กระดังงาไร้ราคี

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 ข่าวลือ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,655
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 35 ครั้ง
    8 ก.พ. 60

 

บทที่ 1 ข่าวลือ

 

 

        “วันนี้หมดเคสแล้วนะคะคุณหมอ” พยาบาลเข้ามารายงานกับแพทย์หญิงพีรดาด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อม

        “ค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่น้อย” หญิงสาวที่อยู่ในชุดกาวน์สีขาวสะอาดตาเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเป็นมิตร

        เธอเรียกชื่อพยาบาลด้วยความสนิทสนม ไม่ได้มีการแบ่งแยกชนชั้นของการปฏิบัติงานให้อีกฝ่ายรู้สึกอึดอัดใจ

        “คุณหมอจะกลับบ้านไปพักผ่อนเลยไหมคะ” พยาบาลคนเดิมยังถามต่อด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยไม่ต่างกัน

        “ยังหรอกค่ะ เคลียร์งานเสร็จรดากะว่าจะเลยไปซื้อของใช้เข้าบ้านสักหน่อยค่ะพี่น้อย พี่น้อยล่ะคะ เลิกงานแล้วจะไปไหนต่อไหมคะ”

        “โอ๊ย! ยังหรอกค่ะคุณหมอ วันนี้พี่ลงเวรสองทุ่มโน้นแน่ะ ยังต้องสู้ศึกกับคนไข้ไปอีกหลายชั่วโมงค่ะ” พยาบาลที่วัยวุฒิสูงกว่าบอกด้วยน้ำเสียงเจือหัวเราะ

        “ค่ะ ยังไงก็สู้ๆ นะคะพี่น้อย” แพทย์หญิงให้กำลังใจอีกฝ่ายก่อนจะก้มหน้ามองงานเอกสารตรงหน้าเธออีกครั้ง

        นฤมลหรือน้อยพยาบาลวัยที่ใกล้จะกลางคนเข้าไปทุกทีหยิบแฟ้มเวชระเบียนที่แพทย์หญิงพีรดาเขียนเรียบร้อยแล้วก่อนจะเดินออกไปจากห้องตรวจเงียบๆ

        ไม่นานหลังจากนั้นมากนัก แพทย์หญิงพีรดาก็เดินออกไปจากแผนกกุมารเวชท่ามกลางสายตาหลายคู่ที่มองตามหลังเธอไปอย่างสงสัยแกมสงสาร

        “พี่น้อย จริงใช่ไหมที่เขาลือกันว่าหมอรดาขาเตียงหักแล้ว” ผู้ช่วยพยาบาลคนหนึ่งเอ่ยถามทันทีที่ลับร่างของคนที่เอ่ยถึง

        “ไม่รู้สิ พี่ไม่ทราบ เธอไปเอาเรื่องมาจากไหนเหรอแวว” นฤมลเอ่ยถามลูกน้องพร้อมส่งสายตาเชิงตำหนิ

        “เขาก็ลือกันทั้งโรงพยาบาลนะพี่น้อย พี่ไม่รู้จริงๆ หรือว่าแกล้งทำเป็นไม่รู้กันแน่” แววตาย้อนถามกลับอย่างไม่ได้รู้สึกเกรงกลัวผู้ที่เป็นหัวหน้างานมากนัก อาจจะเพราะทั้งคู่ค่อนข้างสนิทสนมและทำงานด้วยกันมานานแล้ว

        “อย่าไปยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณหมอเธอเลยน่าแวว” พยาบาลที่มีวัยวุฒิกว่าเอ่ยเตือนด้วยความหวังดี

        “แววก็ไม่ได้อยากยุ่งนะพี่ แต่คนในโรงพยาบาลก็ขยันพูดกันจัง ฟังๆ แล้วก็น่าสงสารคุณหมอเธอนะ ทั้งสวย ทั้งเก่ง ไม่น่าโชคร้ายแบบนี้เลย สามีของเธอก็เหมือนจะเป็นคนดีนะ แต่ทำไม๊ ทำไม ทำไป ทำมากลายเป็นแบบนั้นไปได้” แววตาไม่วายพูดต่อทั้งที่เพิ่งโดนเตือนไปหยกๆ

        “ถ้าแกสงสารคุณหมอเธอจริงๆ นะแวว พี่ว่าเธอหยุดพูดเรื่องของเธอเถอะ มันเรื่องในครอบครัวเขานะ เขาจะเตียงหักหรือเปล่า ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของเขาจะดีกว่าไหม”  นฤมลเตือนลูกน้องอีกรอบ

        “แหม...พี่น้อย ก็คนมันอยากรู้นี่คะ”

        “ระงับต่อมอยากรู้ของแกบ้างนะแวว แล้วโน้น ไปช่วยเขาวัดไข้คนป่วยทางโน้นเลยไป ว่างมากใช่ไหม ไปทำงานเลย” นฤมลเอ่ยปากไล่อีกฝ่ายอย่างรำคาญ

        “พี่น้อยอ่ะ...แววไปก็ได้” แววตาเอ่ยเสียงอ่อยๆ ก่อนจะตัดสินใจเดินไปทำงานต่อตามที่หัวหน้าของเธอออกคำสั่ง

        “เฮ้อ! อยากรู้กันจริงๆ นะเรื่องบนเตียงของคนอื่นเนี่ย คนสมัยนี้เป็นอะไรกันไปหมด” นฤมลพึมพำก่อนจะหันไปสนใจกับงานของเธอต่อ

        ส่วนคนที่ถูกเอ่ยถึงลับหลังก็เดินออกมาจนถึงลานจอดรถที่อยู่ด้านข้างของโรงพยาบาลพอดีเช่นกัน หญิงสาวปลดล็อคสัญญาณกันขโมยก่อนจะเปิดประตูแล้วก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับอย่างคล่องแคล่ว

        รถยนต์สังกัดค่ายของญี่ปุ่นสีขาวขนาดกลางที่เพิ่งถูกถอยออกมาจากโชว์รูมได้ไม่กี่เดือนเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ แล้วมุ่งหน้าสู่ห้างสรรพสินค้าเล็กๆ ที่อยู่ไม่ห่างจากโรงพยาบาลมากนัก

        หลังจากจอดรถเรียบร้อย พีรดาก็เดินมุ่งตรงไปยังร้านกาแฟชื่อดังเพื่อซื้อเครื่องดื่มดับความกระหาย เพราะแม้เวลาจะล่วงเลยเข้าสู่ช่วงบ่ายแล้ว แต่อากาศช่วงนี้ก็ร้อนชนิดที่เรียกว่าตับแลบ ลิ้นห้อย กันเลยทีเดียว

        “สตรอเบอร์รี่ปั่นแก้วนึงค่ะ” เธอเอ่ยสั่งพนักงาน

        “แก้วใหญ่เลยไหมคะ” พนักงานถามเสียงหวาน

        “ค่ะ”

        “กรุณานั่งรอสักครู่นะคะคุณลูกค้า” พนักงานรับออเดอร์แล้วแจ้งให้เธอนั่งรอเครื่องดื่มสักครู่

        “ได้ค่ะ” พีรดาตอบรับแล้วเดินไปนั่งรอยังโต๊ะที่ว่างอยู่

        แต่เหมือนหญิงสาวจะรู้สึกได้ว่ามีใครในร้านกำลังจ้องมองเธออยู่ ทว่าหญิงสาวก็แสร้งมองไปทางอื่นทำราวกับว่าเธอไม่รู้และไม่ได้ยินเรื่องใดๆ เลย

        “คนนี้ใช่ไหม เมียแต่งคุณกรณ์” ใครบางคนกระซิบกระซาบกับเพื่อนสาวของเธอให้พอได้ยินกันสองคน

        “ใช่นะ คนนี้แหละ ฉันเห็นที่ในเว็บไซด์หนึ่งเขาเคยเอารูปตอนแต่งงานมาลงให้ดู” คู่สนทนายืนยัน

        “เป็นหมอใช่ไหม”

        “ใช่ๆ”

        “เธอก็สวยดีนะ สวยแบบเรียบร้อย ไม่หวือหวา แต่ก็ดูได้ไม่เบื่อ เหมาะกับการจะเป็นแม่คนดี” อีกคนวิจารณ์ออกมาตรงๆ

        “ผู้ชายเขาไม่ว่าอย่างนั้นน่ะสิแก เขาอาจจะอยากได้ที่สวยแบบเซ็กซี่ก็ได้นะ ไม่อย่างนั้นจะมีข่าวกับนังไลลาออกมาเหรอ” อีกคนค้าน

        “โห นังไลลา นี่แกกล้าเรียกดาราด้วยคำนี้เลยเหรอว่ะ เพื่อนฉันสุดยอดจริงๆ”

        “ทำไมจะไม่กล้า ฉันเป็นทีมเมียหลวงย่ะ ต่อให้ดังมาจากไหน แต่ถ้าเป็นมือที่สามแบบนี้ ฉันไม่บ้าไปหลงรักด้วยหรอก อีกอย่างฉันก็ไม่ใช่แฟนคลับยัยนั่นอยู่แล้วด้วย”

        “เออ มันก็จริง แต่เห็นเขาว่ากันว่า แฟนคลับแม่ดารานี่ไปขุดคุ้ยประวัติคุณหมอเธอกันใหญ่เลยนะ เหมือนจะจ้องจับผิดเพื่อช่วยดาราคนโปรดของตัวเอง”

        “แล้วได้อะไรไหม” อีกคนถามอย่างสนใจ

        “ก็ได้มาบ้างมั้ง แต่จะจริงหรือไม่จริง มันก็อีกเรื่องนะ อย่างว่าแหละ ใครก็อยากดูดีในสายตาคนอื่น ไม่อยากถูกตราหน้าว่าแย่งสามีคนอื่นหรอก มันก็ต้องสร้างเรื่องกันบ้างแหละเธอ”

        “นั่นสิ แต่ฉันสงสารฝ่ายนี้จัง ดูเธอสิ เดินไปโน้นแล้ว” อีกคนพยักเพยิดให้ดูหญิงสาวที่กำลังเดินถือแก้วเครื่องดื่มแล้วเดินออกจากร้านไปอย่างสง่าแต่แววตาของเธอนั้นเหมือนจะแฝงไปด้วยความกังวล...

ดูเหมือนการปรากฏตัวของพีรดาในช่วงเวลานี้จะกลายเป็นจุดสนใจของผู้คนทั่วไปไม่ใช่น้อย ก็แน่ล่ะ คู่กรณีของเธอเป็นถึงดาราดังของเมืองไทย แถมสามีของเธอก็เป็นไฮโซระดับแถวหน้าของเมืองไทยเสียด้วย เป็นใครก็ต้องให้ความสนใจเรื่องของเธอเป็นธรรมดายิ่งเดียวนี้เป็นยุคที่สังคมติดโซเซียลกันอย่างหนักด้วยสิ มีอะไรก็เอาโพสต์มาโพนทะนา มาบอกต่อกันอย่างไม่กลัวเกรงว่าจะเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่

        เรียกได้ว่าอยู่ดีๆ หญิงสาวก็กลายเป็นคนดังขึ้นมาชั่วพริบตา แต่นั่นก็มิใช่สิ่งที่พีรดาต้องการเลยแม้แต่น้อย ใครบ้างจะอยากดังเพราะโดนคนอื่นแย่งสามีไป...

        หญิงสาวเดินไปยังแผนกอาหารและเครื่องใช้ต่างๆ เพื่อซื้อข้าวของที่จำเป็นตามรายการที่เธอได้ลิสต์ไว้ เมื่อได้ทุกอย่างครบถ้วนแล้วจึงเดินไปยังจุดชำระเงินก่อนจะเข็นรถเข็นตรงไปยังรถยนต์ของเธอที่จอดไว้

        พีรดาไม่มั่นใจว่าเธอคิดไปเองหรือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ หญิงสาวรู้สึกได้ว่าตลอดเวลาที่เธอกำลังเดินซื้อของอยู่ในห้างนั้น มีสายตาหลายคู่หันมามองเธอหลายครั้งด้วยกัน แต่ครั้นเธอหันกลับไปมองคนเหล่านั้นก็จะหลบสายตาไปทางอื่น

        “นี่เราวิตกจริตมากไปหรือเปล่านะ” พีรดาพึมพำกับตัวเองขณะที่มือก็หยิบของจากรถเข็นแล้วนำไปวางไว้ที่ท้ายรถ

        รถยนต์คันสีขาวเคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณที่จอดรถอย่างช้าๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วมากขึ้นเมื่อมันขึ้นสู่ถนนใหญ่

        โชคดีเหลือเกินที่วันนี้รถไม่ติดมากนัก นั่นเป็นเพราะหญิงสาวออกมาจากโรงพยาบาลค่อนข้างเร็วกว่าเวลาที่คนส่วนใหญ่เลิกงานกัน ทำให้หญิงสาวกลับมาถึงบ้านเร็วกว่าทุกๆ วัน

        บ้านเดี่ยวหลังสีขาวขนาดกลางบนพื้นที่ 60 ตารางวาที่ดูไปก็ไม่ได้ใหญ่โตมากนัก แต่สำหรับการอยู่เพียงลำพัง

        นั่นก็ทำให้รู้สึกว่ามันอาจจะใหญ่เกินไปสำหรับผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างพีรดา!

        “กลับบ้านแล้วหรือคะคุณหมอ” เสียงใสๆ ทักมาจากรั้วบ้านข้างๆ ขณะที่พีรดาเอารถเข้ามาจอดในรั้วบ้านของเธอเรียบร้อยแล้ว

        พีรดาหันไปมองต้นเสียงก่อนจะยิ้มให้แล้วตอบกลับไป

        “ใช่จ้าปลา วันนี้ทำกับข้าวอะไรให้คุณยายทานเหรอจ๊ะ” พีรดาถามกลับไปด้วยในท้ายประโยค

        “ทำต้มยำปลาทูค่ะคุณหมอ คุณหมอจะทานไหมคะ เดี๋ยวปลาตักแบ่งไปให้ค่ะ”

        “ไม่ต้องหรอกจ๊ะปลา พี่ซื้อมาเรียบร้อยแล้ว” พีรดารีบปฏิเสธเด็กสาวที่ชื่อปลา ซึ่งเธอเป็นเด็กรับใช้ของบ้านที่อยู่ติดกับหญิงสาวนั่นเอง

        “มีอะไรก็เรียกหนูได้นะคะคุณหมอ” ปลาตะโกนข้ามรั้วมาอีกครั้ง

        “ขอบใจมากนะจ๊ะ” หญิงสาวตอบกลับไปก่อนจะเดินไปเปิดท้ายรถแล้วขนของเข้าไปในบ้านของตนเอง

 

        “คุณหมอรดากลับมาแล้วเหรอปลา” เสียงหญิงชราที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกเอ่ยถามเด็กสาวทันทีที่เธอเดินเข้าไปด้านใน

        “ค่ะคุณยาย” ปลาตอบรับ

        “มีอะไรก็ช่วยๆ ดูให้คุณหมอเธอหน่อยนะ เป็นสาวเป็นแส้อยู่บ้านคนเดียวน่าสงสารเธอเหมือนกัน” คุณยายจำเนียรเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือความสงสารจริงๆ

        “เป็นสาวเป็นแส้ที่ไหนคุณยาย เธอแต่งงานแล้วไม่ใช่เหรอ” ปลาเถียงกลับมา

        “ปลา!” หญิงชราทำเสียงสูง

        “หนูขอโทษค่ะ แต่...คนเขาก็พูดกันนี่คะเรื่องที่เธอ...” เด็กสาวเสียงกลัวๆ

        “เงียบเถอะ” คุณยายจำเนียรเสียงดุ

        “ค่ะ” เด็กสาวจำต้องสงบปากสงบคำไปโดยปริยาย

        แม้ตัวหญิงชราเองจะสงสัยไม่ใช่น้อยในเรื่องที่ผู้คนส่วนใหญ่กำลังกล่าวถึง แต่นางก็ไม่เคยเอ่ยถามให้พีรดาต้องรู้สึกไม่สบายใจมากไปกว่านี้

        คนมีประสบการณ์พอจะมองออกว่าอะไรเป็นอะไร...ยิ่งข่าวลือหนาหูนั้นด้วยแล้ว มันคงใช่อย่างที่เขาพูดๆ กัน

        ไม่มีมูล หมาคงไม่ขี้!

        ตั้งแต่วันแรกที่หญิงสาวซื้อบ้านหลังนี้แล้วย้ายเข้ามาอยู่ นางเห็นสามีของพีรดาไม่เกินสามครั้ง ส่วนใหญ่คนที่จะไปมาหาสู่กับหญิงสาวมักจะเป็นเพื่อนที่เป็นเพศเดียวกับเธอเสียมากกว่า ซึ่งนั่นก็เกือบจะเป็นเวลา 1 ปีแล้ว นางจำได้ว่าเคยเห็นคุณกรณ์สามีของพีรดาในช่วงต้นๆ ที่หญิงสาวย้ายมาอยู่เท่านั้นเอง

        ส่วนคนที่โดนพาดพิงถึงกำลังง่วนอยู่กับการทำอาหารในครัว เสียงกระทะกระทบกับตะหลิวดังขึ้นเบาๆ ให้พอคนบ้านข้างๆ ทราบว่าหญิงสาวกำลังทำอะไรอยู่เนื่องจากบริเวณห้องครัวของทั้งสองบ้านเป็นจุดที่อยู่ตรงกัน จะเรียกว่าตะโกนคุยกันจากห้องครัวก็ยังได้

        พีรดาตักอาหารที่ทำเสร็จเรียบร้อยแล้วแบ่งเป็นสองจาน จานหนึ่งเธอถือไปวางบนโต๊ะอาหารเล็กๆ สำหรับตัวเอง อีกจานหญิงสาวถือออกไปนอกบ้านแล้วเปิดประตูรั้วเล็กๆ ออกไปก่อนจะกดกริ่งหน้าบ้านคุณยายจำเนียร เพราะจะให้ตะโกนเรียกปลามารับจานอาหารไปก็ดูจะน่าเกลียดไปหน่อยในความคิดของเธอ

        “อ้าว! คุณหมอ” ปลาชะโงกหน้าออกมามองแล้วอุทาน จากนั้นจึงรีบวิ่งมาเปิดประตูรั้วให้พีรดา

        “พี่เอาเต้าหู้ทรงเครื่องมาให้ลองชิมจ้า” หญิงสาวบอกพลางส่งจานที่ใส่เต้าหู้ทรงเครื่องให้อีกฝ่าย

        “คุณหมอเข้ามาข้างในก่อนเลยค่ะ” เสียงคุณยายตะโกนออกมาจากด้านใน

        พีรดาเลยตัดสินใจเดินเข้าไปตามคำเชิญของหญิงชรา

        “นั่งสิลูก” คุณยายจำเนียรบอกอย่างเป็นกันเอง

        “ค่ะคุณยาย คุณยายสบายดีไหมคะ” พีรดานั่งลงที่โซฟาตรงข้ามกับคนเชิญก่อนจะถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ

        “ก็เรื่อยๆ ตามประสาแหละ คนแก่อ่ะนะ จะให้สุขภาพดีเหมือนหนุ่มๆ สาวๆ ก็คงไม่ใช่หรอก ว่าแต่คุณหมอเถอะ สบายดีไหมลูก” นางย้อนถามพีรดากลับบ้าง

        “รดาก็...เรื่อยๆ เหมือนกันค่ะคุณยาย” หญิงสาวตอบพร้อมส่งยิ้มเจื่อนๆ

        พีรดารู้ดีว่าทุกคนน่าจะพอทราบเรื่องของเธอจากแหล่งข่าวมากมายที่เอามากระจายให้เห็นกันวันละหลายเวลายิ่งกว่าอาหารมื้อหลักที่ต้องรับประทานเสียอีก

        “อะไรที่เป็นทุกข์ ก็อย่าเอามาคิดนะคุณหมอ” คุณยายพูดแค่นั้นแล้วก็หยุดไป เพราะไม่อยากให้อีกคนต้องคิดมาก

        “ค่ะคุณยาย” หญิงสาวรับคำเบาๆ

        “อ้าว! ปลา แกจะมายืนถือจานอยู่ทำไมตรงนี้ เอาไปเก็บสิ แล้วตักต้มยำมาให้คุณหมอสักถ้วยด้วยนะ” เจ้าของบ้านหันไปดุสาวใช้ที่ยังยืนเสนอหน้าอยู่ตรงนั้นตั้งแต่เดินตามหลังพีรดาเข้ามา

        “อ๋อ..ค่ะ ค่ะ คุณยาย” เด็กสาวรีบรับคำแล้วเดินลิ่วเข้าไปในครัว

        “ไม่ต้องก็ได้นะคะคุณยาย รดามีกับข้าวแล้วค่ะ” หญิงสาวบอกปฏิเสธหญิงชราไปอย่างเกรงใจ

        เธออยู่คนเดียวไม่ได้รับประทานอะไรมากมาย ยิ่งเป็นมื้อเย็นด้วยแล้ว หญิงสาวจะรับประทานอาหารน้อยกว่ามื้ออื่นๆ ส่วนใหญ่จะเน้นไปทางผลไม้เสียมากกว่า แต่ก็ต้องมีข้าวเป็นอาหารจานหลักไว้สักเล็กน้อย

        “เอาไปลองชิม วันนี้ยายทำเองเลยเชียวนะ”

        “ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณยาย” หญิงสาวจำใจต้องรับไว้เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียน้ำใจ ซึ่งปกติสองบ้านนี้ก็จะตักอาหารมาแบ่งปันกันอยู่บ่อยๆ แม้จะหาได้ยากยิ่งในชีวิตสังคมเมืองปัจจุบัน แต่สำหรับสองบ้านนี้คงต้องเป็นข้อยกเว้น

        พีรดารับถ้วยต้มยำปลาทูมาจากปลาก่อนจะเอ่ยขอตัวกับเจ้าของบ้านอย่างมีมารยาท

        “ถ้าอย่างนั้นรดาขอตัวก่อนนะคะคุณยาย”

        “จ๊ะ กลับไปทานข้าวเถอะ จะได้พักผ่อน พรุ่งนี้ต้องทำงานอีกใช่ไหม” คุณยายถามด้วยความเป็นห่วง

        “ทำค่ะ” เธอตอบพลางลุกจากโซฟาแล้วยิ้มให้เจ้าของบ้านและเด็กรับใช้อีกครั้ง จากนั้นจึงเดินกลับไปยังบ้านของตนเอง

        ทว่าระหว่างทางที่ไม่ห่างกันมาก พีรดารู้สึกได้อีกครั้งว่ามีสายตาของใครสักคนกำลังจ้องมองเธออีกแล้ว หญิงสาวตัดสินใจหันกลับไปมองด้านหลัง

        “วันนี้กลับบ้านไวนะคะคุณหมอ” เสียงทักดังมาจากฝั่งบ้านตรงข้าม

        “ค่ะคุณมน” หญิงสาวตอบรับแล้วทำท่าจะปิดประตูรั้ว

        “ไว้วันหลังถ้ากลับเร็วก็แวะมานั่งที่บ้านพี่บ้างก็ได้นะคะ” มนฤดีรีบพูดตามมาก่อนที่หญิงสาวจะปิดประตู เหมือนว่าอีกฝ่ายอยากจะคุยกับพีรดาไม่มากก็น้อย

        “ได้ค่ะ แต่วันนี้รดาขอตัวก่อนนะคะ” พีรดารีบปฏิเสธ

        “แล้วพี่จะรอนะคะ” มนฤดีไม่วายตะโกนตามหลังมาอีก แต่คราวนี้พีรดาไม่ได้หันไปตอบโต้ด้วยถ้อยคำใด หญิงสาวตัดสินใจเดินเข้าบ้านตัวเองไปทันที

        บางครั้งเพื่อนบ้านบางคนก็ไม่ได้น่าคบหามากนัก แม้จะอยู่บ้านใกล้เคียงกันก็เถอะ พีรดาเองก็รู้สึกได้ว่าคนอย่างมนฤดีไม่ได้น่าไปมาหาสู่ด้วยเหมือนอย่างครอบครัวของคุณยายจำเนียร

        เธอจึงตัดสินใจเดินเข้าบ้านไป ในขณะที่อีกฝ่ายก็พึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่หากพีรดาได้ยินเชื่อว่าหญิงสาวก็คงไม่พอใจสักเท่าไรนัก

        “โดนผัวทิ้งแล้วจะมาทำเป็นหยิ่งอีก คนอะไร๊!

        ดีนะที่อีกฝ่ายเข้าบ้านไปเรียบร้อยแล้ว...

 

                     

จบไปแล้ว 1 บทค่าาาา ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ
และขอบคุณทุกยอดแฟนคลับนะคะ ที่สำคัญคอมเมนต์กันได้ตามสะดวกจ้า คนเขียนใจดีจ้าาา 

 

^___^

 

 

 

 


                   

  

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 35 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

51 ความคิดเห็น

  1. #5 นางฟ้าในสายลม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:44

    ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ตอนต่อไปอดใจรออีกไม่นานค่าาาาา ^_^

     
    #5
    0
  2. #4 SamanthaArlan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:27
    รอตอนต่อไปคร๊า
    #4
    0
  3. #2 Kann4455 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:18
    แค่เปิดเรื่องมาก้อสนุแล้วววววว
    #2
    0
  4. #1 coonX3 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:28
    ขอนางเอกสตรองๆจ้า ถ้าผู้ชายมันเลวก็ปล่อยไป
    #1
    0