กระดังงาไร้ราคี

ตอนที่ 11 : บทที่ 10 คืนส่งท้าย คืนส่งเรื่องร้าย 2 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 540
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    27 เม.ย. 63

บทที่ 10  คืนส่งท้าย คืนส่งเรื่องร้าย 2

 

       

        “รดา ตื่นแล้วหรือลูก ตื่นเช้าจังเลย” สายพิณร้องทักลูกสาวขณะที่อีกฝ่ายเดินเข้ามาในครัว

        นางตื่นตั้งแต่ตีห้าแล้วลงมาทำอาหารเพื่อจะออกไปตักบาตรตอนเช้าที่วัด

        พีรดาเองก็นอนไม่ค่อยหลับมาสองคืนแล้ว แต่เธอก็พยายามทำใจให้ว่าง ไม่คิดเรื่องของอดีตสามีกับดาราสาวที่ยังมีข่าวออกมาให้เห็นอยู่ตลอดเวลา จนเธอก็ไม่แน่ใจว่าไลลาตั้งใจจะปล่อยข่าวออกมาหรือไม่ ทำไมมันไม่สร่างซาเสียที ทั้งที่ทั้งคู่ก็แถลงข่าวกันไปแล้วเมื่อวันก่อน จนสุดท้ายพีรดาต้องเป็นฝ่ายปิดโทรศัพท์และงดดูโทรทัศน์ไปเอง เพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเครียดมากไปกว่านี้ ยิ่งเห็นก็ยิ่งเครียดแล้วรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังพยายามหาเรื่องเธออยู่

        “ได้ยินเสียงคุณแม่ลงมาทำกับข้าวน่ะค่ะ หนูเลยกะว่าจะลงมาช่วยอีกแรง” เธอตอบ

        “ไม่ต้องก็ได้จ้า แม่ทำกับข้าวง่ายๆ เอง แล้วเดี๋ยวเราออกไปตักบาตรที่วัดกันนะลูกนะ” นางเอ่ยชวนอีกรอบ ทั้งที่เมื่อวานก็บอกกับลูกสาวทั้งสองคนเอาไว้แล้ว

        “ค่ะคุณแม่” พีรดาตอบแล้วลงมือช่วยมารดาทำอาหาร

        หลังจากทำอาหารและบรรจุลงถุงเรียบร้อยพร้อมที่จะนำไปใส่บาตร เป็นเวลาที่พลอยพรรณและลูกสาวตื่นกันพอดี

        “อรุณสวัสดิ์วันส่งท้ายปีเก่าจ้ารดา” พี่สาวเอ่ยทักน้องสาวขึ้นก่อน

        “อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่พลอย” พีรดาตอบพลางยิ้มจางๆ ให้

        “อย่ามัวแต่ทักทายกันอยู่เลยจ๊ะ แม่ว่าไปอาบน้ำแต่งตัวเถอะลูก เดี๋ยวจะได้ออกไปวัดกัน” สายพิณบอกลูกสาว

        “รดาไปอาบก่อนเลยจ๊ะ พี่ขอชงโอวัลตินให้ยัยตัวแสบนี่ก่อน” พลอยพรรณโบ้ยให้พีรดาไปอาบน้ำก่อน

        “คุณแม่ไม่ต้องมาอ้างหนูเลยค่ะ จริงๆ แล้วคุณแม่อยากไปชงกาแฟให้ตัวเองต่างหากล่ะคะ” ฟ้าใสรีบแทรกขึ้นมา

        “ไม่ต้องมาเถียงกันเลยแม่ลูกคู่นี้ จะกินอะไรรองท้องก็รีบไปกินกันซะ แล้วรีบไปอาบน้ำแต่งตัวจะได้ออกไปวัด เดี๋ยวจะสาย” สายพิณเอ็ดลูกและหลานอย่างไม่จริงจังนัก แล้วนางก็รีบกลับขึ้นไปยังห้องนอนของตัวเองทันที

        หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็กลับมารวมกันที่ห้องรับแขกของบ้านอีกครั้ง

        “เรียบร้อยกันแล้วใช่ไหม” สายพิณถามขณะหิ้วตะกร้าใบใหญ่ที่ใส่อาหารและดอกไม้สด

        “ค่ะ” สามสาวรับคำอย่างพร้อมเพรียงกัน

        “ถ้าอย่างนั้นก็ไปขึ้นรถกันเถอะ สายแล้วเนี่ย ป่านนี้คนคงมากันเต็มวัดแล้วล่ะ” สายพิณบ่นเล็กน้อยท้ายประโยค เนื่องจากนางแต่งตัวเรียบร้อยเป็นคนแรก แล้วต้องลงมารอคนอื่นๆ ค่อนข้างนาน

        “รดา ขับรถนะ” พลอยพรรณบอกน้องสาวแล้วรีบลากมือลูกสาวไปยังประตูรถด้านหลัง

        “ตลอดเลยนะพี่พลอยเรื่องขับรถเนี่ย” พีรดาหันไปค้อนพี่สาวแบบติดตลกเล็กน้อย

        “น้ารดาขับรถนิ่มไงคะ คุณแม่เลยชอบ คุณยายก็ชอบเหมือนกันนะคะ ใช่ไหมคะคุณยาย” ฟ้าใสรีบบอกแบบออดอ้อนน้าสาวแล้วหาแนวร่วมเพิ่ม

        “พอกันทั้งแม่ทั้งลูก” สายพิณหันไปมองลูกและหลานพลางส่ายๆ หน้าเบาๆ

        ในขณะที่พีรดาได้แต่อมยิ้ม เธอรู้ว่าพี่สาวไม่ค่อยชอบขับรถมากนัก นอกจากตอนที่ต้องไปรับพีรดาจากสนามบินเท่านั้น ที่เธอจะเป็นคนขับให้น้องสาวนั่ง เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเดินทางมาเหนื่อยแล้ว

       

        รถเก๋งเลี้ยวเข้าจอดยังลานวัดที่เริ่มแน่นขนัดด้วยรถยนต์คันอื่นๆ ที่มาถึงก่อน พีรดาพยายามมองหาที่ว่าง แต่เหมือนโชคจะไม่เข้าข้างเธอเสียเลย

        “ไม่มีที่ว่างเลยค่ะ รถเยอะมาก” พีรดาพยายามชะเง้อมองไปรอบๆ

        “ไปจอดด้านหลังวัดก็ได้นะ เดินไกลหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอกลูก” สายพิณบอกลูกสาว

        “ถ้าอย่างนั้นคุณแม่ พี่พลอยกับฟ้าใสลงก่อนไหมคะ จะได้ไม่ต้องเดินกลับมาให้เหนื่อยค่ะ” หญิงสาวบอกพลางจอดรถเพื่อให้คนอื่นๆ ลงไป

        “ดีเหมือนกันลูก ว่าแต่หนูเดินกลับมาคนเดียวได้นะ ไม่กลัวใช่ไหม” นางถามด้วยความเป็นห่วง

        “ได้ค่ะ แหม...กลางวันแบบนี้ไม่ได้น่ากลัวเลยค่ะคุณแม่ แล้วหนูก็ไม่ได้กลัวผีด้วยค่ะ” พีรดาตอบด้วยสีหน้าอมยิ้ม

        “ถ้าอย่างนั้นแม่จะไปรอตรงมุมนั้นนะรดา” นางบอกพลางชี้ไปข้างศาลาที่มีผู้คนนั่งกันอยู่จนเต็ม เนื่องจากเห็นว่ามีคนรู้จักรวมกลุ่มกันอยู่บริเวณนั้นแล้ว

        “ค่ะ” พีรดารับคำสั้นๆ แล้วค่อยขับรถออกไปอย่างช้าๆ หลังจากทุกคนลงจากรถไปเรียบร้อยแล้ว

        ผู้คนมากมายต่างทยอยเข้ามาในวัดเพื่อทำบุญร่วมกันในวันส่งท้ายปีเก่าและเตรียมต้อนรับปีใหม่

        พีรดาค่อยๆ คลานรถไปอย่างช้าๆ เพราะจะเรียกว่าขับรถคงไม่ได้ เนื่องจากหญิงสาวต้องระวังผู้คนที่กำลังเดินอยู่บริเวณนั้นด้วย

        “โห หลังวัดก็แน่นเหมือนกันหรือนี่” หญิงสาวอุทานตาโตเมื่อมาถึงยังจุดที่คิดว่าน่าจะมีที่จอดรถให้เธอแต่ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด

        “คุณครับ ขับเลยออกไปด้านหลังเลยครับ ยังพอมีที่จอด” เด็กวัดรีบวิ่งมาแล้วตะโกนบอกเสียงดัง

        “ด้านโน้นใช่ไหมจ๊ะ” พีรดาลดกระจกรถลงแล้วถามต่อ

        “ใช่ครับ” เด็กชายวัยรุ่นคนนั้นตอบ

        “ขอบใจมากจ้า” เธอบอกแล้วกดสวิทซ์ไฟฟ้าเพื่อปิดกระจกรถคืนเหมือนเดิม

ในที่สุดพีรดาก็ได้ที่จอดรถ แม้จะไกลจากจุดที่ตั้งใจเอาไว้แต่แรกพอสมควร และนั่นก็หมายความว่าเธอจะต้องเดินกลับไปหามารดาค่อนข้างไกลเช่นกัน

หญิงสาวในชุดเสื้อซาตินสีขาวรูปแบบเรียบร้อย ท่อนล่างเป็นกระโปรงตัวยาวสีฟ้าสดใสก้าวลงจากรถแล้วรีบกดรีโมทล็อครถเพื่อความปลอดภัย เธอหันมองบริเวณรอบๆ ก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินตรงไปยังจุดที่มารดานัดหมายไว้

“รดา รดาครับ คุณหมอรดา” เสียงใครบางคนที่เธอคุ้นหูตะโกนดังมาจากด้านหลัง

พีรดาหันขวับไปมองต้นเสียงก่อนอุทานเบาๆ ชายหนุ่มในชุดเสื้อคอโปโลสีขาวกับกางเกงยีนส์สีเข้มกำลังโบกมือทักทายเธอ

“อ้าว! ราม” เธอหยุดเดินทันทีเพื่อให้อีกฝ่ายที่กำลังเดินกึ่งวิ่งมาทันกัน

“มาวัดเหมือนกันเหรอครับ” เขาถามเมื่อเดินมาถึง

“ใช่ค่ะ” เธอตอบสั้นๆ แล้วเริ่มก้าวเท้าต่อ

“คุณแม่ละครับ มาด้วยไหม”

“มาด้วยค่ะ มากันหมดบ้านเลยค่ะ คุณละคะมากับใคร” เธอถามด้วยสรรพนามที่เว้นระยะห่างพอสมควร ไม่เหมือนคนที่เป็นเพื่อนกันมาก่อนสักเท่าไหร่

“มากับคุณแม่เหมือนกันครับ แล้วก็เพื่อนรุ่นน้องอีกคนนึงครับ” ราเมธตอบพลางยิ้มให้คุณหมอคนสวย

ราเมธก็น่าจะเหมือนเธอ คือไม่มีที่จอดรถเหมือนกัน เลยต้องขับมาจอดตรงนี้ และมารดาของเขาก็น่าจะลงไปรอที่บริเวณวัดเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

“ค่ะ เราเข้าไปในวัดกันเถอะค่ะ” เธอตอบรับแล้วรีบก้าวเท้าให้เร็วขึ้น

“วันนี้คนเยอะเลยนะครับ” ราเมธชวนคุยขณะเดิน

“ค่ะ อาจจะเพราะเป็นวันหยุดด้วยมั้งคะ คนเลยสามารถมาได้” เธอลงความเห็น

“ว่าแต่คืนนี้รดาจะไปเคาน์ดาวน์ที่ไหนเหรอครับ” เขาถามต่อ

“คงอยู่กับคุณแม่ พี่พลอยแล้วก็ฟ้าใสแหละค่ะ” เธอตอบโดยไม่ต้องคิด

ไม่มีที่ไหนให้เธอไปหรืออยู่...มากกว่าที่บ้านอีกแล้ว

“คิดว่าจะออกไปนั่งชิลล์ๆ แถวในเมืองซะอีกครับ”

“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันไม่ชอบอะไรที่มันพลุกพล่าน อยากอยู่เงียบๆ มากกว่า”

“งั้นไม่มาสวดมนต์ข้ามคืนที่วัดล่ะครับ” เขาเอ่ยชวนเพราะรู้ว่าตัวเองก็มาอยู่แล้ว

“ไม่แน่ใจค่ะ ต้องดูคุณแม่ก่อน” เธอตอบแล้วพยายามก้าวเท้าให้ยาวกว่าเดิมเพื่อจะได้ไปถึงมารดาไวๆ

“รีบเดินจังเลยนะครับ หรือว่ารังเกียจที่ต้องมาเดินข้างๆ ผม” ราเมธเอ่ยถามเมื่อรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายพยายามเร่งฝีเท้ามากขึ้น

“เปล่าหรอกค่ะ แค่อยากให้ไปถึงคุณแม่เร็วๆ เท่านั้นเอง ฉันมีเหตุผลอะไรที่ต้องรังเกียจคุณล่ะคะ” พีรดาชะลอฝีเท้าแล้วหันไปถามคนที่เดินตามหลังเธอมาติดๆ

“ไม่ทราบสิครับ อาจจะรังเกียจเด็กบ้านนอกอย่างผมก็ได้ ใครจะไปรู้ล่ะครับ” ราเมธให้เหตุผล

ก็อีกฝ่ายเป็นถึงคุณหมอ ที่สำคัญอดีตสามีของพีรดาก็มีหน้ามีตาในสังคมไฮโซ เธอเองก็อาจจะทำตัวไฮโซไปด้วย แล้วอาการที่หญิงสาวแสดงก็ชวนให้ชายหนุ่มคิดเช่นนั้น

เขารู้สึกว่าวันนี้พีรดาแปลกไปจากวันที่เขาเจอที่วัดเมื่อวันก่อนราวกับคนละคน หรืออาจจะเป็นเพราะเธอกำลังอยู่ในช่วงทำใจเขาเองก็สุดจะคาดเดา แต่ที่แน่ๆ เขาว่าเธอไม่เหมือนเดิม

“คุณคิดไปเองมากกว่าค่ะ ฉันไม่รังเกียจคนบ้านนอกหรือคนต่างจังหวัดหรอกค่ะ อย่าลืมสิคะว่าฉันเองก็เติบโตมาจากเด็กบ้านนอกเหมือนกัน ฉันจะรังเกียจที่มาของตัวเองได้ยังไง แล้วเพื่อนก็คือเพื่อนอยู่วันยังค่ำค่ะไม่ว่าจะเป็นเพื่อนที่ไหน ฉันไม่มีทางรังเกียจเพื่อนตัวเองอยู่แล้ว” เธอให้เหตุผลด้วยน้ำเสียงอ่อนลง

“ครับ งั้นผมคงคิดมากไปเอง” ราเมธยักไหล่แล้วเดินตามหลังหญิงสาวไปเงียบๆ ไม่ได้ชวนเธอคุยเหมือนก่อนหน้าอีกแล้ว

ต่างคนต่างเดิน...ราเมธเดินตามหลังพีรดาอยู่สามสี่ก้าว แต่ถ้าใครมองมาก็จะรู้ว่าทั้งคู่เดินมาด้วยกัน

แน่นอนว่าต้องมีคนหันมองทั้งคู่บ้าง เพราะพีรดาเองก็มีหน้าตาและรูปร่างที่ชวนสะดุดตาอยู่พอสมควร ที่สำคัญเธออาจจะเหมือนคนแปลกหน้าของที่นี่ เนื่องจากไม่ค่อยได้กลับมาบ้านบ่อยนัก ยิ่งการเข้ามาในวัดด้วยแล้วในระยะเวลาหนึ่งปี พีรดาอาจจะได้เข้ามาแค่ครั้งหรือสองครั้งเท่านั้น คนเลยสนใจเพราะไม่คุ้นหน้าคุ้นตาเธอสักเท่าไหร่

แต่สำหรับราเมธ น้อยคนมากที่จะไม่รู้จักเขา เป็นอีกเหตุผลที่คนจะหันมองทั้งคู่เมื่อเห็นเดินมาด้วยกัน

คนหนึ่งรู้จักเป็นอย่างดี แต่อีกคนนี่สิใครกัน...

“พี่ราม ทางนี้ค่ะ” เสียงหญิงสาวคนหนึ่งตะโกนแหวกอากาศมาแต่ไกล

พีรดาหันไปมองต้นเสียงตามกลไกอัตโนมัติของร่างกาย หญิงสาวหน้าตาน่ารักคนหนึ่งกำลังโบกมือให้ชายหนุ่มอยู่ไกลๆ เธอเหลือบไปมองราเมธแวบหนึ่งแล้วก็พบว่าเขาเองก็กำลังเหลือบมองเธอเช่นกัน

“ผมขอตัวก่อนนะครับคุณหมอ” ชายหนุ่มบอกแล้วก้มศีรษะให้เธอเล็กน้อยคล้ายจะขอตัวอยู่ในที

 “ตามสบายเลยค่ะ” พีรดาพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองหาคนในครอบครัวของเธอ

มารดา พี่สาวและหลานรักอยู่อีกมุมซึ่งห่างจากจุดที่หญิงสาวคนนั้นตะโกนเรียกราเมธพอสมควร เมื่อเห็นคนที่เธอตามหาแล้วพีรดาก็รีบก้าวเท้าตรงไปทันที

“คนเยอะมากเลยนะคะ” พีรดาเปรยขึ้นเบาๆ เมื่อเธอเดินไปสมทบกับมารดา

“เป็นธรรมดาแหละลูก ช่วงส่งท้ายปีใครๆ ก็อยากมาทำบุญ พรุ่งนี้อีกวัน คนน่าจะเยอะกว่าวันนี้ด้วยซ้ำ” สายพิณตอบลูกสาว

“ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เรานอนอยู่บ้านกันนะคะคุณยาย ไม่ต้องมาวัดหรอกค่ะ” เด็กหญิงแทรกขึ้นทันใด

“ฟ้าใส” พลอยพรรณเอ็ดลูกเสียงต่ำพร้อมกับฟาดมือลงไปที่ไหล่เด็กหญิงเบาๆ หนึ่งที

“อ้าว! คุณแม่ตีหนูทำไม” ฟ้าใสฉงน

“ตีเพราะความปากดีของเรานั่นแหละ” พลอยพรรณตอบลูกสาวตัวแสบ

“หนูพูดเรื่องจริงนะคะ คนมาวัดเยอะแล้วเราค่อยมาวันอื่นก็ได้ พระท่านไม่ว่าหรอก” ฟ้าใสยังเถียงไม่ลดละ

“พอเลยสองคนแม่ลูกนี่ หยุดตีกันในวัดได้แล้ว ไปสมทบกับคนอื่นที่โรงธรรมใหญ่กันดีกว่า คนเริ่มทยอยขึ้นไปฟังพระท่านแล้ว” สายพิณตัดบทลูกสาวและหลานตัวดี

ตลอดเวลาของการฟังธรรม พีรดารู้สึกว่ามีสายตาหลายคู่คอยจ้องมองเธออยู่อย่างต้องการจับผิดอะไรบางอย่าง แม้กระทั่งสายพิณและพลอยพรรณเองก็ยังรู้สึกไม่ต่างกัน แน่นอนว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้สึกไม่สบายใจอยู่ลึกๆ แต่ทุกคนก็เลือกที่จะปิดปากเงียบกริบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

“ผู้หญิงที่เดินมากับพี่รามเมื่อครู่คือใครกันคะ ทำไมษารู้สึกคุ้นๆ หน้าจังเลย” มาริษาเอ่ยถามเมื่อเธอสบโอกาส

“อ่อ เพื่อนพี่เอง คุณหมอพีรดา”

“คุณหมอพีรดา ที่พี่รามพูดถึงวันก่อนใช่ไหมคะ” มาริษาทวนความจำ ชื่อนี้เธอจำได้แม่นยำ

“ใช่ครับ”

“แต่เอ๊ะ...ทำไมษารู้สึกคุ้นๆ หน้าเพื่อนพี่รามคนนี้จัง เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง” หญิงสาวไม่วายสงสัยต่อ

“น้องษาจำคนผิดหรือเปล่า” ราเมธถามแบบเสียไม่ได้

“ไม่ผิดหรอกค่ะ ษาจำได้ว่าเหมือนเคยเห็นที่ไหน ขอนึกแปบนึงนะคะ” มาริษาขมวดคิ้ว

ราเมธภาวนาขออย่าให้มาริษาเห็นพีรดาจากข่าวที่กำลังเป็นกระแสดังอยู่ตอนนี้เลย....แต่...

“ษานึกออกแล้ว ษาเห็นจากที่เขาแชร์กันในเฟสนี่เอง ผู้หญิงคนนี้ที่เป็นเมียเก่าของไฮโซกรณ์ ไฮโซกรณ์ที่เป็นแฟนกับไลลาดาราดังไงคะพี่ราม” คำภาวนาของราเมธไม่เกิดผลเลยสักนิด

“ใช่เลย ษาไปอ่านประวัติเธอมา เธอเป็นคนใต้ เดี๋ยวษาเปิดในเฟสให้ดูค่ะพี่ราม” มาริษาบอกแล้วรีบหยิบสมาร์ทโฟน

“ไม่ต้องหรอกน้องษาพี่ไม่สนใจเรื่องพวกนี้” ราเมธเอ่ยตัดบทแล้วเดินไปหาวิภาผู้เป็นมารดา

“อะไรของเขาเนี่ย” มาริษาได้แต่หงุดหงิดก่อนจะเดินจ้ำตามหลังชายหนุ่มไปด้วยอีกคน

ดูเหมือนการมาวัดของทุกคนไม่ได้ทำให้จิตใจสงบลงเลย


E Book ฝากอุดหนุนด้วยค่าาาาาา กราบขอบคุณงามๆ ทุกยอดโหลดนะคะ 

Thumbnail Seller Link
กระดังงาไร้ราคี
นางฟ้าในสายลม
www.mebmarket.com
        “ที่แม่เรียกมาวันนี้ เพื่อจะบอกว่า แม่ไม่อนุญาตให้พวกเธอสองคนเลิกกัน  เข้าใจนะ” “คุณหญิง!” พีรดาอุทาน “แต่...&...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

51 ความคิดเห็น