EX | KRISYEOL ft.EXO | #EX_KY

ตอนที่ 10 : EX_09 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 927
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 158 ครั้ง
    19 ก.พ. 62















มันไม่ใช่ว่าผมไม่รู้ตัวนะว่ากำลังจะแย่ ผมพยายามแล้วที่จะเบียดคนพวกนั้นออกไปแต่ดูเหมือนว่าบรรยากาศจะไม่เป็นใจนัก พวกเขาคงรีบแหละถึงได้เบียดๆ กันเข้ามาแล้วก็รีบกดปิดลิฟต์ ผมก็เลยหมดสิทธิ์ที่จะออกไป


ผมพยายามตั้งสติ หายใจเข้าลึกๆ และคิดหาทางออกว่าจะเอายังไงต่อไป แต่ดูเหมือนว่าเหงื่อที่เริ่มไหลกับหัวใจที่เต้นแรงจะทำให้ทุกอย่างยิ่งยาก อย่าว่าแต่เบียดพวกเขาไปกดลิฟต์เลย ตอนนี้แค่จะพยุงตัวให้ยืนอยู่ได้ก็ยากมากแล้วสำหรับผม


แต่ในจังหวะที่ผมกำลังแย่และไม่มีใครรู้ว่ามีสมาชิกหนึ่งคนในลิฟต์กำลังแพนิคเพราะกลัวที่แคบ คนที่เคยรู้จักผมดีเมื่อสองปีก่อนก็ค่อยๆ ขยับตัวฝ่าฝูงชนมายืนใกล้ๆ แล้วจับมือผมไว้อย่างถือวิสาสะ


“ไหวไหม” เขาถามแค่นั้นเองแต่ไม่รู้ทำไมผมถึงได้รู้สึกเหมือนเขาเป็นฮีโร่ เป็นที่พึ่งเดียวในตอนนี้ที่ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัย


“...” ผมส่ายหน้าเพราะไม่ไหวจริงๆ พี่คริสก็เลยยิ่งบีบมือที่ชื้นเหงื่อของผมแน่นขึ้น


“โทษนะ” และเขาก็ยังจะขออนุญาตแม้จะอยู่ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ ก่อนที่พี่คริสจะใช้มืออีกข้างที่ว่างโน้มศีรษะของผมลงไปซบที่ไหล่ของเขา


“...” ผมพูดอะไรไม่ได้เลย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าไหล่ของเขาทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยขึ้น และเพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ผมจะพึ่งพิงได้ผมก็เลยทิ้งน้ำหนักลงไปบนนั้นทั้งหมด และพยายามไม่สนใจเรื่องอื่นนอกจากกำหนดลมหายใจให้เป็นปกติเท่านั้น



ติ๊ง


ไม่รู้นานแค่ไหนที่ผมต้องยืนซบไหล่พี่คริสด้วยลมหายใจติดขัดและเหงื่อที่ออกจนชุ่มไปทั้งตัวแบบนี้ แต่ในที่สุดลิฟต์ก็มาถึงชั้นล่างสุดของโรงแรม และตอนนี้มันก็กำลังเปิดออกและผู้คนที่เคยเบียดเสียดก็ค่อยๆ ทยอยกันเดินออกไป


“ถึงแล้ว” ผมผละออกมาจากไหล่กว้างแต่ก็ยังไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงจะพยุงตัวเองเท่าไหร่นัก แถมยังไม่มีแรงจะดื้อใส่แฟนเก่าที่ผมเกลียดยิ่งกว่าอะไรด้วย ทำได้แค่ยอมให้เขาประคองเดินออกมาจากลิฟต์และพามานั่งพักที่ล็อบบี้โรงแรมเพื่อปรับสภาพจิตใจให้ดีขึ้น “ยังไม่หายกลัวที่แคบอีกเหรอ”


“นี่มันอาการแพนิคนะครับไม่ใช่ไข้หวัดจะได้หายกันได้ง่ายๆ” นี่ขนาดว่าไม่มีแรงนะแต่ก็ยังจะเถียงเขาได้ แต่ก็นั่นแหละนะ ต่อให้กำลังจะตายผมก็จะไม่ยอมญาติดีกับเขาหรอก


“ดื่มซะจะได้สดชื่นขึ้น” และเขาก็ฉลาดพอที่จะไม่ตอบโต้ แต่เลือกที่จะเดินไปหยิบน้ำผลไม้ที่แผนกต้อนรับของโรงแรมมาให้ผมจิบเพื่อให้สดชื่นขึ้น


และมันก็ดีขึ้นจริงๆ อย่างที่เขาคิด ใช้เวลานั่งพักสงบสติอารมณ์ประมาณสิบห้านาทีผมก็หายเป็นปกติ และแน่นอนว่าเป้าหมายต่อไปก็คือการไปเดินเที่ยวตามแผนที่ตั้งใจไว้แต่แรก


“ผมหายแล้วครับ ขอบคุณมากที่ช่วยดูแล” ผมพูดขอบคุณไปตามมารยาทก่อนจะยกกระเป๋าขึ้นพาดบ่าแล้วเดินออกมาจากตรงนั้น แต่พี่คริสก็ยังเดินตามมาอีก


“ไปไหวเหรอ”


“ไหวครับ ผมหายแล้ว” ผมไม่ได้จะดื้อแพ่งหรืออวดดีเพื่อเอาชนะอะไร แต่ผมแค่หายแล้วจริงๆ และผมก็จะไม่ยอมยกเลิกแผนการในการไปเดินเล่นในวันนี้ง่ายๆ ด้วย ญี่ปุ่นเป็นประเทศในฝันและถ้าไม่ใช่ครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไหนที่ผมจะได้มาอีก และถ้าไม่ใช่วันนี้ก็ไม่รู้อีกแล้วว่าจะเป็นวันไหน เพราะงั้นผมต้องใช้โอกาสนี้ให้คุ้มค่าที่สุด


“เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นให้พี่ออกไปเดินเล่นด้วยแทนได้ไหม” ผมทำหน้าไม่ถูกเมื่อจู่ๆ พี่คริสก็พูดออกมาแบบนั้นพร้อมกับยื่นมือมาจับที่ข้อมือคล้ายกับกำลังขอร้อง สัมผัสเบาๆ ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่เขาอาจไม่ตั้งใจแต่กลับย้อนเอาความทรงจำดีๆ ระหว่างเราเมื่อสองปีก่อนกลับมาในหัวผมได้อย่างน่าประหลาด


“...” ผมเงียบเพราะไม่รู้จะตอบว่าอะไรแต่มันก็รู้อยู่แก่ใจว่าไม่ควรปล่อยให้เขาเข้ามาใกล้กว่านี้อีกแล้ว แค่เขาจับมือผมก็คิดไปมากมายแล้วถ้าปล่อยให้เขาไปเดินเล่นด้วยผมจะยิ่งคิดไปไกลหรือเปล่า ความรู้สึกที่เคยข่มไว้ต้องกลับมาเล่นงานให้ผมยิ่งอ่อนไหวแน่ๆ


แต่ผมก็ไม่ได้มีเหตุผลให้ปฏิเสธอะไรมากมายหรอก ผมเพิ่งจะแพนิคเกือบตายเพราะต้องติดอยู่ในลิฟต์ที่คนเยอะ และอาการตอนนี้ก็ยังไม่ค่อยสู้ดีนัก อีกอย่างต่อให้ผมจะเกลียดเขาแค่ไหน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่ช่วยให้ผมผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ก็คือพี่คริส ถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้ป่านนี้ผมอาจจะหมดสติไปจนไม่ได้ออกมาเดินเล่นแล้ว


และเพราะเห็นแก่บุญคุณที่เขาอุตส่าห์ช่วยไว้ งั้นผมจะยอมให้ก็แล้วกัน


“ไปสิครับ”





25%






เราออกเดินไปด้วยกันบนถนนที่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนอย่างเงียบๆ และมันก็คงจะเงียบอย่างนี้ต่อไป ผมไม่มีอะไรจะคุยกับเขาหรอก เพราะแค่ยอมให้ออกมาเดินเล่นด้วยแบบนี้ก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้ว แต่เขาก็ทำหน้าที่เป็นเพื่อนร่วมทริปที่ดีด้วยการทำเพียงแค่เดินตามผมมาเงียบๆ และไม่ทำให้ผมยิ่งอึดอัดไปกว่าเดิม


ผมหยุดถ่ายรูปถนน ผู้คน และบรรยากาศในยามค่ำคืนเป็นระยะ และยังคงไม่สนใจเขา ทั้งที่อยากร่าเริงกว่านี้อยากแวะกินนู่นกินนี่ตามประสานักท่องเที่ยวแต่ก็ต้องข่มใจไว้ ไม่อยากให้เขาเห็นผมในมุมที่ตื่นเต้นเป็นเด็กน้อยเหมือนชานยอลของเขาเมื่อสองปีก่อน และผมก็ทำมันได้เป็นอย่างดี จนเมื่อเราเดินมาถึงโตเกียวทาวเวอร์ผมก็ทนเก็บความตื่นเต้นที่มีไม่ไหวอีกต่อไป


ผมอยากถ่ายรูปคู่กับมันเป็นที่ระลึก อยากขึ้นไปบนนั้น อยากเห็นวิวโตเกียวในยามค่ำคืนให้สมกับที่ได้มาที่นี่ แต่ติดตรงที่ว่าผมไม่กล้าบอกเขา ไม่อยากแสดงอาการตื่นเต้นดีใจออกไปให้เขารู้ว่าผมยังเป็นคนเดิม


แต่พี่คริสก็คือพี่คริสไง ต่อให้ผมจะไม่พูดอะไรเขาก็ยังเป็นบุคคลที่เซ้นส์ไวต่อความรู้สึกผมอยู่ดี


“พี่ถ่ายรูปให้มั้ย”


“ไม่เป็นไรครับ”


“มาเถอะน่า นานๆ มาที” และคงเพราะขี้เกียจจะเถียงกับเด็กปากแข็งอย่างผม เขาถึงได้เดินมาหยิบกล้องไปจากมือผมหน้าตาเฉย แล้วก็ถอยไปตั้งหลักเพื่อรอถ่ายรูปให้


ผมยืนตัวแข็งเป็นไม้กระดานเพราะเกร็ง เพียงแค่คิดว่าคนที่อยู่หลังกล้องเป็นเขามันก็อึดอัดเสียจนไม่กล้าโพสต์ท่าอะไร ไม่กล้าแม้จะแสดงสีหน้าตื่นเต้นดีใจทั้งที่ในใจกำลังตื่นเต้นจนแทบบ้าตายอยู่แล้ว


“ยิ้มหน่อยสิ ได้ถ่ายรูปกับโตเกียวทาวเวอร์ทั้งทีไม่ดีใจเลยเหรอ” โถ่โว้ย ทำไมจะต้องรู้ทันไปหมดซะทุกเรื่องเลยวะ นี่เป็นคนหรือเป็นเครื่องจับเท็จ


และถึงจะด่าเขาอยู่ในใจแต่สุดท้ายผมก็เป็นฝ่ายกลืนน้ำลายตัวเองด้วยการฉีกยิ้มกว้างอย่างลืมตัว ยิ่งพี่คริสบิ้วให้โพสต์ท่านั้นท่านี้ผมก็ยิ่งบ้าจี้ทำตามเขา มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ได้รูปไปกว่ายี่สิบช็อตแล้ว


“เช็คดูก่อนว่าใช้ได้ไหม” เขาแม่งร้าย เขาทำให้ผมนึกย้อนไปถึงตอนที่เราคบกันอีกแล้ว เมื่อก่อนเวลาไปไหนพี่คริสจะรับหน้าที่เป็นช่างภาพให้ผมเสมอ เขาไม่ได้ถ่ายรูปเก่งแต่กลับรู้มุมของผมเป็นอย่างดีและรู้วิธีที่จะถ่ายให้ผมออกมาดูดีที่สุด และขนาดว่าผ่านมาแล้วตั้งสองปีเขาก็ยังทำหน้าที่นั้นได้เป็นอย่างดีเหมือนเดิม


รูปที่ได้ออกมาดีกว่าที่คิด จะมีก็แต่รูปแรกๆ ที่ผมยืนตัวเกร็งตาแข็งอย่างกับหลักกิโลเมตรแต่พอผมเริ่มยิ้มและเริ่มรู้สึกผ่อนคลายขึ้น ภาพที่ได้หลังจากนั้นก็ใช้ได้แทบทุกรูป


“ได้ครับ พี่คริสอยากถ่ายด้วยไหม” ผมถามไปตามมารยาทเพราะเกรงใจ ระดับผู้บริหารอาสาถ่ายรูปให้ถ้าไม่ถามกลับบ้างผมต้องดูเป็นเด็กแล้งน้ำใจมากแน่ๆ


“ไม่เป็นไร พี่มาบ่อยแล้ว อยากจะขึ้นไปข้างบนหน่อยมั้ย” แน่นอนว่าผมอยาก แต่จะให้ตอบง่ายๆ ได้ไง เดี๋ยวเขาก็จับได้หมดน่ะสิว่าผมไม่ได้เปลี่ยนไปเลย


“ก็ดีครับ” ผมตอบไปแค่นั้นและพยายามไม่ทำสีหน้าแตกตื่นให้เขารู้ว่ากำลังดีใจ แต่ถ้าพี่คริสสังเกตดีๆ เขาก็คงเห็นหมดแล้วล่ะว่าในตากลมๆ ของผมกำลังลิงโลดแค่ไหน


“รีบไปกันเถอะ เดี๋ยวคนจะเยอะ”


เขาพูดง่ายๆ แล้วเราก็ออกเดินไปด้วยกัน ผมแทบไม่รู้เลยว่าตัวเองรู้สึกสบายใจขึ้นตั้งแต่ตอนไหน แล้วตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ยอมให้เขามาเดินข้างๆ แบบนี้ ความอึดอัดและระยะห่างระหว่างเราค่อยๆ หายไป จนเมื่อขึ้นมาถึงจุดชมวิวของโตเกียวทาวเวอร์ได้ผมกับพี่คริสก็ยืนชมวิวอยู่ข้างๆ กันอย่างสนิทใจไปแล้ว


“หู้ววววว” ผมลืมไปหมดแล้วล่ะว่าต้องวางฟอร์มต่อหน้าเขายังไง ต้องซ่อนตัวตนของตัวเองแค่ไหนไม่ให้เขาเห็นผมในมุมเดิมๆ รู้แค่เพียงว่าบรรยากาศสวยๆ ตรงหน้าทำให้ผมไม่มีปัญญาจะมาวางฟอร์มอีกแล้ว


“มานี่มา พี่ถ่ายรูปให้” อ้อ แล้วก็ไม่รู้เมื่อไหร่ด้วยที่กล้องถ่ายรูปของไปผมคล้องอยู่บนคอเขา


ผมหันไปให้พี่คริสถ่ายรูปให้อย่างว่าง่าย แจกยิ้มสดใสเรี่ยราดจนคนที่อยู่หลังเลนส์กล้องยิ้มตามไม่หยุด ยืนโพสต์ท่าสารพัดจนตากล้องเฉพาะกิจแทบรัวนิ้วกดชัตเตอร์ไม่ทัน


“พี่คริสไปยืนบ้างสิครับ ผมจะถ่ายรูปให้” พอได้รูปที่สวยและเป็นที่พึงพอใจก็ถึงเวลาแล้วที่ผมจะถ่ายรูปให้เขาบ้าง เขาโพสต์ท่าอยู่ไม่กี่ท่าตามประสาผู้ใหญ่ แล้วก็หันมาเรียกให้ผมไปยืนชมวิวด้วยกัน


เราใช้เวลาอยู่บนนั้นเกือบชั่วโมง และมันก็เป็นหนึ่งชั่วโมงที่มีความสุขมากจริงๆ โตเกียวทาวเวอร์ในฝันของผม สวยและน่าประทับใจเหมือนอย่างที่คิดเลยจริงๆ ส่วนที่เกินกว่าที่คิดก็คือผมกำลังอยู่บนนี้กับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเก่า และที่ไม่น่าเกิดขึ้นเลยจริงๆ ก็คือ


ผมกำลังรู้สึกมีความสุขที่เราได้ใช้เวลาด้วยกัน


50%




“หิวไหม” พี่คริสถามเมื่อเราลงมาจากโตเกียวทาวเวอร์เรียบร้อยแล้ว และถึงผมจะไม่ได้อยากใช้เวลากับเขาอีกแล้วแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการไม่ได้กินอะไรตั้งแต่ลงเครื่องกำลังทำให้ผมหิวโซ


ความหิวไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาอวดดีใส่คนที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนเก่า เพราะฉะนั้นต่อให้จะเกลียดขี้หน้าเขาแต่ก็ทรยศต่อกระเพาะอาหารที่กำลังบีบตัวไม่ได้เลยจริงๆ


“หิวครับ”


“ถ้าอย่างงั้นแวะกินอะไรก่อนกลับโรงแรมก็แล้วกัน” พี่คริสสรุปสั้นๆ และผมก็ปล่อยให้เขาเป็นผู้นำในการเลือกร้านอาหาร ผมไม่เคยมาญี่ปุ่นและกับย่านนี้ก็ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าควรจะเข้าร้านไหน ก็เลยปล่อยให้เขาเลือกร้านไปและทำเพียงแค่เดินตาม


พี่คริสเลือกร้านราเมนที่มีคนท้องถิ่นเข้าออกพลุกพล่าน เดาได้ไม่ยากเลยว่าร้านนี้ต้องเป็นร้านดังแน่ๆ เป็นโชคดีของเราที่มีคนลุกพอดีตอนที่เข้าไปในร้าน เราก็เลยได้ที่นั่งโดยไม่ต้องรอ พนักงานนำมาเมนูมายื่นให้และผมก็พิจารณามันอย่างตั้งใจเพราะนี่เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ได้มากินราเมนสูตรต้นตำรับของประเทศญี่ปุ่น ใช้เวลาอยู่ซักพักก็ตัดสินใจเลือกราเมนทงคัตสึน้ำซุปกระดูกหมูราดด้วยกระเทียมเจียวหอมๆ ซึ่งเป็นเมนูแนะนำของทางร้าน


ผมสั่งอาหารทั้งของตัวเองและของพี่คริสอย่างคล่องแคล่วตามประสาคนที่รู้ภาษาญี่ปุ่น และในระหว่างที่กำลังสั่งผมก็โดนขัดขึ้นมาด้วยคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม


“ทงคัตสึราเมนไม่ใส่กระเทียมเจียวนะครับ” เขาพูดออกมาเป็นภาษาอังกฤษช้าๆ และชัดถ้อยชัดคำจนพนักงานต้องรีบยกใบรับเมนูขึ้นมาจดเป็นการใหญ่


เขายังจำรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของผมได้ พี่คริสยังจำได้ว่าผมไม่กินผัก ไม่กินกระเทียมเจียว ผมชอบประเทศญี่ปุ่นแค่ไหน และผมชอบถ่ายรูป


และมันก็คงจะน่าดีใจอ่ะนะถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่เรายังรักกันดี ไม่ใช่อย่างตอนนี้ที่ผมและเขาเป็นแค่อดีตคนรัก ตอนที่ผมอยากจะหนีจากอะไรเดิมๆ ตอนที่เขาเองก็มีแฟนใหม่ และตอนที่มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรที่เขาที่จะมาจดจำเรื่องราวของแฟนเก่าอย่างผมอีกแล้ว


“อ่า ไม่ครับๆ ขอกระเทียมเจียวเยอะๆ เลย” ผมรีบแก้เมนูอีกครั้งจนคุณพนักงานเริ่มขมวดคิ้ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังรับเมนูอย่างแข็งขันก่อนจะเดินจากไป


“เดี๋ยวนี้กินกระเทียมเจียวได้แล้วเหรอ”


“ครับ” ผมตอบสั้นๆ แล้วแสร้งยกชาขึ้นจิบเพื่อปกปิดบางอย่าง แต่มันก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามได้


“ไม่ได้ทำเพื่อจะประชดพี่นะ” เออ ผมประชด ก็แค่อยากทำให้เขาเห็นไงว่าผมไม่ใช่คนเดิมแล้ว แต่เขาแม่งก็ดันรู้ทันเก่ง รู้ไปหมด รู้ทุกอย่าง รู้ซะจนผมเริ่มจะหงุดหงิดกับเขาเต็มทีแล้ว


“แล้วทำไมผมต้องประชดพี่ด้วย”


“ก็...ไม่รู้สิ” เออ นี่ไง เอาแต่ตั้งคำถามอยู่ได้พอโดนผมย้อนถามกลับบ้างก็ตอบไม่ได้เหมือนกันล่ะวะ มาตามจับผิดผมอยู่ได้ อยากรู้ว่าผมเปลี่ยนแปลงตัวเองไปเพื่ออะไร แต่ตัวเองยังไม่รู้ตัวเองเลยว่าที่มาตามตอแยผมอยู่ทุกวันนี้เพราะอะไร “แต่พี่แค่อยากจะบอกว่าถ้าเปลี่ยนตัวเองแล้วมันลำบากก็อย่าทำเลย ไม่ต้องอยากเอาชนะพี่หรอก พี่ไม่ได้มีค่าให้เราเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเอาชนะขนาดนั้น” คำพูดตัดพ้อคล้ายจะต่อว่าตัวเองแบบนั้นทำให้ผมใจกระตุก น้อยครั้งที่คนหลงตัวเองแถมอีโก้สูงลิบลิ่วอย่างพี่คริสจะยอมต่อว่าตัวเอง ยิ่งเป็นกับแฟนเก่างี่เง่าอย่างผมยิ่งแล้วใหญ่ เพราะงั้นมันก็เลยค่อนข้างน่าแปลกใจที่อยู่ๆ เขาก็พูดมัน


ผมเงียบเพื่อรอให้เขาพูดต่อ ถ้าเขาจะกำลังมีอะไรในใจ ถ้าเขาจะต้องการสารภาพอะไร ผมก็จะรับฟังมันและสัญญาว่าจะเปิดใจให้กับทุกเหตุผลของเขา


“คืนนั้นที่งานเลี้ยงบริษัท...” และคำพูดของเขามันก็ชวนให้กลั้นหายใจเพื่อรอฟังจริงๆ ถึงจะยังไม่รู้อะไรแต่ผมก็พอเดาได้ว่าเขากำลังจะเล่าอะไรบางอย่างซึ่งมันก็คือเรื่องคืนนั้นที่ผมเมาจนจำอะไรไม่ได้และตื่นมาในสภาพที่เราเพิ่งนอนด้วยกันไปสดๆ ร้อนๆ


“อาหารที่สั่งได้แล้วค่ะ” แต่แล้วผมก็ไม่มีโอกาสได้ฟังมันเมื่อคุณพนักงานยกอาหารที่สั่งมาเสิร์ฟ และหลังจากที่เธอเดินไปก็ดูเหมือนว่าพี่คริสจะไม่ได้อยากพูดถึงมันแล้ว


ผมได้แต่ขยับถ้วยราเมนแก้เก้อพลางลอบสังเกตสีหน้าของคนตรงข้ามไปด้วยและมันก็ยังคงเรียบเฉย เขาดูไม่ได้อยากจะพูดเรื่องนั้นต่อแล้วจริงๆ และผมเองก็ทิฐิสูงเกินกว่าที่จะย้อนถามซ้ำ


งั้นก็ปล่อยให้มันค้างคาต่อไปเหมือนเรื่องเก่าๆ ของเราที่เคยผ่านมาก็แล้วกัน...

 

TBC




25% talk : พี่คริสก็รู้เรื่องของชานยอลทุกเรื่องแหละ แต่ไม่รู้ตัวเองว่ายังรักชานยอลอยู่ โธ่พี่...

50% talk : โอ้เมื่อมีไฟๆๆ ลุกขึ้นแจ่มจ้าาา ไฟอะไรรู้มั้ย ไฟถ่านไฟเก่าไงจ๊ะ 5555555555555

100% talk : ฉันควรจัดการใครก่อนดีระหว่างอีพี่คริสที่ไม่พูดต่อ ชานยอลที่ไม่ยอมถาม หรือยัยพนักงานที่เข้ามาขัดจังหวะ หรือฉันควรจะจับทั้งสามคนมามัดรวมกันแล้วจัดการทีเดียวไปเลย 5555555555
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 158 ครั้ง

709 ความคิดเห็น

  1. #666 iamnich (@iamnich) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 15:25
    นังพนักงานตัวดีชั้นจะตีก้นเธอ
    #666
    0
  2. #661 ggam897 (@ggam897) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 21:43
    มีเราคนเดียวรึป่าวก็ไม่รู้ที่รู้สึกว่าไม่อินกับอิพี่ที่ทำดีกับน้องเลย แบบ เฮ้ย! เวลาที่น้องอยากให้อยู่ให้ทำไปอยู่ไปทำอะไรที่ไหนมา ละตอนนี้น้องอยากมูฟออนจู่ๆก็อยากทำดีด้วย== เหนื่อยใจเจงงงงเจงงงง
    #661
    0
  3. #626 CyL.27 (@tiraporn0031) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 1 กันยายน 2562 / 02:41
    ขำทอล์คของไรท์อ่ะ55555555 ลืมเลยว่าจะเม้นว่าอะไร
    #626
    0
  4. #574 Look Pear Meigeni (@lookpear90) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 23:28
    ปากแข็งกันทั้งคู่เลยยยยย พิคริสทำตัวดีอยู่ ใช้ได้ๆๆ 55555555555
    #574
    0
  5. #378 Stephaniex (@Stephaniex) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 02:31
    โอ้ย ชอบ เลือดชิปเป้อในตัวหนูมันข้นเกินไป พี่คริสรีบๆรู้ตัวแล้วคบกันเถอะ เหมาะกันที่สุดในโลกแล้วนะทั้งคู่น่ะ
    #378
    0
  6. #313 RainbowKrisYeol (@rainbowky) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 12:00
    เนี่ย มาทำดีตอนที่เลิกกันไปแล้วอ่ะ
    น้องหวั่นไหวกับพี่เค้าขั้นสุดเลยลูกกกก น้องงงงงงงงง
    #313
    0
  7. #289 หนีตามจุนซู (@bennypencass) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:34
    โอย ไม่รู้จะโกรธอะไรก่อนดี พนักงานไม่น่าเข้ามาขัดเล้ยย อีกนิดเดียวพี่ก็จะพูดอยู่แล้วเชียว น้องก็อุตส่าห์จะเปิดใจฟัง เฮ้อ แต่อย่างนึงที่เราสงสัยกฺ็คือ พี่คริสทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร
    #289
    0
  8. #288 Peace-_-Peach (@Peace-_-Peach) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 14:38
    ง่อววววว เกลียดอีพี่จัง มีเยื่อใยหรอ เหมือนพยายามจะทำในชานยอลคิดถึงอดีตตลอดที่มีโอกาส แต่แล้วยังไง ถ้าชานยอลยอมแพ้และพูดออกมาว่ายังมูฟออนไม่ได้ ตัวเองจะเลิกกับแฟนมาคบหรอ
    #288
    0
  9. #287 pudsalin (@pudsalin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:36
    ขอจัดการพนง.เสิร์ฟก่อนเลยค่ะ เข้ามาได้ถูกจังหวะจริงๆ แต่เราก็อยากว่ารู้พี่คริสจะพูดอะไรต่อมาก ถ้าพี่คริสพูดตามที่ตัวเองรู้สึกแบบเดียวกับน้องจริงๆ เราว่าถ่านไฟเก่าคงลุกได้ง่ายแน่นอน
    ปล.เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ
    #287
    0
  10. #286 parknamsung (@noeysung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:06

    อะไรที่มันค้างคา มันไม่ดีนะะ

    #286
    0
  11. #285 KrisandYeol (@gad_srp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:54
    อึดอัดจังเลยยยย เห้อออ /จับมัดละจัดการทั้งคู่เลยค่ะ 5555555+

    เปิดใจยอมรับความจริงกันสักที
    #285
    0
  12. #284 Zero1106 (@Zero1106) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:09
    ไม่ค่อยอยากให้คริสเข้าใกล้ชานยอลเลยอะ เหมือนต้องการอะไรจากน้องสักอย่าง อย่าทำเหมือนยังมีความรู้สึกดีๆให้น้องได้ป่ะ อยากข่วนหน้าพี่คริส
    #284
    0
  13. #283 Zalley0061 (@KOokookai5892) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:55

    โถ่..พี่คริสไม่พูดต่อเล่าลุ้นมาก ชานยอลปากหนักจิงๆอยากรู้ก้น่าจะถามๆพี่คริสไปเลยว่าจะพูดอะไร หรือพี่คริสจะสารภาพบาปเรื่องคืนนั้นกะชานยอลโอ้ยยพี่คริสสสส!! #ทริปนี้ถ่านไฟเก่ากำลังคลุ อยสกราดน้ำมันก๊าซให้ไฟลุกโชนนน~~ รอติดตามนะคะ เปนกำลังใจให้ค่าาา
    #283
    0
  14. #282 GalaxyRose (@kimpro) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:51

    เฮ้อก็เป็นซะอย่างเนี๊ยะ พี่คริสจะพูดอะไรก็ไม่พูด เราก็รอลุ้นไปด้วยพร้อมกับชานยอลเลย ชานยอลก็ปากหนัก พอดีไม่ต้องรู้มันละว่าพี่คริสจะพูดอะไร
    #282
    0
  15. #281 Charine1 (@Charine1) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:47
    ถ่านไฟเก่ายังร้อน รอวันรื้อฟื้น ก็คือในใจแต่ละคนยังมีพื้นที่ของกันและกันอยู่ ยังรักกันอยู่ ดูออก ตอนนี้ยิ้มได้เพราะความสดใสของน้องตอนอยู่ญี่ปุ่นความเอาใจใส่ของพี่คริส แต่ตอนหน้าคือไม่รู้เลยว่าจะเดินไปในทิศทางไหน กลัวดราม่าเพราะอิพี่ไม่รู้ใจตัวเองสักทีไงล่ะ! เป็นท้อ555555 แต่ก็เอาใจช่วยทั้งคู่และหวังว่าจะรู้ใจตัวเองเร็วๆนะจ้ะ เกียมพัดไฟอยู่ เอิ้กๆ
    #281
    0
  16. #280 Zalley0061 (@KOokookai5892) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:36
    พี่คริสกำลังทำให้ถ่านไฟเก่าคลุร้อนระอุ ชานยอลรู้สึกดีมากใช่มั้ยลูกที่พี่เค้าจำทุกๆอย่างที่เกี่ยวกะชานยอลได้หมดเลย รู้สึกเหมือนว่าพี่คริสอยากเริ่มต้นใหม่กับน้องอีกครั้งเลย... รอติดตามนะคะ เปนกำลังใจให้จ้า

    หวังว่าทริปมาเจแปนครั้งนี้พี่คริสควรจะทำอะไรให้ทุกๆอย่างชัดเจนยิ่งขึ้นนะพี่คริส :")
    #280
    0
  17. #279 parknamsung (@noeysung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:56

    ถ่านไฟเก่าร้อนแรงจีงงงงง

    #279
    0
  18. #278 pudsalin (@pudsalin) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:37
    น้องเริ่มวางฟอร์มเถอะ มาถึงขนาดนี้แล้ว อย่ากักเก็บความรู้สึกตัวเองเลย ถ้ายังรู้สึกดีกับพี่เขาแบบนี้อะ เราว่าพี่คริสก็คงรู้สึกแบบเดียวกับน้องด้วยแน่ๆ
    ปล.เป็นกำลังใจให้นะคะ สู้ๆค่ะ
    #278
    0
  19. #277 GalaxyRose (@kimpro) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:29
    และเราก็รู้สึกดีตามไปด้วย เก็บเกี่ยวความรู้สึกดีๆไปก่อนนะชานยอล ทำตามใจตัวเองเลย อนาคตจะเป็นไงช่างมันก่อน เราเชื่อว่าถ้าเราทำดีที่สุดแล้ว วันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะไม่เสียใจ
    #277
    0
  20. #276 parknamsung (@noeysung) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:18

    ต้องขอบคุณตาพี่จริงๆที่ช่วยน้องไว้ และน้องก็ใจดีที่ให้พี่ไปด้วย //รอต่อนะคะไรท์ จู้ๆ ??’?

    #276
    0
  21. #275 KrisandYeol (@gad_srp) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:01
    ถ่านไฟเก่าคุมากแม่
    #275
    0
  22. #274 BunnyCY (@BunnyCY) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:52
    เอางี้มั้ยพี่คริส ถ้ายังมีใจกับกับแฟนเก่าควรไปเคลียร์กับแฟนใหม่ตัวเองก่อน กลัวจะดราม่า แงงงง
    #274
    0
  23. #273 milkmilk (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:52

    ถึงพี่คริสจะร้ายๆกับน้องไปบ้างแต่เราจะทำเป็นลืมๆไปละกัน เชัยร์ให้ถ่านไฟเก่าลุกโชนค่ะ!!!

    #273
    0
  24. #272 GalaxyRose (@kimpro) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:52
    พี่คริสขนาดนี้แล้วยอมรับเถอะว่ายังรักน้องอยู่ ยังจำได้ทุกเรื่องขนาดนี้ มาญี่ปุ่นครั้งนี้คงต้องมีอะไรดีๆกลับไปอย่างแน่นอน
    #272
    0
  25. #271 Zalley0061 (@KOokookai5892) (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:43

    พี่คริสห่วงใยใส่ใจดูแลน้องจริงๆค่ะ รับรองทริปครั้งนี้ถ่านไฟเก่าต้องคุลุกโชนโชติช่วงดุจเปลวเพลิงแน่นวลลลล~~~ รอติดตามนะคะ เปนกำลังใจให้จ้าาา :")
    #271
    0