กระดังงาไร้ราคี

ตอนที่ 4 : บทที่ 3 หลบไปเลียแผลใจ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,279
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    12 ก.ย. 60

บทที่ 3 หลบไปเลียแผลใจ

 

 

เครื่องบินลำใหญ่เหินอยู่กลางเวหานานนับชั่วโมง ซึ่งอีกไม่กี่นาทีข้างหน้ามันก็จะลดระดับเพดานบินลงเพื่อนำผู้โดยสารบนเครื่องบินลำนี้สู่ท่าอากาศยานปลายทาง พีรดามองฝ่าหน้าต่างของเครื่องบินออกไปข้างนอกอย่างไร้จุดหมาย เมฆกลุ่มเล็กบ้างใหญ่บ้างกระจายตัวอยู่ทั่วผืนฟ้ากว้าง เมฆก็อาจจะเปรียบได้กับอุปสรรคในชีวิตของคนเรา บางช่วงมันก็มาก บางช่วงมันก็น้อย แต่ยังไงชีวิตมันก็ต้องฝ่าไปให้ได้ เหมือนกับตอนที่เครื่องบินลำนี้กำลังบินอยู่บนท้องฟ้า มีบางช่วงที่บินผ่านเมฆกลุ่มใหญ่หรือช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนแล้วทำให้เครื่องตกหลุมอากาศ ทว่าที่สุดกัปตันก็สามารถบังคับเครื่องบินให้กลับมาอยู่ในระดับเดิมได้ ซึ่งมันก็คงไม่ต่างไปจากชีวิตเธอมากนัก พีรดามั่นใจว่าเธอสามารถจะพาตัวเองให้ผ่านมรสุมชีวิตที่กำลังเผชิญในตอนนี้ได้

แม้ว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหญิงสาวจะต้องรับมือกับกระแสสังคมอย่างหนัก แต่สุดท้ายมันก็เริ่มซาๆ ลงบ้าง แม้จะไม่หายเงียบไปเลยเสียทีเดียว

นับว่าเธอเองก็ยังโชคดีที่มีเพื่อนดีๆ อยู่หลายคน แต่ละคนก็พยายามแวะเวียนมาอยู่เป็นเพื่อนเพื่อไม่ให้เธอเหงาหรือเครียด รวมทั้งมารดาและพี่สาวก็ยังคอยเป็นกำลังใจให้เธออยู่ห่างๆ และดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่พยายามถามเธอเพื่อเป็นการซ้ำเติมให้เหตุการณ์เลวร้ายมากนัก เมื่อพีรดายืนยันว่าตอนนี้เธอขอเวลาตั้งหลักก่อน ทุกคนก็เงียบ...

“ท่านผู้โดยสารคะ ขณะนี้เราได้นำท่านมาสู่ท่าอากาศยานจังหวัดตรังเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ” เสียงพนักงานต้อนรับบนเครื่องประกาศขึ้นเป็นภาษาไทยก่อนจะตามด้วยภาษาอังกฤษอีกครั้ง

หญิงสาวเอานิ้วขยับแว่นกันแดดให้เข้าที่ เธอเลือกที่จะปกปิดแววตาของตนเองด้วยการใส่แว่นกันแดดอันใหญ่ที่เกือบจะปิดไปครึ่งใบหน้า อย่างน้อยมันก็ช่วยพลางตัวได้นิดหน่อย แม้ว่าจะมีบางคนที่ยังพอจะจำเธอได้บ้าง เพราะหลายวันที่ผ่านมานี้ใบหน้านี้ปรากฏหราอยู่บนหน้าหนังสือพิมพ์และหน้าจอโทรศัพท์มากเสียจนนับจำนวนไม่ถ้วน

“รดาทางนี้ ทางนี้” เสียงคุ้นๆ ดังขึ้นทางด้านขวามือหญิงสาวหลังจากที่เธอเดินออกจากประตูผู้โดยสารขาเข้ามาเรียบร้อยแล้ว

พลอยพรรณโบกมือให้พีรดาพร้อมกับสาวเท้าไวๆ เดินตรงมาที่น้องสาว

“มะ..รดา ส่งของมาให้พี่ เดี๋ยวพี่ช่วยเธอถือเอง” พลอยพรรณบอกน้องสาวพลางยื่นมือออกไปรับ

“พี่พลอยถือพวกขนมแล้วกันค่ะ เดี๋ยวกระเป๋าเดินทางรดาถือเองดีกว่า” หญิงสาวส่งถุงสองสามใบให้พี่สาวส่วนมืออีกข้างยังถือกระเป๋าเดินทางใบขนาดย่อมอยู่

“พี่จอดรถไว้มุมโน้นแน่ะ เดินไกลหน่อยนะ พอดีรถเยอะ หาที่จอดไม่ได้เลย” พลอยพรรณบอกน้องอีกครั้ง

“ไม่เป็นไรค่ะ ไปกันดีกว่าพี่พลอย รดาคิดถึงแม่กับยัยฟ้าใสจะแย่อยู่แล้วค่ะ” พีรดาเร้าพี่สาว

“จ๊ะ” พลอยพรรณรับคำพร้อมกับเดินนำหน้า

ไม่นานสองสาวก็มานั่งกันอยู่ในรถเก๋งสีบรอนซ์เงินของพลอยพรรณ

“เหนื่อยไหม” พลอยพรรณเอ่ยถามพลางสตาร์ทเครื่องรถยนต์ไปด้วย

“ไม่ค่ะพี่พลอย” หญิงสาวตอบพี่สาว

“หิวไหมล่ะ ทานอะไรมาบ้างหรือยัง” อีกคนยังถามต่อด้วยความเป็นห่วงในขณะที่สมาธิก็จดจ่อกับการขับรถ

“ทานตั้งแต่ช่วงสายๆ แล้วละค่ะ” พีรดาตอบตามตรง

เธอแวะเข้าไปทำงานที่โรงพยาบาลตั้งแต่เช้าจนถึงตอนเที่ยง พอช่วงบ่ายๆ ของวันถึงได้เดินทางมายังสนามบิน

“โห...นี่มันจะเย็นอยู่แล้วนะรดา ทำไมไม่หาอะไรที่สนามบินทานรองท้องเสียหน่อย เดี๋ยวโรคกระเพาะก็ถามหาให้หรอก” พี่สาวต่อว่าน้องสาวไม่จริงจังนักแต่ต่อว่าด้วยความเป็นห่วงมากกว่า

“น่าพี่พลอย...อย่าบ่นเป็นคนแก่ไปหน่อยเลย รดารู้ตัวค่ะว่าหิวหรือไม่หิว” หญิงสาวหันไปยิ้มหวานให้พี่สาว

“เบื่อจะเถียงกับเธอแล้วแม่คนหัวหมอแต่ตอนนี้ถอดแว่นก่อนดีกว่าไหมรดา พี่ไม่คุ้นหน้าเราเลยนะ” พลอยพรรณบอกน้องสาว

“อยากเห็นหน้ารดาเหรอคะ” พีรดายื่นหน้าไปใกล้ๆ พี่สาว อีกฝ่ายแจกค้อนกลับมาให้ขวับใหญ่

“ไม่ต้องถอดก็ได้ ไม่ได้อยากเห็นนักหรอก คนอะไรสวยก็ไม่สวย ตัวก็ดำอีกต่างหาก” พลอยพรรณแกล้งแขวะน้องเล่นๆ

“แหม...ใครจะสวยหยาดฟ้ามาดินอย่างพี่พลอยล่ะคะ แถมผิวก็ขาวปานสำลี อิอิ” หญิงสาวพูดพลางกลั้วหัวเราะก่อนจะต่อให้จบ

“สำลีเม็ดในนะคะ ไม่ใช่ปุยสำลีด้านนอก”

“พอเลยๆ ยัยตัวแสบ นั่งให้เงียบไปเลย ไม่อย่างนั้นเย็นนี้จะปล่อยให้อดของอร่อยจริงๆ ด้วย” พี่สาวเหลือบตามองน้องสาวแวบหนึ่งเพราะไม่กล้าละสายตาจากถนน เนื่องจากดวงตะวันใกล้จะลาลับไปจากขอบฟ้าแล้ว แสงสว่างเลยลดลงตามไปด้วย ไฟส่องสว่างข้างถนนก็ยังไม่ถูกเปิดเหมือนกัน

“พี่พลอยก็เหมือนกันค่ะ ขับรถไปเลย ขับดีๆ นะคะ ไม่อย่างนั้นจะอดของฝากแสนสวยจากกรุงเทพเหมือนกันค่ะ” พีรดาแกล้งยั่วให้อีกฝ่ายอยากรู้ว่าของแสนสวยที่เธอติดมือมาฝากพี่สาวคืออะไร

“ซื้ออะไรมาฝากพี่เหรอ” พลอยพรรณอยากรู้จริงๆ อย่างที่พีรดาต้องการ

“ไม่บอกค่ะ ไว้ไปดูเองที่บ้าน”

“ก็ได้ๆ” อีกฝ่ายยอมแพ้ไปเอง

จากนั้นบรรยากาศในรถเก๋งก็เริ่มเงียบ พลอยพรรณเลยยื่นมือไปเปิดเพลงเพื่อทำลายความวังเวง

ยิ่งยามตะวันโพล้เพล้มันยิ่งชวนให้พีรดาเหงาขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งที่เวลานี้หญิงสาวกำลังเดินทางกลับมายังมาตุภูมิแล้วก็ตาม แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ความรู้สึกนี้ก็เข้ามาจู่โจมเธออย่างช่วยไม่ได้

หรือเป็นเพราะการกลับมาคราวนี้ขาดใครบางคนหรือเปล่า ครั้งก่อนๆ กรณ์ยังเดินทางกลับมาด้วย แม้ว่าครั้งที่แล้วทั้งคู่จะแยกบ้านกันอยู่แล้วก็ตาม แต่พอรู้ว่าพีรดาจะกลับมาบ้านที่ต่างจังหวัดเขาก็จะอาสาขับรถพาเธอกลับมา ทว่าคราวนี้หญิงสาวเลือกที่จะจองเครื่องบินแล้วเดินทางกลับมาคนเดียว พีรดาไม่ได้โทรศัพท์ไปบอกใครที่บ้านโน้นเลยด้วยซ้ำไปว่าเธอเดินทางกลับมาบ้านในวันนี้

“รดา...”

“รดา...” พลอยพรรณเรียกซ้ำแต่อีกฝ่ายก็ยังนั่งนิ่งแล้วมองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างรถยนต์

“รดา!” พลอยพรรณเสียงดังขึ้นกว่าเดิมค่อนข้างมาก

“คะ” หญิงสาวสะดุ้งเล็กน้อยหันขวับมองพี่สาวทันควัน

“พี่พลอยเรียกรดาทำไมคะ เสียงดังเชียว” เธอถามต่อพลางขมวดคิ้วอย่างสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายต้องตะโกนเรียกชื่อเธอด้วย

“เพราะว่าเธอเหม่อไงรดา รู้ไหมว่าพี่เรียกชื่อเธอตั้งสามครั้งแล้วนะ แต่เธอก็ยังนั่งนิ่งเหมือนไม่ได้ยิน พี่ถึงต้องตะโกน”

“รดาเหม่อเหรอคะ?” หญิงสาวเลิกคิ้ว

“ใช่” พี่สาวยืนยัน

“คิดอะไรอยู่เหรอรดา” พลอยพรรณถามต่อเมื่อเห็นอีกฝ่ายลอบถอนหายใจเบาๆ

“ก็...ไม่มีอะไรมากค่ะ” หญิงสาวบ่ายเบี่ยงที่จะตอบ ทั้งที่รู้ว่าคงจะทำแบบนี้ไปได้อีกไม่นาน

“มีอะไรก็บอกพี่ บอกคุณแม่บ้างนะรดา บ้านเรามีกันอยู่แค่นี้ มีอะไรก็ต้องปรึกษากันนะ”

“อืม....” หญิงสาวทำเสียงในลำคออย่างชั่งใจ

“แต่ถ้ายังไม่อยากพูดตอนนี้ก็ไม่เป็นไรนะ ไว้ให้เธอพร้อม แล้วค่อยเล่าพี่หรือเล่าคุณแม่ก็ได้จ๊ะ” พลอยพรรณเว้นช่องว่างไว้ให้น้องสาวเป็นทางออก

“ขอบคุณค่ะพี่พลอย” พีรดากล่าวเสียงแผ่วๆ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ จนพลอยพรรณต้องลอบถอนหายใจตามไปด้วยอีกคน

พลอยพรรณขับรถออกนอกตัวเมืองของจังหวัดตรังเพื่อมุ่งสู่อำเภอหนึ่งซึ่งอยู่ติดกับเทือกเขาบรรทัด และไม่นานนักรถเก๋งสีบรอนซ์ก็เลี้ยวเข้าจอดยังลานด้านหน้าของบ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ห่างจากเทือกเขาที่เห็นแนวต้นไม้ดำทะมึนเนื่องจากเวลานี้เริ่มมืดค่ำแล้ว

“รดา” สายพิณรีบเดินกึ่งวิ่งออกมารับลูกสาวคนเล็กของนางด้วยความดีใจ

“น้ารดา” เสียงเด็กหญิงวัยสดใสตะโกนตามหลังคุณยายของเธอตามมาด้วย

“สวัสดีค่ะคุณแม่” พีรดายกมือไหว้มารดาก่อนจะโผเข้าไปกอดร่างของผู้ให้กำเนิด

“ขอฟ้าใสกอดน้ารดาด้วยค่ะ” เด็กน้อยเดินเข้ามาใกล้ๆ แล้วร้องบอกคุณยายของเธอ

“ได้จ๊ะ ลูก มะ มาให้น้ารดากอดให้หายคิดถึงหน่อยนะ” พีรดาคลายอ้อมกอดจากมารดาแล้วย่อตัวลงหาเด็กน้อย

สองแขนกางกว้างออก เด็กน้อยโผเข้าหาอ้อมกอดของน้าสาวอย่างถวิลหา พีรดาคือผู้หญิงอีกคนที่เธอรักไม่ต่างจากมารดา

เด็กหญิงฟ้าใสกอดน้าสาวของเธออยู่นานตบท้ายด้วยการหอมแก้มฟอดใหญ่ด้วย

“น้ากรณ์ละคะน้ารดา” เด็กหญิงเอ่ยถามทันทีหลังจากคลายอ้อมแขนออกจากน้าสาวแล้ว

ที่ถามถึงไม่ใช่เพราะคิดถึงน้าเขยเสียมากมายแต่เด็กน้อยรู้ดีว่ากรณ์จะค่อนข้างตามใจเธอมาก และแน่นอนการมาที่นี่ทุกครั้งจะต้องมีของมาฝากหลานสาวของภรรยาตลอด

พีรดาหน้าเจื่อนเล็กน้อย...

“น้ากรณ์ติดงานจ้า แต่ไม่ต้องห่วงนะ น้ากรณ์ฝากของขวัญมาให้ฟ้าใสด้วยนะจ๊ะ” พีรดาแก้สถานการณ์แม้ว่าจะเป็นการโกหกหลานสาว

“เหรอคะ” เด็กน้อยยิ้มแป้น

“จ๊ะ ของฝากอยู่ในรถจ้า” พีรดาบอกแล้วหันไปช่วยพี่สาวและมารดาขนของลงจากรถ

“ไม่ต้องช่วยหรอกจ๊ะรดา เธอเข้าบ้านไปอาบน้ำให้สดชื่นก่อนดีกว่าเดี๋ยวจะได้ทานข้าวเย็นกันนะ ทางนี้พี่กับแม่จัดการเอง” พลอยพรรณบอกน้องสาวพลางยื่นกระเป๋าเดินทางให้

“ขอบคุณนะคะพี่พลอย” พีรดารับกระเป๋าเดินทางแล้วหันไปบอกหลานสาว

“น้ารดาขอตัวขึ้นไปอาบน้ำแปบเดียวนะคะ แล้วเดี๋ยวเราค่อยมาดูของฝากกันนะ”

“ได้ค่ะ” เด็กน้อยรับคำทั้งที่ในใจอยากเห็นของฝากใจแทบขาด

 

บรรยากาศบนโต๊ะอาหารดำเนินไปด้วยความเรียบง่ายตามรูปแบบของชีวิตในชนบท สายพิณพูดคุยกับพลอยพรรณบ้าง แต่พีรดาแทบจะไม่คุยกับใครเลย ในขณะที่หลานสาวของเธอก็พูดเจื้อยแจ้วไปเรื่อยตามประสาเด็ก

สายพิณเองแม้จะมีเรื่องในหัวให้อยากถามลูกสาวมากมาย แต่เมื่อประเมินสถานการณ์แล้วนางก็รู้ว่าเวลานี้ควรจะนิ่งเงียบเอาไว้ก่อน

“อาหารไม่อร่อยเหรอรดา” พลอยพรรณถามน้องสาวเมื่อเห็นเธอตักอาหารเข้าปากไม่เยอะนัก

“อร่อยค่ะพี่พลอย” เธอตอบ

“แล้วทำไมทานน้อยจังล่ะลูก” มารดาถามลูกสาวบ้าง

“หนู...สงสัยจะยังเมาเครื่องอยู่มั้งคะ รู้สึกมึนๆ หัวนิดหน่อยค่ะ” เธอหาเหตุผลบอกมารดาแบบนั้น

“ไหวไหมล่ะ ทานยาหน่อยไหมลูก” สายพิณถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงลูกสาว

“ไม่ทานดีกว่าค่ะคุณแม่ พักซะหน่อยก็น่าจะดีขึ้นแล้วค่ะ” พีรดาบ่ายเบี่ยง เพราะเหตุผลจริงๆ ที่เธอรับประทานอาหารไม่ลงมันมาจากสาเหตุอื่นมากกว่า

“อ้าว! แล้วนั่นรวบช้อนแล้วเหรอ” พลอยพรรณทักน้องสาวเมื่อเห็นพีรดาทำท่าเหมือนจะไม่รับประทานอาหารต่อแล้ว

“อิ่มแล้วค่ะพี่พลอย” เธอตอบสั้นๆ

“อืม...ถ้าอย่างนั้นก็ขึ้นไปพักผ่อนเถอะลูก พรุ่งนี้เช้าค่อยตื่นมาใส่บาตรกับแม่นะ” สายพิณไม่อยากยื้อให้อีกฝ่ายต้องลำบากใจ ทั้งที่เห็นแบบนี้คนเป็นแม่ก็แสนจะทุกข์ใจ

“ค่ะแม่ ราตรีสวัสดิ์นะคะพี่พลอย ฝันดีนะจ๊ะฟ้าใส” พีรดารับคำมารดาแล้วหันไปบอกพี่สาวและหลานรัก

“จ๊ะ ฝันดีเช่นกันนะรดา” พลอยพรรณบอกน้องสาวคนเดียวของเธอกลับไป

ร่างสมส่วนลุกจากเก้าอี้แล้วเดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านอย่างเงียบๆ ปล่อยให้มารดาและพี่สาวของเธอมองตามไปด้วยความสงสารจับหัวใจ

“แม่คะ” พลอยพรรณเอื้อมมือไปบีบมือมารดาเบาๆ พร้อมเรียกมารดาเสียงแผ่ว

“แม่ว่าปล่อยน้องไปสักพักก่อนดีกว่านะพลอย แม่เชื่อว่ารดาเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมาก” นางบอกลูกสาวคนโต

“ค่ะ หนูก็เชื่อแบบนั้น”

“ไม่ว่าจะมีอะไรเกิดนะพลอย แม่เชื่อนะ ว่าครอบครัวเราจะผ่านมันไปได้อีกครั้ง” สายพิณราวกับรู้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับลูกสาวคนเล็กของนาง

“ค่ะ เราจะผ่านมันไปด้วยกันค่ะ” พลอยพรรณบีบมือมารดาแน่นอย่างต้องการให้กำลังใจอีกฝ่าย

เธอเคยผ่านเรื่องร้ายๆ มาแล้ว และในวันที่เธอทุกข์ใจที่สุด ร้าวรานใจที่สุด สายพิณและพีรดานี่แหละที่คอยอยู่เคียงข้างและจับมือเธอก้าวผ่านเรื่องเลวร้ายเหล่านั้นมาได้ แล้วจะแปลกอะไรหากว่าวันนี้เธอและมารดาจะจับมือกันพาพีรดาก้าวผ่านเรื่องร้ายๆ ที่เข้ามาในชีวิตของหญิงสาวบ้าง

“คุณแม่ขึ้นนอนก่อนได้เลยนะคะ เดี๋ยวในครัวพลอยจัดการเองค่ะ” ลูกสาวคนโตบอกหลังจากมารดารวบช้อนตามพีรดาไปอีกคน

“แม่ว่าจะขึ้นไปสวดมนต์สักหน่อยนะ” สายพิณบอกพลางขยับตัวลุกขึ้น

“ค่ะ” พลอยพรรณตอบรับสั้นๆ แล้วปล่อยให้มารดาเดินขึ้นไปชั้นบนของบ้านอีกคน

 

ร่างสมส่วนนั่งอยู่บนเก้าอี้สีขาวริมหน้าต่างห้องนอนเธอเปิดหน้าต่างห้องเพื่อให้สายลมเย็นๆ ในยามค่ำคืนได้พัดเข้ามาด้านในแทนการเปิดเครื่องปรับอากาศ

สายตาหม่นทอดมองฝ่าความมืดออกไป นัยน์ตางามคล้ายจะคลอด้วยน้ำใสๆ แต่เพียงอึดใจเดียวก็แปรเปลี่ยนเป็นแววตาของคนที่พร้อมจะเผชิญทุกอย่างในวันพรุ่งนี้อย่างกล้าหาญ

“รดา ไม่มีอะไรที่เธอจะต้องกลัวหรือจะต้องเสียใจอีกแล้ว ชีวิตของเธอในวันพรุ่งนี้ยังมีความหมายมากกว่านั้น” หญิงสาวพึมพำกับตัวเอง

และนั่นคือความจริง!

ชีวิตเธอสำคัญและมีค่ากับอีกหลายชีวิต ไม่ว่าจะเป็นคนไข้ของเธอเองหรือแม้แต่ทุกคนในบ้านหลังนี้

คนในบ้านหลังนี้สิ ที่พีรดาจะต้องแคร์ความรู้สึกของพวกเขาให้มากๆ คนในบ้านหลังนี้แหละที่รักเธออย่างบริสุทธิ์ใจ รักโดยไม่เคยเรียกร้องอะไรตอบแทน ขอเพียงแค่ให้พีรดามีความสุขทุกคนก็มีความสุขตามไปด้วยเช่นกัน

แล้วในเวลานี้หญิงสาวกลับมานั่งทุกข์เพราะการกระทำของคนนอกครอบครัว มันสมควรแล้วหรือ?

สมควรหรือไม่พีรดา....หญิงสาวถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมา

หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เมื่อหาคำตอบให้ตัวเองได้ สุดท้ายเธอตัดสินใจเดินไปยังเตียงนอนสีขาวแสนนุ่มของตนเอง พีรดาไหว้พระก่อนจะล้มตัวลงนอนและหวังว่าคืนนี้เธอจะนอนหลับฝันดีเสียทีนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 




                         

      มาแล้วค่าาาาา หลังจากหายไปหลายชาติ 555 
กราบขอโทษจากใจค่ะ พอดีภารกิจเยอะมากๆ
 ปล. แจ้งข่าวนะคะ ตอนนี้จัดโปรลดราคา E Book อยู่หลายเรื่องนะคะ
สามารถเข้าไปดูที่ Meb ได้เลยจ้า    ขอบคุณค่าาาา



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

51 ความคิดเห็น

  1. #32 Jinny Jintana (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 12:41
    หวังว่าพระเอกจะไม่ใช่อิกรณ์นะคะไรท์ ฮึ่มๆๆๆ
    #32
    1
  2. #30 loveningyou (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 09:35
    ตกลงใครเป็นพระเอกสามีนางรู้ว่าพระเอกยังไม่ออกค่ะ
    #30
    1
    • #30-1 นางฟ้าในสายลม(จากตอนที่ 4)
      9 กันยายน 2560 / 09:39
      ต้องตามลุ้น ลุ้น ลุ้น ค่าาาา
      #30-1
  3. #29 บัวทอง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2560 / 11:05
    รอยุค่ะ
    #29
    0
  4. #25 นางฟ้าในสายลม (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:31
    อ่ะๆๆ อย่าใจร้อนน๊ะ รออ่านไปเรื่อยๆ จะทราบค่าาาาาา
    #25
    1
    • #25-1 loveningyou(จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2560 / 10:24
      รออยู่ค่ะรอมานานแล้ว
      #25-1
  5. #24 kakfern23 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:20
    สรุปนางหย่ายังไรท์
    #24
    0