กระดังงาไร้ราคี

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 ปีเก่า ชีวิตเก่าๆ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 898
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    15 เม.ย. 63

บทที่ 6 ปีเก่า ชีวิตเก่าๆ

 

 

        “มื้อนี้ผมขออนุญาตเป็นเจ้ามือนะครับคุณแม่” ราเมธรีบเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าทุกคนรับประทานก๋วยเตี๋ยวจนอิ่มแล้ว

        “จ๊ะ ขอบใจมากนะ” นางไม่ได้ขัด เพราะรู้ว่าค่าอาหารไม่ได้มากมายเท่าไหร่นักและไม่อยากให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ

        “ขอบใจมากนะราม เดี๋ยววันหลังรดาขอเลี้ยงคืนบ้างนะ” พีรดาเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งฟังราเมธกับมารดาของเธอคุยกันอย่างถูกปากมาพักใหญ่แล้ว

        “ได้เลยครับ ผมให้รดาติดไว้มื้อนึงนะครับคุณแม่” ราเมธบอกให้มารดาของเธอรับรู้ไว้ด้วย เผื่อวันข้างหน้าเขาอาจจะไปขอทวงค่าติดอาหารหนึ่งมื้อจากเธอ ชายหนุ่มจะได้มีพยาน

        “จ้า ถ้ารดาเขาไม่เลี้ยง เดี๋ยวแม่เลี้ยงแทนก็ได้นะลูก” นางออกตัวแทนลูกสาว

        “ถ้าอย่างนั้น สงสัยว่าผมอาจจะขอเข้าไปชิมฝีมือคุณแม่ที่บ้านบ้างได้ไหมครับ” ราเมธหาช่องทางให้ตัวเอง

        เหมือนจะลืมไปว่าลูกสาวบ้านนี้เขามีสามีแล้ว

        “ได้สิได้ เข้ามาเลย จะเข้ามาวันไหนบอกกับรดามาก็ได้นะ แม่จะได้เตรียมกับข้าวไว้เผื่อ” นางยินดีต้อนรับเพื่อนของลูกสาวเป็นอย่างดี ยิ่งรู้ว่ามารดาของชายหนุ่มเป็นใคร นางยิ่งรู้สึกดีกับเขามากขึ้น

        “ถ้าอย่างนั้นวันไหนผมว่าง ผมจะบอกนะครับคุณแม่” ราเมธบอกกับสายพิณแล้วหันไปยิ้มให้พีรดา

        แต่ก่อนที่ทั้งหมดจะได้พูดคุยกันต่อ โทรศัพท์ของราเมธก็มีสายเรียกเข้ามาเสียก่อน

        “ว่าไงครับน้องษา” ราเมธถามอีกฝ่ายกลับไปทันทีที่กดรับสาย

        “พี่รามทานข้าวเที่ยงหรือยังคะ”

        “เรียบร้อยแล้วครับ น้องษาล่ะครับ ทานอะไรหรือยัง”

        “ษาทานข้าวกับเพื่อนๆ เรียบร้อยแล้วค่ะ ก็วันนี้พี่รามไม่ยอมมาทานข้าวกับษาด้วย” หญิงสาวเสียงคล้ายจะงอนเง้า

        “แหม ถึงไม่มีพี่ น้องษาก็ทานข้าวอร่อยไม่ใช่เหรอครับ” เขากระเซ้าอีกฝ่ายจนลืมไปว่ามีคนอื่นนั่งฟังอยู่ด้วย

        “ไม่อร่อยเท่าทานกับพี่รามหรอกค่ะ” มาริษาหยอดคำหวานมาตามสาย

“หึๆ” ราเมธหัวเราะในลำคอ

“น้องษาครับ เดี๋ยวพี่โทรกลับได้ไหมครับ” ชายหนุ่มบอกอีกฝ่ายเพราะรู้สึกว่าไม่ใช่เวลาจะมาคุยเล่นกับผู้หญิงต่อหน้าผู้ใหญ่เช่นนี้

“พี่รามอยู่กับคนอื่นด้วยเหรอคะ” มาริษาเสียงตึงเล็กน้อย

“ครับ พี่อยู่กับเพื่อนแล้วก็คุณแม่ของเพื่อนด้วยครับ” ราเมธยอมรับตามตรง

“ถ้าอย่างนั้นรีบโทรกลับมานะคะ ษาจะรอค่ะ”

“ครับ” เขารับปากเสร็จแล้วก็รีบกดวางสายทันที

“สงสัยแฟนจะโทรมาตามแล้วนะเนี่ย” สายพิณแกล้งพูดแซวชายหนุ่มเล่นๆ

“ไม่ใช่แฟนหรอกครับคุณแม่ เพื่อนรุ่นน้องน่ะครับ” ราเมธรีบปฏิเสธ

 “อ้าว! เหรอจ๊ะ”

“ผมยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนเลยครับ” ราเมธรีบบอกเมื่อเห็นสายพิณทำหน้าเหมือนจะเคลือบแคลงในตัวเขา

“จริงเหรอจ๊ะ” นางแทบจะไม่เชื่อหูตัวเอง ผู้ชายที่มีพร้อมขนาดนี้จะยังเป็นโสดอยู่ได้อีก ถึงจะยังไม่แต่งงานมีครอบครัวเป็นเรื่องเป็นราวแต่ก็น่าจะมีแฟน

“คุณแม่คะ รามเขาบอกว่า ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนค่ะ แสดงว่าเขาคงมีคนที่เขาคุยอยู่ด้วยแล้วล่ะคะ และก็อาจจะหลายคนด้วยมั้งคะ” พีรดารีบอธิบายแทรกขึ้นมาก่อนที่ชายหนุ่มจะได้ตอบ

“แหม คุณหมอก็ช่างคิดไปนะครับ วิจารณ์ได้ลึกซึ้งมากเลยทีเดียวครับ” ราเมธหัวเราะเบาๆ

“แสดงว่าจริงใช่ไหมคะ” พีรดาย้อนถาม

“ผมว่า...ผมไม่ตอบดีกว่าครับ ปล่อยให้คุณหมอเอาไปคิดเล่นเป็นการบ้านแล้วกันนะครับ” เขาแกล้งเธอเล่นต่อหน้ามารดาหญิงสาวเลยทีเดียว

“ไม่ดีกว่าค่ะ รดาไม่ค่อยอยากรู้เรื่องคนอื่นเท่าไหร่ค่ะ” พีรดารีบออกตัว

“อ้าว! อย่าตั้งประเด็นมาทะเลาะกันสิลูก” สายพิณรีบแย้งเมื่อเห็นลูกสาวทำหน้ามุ่ย

“ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละครับ” ราเมธเห็นด้วย

“รดาว่าเรากลับบ้านกันดีกว่าค่ะคุณแม่ รามเขาจะได้มีเวลาไปทำธุระของเขาค่ะ” เธอบอกมารดา แต่ไม่วายแอบแขวะเขาเล็กๆ ด้วย

“เออ นั่นสิ แม่กับรดาคงต้องขอตัวก่อนนะราม ยังไงก็ขอบใจนะสำหรับอาหารเที่ยงวันนี้” นางเห็นด้วยกับลูกสาว

“ยินดีครับคุณแม่”

“แม่ไปก่อนนะราม” นางบอกลา ในขณะที่พีรดานิ่งเงียบ

รู้สึกหมั่นไส้เขาขึ้นมาดื้อๆ...ทำไมก็ไม่รู้ พีรดาก็หาเหตุผลให้ความรู้สึกตัวเองไม่ได้

“ครับคุณแม่ แล้วเจอกันใหม่นะครับ”

“จ้า แล้วเจอกันใหม่นะลูก” นางบอกแล้วรีบเดินตามหลังพีรดาที่เดินดุ่มออกไปหน้าร้านก่อนแล้ว

ราเมธเดินตามหลังสายพิณไปติดๆ ในขณะที่พีรดาเตรียมสตาร์ทเครื่องรถมอเตอร์ไซด์

“ขับรถดีๆ นะครับคุณหมอ” ชายหนุ่มบอก เขาเรียกเธออย่างให้เกียรติทุกถ้อยคำ

“ขอบใจนะ” พีรดาบอกอย่างเสียไม่ได้ ทั้งที่ในใจยังรู้สึกเคืองเขาอย่างบอกไม่ถูก ว่าทำไมจู่ๆ ต้องขุ่นเคืองเขาด้วย

“แม่ไปก่อนนะราม” สายพิณบอกอีกรอบขณะที่ขึ้นนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซด์

“ครับคุณแม่” เขาบอกพร้อมยกมือไหว้นาง

สายพิณยิ้มลาให้ชายหนุ่ม ขณะที่พีรดาก็เริ่มขับรถออกจากบริเวณหน้าร้านขายก๋วยเตี๋ยวแห่งนั้น

“รดา” สายพิณเรียกลูกสาวที่กำลังทำหน้าที่ขับรถ

“รดาว่ารามเขามีแฟนหรือยังนะลูก” นางถาม

“คงมีแล้วล่ะค่ะ แต่เขาคงไม่อยากบอกคุณแม่มากกว่า ดีไม่ดี อาจจะกำลังคบอยู่หลายคนด้วยมั้งคะ เลยตั้งสถานะโสดเอาไว้แบบนี้ เขาเรียกว่าโสดหลอกตาคนค่ะ” เธอตอบเสียงแข็งๆ

ผู้ชายก็แบบนี้แหละ...หาดีได้ยาก คนที่จะยอมรับตรงๆ ว่ามีครอบครัวหรือมีแฟนแล้ว สมัยนี้มันหาแทบไม่เจอแล้วจริงๆ

สายพิณนิ่งเงียบไปเมื่อได้รับคำตอบจากลูกสาว...มันก็อาจจะจริงอย่างที่พีรดาบอกก็ได้

 

 

ราเมธเดินกลับไปขึ้นรถยนต์เอสยูวีสีดำของเขาแล้วสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมกับเปิดเครื่องปรับอากาศในรถ แต่เขายังไม่ได้ขับรถออกไปจากตรงนั้น ชายหนุ่มยกโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดสายไปหาใครบางคนที่เขารับปากไว้ว่าจะโทรกลับไปหา

“ทำไมนานจังเลยคะกว่าพี่รามจะโทรกลับมาหาษา” มาริษาตัดพ้อทันทีที่เธอรับสาย

“พี่คุยกับเพื่อนแล้วก็คุณแม่ของเพื่อนอยู่น่ะครับน้องษา” ราเมธบอกไปตามตรง

“เพื่อน? ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ” มาริษาซักไซ้

“เพื่อนผู้หญิงครับ”

“พี่รามมีเพื่อนผู้หญิงด้วยเหรอคะ ปกติแล้วษาเห็นแต่เพื่อนผู้ชายทั้งนั้น” หญิงสาวเสียงดุ ราวกับว่าราเมธทำอะไรผิดอยู่

“ครับ คนนี้เป็นเพื่อนกับพี่ตั้งแต่เรียนอนุบาล พี่ไม่ได้เจอเขาเลยตั้งแต่เรียนจบป.6” ชายหนุ่มเล่า

“แล้วมาเจอกันได้ไงคะ” มาริษายังสงสัยต่อ

“เจอกันในวัดเมื่อกี้นี้แหละ คุณหมอรดาเธอมาในวัดกับคุณแม่ของเธอครับน้องษา”

“คุณหมอรดา เพื่อนพี่รามเป็นหมอเลยเหรอคะ” หญิงสาวเสียงประหลาดใจ

“ใช่ครับ เธอเป็นหมอ” เขาตอบรับ

“ไม่ใช่พี่รามจะจีบเพื่อนผู้หญิงคนนี้เหรอคะ” มาริษาตั้งคำถามด้วยน้ำเสียงไม่น่าฟังสักเท่าไหร่

“โอ๊ย! น้องษาครับ รดาเขาแต่งงานแล้วครับ เขาไม่มีทางมาสนใจผู้ชายบ้านๆ อย่างพี่หรอกครับ” ชายหนุ่มแสร้งหัวเราะต่อท้าย

“ให้มันแน่เถอะค่ะ ษาจะรู้สึกสบายใจมาก ษาไม่ชอบให้พี่รามไปเกาะแกะกับผู้หญิงคนไหนนะคะ ถ้าจะคบ จะศึกษาดูใจกันกับษา เราก็ควรจะคบกันแค่สองคนนะคะ อย่าให้มีตัวเลือกอื่นเข้ามาเกี่ยวเลยค่ะ” มาริษาเอ่ยเตือนชายหนุ่ม

“น้องษาครับ ตอนนี้เรายังไม่ได้ตกลงใจที่จะเป็นแฟนกันนะครับ” เขาเอ่ยทวนความทรงจำให้เธอ

“ค่ะพี่ราม ษาทราบค่ะ ว่าพี่รามยังไม่ได้ตกลงใจที่จะรับษาเป็นแฟนแบบเปิดเผย แต่เราก็กำลังคุยกันอยู่ไม่ใช่เหรอคะ หรือพี่รามจะเถียง” มาริษาไม่ยอมลดรา

“ครับ พี่ไม่ลืมหรอกครับ แต่ตอนนี้พี่ขอตัวไปทำงานก่อนนะครับ” ราเมธบอกเสียงสุภาพเจืออารมณ์เบื่ออยู่ในที

“ค่ะ แล้วเย็นนี้พี่รามจะแวะมาหาษาไหมคะ” เธอถามก่อนที่เขาจะตัดสาย

“พี่ขอดูงานก่อนนะครับ แล้วจะโทรบอกน้องษาอีกทีนะ”

“ยังไงษาจะรอนะคะพี่ราม” มาริษาเสียงออดอ้อนมากขึ้น

“ครับ แต่ตอนนี้พี่ขอวางสายก่อนนะครับ” เขาบอกแล้วชิงตัดสายทันทีก่อนที่หญิงสาวจะพูดต่อ

“เฮ้อ! ไอ้รามเอ๊ย...” ราเมธพึมพำกับตัวเอง เหมือนชายหนุ่มจะรู้สึกสมเพชตัวเองอย่างบอกไม่ถูก

เรื่องราวระหว่างเขาและมาริษาเกิดจากการจับคู่ของผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย เมื่อต่างฝ่ายต่างก็มองว่าทั้งคู่น่าจะเหมาะสมกันด้วยเหตุผลทางสังคมมากมาย เลยให้ทั้งคู่สองศึกษาดูใจกันก่อน  ราเมธเองก็ไม่อยากขัดใจผู้ใหญ่

แต่ชายหนุ่มก็ยังไม่ได้ตอบตกลงที่จะให้มาริษาเป็นแฟน เขามองว่าควรจะใช้เวลาในการศึกษากันให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย เวลาแค่ปีเดียวมันยังน้อยเกินไปสำหรับเขา อีกอย่างฝ่ายหญิงก็ยังค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองค่อนข้างมาก เหมือนเธอจะพยายามบังคับและเข้ามาบงการชีวิตเขาในหลายๆ เรื่องทั้งที่ยังไม่ได้เป็นแฟนกันด้วยซ้ำ ส่วนเขาเองก็ยังรู้สึกว่าชีวิตยังต้องการความเป็นอิสระอยู่ ทุกอย่างเลยยังไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่นัก

“รดา...” จู่ๆ ราเมธก็พึมพำชื่อของหญิงสาวขึ้นมาดื้อๆ

“บ้าแล้วเรา จะไปคิดถึงเขาทำไม รู้ทั้งรู้ว่าเขามีสามีไปแล้ว ไอ้รามเอ๊ย หาเหาใส่หัวให้ตัวเองแล้วไหมล่ะ” ชายหนุ่มดุตัวเอง

แต่ก็แปลก...ที่เขากลับรู้สึกว่าหากให้ตอบตกลงยอมรับพีรดามาเป็นแฟน เขากลับไม่มีความรู้สึกลังเลอย่างที่เกิดขึ้นกับมาริษาเลย

แต่นั่นก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะพีรดามีห่วงของเธออยู่แล้ว

“ทำงานๆ อย่าคิดเพ้อเจ้อไปไกลขนาดนั้นนะไอ้ราม” เขาโพล่งออกมาดังๆ แล้วตัดสินใจขับรถตรงไปยังไซด์งาน

หลังจากกลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว พีรดาก็ขึ้นไปด้านบนเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะกลับลงมาด้านล่างอีกครั้งหลังจากรู้สึกสบายตัวมากขึ้น

“รดา เย็นนี้ออกไปไหนหรือเปล่าลูก” สายพิณถามเมื่อเห็นลูกสาวเดินลงมาในห้องรับแขก

ร่างสมส่วนในชุดเสื้อยืดสีขาวสะอาดกับกางเกงขาสั้นสีดำสนิทเดินไปหยุดใกล้ๆ มารดาก่อนจะล้มตัวลงนอนบนโซฟาที่สายพิณนั่งอยู่ก่อนแล้ว เธอเอาศีรษะทุยได้รูปไปหนุนตักมารดาอย่างกับเด็กน้อยที่ต้องการออดอ้อนผู้ใหญ่

“ยังไม่รู้เลยค่ะคุณแม่” พีรดาตอบเบาๆ

“ไม่ได้นัดกับเพื่อนไว้เหรอลูก” นางถามพลางลูบผมลูกสาวเบาๆ อย่างทะนุถนอม

ลูกใคร ใครก็รัก ไม่ว่าลูกคนนั้นจะเป็นอย่างไร นั่นคือหัวอกของคนที่เป็นแม่อย่างแท้จริง

“ชาติชวนไปทานข้าวเหมือนกันค่ะ แต่รดายังไม่ได้ตอบตกลงเขาค่ะ” เธอบอกให้มารดาทราบ

“งั้นก็ไปสิจ๊ะ ออกไปเที่ยวกับเพื่อนเสียบ้างจะได้ไม่เหงา ไม่ต้องมาอุดอู้อยู่ในบ้านอย่างนี้”

“รดาขอดูก่อนแล้วกันค่ะคุณแม่ ว่าแต่วันนี้คุณแม่ไม่ไปไหนแล้วเหรอคะ” พีรดาถามกลับมารดา

“แม่ไม่น่าจะออกไปไหนแล้วล่ะ อย่างมากก็คงออกไปซื้อปลาที่ร้านค้าแถวๆ บ้านนี่แหละจ๊ะ” สายพิณตอบลูก

“ค่ะ” หญิงสาวรับคำสั้นๆ พร้อมกับหลับตาลง...

ปล่อยให้มารดาของเธอนั่งลูบผมเส้นสลวยของลูกสาวไปเรื่อยๆ มันช่างเป็นบรรยากาศที่มีความสุขเหลือเกิน

“แม่เปิดทีวีได้ไหมจ๊ะ เสียงมันจะรบกวนหนูไหมลูก” สายพิณถามขึ้นเบาๆ เมื่อเห็นพีรดายังคงหลับตานิ่งราวกับว่าเธอหลับไปแล้ว แต่นางก็รู้ว่าลูกสาวยังไม่ได้หลับจริงๆ

“ได้ค่ะ คุณแม่เปิดทีวีได้เลยค่ะ รดาแค่หลับตาเพื่อพักสายตาเฉยๆ ค่ะ ไม่ได้จะนอนให้หลับค่ะ” พีรดารีบบอกแล้วลุกออกจากตักของมารดา

“นอนหนุนตักแม่ต่อก็ได้นะลูก” นางบอกพร้อมกดรีโมทโทรทัศน์

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่จะได้นั่งดูทีวีสบายๆ หน่อย” เธอบอกแล้วเอนกายพิงไปกับพนักโซฟา

“รดาดูละครบ้างไหมลูก” สายพิณเปลี่ยนเรื่องสนทนา

“ไม่ค่อยได้ดูเลยค่ะคุณแม่ ขี้เกียจติดตามค่ะ มันเหมือนเราต้องมาคอยลุ้นอยู่ในแต่ละวัน แต่ละอาทิตย์ รดาขอดูเป็นหนังที่มันจบไปเลยในคราวเดียวดีกว่าค่ะ จบแล้วจบเลย ไม่ต้องอารมณ์ค้างอยู่เป็นอาทิตย์ๆ ค่ะ” หญิงสาวอธิบายยืดยาว

“จ้า แม่เข้าใจจ๊ะ ว่ารดาไม่ได้มีเวลาว่างมากอย่างแม่ แต่ดูคลายเครียดบ้างก็ดีนะ ละครบางเรื่องนะรดา แม่หัวเราะกันจนปวดท้องเลยแหละ” นางไม่วายคะยั้นคะยอลูกสาว

“แหมๆ มีมาโฆษณาให้เขาด้วย ได้ค่าโฆษณามาเท่าไหร่คะคุณนายสายพิณ” หญิงสาวถามพลางแกล้งทำหน้าล้อเลียนมารดา

“เดี๋ยวฟาดให้เลยนะ ทำมาเป็นล้อเลียนแม่” นางเงื้อมือขึ้นแล้วแกล้งฟาดฝ่ามือลงบนแขนของพีรดาเบาๆ

“โอ๊ย! คุณแม่รังแกลูก งือๆ” พีรดาแกล้งยกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้วตีหน้าจ๋อย

“ฮาๆๆ” เสียงหัวเราะของสองแม่ลูกประสานกันตามมาติดๆ ในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา

พีรดามีมุมน่ารัก มีมุมเฮฮาในแบบของเธอมาตั้งแต่เด็กๆ ถ้าใครได้อยู่ใกล้ๆ รับรองว่ามีความสุขกันทุกคน สายพิณมั่นใจได้เลยว่าลูกสาวของนางน่ารักไม่แพ้ๆ ใครๆ ในโลกใบนี้

แต่ทำไมกับ...กรณ์ ผู้ชายที่นางรู้สึกว่าเขาโชคดีมากที่ได้มีโอกาสร่วมใช้ชีวิตกับพีรดา ทว่าทำไมเขากลับไปคว้าผู้หญิงอีกคนเข้ามาทำให้ชีวิตคู่มีปัญหาอย่างเช่นตอนนี้

สายตาของสายพิณนั่งดูโทรทัศน์ แต่ภายในสมองของนางกลับไม่ได้จดจ่อกับเนื้อเรื่องในละครเลย นางกลับคิดถึงใครบางคนที่ยังใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงเทพ ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนที่พีรดาเดินทางกลับมาเยี่ยมบ้าน ลูกเขยของนางจะติดตามมาด้วยเสมอๆ

“ละครจบแล้วค่ะคุณแม่” พีรดาบอกมารดาเมื่อเห็นว่านางเริ่มใจลอย

“อ้าว! เหรอ” นางอุทานเบาๆ

“สงสัยวันนี้จะไม่ค่อยสนุก รดาไม่เห็นจะได้ยินเสียงหัวเราะของคุณแม่เลยนะคะ”

ชีวิตของหนูเป็นอยู่แบบนี้จะให้แม่แค่นหัวเราะออกมาเหรอรดาเอ้ยสายพิณตอบลูกในใจ แต่นางก็แสร้งหัวเราะเบาๆ เพื่อกลบเกลื่อนไม่ให้พีรดาต้องกังวลใจ

หลังจากรายการละครจบลง ก็มีรายการข่าวเข้ามาคั่นช่วงสั้นๆ ซึ่งสายพิณก็ยังไม่เปลี่ยนช่องไปดูรายการอื่น นางยังคงเปิดสถานีเดิมทิ้งเอาไว้แบบนั้น

“ข่าวฮอต ประเด็นร้อนในวันนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องการแถลงข่าวของคุณไลลา ดาราสาวเจ้าบทบาท กับข้อครหาที่ว่าเธอไปแย่งสามีของคุณหมอท่านหนึ่งมา อย่างที่เคยได้เสนอข่าวไปบ้างแล้วนั้น...”

พีรดาและสายพิณถึงกับสะดุ้งสุดตัว หญิงสาวหันมองหน้ามารดา อีกฝ่ายรีบคว้ามือลูกสาวมากุมให้กำลังใจเธอทันที

ไม่ต้องมีคำเอื้อนเอ่ยใดๆ...แม่ก็รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของลูกสาว

นางตั้งใจฟังผู้ประกาศข่าวพูดต่อไปอย่างจดจ่อ ไม่ต่างจากพีรดาแม้แต่น้อย

มือนุ่มๆ ของคุณหมอคนสวยเริ่มสั่นเทา มือของสายพิณก็เริ่มชื้นขึ้น แต่นางก็ยังไม่คลายมือออกจากมือของลูกสาว แต่กลับกระชับมันแน่นขึ้น แน่นขึ้น...เหมือนต้องการให้พีรดารู้ว่า ไม่ว่าต่อจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น มือนี้จะไม่มีวันปล่อยจากเธอล้านเปอร์เซ็นต์

“เมื่อครึ่งชั่วโมงที่ผ่านมา คุณไลลาได้เปิดแถลงข่าวพร้อมกับคุณกรณ์ ไฮโซคนดังเจ้าของร้านเพชรหรูที่ร้านของเขาเอง งานนี้ดาราสาวเจ้าบทบาทจะให้สัมภาษณ์นักข่าวอย่างไรบ้างนั้น ไปฟังนักข่าวภาคสนามของเรากันค่ะ” ผู้ประกาศบอกแบบนั้น

“แม่จะปิดทีวีนะลูก” สายพิณบอกพร้อมเอื้อมมือไปหยิบรีโมทโทรทัศน์ด้วยอาการสั่นๆ

“ไม่ต้องค่ะคุณแม่ รดาอยากดูค่ะ” เธอห้ามฉับพลัน น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวแม้จะเจือด้วยความตระหนกมิใช่น้อย

นี่ถึงขนาดเปิดแถลงข่าวกันเลยเหรอ...ที่ร้านเพชรของสามีเธอด้วย แสดงว่าต้องเป็นข่าวร้ายของพีรดาอย่างไม่ต้องกังขา

หญิงสาวคาดเดาได้ไม่ยากสำหรับรูปการเช่นนี้ และมันก็เป็นจริงอย่างที่เธอคิดไว้

“ไลลาไม่ได้แย่งคุณกรณ์มาจากใครนะคะ เรารักกัน ใช่ค่ะ รักกันมานานแล้วด้วยค่ะ และที่สำคัญคุณกรณ์เลิกรากับคุณหมอพีรดามาตั้งนานแล้วค่ะ เพียงแต่ทุกคนไม่ทราบเท่านั้นเอง วันนี้ไลลากับคุณกรณ์เลยต้องออกมาแถลงข่าวให้ทุกคนทราบค่ะ ” ไลลายืดอกตอบนักข่าวหน้าระรื่น

“แปลว่าคุณกรณ์หย่ากับคุณหมอพีรดาแล้วเหรอคะ” นักข่าวถาม

“คือผมไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับอดีตภรรยาอยู่แล้วตั้งแต่ต้นครับ พอเลิกก็คือขาดจากกันไปเลย” กรณ์ตอบแทนไลลา

“นานหรือยังคะ” นักข่าวถามต่อ

“นานแล้วครับ เราแยกกันอยู่มาเป็นปีแล้วล่ะครับ ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองครับ คือเราเลิกกันก่อนที่ผมจะมาคบกับไลลาครับ”

ตอแหล! ช่างเป็นผู้ชายที่ตอแหลที่สุด พีรดาอยากตะโกนคำนี้ออกมาเหลือเกิน แต่ติดที่เธอเกรงใจมารดา

        “รดา...” สายพิณเรียกลูกสาวเสียงสั่นเครือ

        “เขาโกหกค่ะคุณแม่ เขาโกหก” พีรดาหันมองหน้ามารดา นัยน์ตางามเริ่มมีความชื้นของน้ำใสๆ

        “แม่เชื่อหนูจ๊ะลูก แม่เชื่อหนูนะ” นางบอกพร้อมสวมกอดร่างสมส่วนที่โผเข้าหาอ้อมอกของมารดาอย่างคนที่ต้องการที่พึ่ง

        เสียงสะอื้นเบาๆ ดังอยู่แนบอกสายพิณ มันช่างบาดลึกเข้าไปในทรวงอย่างสุดแสบสันต์

        “ไม่เป็นไรนะรดา ร้องไห้ให้พอเถอะลูก ถ้าหนูอยากร้อง ร้องให้กับความผิดพลาดในชีวิตที่หนูได้เลือกคนผิดมาร่วมชีวิตคู่ แต่อย่าร้องไห้ฟูมฟายเพราะหนูต้องเลิกกับคนเลวๆ พรรค์นั้นเลยนะ หนูควรจะต้องดีใจที่หลุดพ้นจากคนแบบนั้นมาได้ เชื่อเถอะ ว่าเขาจะไม่มีวันหยุดที่ผู้หญิงคนไหนง่ายๆ ตอนนี้เขาก็พิสูจน์ให้แม่เห็นแล้ว” นางปลอบใจลูกทั้งน้ำตาเช่นกัน

        นางก็ผิด ที่ยกลูกสาวให้ผู้ชายเลวๆ คนนั้น...

        นานร่วมชั่วโมงที่พีรดาซบอยู่กับอกของมารดา เสมือนว่ามันเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอในเวลานี้แล้ว 


         E Book ตามลิงก์ด้านล่างนะคะ ฝากอุดหนุนด้วยค่ะ ขอบคุณค่าาา

https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMzAxNDcxIjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NjoiMTE4OTQyIjt9




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

51 ความคิดเห็น

  1. #46 GGG_LEE (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 20:56
    ดีใจมากเลยค่ะ 😭😭😭😭😭
    #46
    0
  2. #43 Ningkylove (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 17:07
    รอนานมากเลยค่ะ :)
    #43
    0