[ฟิคเสื่อม] แฮ่น The series - Chanbaek

ตอนที่ 13 : Chapter : 13 งั้นตอนนี้หนูเป็นแฟนพี่ปะ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46,866
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 890 ครั้ง
    8 มี.ค. 58






21 : 15

 

เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้วหลังจากที่กลับมาจากถนนคนเดินที่แสนแออัด เสียงพากย์บอลในโทรทัศน์ทำให้แบคฮยอนนึกเซ็งแต่ตัวเองก็ยังนั่งอยู่บนโซฟาข้างๆนายหัวที่เอาแต่กระดิกเท้า ดื่มเบียร์ดูบอลอย่างใจเย็น ตอนนี้ใกล้จะสามทุ่มครึ่งแล้ว อีกแค่ 15 นาที พวกเฮียคริสกับเพื่อนก็จะแห่กันมาดูบอลที่ห้อง
 

แบคฮยอนไม่เข้าใจพี่ชานยอลเลยจริงๆ ทั้งๆที่มีภาพลักษณ์เหมือนคนรักสันโดษแต่ก็เข้ากับสังคมได้ดีผิดกับนิสัยพูดน้อย บางครั้งเขาก็คิดว่าเฮียดูเป็นคนเอาแต่ใจ อะไรที่ชานยอลชอบมักจะดูดีเสมอ แต่ถ้าไม่ใช่สิ่งที่ตัวเองชอบแล้ว แม้แต่ฝุ่นก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด
 

“ถ้าง่วงก็ไปนอนเล่นห้องอีหมวยก่อน” ชานยอลยกเบียร์ขวดเล็กขึ้นดื่ม ในขณะที่ใช้มืออีกข้างก็เกาศีรษะคนตัวเล็กที่นอนเอนพิงอยู่ที่ไหล่ไปด้วย วันนี้เขามีนัดเชียร์บอลกับพวกคริสแล้ว จะปฏิเสธก็ไม่ได้ จะให้แบคฮยอนนอนอยู่ก็คงไม่ไหว ดูเหมือนการส่งตัวปัญหาไปนอนเล่นกับเพื่อนซี้ที่บ้านหลังอื่นก่อนจะเป็นการดีที่สุด
 

“ไม่อะ หนูอยากดูบอลด้วย” คนตัวเล็กไถหัวไปมากับไหล่กว้างที่เต็มไปด้วยรอยสัก ถึงแม้ว่าแบคฮยอนจะดูฟุตบอลไม่เป็นแต่เขาก็อยากนั่งเชียร์อยู่กับเฮียด้วย ไม่ว่าจะเล่นเกม ซ่อมรถหรือทำอะไรก็อยากทำด้วยหมด แบคฮยอนอยากเป็นทุกอย่างของเฮีย
 

“มึงดูบอลเป็นหรือไง”
 

“เปล่า แต่ก็พอดูได้ เฮียเชียร์ทีมไหน หนูเชียร์สีน้ำเงิน”
 

“หึ งั้นเตรียมตัวเถอะมึง เขาเชียร์แมนยูกันทั้งกองทัพ” ชานยอลส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อได้ยินว่าอีบี๋น้อยจอมเสนอหน้าออกตัวว่าเชียร์อาเซลนอล มันคงไม่สนุกแน่ที่แฟนอาเซลนอลจะมานั่งดูบอลกับแฟนคลับแมนยูที่เป็นชายล่ำบึกถึงสิบคน
 

“เอ้าหรอ งั้นหนูเชียร์สีแดงด้วย” พอรู้ว่าตัวเองเชียร์ผิดข้างก็รีบกลับลำใหญ่ ความจริงแล้วแบคฮยอนไม่ได้ชอบทีมไหนเป็นพิเศษหรอก เขาไม่รู้จักด้วยซ้ำแค่อยากจะเห่อตามเฮียไปงั้น
 

“ไหนเมื่อกี้บอกเชียร์สีน้ำเงิน?”
 

“ก็เห็นนักบอลหล่อ ก็ชอบเฉยๆ โอ้ย!” พูดได้ไม่ทันขาดคำ แรงหยิกที่เอวก็ทำให้แบคฮยอนถึงกับต้องร้องเสียงหลง คนตัวเล็กสะดุ้งสุดตัว รีบกระเถิบตัวหนีออกจากข้างตัวเฮียทันทีก่อนที่ตัวเองจะโดนหยิกอีกดอก ไม่รู้ว่าพี่ชานยอลจะหวงอะไรนักหนา แม้แต่กับผู้ชายในจอทีวีก็ยังไม่เว้น
 

“อีแรด”
 

“หนูแค่บอกว่าชอบนักบอลเอง! นักบอลมันอยู่ในทีวีนะเฮีย! เค้าไม่ออกมาเอาหนูหรอก!” เถียงออกไปเสียงเข็ง มือก็คลำป้อยๆอยู่ตรงบริเวณที่ถูกหยิก นับวันเฮียก็ยิ่งซาดิสต์มากขึ้นไปทุกที เดี๋ยวหนังยาง เดี๋ยวหยิก ต่อไปคงเอาเข็มขัดรัดข้อมือเขาเลียนแบบในหนัง
 

แต่นั่นแหละที่แบคฮยอนชอบแล้วก็อยากให้ทำ
 

อ่าห์....
 

“กูหมั่นไส้”
 

“เชอะ หนูไปเล่นข้างนอกก็ได้ บอลจบแล้วเดี๋ยวหนูเข้ามานะ” แบคฮยอนลุกขึ้นจากโซฟาเดินไปหยิบโทรศัพท์ตัวเองบนโต๊ะวางทีวีพร้อมกับหูฟัง ก่อนจะเดินออกไปนอกบ้านทั้งที ทิ้งให้คนบ้าบอลนั่งสุนทรีย์ต่อไปกับการดูคน 11 คนไล่เลี้ยงลูกหนังกลมๆ
 

คนตัวเล็กย่ำเดินเท้าเปล่าลงไปกับพื้นทรายสีขาวที่นุ่มละเอียดราวกับเม็ดเกลือ ขาสั้นๆก้าวตรงไปยังบริเวณชายหาดที่น้ำลดลงไปแล้วระดับนึง แบคฮยอนเสียบหูฟังเข้ากับโทรศัพท์เครื่องน้อยพร้อมกับกดเล่นเพลงที่ฟังค้างเอาไว้
 

เขาทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นทรายแล้วเหยียดขาออกไปจนสุด เอนหลังนอนลงไปกับเม็ดทรายอย่างไม่กลัวเปื้อนแม้ว่าจะเพิ่งอาบน้ำมาไม่นานนี้ ดวงตาเรียวรีเหม่อมองขึ้นไปยังท้องฟ้าที่มืดสนิทแม้จะมีแสงไฟนีออนสลัวๆจากหน้าบ้านแต่คงไม่ชนะความมืดของธรรมชาติ
 

เสียงเพลงในหูยังคงดังไปเรื่อยๆ เงาสูงใหญ่ที่พาดลงมาตามร่างกายทำให้แบคฮยอนต้องเหลือบตาขึ้นไปมองผู้ชายหล่อๆที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่แถมยังส่งยิ้มมาให้ พอเจอแบบนี้แล้วร้อยทั้งร้อยเป็นใครก็ต้องเขินทั้งนั้นถึงจะไม่ได้ชอบก็เถอะ
 

ก็อีกฝ่ายหน้าตาดีซะขนาดนั้น ถึงจะหลอกตัวเองว่าไม่รู้สึกอะไรแต่ใจมันก็เต้นจนเสียงดังตุ้บๆไปหมด
 

“ไง...”
 

“จ๋า” ตอบออกไปด้วยความเคยชินโดยที่ไม่ได้ใส่ใจว่าคนฟังจะรู้สึกแปลกหรือไม่ แบคฮยอนหลับตาลงเพื่อหลีกเลี่ยงการสนทนาและหวังว่าพี่คนหล่อจะแค่ผ่านมาทักทายและจากไปเท่านั้น เขาไม่อยากทำให้เฮียโกรธ แต่ถ้าเค้าอยากมาคุยด้วยก็ไม่กล้าปฏิเสธ
 

“ทำไมไม่เข้าไปอยู่ในบ้าน” ชายหนุ่มตัวสูงเดินไปทิ้งตัวนั่งลงข้างเด็กตัวเล็กที่ยังคงเอาแต่หลับตานอนฟังเพลงไม่ยอมลืมตาขึ้นมาดูเขา ดงอุนแกว่งน้ำอัดลมก้นกระป๋องไปมาก่อนจะยกมันดื่มอึกสุดท้ายแล้ววางทิ้งไว้ข้างตัว ที่จริงเขาเองก็พอจะรู้เหตุผลว่าทำไมเด็กคนนี้ถึงออกมาอยู่นอกบ้านเพราะดงอุนเองก็ไม่ชอบดูบอลเหมือนกัน
 

“เฮียดูบอลอยู่”
 

“แล้วยุงไม่กัดหรือไงออกมานอนข้างนอก”
 

“ทะเลที่ไหนมียุง มั่ว” พูดออกไปด้วยความสนิทสนมตามความเคยชินก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง สะบัดผมไปมาให้เศษทรายหลุดออก ถ้าจำไม่ผิดคนนี้น่าจะชื่อดงอุนละมั้ง ถึงหน้าตาจะไม่เทพเท่าคนชื่อคาน หรือเท่เหมือนฮันเกิงแต่หุ่นซี๊ดชนะขาด
 

เพราะฉะนั้นสามผ่านสำหรับแบคฮยอน
 

“ชื่ออะไรน่ะเรา”
 

“ชื่อแบคฮยอน แต่แม่เรียกน้องบี๋” แนะนำตัวไปก็ไม่ลืมใส่ฟามน่ารักฟรุ้งฟริ้งผสมความน่าเอ็นดูลงไปด้วย อันที่จริงแล้วชื่ออีบี๋มันก็เพิ่งจะมามีตอนประถมที่รู้จักอี้ชิงนั่นแหละ เพราะว่าอีหมวยเป็นคนจีนก็เลยเรียกชื่อแบคฮยอนไม่ค่อยได้ สุดท้ายก็ย่อกันไปจนเหลือแค่อีบี๋
 

“อ๋อ ถึงว่าชานยอลมันเรียกบี๋”
 

“อันนั้นเบบี๋ แปลว่าที่รัก”
 

“ฮ่าๆๆๆๆๆ” ดงอุนถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดังกับความกล้าแสดงออกของเบบี๋แบคฮยอนที่เขาเพิ่งรู้จัก  

ดงอุนไม่แปลกใจเลยว่าทำไมชานยอลถึงได้ชอบทำหน้าดุตลอดเวลาตอนที่เด็กคนนี้อยู่ข้างๆ เพราะดูท่าแล้วเด็กนี่ขี้อ้อยพอตัว แถมยังเป็นเด็กกล้าแสดงออกแบบนี้ ไม่แปลกเลยที่ชานยอลจะหวงเป็นบ้าเป็นหลัง

 

“ก็พูดจริง” คนตัวเล็กนิ่วหน้าเมื่อถูกหัวเราะใส่ เขาพยายามจะแกะเม็ดทรายออกจากผมโดยการใช้มือสางแต่ดูเหมือนว่ายิ่งรูดก็ยิ่งติด แถมยังมีคนหล่อมานั่งกวนประสาทอีก
 

“เป็นแฟนชานยอลหรอ”
 

“พี่ชานยอลเป็นแฟนหนู แต่หนูไม่ได้เป็นแฟนพี่ชานยอล” ตอบออกไปอย่างตรงไปตรงมาไร้ซึ่งความคิดน้อยใจ มันก็จริงนี่หน่า สำหรับแบคฮยอนพี่ชานยอลคือแฟนเขา แต่กับเฮียแล้วแบคฮยอนเป็นแค่คนที่ถูกเก็บเอาไว้พิจารณาก่อน
 

“อ๋อ อยู่บ้านเดียวกันหรอ”
 

“อื้อ หนูนอนกับเฮีย เป็นแม่บ้านทำความสะอาด” แบคฮยอนถอดหูฟังออกแล้วพ่นลมหายใจออกอย่างนึกเซ็ง ใจนึงเขานึกอยากจะแกล้งลุกทำเป็นไปอาบน้ำเพราะไม่อยากให้เฮียออกมาเห็นแล้วโกรธอีก แต่ในส่วนของความต้องการก็ยังขัดแย้งว่า เค้าเข้ามานั่งคุยเอง แบคฮยอนไม่ได้เข้าหาก่อนซะหน่อย ไม่เป็นไรหรอก
 

แต่เชื่อเถอะว่าถ้าเฮียมาเห็น ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นยังไงก็ฟังไม่ขึ้นหรอก
 

“ถึงว่า มันหวงตายเลย” ดงอุนทำเพียงแค่ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆเท่านั้น เขาไม่ได้กำลังขำที่แบคฮยอนบอกว่าตัวเองเป็นแม่บ้าน แต่กำลังตลกเรื่องที่ชานยอลให้แม่บ้านขึ้นไปนอนบนห้องต่างหาก ขนาดเพื่อนกันสนิทมาหลายปีชานยอลยังไม่ชอบให้เข้าห้องเลย แล้วแบคฮยอนนี่พิเศษมากขนาดไหนกันถึงได้เข้าไปนอนด้วยกันในห้อง
 

“หนูไปสระผมก่อนนะ เดี๋ยวมาใหม่” คนตัวเล็กตัดสินใจลุกขึ้นยืน หันหลังเดินกลับบ้านทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งอยู่คนเดียวที่ชายหาด แบคฮยอนไม่ชอบเสียงหัวเราะกับท่าทางเจ่าเล่ห์ของผู้ชายคนนั้นเลย
 

เขาชอบคนเท่ๆแบบฮันเกิงหรือคนที่มีสายตาเจ้าชู้พริบพราวแบบเพื่อนเฮียคริสมากกว่า พวกที่หยอดไม่เนียนแบคฮยอนไม่สนใจหรอก
 

เท้าเปล่าๆที่เปื้อนไปด้วยขี้ทรายก้าวขึ้นไปตามขั้นบันไดก่อนที่จะถูกเช็ดด้วยผ้าเช็ดเท้า แบคฮยอนได้ยินเสียงโทรทัศน์ดังอยู่แม้จะยังไม่มีเสียงเชียร์ก็ตาม เขาเปิดประตูเข้าไปในบ้านและเห็นพี่ชานที่ยังนั่งอยู่คนเดียวหันมามองนิดๆก่อนจะหันไปมองจอต่อ
 

ทั้งๆที่ตอนนี้เกือบจะสามทุ่มครึ่งแล้วแต็ยังไม่มีใครมา สงสัยจะยกเลิกกันล่ะมั้ง
 

“เพิ่งอาบน้ำแล้วไปนอนคลุกทราย มึงไปอาบน้ำใหม่เลย” ชานยอลที่กำลังนั่งดูบอลอยู่บนโซฟาสั่งเสียงแข็งเมื่อเห็นคนตัวเล็กเดินนำทรายติดหัวเข้ามาในบ้าน เขาหยิบรีโมทขึ้นมากดเปลี่ยนช่องอย่างนึกเซ็งเมื่อถ่ายทอดสดฟุตบอลคู่เด็ดถูกเลื่อนไปเป็นห้าทุ่มกว่า กว่าจะถึงตอนนั้นแบคฮยอนคงง่วงพอดี
 

“เฮียคริสยังไม่มาอีกอ่อ นี่มันจะสามทุ่มครึ่งแล้วนะ”
 

“บอลเลื่อน เดี๋ยวจะไปดูห้องมันแทน”
 

“เลื่อนไปกี่โมงอะ งั้นหนูก็นอนนี่ได้ดิ”
 

“เลื่อนไปห้าทุ่ม จะนอนก่อนก็นอน” ชานยอลตอบปัดก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบโทรศัพท์ตัวเองที่ชาร์ตอยู่บนโต๊ะพร้อมกับหยิบมือถือของแบคฮยอนมาด้วย
 

คนตัวสูงเดินไปทิ้งตัวนอนลงบนเตียงหลังใหญ่หวังงีบรอบอลฉายรอบดึก เขาจัดการปลดล็อคมือถือแม่บ้านได้ง่ายๆด้วยการสไลด์เพียงครั้งเดียว ภาพหน้าจอพื้นหลังมือถือเครื่องเก่าทำให้ชานยอลเกือบจะขำไม่ออก จะว่าหมั่นไส้ก็หมั่นไส้ จะว่าไม่ชอบก็ไม่ถึงกับขนาดนั้น แต่การถ่ายรูปทำหน้าตาระริกระรี้ใส่กล้องนี่มันน่าจับออกมาตบจริงๆ
 

“แหนะ เฮียแอบเล่นโทรศัพท์หนู”
 

“ทำไม มีความลับไง๊”
 

“จะมีอะไรล่ะ เฮียนี่เข้าขั้นแล้วนะ” เสื้อตัวเล็กถูกโยนลงตะกร้าพร้อมกับกางเกงขาสั้นที่ถูกถอดออก แบคฮยอนเดินไปรื้อกระเป๋าเสื้อผ้าตัวเองออกมาเปลี่ยนโดยที่ไม่คิดจะอาบน้ำอีกรอบ เขาหยิบเอาเสื้อนอนหลวมๆมาสวมกับกางเกงขาสั้นผ้าบาง
 

ทรายที่ติดอยู่บนหัวเอาหวีสางแป๊บเดียวก็ออก แบคฮยอนขี้เกียจเกินกว่าจะอาบน้ำใหม่แล้ว
 

“ทำไมไม่อาบน้ำ”
 

“เดี๋ยวไปล้างแขนขาเอาก็ได้”
 

“แล้วทำไมไม่สระผม”
 

“เดี๋ยวค่อยเอาหวีสางเอา”
 

“สกปรก” ชานยอลตวัดสายตาไปมองอีเด็กจอมรั้นด้วยความไม่ชอบใจน้อยๆก่อนจะหันไปสนใจโทรศัพท์ต่อ
 

เขากดเข้าโปรแกรมแชทสีเขียวที่มีข้อความค้างอยู่นิดหน่อยเพื่ออ่านรายชื่อผู้ติดต่อ แชทของแบคฮยอนมีตั้งแต่ใหม่ล่าสุดไม่กี่นาทีก่อนหน้า ไปจนถึงเดือนที่แล้วเลยก็มี แชทใหม่ๆส่วนใหญ่จะเป็นของอี้ชิงกับคริสหรือญาติผู้ใหญ่บางคนที่ชานยอลไม่รู้จัก ส่วนหลังๆที่ไม่ได้ตอบกลับนานเป็นเดือนแล้วจะเป็นพวกแชทจากเด็กวัยรุ่นทั้งนั้น
 

ชานยอลไม่ชอบวัยรุ่น... เขาไม่ชอบเด็กวัยรุ่นทุกกรณี ไม่ว่าจะชายหรือหญิง
 

“เฮียรื้อโทรศัพท์หนูพรุนหมดแล้วมั้งน่ะ” พอเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแบคฮยอนก็เดินบ่นงุ้งงิ้งไปทิ้งตัวนอนลงข้างๆเฮียที่เล่นโทรศัพท์เขาเพลินเหมือนกับเป็นเครื่องของตัวเอง
 

แบคฮยอนเองไม่ได้มีความลับอะไร เขาไม่ค่อยได้ใช้โทรศัพท์ทำอย่างอื่นนอกจากเล่นโซเชี่ยลเล็กๆน้อยๆ ใช้โทรหาแม่ หาพ่อ เมาท์กับอีหมวย มันไม่มีความลับอะไรหรอกถ้าชานยอลอยากจะรู้อะไร
 

“รูปตอแหล แชทก็ตอแหล ตอแหลทั้งหมด”
 

“เอ้า ก็เฮียมาเปิดดูเองแล้วก็มาว่ามาหนู”
 

“ห้ามพูด” ชานยอลใช้แขนรั้งคอแบคฮยอนมาล็อคไว้แน่นเหมือนเป็นการขู่ว่าถ้าเถียงจะรัดคอซะ เขากดเข้าไปดูประวัติการสนทนาสุดแฮ่นเมื่อเดือนที่แล้วต่อหน้าเจ้าเครื่องอย่างไม่คิดปิดบัง แบคฮยอนเองก็ไม่ได้ห้ามหรือปฏิเสธ
 

ลักษณะการคุยที่ออกไปในเชิงอ้อร้อทำให้ชานยอลนึกอยากจะรัดคออีบี๋นี่ให้ตายไปซะ เพราะในช่วงเวลาเดียวกันแบคฮยอนก็คุยเล่นกับผู้ชายคนอื่นด้วย และแน่นอนว่าตอนนั้นแบคฮยอนก็มาวนเวียนหาเขาที่โรงรถเช่นกัน
 

ถึงว่า...ที่นั่งแชทหัวเราะคิกคักนี่คุยกับผู้ชายคนอื่นทั้งๆที่มาหาผู้ชายคนอื่นที่บ้านสินะ แรดนี่มันแรดจริงๆ

“งือ....”
 

“ผู้ชายเยอะเชียวนะมึง”
 

“อะไร มันตั้งนานแล้วหรอก เฮียอะไปขุดมาทำไม หนูลืมไปแล้วด้วยเนี่ย” แบคฮยอนพยายามจะขยับตัวออกแต่พอดิ้นทีแขนรัดๆก็รั้งรัดต้นคอจนรู้สึกอึดอัด เขาสงสัยจริงๆว่าถ้าคบกันไปนานๆพี่ชานยอลจะหึงจนฆ่าแบคฮยอนทิ้งไหม
 

“ไหนตอนนั้นบอก หนูรักเฮียคนเดียวแหละ... อีตอแหล” ชานยอลหันไปกระซิบเสียงแหบพร่าใส่หูคนด้านข้างเหมือนเป็นการข่มขู่พร้อมกับรัดท่อนแขนให้แน่นขึ้น เขาอยากจะฆ่าแบคฮยอนจริงๆ ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นเด็กที่น่าหมั่นไส้ขนาดนี้
 

“ก็รักคนเดียวแงะ แต่หนูก็มีคนมาจีบนะเฮีย ละดูเฮียด่าหนูเช้าเย็น จะไม่ให้หนูคุยกับคนอื่นเลยไงล่ะ”
 

“อย่าให้เห็นอีกนะมึง”
 

“งื้อ~” เสียงทุ้มๆแหบๆที่ดังอยู่ข้างหูทำเอาแบคฮยอนที่นอนซบไหล่อยู่ถึงกับขนลุกเกรียวไปหมด ถึงแม้เขาจะรู้ว่าพี่ชานยอลตั้งใจกดเสียงขู่ แต่พอมาพูดใกล้ๆมันก็ฟังดูสั่นๆแหบๆเหมือนคนหื่นยังไงก็ไม่รู้ แถมพูดเบาเหมือนเสียงกระซิบ เลยทำให้การข่มขู่ดูเหมือนคู่รักที่หยอกกันไปเลย
 

เรื่องมโนขอให้บอก แบคฮยอนถนัดอยู่แล้ว!
 

“เฮีย ถ้าเฮียจะขี้หึงขนาดนี้นะ เฮียเอาหนูเป็นแฟนเหอะ เห็นแล้วมันขัดใจ ถ้าตอนนี้ยังไม่เรียกหึงต่อไปเฮียคงฆ่าหนู ถ้าหนูแรด” พูดออกไปอย่างซื่อตรงด้วยความสะเหร่อตามเคย 

แบคฮยอนคิดว่าเขาคงถูกเฮียตามติดตลอดเวลาถ้าเป็นแฟนกัน ไม่ว่าจะชายตามองผักปลาก็คงถูกหาว่าแรดไปหมด แต่แบบนั้นแหละที่แบคฮยอนต้องการ คนโหดๆเถื่อนๆอย่างเฮียต้องมาสไตล์นี้

 

“ถ้าคบกับกูแล้วมึงอึดอัด มึงจะทนคบกับกูไปทำไมอีบี๋” ส่งเสียงหัวเราะหึออกมาก่อนจะกดออกจากโปรแกรมแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้กับคนตัวเล็ก ชานยอลลุกขึ้นนั่งบนเตียงนอนแล้วนำโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดเล่นเกมแก้เบื่อแทน

เขาไม่ได้ตัดพ้อเลยสักนิด ชานยอลแค่คิดแบบนั้นจริงๆ ถ้ารู้ว่าคบกันแล้วตัวเองจะถูกดุถูกบังคับจะเข้าหาทำไม...

“แล้วทำไมหนูจะต้องอึดอัดด้วยอะ หนูหรือเฮียกันแน่ที่อึดอัดอะ”

“กูไม่ได้ทนมึงขนาดนั้น แต่ถ้ามึงยืนยันว่าอยากจะคบแล้วมึงอึดอัดซะเอง มึงจะทนคบไปทำไม”

“แปลว่าตอนนี้เฮียไม่ชอบหนูอ๋อ....”

แบคฮยอนกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ พยายามกลั้นไม่ให้ความรู้สึกน้อยใจแล่นไปทั่ว เขารู้สึกเหมือนเฮียกำลังบอกกลายๆว่าตัวเองไม่ชอบนิสัยแบบนี้ที่เขาเป็นอยู่ และคิดว่าถ้าคบกันไปคงจะอึดอัด ซึ่งบางทีคำตอบที่แบคฮยอนเฝ้ารออยู่มันอาจจะฟังดูใจร้ายกว่าที่คิดเอาไว้...

มันจะเป็นยังไงถ้าเหตุผลที่ชานยอลไม่พูดไม่ใช่เพราะปากแข็งแต่เพราะกำลังรักษาน้ำใจอยู่...

“เปล่า”

ดูเหมือนสถานการณ์ที่เริ่มต้นด้วยการหยอกล้อจะแย่ลงอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันได้คาดคิด แบคฮยอนเกือบจะเลิกสนใจเรื่องนี้ไปแล้วเพราะคิดว่าถ้าพี่ชานยอลได้คำตอบกับตัวเองเมื่อไหร่ก็จะบอกเอง แต่พอมาได้ยินคำพูดแบบนี้แล้วมันก็อดสงสัยไม่ได้ ถ้าถามออกไปจะกลายเป็นคนรบเร้าหรือเปล่า แต่ในใจมันก็รู้สึกค้างคาจนไม่อยากจะเก็บเอาไว้
 

“เฮียอะ! ชอบหรือไม่ชอบก็บอกมาเลยดิ หนูลุ้นจนใจเสียหมดแล้วนะ” ยันกายลุกขึ้นนั่ง ขมวดคิ้ว พูดออกมาเสียงดังก่อนจะแย่งเอาโทรศัพท์จากมือคนตัวสูงมาถือไว้ ถ้าชานยอลบอกว่าชอบหรือไม่ชอบ แบคฮยอนก็จะได้เข้าใจไว้ ไม่ใช่พูดเหมือนไม่ชอบ ไม่อยากเข้าใกล้ให้อึดอัด แต่กลับเก็บเอาไว้ใกล้ๆเหมือนของสำคัญ

“กูจะพูดยังไงให้มึงเข้าใจดี....” ชานยอลได้แต่ถอนลมหายใจออกมากับความว้าวุ่นใจที่เกิดขึ้น มันก็อย่างที่เขาบอกไปว่าแบคฮยอนมีทั้งข้อดีที่ชานยอลชอบและข้อเสียที่ไม่ชอบ

ถ้าหากคบกันชานยอลคิดว่ามันคงเป็นการทำให้แบคฮยอนอึดอัด แล้วเขาเองก็จะพลอยไม่มีความสุขไปด้วย แต่ถ้าอยู่ในสถานะนี้ไปเรื่อยๆอย่างน้อยเจ้าตัวก็ยังพอรู้ตัวว่าเข้าใกล้ได้มากน้อยแค่ไหน

“หนูก็บอกเฮียตลอดนะว่ามีอะไรก็บอกได้ ไม่ใช่แฟนก็บอกไม่ใช่ อยากเก็บไว้เฉยๆก็ได้ ไม่อยากให้หนูทำอะไรก็บอก แต่เฮียไม่พูดอะไรหนูจะรู้ไหมล่ะว่าหนูต้องทำยังไง”

“แล้วถ้ากูพูดแบบนั้นมึงคิดว่ามึงจะอึดอัดไหมล่ะ”

“อึดอัดก็ดีกว่าไม่รู้อะไรเลย หนูขอโทษ หนูไม่ได้ตั้งใจทำให้เฮียอึดอัด” น้ำตาที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนอยู่ๆก็เอ่อท้นขึ้นมาชุ่มดวงตาอย่างไม่มีสาเหตุ

 แบคฮยอนไม่รู้เลยว่าทำไมอยู่ดีๆน้ำตาเขาก็คลอขึ้นมาทั้งๆที่มันไม่ได้เจ็บปวดขนาดนั้น ในใจนึกอยากโทษตัวเองที่ทำเป็นสำออยทั้งๆที่หน่วงกว่านี้ก็เคยรู้สึกมาแล้ว แต่แค่อดทนอีกนิดแล้วไปเข้าห้องน้ำก็ยังได้

เขารู้ว่าพี่ชานยอลไม่ชอบแน่ที่มีเด็กมาร้องไห้งอแงใส่ ชานยอลไม่เคยชอบอะไรแบบนี้แต่แบคฮยอนก็ไม่ได้ตั้งใจ เขาไม่อยากให้เฮียอึดอัดจนคิดว่าแบคฮยอนตื้อจนน่ารำคาญ มันก็อย่างที่บอกไปว่าแบคฮยอนไม่ได้ต้องการอะไรเลย อย่างน้อยเขาแค่อยากรู้ว่าตัวเองมีสิทธิ์หรือไม่มีสิทธิ์ทำอะไรบ้าง แต่ตอนนี้พอจะรู้แล้วว่าตัวเองเป็นของของพี่ชานยอล มีหน้าที่รัก ซื่อสัตย์ รับใช้ แต่ไม่ใช่แฟนที่จะไปทำเยอะใส่หรือคอยหึงหวง

แบคฮยอนแค่อยากรู้แค่นี้จริงๆ....

มันไม่ใช่ความรู้สึกเจ็บจุก เสียใจ เหมือนจะชินแต่ก็ยังรู้สึกอึดอัด แบคฮยอนไม่รู้จริงๆว่าทำไมน้ำตาถึงไหล แต่เขาไม่ได้เสียใจขนาดนั้น

“ขอโทษ...กูขอโทษ” ชานยอลที่กำลังตกอยู่ในสถานการณ์น่าอึดอัดได้แต่นิ่วหน้าพูดคำขอโทษออกมา เขาเอนตัวเข้าไปดึงคนตัวเล็กที่นั่งหน้าซึมอยู่ตรงหน้ามากอดเอาไว้แน่น

เหมือนหัวใจกระตุกวูบเพียงแค่แบคฮยอนทำหน้าจ๋อยแถมยังน้ำตาไหล เด็กที่อดทน สดใส ร่าเริ่งและเอาแต่พูดอยู่ตลอดเวลา พอร้องไห้ออกมาก็เหมือนพลังแห่งความสนุกสนานได้หายไปจนหมดสิ้น ชานยอลไม่ได้ต้องการแบบนี้ เขาไม่ได้อยากให้แบคฮยอนเสียใจ

“ฮึก...หนู...ฮือ...หนูไม่เป็นไร...อึก” น้ำตาที่เหมือนจะไม่มีอยู่ไหลพลั่งพลูออกมาทันทีที่ใบหน้าถูกดันซบลงกับบ่าแกร่ง ทั้งๆที่คิดเอาไว้แล้วว่าจะไม่ร้องไห้ มันก็แค่น้ำตาหยดดียวที่ไหลออกมา แต่พอได้ร้องแบคฮยอนกลับรู้สึกว่าเขามีน้ำตาเก็บเอาไว้เยอะเหลือเกิน

แบคฮยอนไม่ได้เจ็บจนใจจะขาด มันเป็นการร้องที่ไม่มีเหตุผล และเขาไม่ใช่คนร้องไห้ง่ายขนาดนั้น คงคล้ายกับการปลดปล่อยหรือระบายความอัดอั้นในใจออกมาในรูปแบบของการแสดงความรู้สึก

“สัญญากันก่อนว่าถ้าคบกันจะไม่รั้น ไม่ขัดคำสั่ง สัญญากันก่อน” ชานยอลใช้มือข้างนึงกดศีรษะทุยให้ซบลงกับไหล่ ในขณะที่มืออีกข้างก็เอื้อมลงไปจับมือเล็กขึ้นมาบีบเอาไว้ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนผิดเต็มๆเพียงแค่แบคฮยอนร้องไห้ออกมา

“ฮือ....เฮีย...ฮือ...ฮึก...”

“พอ หยุดร้อง เป็นแฟนด้วยแล้วก็หยุดร้อง ทีหลังห้ามร้องอีก” ออกคำสั่งเหมือนเป็นเจ้าของชีวิตแม้ว่าตัวเองจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายร้องไห้

ชานยอลรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพวกแกล้งเด็กยังไงก็ไม่รู้ จริงๆแล้วความรู้สึกคลุมเคลือของเขามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น เป็นอารมณ์ที่ว่าไม่คบกันแต่เป็นแบบนี้ไม่เรื่อยๆน่าจะดีกว่า ซึ่งไม่ได้แปลว่าเขาไม่ชอบแบคฮยอน หรือไม่อยากคบด้วย

“เฮียพูดจริงหรอ ฮือ...ห้ามหลอกหนูนะ ฮือ...”

“ไม่หลอก แล้วก็หยุดร้องไห้ อย่าทำเหมือนกูรังแกมึง คบกันได้แต่ห้ามดื้อ เข้าใจไหม”

“หนูเข้าใจ...ฮึก” ถึงจะรับปากแต่ก็ยังไม่ยอมหยุดร้องไห้ แบคฮยอนรู้สึกเหมือนมันเป็นการขอเป็นแฟนแบบส่งเดชพิลึก

คนตัวเล็กดึงคอเสื้อขึ้นมาเข็ดน้ำมูก ก่อนจะยันตัวออกจากแผงอกของคนที่เขาตราหน้าว่าเป็นไอ้ใจโหด ตอนนี้พี่ชานยอลเป็นคนใจดีแล้ว ไม่ยักรู้ว่าแพ้น้ำตาด้วยแต่ก็แสดงความเป็นสุภาพบุรุษออกมา ถ้าแบคฮยอนรู้แบบนี้เขาร้องไห้ใส่ไปตั้งนานแล้ว

“ห่า อยู่ๆก็ร้องไห้ กูตกใจหมด” 

“เฮีย แล้วตกลงเฮียบอกได้ไหมว่าทำไมเฮียไม่อยากเป็นแฟนกับหนู” ยกแขนขึ้นใช้แขนเสื้อเช็ดน้ำตาด้วยท่าทางน่าสงสารพร้อมกับเอื้อมมือไปหยิบทิชชู่บนโต๊ะขึ้นมาสั่งน้ำมูกปืดใหญ่

ไม่รู้เพราะอะไร แต่พอได้สิ่งที่ต้องการแล้วน้ำตาเขาก็หายไปเหมือนปิดสวิตช์

“แหม พอบอกเป็นแฟนด้วยนี่เงียบกริ๊บ น้ำตามึงหายไปไหนหมด”

“ไม่รู้อะ ก็หนูไม่ได้เสียใจ อยู่ๆน้ำตามันก็ไหล พอเฮียมากอดก็เลยร้องไห้อะ”

“เหอะ” ชานยอลผลักอีเด็กจอมตีสองหน้าออกไปห่างตัวแล้วทิ้งตัวลงนอนทันที เขาหยิบเอาโทรศัพท์ตัวเองคืนมาด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับก่อนจะหันหลังพลิกหน้าเข้าหากำแพงทันที

ทั้งๆที่ชานยอลตั้งใจจะปลอบด้วยความสงสารแท้ๆแต่ดันโดนแบคฮยอนหลอกจนได้...แสบจริงๆ

“เอ้า หนูไม่ได้โกหกนะ เฮียเคยว่าหนูแรงกว่านี้อีก หนูไม่ได้เสียใจสักหน่อย แล้วเฮียก็มากอด หนูก็ร้อง แล้วเฮียก็บอกว่าเป็นแฟนกันเอง”

“พอเลย อีหมาสองหน้า”

“งั้นเฮียบอกหนูก่อนดิว่าทำไมเฮียไม่อยากเป็นแฟนหนู หนูจะได้รู้ไว้อะ”

“กูกลัวมึงดื้อกับ นิสัยมึงมันเป็นอย่างนี้ไง สลดได้ไม่เคยนาน แต่ถ้าสัญญาว่าจะเชื่อฟังก็ได้” ชานยอลนึกอยากด่าตัวเองที่เป็นคนพูดน้อยจนน่ารำคาญ

ที่จริงเขาอยากอธิบายให้แบคฮยอนเข้าใจมากกว่านี้ว่าที่ไม่อยากคบด้วยตอนแรกเพราะกลัวว่าจะใกล้กันมากเกินไปจนเป็นปัญหา แต่ก็ช่างเถอะ มันก็คล้ายๆกันนั่นแหละ ถ้าแบคฮยอนฟังคำสั่งเขาอะไรๆก็คงง่ายขึ้น

“หนูไม่เคยดื้อเลยนะ หนูฟังคำสั่งเฮียตลอดแหละ (;_;)”

“เออ รู้ๆ”

“งั้นตอนนี้หนูเป็นแฟนเฮียปะ”

“แฟนเหี้ยไร กูyedมึงมากี่รอบ แฟนเค้าใช้เรียกคนคบหาดูใจ”

ชานยอลโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้างตัวอย่างนึกเซ็ง เขาไม่มีสมาธิทำอะไรเลยเพราะอยู่ๆก็รู้สึกรวนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เหมือนเวลาทำอะไรลงไปสักอย่างโดยที่ไม่รู้ตัว แล้วพอตั้งสติได้ก็ทำลงไปแล้ว

การรับปากว่าจะยอมคบกับแบคฮยอนนี่มันเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกชั่ววูบจริงๆ

เมื่อกี้เขาแค่รู้สึกว่าทำยังไงก็ได้ให้แบคฮยอนหยุดร้องไห้ แต่ป่านนี้จะมาบอกว่าเป็นแฟนคงไม่ใช่แล้ว แฟนสำหรับชานยอลคือคนที่คบหาดูใจด้วย ไม่ใช่เอากันไปหลายรอบแถมอยู่ในบ้านเดียวกัน แบบนั้นไม่ใช่แฟน

 “เฮียทะลึ่ง อยากให้เป็นเมียก็บอก!” คนตัวเล็กกัดปากแน่นพลางล้มตัวลงไปกอดเฮียที่รักมากที่สุดเอาไว้ โดยที่ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะผลักดันแค่ไหน

ถึงจะบอกว่าเป็นแฟนกัน เราคบกันแล้ว แต่ในความรู้สึกของแบคฮยอนมันไม่ได้ต่างไปจากเดิมเลย แน่นอนว่าเขาเองก็เฝ้ารอคำนี้แต่พอได้ยินมันก็ไม่ได้ซึ้งอย่างที่คิด...

ก็ตามสไตล์เฮียนั่นแหละ ไม่ถนัดอะไรที่มันโรแมนติก ถ้าเขินต้องรีบทำให้รวบรัดแล้วตีเนียน นี่แหละวิธีเฮียขี้ป๊อด

“อีบี๋ กูถามอีกที มึงแน่ใจนะว่าจะคบกับกู เปลี่ยนใจตอนนี้ยังทัน”

“ไม่!! หนูไม่เลิกเด็ดขาด! ถึงตายก็ไม่ยอม!” ว่าแล้วก็กอดกระชับอ้อมแขนแน่น ถึงแม้มันจะให้ความรู้สึกเหมือนกอดต้นไม้ยักษ์ก็ตาม แบคฮยอนอยากให้พี่ชานยอลนอนกอดเขาจนจมไปกับอกทุกคืน เพราะอย่างนั้นไม่ว่ายังไงก็ไม่เลิกเด็ดขาด

“เออ มึงจำคำพูดมึงไว้ให้ดีก็แล้วกัน....”
 

“งือ~ เฮียนั่นแหละแน่ใจนะว่าไม่กลับใจ หนูไม่ได้เป็นไรจริงๆนะ ถ้าเฮียยังไม่รักหนูเฮียยังไม่ต้องคบก็ได้นะ”
 

“ไม่เป็นไร”
 

“หนูไม่อยากให้เฮียอึดอัดอะ...”
 

ชานยอลได้แต่นิ่งไปปล่อยให้ตัวเองตกอยู่ในห้วงความคิดที่ยากจะคาดเดา มันแน่นอนว่าเขายังไม่ได้รู้สึกรักแบคฮยอนมากขนาดนั้น แต่มันก็ไม่ได้เสียหายที่จะลองคบกันดูหรือที่เรียกว่าไม่แย่นัก มันอาจไม่ใช่ความรักที่สุดใจแบบรักเหลือเกิน แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี
 

คำว่ารักของเขากับแบคฮยอนอาจมีความหมายต่างกัน รักของชานยอลคือเป็นห่วง หวง ดูแล ขาดไม่ได้ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่ใช่คือชอบพอหรืออยากอยู่ด้วย
 

แต่คำว่ารักสำหรับแบคฮยอนมันอาจไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งมากขนาดนั้น อาจเป็นรักแบบเด็กๆที่เป็นห่วง คิดถึงก็เรียกว่ารัก ความคิดของเขามันลึกซึ้งและวุ่นวายเกินกว่าจะเข้าใจได้
 

แล้วที่สำคัญ...การไม่อยากเห็นใครสักคนนึงเสียใจเพราะตัวเองชานยอลก็ไม่รู้ว่านั่นคือรักหรือเปล่า...
 

“อย่างน้อยกูก็ไม่อยากให้มึงเสียใจ”
 

“เพราะเฮียรู้สึกผิดอ่อ”
 

“ไม่ใช่ แต่เพราะมึงเสียใจ...”
 

ไม่ใช่เพราะรู้สึกผิด ชานยอลกำลังหมายถึงการเสียใจทุกรูปแบบ เขาไม่ใช่คนพูดมากหรือพร่ำเพรื่อแต่ถ้าพูดก็คือหมายถึงแบบนั้นจริงๆ ชานยอลแค่แคร์เพราะไม่อยากให้แบคฮยอนเสียใจ ไม่ใช่เพราะเขาเป็นต้นเหตุ แค่รู้สึกว่าไม่อยากให้แบคฮยอนร้องไห้ ไม่อยากให้รู้สึกเจ็บปวด ไม่ว่าสาเหตุจะเกิดจากอะไรก็ตาม
 

ชานยอลไม่ได้รักแบคฮยอนสักหน่อย...

เขาแค่รู้สึกหวง เป็นห่วง ดูแล แคร์...แต่มันก็อาจเป็นความสับสนที่อาจเกิดขึ้นจากความเอ็นดูและเพศสัมพันธ์
 

ชานยอลคงจะรู้ได้ว่าเขารักแบคฮยอนหรือไม่ก็ต่อเมื่อรู้สึกว่า ขาดไม่ได้...
 

แต่น่าแปลก... ทั้งๆที่การแยกออกห่างกันจะทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกตัวเองมากขึ้น แต่ชานยอลกลับไม่อยากให้แบคฮยอนจากไปไหนถึงจะพูดว่ารักไม่ได้เต็มปาก
 

เพราะอย่างนั้นจะรักหรือไม่รักก็ช่างมันเถอะ ชานยอลแค่ไม่อยากให้แบคฮยอนหายไป จะขาดได้หรือไม่ได้ก็ไม่อยากรู้ แค่เห็นว่าบคฮยอนอยู่ตรงนี้ก็พอ...

 

 






 

 

 

#ฟิคแฮ่น

 

แหะๆ มาลงแล้วค่ะ ขอโทษที่ข้าค่ะเนื่องจากเมื่อวานมัวแต่กรี๊ดคอนเสิร์ตจนลืมทำงานทำการ Orz แต่ว่าก็มาลงจนได้ ว่าแต่ชื่อตอนคุ้นๆเหมือนเคยเจอ 55555555 แต่ว่าถึงจะคบกันน้องบี๋ก็ไม่ใช่แฟนเฮียนะคะ เค้าเรียกเมีย ฟวหอิยๆไนดร่กสหฟทแอฟส่ำดเยไ กรั่กๆๆๆๆ ขอบคุณที่อ่านค่ะ เอนจอยรีดดิ้ง :D

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 890 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,650 ความคิดเห็น

  1. #15508 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 12:53
    ง้อวววกว่าจะคบ
    #15,508
    0
  2. #15441 Vibrance (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 17:49
    เฮียเข้าใจยากจัง แต่ก็เข้าใจได้เพราะ เป็น แฟน กัน แล้ว กี้เดดดดด
    #15,441
    0
  3. #15413 ppthx26 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 14:59
    แงงงง น่ารักก
    #15,413
    0
  4. #15354 weiliin (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 / 09:33
    คนละความรู้สึกเดียวกันเลยอะ ความรักของแบคคือรักแบบเด็กๆจริงๆ แต่ของพี่ชานยอลคือผู้ใหญ่ พี่ชานยอลต้องแคร์น้องแค่ไหนอะถึงต้องรอให้ตัวเองแน่ใจขนาดนั้น งือออ นี่ก็แอบกลัวว่าน้องจะเบื่อพี่นะ แต่คิดว่ายังไงก็ไม่เบื่อ อ่านตอนแรกๆก็หมั่นไส้พี่ชานยอล เพราะขี้เก๊ก ขรึมอะไรขนาดนั้น แต่พออ่านถึงตรงนี้แล้วรู้เลยว่าพี่เค้าเป็นคนคิดเยอะ และมีเหตุผลพอสมควร ฮือออ รักพี่ชานยอล
    #15,354
    0
  5. #15297 130143m (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 01:02
    คบกันนะ..แต่ไม่ได้รักกัน
    #15,297
    0
  6. #15226 Mini❤ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2562 / 11:57
    พอได้กลับมาอ่านอีก ก็รู้สึกว่าความรู้สึกที่เฮียมีให้บี๋มันรุนแรงมันจริงจังมากกว่าที่บี๋มีให้ เพราะเฮียจริงจังมากถึงต้องใช้เวลาให้แน่ใจว่ารัก เพราะถ้าคบกันโดยที่เฮียไม่รัก คนที่เจ็บที่สุดคือตัวบี๋เอง ตรงนี้ทำให้รู้ว่าเฮียแคร์บี๋มากกว่าความรู้สึกของตัวเอง มากกว่าที่จะคบเพื่อยึดบี๋ไว้แก้คันหรืออะไรก็แล้วแต่เพื่อหาความสุขให้ตัวเองฝ่ายเดียว คำว่าไม่รักของเฮียมันหมายถึงจะรักและกำลังจะรักในอนาคตอันใกล้ รักแบบคู่ชีวิต ขาดกันและกันไม่ได้ ส่วนบี๋มันคือแฟนทั่วๆไป มีสิทธิ์หึงหวง แค่นั้น
    #15,226
    0
  7. #15218 thienthieng (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2562 / 13:22
    ควรรู้ได้แล้วตัวได้แล้ว
    #15,218
    0
  8. #15127 xxxlilly (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 07:05
    คบกันแล้ว มันก็ง่ายแบบนี้แหละ จะมากความทำไมนัก ดีไม่ดีเดี๋ยวก็รู้เอง
    #15,127
    0
  9. #15060 mayyamcc (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 12:11
    ไม่รักเด้อไม่รัก
    #15,060
    0
  10. #15033 WinGz of Evil (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 21:21
    ความเป็นผู้ชายพูดน้อยแต่คิดเยอะของชานยอลนี่บางทีก็มีเสน่ห์นะ แต่ขัดใจอะ555555555
    #15,033
    0
  11. #15015 xxxdeax (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 01:16
    ถึงว่าเฮียทำไมผมบาง คิดเยอะเกินไปนี่เอง
    #15,015
    0
  12. #14990 CB-614 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 21:34
    เหมือนเฮียยังสับสน
    #14,990
    0
  13. #14929 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 15:07
    คิดเยอะสุด ซึนสุด
    #14,929
    0
  14. #14899 jokerBHPcy (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 23:12
    คิดเยอะแยะ คิดจนผมร้วงหมดแล้วว
    #14,899
    0
  15. #14844 Zinzuko Nanthi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 22:26
    ซึนที่สุดในสามโลก
    #14,844
    0
  16. #14243 heykiki (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:01
    ขาดน้องมันไม่ได้แล้วนะเฮีย สับสนไรไม่รู้ เหมือนจะเข้าใจตัวเอง แต่ไม่เข้าใจ
    #14,243
    0
  17. #14181 kiku_zz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 03:15
    เราไม่อยากให้รีบคบเลยอ่ะ เหมือนชานพูดไปงั้นๆ ใจยังไม่ได้รักจิงจัง เหมือนคนหวงของมากกว่ารักจากใจ
    #14,181
    0
  18. #14144 tuntiiz (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 13:14
    โอ้ยยยยย เขินต่อเนื่องงงง
    #14,144
    0
  19. #14034 &CREEPIN (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 12:06
    เฮียย ชัดเจนหน่อยยย
    #14,034
    0
  20. #14009 myparkchan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 17:19
    ชอบเค้ารักเค้าเเล้วก้อพูดไปดิเฮียย อะโด่
    #14,009
    0
  21. #13977 IMeMoRyU (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2561 / 05:50
    ถ้ายังไม่แน่ใจก็ไม่ควรคบมั้ยอะ มารู้สึกไม่ใช่ตอนหลัง แบคฮยอนยิ่งเจ็บเลย โห้ยยย โกรธพี่ชาน
    #13,977
    0
  22. #13887 BezT25 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 18:50
    น้องบี๋มิชชั่นคอมพรีทแล๊วววว
    #13,887
    0
  23. #13862 POWEROFMONEY (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:00
    ปากแข็งกว่าสากจริงๆอย่างที่อิหนูว่าจริงๆอะแหละ
    #13,862
    0
  24. #13844 Kimji_sag (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:21
    คนหวงห่วงแคร์ปกติเขาไม่ye..dกันนะเฮีย!!!!!!!!!!!
    #13,844
    0
  25. #13738 neay60 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 02:41
    เฮียดูสับสนอ่ะ555
    #13,738
    0