที่เขาเลือกจะไปกับพี่ชานยอลก็เพราะแม่ทำให้เขาไม่ไว้วางใจและหวาดระแวง ไม่เกี่ยวเลยว่าแบคฮยอนจะต้องรักชานยอลมากกว่า

นี่มันเรื่องอะไรกัน แม่เป็นแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่...

ปัง!

เสียงปิดประตูรถทำให้แบคฮยอนถึงกับสะดุ้ง เพียงแค่คนตัวสูงยัดตัวเองเข้ามานั่งในที่นั่งคนขับเขาก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศมาคุมืดมัวที่ลอยวนอยู่รอบตัว แบคฮยอนยังจำฉากนั้นได้ติดตา ตอนที่เฮียเดินเข้าไปตบหน้าแม่เขาอย่างแรงโดยที่ไม่มีความลังเลใจเลยสักนิด

ดวงตากลมโตฉายแววความโกรธออกมาอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ แบคฮยอนไม่เคยรู้ว่าเวลาเฮียโกรธจะรุนแรงได้มากขนาดไหน ตอนนี้พี่ชานยอลโกรธที่สุดหรือยัง หรือยังโกรธได้มากกว่านี้อีก

“เฮีย... เฮียตามมาทันได้ยังไง เฮียรู้ได้ไงว่าหนูอยู่นี่” ทันทีที่รถสตาร์ท แบคฮยอนก็ไม่รอช้าที่จะถามคำถามที่ทำให้เขาแปลกใจ อย่างแรกเลยแบคฮยอนมั่นใจว่าเฮียต้องขับรถแบบเหยียบคันเร่งมิดมาแน่ๆ แต่ทำไมถึงได้มาไวขนาดนี้เหมือนรู้อยู่แล้วว่าเขาจะถูกพาไปที่ไหน

“แม่มึงจะพามึงไปมกโพ พาไปทำงานใช้หนี้” ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรมาก เขาเข้าเกียร์แล้วถอยรถออกมาทันทีเพื่อที่จะขับกลับยอเซ ตอนนี้ชานยอลโกรธจนไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว เขาอยากจะขับรถพุ่งชนกำแพงเป็นการระบายอารมณ์ถ้าไม่ติดว่าตัวเองจะตายไปด้วย

ถ้าเกิดแฮยอนไม่ใช่แม่แบคฮยอนล่ะก็เขาจะส่งไปลงนรกแน่

“แล้วเฮียรู้ได้ไงอะ”

“ไอ้คังอินบอก”

“เฮียก็เลยขับรถมาตามหนูอะหรอ”

“เออ”

แค่เพียงคำตอบรับเบาๆแบคฮยอนก็รู้สึกอบอุ่นไปทั้งหัวใจ เขาไม่อยากจะหันกลับไปมองแม่กับเพื่อนที่รถแท็กซี่คันนั้น แบคฮยอนเสียใจ...เสียใจที่แม่ทำกับเขาแบบนี้ ทั้งๆที่แอบหวังว่าแม่จะพาไปหาพ่อแล้วอยู่บ้านด้วยกันจริงๆ ถึงจะทำงานหนักแบคฮยอนก็ไม่เกี่ยง

ทำไมถึงต้องมาเกิดเรื่องแย่ๆแบบนี้กับแบคฮยอนด้วยนะ

“แล้วพ่อหนูล่ะเฮีย พ่อเป็นยังไง”

“จะให้กูบอกจริงๆหรอ”

“ทำไมอะ...”

“พ่อมึงก็หนี หนีแม่มึงไปแล้ว ไม่รู้อยู่ไหน” ชานยอลล้วงเอาบุหรี่ในกระเป๋าขึ้นมาจุดกับที่จุดบุหรี่ในรถ ก่อนจะเปิดกระจกลงทั้งสองข้างเพื่อให้ควันบุหรี่ลอยไปข้างนอก

เขารู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะทำใจกับการที่พ่อแม่แยกทางกันกระทันหัน แถมตัวเองยังถูกมองเป็นสินค้าแรงงานให้กับผู้เป็นแม่ สำหรับเด็กที่มีแค่พ่อและแม่อย่างแบคฮยอนคงเป็นเรื่องที่ทำใจยอมรับได้ยาก

“หรอ...” คนตัวเล็กไม่ได้พูดอะไรไปมากกว่านั้น แบคฮยอนรู้สึกเหมือนถูกดูดให้จมลงไปในหลุมอะไรสักอย่างที่เต็มไปด้วยความสับสน อ้างว้าง ผิดหวัง โดดเดี่ยวและตัวคนเดียว

ในห้วงความความคิดเขาได้แต่ถามตัวเองว่าตอนนี้แบคฮยอนไม่เหลือใครเลยหรอ? พ่อเคยคิดถึงเขาบ้างหรือเปล่าก่อนที่จะหนีไป แม่เป็นห่วงแบคฮยอนจริงๆหรือเปล่า หรือแค่จะมาพาไปทำงานใช้หนี้ แบคฮยอนคนนี้เกิดมามีค่าจริงๆหรือแค่ถูกเลี้ยงแบบไม่ให้ตายเพราะเกิดออกมาแล้ว...

'อย่าทำให้พ่อแม่เดือดร้อนไปมากกว่านี้เลย แค่มึงเกิดมาเป็นลูก ผัวกูก็อับอายมากพอแล้ว...'

คำพูดของแม่ยังลอยอยู่ในหัวแบคฮยอนเหมือนเครื่องเล่นเพลงที่ไม่สามารถกดหยุดได้ มันหมายความว่ายังไงกันที่พ่ออับอาย ทำไมแม่ถึงไม่เรียกพ่อว่าพ่อแต่เรียกว่าผัว แบคฮยอนไม่เคยนึกจริงๆว่าเขาจะทำให้ครอบครัวอับอายเพราะการเป็นตัวของตัวเอง

แบคฮยอนเนี่ย เป็นตัวอะไรกันนะ...

“เลิกคิดถึงแม่มึง ใครไม่สนก็ช่างมัน มึงอยู่กับกู กูดูแลได้ เมียคนเดียวกูมีปัญญาเลี้ยง แต่ถ้าแม่มึงยังอยากลองดี กูก็ไม่รับประกันว่าชีวิตจะอยู่ดี”

“เฮีย...”

“อย่าหายไปไหนอีก นี่เป็นคำสั่งกู”

 

 









 

#ฟิคแฮ่น

 




 

ค่ะ ฮือพิมพ์ไปพิมพ์มาว่าจะลงพรุ่งนี้แต่ก็ลงวันนี้จนได้ ถ้าเจอคำผิดบอกได้นะคะ เฮียนี่โหดจริง แหะๆ อย่าลืมคอมเม้นและติดแท็กนะคะ เอนจอยรีดดิ้ง :D ขอบคุณที่อ่านค่ะ! :D

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 985 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,650 ความคิดเห็น

  1. #15638 เจ้าไดโนเสาร์แบคฮยอน (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 19:16
    ตอนนี้ห่วงความรู้สึกน้องที่สุด ขอให้พิชานดูแลน้องดีๆ กัวใจน้องมาก สงสาร🥺
    #15,638
    0
  2. #15583 bbaekbhyun (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 10:47
    สงสารน้องเลย น้องคงไม่คิดเลยว่าพ่อกับแม่จะรู้สึกแบบนี้กับน้อง ใจหายน่าดูเลยฮือ😭😭😭
    #15,583
    0
  3. #15561 .เอลี่. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 04:36
    อหหห. ใจกระวนกระวายมากตอนน้องถูกแม่จับตัวไป คือกรี๊ดเลยค่ะ กดเข้าทวิตไปโวยวายเยอะมาก55555555 ด้วยความที่อิน ดีใจที่เฮียมาช่วยทัน
    #15,561
    0
  4. #15522 PARK_BYUNNEE. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2563 / 09:38
    แม่พูดแรงมากเลยอ่ะ ฮือ นี่ร้องไห้แทนเลยกับคำพูดพกนี้
    #15,522
    0
  5. #15509 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 13:31
    พิชานได้ใจไปเต็มๆ
    #15,509
    0
  6. #15491 KaRToon_HH (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 09:42
    ดีนะพี่ชานยอลมาทัน
    #15,491
    0
  7. #15442 Vibrance (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 18:02
    ร้องไห้เลยคือกลัวแทนแบคฮยอนมากฟ เป็นตอนที่อึดอัดมาก อ่านไปใจเต้นไป
    #15,442
    0
  8. #15406 Palmmy_Do (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 มีนาคม 2563 / 11:52
    เขิลคำว่าเมียยยยยย ยอมรับเเล้วหรอเฮียยยยย
    #15,406
    0
  9. #15368 ฺฺBerlin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 11:43
    เหยียบสามร้อยนี่ต้องนั่งยังไงอ่ะ เกร็งคออออเเทน
    #15,368
    0
  10. #15355 weiliin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 00:11
    สงสารน้องอะ นี่ต้องคิดมากแน่ๆเลย
    #15,355
    0
  11. #15321 tongaty24 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 16:27
    แม่แย่อะ ทิ้งไว้แล้วค่อยกลับมาเอา

    เห็นน้องเป็นอะไรเนี่ย
    #15,321
    0
  12. #15293 dpeerring (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 15:35
    ตอนพี่ชานขับรถไปปั๊มนี่แบบ กลั้นหายใจลุ้นมากว่าจะตามทันมั้ย
    #15,293
    0
  13. #15285 jonginna88 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 13:12
    ทำไมชั้นพลาดอะแบบนี้ในชีวิตไป โอ้ยยยย
    #15,285
    0
  14. #15219 thienthieng (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 13:54
    ดุมากเลยเฮียยยย
    #15,219
    0
  15. #15200 Noong7 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2562 / 11:00
    เป็นแม่ประสาอะไรรรรร
    #15,200
    0
  16. #15190 nok2004nok (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 16:26
    เเน๊นนนน
    #15,190
    0
  17. #15177 babeabaek (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 18:25
    อ่านรอบสามสี่แล้ว เฮียกร้าวใจมากแม่!!!!
    #15,177
    0
  18. #15128 xxxlilly (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 07:28
    ตอนแรกก็คิดนะว่าแม่เป็นห่วงหาทางมาพาไปอยู่ด้วยกันแต่ไปๆมาๆชักไม่แน่ใจทำไมไม่บอกไม่พูดดีๆหรือคิดพาลูกไปเป็นแรงงานใช้หนี้แค่นั้น นี่ว่าเสี้ยวนึงเขาก็ห่วงแหละไม่งั้นไม่มาพาไปอยู่ด้วยหรอก
    #15,128
    0
  19. #15077 numsoo456 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 21:28
    อยากมีผัวแบบเฮียย
    #15,077
    0
  20. #15061 mayyamcc (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 12:43
    เฮียกร้าวใจมากกกกก
    #15,061
    0
  21. #15040 fanpeechan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:03
    คำว่าเมีย อิเ-้ยยยยเว้ยยยยยย ฮืออออออ
    #15,040
    0
  22. #15034 WinGz of Evil (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 22:38
    เฮียรุนแรงมากค่ะ เหยียบมิดตามบี๋มาจนทันฮือออออ
    #15,034
    0
  23. #15016 xxxdeax (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 01:36
    การแสดงความรักของเฮียนี่มันกร้าวใจหนูจริงๆ
    #15,016
    0
  24. #14930 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 15:26
    เรียกเมียเต็มปากเต็มคำ เมียคนเดียวกูเลี้ยงได้
    #14,930
    0
  25. #14861 JKSKY (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 19:31
    กรี้ดดดดดดด เฮียโคตรกร้าวใจเลยว่ะ
    #14,861
    0