[ฟิคเสื่อม] แฮ่น The series - Chanbaek

ตอนที่ 11 : Chapter : 11 เพราะฉันเพิ่งบอก...รักไป...

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 48,795
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,049 ครั้ง
    25 พ.ย. 61







ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก ติ๊ก ต่อก


เสียงเข็มนาฬิบนฝาผนังยังคงเดินไปเรื่อยๆช้าๆอย่างไม่คอยท่า ตอนนี้เข็มสั้นบนนาฬิชี้ที่เลข 11 บอกเวลาห้าทุ่มเศษแล้ว จากที่พี่ชานยอลบอกว่าจะขึ้นมานอนด้วยนี่ก็ล่วงเลยไปแล้วว่ากว่าสามชั่วโมงแต่แบคฮยอนก็ยังคงรอ เมื่อประมาณ 20 นาทีก่อนหน้านี้ เฮียขึ้นมาเอาของในห้องและแวะดูเขาว่าหลับหรือยัง

แบคฮยอนได้กลิ่นเหล้าจากลมหายใจคนตัวสูงค่อนข้างแรง เขาคิดว่าพี่ชานยอลดื่มหนักแน่ๆแต่เพราะว่าแกล้งหลับอยู่ก็เลยไม่ได้ห้าม แบคฮยอนแค่หวังว่าเฮียจะอาบน้ำก่อนจะมานอนใกล้เขา หรือถ้ามานอนทั้งแบบนั้นก็อาจจะให้ความรู้สึกเร้าอารมณ์ดี...

แกร๊ก

เสียงปิดประตูห้องทำให้คนตัวเล็กต้องรีบหลับตาแสร้งทำเป็นหลับแม้ตาจะแอบหรี่มองอยู่นิดๆ แบคฮยอนเห็นพี่ชานยอลถอดเสื้อออกโชว์แผ่นหลังที่ขึ้นสีแดงเป็นริ้วเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ก่อนจะเดินไปเข้าห้องน้ำเพื่อทำอะไรสักอย่าง

ชานยอลยังคงเดินคล่องหยิบจับนู่นนี่ด้วยท่าทางทะมัดทะแมง ไม่มีเซหรือช้าแม้ว่าร่างกลายจะแสดงอาการออกมาอย่างน่ากลัว ขนาดนอนอยู่ตรงนี้แบคฮยอนยังได้กลิ่นเหล้า ถ้าชานยอลมานอนข้างๆจะได้กลิ่นชัดมากขนาดไหน

กลิ่นผู้ชายกับกลิ่นแอลกอฮอล์เนี่ยทำให้มีอารมณ์ได้หรือเปล่านะ ถ้ามีขึ้นมาเฮียจะทำไหวหรือเปล่า

ใช้เวลาเพียงแค่เกือบห้านาทีเศษๆ ชานยอลก็เดินออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับหยิบผ้าขนหนูขึ้นมาเช็ด แบคฮยอนแกล้งทำเป็นหลับตาเมื่อเห็นว่าคนตัวสูงเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น กลิ่นแอลกอฮอล์ที่เป็นเอกลักษณ์ลอยคลุ้งรอบตัวเหมือนติดอยู่ที่ปลายจมูก

แบคฮยอนแทบแกล้งหลับต่อไปไม่ไหว แต่ไม่ทันจะได้ลืมตา จูบร้อนๆก็ถูกป้อนเข้ามาอย่างรวดเร็วจนรู้สึกตกใจ ริมฝีปากของชานยอลอุ่นมากกว่าเดิมสองเท่า กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยตลบอบอวลอยู่เต็มปาก ทว่าเขาไม่ได้รู้สึกต่อต้านหรือหลังเกียจเลย

มือเล็กทั้งสองข้างที่กำลังจะยกขึ้นผลักอกถูกรวบขึ้นไปเหนือหัว ลมหายใจร้อนๆที่เป่ารดเหนือริมฝีปากทำให้แบคฮยอนต้องลืมตาขึ้น

สิ่งแรกที่เขาเห็นคือใบหน้าของพี่ชานยอลที่มีรอยยิ้มชั่วร้ายปรากฏอยู่จางๆ แถมตายังเยิ้มจนดูน่าขนลุกพิลึก ท่าทางแบบนี้เมาหนักชัวร์...

“รู้ว่ายังไม่หลับ” ชานยอลว่าก่อนจะพลิกตัวลงไปนอนข้างๆปล่อยให้คนตัวเล็กงงกับจูบที่ค้างเติ่งและไม่มีที่มาที่ไป ตอนแรกเขาคิดว่าแบคฮยอนจะจูบตอบแล้วชวนทำเรื่องแบบนั้นซะอีก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกลิ่นเหล้าหรือเปล่า

“เฮียเมาปะเนี่ย”

“หึ ไม่เมา” ตอบออกไปพร้อมกับพลิกตัวไปดึงคนตัวเล็กมากอดเอาไว้ ชานยอลนอนหลับตานิ่งๆแต่ไม่ได้หลับจริงๆ ร่างกายของเขามันร้อนรุ่มจนหงุดหงิด ชานยอลแค่อยากจะพักสักนิดก่อนลุกไปอาบน้ำเท่านั้น

“โม้แล้ว เมาชัวร์เลย กินไปเยอะเลยดิ”

“อือ”

“เฮียไม่ไปอาบน้ำอ่อ” ฝ่ามือเล็กๆถูกยกขึ้นทาบแก้มแดงๆของคนตรงหน้าเพื่อวัดอุณหภูมิร่างกายที่ร้อนมากกว่าปกติ

แบคฮยอนนึกอยากจะดึงไรหนวดอ่อนๆของเฮียให้หายความหมั่นไส้กับท่าทางการหัวเราะเยาะในลำคอ ไม่รู้ว่ามีอะไรน่าขำนักหนา สงสัยเฮียจะพี้บารากุมากเกินไปจนหลอน คนข้างนอกใช้กัญชากันหรือเปล่าก็ไม่รู้

“ยัง”

“เมาแล้วพูดน้อยกว่าเดิมอีก หนูว่าจะหลอกถามนะเนี่ย ถ้าถามเฮียจะตอบแมะ” เรียวคิ้วสวยบนใบหน้าขมวดย่นติดกันอย่างน่ารัก แบคฮยอนเริ่มคิดจริงจังแล้วว่าเขาจะลองหลอกถามคำถามเฮียดู เพราะดูจากอาการแล้วชานยอลเมาหนักพอสมควร ตัวก็แดงหน้าก็แดง ดวงตาเยิ้มแถมยังมาทำอะไรแปลกๆ

แต่ถึงอย่างนั้นชานยอลก็พูดน้อยลงกว่าปกติจนแบคฮยอนเริ่มสงสัยว่าเขาจะได้คำตอบแบบไหนถ้าถามเรื่องที่อยากรู้

“ถามว่า”

“หลายเรื่องอะ ผู้หญิงที่เข้าไปหาเฮียตอนหนูเดินออกมาเค้าขอเบอร์เฮียปะ”

“อือ”

เลือกเอาคำถามแรกที่ดูจะทั่วไปมากที่สุดขึ้นมาถามก่อน หวังคาดเดาแนวคำตอบแต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง – ชานยอลไม่ได้อธิบายอะไรเลย ตอบแค่อือแล้วก็จบเหมือนตอบปัด แต่ว่ามันก็คงเป็นเพราะอาการเมานั่นแหละ ชานยอลคงไม่ได้ตั้งใจตอบให้รู้สึกค้างคา

“แล้วเฮียให้เค้าไปปะ”

“ให้ไลน์ไป”

“เฮียอะ! นิสัย เดี๋ยวหนูเอาไลน์หนูให้คนอื่นมั่งเลย” ฟาดมือลงกับแผ่นอกหนาแรงๆด้วยความหมั่นไส้ แต่อีกฝ่ายก็ทำเพียงแค่หัวเราะตอบกลับมาเท่านั้น ถ้าเป็นชานยอลเวอร์ชั่นปกติป่านนี้แบคฮยอนคงได้ยินคำด่าเย็นชาไปแล้ว

อ่า... ให้ตายสิ เขาชอบพี่ชานยอลเวอร์ชั่นนี้มากกว่าแฮะ สงสัยต้องยุให้กินเหล้าบ่อยๆ

“ก็ลองดู” ว่าแล้วมือใหญ่ๆก็ฟาดลงบนก้นนิ่มเต็มแรงดังเพี๊ยะ ชานยอลสูดลมหายใจเข้าแล้วคลายออกช้าๆทั้งๆที่ยังหลับตาและไม่มีคำพูดอะไรมากไปกว่านั้น

“เหอะ ทีเฮียยังทำได้เลยแล้วทำไมหนูทำไม่ได้”

“ก็บอกว่าหวง”

“หนูก็หวงเหมือนกันอะ เฮียอะโคตรใจร้ายเลย ไม่เคยบอกอะไรหนูสักอย่าง หนูก็คิดเองเออเองคนเดียวตลอด” ดูเหมือนจากการถามคำถามจะกลายเป็นการระบายความในใจไปซะแล้ว

แบคฮยอนมั่นใจว่าชานยอลที่อยู่ตรงหน้าจะไม่ทำปากร้ายกับเขา อาจจะเพราะเมาหรืออะไรก็ช่างแต่แบคฮยอนก็มั่นใจ อย่างน้อยแค่ตอนนี้ก็พอ...

เขาแค่อยากมีช่วงเวลาที่ได้ระบายความอึดอัดในใจ โดยที่ไม่ต้องเตรียมใจฟังคำตอบแบบหนักๆบ้าง อย่างน้อยฟังไปไม่เข้าหู ฟังแล้วไม่รู้เรื่องก็ดีกว่าฟังแล้วด่ากลับมา

“แล้วมาบอกทำไม”

“เอ้า ก็อยากบอกอะ เฮียอะไม่พูดเพราะกับหนูเลย พูดทีก็แค่ตอนที่ปะเหลาะหนู ทีกับคนอื่นครับๆ ดูแลอย่างดี หนูก็น้อยใจนะ”

“อือ” ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรไปมากกว่านั้น เขาเพียงแค่ทำเหมือนรับรู้แล้วก็หัวเราะออกมาทั้งๆที่ตาก็ยังหลับอยู่เหมือนคนกึ่งฝันกึ่งตื่น ท่อนแขนแข็งแรงกอดกระชับเด็กตัวน้อยในอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ลมหายใจอุ่นๆยังคงถอนเข้าสม่ำเสมอเหมือนทุกที

“หนูก็ไม่เข้าใจ หนูทำอะไรผิด ทำไมเฮียไม่พูดดีๆกับหนู” แบคฮยอนย่นคิ้วทำสีหน้าจริงจังเหมือนกำลังสอบสวนนักโทษ ดูเหมือนยิ่งพูดเขาก็ยิ่งระแคะระคายใจเพราะอีเฮียบ้าที่เอาแต่หัวเราะแล้วก็ตอบ อืมๆงืมๆเหมือนคนพูดไม่รู้เรื่อง

แต่มันก็ถูกแล้วนี่หน่า พูดกับคนเมาจะไปรู้เรื่องได้ยังไง พี่ชานยอลฟังเข้าใจหรือเปล่าก็ไม่รู้ ไม่ใช่แค่ตอบส่งๆไปหรอกหรอ

“หมั่นไส้”

“อะไร หมั่นไส้อะไร”

“ไม่บอก”

แหนะ กวนตีนอีก...

“หนูอะบอกรักเฮียเป็นร้อยๆพันๆครั้งเลย แต่เฮียไม่เคยบอกชอบหนูสักกระติ๊ดเดียว นิดนึงก็ไม่เคยพูด ทำอะไรก็อึมครึม หนูก็ไม่รู้ว่าเฮียคิดอะไร”

“ทำไม เหนื่อยแล้ว?”

“ก็ไม่ใช่อะ บางทีหนูก็คิดเหมือนกันนะ หนูทำอะไรหนูก็อยากให้เฮียชอบแต่หนูไม่รู้เลยว่าเฮียชอบหรือเปล่า ทำอะไรก็ว่าตลอด ทำถูกใจก็ไม่เคยชม ตอนอยู่ที่บ้านก็มีแค่หนูกับเฮียใช่แมะ แต่พอมาอยู่ข้างนอกมันก็มีคนอื่น บางทีหนูก็เสียใจอ่ะ เหมือนวิ่งแข่งอยู่คนเดียวแล้วคิดไปเองว่าตัวเองจะชนะ แต่พอมาเจอคนอื่นกลายเป็นว่าหนูอยู่ท้ายสุด แต่หนูก็ไม่ได้เหนื่อยนะ หนูชอบเพราะว่าหนูชอบ หนูรัก หนูอยากทำให้ อยากอยู่ใกล้ๆ แต่บางทีก็อยากได้กำลังใจอ่ะ”

พ่นลมหายใจออมาแล้วซุกหน้าลงกับคนที่ใช้แขนกอดรัดตัวเองไว้แน่น พี่ชานยอลของเขาเงียบไปแล้ว อาจจะหลับหรือไม่ก็ใกล้จะหลับเต็มที แต่ช่างมันเถอะ ในที่สุดก็ได้พูดไปสักที กับความรู้สึกจากก้นบึ้งหัวใจถึงแม้พรุ่งนี้ชานยอลจะลืมหรือจำไม่ได้ก็ตาม

มันก็ดีแล้วแหละ... แบคฮยอนไม่อยากให้ความคาดหวังของเขากดดันเฮียจนอึดอัดและอาจจะทำให้มองหน้ากันไม่สนิทใจเหมือนเดิม

“เฮียหลับยังอะ”

“อือ...ยัง”

“ฮึ่ย! เฮียนี่ หนูพูดอะไรนี่ฟังรู้เรื่องไหมเนี่ย อืมๆงืมๆนี่เข้าใจไหม หรือฟังแบบเบลอๆ”

“ก็บอกว่าไม่ได้เมา...”

แบคฮยอนได้แต่กัดฟันข่มอารมณ์ที่ตีกันอยู่ภายในจิตใจจนรู้สึกมวนท้อง เขาไม่รู้หรอกว่าพี่ชานยอลมีสติมากแค่ไหน อาจจะฟังรู้เรื่อง ตอบได้แค่พอถูๆถากๆ แต่ไม่ได้คิดอะไรเลยเหมือนฟังๆไปงั้นแหละ แล้วสิ่งที่เขาบอกไปมันจะเป็นผลดีหรือผลลบกันล่ะที่นี้ แบคฮยอนชักจะไม่มั่นใจแล้ว

“ไม่เมาแล้วเฮียฟังรู้เรื่องแมะ หนูแค่อยากพูดเฉยๆอะ หนูไม่ได้กดดันเฮียนะ” เมื่อเริ่มคิดว่าอีกฝ่ายอาจจะฟังรู้เรื่องจริงๆแบคฮยอนก็รีบพูดออกตัวก่อนที่เขาจะถูกเข้าใจผิด สำหรับแบคฮยอนแล้วเขาอยู่ตรงไหนก็ได้ตามแต่เฮียจะยกตำแหน่งให้

“อือ”

“หนูอะอยู่ตรงไหนก็ได้ แต่เฮียก็บอกดิว่าหนูอยู่ตรงไหน หนูจะได้รู้ตัว ไม่ใช่ปล่อยเคว้งแล้วหนูก็คิดไปเองอะ”

“อือ”

“เฮ้อ...”  
 

สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ชานยอลพูดไม่รู้เรื่องจริงๆด้วย ถึงปากจะบอกว่าตัวเองไม่เมาๆแต่สมองกลับไม่พร้อมประมวณผลอะไรทั้งนั้น ได้แค่ตอบอืมๆอือๆไปเพื่อไม่ให้ช่องคำตอบว่าง กลายเป็นว่าการหลอกถามความในใจล้มเหลวและก็กลายเป็นแบคฮยอนเองที่สารภาพความในใจออกไป


“หนูรักเฮียอะ”

“อือ”

“แล้วเฮียรักหนูไหมอะ...สักนิดนึง”

“................”

ไม่มีคำตอบจากปากที่ว่างเปล่า แบคฮยอนเองก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ถึงจะทำเหมือนไม่คาดหวังแต่มันก็อดหวังไม่ได้ ซึ่งเอาจริงๆแบคฮยอนก็นึกเอาไว้แล้วว่าคำตอบของชานยอล ถ้าไม่เป็นการเงียบก็คงจะหัวเราะออกมาแล้วจับกด ซึ่งการกระทำเหล่านั้นแบคฮยอนไม่รู้ความหมายเลย

“อยากรู้หรอ...” เสียงทุ้มนุ่มที่ดังขึ้นอีกครั้งเรียกให้คนตัวเล็กที่กำลังจะถอดใจหูผึ่ง

แบคฮยอนเหลือบตาขึ้นไปมองคนที่ยังหลับตาอยู่ด้วยความตื่นเต้นปนสับสน คราวนี้ชานยอลมาแปลกกว่าทุกทีจริงๆด้วย ตอนเฮียเมานี่มีเรื่องเหนือความคาดหมายเกิดขึ้นมากกว่าที่คิดซะอีก

ในขณะที่คนตัวสูงเงียบไป แบคฮยอนก็ได้แต่คิดว่าอย่างพี่ชานยอลคงไม่พูดอะไรยาวๆแน่ ถ้ารักคงบอกว่ารัก ซึ่งเปอร์เซนต์เป็นศูนย์ แต่ถ้าไม่ หัวใจแบคฮยอนก็คงต้องอดทนต่อไป

“หึๆ...”

......

มีเพียงแค่เสียงหัวเราะและความเงียบที่กลืนหายเข้าไปในริมฝีปาก ถึงแม้จะคิดว่าอีกฝ่ายกำลังรอจังหวะพูดแต่มันก็เหมือนกับว่าคำตอบได้จบลงแล้วเพียงเท่านี้... จบลงพร้อมกับคำถามที่รุมเร้าอยู่ในหัวใจแบคฮยอนมากกว่าเดิม

เมื่อบรรยากาศรอบตัวเงียบลง ริมฝีปากเล็กๆก็คลี่ยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงคำพูดที่ได้พูดไป แบคฮยอนไม่ได้ยิ้มสมเพชหรือน้อยใจเลยสักนิด เขาก็แค่รู้สึกขำจริงๆที่ตัวเองดันเผลอไปคุยกับคนเมาเป็นตุเป็นตะ เผลอคิดว่าพี่ชานยอลจะฟังรู้เรื่อง สุดท้ายก็หลับไปทั้งๆที่ยังไม่ได้พูดอะไรเลย

ถ้าหลับคาบทสนทนาขนาดนี้ก่อนหน้านี้คงครึ่งหลับครึ่งตื่น

เฮ้อ... บ้าจริงๆเลยนะ แบคฮยอนเนี่ย...

“เฮียบ้า!
 

.

.

. 

 

เวลาเที่ยงคืนเศษที่นาฬิกายังคงเดินไปเรื่อยๆ ชานยอลหลับไปแล้วแต่แบคฮยอนยังนอนไม่หลับ เขาค่อยๆแกะมือหนาที่กอดรัดอยู่ที่เอวออก ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงไปหยิบโทรศัพท์และหูฟัง จากนั้นก็เดินไปปิดไฟให้คนที่กำลังหลับแล้วเปิดประตูเดินออกไปข้างนอก

ลมหนาวในช่วงกลางดึกของทะเลทำให้แบคฮยอนสั่นจนต้องกอดตัวเอง แสงไฟประจำหน้าบ้านแต่ละหลังส่องแสงพอให้เห็นชายหาดอยู่บ้างลางๆถึงแม้จะร้างผู้คนแล้ว แบคฮยอนเห็นผู้ชายคนหนึ่งยังคงนั่งอยู่ที่พื้น กระดกขวดเบียร์ไปพลางแม้จะไม่มีใครอยู่ตรงนั้นแล้ว

ขาเล็กๆก้าวเดินไปยังคนที่นั่งอยู่ก่อนเดิมใกล้ขึ้นเรื่อยๆ และแล้วชายหนุ่มนิรนามที่เขาสงสัยก็เผยหน้าออกมา คนที่มานั่งกระดกเบียร์รับลมตอนกลางคืนแบบนี้คือคริสนั่นเอง

พี่คริสหันมามองเขาเล็กน้อยแล้วก็ตบที่ว่างข้างตัวเหมือนเป็นการชวนนั่งกลายๆแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร

“อีหมวยอะ”

“หลับ”

“แล้วเฮียออกมาทำอะไรเนี่ย” แบคฮยอนเสียบสายหูฟังเข้ากับโทรศัพท์ก่อนที่จะกดเข้าคลังเพลงเพื่อเลือกหาเพลงที่ชอบ เขากดเปิดมันเบาๆให้พอได้ยินเสียงของคนข้างตัวด้วย แม้จะแทบไม่ได้ยินเพลงเลยก็ตามเพราะเสียงลมที่พัดดัง

“ออกมารับลม แต่จะไปนอนแล้ว มึงนั่นแหละทำไมไม่นอน ไอ้ชานหลับยัง” คริสถามกลับพร้อมกับกระดกเบียร์อึกสุดท้ายลงคอ บรรยากาศดีๆแบบนี้เขาน่าจะได้มานั่งกับอี้ชิงถ้าอีกฝ่ายไม่ชิงหลับไปซะก่อน

“หลับไปแล่ว กินกันไปเยอะเลยดิ เฮียเมาเละเทะเลย” คนตัวเล็กหัวเราะออกมาน้อยๆ เมื่อนึกถึงตัวเองตอนที่กำลังพยายามคุยกับคนที่พูดไม่รู้เรื่อง ที่จริงเขาน่าจะเอะใจตั้งแต่ที่ชานยอลเดินเข้ามาจูบแล้ว

แต่มันก็ดีแล้วนั่นแหละ อย่างน้อยก็ไม่ต้องรอคำตอบหรือคาดหวังอะไรจากผลตอบรับ...

“หื้อ เมาที่ไหน มันยังคุยโทรศัพท์กับลูกน้องมันอยู่เลย แกล้งเมาอะดิ ทำไม? มันเอามึงอ่อ” คริสยิ้มกริ่ม เขายิ่งกว่ามั่นใจอีกว่าเพื่อนเขาไม่ได้เมาแน่นอน ให้ตายก็ไม่เมาเด็ดขาด  อย่างชานยอลเนี่ยหรอเมา อย่าพูดให้ขำไปหน่อยเลย

“บ้าดิ ทะลึ่งว่ะ ก็ตอนคุยกันหนูถามอะไรเฮียเค้าก็อืมๆงืมๆเหมือนไม่ค่อยรู้เรื่องอ่ะ”

“มันง่วงเปล่า”

“สงสัยง่วงด้วยเมาด้วย”

“มึงกะจะหลอกถามอะไรมันตอนเมาล่ะสิ แผนสูงนะมึงเนี่ย” คริสใช้ขวดเบียร์ในมือโขกหัวอีเด็กแรดข้างตัวเบาๆก่อนจะหัวเราะออกมา ยิ่งเห็นแบคฮยอนหัวเราะขำ เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าตัวเองเดาถูกชัวร์ แต่อย่างแบคฮยอนเนี่ยอยากรู้อะไรจากชานยอลกันนะ

“ก็ไม่สำคัญเท่าไหร่แต่เฮียพูดไม่รู้เรื่องเลย อะไรก็ไม่รู้อืมๆงืมๆแล้วก็หลับไปเลย”

“ก็รอถามพรุ่งนี้ดิ”

“พรุ่งนี้จะถามได้ไงล่ะ คิดว่าเฮียเค้าจะตอบแมะ แหม่” เหลือบตามองจิกไปยังพี่ชายคนสนิทข้างตัวก่อนจะหันไปมองทะเลที่ทอดยาวออกไปไกลริบ แบคฮยอนมั่นใจเลยว่าชานยอลจะไม่มีทางตอบคำถามเขาแน่หรือแม้แต่หัวเราะก็คงไม่

“อยากรู้อะไรอ่ะ ถามกูก็ได้ ถ้าตอบได้ก็จะตอบ” ขวดเบียรสีชาเข้มถูกปักลงกับพื้นทรายตรงหน้า คริสเอียงคอไปมาแก้อาการเมื่อยล้าที่ต้นคอ เขาเองก็พอจะรับรู้ปัญหาหัวใจของแบคฮยอนอยู่บ้างแต่ไม่มีโอกาสได้ช่วยเหลือ

มันก็เป็นอย่างที่เห็นกันคือชานยอลไม่ชอบให้ใครยุ่งเรื่องส่วนตัว แล้วก็คอยกันแบคฮยอนออกจากเขาด้วย แต่คริสก็รู้จักเพื่อนคนนี้มานาน เขาคิดว่าตัวเองอาจบอกอะไรได้บ้างเท่าที่พอจะนึกออก

“ก็เรื่องทั่วๆไปแหละ แบบเฮียเค้าไม่เคยบอกชอบหนูเลยอะ ไม่ใช่แค่ไม่ชอบนะ แต่เค้าไม่เคยบอกอะไรเลย บางทีก็ทำเหมือนหวงแต่บางทีเค้าก็ไม่สนใจอะ” ริมฝีปากบางเบะคว่ำ ดวงตาเรียวรีเหม่อมองออกไปยังท้องทะเลที่สะท้อนกับแสงจันทร์

แบคฮยอนไม่รู้ว่าการเอาคำถามหัวใจมาถามกับคนที่ไม่ใช่เจ้าของหัวใจจะได้เรื่องไหม แต่อย่างน้อยก็มีคนให้ระบายด้วย

“อือ กูก็พอเข้าใจนะ แต่ไม่รู้ว่ะ ไม่รู้จะตอบยังไง” คริสได้แต่ส่ายหัวไปมากับคำถามที่เหมือนจะมีคำตอบก็ไม่เชิงหรือไม่มีก็ไม่ใช่ เขาไม่สามารถตอบคำถามตรงๆได้ว่าเพื่อนเขารู้สึกยังไงกับเด็กคนนี้ แต่คริสก็พอเดาได้

“หมายถึงยังไงอะ”

“ถ้ามึงรู้จักมันนะ มึงจะไม่แปลกใจเลยที่มันทำแบบนี้ แต่กูก็ไม่ได้ชอบที่มันทำแบบนี้หรอก สงสารมึง” คนตัวสูงพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่

เขาคิดว่าแบคฮยอนยังรู้จักชานยอลน้อยไปมาก แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าคริสจะเห็นด้วยกับความไม่ชัดเจนของเพื่อนรัก เขาเองก็พอจะเข้าใจความรู้สึกนี้เหมือนกัน

“มันยังไงอะ เฮียเล่าให้ฟังหน่อยดิ”

“จะพูดยังไงดีวะ มึงก็เห็นว่ามันไม่มีเมีย 3 – 4 ปีแม่งก็อยู่คนเดียวได้ มันคงไม่คิดอยากจะมีอะ ผู้หญิงก็เข้าหามันเยอะนะ แต่มันก็ไม่ได้จริงจังกับใครสักคน ส่วนใหญ่หวังมีอะไรแล้วก็ห่างๆกันไปมากกว่า”

“เออ แล้วทำไมเขาไม่มีเมียอะ หนูสงสัยนะว่าตอนเฮียเลิกกับแฟนเขาฝังใจอะไรแบบนี้หรือเปล่า”

“ไม่ๆๆ ไม่ใช่เลย” คริสส่ายหัวรัวก่อนจะพูดต่อ “ตอนเลิกกับแฟนมันนิ่งมาก ไม่มีร้องไห้ ไม่ฟูมฟายเลย เหมือนมันเตรียมใจไว้แล้ว แบบเลิกแล้วหรอ แค่นั้นแล้วก็จบ ผู้หญิงก็ไปมีแฟนใหม่แล้วมันก็โสดมาเรื่อยๆ มันคงปลงอะ กูไม่รู้จะใช้คำไหนว่ะ ไม่เชิงปลงแต่คงไม่อยากมีเพราะแฟนแม่งกี่คนๆเลิกด้วยเหตุผลเดียวกันหมดเลย มันคงคิดว่าไม่มีใครดีแล้ว เดี๋ยวก็เลิกกันอีกอะไรงี้”

“ห้ะ? จริงดิ ทำไมถึงเลิกอะ” คนตัวเล็กนิ่วหน้าถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาไม่คิดเลยว่าคนเพอร์เฟค หล่อ รวยอย่างพี่ชานยอลจะมีข้อเสียที่ทำให้ผู้หญิงทิ้งด้วย

“มันน่าเบื่อ มึงก็ดูมันดิ กูอยู่กับมันกูยังเบื่อเลย แรกๆก็รักกันดีหรอกแต่พอนานๆเข้าไม่มีใครทนได้สักคนเลย ช่วงแรกอะไรก็หวานพอรักจืดจางก็เหมือนน้ำลดตอผุด ชานยอลมันเป็นคนเหี้ยไรของมันก็ไม่รู้ กูก็ไม่เข้าใจ เหมือนมันจะอินดี้แต่มันก็ดูแลแฟนมันดีนะ ไปรับไปส่ง พูดจาดีด้วย แต่ก็อย่างว่าแหละ ไม่มีใครทนเลย”

“เรื่องแค่นี้อะนะ?”

“ไม่ใช่แค่นี้ กูเป็นเพื่อนกับมันมากี่ปี ถ้ามึงคบกับมันนานๆมึงจะรู้เลยอีบี๋ แฟนมันตั้งแต่มัธยมบอกเลิกเพราะเรื่องนี้หมด ไม่ก็ไปมีคนใหม่แล้วมาบอกเลิกทีหลัง มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆนะเว้ย เป็นปัญหาชีวิตเลย ใครอยู่กับมันก็เบื่ออะ ลูกน้องที่โต๊ะนี่พอบอกว่าไอ้ชานอยู่บ้านคนเดียวนี่ไม่มีใครอยากเข้าไปคิดเงินเลย”

“เพราะเฮียเขาพูดน้อยอ่อ? เห้ย เรื่องมันใหญ่ขนาดนั้นจริงดิ?” แบคฮยอนขึ้นเสียงสูงเหมือนไม่เชื่อหูตัวเอง เขาไม่คิดว่าปัญหาแบบนี้ทำให้คนๆนึงถึงกับปิดตัวเองได้

“เรื่องใหญ่ดิ ไม่ใช่แค่แฟนนะ เพื่อนกี่คนๆที่ตอนแรกเหมือนจะคบกันได้ดี ไปๆมาๆสุดท้ายหนีหมด เป็นมึงมึงจะทนปะล่ะ มึงอยู่กับมันน่าเบื่อจะตายห่า พอไปเจอคนที่สนุกกว่า อยู่ด้วยแล้วสบายใจคุยได้ทุกเรื่องเป็นใครก็ไป แล้วมันปากไม่ค่อยจะดีด้วย ปากร้ายชิบหาย เวลาไปเที่ยวนี่ถ้าไปกันน้อยๆไม่มีใครอยากไปกับมันเลยนะเมื่อก่อน แต่เดี๋ยวนี้ก็โตขึ้น ก็มีสังคม มันก็ไม่ได้ถึงขนาดไม่เอาใคร แต่ก็ยังน่าเบื่ออะ”

“แล้วเฮียคบกับเขามาได้ไงนานขนาดนี้อะ”

“กูคบกับมันมานานแล้ว นานมากจนไม่คิดจะเลิกคบด้วยเรื่องแค่นี้อะ กูเบื่อจนปลง ทุกวันนี้ถ้ามันอยู่บ้านกูก็จะออกไปข้างนอก อยู่บ้านกับมันประสาทจะแดก เปิดโทรทัศน์ก็ด่า เปิดเพลงดังก็ด่า นั่งหน้านิ่งเป็นพี่บ่าวขอนไม้ พูดทีถ้าไม่เป็นคำสั่งก็เป็นธุระ”

“ฮ่าๆๆๆๆๆ” พอเล่ามาถึงตรงนี้แบคฮยอนก็ถึงกับหลุดหัวเราะออกมา มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนั่นแหละ พี่ชานยอลของเขาเป็นคนแบบนั้นเลย ไม่ยักรู้ว่าเฮียคริสก็สัมผัสได้

“พอจะเข้าใจยัง กูก็สงสารมึงนะ แต่มันคงคิดว่าเดี๋ยวมึงเบื่อก็หายไปเอง ไม่ต้องเป็นอะไรกัน ไม่ต้องผิดหวัง อันนี้กูเดานะ แต่มันอาจจะมีเหตุผลอื่นก็ได้” คริสอมยิ้มออกมาเมื่อเห็นเด็กข้างๆตัวหัวเราะ อย่างน้อยแบคฮยอนก็เข้าใจชานยอลในระดับนึง ถึงจะยังไม่เคยได้สัมผัสความน่าเบื่อขั้นเทพของชานยอลก็ตาม

“แล้วเฮียเค้าก็คบผู้หญิงซ้อนกันหลายๆคนหรอ หนูถามเค้าว่ามีผู้หญิงมาขอเบอร์หรอ เค้าก็บอกว่าใช่ เค้าให้ไลน์ไป แบบเค้าเหมือนไม่แคร์หนูเลยอะ เค้าอยากทำไรก็ทำ หนูไม่มีสิทธิ์ไปห้ามไปอะไรเลย”

“หื้อ~ ให้ที่ไหนล่ะ มันโกหกแล้ว อีจียอนมันยังมาบ่นกับกูอยู่เลยว่าชานยอลแม่งหยิ่ง เห็นเป็นสุภาพบุรุษพูดจาดี หยิบนู่นหยิบนี่ให้ก็นึกว่าม่อ แต่พอไปขอเบอร์ก็ไม่ให้ มึงโดนหลอกแล้ว” คนตัวสูงหัวเราะหึในลำคอพร้อมกับส่ายหน้าไปมา ชานยอลไม่ใช่คนเลวขนาดนั้น แล้วที่สำคัญคือชานยอลไม่ใช่คนเจ้าชู้ด้วย

“แล้วเค้ามาหลอกหนูทำไมอะ หนูก็เสียใจนะ” เด็กน้อยที่เพิ่งรู้ตัวว่าถูกหลอก นิ่วหน้าถามเสียงอ่อย มันมีเหตุผลอะไรที่พี่ชานยอลต้องมาหลอกให้เขาเสียใจเล่น จะว่าให้หึงก็ไม่ใช่ใหญ่เพราะชานยอลน่าจะรู้ดีว่าแบคฮยอนไม่เคยแสดงอาการแบบนั้นอยู่แล้ว

“จะไปรู้ปะล่ะ แต่มึงเชื่อเหอะ มันไม่ได้เจ้าชู้ ไม่ได้หน้าม่อเหมือนกู อีกอย่างมันเหงาด้วยแหละ ไม่งั้นคงไม่หนีบมึงไปไหนมาไหนด้วย ถึงมันจะอ้างเหตุผลอื่นก็เหอะ” คริสแหงนหน้าเหลือบตามองขึ้นฟ้า เขาเองก็อยากให้เพื่อนเริ่มหาแฟนสักทีเพราะตอนนี้อายุก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว ยังไงชานยอลก็อยู่คนเดียวตลอดไปไม่ได้

“หนูรู้สึกดีขึ้นเลยอะ”

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ แต่กูว่ามึงเหมาะกับมันที่สุดแล้วนะ ชานยอลมันน้อยจนขาดอะ แต่มึงนี่เยอะจนล้น เหมาะสมกันดีแล้ว นี่พูดจริงๆนะเนี่ย คนปกติเวลาอยู่ใกล้มันก็ถูกพลังมันดูดจนพากันเงียบไปหมด มีแต่มึงนี่แหละที่กูเห็นอยู่กับมันแล้วยังพูดไม่หยุด ฮ่าๆๆๆๆ”

“นี่ชมหรือด่า?”

“เอ้าก็พูดจริงๆ ถ้ามึงอยากจะรักมันกูก็ไม่ห้ามหรอก ทนได้ก็ทน แต่มันคนปากไม่ค่อยจะตรงกับใจ ปากร้ายด้วย กูไม่อยากให้มึงคิดมากเดี๋ยวจะเสียกำลังใจเปล่าๆ" คนตัวสูงนิ่วหน้าเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะว่าต่อ 


"แต่พูดก็พูดเถอะ โดนพูดใส่แบบนั้นบ่อยๆเป็นใครก็ท้อ แต่กูก็อยากให้มึงรู้นะว่ามันไม่เคยหวงใครขนาดนี้เลย ขนาดเมียเก่ายังไม่เป็นแบบนี้ คำว่าของของมันอาจจะมีค่ามากกว่าสถานะแฟนก็ได้ แทนที่มึงจะคิดว่าทำไมตัวเองไม่ได้เป็นแฟนสักที มึงก็น่าจะมองดูที่ว่ามันเก็บมึงไว้ตรงไหนมากกว่า”

“แต่ปัญหาคือหนูไม่รู้ว่าหนูถูกเก็บไว้ตรงไหนไง”


“หึๆ...”


“ขำอะไร เฮียต้องบอกมานะ ไม่ต้องมาทำเป็นลึกลับเลย ตอนหนูถามเฮียชานเค้าก็หัวเราะแบบนี้แหละ แต่เฮียต้องบอกมา ไม่งั้นเรื่องเอาสก๊อยถึงหูอีหมวยแน่” แบคฮยอนว่าแกรมขู่

เขาชักจะรู้สึกเกลียดเสียงหัวเราะหึๆซะแล้ว เพราะตอนที่ถามคำถามนี้กับชานยอลเจ้าตัวก็หัวเราะตอบออกมาแบบเดียวกันเปี๊ยบ แต่คราวนี้แบคฮยอนไม่ปล่อยให้คำตอบหลุดมือแน่ กับเฮียคริสเขาถือไพ่เหนือกว่าเรื่องอีหมวย ถ้าเฮียไม่ยอมบอก เรื่องเอาสก๊อยถึงหูอี้ชิงแน่

“เอ้า มันตอบแบบนี้หรอ แล้วมึงคิดว่าไง” คริสยังคงลีลาเล่นท่าอยู่ เขาอยากจะแกล้งอีเด็กแรดเมื่อวานซืนอีกสักนิด ไม่รู้ว่าแบคฮยอนคิดว่าตัวเองรู้จักชานยอลดีแค่ไหนกัน แต่คนที่ลึกลับขนาดนั้นแม้แต่เขาเองบางครั้งก็ยังตามไม่ทำ

“ไม่รู้ หนูไม่รู้จริงๆ”

“งั้นเวลาที่มึงคิดจะเก็บของที่สำคัญมากๆ มึงจะเก็บมันไว้ที่ไหน มึงจะถือมันไว้ให้ใครเห็นหรือแอบเก็บไว้ในที่ๆตัวเองรู้อยู่คนเดียวว่าคือที่ไหน”

“ก็แอบเก็บไว้ไง”

“แล้วถ้ากูขอดูอะ แบบไหนอีบี๋ มึงเก็บไรไว้วะ ขอดูหน่อยมึงจะให้กูดูไหม”

“ไม่อะ”

“ทำไมอะ”

“ก็หวง...”

 

.

.

.

 

ในตอนเช้าที่แสนน่าอึดอัด แบคฮยอนได้แต่นั่งกินข้าวหน้าเนื้อไปเงียบๆในขณะที่ตาก็แอบเหลือบมองคนตัวสูงเป็นระยะ ตั้งแต่คุยกับเฮียคริสจบเมื่อคืนแบคฮยอนก็รู้สึกว่าคนที่เปลี่ยนไปคือเขาเองเพราะว่าเขินมาก...

รู้สึกว่าทุกอย่างเป็นสีชมพูไปหมด แม้แต่คำด่าของเฮียที่เคยฟังแล้วหงุดหงิดก็ยังลื่นหูในวันนี้

ถึงแม้ว่าจะเป็นการทึกทักไปเองโดยที่เจ้าตัวไม่ได้พูดออกมา แต่การเป็นของหวงของชานยอลก็ทำให้แบคฮยอนมีความสุขจนแทบจะลืมทุกอย่างไปหมด แม้การตีความหมายนั้นจะไม่ได้ออกมาจากปากเจ้าตัวเองก็เถอะ แต่คำพูดจากเพื่อนสนิทก็ถือว่าเชื่อได้อยู่ในระดับนึงนะ

ช่างเถอะ แบคฮยอนก็คิดเข้าข้างตัวเองหมดแหละ ตอนนี้เขามีความสุข

“เฮีย เมื่อคืนกินเหล้าไปเยอะปะ” ในขณะที่กำลังตักข้าวคำโตเข้าปาก แบคฮยอนก็แอบกระแซะคำถามกับคนตัวสูงที่นั่งยู่ด้านข้าง เขาเห็นพี่ชานยอลเหลือบตามามองนิดหน่อยแล้วก็หันไปมองทีวีต่อเหมือนไม่ค่อยใส่ใจ

“ก็เยอะอยู่”

“คิก”

“ขำอะไร?” ชานยอลนิ่วหน้าหันไปมองอีบี๋ตัวน้อยที่ไม่รู้ว่าขำคิกคักอะไรอยู่ มันตั้งแต่เช้าแล้วที่แบคฮยอนทำตัวแปลกๆ ดูอารมณ์ดีมากผิดปกติ ไม่รู้ไปเจอเรื่องอะไรมา

“ก็ขำเฮียแหละ เมื่อคืนเฮียเมาด้วย”

“หรอ เมามากไหม”

“ก็มากอยู่ มาถึงก็ไม่อาบน้ำแล้วก็ไปนอนเลย หนูถามอะไรก็พูดไม่รู้เรื่อง” คนตัวเล็กพยายามจะกลั้นยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนที่ทำเอาเขาเกือบดราม่า แต่ก็มีผู้พลิกฟ้าอย่างคริสมาช่วยไว้ ถ้าชานยอลยังไม่รู้เดี๋ยวเขาจะถามดีกว่าว่าคำพูดของเฮียคริสเชื่อได้แค่ไหน

ในขณะที่เสียงหัวเราะคิกคักยังคงดังอยู่ที่ข้างหูชานยอลก็ได้แต่ส่งเสียงหัวเราะในลำคอ เขาคิดว่าพอจะนึกออกแล้วว่าแบคฮยอนกำลังมีความสุขเรื่องอะไรแต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี

“เฮีย หนูถามไรหน่อย เฮียกับเฮียคริสนี่สนิทกันมากไหม สนิทมากขนาดไหน”

“ก็สนิทมาก ถามทำไม”

“มากขนาดไหนอะ ลองเปรยให้เห็นภาพหน่อยดิ” แบคฮยอนตักข้าวคำสุดท้ายเข้าปากก่อนจะรีบยกน้ำขึ้นดื่ม อย่างน้อยแค่ชานยอลตอบให้เขาได้รู้ว่าสิ่งที่คริสพูดมีโอกาสเป็นเรื่องจริงแบคฮยอนก็ดีใจแล้ว

“มันก็รู้ทุกเรื่องนั่นแหละ”

เพียงได้รับคำตอบแค่นั้น แบคฮยอนก็เอนตัวล้มตึงลงไปกับโซฟา หยิบหมอนอิงขึ้นมาปิดหน้าทันที มือทั้งสองข้างของเขากำแน่นด้วยความเขินอาย มันจะมีอะไรดีไปมากกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว เขารู้สึกรักเฮียคริสจริงๆ ถ้าชานยอลเป็นคนพูดเองว่าคริสรู้เรื่องทั้งหมดเกี่ยวกับตัวเองแบบนี้แสดงว่าเชื่อถือได้

“งือ~”

“เป็นอะไรของมึง”

“ก็เฮียอะแหละ! เมาแล้วก็พูดอะไรก็ไม่รู้!” แบคฮยอนดีดตัวขึ้นนั่งตะโกนเสียงดังกลบเกลื่อนความเขินอาย มันก็เพราะเฮียนั่นแหละที่พูดออกมาว่า รู้ว่าหวงก็อย่าเยอะให้มากแถมตอนที่มานอนด้วยก็ยังทิ้งเลศนัยไว้ซะเยอะ จะไม่ให้แบคฮยอนเขินได้ยังไง

“กูพูดอะไร?”

“เมาแล้วก็เลอะเทอะ หนูไม่บอกหรอกว่าเฮียพูดอะไร แบร่” แลบลิ้นออกมาล้อเลียนทำเหมือนกับแกล้งเด็กทั้งๆที่รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจขนาดนั้น เขาเห็นพี่ชานทำเพียงแค่หันหน้ามามองแล้วก็หัวเราะออกมาเท่านั้น

แต่ว่าหัวเราะเนี่ยนะ? พี่ชานยอลของเขาไม่ได้เมาค้างใช่ไหม?

“มึงนั่นแหละเลอะเทอะ ก็บอกว่าไม่ได้เมาๆ ฟังไม่รู้เรื่อง”

“ไม่เมาแล้วเฮียถามทำไมว่าเฮียพูดอะไรบ้าง”

“ก็สงสัยไงว่ามึงดีใจอะไรเพราะกูไม่ได้พูดอะไร” ชานยอลยังคงท่าทางสบายๆเอาไว้ เขาจำได้ทุกเรื่องที่แบคฮยอนพูดให้ฟังและทุกคำที่ตัวเองพูดนั่นแหละ

มันก็อย่างที่บอก ชานยอลไม่ได้เมาสักหน่อย เขามีสติครบถ้วนดีแต่เพราะเป็นคนกินเหล้าแล้วหน้าแดงง่ายก็อาจจะดูเหมือนเมามาก และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ทำให้ชานยอลไม่ค่อยชอบดื่มเหล้านอกบ้าน ทั้งๆที่บอกแล้วว่าไม่ได้เมาๆแต่แบคฮยอนก็ยังเอาแต่พูดไม่หยุดแล้วหาว่าเขาเมา

“เหอะ เฮียอะหลอกหนูว่าให้ไลน์สาว หนูไปถามเฮียคริสมาไม่ได้ให้สักหน่อย”

“แค่นั้น?”

“ก็หลายเรื่องอะ แต่เฮียอะป๊อด ถามอะไรก็ตอบแค่อืมๆ ไม่เมาก็คงไม่ตอบ”

“มึงนั่นแหละป๊อด ถ้ากูไม่เมาก็ไม่กล้าถาม” ตอกกลับคำพูดจนอีกฝ่ายถึงกับหยุดอาการระริกระรี้แล้วทำหน้ามุ่ย

ชานยอลนึกอยากจะหัวเราะให้ฟันหลุดกับความอ่อนหัดของอีเด็กบี๋ที่คิดจะมาวัดเบอร์กระดูกกัน อย่างแบคฮยอนยังอ่อนหัดมาก ถึงมีความพยายามแต่ก็เปล่าประโยชน์

“ก็หนูกลัวถามแล้วเฮียว่าหนูอะ...แต่ถึงถามตอนนี้เฮียก็ไม่บอกอยู่ดีนั่นแหละ เหอะ”

“อือ”

“แล้วตกลงคำตอบคืออะไรอะ...”

“ได้ไปถามคริสมันเปล่าล่ะ”

“อื้อ...”

“แล้วมันว่าไง” ชานยอลไม่ได้แสดงความรู้สึกกังวลหรือประหม่า เขาเพียงแค่กดเปลี่ยนช่องทีวีไปมาเพื่อหารายการที่น่าดูกว่านี้เท่านั้น

ชานยอลอยากจะรู้ว่าคริสบอกอะไรให้แบคฮยอนรู้บ้าง และหวังว่ามันจะไม่มากเกินไปจนกลายเป็นตัดสินความรู้สึกแทนคนอื่น

“หึ ไม่ได้ว่าไร เฮียคริสแค่ถามว่าถ้าเก็บของสำคัญจะเก็บไว้ที่ไหน”

“แล้วมึงตอบว่าไร”

“ก็บอกว่าจะเก็บไว้ในที่ที่ไม่มีใครเห็น แล้วเฮียอะ ถ้าเป็นเฮีย เฮียจะเก็บของสำคัญไว้ที่ไหน...”

หยอดคำถามกลับคืนไปหัวใจก็เต้นตึ๊กตั๊กรอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ อย่างชานยอลจะตอบว่า ไม่รู้หรือ ถามทำไม หรือเปล่านะ หรืออาจจะหัวเราะทิ้งปริศนาเอาไว้เหมือนทุกที

“อือ....”


“.................”


“เก็บไว้ในใจมั้ง...”

 

 










 

 

#ฟิคแฮ่น










 ช๊อบ ;-; นี่ไม่ต้องเม้นกันละ แต่งเอง ชงเอง อวยเอง คอมเม้นเองเสร็สรรพ แต่ชอบบบบบบ ชอบมาก เอื้ออออออ ตายตาหลับ เอื้อออออออออออออออออออออออ

 

               

 

 

©
t
h
e
m
y
b
u
t
t
e
r

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.049K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

15,650 ความคิดเห็น

  1. #15637 เจ้าไดโนเสาร์แบคฮยอน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 14:02

    แม่~~~~~~ ใจเหลวไปหม๊ดดดด ไอต๊าวคนบ้า เขินนนน
    #15,637
    0
  2. #15636 เจ้าไดโนเสาร์แบคฮยอน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 เมษายน 2564 / 14:02

    แม่~~~~~~ ใจเหลวไปหม๊ดดดด ไอต๊าวคนบ้า เขินนนน
    #15,636
    0
  3. #15626 My little baekkie (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 เมษายน 2564 / 02:48
    อ้ายยยยยยไอบ้าๆๆๆๆๆๆ
    #15,626
    0
  4. #15619 Chanmlwmol (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 เมษายน 2564 / 17:22
    ตายแล้วจังหวะนี้ เขินนนน
    #15,619
    0
  5. #15602 องุ่นดอง (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2563 / 13:57

    ชอบบบ เขินมากเลยอ่านมาหลายรอบแล้วก็เขินทุกรอบ คิดถึงอิบี๋กับพี่ชายนว้อยยย

    #15,602
    0
  6. #15592 Bubble N (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2563 / 12:12

    ตู้มม! อีบี๋เขินตัวแตกไปแล้วจ้าาา 😂


    เข้ามาอ่านรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ แต่รู้ว่าชอบมาก

    #15,592
    0
  7. #15582 bbaekbhyun (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กันยายน 2563 / 00:50
    อ้ากกกกกกก เขินเลยแงงง
    #15,582
    0
  8. #15572 Hataikarn00 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 23:01
    งุ้ยยยยย
    #15,572
    0
  9. #15560 .เอลี่. (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2563 / 03:31
    นอนยิ้มแก้มแตก ชอบมาก555 ชานยอลนายมันแน่
    #15,560
    0
  10. #15551 Laongfonggy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 03:51
    เห้ออออ ตอนนี้แบบ.. กลับมาอ่านรอบที่ล้านก็ยังฟินรอบที่ล้าน เขินนนน
    #15,551
    0
  11. #15547 belle1502 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 10:26
    แหมเฮีย
    #15,547
    0
  12. #15506 Blu_parkchan1 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 10:46
    สตั้นครับเก็บไว้ในใจอรุ่ม
    #15,506
    0
  13. #15489 KaRToon_HH (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 เมษายน 2563 / 07:15
    ตะลึง!!!ตะลึงตึงๆ โหเฮียเล่นงี้เลยดิ
    #15,489
    0
  14. #15439 Vibrance (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 17:23
    เนี่ยยยกี้ดดมันเปนเขินนะอิเฮียอะฮือออออออ
    #15,439
    0
  15. #15421 morcor (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 03:38
    มุเงงง หนูรักเฮียยย😿💖
    #15,421
    0
  16. #15405 Palmmy_Do (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 13:39
    อ๊ายยยยยยยฉันเขิลไปหมดเเล้ววววว
    #15,405
    0
  17. #15367 ฺฺBerlin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:21
    คิดได้ไงงงงวะเนี่ยยยยย โอ้ยยยยยย เหลวววไปกองกะพื้นละ
    #15,367
    0
  18. #15352 weiliin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:39
    แลงมาก แลงมากๆ ไม่ไหวแน้วววว เด็กมันกระดูกคนละเบอร์อะเนอะ
    #15,352
    0
  19. #15341 mmookhom (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 01:02
    ตมูกบานนนรรร
    #15,341
    0
  20. #15334 Melinoa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:58
    อ่านกี่รอบก็เขินทุกรอบแงงงง
    #15,334
    0
  21. #15324 bumblbung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 มกราคม 2563 / 10:49
    กรี๊สสสสสสส
    #15,324
    0
  22. #15315 Absinthe_xx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2562 / 00:33
    ม้างงงงง,งงฟงๆงง ปกติชั้นว่าพี่ชานยอลขี้หวงเกินไป แต่มาตอนนี้คือยอมเลยค่ะ หวงเลยค่ะพ่อ ฮือ แลงมากน้า เก็บไว้ในใจเลยน้า เอาตายเรยน้าพ่อคุณ ;//////;
    #15,315
    0
  23. #15303 BEPBEP (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2562 / 00:46
    โอ้ยยย กรี้ดดดดดดดดดด
    #15,303
    0
  24. #15302 kim.miso_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 21:21
    เขินหนักมากกก
    #15,302
    0
  25. #15263 แบ้กฮายอน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 16:08
    เขินๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #15,263
    0