Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 2 ว่าด้วยเรื่อง...ถุง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 43
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 2 ว่าด้วยเรื่อง...ถุง

 

หลังจากทำงานได้สักสองอาทิตย์ก็มีการปรับเปลี่ยนที่นั่งเพื่อความเหมาะสม(?) พูดไปแล้วก็นึกถึงวัยประถมที่ต้องถูกจับให้นั่งตรงนู้นตรงนี้ แต่จะว่าเหมือนก็ไม่เชิงหรอก เพราะบริษัทปรับให้คนที่ต้องคุยงานกันมานั่งติดกันมากกว่า และเพราะว่าดิวเป็นพนักงานประจำของที่นี่มาสองอาทิตย์แล้วนั่นแหละ พนักงานใหม่ก็เลยเริ่มจะไม่ใหม่แล้ว สนิทสนมกลมเกลียวกับทั้งทีมดีหมด ยกเว้นอยู่คน ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอก‘ทีรวุธ’ หรือ‘ที’ ผู้เป็นพี่ใหญ่ของทีม อดีตโจทก์เก่าของพนักงานใหม่นี่แหละ!

แต่ว่า การย้ายนั้นไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย

เพราะเขาไม่-ต้อง-ย้าย!!!

"ถุงนี้ถุงขนมนี่หว่า ไหน ข้างในมีขนมไร" อาร์ตโผล่มาข้างๆ โต๊ะของดิว ผู้เป็นเจ้าของถุงแล้วส่องดูภายในถุงอย่างถือวิสาสะ ดิวเหลือบตามองแต่ไม่ได้ว่าอะไร

"อ้าว ข้าว แต่นี่แม่งถุงขนมชัดๆ" แล้วพอเจอว่าข้างในไม่ใช่ขนมก็บ่นงึมงำแล้วทำท่าจะเดินกลับโต๊ะ

"เออ ขนมหมดแล้วไง" คนผิวเข้มพยักหน้าไปแบบงั้นๆ เพราะไม่ได้ใส่ใจอะไร แล้วดิวก็หันไปตอบคนอื่นๆ ที่คุยติดพันกันอยู่ คนเหล่านี้พากันมามุงอยู่ที่โต๊ะของเขา เพราะเขามันพวกมาเช้าและคนมาเช้าๆ ก็มีกันอยู่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่ก็เป็นประเภทบ้านไกลเลยต้องมาเช้ากันทั้งนั้น

"จะว่าไป เรามีเรื่องเกี่ยวกับถุงอยู่เรื่องนึงจะเล่าให้ฟัง" ดิวพูดขึ้นและดึงความสนใจจากทุกคน เขาไล่สายตามองคนอื่นๆ แต่ไม่ทันเห็นว่ามีคนมาใหม่อีกคน คนที่เขาพยายามเลี่ยงแล้วเลี่ยงอีกนั่นแหละที่เดินมาสบทบมุงอยู่กับโต๊ะของเขาล่าสุด

ดวงตาตี่ๆ นั่นนิ่งมองอย่างรอคอยว่าอีกคนจะเริ่มเล่าเรื่องอะไร

"ตอนนั้นเว้ย สมัยเราเรียนมหา'ลัย เราเคยจีบดาวคณะอักษรแล้วก็ติดด้วย! แต่จริงๆ ก็ไปเทเค้าทีหลัง ฮ่าๆ"

"โห พี่ดิวหล่อว่ะ"

"เออ โหดพี่โหด หล่อระดับดิวอี้"

"หล่อกว่าดิวก็พี่เวียร์ละ!" เอ่ยแซวกันจนสนุกปาก ขณะที่คนถูกแซวก็สนุก มิวายพรีเซนต์ตัวเองด้วยการยกมือขึ้นไว้ใต้คางของตัวเองพร้อมเหยียดเฉพาะนิ้วโป้งและนิ้วกลาง เป็นสัญลักษณ์เก๊กหล่อ

มนุษย์ตี๋อย่างทีนิ่งมองแต่ก็ไม่พูดแทรกอะไร หัวเราะหึในลำคอกับท่าทางตลกของเพื่อนเก่าแก่คนนั้น จะว่าไปช่วงนั้นเองเขาก็รู้ข่าวเรื่องที่มันโฆษณาอยู่นั่น แต่ไม่ได้คิดจะสนใจอะไรเป็นพิเศษ คิดว่าน่าจะช่วงปีสองแหละมั้ง

"จีบติดได้ไงวะพี่"

"ก็นี่ไง คือเราชอบคณิตไง ก็ติวแคลให้เค้า"

"แค่ติวหนังสือเนี่ยนะ"

"แค่อะไร ติวตั้งสองเทอมเว้ย"

"อ๋ออออ" มีบางคนลากเสียงยาวก่อนจะตั้งใจฟังต่อ ขณะที่มีมนุษย์ตี๋ผู้มีหน้านิ่งอยู่แล้วติดจะนิ่งกว่าเดิม

"คือก็มีอยู่คืนนึงเว้ย เค้าก็มาติวที่ห้องเราตั้งแต่สามทุ่ม นี่ก็คิดละ คืออยู่กับเมท แต่เมทก็ไม่ค่อยอยู่หรอก วันนั้นมันก็ไม่อยู่ แต่ตู้ของเมทอะปกติจะมีกล่องถุงยางและวันนั้นเราก็ดูละ แม่งมีเว้ย ใจก็คาดหวังไว้เลย"

วงสนทนาเริ่มครึกครื้นหนักกว่าเดิมเมื่อดิวกำลังเล่าจวนจะถึงจุดไคล์แมกซ์ หลายๆ คนเริ่มเดาทาง โดยรวมบรรยากาศค่อนข้างสนุกสนาน ขัดกับใครคนหนึ่งที่ยืนแอบฟังอยู่เงียบๆ ด้านหลังสุดของกลุ่ม จริงๆ ก็ไม่ได้แอบ แต่เจ้าของเรื่องแค่ไม่ทันเห็นมากกว่า

"เราก็ยิ้มละ คืนนี้แน่ๆ แน่ๆ"

"แล้วไงพี่" ใครสักคนส่งเสียงมาเร่งให้เล่าต่อ

"ก็เราก็ลองหยิบมา กะจะใช้นั่นล่ะ แต่แม่ง กล่องเปล่า! เหลือแต่คู่มือการใช้ถุงยาง!" วงสนทนาฮาครืน แต่มนุษย์ตี๋หน้านิ่งไม่ได้ฮาด้วยเลย ทีเดินตัวตรงแน่วดิ่งไปที่โต๊ะของตัวเองซึ่งอยู่ด้านข้าง วางกระเป๋าที่ดูไม่หนักลงบนโต๊ะโครมใหญ่เสียงปึงปัง จนเรียกสายตาของคนทั้งหมดให้หันไปมอง...

"เอ่อ หวัดดีพี่ที" มีคนเอ่ยทัก ทีทำแค่พยักหน้ารับแล้วเริ่มต้นเปิดอุปกรณ์ทำงาน คนที่เหลือเลยวงแตก ทิ้งเหลือไว้แค่เจ้าของเรื่องผิวเข้มที่จะหลบไปไหนก็ไม่ได้

โต๊ะกูอยู่ตรงนี้ไง

เอาแล้ว นี่เขาต้องทักมันใช่ปะ เอาวะดิว มึงรวบรวมความกล้าและทักแบบปกติไปเลย!

"ไง"

"..."

รู้สึกวืด เพราะมันไม่ตอบ

ไอ้มนุษย์ตี๋ที่อยู่โต๊ะข้างๆ ทำหน้านิ่ง แต่แผ่รังสีอาฆาตออกมาเป็นระยะ มองสบตากันแต่มันก็ยังไม่พูดอะไร

อะไรของมึงเนี่ย โกรธอะไรกู เมื่อวานยังคุยงานกันดีๆ อยู่เลย...

"พี่ดิว พี่อาร์ต ปะ" ขณะที่ทุกอย่างยังเงียบ สองก็โผล่มาดึงกลุ่มสิงห์พ่นควันออกไปยังพื้นที่สูบบุหรี่ ดิวมองเพื่อนโต๊ะข้างๆ ที่ไม่ยอมพูดตอบก่อนจะยักไหล่น้อยๆ แล้วหันไปเจรจากับรุ่นน้องด้วยท่าทางกวนประสาท

"ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว"

อาร์ตที่อยู่โต๊ะตรงข้ามกับดิวฟังคำของเจ้าตัวแล้วก็นั่งขำคิกคักกับคำติดปากของดิว ก่อนจะรวมกลุ่มกันออกไปที่ระเบียง ทีตวัดสายตาเหลือบมองตามไป ถอนหายใจ เขารู้ว่าเขาไม่ควรหงุดหงิด แต่มันก็น่ารำคาญใจชะมัด

มือขาวกำแน่นบนโต๊ะทำงาน ก่อนถอนหายใจหนักๆ

 

-------------

 

สองหัวแทบจะชนกันเพราะเจ้าของหารือกันอย่างขะมักเขม้น .. เรื่องงาน

"ดิว ถ้าดิวตอบไม่ได้ เราไม่ทำ" ทีตอบเสียงปกติ พร้อมทั้งทำท่าทางขี้เกียจบิดแขนไปมา

"น้องจีเอ็มของโปรดักต์นั้นเค้าฝากกูมาอะ"

"งั้นต้องตอบมาว่าdocument นี้ต้องการrequirement อะไรบ้าง ไม่งั้นไม่ทำ" จู่ๆ มนุษย์ตี๋ตัวขาวก็เริ่มดังขึ้น แถมน้ำเสียงยังเจือด้วยความฉุนเฉียว

"คือกูพยายามถามแล้ว ก็งงเหมือนกันไง แต่"

"ไม่มีแต่อะ ถ้าคุณตอบภาพรวมให้เราไม่ได้ เราไม่ทำเด็ดขาด!" ยิ่งเถียงเสียงยิ่งดังไปเรื่อยๆ แล้วจะเป็นเสียงใครไปไม่ได้ นอกจากรุ่นพี่ผู้รอบรู้ของทีม

ไอ้ที! มึงจะเสียงดังทำซากอะไร เขามองมากันทั้งชั้นแล้วมั้ย!

"ไม่ได้อะ คือน้องเค้าบอกกู..." ขณะที่ดิวเองก็พยายามอธิบาย แต่ก็พ่ายแพ้ย่อยยับ เพราะทีเสียงดังขึ้นไปกว่าครั้งก่อนอีก

"งั้นก็ถามน้องเค้าว่าภาพรวมคืออะไร? โอเค๊? ถาม!"

ตอนนี้เลยแทบจะกลายเป็นตะคอก แต่ทั้งแผนกก็ไม่ได้มีใครสนใจ เป็นเรื่องปกติของทีรวุธที่จะโอเว่อร์แอคติ้งขึ้นทุกรอบที่มีการถกเถียง แต่สำหรับคนนอกที่นั่งอยู่ชั้นเดียวกันนั่นอีกเรื่อง เพื่อนร่วมงานแผนกอื่นยังมองมาที่ทั้งคู่เป็นตาเดียว และคนถูกตะคอกเองก็สะดุ้งโหยงเหมือนกัน จะว่าตกใจก็ไม่เชิง ยังไงก็แมนเต็มร้อยแค่นี้ยังไม่ตกใจหรอก แต่ก็ทำเอาอึ้งเหมือนกัน

มันต้องโกรธไรกูแน่ๆ อะ!!

"เออ!" ไม่รู้จะตอบอะไรเลยทำได้แค่เออออแล้วก็ไล่ตะเพิดอีกคนกลับส่วนของโต๊ะตัวเองไป มนุษย์ตี๋ขมวดคิ้วมุ่น รู้สึกหงุดหงิดคนที่ตอบคำถามด้วยน้ำเสียงกระด้างๆ เมื่อครู่แถมยังไล่เขากลับโต๊ะอีก

"อย่าโวยวาย มันจำเป็นกับงาน คุณก็รู้" พึมพำเสียงเบาราวกับเป็นอีกบุคลิก แต่คนถูกดุก็ได้ยินทุกคำ

ไม่ได้โวยวายสักหน่อย แค่เสียงดังบ้างนิดนึงเท่านั้นเอง ทีมึงอะทีดังกว่ากูแปดหลอด แหม แล้วทำไมดุกูตอนนี้

 

-----------

 

"เย็นนี้ไปกินข้าวนะ"

เป็นเหมือนคำสั่งกึ่งคำชวนจากที ที่ชวนให้มนุษย์เชื้อสายไทยแท้บางคนสะดุ้งโหยง

ไม่ใช่ฐานะแฟนอะไรงั้นใช่ไหมวะ?

คนชวนส่งสายตาขุ่นมัวมองมาด้วยเหมือนรู้ทันว่าดิวกำลังคิดอะไรอยู่ ทีเลยแสดงออกด้วยสีหนาระอามาให้ด้วยพร้อมๆ กัน

"ไปกันทั้งทีม สอง ยีนส์ อาร์ต ก็ไป แล้วก็พวกนู้นก็ไป" พยักเพยิดไปที่โต๊ะยาวของอีกทีมนึงที่อยู่เยื้องไปอีกล็อค รวมๆ แล้วน่าจะไปเกือบสิบคน

"อ่อ ไปๆ" ดิวพยักหน้ารับคำชวนด้วยท่าทางที่แอบสบายใจเล็กๆ ก่อนจะคว้าเอาหูฟังตัดเสียงราคาเหยียบหมื่นมาสวม จริงๆ ซื้อมาเพื่อไม่ต้องได้ยินเสียงคนข้างๆ เลยนะ จะได้ไม่ต้องพูดคุยกันเกินความจำเป็น แต่หูฟังยังไม่ทันได้ประกบติดกับหูสำเร็จก็มีมือยาวๆ ขาววิ้งยื่นมายื้อหูฟังไว้

"อะไรอะ?"

มันจะเอาอะไรจากกูเนี่ย?

"วันนี้หลังกินเลี้ยงทีมมาคุยกันหน่อย"

ห้ะ! คุยอะไร! ไม่คุยว้อย!

"ดะได้" เสียงสั่น สั่นทำไม กูสั่นอะไรเนี่ย

"เฮ้อ คิดมากไรนักหนา" ทีตัดสินใจผลักหัวไอ้หน้าเข้มคิ้วเข้มอย่างหมั่นไส้จนคนถูกผลักหัวเซไป

เฮ้ย ใครให้มึงทำงี้!

"ใครบอกมึง กูไม่คิดไรเลยเหอะ"

"คิด"

"ไม่คิด"

"คิดแน่ๆ"

"เปล๊า"

"เออ คุยกันคืนนี้"

ม่ายยยยยย กูไม่คุยได้มั้ย?!

"อือ"

ฮ่อลลลลล ถ้าบอกว่าเย็นนี้ที่บ้านเรียกกลับบ้านด่วนจะได้ไหมวะ!

แม้จะคิดแบบนั้น ดิวก็ทำใจดีสู้เสือ เอาวะ คืนนี้เขาต้องรอดไปให้ได้

5 ความคิดเห็น