Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 ตอนนั้น...ที่เรียนปีสาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 34
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 เม.ย. 63

Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 3 ตอนนั้น...ที่เรียนปีสาม

 

ตลอดทั้งบ่าย คนที่นั่งข้างๆ เอาแต่เดินไปเดินมาตามโต๊ะชาวบ้านจนทั่ว แต่ไม่ยักจะอยู่โต๊ะนานพอให้ใครบางคนได้พูดด้วยเลย หรือพูดอีกอย่างก็คือหนุ่มมนุษย์ตี๋หน้านิ่งมันไปช่วยทุกโต๊ะ แต่พอคนที่นั่งติดกันอย่างดิวจะเรียกให้มาช่วยดู logic บางตัวก็ไม่เหลียวเหลือบแลมาสักนิดจนบางคนก็เริ่มหงุดหงิด

หงุดหงิดแล้วก็พาล

แล้วก็คิดไปถึงตอนนั้น... ตอนที่เรียนอยู่ปีสาม

 

#flashback

ตอนปีสามน่ะมันเรียนยากแล้ว เริ่มมีโปรเจกต์งานกลุ่มที่แสนวุ่นวาย แต่ในแง่ของความสัมพันธ์กับเพื่อนมันก็แน่นแฟ้นมากนั่นแหละ ทำให้บางทีเราก็แข่งกันในทุกๆ เรื่องเอาสนุก ซึ่ง...เรื่องจีบสาวนี่ก็เป็นหนึ่งในนั้น

"เหี้ยดิว จีบดาวคณะบัญชีแข่งกันเปล่า"

"เอาดิ กลัวที่ไหน"

"นั่นๆ คนนั้นนะ" เพื่อนสะกิดเขายิกๆ ให้หันไปดูสาวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มที่เป็นเป้าหมาย เสื้อนักศึกษาตัวน้อยรัดติ้วจนเห็นทรวดทรงองค์เอวชัดเจน

อกเป็นอก เอวเป็นเอว แหม่ ไม่กลืนน้ำลายก็ไม่ใช่ผู้ชายละค้าบ!

ไม่พูดพร่ำทำเพลง เปิดก่อนได้เปรียบโว้ย

หลังจากรับคำท้า นักศึกษาหนุ่มคณะวิศวกรรมศาสตร์ผิวเข้มที่ยังอยู่ในช่วงวัยว้าวุ่น แถมจิตใจนักสู้มันพุ่งพล่าน ก็พุ่งตัวไปหาสาวน้อยดาวคณะบัญชี แต่คนเรามันก็ต้องมีชั้นเชิงบ้างอะไรบ้าง

"น้องครับ น้อง" ดิวเรียกพร้อมส่งยิ้มหวานให้ทันทีที่ไปถึงตัวของสาวน้อย เขายิ้มหวานตาแทบปิดแบบไม่แคร์เชื้อชาติไทยกับตาโตๆ ของตัวเองด้วยซ้ำไป

"คะ" น้องนางหน้าสวยหันมาทำตาโต แก้มป่อง เชิงตกใจ

ขนาดตกใจยังน่ารักเลยนะเนี่ยแม่สาวน้อย

"เพื่อนพี่คนนู้นให้มาขอเบอร์ครับ" แขนแข็งแรงเหยียดออกไปทางเพื่อนตัวเอง มองตามไป ก่อนจะหันกลับมาสบตาผู้หญิงตรงหน้าด้วยแววตาหวานเชื่อม หล่อนมองตามมือนั้นด้วยท่าทางไม่ยินดียินร้าย

"อ๋อ ค่ะ งั้นให้เพื่อนพี่มาขอเองนะคะ" เธอยิ้มแล้วทำท่าจะตีตัวจากไป

"เดี๋ยวครับ เพื่อนพี่ไม่มาหรอก"

"เอ่อ ค่ะ งั้นหนูไปก่อน..." สาวเจ้าพูดไม่ทันจบประโยคดี คนตั้งใจมาสี เอ๊ย มาจีบก็ส่งเสียงขัดไว้

"ก็คนที่อยากได้เบอร์คือพี่นี่ครับ" ยิ้มหวานตาปิดอีกรอบ

"อะแฮ่ม" เสียงของคนที่ไม่น่าจะมาอยู่ตรงนี้ได้เรียกให้ชายหญิงที่คุยกันเมื่อสักครู่ต้องชะงักบทสนทนาแล้วเทความสนใจไปที่คนมาใหม่

ไอ้ที!!!

คราวนี่เผลอทำตาโต เมื่อคนที่เขาเอาแต่หลบหลีกให้วุ่นวายตลอดสองสัปดาห์มานี้กลับโผล่มาขณะที่เขากำลังจีบสาวอยู่

เหี้ยละ มันมาไงเนี่ย?!

"น้องครับ ขอคนนี้คืนก่อนนะครับ พอดีมีธุระด้วย" ไม่พูดเปล่า หลังจากทีบอกกล่าวเรียบๆ จบมือขาวก็คว้าหมับที่แขนของผู้ชายอีกคน สีผิวนี่ตัดกันอย่างกับทางม้าลาย ก่อนจะลากเอาๆ จนมาอยู่ที่หัวมุมตึกหลังคณะที่ไม่มีคนอยู่

"อะไรของมึงวะที" จังหวะนี้แหละสะบัดมือหลุดพอดี ดิวกระชากแขนตัวเองออกมา สีหน้าบึ้งตึง

"ตะโกนทำไม ไม่เจ็บคอเหรอ" ตอบสีหน้าเรียบ น้ำเสียงนิ่ง

ยิ่งเรียกอารมณ์โกรธให้พุ่งสูงขึ้น

"เรื่องของกู!"

"ไม่ เรื่องของดิวก็เรื่องของเราด้วย"

"มึงเป็นเหี้ยไรเนี่ย กูปฏิเสธไปชัดแล้วนะ"

ก็วันนั้นเขาไม่ไปกินข้าวกับแม่ง ไม่ว่าจะฐานะอะไรก็ไม่ไปด้วยแล้วแน่ๆ ผู้ชายมาบอกขอเป็นแฟนนะเว้ย ผู้ชายตัวควายๆ เลยนะเว้ย! ใครทำใจเป็นเพื่อนได้ลงหลังจากเหตุการณ์นั้นก็บ้าละ!!

"ก็ไม่ได้ว่าไร"

"กูไปละ" ไม่อยากจะคุยอะไรให้มันต่อความยาวสาวความยืด ดิวเลยเลือกหนีแม่งดื้อๆ ไปเลย ต่อไปนี้ สาบานว่าจะตั้งใจหลบแม่งมากกว่านี้!

"คุยกันก่อน"

ได้ยินทีเรียก เขาจึงยอมหยุดเดิน แต่ไม่หันหน้ากลับไปแน่ๆ

"มึงรีบพูดมา กูเห็นแก่ความเป็นเพื่อน เห็นแก่ที่มึงเคยให้กูลอกการบ้าน พูดมา!"

"เราแค่ชอบดิว ขอโอกาสไม่ได้เหรอ?"

"ได้..."

"..."

"ได้ก็เหี้ยละ! กูผู้ชายเว้ยไอ้ที!"

 

------------

 

เออ ไม่ต้องมาช่วยกูแล้วก็ได้ กูทำเองก็ได้แม่ง!!!

พอตัดสินใจว่าจะเลิกหาช่องทางเรียกให้อีกคนที่เก่งกว่ามาช่วยดูงานที่โต๊ะ เสียงพูดคุยหัวเราะคิกคักก็ดึงความสนใจของดิวไปอีกครั้ง

"เอ้อ ก็ใช่ไง พี่บอกเราแล้วไง ทีนี้เชื่อหรือยังล่ะ" ทีมันหัวเราะ...ทำหน้ายิ้มด้วย ไอ้มนุษย์ที่มันชอบทำหน้ารำคาญเขาตลอดเวลาที่อยู่ที่ทำงานมันยิ้มแล้วก็หัวเราะให้คนอื่นอะ...

ทำไมรู้สึกไม่ดีวะ

คงจะอารมณ์เหมือนโดนทิ้งเป็นหมาหัวเน่ามั้ง

หลังจากหันไปมองแล้วดิวก็เตือนตัวเองให้หันกลับมามีสมาธิจดจ่ออยู่ที่งานอีกครั้ง

"พี่ดิว ผมอยากได้..." คนมาใหม่พูดไม่ทันจบ

"อยากได้อะไรก็ไปถามทีดิ" คนอารมณ์เสียก็ตวาดลั่นใส่รุ่นน้องในทีมจนน้องน่าหงอ เป็นไอ้สองเองที่ซวยจัดเสือกมาทักเขาเอาตอนนี้

หงุดหงิด หงุดหงิด

"ทำไมมึงฉุนเฉียวจังวะดิว" อาร์ตหันมามองสถานการณ์แล้วตั้งข้อสงสัย ส่วนคนโดนหงุดหงิดแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวอย่างสองก็ทำตาปริบๆ อย่างไม่รู้ว่าตัวเองทำอะไรผิด ไม่เข้าใจเลยพูดอะไรพลาดไป

"เปล่า" ตอบปัดไปแล้วทำหน้าเหรอหรา แต่จริงๆ หงุดหงิดฉิบหาย ไปสูบบุหรี่แม่ง!

"ไปนู่นนะ" บอกแล้วก็สะบัดหัวไปทางพื้นที่สูบบุหรี่ที่ประจำ

"ไปด้วยดิพี่"

"เออ กูไปด้วย"

แล้วสามคนก็แวบไปสูบบุหรี่เหมือนเคย มนุษย์ตี๋ที่หยุดพูดคุยกับรุ่นน้องไปนานแล้วเหลียวมองตาม ดวงตาหยีเล็กไม่บอกความรู้สึกอะไร แต่คล้ายกับเจ้าของมันกำลังครุ่นคิด ก่อนเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์ที่คล้ายกับดนตรีไทยประเภทเครื่องเป่าจะดังขึ้น ทีเดินกลับไปรับโทรศัพท์ที่วางอยู่โต๊ะตัวเอง

"อ้อ เย็นนี้ไม่ได้นะปอ ทีไปกินข้าวกับทีมน่ะ"

เงียบไปแป๊บนึงเพราะฟังปลายสายพูดอยู่ ทำให้ทีไม่ได้รู้สึกถึงการกลับมาของใครบางคนที่โต๊ะข้างๆ ใครบางคนที่รื้อหาไฟแช็กอยู่ แล้วก็เลยได้ยินบางประโยคจากไอ้ตี๋ที่คุยโทรศัพท์อยู่ด้วย

"อือ ไม่งอนนะ แล้วเจอกันที่ห้องนะปอ เจอกันครับ"

ดิวตวัดสายตาเพ่งมอง เป็นจังหวะเดียวกับที่ทีวางมือถือลงบนโต๊ะแล้วหันขวับไปเพราะรู้สึกถูกจ้อง

สบตา...

"แฟนหรอ?" แล้วกูจะเสล่อถามแม่งทำไมเนี่ย

"ใช่"

ทำไมกูรู้สึกหมาหัวเน่ากว่าเดิมวะ

จริงๆ กูต้องดีใจสิวะ ทีมันมีแฟนแล้วมันจะได้ไม่มาสนใจมึงไงดิว เนี่ยถูกแล้ว...

"คบกันนานแล้วเหรอ?" ไม่มีคำไหนที่เหมาะกับกูมากไปกว่าคำว่าขี้เสือกอีกแล้วล่ะ

"นาน... อืม ก็นาน" ทวนคำแล้วทำท่านึก "ประมาณสิบปีมั้ง"

นั่นมันตั้งแต่กูตอบปฏิเสธมึงเหรอ?

ทำไมกูรู้สึกโหวงวะเนี่ย??? เหี้ยแล้ว เหี้ยแน่แล้วดิวอี้ มึงตั้งสติด่วน! 

เขามึนงงสับสนเพราะบุหรี่แน่ๆ.. แล้วว่าแต่บุหรี่ที่เคยสูบมาตั้งแต่สมัยมหา’ลัยนี่ทำให้คนเรารู้สึกแบบนี้ได้ด้วยเหรอวะ!?

5 ความคิดเห็น