Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 8 เพื่อนสนิท...ยิ่งไม่มีสิทธิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 8 เพื่อนสนิท...ยิ่งไม่มีสิทธิ

 

#flashback

กลุ่มเด็กผู้ชายวัยนักศึกษาร่วมสิบคนนั่งล้อมวงอยู่ริมทะเล เครื่องดนตรีง่ายๆ อย่างกีตาร์สองตัวและกลองคาฮองบวกมาราคา (เครื่องเขย่า) ก็ทำให้ทั้งกลุ่มครึกครื้นเฮฮาเป็นอย่างมาก เสียงร้องเพี้ยนบ้างตะโกนบ้างสลับกันชวนฟังน่าสนุกสนาน เวลาในตอนนั้นเริ่มเย็นมากแล้ว จากแดดโพล้เพล้ก็เปลี่ยนเป็นมืดสนิท เสียงคลื่นกระทบฝั่งดังแข่งราวทำนองประกอบแสนไพเราะ

"หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว ลูกแมวเหมียว ลูกแมวเหมียว หนูมาลีมีลูกแมวเหมียว เรียกเหมียวเหมียวไม่มา" เพลงเด็กเล่นถูกร้องก่อนจะวนซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เร่งจังหวะขึ้นอีก และเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนคนดีดกีตาร์ดีดไม่รอด

"มึงแม่งดีดไม่ได้ก็ยังจะดีดอะ" ดิวผลักหัวคนเล่นกีตาร์อย่างสนิทสนม ทั้งแก๊งฮาครืนไปพร้อมๆ กัน

"อะๆ พอๆ กูว่าในโอกาสที่พวกเราปิดเทอมปีสองแล้ว เนื่องจากคุณทียอดอัจฉริยะของเราทำให้เราผ่านปีสองกันมายกกลุ่มด้วยดี ร้องเพลงให้แม่งหน่อยดีกว่า เอาเพลงไรดีครับมึงคุณที" งานนี้ที่พวกเขาร่วมสิบคนผ่านปีสองมาได้ด้วยเกรดที่มากกว่า F เพราะงานกลุ่มที่ทีเป็นพ่องานหลักเลยน่ะสิ ก็ต้องกราบงามๆ แนบที่ตักพ่อคุณหลายๆ ที

มนุษย์ตี๋ผู้ถูกถามกะทันหันทำหน้างงเล็กน้อยแล้วนิ่งคิดไปไม่นาน "เอาดิ...กูอยากฟังเพื่อนสนิท"

"โรแมนติกว่ะมึง แต่เสียดายตรงนี้มีแต่ผู้ชาย มึงคงไม่ได้คิดจะบอกใครเป็นพิเศษหรอกมั้ง" คนผิวเข้มยิ้มยิงฟันท่ามกลางความมืดอย่างตั้งใจกวนตีน เพราะไม่ได้รู้ความจริงอะไรเลย ทีไม่ตอบอะไรแต่ยิ้มให้เจ้าตัว สายตาเรียวเล็กจ้องมองเพื่อนร่วมกลุ่มคนนั้น และบรรยากาศก็เริ่มประหลาดแปลกๆ ใครสักคนเลยทำลายความเงียบด้วยการนับเลขสามสี่ ทุกคนเลยเริ่มต้นร้องเพลงเบาๆ มีกีตาร์คลอไปเรื่อยๆ

ทีขยับปากงึมงำคล้ายกำลังร้องเพลงตามไปด้วย สายตาทอดยาวไปทางทะเลสีดำสนิท เสียงคลื่นซัดสาดดังเป็นแบ็คกราวน์ เนื้อเพลงนั้นแทนใจของเขาได้ดี ทุกคำที่เขาไม่กล้าพูดกับดิว...

ส่วนเจ้าตัวคนที่ทีอยากให้รับรู้ความรู้สึกของเขาอย่างดิว ก็เอาแต่ร้องเพลงไปกับเพื่อนฝูงอย่างตั้งใจ มาราคาที่อยู่ในมือถูกเขย่าให้เข้ากับทำนองเพลง ดิวไม่รู้และไม่เคยรู้ว่ามีใครอีกคนคอยมองอยู่ และมองอยู่แทบจะตลอดเวลา บางครั้งที่สบตาเข้ากับทีโดยบังเอิญ คนผิวเข้มก็แค่ส่งยิ้มกว้างให้อีกฝ่าย ไม่ได้รู้เลยว่าทำใครอีกคนคิดไปไกลแค่ไหน

ดาวดารดาษเต็มฟ้า สายลมกรรโชกแรงเพราะยิ่งดึกและเป็นบริเวณริมหาด ทั้งสองสิ่งช่วยเป็นพยานความในใจให้ แม้บทเพลงเศร้าสร้อยที่ทีทำได้แค่ร้องพึมพำตามก๊วนเพื่อนไปเรื่อย จะไม่เคยส่งผ่านไปถึงคนที่ต้องการให้รับรู้เลยก็ตาม

“เหมือนเพื่อนสนิท ยิ่งไม่มีสิทธิจะบอกไป”

ดวงตาเรียวเล็กจ้องมองดิวที่ตะโกนร้องเพลงท่าทางครึกครื้นในท่อนเมื่อครู่ เพราะแอลกอฮอล์ซึมเข้าเส้นเลือดเป็นเวลามากกว่าสองชั่วโมงแล้วเพื่อนเขาคนนี้เลยกำลังคึกคัก มือแข็งแรงคว้าเข้าที่คอของที และบังคับกลายๆ ให้เขากอดคอกลับ แม้มันจะใกล้กัน แต่มันก็ไกลกันเหลือเกิน...

หลายครั้งที่ทีเผลอจินตนาการให้ที่ตรงนี้มีเพียงเขาและเพื่อนรักคนนี้อยู่กันตามลำพัง เขาจะร้องเพลงนี้ให้เต็มเสียง จะจับไหล่ของคนที่สูงน้อยกว่าเขาไม่มากคนนี้ไว้ให้แน่น จะมองหน้าอีกคนให้ใกล้กว่านี้ จะบังคับให้ตาสบตา และพรั่งพรูบอกความในใจทั้งหมดออกไปตามตรง ไม่ใช่ทำได้แค่กอดคออีกฝ่ายไว้ในฐานะเพื่อนแบบนี้

ทีเริ่มรู้ตัวว่าเขาคิดกับดิวไกลกว่าเพื่อนคนอื่นเมื่อไม่นานมานี้ แรกเริ่มมันก็แค่เขาสนิทใจที่จะพูดคุยกับเพื่อนคนนี้มากที่สุดในกลุ่ม ก่อนที่เขาจำจะต้องยอมรับความจริงว่าเขาไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับดิว เขาอยากสนิทกับดิวมากกว่านั้น อยากดูแลดิวใกล้ๆ มากกว่านี้ เป็นความห่างที่ใกล้เพียงนิด แต่ก็ไกลจนไม่อาจแตะต้อง เขาก็ทำอะไรไม่ได้เลย นอกจากมอง และมอง...

เพราะเป็นถึงเพื่อนสนิทก็เลยยิ่งไม่มีสิทธิคล้ายๆ กับที่เนื้อเพลงนั้น ทำให้ทีมีแต่รอยยิ้มบางๆ ราวจะเย้ยหยันในโชคชะตาตัวเอง ดิวปล่อยคอเขาให้เป็นอิสระอีกครั้งเพราะหันไปคว้าแก้วเหล้า เสียงดนตรีเงียบไป เพลงจบแล้ว ทุกคนปรบมือพลางผิวปากด้วยท่าทีสนุกสนาน บรรยากาศครื้นเครงเกินกว่าใครจะสังเกตเห็นท่าทีของคนที่เป็นได้เพียงแค่เพื่อนสนิท

พวกเขาร้องและเล่นดนตรีจวบจนผ่านไปอีกหลายชั่วโมง เสียงกีตาร์เงียบไปไม่นานเสียงของเจ้ากลองกล่องสี่เหลี่ยมก็เงียบหายตามไปติดๆ เพื่อนบางคนหลับคอพับ บางคนลากตัวเองกลับบ้านพักไปแล้ว เหลือแค่คนโนแอลกอฮอล์อย่างที และมือมาราคา (ไข่เขย่า) คนเก่งที่หน้าแดงจัดล้ำสีผิวเข้มๆ ออกมา เขายังมีชีวิตและสติอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา

"ดาวเยอะว่ะ" ดิวเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ระยิบระยับด้วยประกายเล็กจ้อยมากมาย ชวนให้คนได้ยินเงยหน้ามองตาม

"อืม"

บรรยากาศดีมาก มากแบบที่ทีไม่คิดมาก่อนว่าจะมีบรรยากาศแบบนี้ระหว่างเขากับอีกฝ่ายได้

"ถ้ามีใครสักคนมานั่งกับกูตรงนี้ก็ดีเนอะ" ปากก็พูดไป เพราะช่วงนี้ดิวโสดหนักมาก ไร้ซึ่งเงาของใครข้างเคียง

"..."

"เอ้า เงียบ มึงหลับแล้วอ๋อ" ดิวละสายตาจากท้องฟ้าลงมามองไปที่คนใกล้ๆ

"เปล่า"

"เห็นเงียบๆ ก็นึกว่าหลับแล้ว"

"ไปนอนเลยมั้ยล่ะ"

"เคยกลัวที่ไหน... แต่นั่งอีกแป๊บก่อนดีกว่า" ดิวยักคิ้วหลิ่วตาอย่างกวนตีนพร้อมด้วยคำพูดติดปาก แต่พอหันไปมองดาวก็เปลี่ยนใจ ดิวยิ้มเผล่ให้ทีอย่างเอาใจเพราะยังอยากอยู่ต่อ ทีมองรอยยิ้มนั้น อยากจะเอื้อมมือไปลูบผมอีกฝ่ายแต่ก็ทำได้แค่ห้ามตัวเองไว้ แต่กลับห้ามปากตัวเองไม่ทัน

"เราไง..."

"หืม เราอะไร"

"เราไงที่อยู่กับดิวตรงนี้ ตอนนี้"

คนกรึ่มๆ ส่งสายตาสับสนมึนงงมาให้ ทีถอนหายใจก่อนจะดันหน้าของมนุษย์ผิวเข้มที่เอาแต่จ้องเขาตาไม่กะพริบไปทางอื่น เพราะจ้องมาแบบนั้นทำเอาเขาเขิน-มาก-มาก ..

"เดี๋ยวๆ กูเมาหรือมึงมึน มึงแดกเหล้าปะวะที?" ดิวปัดมือทีทิ้งแล้วหันกลับมา สองตาเหลือบมองรอบตัวของเพื่อนผิวขาว แต่ไร้วี่แววหลักฐานของความเมาใดๆ ก็ไม่มีแก้วเหล้านี่หว่า

"ไม่ได้ดื่ม ไม่ชอบดื่ม"

"แล้วมึงพูดอะไรของมึง"

"..."

"ไรมึงวะที"

"เราสนิทกัน...ใช่มั้ย"

"สนิทดิ ก็อยู่กลุ่มเดียวกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง นี่ก็จบปีสองแล้วไง ถ้าอย่างมึงไม่ใช่เพื่อนสนิทแล้วแมวที่ไหนจะเป็นเพื่อนสนิทกูวะ"

"อืม" ทีพยักหน้า เขาเลิกสบตากับอีกฝ่ายและคว้าเอากีตาร์จากคนที่สลบไปเพราะฤทธิ์เหล้ามาไว้ในครอบครองแทน

...ก็เป็นได้เท่านี้ แค่เพื่อนสนิท

"มึงเล่นเป็น?" ดิวได้แต่มองอย่างแปลกใจที่เห็นทีหยิบกีตาร์ขึ้นมา ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นแม่งดีดกับใครเขาอะ

"ไม่อะ"

"อ้าว ไรมึงเนี่ย"

ทียักไหล่แต่ไม่ยอมตอบอะไร เขาเลือกจะก้มมองสายกีตาร์อย่างสนอกสนใจแทน ดิวเลยตัดสินใจเลิกสนใจเพื่อนตรงหน้าและเงยหน้าขึ้นมองฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวอีกครั้ง

"ชอบดาวว่ะ สวย" คนมองดาวพึมพำคล้ายจะพูดกับตัวเองคนเดียว

"ชอบเหมือนกัน" คราวนี้ทีตอบกลับทั้งที่มันไม่ใช่ประโยคคำถาม ดิวหันหัวไปมองอีกครั้งก่อนจะพบว่าเพื่อนมนุษย์ตี๋จ้องมองมาอยู่แล้ว เขาเลยชวนคุยต่อ

"เนอะ ดาวเต็มฟ้านี่อย่างสวย"

"เปล่า ไม่ได้หมายถึงดาว หมายถึงดิว"

"ห้ะ?"

"..."

อยากจะบอกว่า...เราไม่ได้ชอบดาวแต่ชอบดิว แต่ที่ทีพูดออกไปได้ก็แค่

"เราหมายถึงว่าเราชอบที่ดิวชอบดาว... ดูอบอุ่นโรแมนติก สาวติดตรึมดิเนี่ย"

หนุ่มผิวเข้มผู้ชอบดาวจริงๆ เลยยอมเลิกสงสัย อาจจะเพราะแอลกอฮอล์ที่เข้มข้นในเส้นเลือดทำให้ดิวไม่คิดจะแปลความหมายเป็นอื่นอีก เพราะแค่ประคองสติตัวเองไว้ได้ก็เก่งมากแล้ว จะให้มาวิเคราะห์คำพูดสับสนมึนงงอะไรแบบนี้นี่ทำไม่ได้หรอก

ทีถอนหายใจแผ่ว ลึกๆ เขาก็รู้ว่าดิวไม่ได้คิดอะไร และเขาก็รู้ว่ามีแค่เขาที่คิด และยิ่งคิดมากขึ้นทุกวัน...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

5 ความคิดเห็น