how much sassy? รักนี้..ร้ายเท่าไหร่? krisyeol hunyeol

ตอนที่ 29 : HMS #27

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    17 พ.ค. 57







HMS #27


              #HMS_KY



 

 






 

 

Porsche Boxster Roadster ...

 

แล่นฉิวไปบนท้องถนนอย่างไร้จุดหมายด้วยความเร็วเกินกำหนด ก็ไม่ได้รีบไปไหนหรอกเพียงแต่แค่มันไม่อยากให้ความเสียใจไล่ตามมาได้ทันก็เท่านั้นเอง หากได้ลองชะงักฝีเท้าหยุดเหยียบคันเร่งไปแม้เพียงวินาทีเดียวความเสียใจอาจไล่ตามมาเล่นงานจนอู๋อี้ฟานต้องเจ็บปวดเจียนตายอยู่ตรงนี้ก็เป็นได้

 
 

แต่แล้วในที่สุด

 

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดดดดด!

 

ก็ฝืนตัวเองไม่ไหวอีกต่อไป

 

เท้าเรียวยาวภายใต้รองเท้าหนังชั้นดีเลื่อนไปเหยียบเบรกจนรถต้องหยุดลงกะทันหันเป็นผลให้ร่างสูงที่เป็นคนบังคับรถต้องหน้าทิ่มลงกับพวงมาลัยรถอย่างไม่ทันตั้งตัว

 

เจ็บ...

 

ไม่ใช่เจ็บที่ตัวแต่มันเจ็บที่ใจต่างหาก!

 

โธ่โว้ยยยยยยยย!’  แรงกระแทกจากพวงมาลัยรถยังไม่ทำให้เจ็บพออู๋อี้ฟานก็เลยฟาดมือลงไปบนพวงมาลัยรถแรงๆอีกครั้งเพื่อระบายอารมณ์ มันก็แค่อยากทำอะไรให้ตัวเองเจ็บตัว เจ็บให้มากพอที่จะทำให้ลืมความเจ็บปวดในใจได้เสียที

 

แต่มัน...ก็ไม่ได้ช่วยอะไรหรอก เพราะในตอนนี้มันยังเจ็บมากเหลือเกิน   ภาพใบหน้าหวานแสนเย็นชาของปาร์คชานยอลยามที่เอ่ยคำลา ท่าทีเฉยชาไม่แสดงออกซึ่งความเสียใจยามที่เค้ากลั้นใจเดินจากมา ยังตามมาวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดไม่ห่างไปไหน

 

นี่ก็ขับรถหนีมาตั้งไกลแต่ความเสียใจยังไล่ตามมาได้ทันอีกเหรอ จะต้องให้หนีไปถึงไหน ต้องให้หนีออกนอกโลกไปเลยหรือไงกัน!?

 

สะบัดศีรษะแรงๆเพื่อขับไล่ภาพหลอนที่มีแต่ใบหน้าของปาร์คชานยอลเสียจนรู้สึกได้ถึงความมึนงง ก่อนจะรวบรวมสติออกรถอีกครั้ง ถึงตอนนี้แค่ไม่ต้องอยู่กับที่ให้ความเสียใจตามมาเล่นงานอีกคือสิ่งเดียวที่อู๋อี้ฟานพอจะทำได้

 

ไม่รู้ว่ากี่ชั่วโมง กี่นาที กี่วินาทีแล้วที่ร่างสูงเอาแต่ขับรถเรื่อยเปื่อยไปบนท้องถนนที่ทอดยาว เปิดเพลงเสียงดังๆเพื่อกลบเสียงสะอื้น ใส่แว่นกันแดดสีดำเพื่ออำพรางคราบน้ำตาที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดไหล กำพวงมาลัยรถแน่นๆเพื่อหาที่ยึดเหนี่ยว และเหนือสิ่งอื่นใดยังคงไม่มีความคิดที่จะหยุดรถ

 

เพียงแค่เหยียบคันเร่งและหักเลี้ยวพวงมาลัยไปตามสันชาตญาณ ไม่ได้อยากไปไหนแต่แค่ไม่อยากจอดรถ ไม่อยากหยุดคิด ไม่อยากรับรู้ถึงการจากลาที่เพิ่งเกิด และ หลังจากที่ขับรถเตร็ดเตร่ไปมากว่าชั่วโมงอู๋อี้ฟานก็เลือกที่จะจบการเดินทางที่ไร้จุดหมายลงที่ไนท์คลับแห่งนี้

 


The Lounge 69...


 

ไม่ได้อยากเจอหน้าใครบางคนที่นั่นหรอก ไม่ได้อยากดื่มด้วย มันก็แค่อยากลืม อยากทำอะไรก็ได้ให้หยุดคิดเรื่องของปาร์คชานยอลเสียที...

 

ใบหน้าหล่อแม้จะเต็มไปด้วยคราบของความเหน็ดเหนื่อยและคราบน้ำตาหากแต่ก็ยังดูหล่อสะกดใจเหมือนเช่นเคย แม้เพียงไม่นานที่ก้าวเท้าเข้ามาในสถานบันเทิงที่แสนคุ้นเคยแห่งนี้อู๋อี้ฟานก็ตกเป็นเป้าสายตาของหนุ่มสาวมากหน้าหลายตาได้ไม่ยาก

 

“สวัสดีครับ ไม่ทราบว่ามากี่ที่”  บริกรหนุ่มเดินมาต้อนรับด้วยมารยาทตามปกติ


“มาคนเดียว”  ในขณะที่อู๋อี้ฟานเพียงแค่โบกไม้โบกมือแบบขอไปทีก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่เคาท์เตอร์บาร์ตามความเคยชิน ไม่สนใจการต้อนรับของบริกรหนุ่มและสายตานับสิบคู่ของนักท่องราตรีคนอื่นที่มองมาด้วยความสนใจ


ในขณะที่บริกรหนุ่มกำลังจ้องมองมาด้วยความไม่เข้าใจ และยังไม่รู้จะรับมือกับแขกจอมเย็นชาคนนี้อย่างไร พลันก็มีเสียงสวรรค์เสียงหนึ่งดังขึ้น เสียงที่ทำให้บริกรหนุ่มโล่งใจเหมือนมีใครมายกภูเขาออกจากอก


“นายไปดูแลแขกคนอื่นเถอะ คนนี้เดี๋ยวพี่จัดการเอง...”  ชายหนุ่มร่างเล็กใบหน้าน่ารักดีกรีเจ้าของไนท์คลับเอ่ยแล้วหันไปส่งยิ้มให้ลูกน้องอย่างใจเย็น ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆชายหนุ่มหน้าหล่อผู้แสนเย็นชาอย่างเงียบๆ

“พี่คริส...”  น้ำเสียงหวานเอ่ยเรียก  ถึงจะไม่ได้ดังมากแต่ด้วยระยะที่ใกล้ก็ทำให้คนที่ถูกเรียกรับรู้ได้ไม่ยาก
 

“หวัดดีแบค”  อู๋อี้ฟานหันไปตอบรับคำทักทายของผู้มาใหม่ด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ ความรู้สึกผิดจากครั้งก่อนที่มีเรื่องกันทำให้มองหน้าอดีตกิ๊กเก่าได้ไม่สนิทใจนัก ก่อนจะกรอกแอลกอฮอล์ดีกรีแรงตามลงไปแบบรวดเดียวหมด ยังไม่เมาหรอกแต่ดูท่าทีที่แสดงออกมาสิอย่างกับคนไม่มีสติอย่างงั้นแหละ


“ผมได้ยินมาจากเซฮุนว่าพี่งดเที่ยวแถมยังถอดเขี้ยวเล็บหมดแล้ว แล้ววันนี้ลมอะไรหอบมาถึงที่นี่ได้ครับ”


“นี่มันพูดถึงพี่ไว้ขนาดนั้นเลยเหรอ ไอ้น้องเวรนี่สงสัยกลับไปต้องสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว” แทนที่จะตอบเรื่องของตัวก็เฉไฉไปต่อว่าคนเป็นน้องแทน  คล้ายกับว่ากำลังพยายามกลบเกลื่อนบางอย่างอยู่อย่างงั้นแหละ

 

“นาย...หลังจากที่เลิกกับพี่ไป เป็นยังไงบ้าง?”  ถามไถ่ตามประสาคนเคยรัก อันที่จริงก็ถามเพื่อลบล้างความรู้สึกผิดในใจด้วยแหละ หลังจากที่บอกลากันไปด้วยฝ่ามือวันนั้นแล้วอู๋อี้ฟานก็ไม่มีโอกาสได้ขอโทษหรือชดใช้อะไรกับบยอนแบคฮยอนเลย ในฐานะตัวการก่อความเสียใจอย่างเค้ามันย่อมต้องรู้สึกผิดเป็นธรรมดาอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ

 

“ผมก็ดีนะ ก็เรื่อยๆ...”

 

“อย่างน้อยๆก็ดีกว่าตอนอยู่กับพี่ใช่ไหม”  ถามติดตลกทำให้บรรยากาศอึมครึมในตอนแรกดูสดใสขึ้นมาเล็กน้อย บยอนแบคฮยอนหัวเราะร่า และเป็นครั้งแรกหลังการบอกลาสุดเจ็บปวดเหมือนกันที่อู๋อี้ฟานเค้นหัวเราะออกมาได้

 

พลันเสียงหัวเราะกลบเกลื่อนความเสียใจก็ถูกหยุดลงด้วยสายตาคมกริบของชายหนุ่มหน้าหล่อราวกับรูปปั้นคนหนึ่งซึ่งกำลังยืนกอดอกและจ้องมองมาจากที่ไกลๆราวกับไม่พอใจ เซ้นส์ของเพลย์บอยตัวท็อปยังแรงพอที่จะตรวจจับได้ว่าพี่เบิ้มคนนั้นคงกำลังไม่พอใจที่เห็นเค้าแสดงท่าทีเหมือนกำลังจะเต๊าะแบคฮยอน  และหากอู๋อี้ฟานไม่หยุดไว้เพียงเท่านี้คงไม่ใช่แค่สายตาแน่ที่มาเฟียคนนั้นจะส่งมาเล่นงาน

 

“แล้วผู้ชายคนนั้น ถือเป็นเรื่องดีๆด้วยป่ะ” ว่าพลางพยักเพยิดไปทางมาเฟียจีนหน้าเข้มคนนั้นที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ละสายตาไปจากเค้า คนบ้าอะไรวะปกติก็หน้าโหดอยู่แล้วยังจงใจไว้หนวดเขียวๆนั่นให้ยิ่งดูโหดเข้าไปอีก แล้วถามหน่อยเถอะ ถ้าจะค้อนกูขนาดนั้นนี่ลุกมาแหกอกกูเลยดีไหม

 

กูน่ะเพิ่งจะอกหักมานะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่รับกำปั้น ไม่รับงานดราม่า และไม่รับงานหน้าเยิน รู้ไว้ด้วย!

 


“พี่ซีวอนน่ะครับ แฟนใหม่ผมเอง พี่เค้าเป็นมาเฟียคุมบ่อนแถวนี้ โหดแล้วก็ขี้หวงเป็นปกติแบบนี้ล่ะครับ”  ว่าแล้วก็หันไปโบกไม้โบกมือส่งสัญญาณบางอย่างให้ไอ้มาเฟียหน้าโหดที่ยืนจ้องเขม็งมาจากชั้นบน และสัญญาณแปลกๆนั่นก็ทำให้ชเวซีวอนหยุดสายตาและท่าทางอำมหิตลงในทันที

 

 

มีอนาคตแล้วก็ดีอู๋อี้ฟานคนนี้จะได้เลิกรู้สึกผิดซักที...

 

“แล้วพี่คริสล่ะครับ กับเด็กคนนั้น...”  


เกือบแล้วล่ะ เกือบจะกลบเกลื่อนร่องรอยของความเสียใจได้อยู่แล้วเชียว ถ้าร่างบางตรงหน้าไม่ถามคำถามกรีดหัวใจนั่นขึ้นมาเสียก่อน คำถามธรรมดาจากปากอดีตกิ๊กเก่าราวกับคมมีดที่พุ่งตรงเข้ากรีดย้ำที่รอยแผลเดิมซ้ำอีกครั้ง จากที่คิดว่าลืมได้ คิดว่าภาพของปาร์คชานยอลถูกลบเลือนออกไปจากความคิดบ้างแล้ว พลัน...ทุกอย่างก็กลับมาชัดเจนขึ้นอีก ทั้งใบหน้าหวานแสนเย็นชาและประโยคบอกลาแสนทารุณนั่น

 

ทุกความเสียใจมันยังคงอยู่ และที่ร้ายไปกว่านั้นคือแทนที่ยิ่งนานมันจะยิ่งจางหายแต่ที่ไหนได้มันกลับยิ่งชัดเจน

 

“เราเลิกกันแล้วล่ะ อันที่จริงเพิ่งเลิกก่อนที่พี่จะออกมาที่นี่เอง”   ใบหน้าน่ารักดูจะตื่นตระหนกไปเล็กน้อยกับคำบอกเล่าจากปากร่างสูง  หากแต่ก็ยังคงนั่งนิ่ง ตั้งใจฟัง และตั้งใจสังเกตอาการของร่างสูงต่อไปโดยไม่ขัดคอ

 

จากเวลาอันสั้นที่ได้เรียนรู้กันมา ไม่ใช่ว่าบยอนแบคฮยอนจะดูไม่ออกว่าอู๋อี้ฟานในเวลานี้กำลังย่ำแย่สักเพียงใด ที่ผ่านมาเค้าเองก็เห็นความเป็นไปของร่างสูงมาโดยตลอด และจากที่เคยเห็นมาพี่คริสของเค้าไม่เคยเสียใจได้มากมายเท่านี้มาก่อนเลย

 

สงสัยกับคนนี้จะมีอิทธิพลกับจิตใจของเพลย์บอยตัวพ่อมากจริงๆน่ะแหละ

 

“แต่พี่รักเค้านะแบค พี่รักเค้ามาก รักมากจริงๆ...”

 

เมื่อเส้นบางๆที่กั้นระหว่างความเสียใจกับความเกรงใจขาดลง ประกอบกับฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ความสามารถในการควบคุมตัวเองค่อยๆหมดลง จนในที่สุดก็ไม่เหลืออยู่อีกต่อไป 

 

เพียงแค่คำแรกที่เอื้อนเอ่ยถึงปาร์คชานยอลหลังจากนั้นประโยคพร่ำเพ้อมากมายก็พรั่งพรูออกมาราวกับสายน้ำไหล 

 

“เรากำลังไปกันได้ดีแล้วจู่ๆเค้าก็มาบอกเลิกพี่  ทั้งที่เค้ายังรักพี่แต่ก็ยังจะมาบอกเลิกกัน ดูไม่มีเหตุผลเลยใช่ไหมล่ะแบค ใช่ไหม!?” ด้วยสติสัมปชัญญะที่ลดน้อยถอยลงทำให้จู่ๆก็เกิดฟิวส์ขาดตะหวาดใส่บยอนแบคฮยอนคนที่ไม่ได้รู้เรื่องอะไรด้วยอีกแล้ว  

 

“ผมว่าเด็กนั่นก็น่าจะมีเหตุผลส่วนตัวของเค้านะครับ” เอ่ยปลอบออกไปตามมารยาท เพราะแบคฮยอนเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรที่ดีกว่านี้เหมือนกันในเมื่อมันไม่เห็นจะเข้าใจเรื่องราวของอู๋อี้ฟานสักนิด


“เหตุผลงี่เง่าน่ะสิ ปาร์คชานยอลเด็กใจร้าย เค้าใส่ใจแต่พี่ชายของเค้า แคร์พี่ชายของเค้ามากเสียจนไม่สนความรู้สึกของพี่เลย พี่รักเค้าอ่ะแบค พี่ไม่อยากเลิกกับชานยอลเลย แล้วถ้าไม่มีเค้าพี่จะอยู่ยังไง ไม่รู้จะอยู่ยังไงเลยจริงๆ ฮื่ออออ”  ประโยคคร่ำครวญที่บยอนแบคฮยอนเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนักเริ่มฟังไม่ได้ศัพท์มากขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดคำพูดทั้งหมดก็ถูกกลบไปเหลือเพียงเสียงสะอื้นที่ชัดเจน แม้เสียงดนตรีจังหวะเร้าอารมณ์ที่ดังอยู่รายรอบก็ไม่อาจกลบกลืนเสียงสะอื้นของร่างสูงได้


“ทำไมล่ะแบค ทำไมเค้าต้องทิ้งพี่ด้วย ทำไม...”  คนเมายังคงพร่ำเพ้อต่อไปอย่างไร้สติ มือข้างซ้ายยกขึ้นมาค้ำศีรษะที่เริ่มคลอนไปมาเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์  ส่วนมือขวาก็ยกแอลกอฮอล์ดีกรีแรงขึ้นกรอกลงคออย่างต่อเนื่อง


และผู้สังเกตการณ์อย่างแบคฮยอนไม่คิดห้าม ร่างเล็กเพียงแค่นั่งเท้าคางมองคนขี้เมาอย่างหน่ายๆ ไม่มีคำปลอบใจ ไม่มีคำห้ามปรามให้หยุดดื่ม และไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองต่อคำพร่ำเพ้อที่ร่างสูงพ่นออกมา  ช่างปะไร ในเมื่อรู้ทั้งรู้ว่าพี่คริสตั้งใจมาที่นี่เพื่อดื่มให้ลืม สิ่งเดียวที่คนนอกอย่างเค้าจะทำได้ก็คือเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆและคอยระวังไม่ให้เกิดอันตรายก็เท่านั้นแหละ

 

คาสโนว่าตัวร้ายต้องมาร้องไห้จนหมดสภาพเพราะเด็กดื้อคนนั้นคนเดียวแท้ๆ บ้าชะมัด!

 

“ชานยอลอ่า ปาร์ค ชานน ยอลลล”  แม้สติสัมปชัญญะสุดท้ายก็ยังไม่วายเป็นชื่อของปาร์คชานยอล วันช็อตครั้งสุดท้ายจบลงพร้อมกับเสียงครางเรียกชื่อปาร์คชานยอล ก่อนที่ใบหน้าสมบูรณ์แบบจะฟุบลงกับโต๊ะเป็นสัญญาณสุดท้ายที่บ่งบอกถึงความรู้สึกตัว

 

“พี่คริส...อ่าตายแล้วเรียบร้อย”  คนน่ารักจิ๊ปากอย่างไม่สบอารมณ์พลางยกนิ้วชี้จิ้มไปที่ต้นแขนแกร่งเบาๆ แต่ก็ไร้ซึ่งปฏิกิริยาตอบสนอง ก็พี่คริสของเค้าเมาเหล้าจนตายไปแล้วนี่เนอะ

 

ไม่รู้หรอกว่าไปเจ็บช้ำปางตายมาจากไหน มันรู้อย่างเดียวว่าตั้งแต่เข้ามาอู๋อี้ฟานยังไม่หยุดดื่มและไม่หยุดพร่ำเพ้อถึงปาร์คชานยอลเลยจนกระทั่งหมดสติไปนี่แหละ  เอาไงดีล่ะ? บยอนแบคฮยอนในตอนนี้ก็ไม่ใช่คนตัวเปล่าที่จะมาตามไปปรนนิบัติพี่คริสได้เหมือนแต่ก่อนอีกแล้ว ในเวลานี้ต้องหาใครซักคนที่จะมารับช่วงเก็บศพเพลย์บอยขี้เมาต่อ

 

และจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...

 

โอเซฮุน!

 
 
 

  H O W   M U C H   S A S S Y ?      


 


ครืดดด  ครืดดดดดด

 


เสียงสั่นน่ารำคาญดังขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบสงบบนรถระหว่างโอเซฮุนและปาร์คยูชอนหลัง midnight date แสนหวาน ฟังไม่ผิดหรอกครับ midnight date เดทตอนเที่ยงคืน ก็คู่รักอาจารย์นักศึกษาอย่างพวกเค้าให้ออกไปเดทตอนกลางวันเหมือนคู่อื่นๆได้ที่ไหน  ขืนออกไปแล้วพวกแมงเม้าทั้งหลายมาเห็นเข้าจะต้องเอาไปลือกันให้แซดทั้งมหาวิทยาลัยแน่ว่า อาจารย์ประจำภาควิชากับนักศึกษาปีสามอย่างเค้ากำลังแอบคั่วกันอยู่

 


ให้รู้ไม่ได้ครับ เพราะฉะนั้น midnight date นี่แหละที่เป็นทางออกที่ดีที่สุด

 

แขนยาวๆของเด็กหนุ่มที่รับหน้าที่คนขับเอื้อมไปคว้าสมาร์ทโฟนที่กำลังแผดเสียงมากดรับเพื่อตัดรำคาญและโดยไร้ซึ่งคำทักทาย หลังกดรับสายก็มีเพียงเสียงหวานใสที่กำลังหงุดหงิดของใครบางคนดังผ่านหูโทรศัพท์มาเท่านั้น


มาเก็บศพพี่นายหน่อย ตอนนี้เมาเละอยู่ที่ร้านชั้น

 

“อ่าครับพี่แบคฮยอน รอเดี๋ยวนะครับ ผมจะรีบไป...”

 

“แบคฮยอนเหรอ?”    ไม่ใช่แค่คนรับสายที่งง คนที่อยู่นอกสายอย่างปาร์คยูชอนก็พลอยงงไปด้วยเมื่อจู่ๆก็ได้ยินชื่อของใครบางคนที่เคยเป็นอดีตกิ๊กเก่าของอู๋อี้ฟาน และบัดนี้ก็กำลังโทรมารังควานคนของเค้า

 

“ครับ พอดีไอ้พี่คริสมีปัญหานิดหน่อย ผมคงต้องแวะเข้าไปที่ร้าน The Lounge 69 และวันนี้ผมคงไปส่งอาจารย์ปาร์คไม่ได้แล้ว เอารถผมกลับไปเลยก็แล้วกันนะครับ” พูดพลางหักพวงมาลัยเบนหัวรถเปลี่ยนเส้นทางไปยังไนท์คลับที่ว่าอย่างรวดเร็ว โดยไม่สนใจสายตาตั้งคำถามและท่าทีอิดออดไม่พอใจที่อาจารย์หน้าหวานพยายามส่งมา

 

และปาร์คยูชอนก็ได้แต่นั่งกอดอกข่มใจอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งมาถึงไนต์คลับที่ว่าจนได้



“อาจารย์ปาร์คกลับไปก่อนได้เลยนะครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้หลังเลิกเรียนผมจะแวะเข้าไปหา”  รีบบอกลาแล้วก็รีบลงจากรถทันที โอเซฮุนดูร้อนรนชะมัดเลยครับ ตั้งแต่คบกันมาได้ราวๆหนึ่งเดือนเค้าก็ยังไม่เคยเห็นแฟนเด็กของเค้าร้อนรนได้มากเท่านี้มาก่อน  สงสัยจะเป็นห่วงพี่คริสมากสินะ...

 

ย้ายที่มานั่งฝั่งคนขับแต่ก็ยังไม่ได้กลับตามที่โอเซฮุนบอกหรอก ร่างบางยังคงแอบนั่งสังเกตการณ์อยู่บนรถเงียบๆเพื่อให้แน่ใจกับสมมติฐานในใจตัวเอง

 



  H O W   M U C H   S A S S Y ?          



 

ไม่ถึงสิบนาทีโอเซฮุนก็ออกมาจากไนต์คลับพร้อมกับชายหนุ่มร่างเล็กผิวขาวใบหน้าน่ารักคนหนึ่งที่ปาร์คยูชอนทึกทักเอาเองว่าน่าจะเป็นบยอนแบคฮยอน ระหว่างคนสองคนเป็นร่างไร้สติของอู๋อี้ฟานที่ถูกพยุงกึ่งลากออกมาจากร้านด้วยสภาพยับเยินไม่มีชิ้นดี เปลือกตาหนาปิดสนิท ศีรษะสวยโยกคลอนไปมาก่อนจะเอนไปซบลงบนลาดไหล่มนของชายหนุ่มหน้าหวานคนนั้น ขาทั้งสองข้างระไปกับพื้น ใบหน้าคมโทรมจนแทบไม่เหลือเค้าความหล่อ 

 


เมาจนน็อค   น่าจะเป็นคำนิยามเดียวที่จะให้กับพี่คริสในตอนนี้ได้

 

ถึงแม้จะไม่ได้รู้ข้อมูลอะไรมากแต่สิ่งหนึ่งที่รู้ก็คือพี่คริสออกเที่ยวกลางคืนอีกแล้ว แถมไปที่ไหนไม่ไปยังไปที่ร้านของอดีตกิ๊กเก่า แถมยังออกมาในสภาพเมาไม่เป็นผู้ไม่เป็นคน ทั้งที่เพิ่งจะเลิกกับน้องชายของเค้าไปได้ไม่เท่าไหร่ก็จะออกลายอีกแล้วหรือ?

 

สันดานเพลย์บอยนี่แก้ไม่หายเลยจริงๆให้ตาย!

 

 

TBC

 

คำถามท้ายบท: พี่ยูชอนกำลังคิดจะทำอะไร  พอจะเดากันได้ไหม?

 

Talk: พี่ยูชอนกับแบคไม่ร้ายนะคะจะบอกแค่นี้

 

 

Writer: OranGeSpineL
17/05/2014 [22:30 pm]

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

858 ความคิดเห็น

  1. #813 ZelJE (@ZelJE) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2559 / 21:05
    อ่อมส์.. นั่นความคิดเธอ อ่อมส์ อ่อมส์ :)
    #813
    0
  2. #811 mimie61 (@mimie61) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 14:27
    ไม่ชอบยูซอนเลยที่ต้องให้เขาเลิกกันตัวเองดันไปมีความสุขกับฮุนอ่ะ
    #811
    0
  3. #635 fchk (@fonch) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2557 / 12:26
    โอ้ยยยไม่ๆไม่ใช่แบบ นั้นนะยูชอนพี่คริสแค่ ออกไประบายคงามในใจ เองนะอ้ากก
    #635
    0
  4. #620 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2557 / 00:05
    อ้าว ยูชอนกลับคิดว่าอี้ฟานจะกลับไปเป็นเพลบอยเหมือนเดิม เหอ ๆ ไม่ใช่ซะหน่อยเพราะเสียใจที่เลิกกับชานยอลหรอก 55
    #620
    0
  5. #466 kyxoxo (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2557 / 15:01
    อ้ากกกกกกก ใครก็ได้หยุดอีพี่ยูชอนทีเถอะค่ะ ! >//< นางหลุดโลกเกินไปแล้ว แค่มาบ้าสั่งให้น้องเลิกกับสามีก็ว่าน่าตบพอแล้ว นี่นางยังจะเข้าใจผิดได้อีก แล้วสาบานเถอะค่ะ ขอเดาว่านางคงคาบข่าวไปฟ้องน้องยอลแน่นแน่ ! โถๆๆ น้องยอลฉันช้ำใจตายแน่เลย ฮรื่ออออ แล้วอย่างนี้สองคนเค้าจะมีโอกาสได้กลับมาคืนดีกันไหมคะ ใครก็ได้ทำอะไรซักอย่างที๊ แบค น้องฮุน ใครก็ได้ พลี้สสสส !
    #466
    0
  6. #464 sandara (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2557 / 23:27
    สงสารยอล จังเลย อพค ก็สงสาร ฮุน แกทำอะไรสักอย่างสิอิเน่ !!!!!!
    #464
    0
  7. #463 Mymelody choco (@pimmy1603) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2557 / 14:59
    โหยนอกจากแกจะทำร้ายจิตใจยอลและคริสแล้ว แกยังคิดไปเองอีกเหรอ อย่าทำให้ครอบครัวร้าวไปมากกว่านี้เลยยูชอน =_=
    #463
    0
  8. #462 cyyeolyeol (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 23:01
    ยูชอนนนน ไม่นะะ

    แค่นี้พี่คริสกับน้องยอลก็เศร้ากันแล้วนะะะ TT

    ให้เค้าอยู่ด้วยกันเถอะะ
    #462
    0
  9. #461 NOOMANG (@sb2t) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 23:00
    ไม่ช่ายยยยยย!! เน่ แกเข้าใจผิด~~~ ฮื้ออย่าเอาเรื่องนี้ไปถึงหูชยอลนะ
    #461
    0
  10. #460 lovekyhh (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2557 / 22:57
    อ้าวซวยแล้วงัยพ่อเพลย์บอย เจอพี่ชายเมียเข้าใจผิด เรื่องนี้ถึงหูปาร์คชานยอลแน่

    ขอร้องหละอย่าพรากเค้าทั้งสองคนเลย เราทนดูไม่ได้จริงๆ

    #460
    0