Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 คุ้นหน้าคุ้นตา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 60
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่1คุ้นหน้าคุ้นตา

 

ย่านเศรษฐกิจของเมืองหลวง ตึกสูงระฟ้าแข่งขันจำนวนชั้นกันอย่างไม่ให้น้อยหน้า ในพื้นที่ชั้น33 ของตึกหนึ่ง ที่บริษัทโปรเจกต์DD จำกัด เช่าทั้งชั้นเพื่อทำเป็นสำนักงานก็ปรากฏพนักงานที่ต่างก็กำลังวุ่นวายกับหน้าจอLCD ประจำเครื่องของตนเองที่มีอย่างต่ำก็คนละสองจอ

"พี่ที วันนี้มีคนมาช่วยทีมโปรเจกต์ตัวใหม่ของบอสเพิ่มอ่อ" หนุ่มแว่นตาตี่ ลักษณะผอมสูงละสายตาจากงานไปหาคนที่เขาเรียกว่า‘พี่ที’ ชายหนุ่มผิวขาวที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไป เขาได้ยินข่าวแว่วๆ ว่าจะมีพนักงานใหม่มาวันนี้

"เออ มาวันนี้แหละมั้ง" ทีหรือทีรวุธพูดรัวเร็ว แต่สายตายังจับจ้องที่หน้าจอเครื่องมือสื่อสารของตัวเองเหมือนเดิม "เห้ย ไอ้ยีนส์อย่าเพิ่งกวน ใช้สมาธิแป๊บ"

แต่ยังไม่ทันที่ทีรวุธจะได้ใช้สมาธิสักเท่าไหร่ สมาชิกปัจจุบันอีกคนของบริษัทโปรเจกต์DD ก็โผล่พรวดมาที่ระหว่างกลางของยีนส์และที

"ไรวะพี่ที ผ่านด่านนี้แล้วอ่อวะ!"

"เออ เทพป้ะล่ะ" คราวนี้คนถูกโวยวายอย่างพี่ทียอมละสายตาจากเกมที่ติดพันอยู่ เงยหน้าขึ้นยักคิ้วกวนๆ ส่งให้ผู้ชายที่เพิ่งมาใหม่ คนนี้ก็เนิร์ดไม่แพ้นายแว่นที่ชื่อยีนส์ แต่ดูคมๆ เหมือนคนใต้มากกว่าจะเป็นหนุ่มตี๋จีนเกาหลีแบบยีนส์ และคนมาใหม่นี้ชื่อ...

"ไอ้สอง! ไปกัน!!" คนหน้าคมๆ นี่ชื่อสองอย่างที่เพิ่งถูกเรียกโดยอาร์ต ตัวละครที่มาเพิ่มล่าสุดคืออีกหนุ่มหนึ่งแว่น เขาเดินย่องแย่งมาเรียกไอ้สองเสียงดังลั่นเพราะจะชวนไปทำกิจกรรมที่ทำเป็นประจำ...

"ไปๆ พี่ เก็บเป๋าแป๊บ เพิ่งมา พี่อาร์ตยังไม่ได้จัดอ่อวันนี้" นายสองวางกระเป๋าลงที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ก่อนจะควานหาไฟแช็กและซองบุหรี่ออกจากกระเป๋ามาไว้กับตัว

"ยัง เพิ่งมาถึงก่อนสองแป๊บเดียวอะ ปะ" แล้วพี่อาร์ตกับไอ้สองก็เดินกอดคอกันไปริมระเบียงที่หน้าประตูแปะสติกเกอร์ตัวโตๆ ไว้ว่า พื้นที่สูบบุหรี่

นับเป็นช่วงเช้าในวันปกติของบริษัทโปรเจกต์DD จำกัด

 

-----------

 

"สวัสดีค่ะ วันนี้เบลล์พาพนักงานใหม่ที่จะมาร่วมโปรเจกต์เกมตัวใหม่มาแนะนำค่ะ นี่ ดิว ค่ะ" เฮชอาร์ประจำบริษัทเอ่ยแนะนำพลางผายมือไปยังพนักงานใหม่

"สวัสดีครับ ดิวครับ ซีเนียร์เดเวล็อบเปอร์ของโปรเจกต์เกมตัวใหม่ครับ" ชายหนุ่มผิวเข้ม ความสูง170 เซนติเมตรที่ไม่ถือว่าเตี้ยแต่ก็ไม่ได้สูง และไม่ได้มีร่างกายกำยำใหญ่โตอะไรนัก จัดว่าออกจะเป็นผู้ชายไซส์มินิ เขายิ้มสุภาพแบบที่ไม่กว้างและไม่เห็นฟันขาวๆ ที่น่าจะตัดกับสีผิวของเขาเอง

เฮ้อ ในที่สุดก็มาเริ่มงานวันนี้จนได้ ที่ทำงานเก่าแม่งไม่น่าเล่นเส้นเลย แต่ก็เอาเหอะ มันไม่เหมาะให้อยู่แล้ว มาอยู่นี่ก็คงดีแหละ เสียใจนิดหน่อยที่บ.นี้ไม่ยอมให้พักอีกสักเดือน เร่งให้มาเร็วๆ จนอดพักเลย

ดิวนึกในใจแต่ไม่ได้แสดงออกอะไรทางสีหน้า ซึ่งอีกไม่นานจากที่คิดว่า ก็คงดีแหละ... กับบริษัทนี้ เดี๋ยวก็ได้รู้กันว่าพอเจอโจทก์เก่าแล้วจะยัง'ดีแหละ' อยู่หรือเปล่า

"พี่ทีคะ ที่นั่งของคุณดิว ตรงไหนดีคะ" พนักงานเฮชอาร์สาวผมสั้นเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มแจ่มใส ส่งเสียงเรียกไปทางผู้ชายไทยเชื้อสายจีนที่นั่งหันหลังให้อยู่จนฝ่ายนั้นเหลียวหน้ามองมา ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินเข้ามาใกล้กับเฮชอาร์และกลุ่มพนักงานใหม่

ตึก ตึก ตึก ..

"สวัสดีครับดิว" ทียิ้มนิ่งๆ ดวงตาตี่ใต้คิ้วพาดเฉียงทอดมองคนมาใหม่ หลังจากสบตาไม่นานก็คล้ายมีอาการกระตุกวูบ เพราะจำใครคนนั้นได้ดี

"สวัสดีครับ" พนักงานใหม่รับคำทักทายตามมารยาท ก่อนจะสบตาจังๆ แล้วชะงักไปเช่นกัน

เอ่ ทำไม

หน้าคุ้นจังวะ

"ดิว..."

"ครับ?"

หนุ่มตี๋ไม่พูดอะไรกับคนที่ตนเรียกชื่อเขาทั้งที่อีกฝ่ายก็ขานรับปกติ ธีสะบัดหัวตัวเองจนเส้นผมปลิว ก่อนจะหันไปพูดต่อกับเฮชอาร์ว่า "ขอบคุณครับเบลล์ ที่นั่งดิวติดกับผม ตรงนั้น..."

ปลายนิ้วชี้ขาวเหยียดออกไปทางโต๊ะที่อยู่ติดกับโต๊ะทำงานของตัวเองด้านซ้าย ซึ่งว่างอยู่และเป็นที่ที่เตรียมไว้สำหรับพนักงานใหม่ ซึ่งก็คือ ดิว

"โอเคครับ ขอบคุณครับ"

เฮชอาร์คุยกับดิวอีกสองสามคำเรื่องระบบสแกนนิ้วที่จะเรียกให้ไปทำช่วงบ่ายแล้วขอตัวไป

ชายหนุ่มผิวเข้มหันไปยิ้มให้คนผิวขาวที่สูงกว่าตัวเองเกือบสิบเซนติเมตรเล็กน้อยด้วยท่าทางเป็นมิตรเนื่องจากอีกฝ่ายยังรอเขาคุยกับเฮชอาร์อยู่ ก่อนจะพากันเดินไปที่โต๊ะทำงาน ฝีเท้าของมนุษย์ตี๋ที่เดินนำติดจะก้าวเร็วไปสักหน่อย แต่ระยะทางที่ไม่ได้ไกลเลยทิ้งห่างกันไม่มากเพราะถึงจุดหมายเสียก่อน

"ดิว..." หลังจากวางของและหย่อนตัวลงบนเก้าอี้ได้ไม่นาน คนถูกเรียกก็หันขวับไปด้านขวามือทางต้นเสียงที่เรียกมา

"ครับ?"

"ลืม?"

"ว่าไงนะครับ" เพราะเสียงมันเบามาก เลยถามย้ำอีกทีให้แน่ใจ

พนักงานเก่านิ่งเงียบไป เขากะพริบตาและส่ายหัวดิก ก่อนจะขยับริมฝีปากอีกครั้งคล้ายคนสติสตังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

"สองโมง มีประชุมโปรเจกต์นะครับ ไว้ไปพร้อมกัน"

"โอเค ครับ" พยักหน้ารับคำ แต่ก็ยังรู้สึกแคลงใจแปลกๆ อะไรของเขานะ ทำไมเอาแต่ทำท่าทางแปลกๆ ใส่วะ แล้วเมื่อกี้ไม่ได้พูดยาวขนาดนี้แน่ๆ อะ

แต่จะว่าไป หน้าคุ้นว่ะ

“อ้อ ขอแนะนำตัวนะครับ ทีนะครับ”

เห้ย!

หลังจากทบทวนความจำไม่นานรวมกับได้ฟังชื่อของอีกฝ่ายแบบเน้นๆ ให้ฟังอย่างชัดๆ ภาพของมนุษย์ขาวตี๋ของเพื่อนนักศึกษาคนหนึ่งก็ซ้อนทับขึ้นมากลางหัวสมอง มันจะไม่น่าตกใจเลยถ้าหน้าของคนๆ นั้นไม่เหมือนกับคนๆ นี้!

ขวับ!

หันไปจ้องผู้ชายด้านขวามือตาถลน

เหี้ยแล้วไง

ภาพซ้อนทับกันได้พอดีเป๊ะ กูลืมไปได้ยังไงเนี่ย โอ๊ย เวรแล้ว

แต่ดิวก็ไม่กล้าปริปากอะไร ตาโตๆ ที่โตอยู่แล้วจ้องจนอีกคนรู้สึกตัว สายตาตี่ๆ นั่นเหลียวมองมา จริงๆ ไม่ได้จิกตา แต่มองๆ ไปแล้วรู้สึกว่ากำลังโดนจิกตามองอย่างมาก

"ว่า?"

"ที..."

"หืม"

"ไม่หืมอะ ที... มึงทีใช่ไหม?"

"พูดแบบนี้ จำได้แล้วสิ..."

เหี้ย...

หลังจากที่ต้องคอยหลบไม่ให้เจอตอนเรียนอยู่นานสองนานจนกระทั่งเรียนจบ หลังจากนั้นก็ไม่เคยเจอกันอีกเลยเป็นสิบปี

โอ๊ย พ่อแก้วแม่แก้วช่วยไอ้ดิวด้วย จะทำยังไงล่ะทีนี้?!

"ไง สบายดีนะดิว"

ไม่สบายตอนเจอมึงเนี่ยแหละที!!!

"เอ่อ ก็เรื่อยๆ"

"ไม่ต้องทำท่าอย่างนั้นหรอก กูมีแฟนแล้ว"

"เปล่า เปล่านะ กูทำท่ายังไงอะ..."

"รังเกียจไง"

"เปล่า เปล่านะ"

ร้อนรนปฏิเสธขนาดนี้ ดูยังไงก็ร้อนตัวชัดๆ

"อดีตก็คืออดีต อย่ากลัวอะไรไม่เข้าเรื่อง" มนุษย์ตี๋ปรายตามอง ท่าทางดูรำคาญกึ่งไม่อยากยุ่งด้วยหน่อยๆ อารมณ์ประมาณ อย่าสำคัญตัวผิดสิ เรื่องมันก็นานมาแล้ว...

"ปะเปล่า" ดิวอ้อมแอ้มออกไปอย่างรู้สึกผิดหน่อยๆ แต่มันก็ฝังใจป่ะวะ มีผู้ชายตัวโตๆ มาบอกขอเป็นแฟนนะเว้ย แล้วเขาเนี่ย เข้มก็เบอร์นี้ หน้าก็ห่างไกลจากความหวานเบอร์นั้น ความสูงก็คือไม่ได้เตี้ย และที่สำคัญอย่างเขาเนี่ยแมนแบบเต็มร้อยกูร้อยห้าสิบอะ!

"พลาดจริงๆ ที่ตอนนั้นบอกมึงไป ลืมๆ มันเหอะ กูมีแฟนแล้วจริงๆ"

ไม่อะ กูลืมไม่ลง ไม่มีทางลืมได้เด็ดขาด นี่กูย้ายที่ทำงานมาตกที่นี่ได้ไงวะ ออกตอนนี้ทันไหม?

แล้วว่าแต่ แฟนมึงนี่ผู้หญิงใช่ไหมวะ?

 

----------

 

เพราะออฟฟิศมีสวัสดิการข้าวกลางวันฟรี ทำให้ชายหนุ่มเชื้อสายไทยค่อนข้างแท้หลบหนีไปจากอดีตเพื่อนร่วมคณะและเอกเดียวกันไปไม่พ้น แต่ก็ยังดีที่เริ่มคุยและรู้จักกับคนอื่นๆ แล้วเลยทำให้ไม่ต้องพูดคุยอะไรกันมากมาย

"พี่ทีบอกพี่ดิวแล้วป้ะว่าบ่ายสองมีประชุม" คำภาษากลางติดสำเนียงใต้ดังมาจากรุ่นน้องร่วมทีมที่คลับคล้ายคลับคลาว่ามีชื่อเป็นตัวเลข หนึ่ง สอง หรือ สาม อะไรสักอย่างนี่แหละ

"บอกแล้ว" เสียงแข็งๆ ที่หางเสียงยิ่งแข็งทำเอามนุษย์ผิวเข้มแปลกใจไปเหมือนกัน ตอนเรียนไม่ได้ดุแบบนี้นะ

หรือเพราะเจอกูวะ...

"กินข้าวเสร็จแล้วสักมวนปะดิว" มีคนชวนมา ก็ต้องจัดไป แต่เพราะเคี้ยวข้าวอยู่เลยทำได้แค่ส่งสายตาและพยักหน้า คนนี้เขาจำชื่อได้ ชื่ออาร์ต อายุเท่ากัน ดูทรงแล้วน่าจะสนิทกันได้อยู่

"กลัวที่ไหน" ดิวกลืนข้าวลงคอแล้วก็แสยะยิ้มร้ายส่งให้แบบหยอกล้อเพราะแม้จะรู้จักกันแค่ไม่กี่ชั่วโมง แต่ก็ปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้รวดเร็ว สมกับนิสัยเดิมของเจ้าตัว อย่างช่วงมหา’ลัยเขาก็แล่นไปรู้จักคนเกือบทั้งคณะ สนิทไปทั่ว

"สอง มึงด้วย" อาร์ตหันไปเรียกเจ้าของสำเนียงใต้ อ้อ ชื่อเป็นตัวเลขจริงๆ ด้วย ชื่อสอง สงสัยจะมีพี่ชื่อหนึ่ง

แล้วสมาคมหนุ่มสิงห์พ่นควันแห่งบริษัทโปรเจกต์DD จำกัดที่เพิ่งได้สมาชิกมาใหม่อีกหนึ่งก็ตรงสู่ระเบียงตึกที่เป็นพื้นที่สูบบุหรี่ เลยเหลือสมาชิกอยู่ที่โต๊ะแค่สองคน พี่ทีคนเก่งของทีม และน้องยีนส์ น้องผู้ช่างสงสัยของทีม เพราะทั้งสองคนไม่สูบบุหรี่

"ผมเห็นพี่ทีดูสนิทกับพี่ดิวอะ รู้จักกันมาก่อนอ่อพี่ เห็นกูๆ มึงๆ กันด้วย" เจ้าของแว่นร่างผอมสูงดันขาแว่นเล็กน้อยพลางเอ่ยถาม เขาเห็นเหตุการณ์แต่ได้ยินไม่ชัดเพราะนั่งติดกับพี่ทีที่ข้างขวา

"ใช่ เคยเรียนที่เดียวกันมาก่อน" ถ้าพูดให้ถูกจริงๆ ก็คือเรียนด้วยกันมาก่อน

"โลกกลมจังพี่"

"อือ คงงั้น"

"ว่าแต่ พี่ว่าโลกกลมหรือโลกแบน?" ยีนส์จอมสงสัยเริ่มซัก แล้วก็ได้ฟังทฤษฎียาวเหยียดจากรุ่นพี่ร่วมทีม ผู้รู้และตอบได้ทุกอย่างบนโลกใบนี้

"โลกไม่กลม ไม่แบนนะ โลกมีลักษณะเป็นทรงกระบอกแบนขั้ว คืองี้ ก็คือเป็นทรงกระบอก แต่ตรงบริเวณขั้วโลกทั้งสองขั้วจะแบน บลา บลา"

น่าจะคุยกันจนหมดเวลาพักเที่ยงนั่นแหละ

ดิวเผลอมองทะลุกระจกมาจากที่ระเบียง เขาจ้องอดีตเพื่อนคณะเดียวกันอย่างรู้สึกยุ่งยากใจ ถ้าไม่ใช่เพื่อนเก่าคนนี้เขาจะไม่เป็นไรเลย ขะเป็นใครในคณะก็ได้ แต่ทำไมต้องเป็นมันวะ...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

5 ความคิดเห็น