BLACK ROMANCE บาปรักเทพบุตรซาตาน

ตอนที่ 6 : ✟ ผู้หญิงคนนี้ฉันยกให้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    7 เม.ย. 61



ดูเหมือนว่าเกมเดิมพันครั้งนี้จะมีมูลค่าแพงลิบลิ่วจนทำให้คนสิบกว่าคนยอมทำตามคำสั่งเด็กผู้หญิงอายุสิบแปดคนหนึ่งที่กล้ากระตุกหนวดเจ้าพ่อทั้งสาม เมื่อแน่ใจว่าทุกคนหันไปหมดแล้ว เธอรับบางสิ่งที่ชายหนุ่มร่วมทีมส่งมาให้ในมือเธอ


อากิกะพยายามสัมผัสมันเพื่อทำความคุ้นเคย ฝากความหวังทั้งหมดในชีวิตไว้ที่สิ่งนั้น ก่อนจะตั้งสมาธิทำใจให้นิ่ง เงยหน้าขึ้นมองเพื่อนร่วมทีมที่พยักหน้าส่งสัญญาณความพร้อมมาให้ เปล่งวาจาสุดท้ายเสมือนเป็นเครื่องเตือนใจให้เตรียมตัวและขอขมาคนที่อยู่ในห้องนี้ในคราวเดียว


"...อย่าโกรธกันทีหลังล่ะ..!"


ปากสีดอกคาร์เนชั่นขยับส่งเสียงสัญญาณแบบไร้เสียง นับถอยหลังให้รับรู้จังหวะกันเพียงแค่สองคนกับชายหนุ่ม


'.....ห้า....'


'......สี่.....'


'....สาม....'


'....สอง....'


'....หนึ่ง...'


แล้วก็......


ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง.........ปัง ปัง!


พอได้เวลาเขาและเธอที่ยืนเรียงหน้ากระดานก็เหยียดแขนขึ้นเหนี่ยวไกรัวกระสุนเต็มพิกัดอย่างไม่มีจังหวะหยุดพักจนกว่าจะเห็นว่าลูกกระสุนหมดแมกซ์ ก่อนจะเพิ่มกำลังเสริมต่อด้วยแมกซ์ที่สอง!


อากิกะยังทิ้งท้ายด้วยพายุขวดเบียร์ที่กระทบกระทั่งเข้าสู่เป้าหมายทั้งสิบตรงหน้าให้เธอละเลงฝีมืออย่างหนำใจชนิดที่ไม่เกรงกลัวต่อความตาย เพราะยังไงเธอก็หนีไม่พ้นมันอยู่ดี ถ้าไม่ลองเสี่ยงตายดูสักหนก็คงใช้ชีวิตได้ยังไม่คุ้มค่า


โดยเฉพาะการระเบิดหัวเจ้าพ่อทั้งสองคนในคราวเดียว!


กระทั่งไม่เหลือขวดให้ปาออกไปอีก เธอถึงได้หย่อนแขนอันเหนื่อยล้าหมดกำลังลงแนบลู่ลำตัว ถึงแม้จะหอบหายใจถี่รัว แต่กลับรู้สึกสะใจเป็นบ้า!


ความรู้สึกโล่งปลอดโปร่งเหมือนได้ปลดปล่อยความรู้สึกอึดอัดตลอดหลายวันออกไปทำให้เธออารมณ์ดีสุดขั้ว หันไปยิ้มให้กับคนข้างๆ ไม่รู้ตัว ไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอกับเขาจะเข้าขาทำงานเป็นทีมเวิร์คได้ดีเยี่ยม


ซึ่งก็น่าประหลาดที่เขาเองก็หันมายักคิ้วส่งยิ้มร้ายที่มุมปากให้เธอเหมือนกัน...


วินาทีนั้น อากิกะเหมือนยิ้มค้างอยู่ตรงนั้น รู้สึกมือไม้เย็นไม่รู้จะวางไว้ตรงไหน จึงได้ยกขึ้นเกาศีรษะแกรกๆ


อ๊ายยยยย เธอชักจะต้านทานอานุภาพความหล่อของผู้ชายคนนี้ไม่ไหวแล้วนะ (>ω <)


ทำไมเพิ่งจะมาค้นพบวันนี้เองว่าผู้ชายแบดๆ นี่ก็มีเสน่ห์ไม่หยอกเหมือนกัน!


แต่ก็อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับการกระทำบ้าระห่ำของเธอชนิดที่คงไม่เหลือวันพรุ่งนี้ให้มาถึงแล้วล่ะ ถ้าได้เห็นสภาพเละเทะของห้องซุปเปอร์เอสคลาสวีไอพีที่กลาดเกลื่อนไปด้วยปอกกระสุน เศษกระเบื้องแตกละเอียด และคนที่ล้มระเนระนาดอยู่ตรงหน้า


อากิกะแทบไม่อยากจะคิดเลยว่ายังเหลือคนสภาพดีมีลมหายใจอยู่กี่คน ...ไม่ใช่ว่ากลายเป็นศพกันหมดแล้วนะ? คราวนี้เธอคงได้กลายเป็นอาชญากรคู่หูหลุดโลกกับผู้ชายหล่อๆ คนข้างๆ วิ่งหนีการตามล่าของมาเฟียหน้าโหดตามทวงความแค้นตลอดชีวิตแน่!


"แค๊กๆ" คนแรกที่รอดตายโผล่พ้นหายนะมาได้ก็คือคุเบ้หัวโล้นของเรานั่นเอง แต่สภาพเขาตอนนั้นอุบาทก์เหลือรับจริงๆ


ในเมื่อบนตัวเขามีร่างใหญ่ยักษ์ของลูกน้องอีกห้าหกคนสุมทับเป็นก้อนอึ โดยมีเฮียแกเป็นฐานรองรับน้ำหนักอยู่ข้างล่าง ภาระหนักของคุเบ้ก็คือหาทางถีบตัวเองออกมาอย่างไรให้ปลอดภัย ไม่กระเทือนลูกน้องที่นอนโอดโอยร้องขอความเมตตา เพราะถ้าไม่ถูกยิงที่ไหล่หรือขาก็ต้องถูกฤทธิ์ขวดเบียร์ของเธอปาเข้าใส่กลางกบาลจนหัวร้างข้างแตก


แต่ก็มีแค่คุเบ้นั่นแหละที่ไม่มีร่อยรอยบาดแผลเกิดขึ้นสักกะติ๊ด ยกเว้นเพียงแค่อาการบอบช้ำภายในเพราะแรงทับเหมือนถูกกระสอบข้าวสารหลายตันหล่นใส่ในคราวเคราะห์


"นังหนู นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน พวกแกรวมหัวคิดฆ่าปิดปากพวกฉันให้ตายไปเลยใช่ไหมฮะ!"


พอลุกขึ้นได้คุเบ้ก็เริ่มโวยวาย ก่อนจะหยุดคำพูดต่อไปเมื่อหันไปมองทางโงคาวะเร็ตซึที่สภาพย่ำแย่พอกัน "ฮิเดกิ แกไม่เป็นไรใช่ไหม?"


"มะ...ไม่เป็น..ไร" ฟังดูก็รู้ว่าเขากัดฟันพูดเต็มที


ร่างของนายน้อยแห่งโงคาวะเร็ตซึค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นมาจากพื้น ที่มีร่างของคานาโกะบดบังไว้ครึ่งตัว เธอเองก็กำลังกุมหน้าแข้งข้างขวาที่มีเลือดไหลทะลักออกมาเหมือนกัน สีหน้าของฮิเดกิที่มองผู้ช่วยนั้นไม่ดีเอาเสียเลย โดยเฉพาะยิ่งตอนควักผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ามากดปากแผลหยุดเลือดไม่ให้ไหล


ทั้งยังตวัดมองมาทางเธอตาวาวๆ อีกด้วย


อากิกะเสมองไปทางอื่นทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ในเมื่อเขาท้าทายให้ลองเล่นเกมเดิมพันนี้เอง จะมาโมโหใส่วิธีการเธอได้ยังไง ในเมื่อกติการะบุให้รักษาชีวิตเขากับคุเบ้เอาไว้แค่นั้น...


ส่วนคนอื่นน่ะเหรอ? อีตาหน้าตายนั่นก็บอกชัดแล้วว่าให้ดูแลตัวเอง!


เธอกับเพื่อนร่วมทีมอีกคนจึงเล็งปลายกระบอกปืนเข้าหาเซ็นเตอร์ความสนใจของพวกลูกน้องเขาไง ถ้าไม่เอาพ่อเสือมาล่อ...มีหรือที่ลูกเสือจะวิ่งตาม


ส่วนพวกไม่วิ่งหรือขี้เกียจวิ่งน่ะ....ก็พวกเสือเก๊ไง!


ตอนเหนี่ยวไกเธอจึงให้โทโมยะตั้งศูนย์ไปที่หัวสมองของคุเบ้คู่อริเขา ส่วนเธอก็หลับตาคลำๆ แถวผ้าพันคอยาวๆ รกตานั่น ไม่นึกเลยว่าเพียงแค่นัดแรก พวกลูกน้องไม่รักตัวกลัวตายก็พุ่งเข้ามาเป็นเกราะป้องกันเจ้านายทันที


ส่วนพวกที่อยู่เฉยๆ หรือไม่วิ่งเข้ามาก็เห็นๆ กันอยู่ โดยเฉพาะทุกสายตาตอนนี้ที่เพ่งเล็งไปที่ลูกน้องคนสนิทคู่ใจของฮิเดกิ ซึ่งเขาเพียงแค่ล้มหงายจากการเอาตัวลูกสมุนอีกสามคนมาบังตัวเองไว้ เป็นกองอึอีกก้อนที่มีขนาดเล็กกว่าของคุเบ้นิดหน่อย


แหม...ให้ตายสิ ช่างเป็นภาพน่าประทับใจเสียจริง


"เคนตะนี่แก..."


หน้าซีดเผือดราวกับวิญญาณของนายน้อยแห่งโงคาวะเร็ตซึดึงดูดความสนใจของทุกคนกลับไป พร้อมกับต้องทนรับฟังเสียงหัวเราะที่ระเบิดขึ้นอย่างบ้าคลั่งของเขา โทโมยะยิ่งสำทับด้วยการโยนกระบอกปืนคู่ใจที่เธอหยิบมาใช้ชั่วคราว แต่บรรจุกระสุนกลับไปใหม่แล้ว


ฮิเดกิไม่รอช้าที่จะนำมาจ่อขมับของลูกน้องที่จับเป็นได้ว่าเป็นผู้ทรยศตัวจริง ก่อนจะใช้ปากกระบอกเสยปลายคางเคนตะอย่างแรง เจ้านั่นพ่นเลือดออกมากระฉูดนึง ก่อนจะเงยหน้าสบตาอดีตเจ้านายแล้วยิ้มหยันราวกับจะเยาะเย้ยชะตาชีวิตของตัวเอง


ไม่มีคำพูดอะไรต้องอธิบายในเมื่อภาพที่ปรากฏนั้นชัดเจนทุกอย่าง ลูกน้องกลุ่มหนึ่งของฮิเดกิเลือกที่จะปกป้องนายอีกคนมากกว่าตัวเขาเอง โดยเฉพาะคนที่รักตัวกลัวตายถึงขั้นสละทิ้งความสัมพันธ์เป็นสิบๆ ปี เพียงแค่สัญชาตญาณไม่รักดีจากเสียงปืนไม่กี่นัด


"ทำไม?"


คำถามนั้นมีใจความสั้นมาก หากกลับบีบคั้นอารมณ์คนฟังยิ่ง เคนตะที่สิ้นไร้ทางออกแล้ว เพราะตอนนี้ลูกน้องคนที่พิสูจน์ได้ว่าไม่ได้เกี่ยวข้องกับขบวนการหักหลังต่างได้รับอาวุธคืนและเร่งปฐมพยาบาลเบื้องต้น


โทโมยะเบี่ยงตัวไปรับสายโทรศัพท์อยู่อีกด้าน...ซึ่งมันดังมายาวนานแล้ว ตั้งแต่ยังไม่เริ่มต้นระเบิดเกม ถึงอย่างนั้นเธอกลับเห็นว่าสายตาของเขาไม่ละไปจากเหตุการณ์ตรงหน้าเลย


รวมทั้งตัวเธอด้วย...


อากิกะไม่รู้ว่าเธอควรรู้สึกอย่างไรดี ขอบคุณ ซาบซึ้ง หรือร้องไห้?


เมื่อเธอกับเขารอดตายมาพร้อมกันทั้งคู่ สุดท้ายเมื่อเห็นว่าตัวเองหมดบทบาทแล้วจึงเดินเลี่ยงเข้าไปพยุงตัวคานาโกะช่วยซับเลือดที่บาดแผล แน่นอนว่าสิ่งที่อากิกะได้รับคือสายตาที่ไม่เป็นมิตรและแรงสะบัดมือออกอย่างรังเกียจ


"ไปให้พ้น ฉันไม่อยากเห็นหน้าเธอ"


แน่ล่ะ..ว่าใครจะชอบคนที่ฝังกระสุนไว้บนเรียวขาสวยงามของตัวเอง ซ้ำยังเล็งหัวเจ้านายหล่อนอีก


เธอไม่ได้โกรธ เพียงแต่ถอยห่างออกมา ในเมื่อไม่มีอะไรให้ทำ จึงเปลี่ยนกลับไปประจำอยู่ข้างรถเข็นอาหารที่เดิม บางทีที่ของเธออาจอยู่แค่นั้น


เด็กสาววัยสิบแปดปีมองความโกลาหลตรงหน้า คล้ายกับเป็นอีกโลกที่เธอไม่เคยพบเห็นมาก่อน ฮิเดกิกำลังถูกผีร้ายเข้าสิง ลงมือซ้อมคนของตัวเองอย่างหนักหน่วงท่ามกลางเสียงกรีดร้องของคานาโกะ เธอพยายามจะคลานเข้าไปรั้งเท้าข้างหนึ่งของเขาเอาไว้ แต่ก็ถูกถีบตัวปลิวออกมา


เธอไม่เคยเห็นฮิเดกิในโหมดเลือดขึ้นหน้า ช่างดูน่ากลัวเหมือนผีกระหายเลือดจริงๆ แม้เหยื่อใต้ฝ่าเท้าเขาจะร่อแร่ หน้าแตกตาแตกยับเยิน ซี่โครงหัก ฟันกระเด็น แต่ก็ไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเขาได้ กระทั่งได้ยินเสียงของโทโมยะที่เดินกลับมา


"พอได้แล้วฮิเดกิ ฉันให้คนตรวจสอบเสร็จแล้ว รถของแกมีระเบิดซ่อนไว้ข้างใต้จริงๆ แถมมันยังตั้งเวลาไว้อีกด้วย...."


"เวลา?" จู่ๆ เขาก็หยุดฝีเท้าถามกลับมาด้วยท่าทางครุ่นคิด "นานแค่ไหน?"


โทโมยะตอนนี้มีสีหน้าอึมครึมมาก เขาตัดสินใจตอบว่า "สี่สิบห้านาที นั่นเป็นเวลาที่....."


"....มากพอที่ทำให้ชีวิตฉันกลับไปไม่ถึงบ้าน!"


คำต่อเติมนั้นทำให้ฮิเดกิดูหดหู่ลงอย่างเห็นได้ชัด ไหล่สองข้างของเขาลู่ลง รอยยิ้มสดใสเปลี่ยนเป็นเยาะหยันตัวเองอย่างแสนเศร้าในโชคชะตา เห็นไปหาลูกน้องคนสนิทที่ยังพอมีเค้าลางสติถามขึ้นว่า


"แม่ใช่ไหมที่บงการให้แกมาเก็บฉัน!"


พอได้ยินคำถามอันเจ็บปวดของฮิเดกิ เคนตะก็เงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วหัวเราะทั้งที่เลือดเต็มปาก เวลาเขาหัวเราะทีก็จะมีเลือดพุ่งออกมาด้วย แต่ก็ยังไม่วายหันกลับไปสบตาหลากหลายความหมายสื่อไปถึงอดีตเจ้านายตัวเอง


"เจ็บดีใช่ไหมล่ะ...เวลาถูกคนที่ตัวเองไว้ใจหักหลัง นี่แหละความหมายของการมีชีวิตในบ้านโงคาวะ คุณผู้หญิงถึงอยากให้นายจดจำไว้เป็นบทเรียนจนตายไงว่าไม่ควรทำตัวเป็นคู่แข่งกับคุณชายใหญ่!"


"ทำไม!!" ฮิเดกิกรีดร้องออกมาราวกับวิญญาณร้ายหลอกหลอน ด้วยตาเขาเปล่งเป็นสีแดงเพราะน้ำตาที่ถูกปิดกั้นไว้ไม่ให้ไหล พุ่งตัวเข้าไปกระชากคอเคนตะขึ้นมาถาม "ทำไมถึงเป็นฉันไม่ได้ บอกมาสิว่าฉันไม่ดีตรงไหน ทำไมแม่ถึงไม่เลือกฉัน...บอกมาสิ!"


"เพราะแกไม่คู่ควรยังไงล่ะ ฮิเดกิ หยุดเพ้อฝันแล้วกลับไปใช้ชีวิตตามปกติซะ ไม่แน่ว่าแกจะมีชีวิตรอดยืนยาวไปจนแก่ก็ได้ ไม่ต้องหาเรื่องใส่ตัวตายเร็วแบบนี้" ความที่หายใจไม่สะดวกจากปอดที่เสียหายทำให้น้ำเสียงของเขาขาดเป็นห้วงๆ แต่ก็ยังพยายามพูดต่อไปว่า "แต่น่าเสียดายที่เวลาของฉันหมดแล้ว ผู้แพ้ก็ต้องยอมรับชะตากรรมตัวเอง..ลาก่อน"


ทุกคนต่างมองหน้าเป็นปริศนาจากคำพูดสุดท้ายของเคนตะ ก่อนจะเห็นว่าขโมยแย่งปืนมาจากมือของอดีตนายที่อยู่ร่วมชีวิตกันมาเป็นสิบปี เพียงแค่ว่าเขาไม่ได้ลงมือสังหารฮิเดกิอย่างตั้งใจ แต่กลับจ่อมันที่ขมับของตัวเอง แล้วก็เหนี่ยวไก....


ปัง!


แต่ไม่ใช่หรอก...ที่ทุกอย่างมันจะจบง่ายดายขนาดนั้น...


เมื่อฮิเดกิเปลี่ยนวิถีกระสุนปืนได้ทัน มันก็แค่พุ่งทะลุเพดานออกไป มีเพียงอดีตลูกน้องเขาเท่านั้นที่มองตาตามด้วยตาเหลือก ชายหนุ่มจิกทึ้งเส้นผมของเคนตะในสภาพปางตาย เอ่ยด้วยถ้อยคำโหดเหี้ยมว่า


"ถึงแกคิดจะตายหนีความผิด แต่ฉันจะไม่ให้แกสมหวังง่ายๆ หรอก วิธีการทรมานคนของโงคาวะเร็ตซึมีเท่าไหร่ ฉันจะงัดเอามาใช้กับแกให้หมด แล้วส่งชิ้นส่วนเน่าๆ ของแกไปให้แม่ของฉันวันละชิ้นดีไหม?"


พอได้ฟังคำว่า 'วิธีทรมานของโงคาวะเร็ตซึ' เคนตะก็ตาแทบถลนออกจากเบ้า ตัวสั่นงกรีบปลกๆ มืออย่างร้องขอความตาย


"ฆ..ฆ่าฉัน ฆ่าฉันเลยสิฮิเดกิ ไหนๆ ฉันก็ทรยศแก เอาความลับแกไปบอกแม่แกหมดแล้ว ป่านนี้เขาคงรู้กันไปทั่วแล้วว่าแกมันคิดจะรวมหัวกับโทโมยะและคุเบ้สนับสนุนตัวเองชิงตำแหน่งกับคุณชายใหญ่ ยังไงคุณผู้หญิงก็ไม่ยอมปล่อยแกไปง่ายๆ ต่อให้ไม่มีฉันก็ยังมีคนต่อๆ ไปอยู่ดี ฆ่าฉันเลย..เก็บฉันไว้จะมีประโยชน์อะไร..." แววตาขอร้องนั้นไม่ได้ซึมซาบสู่ใจคนฟังเอาเสียเลย


เมื่อฮิเดกิกลับยิ้มเยือกเย็นดุจปีศาจ ก้มหน้าลงแล้วกระซิบข้างหูเคนตะว่า "ก็เก็บแกไว้ระบายความเครียดจนกว่าแม่ฉันจะส่งคนใหม่มาให้เล่นสนุกยังไงเล่า..."


ไม่พูดเปล่าเขายังฉกมีดเล่มหนึ่งของสมุนคุเบ้ฟันฉับลงที่นิ้วโป้งขวาของเคนตะ เลือดที่พุ่งกระฉูดพร้อมอวัยวะที่กระเด็นออกมานั้นเป็นภาพน่าสยดสยอง ทำให้คานาโกะกรีดร้องยิ่งกว่าเดิม ขณะที่ฮิเดกิไม่สนใจ เขาปรายตามองไปที่ลูกน้องคนที่ยังไว้ใจได้อยู่ สั่งการขึ้นว่า


"เก็บของขวัญชิ้นแรกห่อกล่องผูกโบว์ไว้ให้ดี แล้วส่งไปให้คุณผู้หญิง" ตอนที่ลุกขึ้นมาแล้วก็เหมือนจะเพิ่งนึกอะไรใหม่ได้ จึงหันไปทางโทโมยะที่ยืนจุดบุหรี่ทำท่าว่าจะสูบอยู่ "อ้อ แล้วระเบิดกากๆ นั่นด้วย ส่งมันไปพร้อมๆ กันนั่นแหละ เอาไว้รู้ซะบ้างว่าฉันเองก็ไม่เคยง้ออิทธิพลแม่ขึ้นเป็นใหญ่ได้เหมือนกัน!"


เสียงประกาศของฮิเดกิดูจะมีอิทธิพลข่มขวัญไม่น้อย กระทั่งราศีเด็ดเดี่ยวที่เปล่งประกายออกมายังทำให้อากิกะรู้สึกหวาดกลัวคนผู้นี้ยังไงชอบกล โดยเฉพาะที่เขาเดินเข้าไปตบไหล่โทโมยะพึมพำคำว่า 'ขอบคุณ' แล้วหันกลับมามองทางเธอด้วยสายตาอ่านไม่ออก ดีที่ได้เสียงโวยวายของคุเบ้ดึงความสนใจกลับไปก่อน


"แล้วลูกน้องของฉันเล่า มันเกี่ยวอะไรกับแกด้วย" คุเบ้ยังข้องใจไม่หายจนถึงขนาดเดินไปลากคอเสื้ออดีตลูกน้องของฮิเดกิเพื่อเค้นความจริง แต่หากเพราะสภาพบอบช้ำและเสียเลือดหนักจึงหมดสติไปแล้ว หวั่นใจว่า 'ของเล่นสนุก' จะตายคามือคุเบ้ไปเสียก่อน เขาจึงต้องเอ่ยปากยับยั้งเอาไว้


"ช่างมันเถอะคุเบ้ ความจริงแล้วมันคงเป็นความผิดฉันเองแหละ เพราะมันรู้ว่าฉันกำลังคิดขอแรงสนับสนุนจากพวกแก ถึงทำให้แม่ฉันคิดสั่งเก็บพวกแกตามไปด้วยไง ยังไงคราวหน้าจะเลี้ยงคนก็อย่าให้ซื้อใจได้ง่ายๆ เหมือนคราวนี้อีกแล้วกัน ฉันเองก็จะจำไว้เป็นบทเรียนด้วย"


บทสรุปของเรื่องทำให้คุเบ้ยอมวางร่างไร้สติของเคนตะในที่สุด แต่ก็ยังไม่วายตวัดมองไปที่คู่อริที่ยืนสูบบุหรี่พ่นควันสบายอารมณ์ราวกับหลุดอยู่นอกวงโคจรของปัญหา ชี้ถามขึ้นอย่างไม่เข้าใจ "ก็แล้วมันเล่า ไม่เห็นโดนอะไรเลย ทำไมต้องมีฉันกับแกโดนกันอยู่แค่สองคน"


น้ำเสียงหงุดหงิดนั้นทำให้ชายหนุ่มที่ถูกพาดพิงขยับยิ้มหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า "แกคิดว่าฉันอยู่เฉยๆ สบายๆ รึไง โน้น...ถ้าแกมีตาก็กลับไปเปิดทีวีดู จะเห็นว่ามีรถหน้าตาเหมือนของฉันเปี๊ยบระเบิดกลางสะพาน ดีแค่ไหนแล้วที่ฉันไม่โง่ออกมาโต้งๆ ถึงได้รอดตายมาได้อย่างหวุดหวิด...แม่แกนี่เล่นแรงไม่เบาเลยนะฮิเดกิ" ท้ายประโยคนั่นดูเหมือนจะกึ่งเตือนเป็นพิเศษ


สายตาของนายน้อยแห่งโงคาวะเร็ตซึจึงเยียบเย็นลงหลายส่วน


"ไม่ต้องห่วงหรอก ฉันตามเอาคืนเผื่อพวกแกแน่..."


"เรื่องนั้นน่ะไม่เท่าไหร่ ว่าแต่ข้อสัญญายังเหมือนเดิมใช่ไหม?" ความงกที่ไม่เข้าใครออกใครในฐานะตัวแทนโอบุนยะริวจิทำให้ทั้งฮิเดกิและคุเบ้กรอกตาขึ้นฟ้า แต่มันก็ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศได้ดีจนทำให้พวกเขากลับมาหัวเราะได้


"เออสิวะ ลูกผู้ชายคำไหนคำนั้น"


"ถ้าอย่างนั้นก็ดี หมดธุระแล้ว ฉันขอตัวก่อนล่ะ หวังว่าไม่ต้องพบกันใหม่เป็นดีที่สุด โดยเฉพาะแก..ไอ้คุเบ้"


ชายหนุ่มชุดดำโบกมือเดินผ่านหน้าทุกคนไปโดยไม่สนใจอะไรอีกในเมื่อบทบาทส่วนของเขาสิ้นสุดลงแล้ว ไม่รู้ว่าทำไม ตอนที่เขาผ่านหน้าเธอไปอย่างไม่แม้แต่จะเหลือบมองสักแวบราวกับพอหมดประโยชน์ใช้สอยแล้วก็กลายเป็นสิ่งของที่ไร้ตัวตน ไม่จำเป็นต้องเกี่ยวข้องกันอีก มันทำให้อากิกะรู้สึกโหวงหวางอย่างประหลาด...


เธออาจจะรู้สึกใจหายเพราะกำลังถูกใครบางคนทอดทิ้งให้เหลืออยู่เพียงลำพัง รอคอยเผชิญหน้ากับมาเฟียอิทธิพลเถื่อนพวกนี้ที่ยังไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิตเธอดี


อากิกะคิดว่าคงเป็นเพราะเหตุผลนั้น จึงทำให้เธอกำหมัดแน่น และบอกตัวเองว่าต้องยืนหยัดต่อไปให้ได้ ตั้งท่าจะหันไปเจรจากับฮิเดกิเรื่องข้อต่อรองเดิมพัน หากทว่าเสียงของเขากลับสวนทางแย่งช่องโอกาสกับเธอเสียก่อน เมื่อเป็นฝ่ายเรียกรั้งชื่อคนที่กำลังจะจากไปไว้


"อย่าเพิ่งด่วนชิ่งกันไปง่ายๆ แบบนี้สิโทโมยะ"


ปลายรองเท้าสีดำมันปลาบหยุดชะงัก ขณะกำลังจะเดินก้าวผ่านประตูออกไป เขาหันข้างกลับแล้วเหล่สายตาถามด้วยความกึ่งรำคาญ "มีอะไรอีก?"


ฮิเดกิจึงยิ้มร่า เดินเข้ามาถือวิสาสะกอดคอเธอแล้วลากเข้ามาใกล้ตัวเขา ก่อนจะพูดว่า "แล้วแม่สาวน้อยน่ารัก นักแม่นปืนคนนี้เล่าจะให้พวกฉันทำยังไง แกจะทิ้งเธอไว้ให้พวกฉันเคี้ยวเล่นเหรอ?"


คนฟังหน้าตาไร้อารมณ์ถอนหายใจพรืดพ่นควันออกมากลุ่มใหญ่ ก่อนจะใช้สายตาเย็นฉาบมองมาทางคนพูดและตัวอากิกะ เธอรู้สึกร้อนวูบวาบอับอายอย่างไรไม่ทราบ เมื่อได้ยินประโยคถัดไปของเขา


"ฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนี้ ทุกเรื่องเป็นความเข้าใจผิด ถ้าแกอยากจะทำอะไรเธอก็เชิญตามสบาย..."


แล้วเขาก็พลิกตัวเตรียมจะเดินหันหลังต่อไปอย่างไม่สนใจจริงๆ หากไม่ได้ยินเสียงตอบกลับของผู้ชายที่ล็อคตัวเธอไว้ว่า


"แต่ถ้าฉันบอกว่าแกยังไปไหนไม่ได้จนกว่า..." แล้วจู่ๆ ฮิเดกิก็เหล่มองมาที่เธออย่างมาดหมายดุจมารร้ายคิดการบางอย่าง "...จนกว่าจะพาแม่สาวน้อยกลับไปด้วยเล่า โทโมยะ"


"ทำไมฉันต้องพาเธอกลับไปด้วย?//ไม่เอานะ!"


เสียงที่ร้องขึ้นพร้อมกันทำให้ฮิเดกิและคุเบ้ประสานเสียงหัวเราะ อากิกะดีดดิ้นอยากให้ตัวเองหลุดจากวงแขนของฮิเดกิ แต่ก็ทำไม่ได้เลยเมื่อวงแขนเขาเหนียวยิ่งกว่าปืนกาว ก้มลงมากระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงแหบๆ กว่าปกติ "ทำไมล่ะ เธอไม่ได้แอบชอบหมอนั่นจนแอบตามมันมาต้อยๆ รออ่อยหรอกเหรอ? ฉันก็กำลังทำให้เธอสมหวังแล้วอยู่นี่ไง"


อากิกะได้ฟังก็ตาเบิกกว้าง เขาไปเอามาจากไหนว่าเธอแอบชอบผู้ชายคนนั้น เดินตามต้อยๆ แล้วรออ่อย บ้าจริงเชียว ผู้ชายพวกนี้มองเธอเป็นตัวอะไรไปแล้ว


ความรู้สึกอับอายเหมือนตัวตลกทำให้อากิกะมีแรงมากพอที่จะผลักฮิเดกิออก มองเขาอย่างขุ่นเคืองแล้วโต้กลับว่า


"ฉันไม่ได้ชอบผู้ชายคนนั้น เราไม่ได้เป็นอะไรกัน แล้วสิ่งที่ฉันจะขอร้องคุณจากเดิมพันที่รับปากไว้ก็คือ..ช่วยปล่อยให้ฉันเป็นอิสระจากที่นี่ แล้วฉันจะไม่มาเหยียบย่างหรือข้องแวะกับชีวิตของพวกคุณอีก ต่อให้ความลับของพวกคุณฉันก็จะไม่พูดถึง ฉันให้สัญญา"


สายตาแน่วแน่ของอากิกะบ่งบอกทุกสิ่งว่าเธอพูดตามความรู้สึกจริงๆ จากการลงทุนลงแรงเสี่ยงตายทั้งหมดนั้นก็เพื่อปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระจากสภาพสาวเลาจน์ แต่ทว่าคนฟังที่มีอำนาจตัดสินใจกลับหัวเราะราวกับฟังเรื่องขบขันเป็นที่สุด


มือหนาของฮิเดกิแตะลงบนไหล่เปลือยเปล่าเหนือชุดแสกเกาะอกของเธอ แล้วพูดขึ้นมาอย่างกับเหลือเชื่อไม่หายกับความคิดในจินตนาการสวยงามของเด็กสาววัยใส


"เธอฝันไปหรือเปล่าสาวน้อย การที่เธอเห็นความลับของฉันขนาดนี้แล้ว โอกาสที่ฉันจะปล่อยเธอไปนั้นแทบเป็นศูนย์ อืม..บางทีอาจถึงขั้นติดลบเลยก็ได้นะ..."


เขาเว้นช่วง เดินวนรอบตัวเธอราวกับจะพิจารณาสินค้าอะไรสักอย่าง มันทำให้อากิกะกอดอกปกป้องตัวเองตามสัญชาตญาณ


"...เพราะเธอมีทางเลือกแค่สามทาง หนึ่งคือ ตายไปพร้อมกับความลับของฉันซะ สองเป็น สาวเลาจน์อยู่ในหูในตาของคุเบ้ต่อไปจนกว่าฉันจะมีคำสั่งให้ปล่อยเธอไป และสาม..." เขาเหลือบมองแผ่นหลังสีดำนิดหน่อย กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปากแล้วพูดว่า "...ตามโทโมยะกลับบ้านดีซะๆ  แล้วฉันจะถือว่าหมอนั่นจะเป็นผู้คุมดูแลความลับระหว่างพวกฉันสามคนไง"


"ไม่เอา//ฉันไม่ไป"


พอตะโกนออกไปแล้ว เธอก็เผลอหันไปสบตาใครอีกคนที่ตกใจไม่แพ้กันโดยพลัน เขาเดินดุ่มๆ เข้ามาประจัญหน้ากับฮิเดกิด้วยอารมณ์กรุ่น


"แกกำลังเล่นบ้าอะไรฮะ ฮิเดกิ ฉันไม่สนุกด้วยนะ ผู้หญิงคนนี้จะเป็นจะตายยังไงก็ไม่เกี่ยวกับฉัน ถ้าพวกแกอยากได้ก็ช่วยเก็บไว้เอง จะมายัดเยียดให้ฉันทำไม!"


คุเบ้ได้ฟังก็คิ้วกระตุก อยากร่วมวงเล่นด้วย จึงชักปืนกระบอกหนึ่งยัดใส่มือโทโมยะ แล้วพูดว่า "พวกฉันน่ะมีผู้หญิงเยอะแยะแล้ว จะต้องการไปอีกทำไม มีแต่แกนั่นแหละที่ยังไม่มี เอ้า ถ้าแกไม่อยากได้ก็ฆ่าเธอทิ้งตรงนี้ซะ!"


เสียงสั่งนั้นทำให้หน้าของมาเฟียหนุ่มบิดเบี้ยว เขาก้มมองปืนในมือบีบมันแน่นจนเห็นข้อกระดูกที่ปูดโปน สลับกับมองหน้าคุเบ้และฮิเดกิด้วยความขุ่นเคือง "ฉันไม่ทำ! ทำไมฉันต้องทำตามคำสั่งบ้าๆ ของแกด้วย"


จังหวะที่โทโมยะกำลังจะโยนปืนกลับไปให้คุเบ้ ฮิเดกิกลับแทรกเสียงขึ้นมาก่อน


"แล้วถ้าเป็นคำสั่งจากฉันด้วยล่ะ ดีลของเรายังไม่ได้ร่างเป็นสัญญาใหม่ไม่ใช่เหรอโทโมยะ ถ้าแกอยากให้ทุกอย่างเป็นไปตามข้อตกลงก็ทำตามทางเลือกที่คุเบ้ว่าซะ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้ายแล้วกัน แล้วก็อย่าว่าแต่ซื้อขายราคาเต็มเลย..บางทีฉันอาจจะฮุบทั้งหมดไว้เองก็ได้ เพราะยังไงคุเบ้ก็ไม่เต็มใจจะขายกาสิโนให้แกสักเท่าไหร่อยู่แล้ว"


การถูกสองเสือรวมหัวกันกดดันทำให้สีหน้าของชายหนุ่มยิ่งบูดเบี้ยวราวกับอยากจะเคี้ยวใครสักคนให้จมกองเลือด ขณะที่อากิกะเองก็ยังโมโหไม่หายที่พวกเขามองเธอเป็นสินค้าไร้ราคาชิ้นหนึ่งที่สลับโยนกันไปมา


เธอเป็นคนมีเลือดเนื้อ มีชีวิต และมีความต้องการอิสระในตัวเอง


ทำไมแค่รู้ความลับของพวกเขาครั้งเดียวถึงกับต้องพังชีวิตเธอตามไปด้วย


พวกเขามีสิทธิ์อะไรกัน?


อากิกะแทบหลั่งน้ำตา แค่เธอต้องทนใช้ชีวิตลำบากยากแค้น เป็นเด็กที่พ่อแม่ละเลยก็มากพอแล้ว แถมยังถูกขายทอดตลาดมาเป็นของเล่นให้ผู้ชายหื่นกามหาความสุข แล้วไหนตอนนี้ยังมาแปลงร่างมาเป็นลูกบอลพลาสติกให้พวกเขาโยนเล่นใส่กันบนความทุกข์ของเธออีก ขณะที่หูของเธอยังได้ยินเสียงของฮิเดกิที่พูดต่อไป


"ฉันรู้ว่าแกชวดงานนี้ไม่ได้เพราะมันจะทำให้โนบุนยะริวจิเสียหายหนัก ถ้าอย่างนั้นก็เลือกเอาสักทางเถอะโทโมยะ กะอีแค่เอาผู้หญิงสวยๆ สักคนกลับไปเฝ้าระวังความลับไว้ หรือไม่..ก็แค่ระเบิดสมองเธอตอนนี้ต่อหน้าฉันซะ แล้วฉันจะถือว่าโนบุนยะริวจิแสดงความซื่อสัตย์ต่อคู่ค้าพันธมิตรได้สมศักดิ์ศรี..."


ศักดิ์ศรี? บ้าบออะไรกันที่แลกมาด้วยชีวิตผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งอย่างเธอ?


อากิกะกวาดตามองหน้าผู้ชายทุกคนที่เห็นผู้หญิงเป็นแค่เกม ของเล่น สิ่งไม่มีชีวิตจิตใจ เธอกำลังสาปแช่งพวกเขา โดยเฉพาะคนที่ตัดสินใจยกปืนขึ้นส่องหัวเธอ!


สายตาของเธอท้าทายเขาโดยปราศจากคำพูด


'เอาสิ...ทำให้มันจบๆ ไปซะ ฉันเองก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน...'


เธอหลับตาลง ปล่อยให้น้ำตาไหลซึมลงมาเป็นทางยาว เมื่อได้ยินเขาเหนี่ยวไก ลงสลัก แรงขยับพร้อมกับลั่นไก แล้วก็....


ป๊อก!


น่าแปลกที่การถูกยิงไม่มีความเจ็บ แต่เป็นอะไรบางอย่างที่กลิ้งมากระทบปลายเท้าเปล่าเปลือยของเธอ พอลืมตาดูก็เห็นเป็นแม็กซ์กระสุนที่ถูกถอดออกมา พร้อมกับสายตาวาวขุ่นเคืองของใครบางคนที่จ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ


กับวาจาเราะร้ายที่ว่า


"มองหาพระแสงอะไรอยู่ล่ะ รีบตามฉันมาสิ!"


อากิกะไม่รับรู้อะไรอีกแล้ว นอกจากแรงดึงของใครอีกคนที่แทบทำให้เธอเหวี่ยงหมุนจนหัวมึนไปหมด แน่นอนว่า...เธอยังไม่ตาย แต่กลับถูกพาขึ้นรถใครอีกคนในสภาพกึ่งไม่มีสติอยู่กับตัว


นอกจากเสียงหัวเราะสะใจของคนข้างหลังที่ดังกังวานขังอยู่ในหัว และเสียงตะโกนตอบกลับที่ว่า


"ไอ้พวกบ้า ฝากไว้ก่อนเถอะ!"


นี่ถ้าเธอไม่ตาย..ก็ต้องกลายเป็นผู้หญิงของมาเฟียจริงๆ แล้วใช่ไหม....





 ---------------------------------------------------------------

ชอบไม่ชอบช่วยคอมเมนท์เป็นกำลังใจให้นักเขียนด้วยนะงับ ^3^



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

15 ความคิดเห็น