กระดังงาไร้ราคี

ตอนที่ 5 : บทที่ 4 ทำบุญย่อมได้บุญ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,639
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    21 ก.ย. 60

บทที่ 4 ทำบุญย่อมได้บุญ

 

 

เสียงไก่ขันในยามใกล้ฟ้าสางปลุกให้ร่างสมส่วนในชุดนอนสบายตัวเริ่มรู้สึกตัว  นานแล้วที่หญิงสาวไม่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบนี้ พีรดาบิดตัวไปมาบนเตียงนอนสองสามครั้งก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงนอน

เธอลุกไปเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟันแล้วเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อผ้าลำลองสบายตัว จากนั้นจึงเดินลงไปด้านล่างของตัวบ้านเพื่อจะออกไปเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ของยามเช้า

“อ้าว! รดาตื่นแล้วหรือลูก ตื่นเร็วจัง นอนต่ออีกหน่อยก็ได้นะ ไม่ต้องรีบลุกมาก็ได้” สายพิณร้องทักลูกสาวทันทีที่เห็นพีรดาก้าวลงบันไดมาด้านล่าง

“คุณแม่ก็ตื่นเช้าเหมือนกันนะคะ” หญิงสาวเดินตรงไปที่มารดาซึ่งกำลังสาละวนอยู่กับดอกไม้สีต่างๆ ตรงหน้า

“แม่ตื่นมาทำอาหารใส่บาตรด้วยนะลูก เดี๋ยวใส่บาตรกันนะ อีกสักใหญ่หลวงพ่อท่านก็มาบิณฑบาตแล้วล่ะ” นางบอกพลางจัดแจงช่อดอกไม้สดให้สวยงาม ส่วนอาหารถูกเตรียมไว้ในครัวเรียบร้อยแล้ว

“ได้ค่ะ” พีรดารับคำมารดาสั้นๆ ขณะที่นั่งลงบนโซฟาไม่ห่างไปจากผู้ให้กำเนิดมากนัก

“อ้อ! วันนี้ช่วงสายๆ เขามีการพัฒนาวัดกันด้วยนะ แม่ว่าจะเข้าไปช่วยปัดกวาดเช็ดถูในวัดกับลุงๆ ป้าๆ แถวนี้ซะหน่อย รดาจะไปกับแม่ไหมลูก” นางเอ่ยชวนเมื่อนึกได้

“ไปค่ะไป” พีรดาเสียงตื่นเต้น

พัฒนาวัด...หรือจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือการร่วมมือร่วมแรงกันของคนในชุมชนเพื่อทำความสะอาดบริเวณวัดนั่นเอง

 

หลังจากใส่บาตรร่วมกับแม่และพี่สาวเรียบร้อยแล้วพีรดาก็กลับขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นกางเกงยีนส์พอดีตัวและเสื้อยืดแขนสั้นสีเรียบๆ แล้วกลับลงมารับประทานเช้าร่วมกับมารดา ส่วนพลอยพรรณนั้นต้องออกไปส่งลูกสาวที่โรงเรียน

“เดี๋ยวเราขับมอเตอร์ไซด์ไปกันดีกว่าไหมคะคุณแม่ พี่พลอยจะได้เลยไปที่ร้านไม่ต้องวกกลับมาที่บ้านอีก” พีรดาเสนอขึ้น

“ก็ได้เหมือนกันนะลูกแต่รดายังขับมอเตอร์ไซด์เป็นอยู่นะ ไม่เคยขับมานานมากแล้ว” สายพิณท้วงติงลูกสาว

“คุณแม่สบายใจได้เลยค่ะ รับรองว่าหนูพาไปแว้นได้แน่นอนค่ะ” คุณหมอคนสวยยืนยัน

“ถ้าหนูมั่นใจ แม่จะได้โทรบอกให้พลอยเขาเลยไปเปิดร้านเลยนะ” สายพิณถามซ้ำ

“ค่ะ คุณแม่โทรไปบอกพี่พลอยได้เลยค่ะ” พีรดาตอบเสียงหนักแน่น

ครอบครัวนี้มีธุรกิจเล็กๆ ของครอบครัวก็คือร้านขายอุปกรณ์การเกษตรและเคมีภัณฑ์ นอกจากนั้นก็ยังมีสวนยางพาราอยู่อีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งรายได้ก็เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในครอบครัวได้อย่างสบาย

สายพิณโทรศัพท์ไปหาลูกสาวคนโตเพื่อแจ้งให้เธอเลยไปที่ร้านซึ่งอยู่ไม่ห่างจากโรงเรียนของฟ้าใสมากนัก ส่วนพีรดาเตรียมปิดบ้านเพื่อจะได้ออกไปวัดพร้อมกับมารดาของเธอ

 

“อ้าว! แม่พิณพาใครมาด้วยล่ะนั่น ใช่หนูรดาไหม” เสียงตะโกนถามจากคนคุ้นเคยดังขึ้นทันทีที่พีรดาจอดรถมอเตอร์ไซด์ตรงบริเวณล้านกว้างของวัดทั้งที่ยังอยู่ห่างจากคนกลุ่มนั้นค่อนข้างไกล

“ใช่จ้า” สายพิณตะโกนตอบกลับไป

“ไหนๆ มาให้ป้าดูหน้าชัดๆ หน่อยสิ ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตาหลายปีเลย ยังสวยเหมือนเดิมไหมหลานป้า” หญิงรุ่นราวคราวเดียวกับสายพิณส่งเสียงดังมาอีกครั้ง

“ไปลูก ไปทางโน้นก่อน” สายพิณจูงมือลูกสาวให้เดินไปรวมกับคนกลุ่มนั้น

“ค่ะคุณแม่” พีรดาตอบรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

บริเวณวัดเริ่มมีผู้คนทยอยเข้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่จะจับกลุ่มอยู่กันเป็นจุดๆ เท่าที่พีรดาเห็นเธอนับได้ว่าไม่น้อยกว่าห้าหกกลุ่ม มีทั้งวัยรุ่น วัยกลางคน และวัยชรา

“สวัสดีค่ะ” พีรดายกมือไหว้กลุ่มคนที่เธอและมารดาเดินเข้าไปสมทบด้วย

“ไหว้พระเธอลูก ไหนๆ มานั่งใกล้ๆ ป้าหน่อยสิลูก” นางเรียก

พีรดาเดินเข้าไปหาแล้วทรุดตัวนั่งลงข้างๆ คนที่เรียกให้เธอเข้าไปหา นางจับมือแล้วลูบแขนหญิงสาวอย่างทะนุถนอม

“สบายดีนะลูกนะ” นางถาม

“สบายดีค่ะป้า” เธอตอบแล้วพยายามจะนึกว่าป้าคนนี้ชื่ออะไร แต่เหมือนหญิงสาวจะจำนางไม่ได้เสียแล้ว เนื่องจากไม่ได้เจอกันนานแล้วจริงๆ อีกทั้งช่วงที่พีรดายังใช้ชีวิตอยู่ที่นี่หญิงสาวเป็นคนที่ค่อนข้างเก็บตัวไม่ค่อยได้ออกไปสุงสิงกับใครมากนัก

“มีลูกมีเต้าบ้างหรือยังลูก แต่งงานไปนานแล้วไม่ใช่เหรอ” นางถามต่อ

และเหมือนเป็นคำถามยอดฮิตของคนต่างจังหวัดหากรู้ว่าคนนั้นแต่งงานเรียบร้อยแล้ว

“ยังเลยค่ะ” เธอตอบ

“อ้าว! ทำไมล่ะ รีบมีนะ เดี๋ยวแก่ตัวจะลำบากนะลูก ไม่มีแรงจะเบ่งตอนคลอดนะ”

“สงสัยรดาจะบุญน้อยมั้งคะ เด็กเลยไม่อยากมาเกิดเป็นลูก” หญิงสาวให้เหตุผลที่ไม่ตรงกับเรื่องจริง

“รีบๆ มีนะลูก แล้วแฟนเราละ ไม่ได้มาด้วยเหรอ” นางยังคงถามต่ออย่างใคร่รู้

“ไม่ได้มาด้วยค่ะ” พีรดาตอบพลางฝืนยิ้มและปรับสีหน้าให้เป็นปกติ

“อ้าว! ทำไมล่ะ” อีกคนไม่วายสงสัยต่อเนื่อง

“คุณกรณ์เขาติดงานค่ะ รดาเลยต้องมาคนเดียวค่ะ” หญิงสาวฝืนใจโกหกด้วยความจำเป็นอีกครั้ง

เพราะจะให้เธอบอกออกไปตามตรงว่า สามีของเธอกำลังไปเที่ยวอย่างมีความสุขกับผู้หญิงคนอื่นก็คงไม่ใช่คำตอบที่ดีที่สุดแม้ว่ามันจะเป็นคำตอบที่ถูกต้องที่สุดแล้วก็ตามเถอะ

คำตอบของพีรดาทำให้คนอยากรู้เริ่มเงียบ...ไม่ว่าจะอยากรู้ด้วยเหตุผลดีหรือเหตุผลร้าย แต่ทุกคนก็เงียบเสียงไป

“รดา...รดา...นั่นใช่หมอรดาหรือเปล่า” เสียงตะโกนของชายหนุ่มคนหนึ่งดังแหวกอากาศมาจากมุมหนึ่งซึ่งไกลพอสมควร

“หือ...นั่นใครกันคะ” พีรดาหันมองต้นเสียงพร้อมหรี่ตามองไปทางต้นเสียงที่เรียกเธอ

กลุ่มชายหนุ่มยืนคุยกันอยู่กลุ่มหนึ่งใกล้ๆ กับรถเอสยูวีสีดำคันหใหญ่ตรงบริเวณลานสำหรับจอดรถยนต์

“ใช่เพื่อนหนูหรือเปล่าลูก” สายพิณย้อนถามลูกสาว

“ใช่ค่ะ ใช่...วีรชาติค่ะ” เธอตอบหลังจากมั่นใจว่าผู้ชายคนนั้นคือใครกัน

เพื่อนเก่าสมัยเรียนมัธยมปลายนั่นเอง...

“อ้อ...แม่จำได้แล้ว” สายพิณถึงบางอ้อทันที

“ถ้างั้นรดาขอตัวเดินไปหาเพื่อนหน่อยนะคะ” หญิงสาวบอกอย่างคนที่มีมารยาทดี

“ไปเถอะลูก ไปคุยกับเพื่อนๆ ก่อนเลย” มารดาของเธอบอกแล้วมองตามหลังลูกสาวของตนเองไปจนเห็นว่าเธอเดินไปสมทบกับกลุ่มชายหนุ่มวัยทำงานที่ยืนคุยกับอยู่ประมาณสี่ห้าคน

“ว่าไงครับคุณหมอคนสวย เข้าวัดเข้าวาเป็นเหมือนกันเหรอครับ” วีรชาติถามด้วยถ้อยคำสนิทสนมแต่ออกแนวจิกกัดเล็กน้อยตามประสาคนที่เคยสนิทสนมกันมานาน

“ก็...ไม่ได้รู้สึกร้อนหรืออึดอัดอะไรนะชาติ แสดงว่าบาปคงยังไม่หนาเท่าไหร่ ว่าแต่เธอเถอะ คำถามนี้ต้องถามตัวเองหรือเปล่า ได้ข่าวว่าทำบาปเอาไว้เยอะไม่ใช่เหรอ” พีรดาเอาคืนเพื่อนเก่าได้อย่างไม่น้อยหน้าเช่นกัน

“อุ๊ย!  ปากคอเราะร้ายนะครับ เป็นถึงคุณหมอน่าจะพูดจาให้ไพเราะกว่านี้นะรดา เดี๋ยวคนไข้หนีไปรักษากับคนอื่นหมดหรอก” วีรชาติไม่วายแกล้งหญิงสาวต่อ

แต่สำหรับพีรดาเธอไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองอะไรเพื่อนชายคนนี้แม้แต่น้อย เนื่องจากรู้จักนิสัยกันมากพอสมควร แต่สำหรับผู้ชายคนอื่นๆ ที่ยืนฟังอยู่ด้วยก็รู้สึกได้ว่าพีรดาก็เป็นคนเอาตัวรอดได้ค่อนข้างดีทีเดียว

“แหม ไม่ต้องมาห่วงเราหรอกชาติ ห่วงตัวเองเหอะ ไปเป็นทหารอยู่ชายแดนเป็นยังไงบ้างล่ะ”พีรดาย้ายตัวเองกลับมาโหมดปกติ เธอถามเพื่อนด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

“ก็...ยังปลอดภัยดีนะ รดาล่ะเป็นยังไงบ้าง สบายดีใช่ไหม” วีรชาติถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเช่นกัน

เพราะเขาเองก็เห็นข่าวคราวของเพื่อนสาวคนนี้ผ่านโซเซียลมาบ้างแล้ว

“เอ้ย! นี่คิดจะคุยกันแค่สองคนหรือไงครับคุณวีรชาติ ไม่คิดจะแนะนำให้เพื่อนรู้จักบ้างเหรอ” ใครคนหนึ่งที่ยืนฟังการสนทนาของทั้งคู่อยู่พักใหญ่แล้วพูดแทรกแกมประชดขึ้นก่อนที่พีรดาจะได้ตอบคำถามเพื่อนของเธอ

“เออ ลืม ขอโทษทีว่ะเพื่อน” วีรชาตินึกได้ว่าตรงนี้ยังมีเพื่อนคนอื่นของเขายืนอยู่ด้วย

“เออ มึงพอมีเพื่อนสวยๆ หน่อยนะก็ไม่เคยคิดจะแนะนำให้ใครรู้จักประจำแหละไอ้ชาติ คิดจะเก็บไว้จีบเองหรือเปล่า” เพื่อนไม่วายต่อว่าเขาอีกทั้งที่อีกคนกำลังจะแนะนำให้รู้จักอยู่แล้ว

“โอ๊ย! คนนี้เลิกคิดได้เลย หมอรดาเขาแต่งงานไปเรียบร้อยแล้วล่ะ” วีรชาติรีบบอกเพื่อน

และเหมือนใครบางคนตรงนั้นจะมีแววตาที่แสดงถึงความเสียดายออกมา...

สาวสวย หน้าที่การงานดีย่อมเป็นที่ต้องการของทุกๆ คนอยู่แล้ว

“เอาเป็นว่าแนะนำอย่างเป็นทางการแล้วกันนะ นี่หมอรดา หรือพีรดา เป็นเพื่อนเราตอนเรียนมัธยมปลาย” วีรชาติแนะนำพีรดาให้เพื่อนได้รู้จัก

“ส่วนไอ้พวกนี้นะครับคุณหมอ” วีรชาติหันมาทำเสียงสุภาพบุรุษสุดขั้วกับเพื่อนสาว

“คนนี้จักกฤษ เรียกมันไอ้กฤษขี้หลีได้เลย ขนาดมีเมียเป็นตัวเป็นตนแล้วมันก็ยังหากิ๊ก หาเมียน้อย มาให้เมียมันได้ปวดหัวอยู่เรื่อยๆ เลยแหละ” วีรชาติเริ่มต้นแนะนำเพื่อนของเขาบ้าง

จักกฤษโค้งตัวให้พีรดาเล็กน้อยพร้อมกับโปรยยิ้มหวานมาให้ด้วย ขี้หลีตามที่วีรชาติได้บอกไว้จริงๆ

“ส่วนไอ้นี่ พงษ์สิทธิ์ แต่ไม่ใช่คัมภีร์นะ หมอเรียกมันว่าไอ้สิทธิ์ได้เลย ไอ้นี่นิสัยดีกว่าไอ้กฤษหน่อยนึง” วีรชาติบอกแบบขวานผ่าซาก เพื่อให้พีรดาได้รู้จักเพื่อนของเขาแบบลึกซึ้งโดยไม่ต้องเสียเวลาคบหาให้นานวัน

“นี่มึงเล่นแนะนำแบบนี้เลยหรือว่ะไอ้ชาติ” จักกฤษแทรกขึ้นมาก่อนที่วีรชาติจะได้แนะนำเพื่อนคนสุดท้าย

“อ้าว! ก็กูแนะนำเรื่องจริง หรือมึงจะเถียงว่ามึงไม่ได้ขี้หลีหือไอ้กฤษ วันก่อนเมียมึงยังโทรมาเล่าเรื่องกิ๊กคนใหม่ของมึงให้กูฟังอยู่เลย” วีรชาติตอบโต้เพื่อน

“เออๆ เงียบๆ ไปเลยน่า ไม่ต้องเอาโพทะนาต่อเลย” จักกฤษยอมแพ้

พีรดาได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ ให้เพื่อนใหม่ของเธอ...กิตติศัพท์ความเจ้าชู้ของจักกฤษชวนให้เธอรู้สึกสงสารภรรยาของเขาเหลือเกิน

เธอรู้ดีว่าการถูกนอกใจ...มันนำมาซึ่งความรู้สึกแบบไหน

“ส่วนไอ้คนนี้ นิสัยดีหน่อยนะรดา” วีรชาติหันไปทางเพื่อนคนสุดท้ายที่เขายังไม่ได้แนะนำ แต่ทว่าเจ้าตัวกลับพูดขึ้นมาเสียก่อนที่วีรชาติจะได้แนะนำชื่อของเขา

“รดาจำผมได้ไหมครับ”

“ค่ะ จำได้ค่ะ ราเมธใช่ไหม”พีรดาตอบเขาพร้อมกับยิ้มให้เพื่อนเก่าที่แทบจะไม่ได้เจอกันเลยตั้งแต่เรียนจบชั้นประถมศึกษา

“อ้าว! เห้ย หมอรู้จักกับไอ้รามมันด้วยเหรอเนี่ย” วีรชาติแปลกใจเล็กน้อย

“ใช่ๆ เราเคยเรียนกับหมอรดาตอนอนุบาลจนถึงป.6 แต่พอจบแล้วก็ไม่ได้เจอกันเลย” ราเมธอธิบายเพื่อน

“แล้วนี่ถ้าเจอกันข้างนอก เราก็คงจำหมอรดาไม่ได้ด้วย เคยรู้แค่ว่าเขาเป็นหมอจากเพื่อนคนอื่นๆ”

“ถ้างั้นก็ดีเลยจะได้ไม่ต้องเสียเวลาแนะนำให้เมื่อยปาก” วีรชาติผู้เป็นรั้วของชาติรีบตัดบท

“แล้วนี่ตอนนี้รามทำงานอะไร อยู่ที่ไหนเหรอคะ” พีรดาถามเพื่อนที่เก่าแก่ที่สุดของเธอ

“ทำงานอยู่ที่บ้านนี่แหละครับ ผมมันคนเรียนหนังสือไม่เก่ง เลยต้องเป็นกรรมกรแบกๆ หามๆ” เขาตอบพร้อมมองหน้าพีรดา

ราเมธรู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกที่ได้เจอเพื่อนคนนี้ แต่...เขาก็เสียดายเหลือเกินที่เธอมีเจ้าของซะแล้ว

“แหม ถ่อมตัวมากไอ้นี่” จักกฤษแขวะเพื่อน ในขณะที่พงษ์สิทธิ์นิ่งเงียบฟังการสนทนาของเพื่อนมากกว่า ซึ่งก็เป็นนิสัยของเขาอยู่แล้ว

“ไอ้คุณเสี่ยรามมันรับเหมาก่อสร้างน่ะรดา หมู่บ้านจัดสรรตรงบริเวณทางแยกก่อนที่จะเลี้ยวเข้ามาวัดนี่ก็ของมัน” วีรชาติตอบแทนเจ้าตัว

“โห เก่งจัง” พีรดาเอ่ยชมเพื่อนอย่างจริงใจ

“ผมไม่เก่งหรอกครับ ถ้าเก่งผมคงจะได้เป็นหมออย่างรดาไปแล้วล่ะ” ราเมธตอบกลับมา

เรื่องเรียนหนังสือเก่งต้องยกให้พีรดาจริงๆ เพราะเพื่อนที่เรียนหนังสือพร้อมกับเธอจะรู้ดีว่าหญิงสาวจะจองที่หนึ่งของชั้นเรียนตลอด

“คนเราจะประสบความสำเร็จในชีวิตมันไม่ได้วัดที่เรียนเก่งหรือเรียนไม่เก่งหรอกนะราม มันมีองค์ประกอบอื่นอีกหลายอย่าง” พีรดาอธิบายเพื่อน

เพราะที่ได้ฟังมา ราเมธเองก็ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วเช่นกัน ดีไม่ดีอาจจะประสบความสำเร็จมากกว่าเธอเสียด้วยซ้ำ เพราะได้เป็นเจ้านายตัวเอง ส่วนเธอยังต้องเป็นลูกจ้างโรงพยาบาลอยู่เลย

“ครับ ผมก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน” ราเมธเห็นด้วยกับเธอ เขารู้ตัวดีว่าเป็นคนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ที่เหลือก็แค่เรื่องครอบครัว

“แล้วตอนนี้รามมีลูกกี่คนแล้วจ๊ะ” พีรดาเริ่มถามมากขึ้นเหมือนเธอจะรู้สึกสนิทกับเขาได้อย่างรวดเร็ว

“โอ๊ย! อย่าถามถึงลูกเลยรดา แค่เมียมันยังหาไม่ได้เลยนะ ไม่ใช่ว่าจะไม่มีใครเอานะ ผู้หญิงจะเอามันเยอะแยะแหละ แต่ไอ้นี่มันเรื่องมาก เลยยังเลือกแม่ของลูกไม่ได้ซักที” วีรชาติรีบโพล่งตอบแทนให้เพื่อน

“หึๆ” ราเมธหัวเราะในลำคอ

ใช่! เขาเป็นเรื่องมากจริงๆ นั่นแหละ...เลยต้องโสดจนถึงวันนี้ แต่ถามว่าโสดสนิทเลยไหม ก็ไม่ซะทีเดียว เพราะตลอดเวลาก็จะมีผู้หญิงเข้ามาให้เขาได้ศึกษาเรียนรู้อยู่เกือบตลอด แต่ยังไม่ขั้นตกลงปลงใจจะใช้ชีวิตร่วมกันเท่านั้นเอง

“แล้วรดาล่ะครับ แต่งงานแล้วมีลูกบ้างหรือยังครับ” ราเมธถามพีรดาคืนบ้าง คนที่เหลือเหมือนต้องเป็นผู้ฟังไปโดยปริยาย

“ยังเลยค่ะ” เธอตอบเบาๆ

“อ้าว! ทำไมล่ะ รดาอายุสามสิบกว่าแล้วนะ มีลูกได้แล้ว เดี๋ยวจะแก่เสียก่อน เขาว่าผู้หญิงท้องตอนอายุมากๆ ลูกที่เกิดมาจะเสี่ยงไปด้วยไม่ใช่เหรอครับ”

“ยัง...ไม่พร้อมค่ะ” พีรดาตอบไม่เต็มคำนัก

“เหรอ...ว่าแต่รดาแต่งงานไปนานหรือยัง ขอโทษจริงๆ นะ ผมไม่ค่อยจะได้ยินข่าวคราวของรดาสักเท่าไหร่เลยนะ” ราเมธถามเพราะอยากรู้เรื่องของเธอจริงๆ

ชายหนุ่มได้รู้ข่าวคราวของเพื่อนคนนี้แค่เพียงว่าเธอเป็นหมอ แต่หมอด้านไหนเขาก็ยังไม่รู้ ยิ่งเรื่องครอบครัวของเธอนั้น ราเมธไม่เคยรับรู้เลยจริงๆ ที่สำคัญเขาก็ยังไม่รู้ว่าตอนนี้พีรดากำลังเป็นที่โด่งดังในโลกโซเซี่ยล เพราะชายหนุ่มเป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนั้นมากนัก วันๆ เขาเอาแต่สนใจเรื่องงานเสียมากกว่า ถ้ามีเวลาว่างก็จะพักผ่อนหรือไม่ก็นัดสังสรรค์กับเพื่อนๆ บ้าง

จะให้สอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้าน เป็นสิ่งที่ราเมธไม่ใคร่จะทำ นั่นเลยเป็นเหตุผลหนึ่งว่าทำไมเขารู้เรื่องราวของพีรดาไม่มากนัก แต่ถ้าหากเรื่องไหนที่เขาสงสัยหรือจำเป็นจะต้องรู้ ชายหนุ่มจะเลือกถามจากเจ้าตัวเองมากกว่า เขามองว่านั่นน่าจะได้ข้อมูลที่ตรงและถูกต้องที่สุดแล้ว มากกว่าเอาคำบอกเล่าเก้าสิบของคนอื่นมาผสมโรงกัน

“ก็...หลายปีแล้วนะคะ” พีรดาตอบอย่างเลี่ยงไม่ได้

“ครับ” ราเมธรับทราบและรู้สึกได้ว่าพีรดาไม่ค่อยเต็มใจในการจะตอบเรื่องครอบครัวของเธอ

ดังนั้นเขาควรจะพอได้แล้ว

“เอ่อ...รดา” วีรชาติเรียกชื่อเพื่อนสาว ที่ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยพยายามจะจีบเธอเป็นแฟนมาแล้ว ทว่าสุดท้ายเขาต้องรับประทานแห้วถ้วยใหญ่ เนื่องจากหญิงสาวไม่เล่นด้วย

“มีอะไรเหรอชาติ” พีรดาหันใบหน้าสวยคมของเธอจากราเมธไปมองเพื่อนที่เรียกชื่อเธอ

“อย่าหาว่าเราเสือกหรืออยากรู้เรื่องของรดาเลยนะ แต่ที่เราถามเพราะเราเป็นห่วงเพื่อนจริงๆ” วีรชาติออกตัวไว้ก่อน

พีรดาประมวลผลคำพูดและรับรู้ได้ทันทีว่าวีรชาติต้องการถามเรื่องอะไรจากเธอ

“เรื่องที่เป็นกระแสอยู่ในโซเซี่ยลน่ะเหรอชาติ” พีรดาสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนถาม เธอค่อนข้างมั่นใจว่าวีรชาติจะต้องถามเรื่องนั้น

ทุกคนเงียบกริบ...หูผึ่งเลยทีเดียว สองคนนี้กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันนะ

“ใช่ เราเห็นเมื่ออาทิตย์ที่แล้วเป็นข่าวดังเลย เรื่องสามีของรดากับดาราคนนั้น” วีรชาติยอมรับ

พีรดานิ่งงันไปชั่วครู่ ทุกคนเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง

“อืม...ชาติ เอาเป็นว่าเมื่อไหร่ที่เราพร้อมจะตอบแล้วเราจะตอบได้ไหม ตอนนี้เราอยากอยู่เงียบๆ พักก่อน เราอยากพักสมองจากเรื่องบ้าๆ พวกนั้นก่อน” เธอกลั้นใจพูดออกมา

ที่เธอตัดสินใจกลับมาพักผ่อนที่บ้านเกิดเป็นสัปดาห์ก็เพราะอยากหนีจากเรื่องวุ่นวายในเมืองหลวงที่กวนใจเธอให้ขุ่นหมอง

ขอเวลาทำใจให้เข็มแข็งขึ้นอีกสักนิด...แล้วพีรดาจะพยายามเคลียร์ปัญหาทุกอย่างให้หมดสิ้นไปจากชีวิตเธอซะที

และคำตอบจากพีรดาเพียงเท่านั้นทุกคนก็พอจะคาดเดาเหตุการณ์ได้ลางๆ เช่นกัน...หญิงสาวน่าจะกำลังมีปัญหาเรื่องครอบครัวแน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์

“รดาไม่ว่าตอนนี้อะไรจะเกิดขึ้นนะ เราก็จะเป็นคนหนึ่งที่จะคอยให้กำลังรดาเสมอนะ ขอให้ผ่านเรื่องร้ายๆ ไปเร็วๆ นะ” วีรชาติเข้าใจเพื่อนดี เขาเคยตัดบทไปแค่นั้น

“ขอบใจนะชาติ” พีรดาเอ่ยบอกไปพร้อมรอยยิ้มเศร้าๆ

“เอ๊ยๆ เปลี่ยนเรื่องๆ วันนี้มาวัดมาทำบุญ อย่าพูดเรื่องเศร้าๆ ไปช่วยคนแก่ๆ เขาขนของทางโน้นดีกว่าไป” จักกฤษแทรกขึ้นเสียงดัง

“ใช่ๆ ไปทางโน้นกันดีกว่าไป” วีรชาติก็เห็นด้วย

ทั้งที่ในใจก็ยังคาใจเรื่องเพื่อนสาวของเขา...แต่เอาไว้ให้พีรดาเป็นคนที่อยากระบายออกมาเองดีกว่า...

 

 

 

 

 



     ปล.ตอนนี้ E Book ยังจัดโปรลดราคาอยู่นะคะ เข้าไปดูที่ Meb ได้เลยค่ะ ขอบคุณค่ะ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

51 ความคิดเห็น

  1. #38 MamMaturawun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2560 / 20:12
    มีหนังสือมั้ยค่ะ...อยากได้
    #38
    0
  2. #36 Jaysing (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 15:26
    เรื่องนี้มีอีบุคยังคะ
    #36
    0
  3. #34 นางฟ้าในสายลม (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 10:42
    อดใจรอนิดนึงนะคะ กำลังเร่งปั่นอยู่ค่าาาา
    #34
    0
  4. #33 Kann4455 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 10:36
    รออีบุ๊คเรื่องนี้
    #33
    0