เธอชื่อโรส (กุหลาบทมิฬ)

ตอนที่ 10 : บทที่ 4 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    9 ส.ค. 63

 

“โรส หน้าเธอเป็นแผลนี่ ไหนหันมาดูชัดๆ หน่อยสิ” อรรณพจับไหล่บางให้หันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอย่างรวดเร็ว

“โห เลือดออกด้วย แคทเขาทำเธอใช่มั้ยเนี่ย?” ถามเสียงรัวเร็วอย่างตกใจ

“อือ” สาวน้อยพยักหน้าแล้วก้มต่ำลงมองพื้นอย่างสำนึกผิดที่ขัดคำสั่งแล้วทำให้ชายหนุ่มต้องเดือดร้อนไปด้วย

“เจ็บขนาดนี้เลยเหรอ ไหนดูสิ แผลลึกหรือเปล่า จะไปหาหมอไหม เดี๋ยวผมพาไป” อรรณพถามอย่างห่วงใย รอยแผลวันก่อนยังไม่ทันจะตกสะเก็ดดี วันนี้ได้มาเพิ่มอีกแล้ว

“อือๆ” สาวน้อยรีบส่ายแล้วแล้วหันไปหยิบสมุดกับปากกามาเขียน

ไม่เป็นไรค่ะ หนูทำแผลเองก็ได้ค่ะ แต่...หนูขอโทษนะคะที่ขัดคำสั่งคุณณพ หนูเสียใจจริงๆ ค่ะที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อน

“อืม...ช่างมันเถอะ เรื่องแค่นี้เอง เดือดร้อนกว่านี้ก็เคยมาแล้ว” อรรณพตัดบทพลางจ้องหน้าสาวน้อยของเขานิ่ง...

ทำไมเด็กสาวคนนี้ถึงได้โชคร้ายเสียจริงๆ เรื่องเก่าจากที่บ้านเพิ่งผ่านไป นี่มาอยู่กับเขาได้ไม่เท่าไหร่ก็เกิดเรื่องใหม่อีกแล้ว ชีวิตเธอทำด้วยอะไรนะ ช่างโชคร้ายเป็นบ้า!

“สรุปว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ ไหนเล่ามาสิ” อรรณพถาม

โรสเลยลงมือเขียนเล่าทุกอย่างให้เจ้านายหนุ่มของเธออ่าน ชายหนุ่มถึงกับส่ายหน้ากับการกระทำของอดีตคู่ขา แต่ปกติคัทลียาก็เป็นคนประเภทนี้อยู่แล้ว หาเรื่องคนอื่นไปทั่ว

“เธอรออยู่นี่แล้วกันนะโรส เดี๋ยวผมออกไปจัดการกับแคทก่อนแล้วจะเข้ามาทำแผลให้เอง ไม่ต้องออกไปแล้วล่ะ เดี๋ยวจะทะเลาะกันอีก” เขาบอกแล้วเดินออกไป

ทันทีที่ประตูปิดลง สาวน้อยคลี่ยิ้มอย่างสะใจ...

‘บอกแล้วว่าคนเรามันต้องลงทุนเจ็บตัวกันบ้าง ไม่อย่างนั้นจะเรียกคะแนนความสงสารได้ยังไงกัน แหมคุณแคทคะ คุณมารยาเป็น ฉันก็ทำได้ไม่แพ้คุณหร๊อก’ โรสเยาะเย้ยคู่กรณี

“คุณณพคะ จัดการให้แคทไปหรือยังคะ” คัทลียารีบถามแต่เธอก็แอบสงสัยที่เมื่อครู่ภายในห้องกลับเงียบกริบ ไม่ได้มีเสียงดุด่าออกมาให้ได้ยินเลย

“แคท...ใครกันแน่ที่เจ็บตัว ผมเห็นโรสเขาถึงกับเลือดซิบๆ” อรรณพถามเสียงแข็ง

“คุณณพ แต่แม่นั่นลงมือก่อนนะคะ” คัทลียาสวนขึ้น

“แต่นี่บ้านผมนะ คุณรนมาหาเรื่องเองต่างหาก รู้ก็รู้ว่าเวลานี้ผมไปที่ผับแล้ว แต่คุณก็ยังมาที่นี่อีก อย่างนี้ไม่เรียกว่าหาเรื่องแล้วจะเรียกว่าอะไร” อรรณพยิงคำถามตรงๆ

“อรรณพ! นี่คุณจะเข้าข้างคนใช้หรือคะ” หญิงสาวเสียงสูง

“ผมเข้าข้างคนของผมอยู่แล้ว ขอโทษนะถ้าไม่มีอะไรแล้วคุณก็กลับไปเถอะ คราวหลังก็ไม่ต้องมาที่นี่อีก เข้าใจมั้ยครับ มาก็ทะเลาะกันอีก ผมไม่มีเวลาจะมาหย่าศึกอย่างนี้ทุกครั้งหรอก แล้วจริงๆ การกระทำของคุณก็คือการบุกรุกดีๆ นี่เองนะครับ” อรรณพขู่ ชัดเจนว่าเขาเข้าข้างโรสไปแล้ว

คัทลียากระฟัดกระเฟียดขึ้นมาทันที...อย่างนี้เธอก็เจ็บฟรีน่ะสิ!

“ไปก็ได้ค่ะ แต่อย่าคิดว่าคนอย่างแคทจะยอมเจ็บฟรี” หญิงสาวไม่วายวางระเบิดทิ้งท้ายไว้

อรรณพได้แต่ถอนใจตามหลัง...นี่แหละที่เป็นเหตุผลให้เขาไม่สานต่อความสัมพันธ์กับคัทลียา เพราะเธอเป็นผู้หญิงเช่นนี้นี่เอง

ร่างสูงเดินไปหยิบอุปกรณ์ทำแผลในตู้เมื่อได้ครบทุกอย่างตามที่ต้องการ เขาก็เดินกลับเข้าไปในห้องของสาวน้อยผู้น่าสงสารอีกครั้ง

“โรส ทำแผลก่อนนะ” อรรณพไปหยุดยืนข้างๆ แล้วมองรอยแผลที่แก้ม

อยากยื่นมือออกไปลูบเบาๆ เพื่อปลอบโยนสาวน้อยแต่เขาก็กลัวว่าเด็กในปกครองจะขวัญหนีดีฝ่อเสียก่อน แค่โดนคัทลียาทำร้ายโรสก็ดูขวัญผวาไปเยอะมิใช่น้อยแล้ว

ดวงตางามที่เหมือนจะมีหยาดน้ำใสเอ่ออยู่ด้านใน แต่โชคดีที่มันยังไม่ราดรดแก้มนวลลงมา แววตานั้นจ้องมองเขาราวต้องการจะบอกเขาว่าเธอกลัวเหลือเกิน....

“เป็นอะไรเหรอโรส กลัวเหรอ” ชายหนุ่มถาม

“อือ” สาวน้อยพยักหน้าแล้วตอบในใจ

‘ใช่ค่ะ ฉันกลัว กลัวว่าแผนเดิมจะพังแล้วต้องคิดหาวิธีใหม่อีก’ สิ่งที่โรสกลัว กับสิ่งที่อรรณพคิดสวนกันไปคนละทางอย่างสิ้นเชิง

“ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีอะไรแล้วล่ะ ต่อไปอยู่บ้านคนเดียวก็ระวังหน่อยแล้วกัน เข้าใจมั้ย ถ้าคุณแคทเขามาอีกก็ไม่ต้องเปิดประตูแล้ว” อรรณพบอกพลางขยับเก้าอี้มานั่งตรงหน้าสาวน้อย

“อือ” ใบหน้างามที่ยังเปื้อนคราบเลือดพยักหงึก

“ดีแล้ว ทีนี้ก็นั่งเฉยๆ นะ จะได้ทำแผลซะที” อรรณพหยิบสำลีและน้ำยาล้างแผลออกมา ก่อนจะค่อยชุบให้ชุ่มแล้วเตรียมจะเช็ดที่แก้ม

สาวน้อยหลับตาปี๋ด้วยความกลัวแสบ คราวนี้โรสกลัวจริงๆ...อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่าเธอทำแผลเองจะดีกว่า แต่สุดท้ายปากบางก็เม้มสนิทไร้การปฏิเสธ

“แสบนิดนึงนะโรส” เขาบอกก่อนจะค่อยๆ เอาสำลีเช็ดลงไปบนแก้มขาวตรงหน้า

“อูย...” เสียงครางหลุดออกมาเบาๆ

‘หือ? ร้องอูยได้ด้วยเหรอเนี่ย’ อรรณพเอะใจเล็กน้อย แต่ด้วยความที่ไม่เคยเจอคนใบ้ สุดท้ายชายหนุ่มก็ไม่ได้ติดใจอะไรอีก

กว่าจะทำแผลเสร็จก็เล่นเอาเหงื่อตกไปทั้งคู่ อรรณพก็รู้สึกเกร็งไม่ใช่น้อยที่จะต้องคอยจ้องหน้าโรสนานๆ ในขณะที่คนโดนจ้องก็ถึงใจหวิวเมื่อดวงตางามสบเข้ากับนัยน์ตาเข้มคมกริบของบุรุษเพศอย่างอรรณพ

จะว่าไปใบหน้าของทั้งคู่ก็อยู่ห่างกันไปเกินหนึ่งฟุตเสียด้วยซ้ำ ยิ่งตอนที่อรรณพต้องใส่ยาให้โรส เขาก้มหน้าเข้าไปมองรอยแผลเสียเกือบจะชิดแก้มใสของเธอ

‘อย่าแกล้งล้มฉันใส่ฉันแล้วฉวยโอกาสหอมแก้มเชียวนะคุณณพ รับรองว่าคุณได้เจอลูกถีบมหาประลัยแน่ๆ ฉันไม่มีของฟรีให้คุณหรอก’ โรสคิด

‘เด็กอะไรผิวเนียนเป็นบ้า นี่ถ้าไม่เป็นใบ้จะดันให้เป็นดาราดังไปอีกคน’ ชายหนุ่มคิด

“เรียบร้อยแล้วครับ” อรรณพบอกเมื่อเขาใส่ยาเสร็จ

มือเรียวยกขึ้นพนมเพื่อขอบคุณชายหนุ่มอย่างโล่งอกที่ใบหน้าคมเข้มผละออกไปจากบริเวณแก้มนวลของเธอได้เสียที โรสลุ้นจนแทบลืมหายใจด้วยกลัวว่าอรรณพจะฉวยโอกาสร่างบางรีบเดินออกจากห้องนอนเพื่อจะไปในครัวอย่างรวดเร็ว ที่นั่นน่าจะปลอดภัยกว่าห้องนอนเป็นร้อยเท่า

“พักผ่อนเถอะ วันนี้ไม่ต้องทำกับข้าวแล้วกัน เดี๋ยวผมจะสั่งอาหารจากที่ร้านแล้วให้เด็กมาส่งให้” ชายหนุ่มบอกอย่างหวังดี

นัยน์ตางามเบิกกว้างอย่างประหลาดใจ เจ้านายที่นี่ใจดีขนาดนี้เลยเชียวหรือ นี่แค่ลูกน้องโดนคู่ขาเก่าข่วนหน้าเป็นรอยนิดหน่อยก็ไม่ต้องทำงานในหน้าที่แล้ว...

“อือ” สาวน้อยพยักหน้ารับทราบ

“หรือว่าอยากลงไปเดินเล่นข้างล่างมั้ยล่ะ เดี๋ยวผมพาลงไป เย็นๆ บรรยากาศริมทะเลสวยมากเลยนะ” อรรณพเอ่ยชวน

โรสถึงกับต้องกระพริบตาถี่ๆ อีกรอบ นี่เธอหูฝาดไปหรือเปล่า...สาวน้อยจ้องมองหน้าเจ้านายหนุ่มด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม

“ทำไม? สงสัยอะไรหรือเปล่า” อรรณพพอจะอ่านสีหน้าสาวน้อยออก

“อือ” โรสตอบรับ

“สงสัยอะไรครับ” เขาถามต่อ

สาวน้อยรีบวิ่งผลุบเข้าห้องนอนของเธอแล้วกลับออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมด้วยสมุดและปากกา เธอยื่นสมุดเล่มนั้นที่มีลายมือเขียนอย่างหวัดๆ ส่งให้เขา

“คุณณพไม่ต้องทำงานแล้วหรือคะ” เขาอ่านเสียงดัง  “อืม...เดี๋ยวผมค่อยออกไปตอนดึกๆ ก่อนผับจะปิดแล้วกันครับ ไป! เราลงไปเดินเล่นที่ชายหาดกันดีกว่าครับ” มือใหญ่โยนสมุดเล่มนั้นลงบนโซฟาก่อนจะถือวิสาสะฉวยมือบางแล้วแล้วออกแรงลากเบาๆ ให้สาวน้อยเดินตาม

โรสก้าวขาอย่างมึนงง ตอนแรกอรรณพเหมือนจะชวนเธอเฉยๆ แต่ตอนนี้เขากลับไม่รอคำตอบจากเธอเสียแล้ว ชายหนุ่มตัดสินใจเองเลยว่าจะลงไปเดินเล่นที่ชายหาด...

“โรส ทำไมมือเย็นเชียวครับ เป็นอะไรหรือเปล่า” อรรณพถามเมื่อรู้สึกว่าเล็กๆ ที่เขาจูงอยู่เย็นเฉียบขึ้นมา

สาวน้อยค่อยๆ ดึงมือของเธอกลับอย่างนุ่มนวล มือใหญ่ก็ยอมปล่อยโดยไม่ดื้อดึง ราวกับคิดขึ้นมาได้ว่าเขาไม่ควรจะทำอย่างนั้น

“เอ่อ...ขอโทษทีครับ ผม...ลืมตัวไปหน่อย”

“อือ” โรสพยักหน้า ทว่าในใจกลับค่อนขอดตามมา ‘ จับมือผู้หญิงคนอื่นบ่อยเลยล่ะสิท่า ผู้ชายอะไรมือไวเป็นบ้า เล่นซะเราตกใจหมดเลย’

สาเหตุที่ทำให้โรสมือเย็นเฉียบขึ้นมาอย่างกะทันหันก็มาจากการกระทำของอรรณพนั่นเอง...

ชายหาดยามอาทิตย์อัสดงงดงามอย่างที่อรรณพบอกไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ตะวันดวงกลมโตกำลังจะมุดตัวจมหายลงไปในพื้นน้ำสีทองที่เกิดจากแสงสะท้อนของตัวเองนั้น...งามเสียจนใครบางคนเกือบหลุดปากเอ่ยชมออกไป

“โรสเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมจู่ๆ ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองแบบนั้น” อรรณพถามเมื่อเห็นสาวน้อยที่เดินอยู่ข้างๆ ทำราวกับจะตบปากของเธอ

“อือๆ” เสียงปฏิเสธพร้อมส่ายหน้าระรัวจนผมที่ปลิวตามแรงลมอยู่แล้วยิ่งสยายตัวมากขึ้น

‘เกือบไปอีกแล้วไหมล่ะ โรสเอ๊ย...’

แต่มันก็ชวนให้ชายหนุ่มที่เดินข้างๆ เผลอยิ้มอย่างหลงใหลในภาพตรงหน้าขึ้นมาเสียดื้อๆ บรรยากาศรอบข้างงดงามตา แต่คนที่เดินอยู่ข้างเขางดงามกว่าเสียเป็นร้อยเท่า...นี่ขนาดว่าโรสแต่งตัวธรรมดาๆ และไร้ซึ่งเครื่องสำอางทั้งมวล เธอยังชวนมองเสียขนาดนี้...ชวนมองเสียจนอรรณพรู้สึกว่าคนอื่นที่ไม่ใช่เขาก็แอบลอบมองโรสอยู่ด้วย

“ไปนั่งเล่นมุมโน้นดีกว่าครับ ปลอดคนดี” อรรณพเอ่ยชวนแล้วเดินนำไปยังบริเวณที่มีผู้คนบางตา

สาวน้อยจ้ำเท้าตามเขาไปติดๆ ทั้งที่ในใจก็หวาดระแวงพอตัว...ผู้ชายคนนี้เท่าที่เธอสืบทราบมาเขาก็เพลย์บอยตัวพ่อคนหนึ่ง แล้วอย่างนี้โรสจะไว้ใจเขาได้ยังไงกัน

‘มาถึงก็ชวนไปที่ลับตาคนเชียวนะ ออกลายกันเห็นๆ’ โรสแอบเบ้ปากใส่ตอนที่ชายหนุ่มหันมองทางอื่น

อรรณพทรุดตัวนั่งลงบนพื้นทรายทันทีที่เขาเดินมาถึงจุดที่คิดว่าห่างจากกลุ่มคนส่วนใหญ่แล้ว ชายหนุ่มหันมองสาวน้อยที่ยืนหันรีหันขวางอยู่ไม่ห่างก่อนจะเอ่ยชวน

“มานั่งใกล้ๆ ได้นะ ผมไม่กัด แต่ถึงกัดก็ฉีดยาเรียบร้อยแล้ว”ชวนพลางหัวเราะในลำคอ

‘อ้าว! เป็นหมาหรอกเหรอ คิดว่าเป็นคน’ โรสต่ออยู่ในใจด้วยความรู้สึกคันปากอย่างเหลือล้นแต่เธอก็ยังฝืนยิ้มแห้งๆ ให้เขาก่อนจะเดินไปนั่งอยู่ห่างๆ

“ขยับมาใกล้อีกหน่อยก็ได้นะ ผมไม่ได้เป็นโรคอะไรที่น่ารังเกียจขนาดนั้น”

สาวน้อยตวัดนัยน์ตางามมองค้อนกลับไป ร่างบางยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมแล้วเพ่งมองลงไปในทะเลที่กำลังมีคลื่นน้อยใหญ่ถาโถมเข้าหาฝั่งลูกแล้วลูกเล่า

“ว่าไงล่ะ ชอบมั้ย” อรรณพถามชึ้น

“ช...อุ๊บ! อือ” โรสตอบสีหน้าตื่น...

‘เกือบจะหลุดออกไปอีกรอบแล้วสิเรา บ้าจริงๆ เห็นทีจะต้องรีบๆ สืบให้ได้เรื่องแล้วเผ่นหนีกลับไปหาคุณแม่เลยดีกว่า’

“เมื่อกี้เธอพูดว่าไงนะโรส...พอดีฟังไม่ถนัด” อรรณพถาม

หรือจะเป็นที่เขาหูฝาดไปเอง แต่ชายหนุ่มมั่นใจว่าก่อนที่โรสจะออกเสียงคำว่า ‘อือ’ เขาได้ยินเสียงอื่น เพียงแต่มันฟังไม่ถนัดชัดเจนจะว่าเป็นเสียงคลื่นก็ไม่น่าจะใช่อีกนั่นแหละ...

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น