Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 7 ลางาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 7 ลางาน

 

เสียงไถลเก้าอี้หยุดลงเมื่อเจ้าของแรงไถลถึงเป้าหมายแล้วซึ่งก็คือที่ข้างโต๊ะของตัวเขาเอง

"เป็นไงบ้าง เมื่อคืนนอนปวดทั้งคืนเลยหรือเปล่า" น้ำเสียงอ่อนโยน และมันฟังนุ่มนิ่มจนพนักงานคนอื่นๆ ที่โต๊ะอยู่ในบริเวณนั้นต้องเงยหน้ามองคนพูดแทบจะเป็นตาเดียว ในแววตาแต่ละคนค่อนข้างตื่นตะลึงกับเหตุการณ์ตรงหน้า คือต้องเข้าใจว่าปกตินายทีรวุธไม่เคยเสียงอ่อนเสียงหวานขนาดนี้ ทุกครั้งมีแต่จะได้ยินเสียงตวาด ต่อว่า และคำถามฉุนเฉียวตลอด

"อือ ปวด กินยาแล้วก็หลับน่ะ" แล้วปกติไอ้คนตอบคนนี้ก็จะโวยวายอยู่ตลอดเหมือนกัน 'ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว' , 'เคยกลัวที่ไหน' เนี่ยย...คำพูดติดปาก่มัน แต่ดูเหมือนวันนี้น่าจะยังไม่ได้พูดประโยคเหล่านี้และคงไม่ได้พูดไปทั้งวันแน่ๆ

"หน้าซีดนะ" สายตาตี่ๆ จ้องมองนิ่ง เหมือนจะมีความห่วงใยน้อยๆ ถ่ายทอดผ่านมาให้ด้วย แต่...มันก็แค่ประโยคบอกเล่า สิ่งที่คนป่วยที่เสือกมาทำงานได้แต่เตือนตัวเองแล้วพยักหน้า เขาไม่ตอบอะไรทั้งที่ยังหลับตาอยู่ วันนี้ดิวอี้ไม่มีแรงสู้รบปรบมือกับใครหน้าไหนทั้งนั้น แม้แต่ทีก็ไม่ เขาไม่สามารถจริงๆ...

"อะ ยา ถ้าไม่ไหว ลากลับเถอะ เดี๋ยว..." มือขาวส่งถุงยาที่เป็นคนไปซื้อมาให้ ก่อนจะเงียบแล้วพึมพำเสียงแผ่วจนจบประโยคที่ตั้งใจไว้แต่แรก "ไปส่ง" เจ้าของผิวเข้มที่หน้าซีดเผือดลืมตาตื่นขึ้นทันควัน พวกเขาสบตากัน

"เพื่อนร่วมงาน" ทีพึมพำต่อก่อนจะยักไหล่ "ที่ดีไง..."

นั่นทำให้ดิวพยักหน้าแล้วหลับตาลงอีกครั้งเป็นสัญญาณว่าเขาไม่ติดใจอะไรสักหน่อย

"ก็บอกให้ผ่าเสร็จแล้วอยู่บ้านไปเลยก็ไม่เชื่อ นอนปวดทั้งคืนเลยหรือเปล่าเนี่ย" 

ดิวไม่ตอบคำถามนั้น แต่กลับพยักหน้าหงึกหงัก เจ้าของผิวขาวเขยิบตัวเข้าไปใกล้ ปลายนิ้วชี้แตะลงบนข้างแก้มที่เหมือนจะบวมออกมาเล็กน้อย

"โอ๊ย ไรมึงเนี่ยที" คนป่วยร้องลั่น พูดไม่ค่อยชัดนัก ตาโตจ้องมองจนแทบถลน แม่ง เจ็บมากนะรู้มั้ย

"โทษๆ แค่สงสัยว่ามันบวมหรือเปล่า"

"บวมดิ กูถอนฟันแล้วผ่าฟันคุดนะเว้ย!" ดิวที่ตั้งใจไว้ว่าจะสงบปากสงบคำในวันนี้แหวขึ้นลั่นแผนก แต่เพราะยังเช้ามาก พนักงานมาถึงออฟฟิศรวมแล้วยังไม่ถึงห้าคนด้วยซ้ำ ทำให้มีแต่คนมองแต่ไม่ได้ห้ามปรามอะไร

"ปะ"

มนุษย์ตี๋ไม่พูดอย่างเดียว มือขาวนั่นเอื้อมมาคว้าที่ข้อมือเขาพร้อมกัน

"กลับเหอะ ลา เดี๋ยวบอกพี่เค้าให้" ทีหมายถึงบอส เพราะรู้ว่าอีกคนเป็นห่วงงานเลยฝืนสังขารลากตัวเองมาออฟฟิศ คนปวดฟันคุดยอมพยักหน้าอย่างว่าง่าย จริงๆ อยากจะปฏิเสธเพราะเขาก็อุตส่าห์มาถึงที่ทำงานแล้ว จะได้ทำๆ งานไป แต่มันปวดมากจริงๆ จนไม่นึกเรื่องอื่นแล้ว ขอดิวอี้นอนเถอะแล้วสัญญาว่าในอนาคตถ้ารอดไปจะเป็น dev ที่ดีขึ้น ฮือ

 

----------------

 

หลังจากบอกทางไปคอนโดของตัวเองเรียบร้อย คนป่วยก็หลับมาตลอดทาง ทำให้คนขับรถจำเป็นอย่างทีเอาแต่คอยเหลียวมองคนที่นั่งอยู่ข้างเบาะเป็นระยะๆ เพราะความเป็นห่วง

"มองทางดิมึง" แม้จะหลับตาแต่ดิวก็รู้สึกว่าถูกมองอยู่ตลอดจนอดไม่ได้ต้องพูดสั่งออกไป

"มองอยู่" ที่ตอบเสียงปกติ นิ่งๆ แต่คนถูกจ้องก็ยังรู้สึกว่ายังถูกจ้องอยู่ดีจนเขาต้องลืมตาขึ้นมอง ก็พบเข้ากับสายตาที่สะท้อนมาจากกระจกหน้ารถ

"กูบอกให้มองทาง" คนหน้าซีดจัดอ้าปากพึมพำพะงาบๆ ดวงตาโตเหมือนจะดุ แต่ไม่ส่งผลอะไรต่อคนขับรถหรอก

"เมื่อวานกินข้าวยังไง" จู่ๆ ทีก็เปลี่ยนเรื่องไปถามอย่างอื่น

"กินไวตามิ้ลล์"

พอฟังคำตอบก็ทำเอามนุษย์ตี๋เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง ส่งสายตาแสดงความประหลาดใจแล้วถามสิ่งที่เขาคิดอยู่

"ไม่ได้กินข้าว?"

"อือ"

ใช่สิ จะให้กินอะไรอะ อ้าปากนิดเดียวก็เจ็บจะตายแล้ว 

จู่ๆ ทีก็หักเลี้ยวกลับรถเปลี่ยนเส้นทางมันดื้อๆ จนหนุ่มผิวเข้มต้องโวยวาย

"ไปไหนอะ ห้องกูไม่ได้ไปทางนี้..."

"ซื้อโจ๊ก"

"ไม่เอา กูไม่กิน"

"..." มอง 

"อะไร..."

"..." มอง

"จ้องทำไมอะ"

"เราไม่ได้ถามว่าดิวจะกินมั้ย"

"หา?"

"แต่ดิวต้องกิน อย่าดื้อดิ ขี้เกียจดูแลแล้ว"

ไอ้คำว่า 'ดูแล' นี่ทำใครบางคนใจกระตุกไปชั่วขณะหนึ่ง กระตุกจนต้องโวยวายเหยียดยาวทั้งที่ยังพูดไม่ชัดและยังเจ็บปากเอามากๆ นั่นแหละ

"กูไม่ได้ดื้อ! แล้วก็ไม่ต้องมาดูแลกู จอดรถเลย กูกลับห้องเองได้" คนดื้อทำท่าจะเปิดประตู เจ้าของรถถอนหายใจดังๆ ยอมเข้าข้างทางให้แต่ไม่ปลดล็อครถ ดิวดีดตัวล็อคขึ้น และขณะที่กำลังปลดเข็มขัดนิรภัยและแง้มประตูเปิด เขาก็ต้องชะงักทันทีเมื่อมนุษย์ตี๋ยื่นหน้าพรวดเข้ามาทั้งยังเอามือดึงเข็มขัดนิรภัยให้เสียบกลับไปล็อคที่เดิม

"เนี่ย เรียกว่าดื้อ" ทียื่นหน้าเข้ามาใกล้จนห่างไปแค่คืบ พร้อมกระซิบกระซาบ

"สัส ถอยไปห่างๆ เลยเหี้ยที" อารามตกใจดิวเลยโวยวายจนด่า เอาจริงๆ นี่ตกใจจนลืมปวดฟันคุดแล้วด้วยซ้ำ

"เลิกระแวงเราสักทีเหอะ เราบอกแล้วว่าไม่คิดไง เรามีแฟนแล้ว เราแค่อยากทำอะไรดีๆ ให้ดิวในฐานะเพื่อน" พูดยาวมาก ยาวอย่างที่ปกตินายทีรวุธไม่เคยจะพูดมันมากขนาดนี้ ก่อนจะถอยกลับมาอยู่ในที่นั่งของตัวเองพลางเสยผมหน้าม้าที่ยาวเฟื้อยบังตาตี่ๆ ของเขาไปด้านข้าง

"ไม่ต้องมาเป็นเพื่อนกับกู" เขาพูดไปแล้วก็อยากจะตบปากตัวเอง มึงเป็นบ้าไรวะไอ้ดิว!!!

"..."

ทีมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ได้เลย ถ้ามันถามกลับมาว่าไม่ให้เป็นเพื่อนแล้วให้เป็นอะไร เขาต้องตอบมันยังไงวะเนี่ย

"..." ดิวเผลอเม้มริมฝีปากแน่น อยากจะตบกะโหลกตัวเองแรงๆ แต่ก็ทำได้แค่สบสายตากับอีกคนนิ่ง ในความเงียบนั้น หัวใจของชายหนุ่มเชื้อชาติไทยแท้กลับเต้นโครมคราม

"รังเกียจ...มากใช่ไหม?"

"..." อยากจะตอบว่าเปล่า แต่ปากมันหนัก จริงๆ กูก็ไม่เข้าใจว่าตัวเองเป็นอะไร

"โอเค หลังจากนี้จะไม่ทำอะไรให้แล้ว แต่วันนี้ดิวต้องกินโจ๊กและให้เราไปส่งที่คอนโด แค่นั้น สัญญาว่าจะไม่เป็นห่วงอะไรอีก ไม่ดิ สัญญาว่าจะไม่วุ่นวายอะไรด้วยแล้ว..." พูดยาวอย่างที่ปกติไม่ค่อยจะพูดอีกครั้ง ทีสะบัดหัวเล็กน้อยแล้วออกรถอีกครั้งด้วยท่าทางหงุดหงิด

ทำไมดิวอี้รู้สึกโหวงๆ ในใจนักนะ แม่งโหวงกว่าฟันที่หายไปจากเหงือกตอนที่หมอฟันเอาออกไปเมื่อวานนี้ซะอีก

 

------------------

 

เสียงเรียกเข้าจากโทรศัพทดังต่อเนื่องจนดิวที่เผลอหลับไปรู้สึกตัวตื่น และพบว่ารถที่เขานั่งมาตลอดทางและยังอยู่ข้างในนี้จอดสงบนิ่งอยู่บริเวณลานจอดที่ไหนสักแห่ง แต่เจ้าของรถกลับไม่ได้อยู่ในรถด้วยกัน ดิวควานหาจุดกำเนิดเสียงก่อนจะพบว่ามันอยู่ในเก๊ะหน้ารถ เขาหยิบมันขึ้นมามอหน้าจอ

POR

มันสั่นอยู่ในมือ แต่ดิวไม่กล้ากดรับเพราะชื่อที่โชว์หรานั่น ขณะนั้นคนที่แวบลงไปซื้อโจ๊กก็กลับเข้ามาในรถอีกครั้ง เขามองมือถือตัวเองที่อยู่ในมือดิวสลับกับมองเจ้าตัว

"ทำไมไม่รับอะ มา...รับเอง" แล้วก็คว้าเอาโทรศัพท์เคลื่อนที่นั่นไปอย่างง่ายดาย

"โทษทีที่รับช้า พอดีออกมาข้างนอกอะปอ โอเคๆ กลับดีๆ นะ เดินทางปลอดภัยแล้วรีบกลับมาล่ะ"

ดิวลอบสังเกต เห็นมุมปากของทีขยับยิ้มน้อยๆ เขารู้ได้ทันทีว่าหัวใจตัวเองแกว่งแรงมาก นี่มันความรู้สึกเหี้ยอะไรวะ ดิวอี้ไม่เข้าใจว่ะ ผู้ชายที่เพิ่งคุยโทรศัพท์เสร็จหันมาสบตากับเขาก่อนจะส่งถุงโจ๊กให้ถือเอง

"กินด้วยนะ พยายามกินหน่อย"

"อือ"

"นี่ใกล้ถึงละ จะได้นอนสบายๆ แล้วนะ" ยิ้ม

ยิ้มทำไมวะ

แล้วกูมองมันยิ้มแล้วรู้สึกแปลกๆ แบบนี้ได้ยังไงวะ

รถออกแล้ว ความเงียบโรยตัวปกคลุม ก่อนที่รถจะจอดลงที่ริมถนนหน้าคอนโดเพราะเขาเป็นคนบอกให้อดีตเพื่อนเก่าร่วมคณะที่ขับรถอยู่จอดตรงนั้น

"ตรงนี้แหละ เดี๋ยวกูเดินเข้าไปเอง" ดิวปลดเข็มขัดนิรภัยออก พึมพำว่าฝากลางานด้วยนะ

"โอเค อืม มีอะไรก็โทรเรียกนะ เอ่อ โทษที" ทีพูดอย่างไม่คิดอะไรแต่พอเห็นสายตาคนปวดฟันคุดที่มองมาก็ทำให้ต้องเอ่ยคำขอโทษ สงสัยเขาคงคิดน้อยไป แต่ว่า "ถ้าไม่ไหวต้องโทรมานะ" ย้ำอีกรอบ ย้ำให้คนหงุดหงิดยิ่งหงุดหงิด

"เลิกพูดแบบนี้เหอะ" ก่อนเปิดประตูดิวโพล่งออกมาแบบนั้น และพอเปิดประตูลงไปแล้วก่อนปิดประตูกลับ คนผิวเข้มก็สำทับอีกประโยค "แล้วก็เลิกยิ้มให้กูด้วย..."

เป็นคำสั่งกึ่งคำบอกลาที่เจ้าของรถไม่เข้าใจอะไรเลย ทำไมดิวต้องเป็นอย่างนี้ด้วย หรือเขาจะเป็นแม้แต่เพื่อนกับอีกฝ่ายก็ไม่ได้ เป็นความคิดที่สะกิดความเจ็บปวดของทีขึ้นมาเล็กน้อย เขาไม่ได้คาดหวังอะไรด้วยซ้ำ แค่อยากเป็นเพื่อนที่ดีด้วยจริงๆ ทดแทนที่เคยทำให้รู้สึกแย่เพราะไปบอกชอบเมื่อสิบปีก่อนนั่นไง

ทีมองตามหลังคนที่กำลังเดินเซื่องๆ เข้าคอนโดของตัวเอง

"เป็นแม้กระทั่งเพื่อนก็ไม่ได้เหรอดิว?" ก่อนจะพบว่าถุงโจ๊กยังอยู่บนเบาะรถของตัวเอง

เฮ้อ ดื้ออะไรแบบนี่วะไอ้ดิว

คนที่หวังดีและอยากเป็นเพื่อนด้วยเลยตัดสินใจหักเลี้ยวรถตัวเองเข้าไปทางเข้าคอนโด พลางหยิบมือถือขึ้นมากดโทรออก

"ดิวลืมโจ๊ก"

 

--------------------

 

วอท ดา ฟัค!!!

ทำไมเหี้ยทีถึงขึ้นมาอยู่ที่ห้องเขาได้วะเนี่ย พอเห็นภาพตรงหน้าแล้วดิวอี้ก็อยากจะเอาหัวโขกกำแพงตายไปให้รู้แล้วรู้รอด นี่ห้องกู น้่นเหี้ยทีอยู่หน้าประตู และกูปวดฟันคุดมากยืนอยู่ตรงนี้ที่ข้างหลังประตูนี่...

จริงๆ บอกไปแล้วว่าให้รอเดี๋ยว เดี๋ยวจะลงไปเอาโจ๊กนั่นเอง แต่มันก็ดันทุรังขึ้นมาจนได้ ไม่รู้แม่งเข้ามาได้ยังไง รู้อีกทีคือมองผ่านตาแมวหน้าห้องก็เห็นหน้าขาวๆ ของอีกคนมาโผล่อยู่แถวหน้าห้องของตัวเขาเองแล้ว และเสียงเคาะประตูเหี้ยนี่ก็ยังดังไม่หยุด เออ รู้แล้วว่าอยู่ตรงนี้ว้อย 

ดิวรวบรวมสติ ถอนหายใจแล้วกระชากประตูเปิดออก

"ขอบคุณสำหรับโจ๊ก มึงไปได้แล้ว" รับถุงโจ๊กมาแล้วทำท่าจะปิด แต่แขนขาวก็พาดแล้วดันประตูไว้ได้ ถ้าเป็นเวลาปกติดิวคงสู้แรงไหวแล้วดันประตูงับมือทีไปแล้ว แต่วันนี้เขาไม่มีแรงจริงๆ

"ขอเข้าห้องน้ำ"

"ไม่ ข้างล่างก็มี"

"นอกจากดื้อแล้วยังใจร้าย"

"เออ กูใจร้าย" เจ้าของห้องยอมรับเสร็จสรรพแล้วทำท่าจะกระแทกประตูปิดให้ได้

"โอเคๆ เข้าข้างล่างก็ได้ กินโจ๊กแล้วกินยานะ มีอะไรโทรมา" ทีสั่งเสียก่อนจะยอมให้ดิวปิดประตูใส่ เขาเดินจากไปอย่างไม่ได้คิดอะไร แต่คนด้านหลังประตูนี่แหละอาการหนัก นอกจากดิวจะปวดฟันคุดแล้วยังปวดหัวด้วย แล้วยังปวดหน่วงๆ ที่หน้าอกข้างซ้ายแปลกๆ เพราะมันเต้นแรงเหลือเกิน

เหี้ย... นี่เขาจะทำไงดี ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้วะ เขาไม่เคยชอบมันเลยนะ ไม่ดิ เขาไม่เคยชอบผู้ชายเลยนะ!

นี่กูเป็นอะไร?

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #4 เรนนี่ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 09:05
    ยังไงก็ได้แต่ต้องไม่เป็นมือที่สามนะดิว เรารับไม่ได้
    #4
    0