Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 11 : ตอนที่ 10 ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 เม.ย. 63

Developer โปรเจกต์นี้ พัฒนารัก

ตอนที่ 10 ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว

 

เพราะมีคนยุ่งวุ่นวายแล้วลาป่วยให้จนได้หยุดยาวถึงปีใหม่ ดิวอี้เลยได้แต่นั่งๆ นอนๆ อยู่ที่ห้องชุดบนตึกคอนโดของตัวเอง จะกลับบ้านที่อำเภอนครหลวง จังหวัดอยุธยาเลยก็ยังรู้สึกว่าแก้มบวมไปหน่อย เดี๋ยวรอให้แก้มยุบอีกสักสองวันจะดีกว่า เขานั่งปัดมือถือฆ่าเวลาไปเรื่อยเปื่อยก่อนจะแปลกใจเล็กน้อยเมื่อมีเสียง ติ้ง! ดังขึ้นมา

Teerawut : ปลอบหน่อย โดนทิ้งมา

ห้ะ... งง อะไรของไอ้ทีมันวะ

เลื่อนดูข้อความก่อนหน้านี้ที่คุยกันครั้งสุดท้าย ฝ่ายนั้นก็ยังบอกอยู่ว่าจะไปเที่ยว แล้วนี่มึงเป็นอะไรครัช เรียกร้องความสนใจเหรอ ได้ข่าวไปกับแฟนไม่ใช่ไง๊!

ดิวอี้ : ไปเที่ยวญี่ปุ่นไม่ใช่เหรอ มาให้ปลอบอะไร

Teerawut : อื้อ อยู่ญี่ปุ่น แต่โดนทิ้ง

ดิวเลิกคิ้วขึ้นสูงก่อนจะขมวดคิ้วจ้องหน้าจอ มือก็พิมพ์ตอบกลับยิกๆ

ดิวอี้ : มึงไปกับแฟนไม่ใช่เหรอ

Teerawut : ใช่

ดิวอี้ : ...

Teerawut : ...

อะไรมึงเนี่ย แดกจุดมั้ย พิมพ์จุดตอบกูมาทำไมล่ะพ่อง ดิวอ่านแล้วงุ่นงานอยู่ได้ไม่ถึงนาที ก็ตัดสินใจแตะไอคอนรูปโทรศัพท์บนหน้าแอปพลิเคชันแชท

"ฮัลโหล จะเล่าอะไรก็เล่า พิมพ์จุดตามกูทำไม"

(ไม่รู้จะเล่ายังไง งงอยู่)

"ไม่รู้งั้นไม่ต้องเล่า วางละ"

(ปอมีแฟนอยู่ที่ญี่ปุ่นอีกคน)

ทีนี้ล่ะตอบเร็วเชียว แต่เหย...

งานช้างละมึงเหี้ยที!!!

 

---------------

 

#flashback

พอรับกระเป๋าจากสายพานเรียบร้อย ทีก็ทั้งลากทั้งหิ้วกระเป๋าสี่ใบออกจากสนามบินนาริตะพะรุงพะรัง ส่วนปอกลับเดินตัวปลิวลิ่วๆ ทั้งที่พวกเขาทั้งคู่ก็ตัวพอๆ กัน ทีไม่เคยจะนึกว่าอะไรคนรักของตัวเองอยู่แล้ว และแม้จะเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่เขาก็คอยดูแลเทคแคร์อย่างดีมาตลอดราวกับปอเป็นเจ้าหญิงน้อยๆ เดินตามหลังคนที่เดินนำไปสักพัก ก่อนไนกี้คู่โปรดจะต้องชะงักหยุดเมื่อปอหยุดเดินเสียดื้อๆ

ใบหน้าด้านข้างของเจ้าตัวเผือดสีราวกับไร้ชีวิตชีวา

"ปอ เรามารับ" ผู้ชายตัวสูงเดินมาดักตรงหน้าปอ

ใครน่ะ...?

"ชิน..." หลังจากปอพึมพำเรียกคนที่มาเผชิญหน้าด้วยเสียงกระซิบก็เหลียวกลับมามองที่เขา สายตานั้นไหวระริกจนทีอดรู้สึกใจหายไม่ได้

"ชินมาได้ยังไง เราบอกแล้วไงว่าไม่ให้มา" ปอหันกลับไปหาผู้ชายอีกคนแล้วบอกด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่ประโยคนั่นก็แฝงด้วยความหมายหลายอย่าง ความหมายที่ทำให้เขานึกกลัวอยู่เหมือนกัน

ปอกำลังมีใครหรือความสัมพันธ์อะไรที่ต้องแอบซ่อนเขาอยู่เหรอ?

เขาตัดสินใจวางสัมภาระทั้งหมดลงแล้วเดินเข้าไปใกล้สองคนนั้น มากกว่าช็อคคือความงง ทีไม่ได้คาดหวังว่าจะพบอะไรแบบนี้ที่ญี่ปุ่น

"เราทนไม่ได้ เราคิดถึงปอ แล้วนั่น..." ผู้ชายอีกคนที่ชื่อชินมองมาที่เขา สายตาที่มองมาคล้ายอยากจะถามว่า 'คนนี้คือใคร?'

"ที... เอ่อ นี่ที เอ่อ... แฟนเรา" ปอตอบ ขณะที่เขาได้แต่มองเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยความรู้สึกมึนงง ต่อมรับความรู้สึกกำลังทำงานช้าลงเรื่อยๆ

นี่มันเรื่องอะไร?

"แฟนปอเหรอ..." ชินตอบอย่างเลื่อนลอยคล้ายคนกำลังคิดอะไร และทุกอย่างเงียบไปครู่ใหญ่

"แล้วเราล่ะ เราก็แฟนปอไม่ใช่เหรอ?" 

หลังจากอยู่ในอารมณ์ขมุกขมัวอยู่นาน สว่างเลยทีนี้... ความเจ็บนี่มันพุ่งปรี้ดขึ้นมาในอกแบบนี้ได้ด้วยแฮะ

"ปอ..." ทีตัดสินใจพูดเป็นครั้งแรก เขาเรียกชื่อคนที่ทั้งรักและเอ็นดูมาตลอดสิบปี

"เราขอโทษ"

"เราไม่ว่าอะไร" ทีตอบกลับรวดเร็ว บังคับตัวเองยิ้มน้อยๆ ให้คู่สนทนา ตลอดเวลาที่คบกันมา เขากับปออยู่ในความสัมพันธ์ระดับดีมากมาโดยตลอด แทบไม่เคยทะเลาะกันเลย แล้วเขาจะว่าอะไรปอได้ลงคอล่ะ

"ไปก่อนนะ" เขาเอ่ยขึ้นเรียบๆ เลือกจะบอกลาเหมือนกับทำได้ง่ายดาย จริงๆ ไม่ได้คิดจะตัดบท หนีความจริงอะไรแบบนั้น แค่มันไม่มีอะไรให้พูดเฉยๆ สองมือคว้าข้าวของของตัวเองขึ้นมา ก่อนที่อดีตคนรักหมาดๆ จะพุ่งตรงเข้ามาคว้าของพวกนั้น

"ไม่เอา ไม่ให้ไป ทีจะไปไหน เราไม่ให้ไป" สีหน้าของปอร้อนรน มือข้างขวาเอื้อมมาจับข้อมือของทีแน่นมากอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

เพราะเพิ่งรู้คุณค่าของสิ่งที่เคยมีอยู่...

"เราไม่ได้ไป..."

"..."

"ปอต่างหากที่เป็นคนไป..."

"ไม่ ไม่เอา อยู่นะ ฮือ เราเลือกทีไง" น้ำตาหยดลงมาทำให้ใจอ่อนยวบยาบ แต่ก็เท่านั้น เขาตัดสินใจไปแล้ว ไม่สิ ต้องบอกว่าตั้งแต่วินาทีที่ปอเลือกมีใครอีกคนแล้วต่างหากที่เขาถือว่าอีกฝ่ายตัดสินใจปล่อยมือเขาไปแล้ว

"ไม่หรอก ถ้าเราสำคัญพอ เราจะเป็นคนเดียวในชีวิตปอ แต่นี่..."

เสียงสะอื้นฮักจากคนตรงหน้าดังขึ้นกว่าเดิม

"ฮึก ขอโทษ เราขอโทษ"

"ไม่ร้องไห้สิ ปอเป็นคนเลือกแบบนี้นะ เราเป็นคนโดนทิ้งต่างหาก" พูดไปเสียงก็สั่นมากขึ้นกว่าเดิม ถ้าเทียบเป็นแผ่นดินไหว คงได้ 8.2 ริกเตอร์แล้ว แล้วยังมีอะไรเปียกๆ ตามมาทับถมที่ข้างแก้มอีก...

น้ำตาก็มา

ทีแกะมือที่รั้งไว้อยู่ทิ้งไปแล้วยิ้มทั้งที่น้ำตายังซึม ก่อนจะหันหลังให้แล้วออกเดินไปอีกทางอย่างไม่คิดจะหันหลังกลับมา

อ่า... เจ็บ...

เพิ่งมาถึงญี่ปุ่นเอง อยู่ดีๆ ก็โดนเทเฉย

 

-------------------

 

“แล้วตอนนี้อยู่ไหน” นี่ถามเฉยๆ ไม่ได้นึกเป็นห่วงอะไรเลย ไม่ได้กำลังลุกขึ้นมานั่งตัวตรงบนเตียงแล้วตั้งใจรอฟังอีกฝ่ายสักนิดเลยนะ

(กำลังจะเช็คอินเข้าที่พัก)

“กับใครอะ” นี่ก็ไม่ได้หลอกถามเลยนะว่าแยกกันกับแฟนจริงๆ หรือเปล่า ไม่ได้กำลังรอลุ้นฟังตัวเกร็งเลย เอ้า… เปล่าจริงจริ๊ง ใครอยากรู้ ไม่มี๊

(คนเดียวดิ)

พอฟังคำตอบแล้วก็เผลอคลายกล้ามเนื้อที่เกร็งอยู่ลง ก่อนจะเขยิบตัวเองไปพิงกับหัวเตียงในท่าทางที่ผ่อนคลายขึ้น

“แล้วพรุ่งนี้เอาไง จะบินกลับมาเลยมั้ย”

(ไม่… คิดว่าไม่…)

“แล้วมึงจะอยู่ทำอะไร จะเที่ยวคนเดียวหรอห้ะ”

(…)

“อ้าว อย่าเงียบดิ” แล้วนี่ก็ไม่ได้เป็นห่วงสภาพจิตใจอะไรใครด้วยนะ แค่ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยลองท้วงดูแค่นั้น

(อือ เที่ยวต่อ ก็เพิ่งมาถึงเอง)

“ไหวเหรอ” ไม่ได้ห่วงหรอกนะ ไม่เคยอะ ถามตามมารยาทเฉยๆ

(ไม่รู้)

คำตอบกวนตีนฉิบหาย ต่อยกับกูเลยมั้ย คนอุตส่าห์เป็นห่วง

เอ๊ย ไม่ๆ ไม่มีใครเป็นห่วงสักหน่อย

“ไรมึงเนี่ย” เลยใส่น้ำเสียงกระโชกโฮกฮากตอบกลับไปอย่างรำคาญแทน

(เล่าจบแล้ว ปลอบได้ยัง)

เอ่อ มีมาทวงคำปลอบของกูด้วย…

“ก็คิดซะว่าไม่ใช่คู่ยังไงก็ต้องเลิก”

(คิดแบบนั้นไม่ได้ ไม่เคยเชื่อเรื่องเนื้อคู่)

“งั้นก็คิดว่าถ้าอะไรที่ทำให้คนที่เรารักมีความสุข เราก็มีความสุขด้วย งั้นมั้ย?”

(อ่อ อือ…)

เสียงรับคำอือๆ ออๆ ดังออกมาแผ่วเบาคล้ายกับเจ้าของเสียงกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง ทั้งคู่เงียบไปอย่างไม่รู้จะพูดอะไรอีก แต่ต่างฝ่ายก็ยังรอฟังอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ แต่ก็ไม่มีคำพูดอะไรต่อจากนั้น จนในที่สุดดิวก็ชวนคุยอีกครั้ง

“กูเข้าใจ มันเจ็บ แต่เดี๋ยวก็หาย”

(ไม่แน่ใจ…)

“ไม่แน่ใจอะไร”

(ไม่แน่ใจว่ากำลังเสียใจแบบไหนอยู่)

“แรกๆ ก็งี้แหละ มึงสับสนไง”

(คงงั้น)

“อย่าไปกลัวดิ ‘กลัวที่ไหน’ จำคำกูไว้เลย” หลังจากพูดจบ ดิวได้ยินเสียงเหมือนคนกำลังหัวเราะในลำคอ

(อือ ไม่เคยกลัวอยู่แล้ว)

คนที่ไม่เคยพูดประโยคไร้สาระพวกนี้กลับทวนคำติดปากของเขาออกมา เอาอีกแล้วไงดิวอี้… เอาอีกแล้ว… หัวใจเป็นอะไรวะ แล้วเสียงเขาด้วยเนี่ยจะอึกอักทำซากปรักหักพังไร!

“งี้แพลนเที่ยวมึงก็เปลี่ยนหมดเลยดิ” คนปวดฟันคุดแต่ทุเลามากแล้วอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียง เขาตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องให้ออกห่างจากอะไรก็ตามที่มีอิทธิพลต่ออวัยวะในอกข้างซ้ายของตัวเขาเอง

(อือ คงแพลนใหม่ โสดแบบนี้เที่ยวคนเดียวก็ดี)

แม่งเอ๊ย จะเน้นย้ำทำไม แล้วกูเนี่ย…ทำไมดีใจวะ

ดิวอี้ มึงเป็นไรเนี่ย!!!

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

5 ความคิดเห็น